SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 84 : คำเชิญของโซลแลร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะ


อัพติดกันเป็นวันที่ 3 แล้วเน๊าะ เพื่อนๆ ดีใจกันรึเปล่า ก็มันจะจบแล้วนี่คะ
กัลอยากจะโพสภาค 3 แล้วล่ะ


เพราะรู้สึกว่าคนอ่านหลายคนจะได้อ่านจากหนังสือแล้ว ก็เลยไม่อยากให้เพื่อนๆ
ที่ยังไม่มีโอกาสไปซื้อที่งานหนังสือน้อยใจ เอาเป็นว่า วันนี้เอาไปอีกตอนนะคะ


อ่านให้สนุก


กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 81 คำเชิญของโซลแลร์


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ห้องอาหารของที่พักคราคร่ำไปด้วยนักเรียนที่พึ่งกลับมาจากปราการต่างกับห้องอาหารที่ว่งเปล่า
ไร้ผู้คนอย่างเมื่อวานราวฟ้ากับดิน เฟมีลเดินเข้ามาในห้องอาหารอย่างง่วงงุนเหมือนคนพึ่ง
ตื่นนอนใหม่ๆ ตาที่ดูปรึอเลยไม่ทันมองว่ากำลังจะไปชนใครอีกคนที่เดินสวนออกมา


"อ๊ะ ขอโทษที...อ้าวนายเอง"


 กล่าวขอโทษแล้วจึงได้รู้ว่าคนที่ทำตัวเป็นคนล่องหนเอายาเอาอาหารมาให้ในตอนสายแล้ว
ก็หายตัวไปเลย ชายหนุ่มยกมือขึ้นอังหน้าผากอย่างรวดเร็วก่อนจะส่วยาอีกชุดมาให้


"กินหลังอาหาร เธอเสียเลือดมากต้องพักผ่อนเยอะๆ"


คำว่า 'เลือด' เรียกความทรงจำบางอย่างออกมาใบหน้านวลแดงระเรื่อขึ้นมาเพียงชั่วแวบเดียว
ก็จางหายไปพร้อมกับคำรันสั้นและห้วน


"รู้แล้ว"


 ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไร เขาเดินผ่านเธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้เฟมีลถอนหายใจอย่าง
โล่งอกเบาๆ ...จะให้เธอเปลี่ยนท่าทีกับเขาเลยมันก็ไม่ได้หรอก ไม่เคยชินนี่นา...ถึงแม้นายจะพอ
เป็นคนดีอยู่บ้างแต่ความดีก็ส่วนความดีเอามาทดแทนความผิดของนายไม่ได้หรอกนะนายแมว
เฟมีลเดินพลางคิดพลางก่อนจะตรงไปยังโต๊ะอาหารที่เพื่อนนั่งคุยกันอยู่


"กลับมาเห็นเธอยังนอนอยู่นึกว่ายังไม่หายดีเลยไม่ปลุกจ้ะ" มอรีลพูดพลางส่งยิ้มอย่างห่วงๆ
กับอาการป่วยของเฟมีล


"ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วล่ะ กินยาก็หาย" เฟมีลตอบกลับแต่เมื่อหันมาเจอสายตาสอดแนมของรีเนล
คนร้อนตัวก็ต้องรีบถามขึ้นว่า


"หน้าฉันมีอะไรเหรอ" รีเนลทำหน้าทำหน้าประมาณฉันรู้นะเธอไปทำอะไรมา
ก่อนจะหลิ่วตาให้เซแล้วเสพูดอย่างอื่นว่า


"เปล๊า ไม่ได้มีอะไร สวยใสน่ารักเหมือนเดิม แล้วเมื่อกี้ลีโอให้อะไรเธอ" นั่นไงคำถามที่ต้องการ
 เฟมีลรู้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้รีเนลไม่พลาดแน่ๆ เธอแอบขยับสอดมือเข้ากระเป๋าก่อนจะทำ
สีหน้าประมาณ ฉันไม่รู้เรื่องอะไร กลับไปพลางตอบว่า


"ของอะไร ไม่มี ก็แค่ทักทายเฉยๆ"
"อ้อเหรอ ปกติเห็นชังน้ำหน้าเขาจะตาย เดี๋ยวนี้พัฒนามีการทักทายขึ้นมาแล้วเหรอ"


เฟมีลส่ายหน้าอย่างไม่รู้ตอบรับหรือปฏิเสธดี รีเนลเนี่ยกัดไม่ปล่อยจริงๆ เลยเสเดินไปตักขนม
เพื่อเป็นการตัดบทแทนปล่อยให้รีเนลหัวเราะคิกคักกับเซอย่างสนุกสนานพอเฟมีลกลับมา


ทั้งหมดก็แย่งกันเล่าถึงความอลังการของปราการซินเทลล่า โดยลืมเรื่องก่อนที่เฟมีลจะไป
ตักขนมซะสนิท


เจ้าของเรือนผมหยักศกเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดเข้ากระเป๋าก่อนจะรวบรวมเศษขยะทุกอย่าง
แล้วทิ้งใส่ถังขยะที่เตรียมไว้ใส่เศษกระดาษในห้องซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องน้ำ


 สีน้ำตาลแปลกๆ บนผ้าที่คับคล้ายคับคลาว่าเป็นเสื้อที่ขาดแล้วสะดุดตาคนช่างสังเกตอย่งมอรีล
เธอจึงหยิบมันขึ้นมา ขอบขาดเป็นทางยาวตั้งแต่คอเสื้อจนถึงเอว มันเป็นรอยเกี่ยวโดยสิ่งที่ไม่น่าจะใช่
ตะปู กิ่งไม้ หรือว่าสิ่งมีคมประเภทมีด รอยเลือดที่แห้งกรังจนเปลี่ยนสีชวนให้มอรีลใจหาย
 ใครกันที่ทำได้ขนาดนี้ เสื้อตัวนี้หรือว่า....


"อย่าเล่นน่ารีเนล...ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ยอมแพ้ ยอมแพ้แล้ว มอรี..." เสียงเรียกความช่วยเหลือของเฟมีล
ที่เปิดประตูเข้ามาหยุดชะงัก ดวงตาสีนิลเบิกกว้างอย่างตกใจพอๆ กับดวงตาสีน้ำทะเลนั้นจ้องมา


"มีอะไรเหรอ...อ้าวไหงใครทำเสื้อเฟมีลขาดอย่างนั้นล่ะ เอ๊ะ..." ไม่ทันที่เฟมีลจะตรงเข้าไปเก็บหลักฐาน
 เจ้าแม่กรมข่าวก็ตรงเข้าไปจับรอยขาดของเสื้อพร้อมพิจารณารอยเลือดทันทีพลางเงยหน้าขึ้น
มองจำเลยที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอยู่หน้าประตู ดวงตาสีทับทิมอ่อนหันไปสบดวงตาอีกคู่ก่อนจะ
พูดขึ้นว่า


"สงสัยคืนนี้คงต้องอธิบายกันอีกยาวเลย...เฟมีล"


"เรื่องทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ ไม่มีอะไรจริงๆ นะ ฉันก็ปลอดภัยดีเห็นไหม" โจทก์ทั้ง 4 นั่งมองจำเลย
ที่บิดซ้ายบิดขวาให้ดูความปกติของเธอที่มีอยู่เต็มร้อย


"ไอ้เรื่องนิยามบทสุดท้ายอะไรนั่นเอาทีหลัง เอาเรื่องเลือดนี่ก่อน มาจากไหน และของใคร"
เซถามขึ้นเสียงเข้ม เฟมีลเหลือบไปมองเสื้อเจ้าปัญหาก่อนจะตอบเสียงเบาว่า


"ของฉันเอง คือบังเอิญ...บังเอิญว่า ขากลับมันมีเหตุขัดข้องนิดหน่อย แค่เจอตัวลีโอน่า
ประมาณ 20 เอ้ย 10 ตัวแล้วมันก็ฝากรอยแผลเอาไว้ที่หลังฉัน แต่แผลหายแล้วนะ
ไม่ต้องเป็นห่วงมีคนรักษาให้เรียบร้อยไม่ต้องคิดมากกันแล้วทุกคน"
น้ำเสียงติดตลกถูกกลบด้วยคำถามที่ว่า


"ใคร!!!"
"ก็..มันก็มีอยู่คนเดียวแหละน่าที่อยู่ตรงนั้น"


ตอบไปใบหน้าก็แดงไป เพื่อนทั้ง 4 มองอย่างเข้าใจว่าเพื่อนสาวอายอะไร โธ่เอ้ย...ถึงยังไงเธอ
ก็อายเป็นนะ ตอนที่เจ็บน่ะไม่คิดถึงอะไรหรอก พอเข้าห้องน้ำเห็นรอยขาดเท่านั้นแหละ


แทบจะกรี๊ดตาย ขนาดชุดราตรีที่เคยใส่ที่เซเวนยังไม่เคยกว้านลึกขนาดนี้เลยนะ
 แล้วยังจะเป็นหมอนั่น อี๊ ไม่คิด เลิก เลิกคิดได้แล้วเฟมีล ทุกอย่างโอเค ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ลืมมันซะ ลืมมันซะ เฟมีลพร่ำบอกตัวเองอย่างนั้นเพื่อไม่ให้หน้าของตนแดงไปกว่านี้


"ตายล่ะ เพื่อนเราไปอีกหนึ่ง" รีเนลพูดพร้อมกับทำท่าอ่อนอกอ่อนใจ
"ไปไหน ฉันไม่ได้ไปไหนซักหน่อย เธออย่ามามั่วนะ รีเนล" รีเนลเอื้อมมือมาจับปลายคางเฟมีล
ก่อนจะจับมันส่ายมาเบาๆ


"จ้า ไม่ไปไหน เธอน่ะไม่ไปไหนหรอก แต่จะมีคนมาพาเธอไปเองแหละ"
"บ้า...ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ฉันอยู่ของฉันได้ไม่ต้องให้ใครมายุ่งหรอกน่า"


เฟมีลเถียงไปหน้าที่พอจะหายแดงไปบ้างก็แดงขึ้นมาอีก พาลนึกโกรธคนที่ทำให้เธอต้องมา
นั่งเถียงกับรีเนลจับใจ เพราะนายแท้ๆ นายแมว คอยดูเจอคราวหน้านะ จะแกล้งให้เข็ดเลย


"ลีโอเก่งจริงๆ เลยนะ รักษาให้เฟมีลได้ด้วย" มอรีลพูดขึ้นอย่างชื่นชม ส่วนเซก็เห็นดีเห็นงามกับเขาด้วย
 เฟมีลเลยต้องสวนขึ้นมาเพื่อหักลบคะแนนที่เพื่อนๆ ของเธอบวกบวกให้ชายหนุ่มคนนั้นมากไปแล้ว
ในวันนี้


"ไม่เห็นเก่งเลย แสบจะตาย ฉันร้องให้หยุด หมอนั่นก็...ก็ เอาเป็นว่าหมอนั่นไม่ได้เรื่องแล้วกัน"
ทั้ง 4 อดหัวเราะกับท่าทางโกรธปนเขินของเพื่อนไมได้ เห็นท่าทางอย่างนี้แล้วน่าแกล้งชะมัดเลย
 เสียงหัวเราะเงียบลงเมื่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น เซเลน่าซึ่งอยู๋ใกล้ประตูที่สุดจึงเดินไปเปิด
ก่อนจะค้อมตัวเหมือนทำความเคารพใครสักคน


"พวกเรา มาสเตอร์มา"


สี่สาวลุกขึ้นจากเตียงทันทีแล้วพากันเดินออกมาอยู่หน้าห้องเหมือนจะรอคำสั่ง
 ราสเอลยื่นซองจดหมายปิดผนึกสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา


"จดหมายส่งถึงคุณเฟมีลล่า แล้วก็รถลากจะรอคุณอยู่ด้านหน้าตึกนะ"
ทั้ง 5 โค้งตัวทำความเคารพมาสเตอร์ที่เดินจากไปก่อนที่จะมารุมดูซองจดหมายในมือเฟมีล


"ถึง คุณเฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ ต๊าย!! ดูตราประทับนี่สิ นี่มันตราประทับของตระกูลอิบเซนนี่
จดหมายนี่ต้องมาจากปราการซินเทลล่าแน่ๆ ตายแล้วเฟมีลเขาจะว่าเธอเพราะเธอไปที่นั่นหรือเปล่า"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเฟมีลก็หน้าซีดทันที


ตายแน่แล้ว ตายแน่ๆ เฟมีลเอ๊ยเฟมีล ทำไงดีล่ะที่นี้ 


คิดพลางก็เปิดซองจดหมาย ใจเต้นตุ้มตุ้มต่อมต่อม ก่อนที่จะอ่านเสียงดังให้เพื่อนได้ยินว่า


" เรียน คุณเฟมีลล่า 


 ทางปราการใคร่ขอเชิญคุณมารับประทานอาหารว่างที่ปราการซินเทลล่า
 ในเวลา 21 นาฬิกา หากคุณไม่ขัดข้อง ทางเราจะจัดเตรียมอาหารว่างที่ดี
ที่สุดไว้ให้และท่านเจ้าโซลแลร์ อิบเซนจะออกมาต้อนรับคุณด้วยตัวท่านเอง 


ด้วยความเคารพ 

มิลิเน่ ดิชชอต 

ผู้รั้งตำแหน่งคุณพ่อบ้านใหญ่แห่งปราการซินเทลล่า"


เฟมีลเงยหน้าขึ้นจากกระดาษจดหมายมองเพื่อนๆ ที่แสดงสีหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อออกมา
"พวกเธอว่าไง" คนทั้ง 4 มองหน้ากันแล้วพร้อมใจกันดันตัวเฟมีลเข้าห้อง


"นี่ นี่ พวกเธอจะทำอะไรกันเหรอ"


เฟมีลเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยเมื่อคนทั้ง 4 ต่างพร้อมใจกันเปิดตู้เปิดกระเป๋าค้นเอาของอย่างเช่น
พวกเครื่องสำอางค์ เครื่องประดับของรีเนล ชุดสวยๆ ที่เซพึ่งไปซื้อมาจากย่านเสื้อผ้าของ
ดีเนโซลออกมาวางไว้บนเตียง ส่วนมอรีลก็ดันเฟมีลเข้าห้องน้ำ


"ก็ต้องแต่งตัวสิ" เสียงตอบดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
"แต่งตัวทำไม โธ่มอรีลฉันพึ่งอาบน้ำไปเมื่อเย็นนะ ไม่ต้องอาบอีกหรอก"


เฟมีลเริ่มโวยวายเมื่อเพื่อนตัวเล็กของเธอดันเธอเข้าห้องน้ำตามด้วยเครื่องอาบน้ำ ผ้าขนหนู
อะไรอีกต่างๆ มากมายของผู้หญิง


"ก็ยังไงก็ต้องไปใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นจะไปปราการซินเทลล่าทั้งทีแล้วยังเป็นการเข้าพบ
ท่านเจ้าผู้ครองรัฐอีกก็ต้องแต่งตัวแบบให้เกียรติกับสถานที่หน่อย เอาเถอะน่าเรื่องแต่งตัวให้พวกเรา
จัดการ ส่วนเรื่องคอขาดปาดตายนั่นเธอรับไป"


 รีเนลพูดเสร็จเฟมีลก็หน้าง้ำลงทำให้เพื่อนๆ หัวเราะกันใหญ่กับอารมณ์ขันของรีเนล
สุดท้ายเฟมีลเลยต้องจำยอมเข้าไปอาบน้ำใหม่แต่โดยดี


กลิ่นน้ำหอมของดอกไม้นานาพรรณจางๆ ถูกเอามาแตะตามใต้สาบเสื้อและหลังซอกคอของเฟมีล
 เฟมีลเอียงหน้าเหมือนจะรังเกียจก็ไม่ใช่จะชอบก็ไม่เชิง เพราะเธอไม่ค่อยชอบแตะน้ำหอมพวกนี้เท่าไร


 เธอคิดว่าน้ำหอมไม่เหมาะกับเธอ แต่น่าจะเหมาะกับสาวหวานอย่างมอรีลหรือไม่ก็เซมากกว่า
แต่ถึงจะขัดขืนไปตอนนี้มันก็ไม่มีประโยขน์เพราะ คนทั้ง 4 ต่างลงมือทำแบบไม่ให้เจ้าตัวเถียงเลยนี่นา


ผมยาวดำถูกรวบครึ่งหัวโดยเปียที่รีเนลถักตั้งแต่ด้านหน้ามาบรรจบกันกลางศีรษะและ
ติดด้วยกิ๊ปหนีบผมลายดอกไม้เล็กๆ ใบหน้าถูกแต่งแต้มน้อยๆ แต่เป็นธรรมชาติ


เพราะเซรู้ว่าเฟมีลน่ะเกลียดเครื่องสำอางค์ที่สุด เพียงเน้นที่ริมฝีปากให้มีสีชมพูออกมุกเท่านั้น
 อีกอย่างเธอรู้ดี แม่สาวจอมตะกละคนนี้อดไม่ได้หรอกที่จะไม่กินอะไรเธอจึงใช้สีที่คล้ายสีริมฝีปาก
ของเฟมีลที่สุดเพื่อให้เวลาลิปหลุดออกไปแล้วหน้าจะได้ดูไม่จืดลงไป


  ชุดกระโปรงสองชิ้นของเซ เฟมีลใส่ได้อย่างไม่มีปัญหา ตัวกระโปรงตัดด้วยผ้านิ่ม
ลักษณะเป็นกระโปรงบานสีขาวชายกระโปรงปักลายดอกไม้สีสดน่ารักตลอดแนว


 ส่วนเสื้อเป็นเข้ารูปคอปาดจากไหล่ถึงไหล่สีส้มอ่อน ที่คอประดับสร้อยไข่มุกขนาดพอดี
คอพร้อมต่างหูมุกเม็ดเล็กๆ ที่หู เฟมีลมักจะรู้สึกรำคาญกับพวกเครื่องประดับพวกนี้จนเซ
ต้องร้องห้ามหลายครั้งไม่ให้เธอถอดมันออก


"พวกเธอเตรียมของพวกนี้มาทุกครั้งเลยเหรอ" เฟมีลเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังเก็บข้าวของ
ที่ไมได้ใช้แล้วเข้ากระเป๋าอีกครั้ง


"ใครเขาจะเตรียมแต่ของกินอย่างเธอกันเล่า ใส่รองเท้าคู่สีชมพูนี่ก็แล้วกัน"
เซพูดขึ้นพร้อมส่งรองเท้าส้นสูงสำหรับงานราตรีใหม่เอี่ยมที่เธอซื้อมาพร้อมกับชุดนี้


 เฟมีลมองรองเท้ารัดส้นลายสานของเถาวัลย์มีดอกไม้ที่ทำจากอัญมณีสีชมพูอ่อนอยู่บนนั้น
 เฟมีลลองสวมแล้วนึกเสียวใจ...เธอยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ถ้าทำหลุดไปซักดอก เซคงว่าเอาตาย


"เฟมีลสองทุ่มครึ่งแล้วเธอไม่รีบไปเหรอ" มอรีลร้องขึ้นอย่างตื่นๆ แต่ก่อนที่เฟมีลจะพูดว่า
อะไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รีเนลเป็นคนเปิดแล้วส่งเสียงเรียกเฟมีลที่กำลังลองเดิน
ให้ชินเท้าว่า


"เฟมีล มาเถอะมีคนมารับแล้ว" เสียงที่กลั้นหัวเราะของรีเนลทำให้เฟมีลรู้สึกตะหงิดใจอย่างไรชอบกล
จนเมื่อเห็นคนที่เธอคาดโทษไว้ในใจเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วแต่งตัวซะเนี๊ยบ(ปกติก็เนี๊ยบอยู่แล้ว)
ยืนทำหน้านิ่งเธอก็รู้ทันทีว่ารีเนลกลั้นหัวเราะทำไม


"รีบไปเถอะ เดี๋ยวท่านเจ้าจะรอ" เซพูดพร้อมกับผลักให้เฟมีลก้าวออกไปอยู่นอกห้อง
"ขอให้โชคดี"


มอรีลพูดแล้วส่งยิ้มอย่างให้กำลังใจมากมาให้ ส่วนรีเนลก็ส่งรอยยิ้มพร้อมสายตา
ล้อเลียนซึ่งทำให้เฟมีลอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นใส่โดยที่เจ้าตัวทำท่าไม่รับรู้แถมปิดประตูซะอีก


เฟมีลเลยหันกลับมาสบตาคนมารับอย่างเคือง...เพราะนายนั่นแหละ เพราะนายคนเดียว
จากนั้นก็เดินนำไปเลยโดยไม่พูดไม่จา แต่สุดท้ายก็เหมือนไม่ได้เดินนำเท่าไรเพราะว่า
คนขายาวกว่าก้าวสองก้าวก็ตามเธอทันแล้ว


คนสองคนนั่งอยู่คนละมุมรถ คนหนึ่งนั่งมองอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งหันหลังให้ ถ้าคนข้างนอก
มองเข้ามาก็คงแปลกใจว่าสองคนนี้ตกลงมาด้วยกันหรือเปล่า


ดวงตาดำขลับของลีโอมองเส้นผมสีดำยาวเกือบจะเรี่ยพื้นเบาะอยู่แล้วของเด็กสาวหน้าง้ำไม่สม
กับที่แต่งตัวซะสวยเลยคนนี้อย่างอ่อนใจ...ผู้หญิงนี่ตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ


ฝ่ายคนหันหลังให้ก็มัวนึกหาเหตุผลของการกระทำของตัวเองอยู่อย่างเคร่งเครียด
อย่างแรกก็เพราะคนที่นั่งอยู่อีกฝากนั่นแหละ ทำให้เธอถูกล้ออยู่เรื่อย


แต่อีกเหตุผลที่ไม่หันไปเผชิญหน้านั้นแค่คิดหน้าก็พาลจะแดงขึ้นมาอีก สุดท้ายก็ให้เหตุผลกับตัวเองว่า
 เราไม่อยากมองหน้าเขาเพราะเหตุผลหลายอย่างโดยไม่ต้องแจงให้ตัวเองฟังหรอก


ไม่อยากมองหน้าก็คือไม่อยากมองนั่นแหละจะไปคิดมากทำไม หนึ่งคนไม่พูดเพราะโดยปกติก็ไม่พูด
อยู่แล้ว อีกหนึ่งชอบพูดแต่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง(ที่เจ้าตัวไม่อยากแจง)จึงไม่พูด
 การเดินทางสู่ปราการซินเทลล่าจึงเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ


ผู้ร่วมเดินทางทั้งสองเดินตามชายที่มารับตั้งแต่หน้าปราการอย่างสงบเสงี่ยม
ปราการซินเทลล่าถูกปลูกสร้างด้วยกรรมวิธีพิเศษอย่างที่รีเนลเคยบอก


เฟมีลมองไม่เห็นคบไฟซักดวงแต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือพื้นที่ที่ได้ยินฝีเท้าคนเดินเท่านั้นถึงจะสว่างขึ้น
ดังนั้นห่างออกไปประมาณ 4-5 เมตรทั้งทางที่เดินผ่านมาแล้วและทางที่กำลังจะเดินผ่านไปมันถึง
จะสว่าง


แต่ที่เหลือมันมืดหมดเลย ความมืดทำให้หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัวก่อน
จะกระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้คนเดินนำไปข้างหน้าได้ยินว่า


"นายเคยอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ"


ลีโอก้มลงมองคนที่ถามซึ่งตอนนี้กำลังมองซ้ายมองขวาเหมือนจะระวังอะไรอยู่
"ไม่ต้องกลัวหรอก ที่นี่แค่เงียบเท่านั้น" เสียงนิ่งเอ่ยขึ้นแต่แววตาเต็มไปด้วยความขันนั่น
ทำให้เฟมีลหงุดหงิด


"ไม่ได้กลัวหรอกน่า แค่คิดว่ามันเงียบเฉยๆ" เฟมีลเถียงเมื่อฝ่ายตรงข้ามเอ่ยเหมือนเธอกลัว
 ความจริงก็กลัวแหละ แต่เรื่องอะไรจะต้องยอมรับกับเขาด้วยเล่า


ทั้ง 3 มายืนอยู่หน้าประตูบานยักษ์ที่สลักลวดลายเหมือนจะเป็นเรื่องเล่าต่างๆ ไว้อย่างสวยงาม
เฟมีลมองเลยขึ้นไปจนคอตั้งบนบ่าเธอก็ยังไม่เห็นว่ามันสิ้นสุดตรงไหนเพราะเบื้องบนมันมืดมาก
 เสียงของชายที่เป็นคนนำทางดึงสายตาของเธอกลับมาที่บานประตูเบื้องหน้าอีกครั้ง


"ท่านเจ้ารอพวกคุณอยู่ข้างในครับ เชิญ" ประตูเปิดออกแสงสว่างจากภายในลอดออกมา
ลีโอผายมือเหมือนจะให้เฟมีลเดินนำ เฟมีลเลยจำใจเดินเข้าไปในประตูจากนั้นชายหนุ่ม
ก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังขึ้น


ชายชราผู้มีผมขาวจรดพื้นลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับการมาถึงของคนทั้งสอง ใบหน้าอันทรงปัญญา
นั้นเฟมีลมองแล้วย่อกายคำนับอย่างงดงามและอ่อนช้อยที่สุดด้วยความเลื่อมใส


ส่วนลีโอนั้นโค้งตัวก่อนจะเดินเข้าไปหาชายชราที่อ้าอ้อมแขนรออยู่ ปู่หลานสวมกอดกันอย่าง
คิดถึงก่อนที่จะเจ้าของห้องเอ่ยปากขึ้น


"หลานโตขึ้นมากจากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้กลายเป็นหนุ่มแล้วสิ" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นกับชายหนุ่ม
เฟมีลมองภาพด้วยสายตาปนชื่นชมปนอิจฉา...ก็เธอน่ะยังไม่เคยกอดคุณตาเลยซักทีนี่นา


 ความจริงเธอไม่เคยกอดใครเลย ดวงตาที่ฉายแววหมองเศร้าชั่ววินาทีก็เปลี่ยนเป็นร่าเริงทันที่
ที่เสียงของชายชราผู้กุมอำนาจรัฐเอาไว้เอ่ยขึ้น


"สวัสดี เฟมีลล่า ยินดีที่ได้พบหนู หลานสาวคนเก่งของฟามีร์"
"ขอรับแค่หลานสาวแล้วกันนะคะ เพราะถ้าไม่เก่งจริงเดี๋ยวชื่อเสียงคุณตาจะเสีย"


เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีทำให้โซลแลร์หัวเราะกับคำพูดนั้นก่อนจะผายมือเชิญให้เฟมีล
นั่งลงที่โต๊ะรับแขกที่จัดวางถ้วยน้ำชาไว้ตามจำนวนคน


เฟมีลมองน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมสำหรับใครบางคนแต่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไรสำหรับเธอนิ่งๆ
ไม่แสดงอาการอะไรออกมาเพื่อรักษามารยาท


"แนะนำตัวกันหน่อยดีกว่า ฉันโซลแลร์ อิบเซน ดำรงตำแหน่งตอนนี้ก็คือ เจ้าผู้ครองรัฐ"


 น้ำเสียงเอ่ยปนตลกของชายชราเรียกรอยยิ้มจากเฟมีลได้ดี ท่านผู้นี้แม้แต่ในยามที่พูดเล่น
ก็ยังคงความนุ่มนวล เข้มแข็งและทรงปัญญาไว้อย่างครบถ้วน สมแล้วที่เป็นคนระดับผู้นำ


"กินขนมกันก่อนดีกว่า ฉันได้ยินมาว่าหนูชอบขนมหวานมาก วันนี้เลยให้มิลิเน่เขาเตรียม
ของหวานของดินอร์ต้าไว้หลายอย่าง เข้ามาได้"


ชายแก่ท่าทางเคร่งขรึมเดินเข้ามาพร้อมกับบริวารอีก 3-4คนเดินตามหลัง ทุกคนมีถาดดินเผา
สีน้ำตาลอ่อนในมือ เมื่อขนมถูกวางบนโต๊ะลีโอก็กระชิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูชายแก่คนนั้น
ที่พยักหน้าเหมือนรับคำสั่ง


ก่อนจะทำท่าขออนุญาตหยิบถ้วยชาตรงหน้าเฟมีลออกไป เฟมีลมองหน้าลีโออย่างสงสัย
แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเพราะชายชราพูดขึ้นก่อน


"เชิญเลย ทานเสร็จแล้วเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน" ดวงตาที่เหมือนมองทะลุจิตใจคนได้ของโซลแลร์
เปล่งประกาย เฟมีลส่งยิ้มอย่างขอบคุณไปให้ก่อนจะตัดขนมตรงหน้าทานอย่างเอร็ดอร่อย
โดยไม่ขัดเขิน


ไม่นานคนเดิมที่เอาแก้วชาออกไปซึ่งเฟมีลคิดว่าเขาต้องชื่อ มิลิเน่แน่ๆ ก็เดินเข้ามาพร้อมถาด
ที่วางด้วยแก้วน้ำหวาน 3 สีแบ่งเป็นชั้น แดง เขียว ส้ม ขอบแก้วปักด้วยดอกเฟอเรียสีเหลืองอ่อน
แน่นอนแก้วน้ำหวานนั้นต้องเป็นของเธอ


"สงสัยว่าฉันจะพลาดอะไรบางอย่างเสียแล้ว ขอโทษด้วยที่ไม่ทราบว่าชอบน้ำหวานมากกว่า"


เฟมีลเอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนจะเหลือบไปมองคนที่สั่งอย่างเคืองนิดๆ หมอนี่ไม่พูดอะไรซักอย่าง
แต่ก็ทำให้ท่านเจ้ามองเธอด้วยแววตาเชิงล้อเลียนได้...ตาบ้านี่


"ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกค่ะ เพียงแต่ชอบน้อยเท่านั้น" ท่านโซลแลร์หัวเราะอีกแล้วเฟมีลก็ไม่เข้าใจ
ว่าชายชราผู้นี้อารมณ์ดีเรื่องอะไร ผิดกับหลานของเขาที่ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเท่าไร


  ตลอดเวลาที่ทานขนมชายชราชวนให้ทานนู่นทานนี่จนเฟมีลรู้สึกเหมือนได้อยู่กับคุณตาใจดี
คนหนึ่งไม่ใข่เจ้าผู้ครองรัฐผู้ทรงอำนาจ


"หนู มีเรื่องจะถามฉันใช่ไหม" คำถามตรงหระเด็นไม่อ้อมค้อมดังออกจากปากของโซลแลร์
หลังจากเวลาทานอาหารว่างจบลง เฟมีลเหลือบมองลีโอเล็กน้อยอย่างช่างใจว่าจะพูดเรื่องนี้
ต่อหน้าชายหนุ่มดีหรือไม่ แต่ถ้าไม่พูดแล้วจะไล่เขาออกไปหรือไร


"คือ...หนูอยากรู้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของหนูตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ"


แววตาสีน้ำตาลทองมองเด็กสาวอย่างอ่อนโยน เด็กสาวที่ยังไม่รู้ถึงอนาคตของตัว
เด็กสาวที่แบกภาระไว้หนักหนาเหลือเกิน จนบางทีเขาแอบคิดว่าไหล่อันบอบบางนี้จะรับไหวหรือเปล่า
 ก่อนจะตอบว่า


"ทั้งสองจะอยู่ใกล้หนูเสมอ ไม่ว่าเมื่อไร เด็กสองคนนั้นก็ยังคุ้มครองและรักหนูอยู่เสมอ"
 ดวงตาสีนิลเศร้าหมองลงก่อนจะถามต่อว่า


"ทำไมคุณปู่ถึงเกลียดคุณตาคะ ท่านโซลแลร์หนูไม่เข้าใจ คนที่ชื่อ...ซีเลสคนนั้นทำอะไรคุณปู่..."
ก่อนที่เด็กสาวจะปล่อยอารมณ์พุ่งพล่านออกมาโซลแลร์ก็เอื้อมอมือมาตบลงเบาๆ
ที่บ่าของเด็กสาวแล้วพูดขึ้นว่า


"คนที่ชื่อซีเลสไม่ได้ทำหรอกอาจเรียกว่าเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังแต่ไม่ได้ลงมือทำ


คนลงมือเป็นอีกคน อีกคนหนึ่งที่หนูน่าจะรู้จักดี...ชายผู้ที่ขโมยน้ำตาวารีไป
ชายที่เป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจแต่กลับเป็นคนโง่อย่างประหลาดเมื่ออยู่กับซีเลส...นาธาร วินเซนส์


คนคนนั้นเป็นผู้ที่คอยดึงให้คนเข้าร่วมกับซีเลสและหาวัตถุดิบในการทดลองที่ไม่น่าให้อภัยนั้น
 ในกรณีของหนู เขาเพียงใช้ข้อบาดหมางเล็กน้อยของชาร์ลกับฟามีร์มาเป็นจุดกระตุ้นทุกอย่าง..."


 เฟมีลตะลึงกับคำตอบที่ตัวเองได้รับภาพความฝันไหลวนเข้ามาในจิตสำนึกทันที...แสดงว่า
ชายในเงามืดคนนั้นต้องเป็นนายนาธารหรือไม่ก็ต้องเป็น มือขวาหรือมือซ้ายของเขาแน่ๆ
คนๆ เดียวที่หนีลอดไปจากเหตุการณ์นั้นก่อนที่คุณตาจะมาถึง เฟมีลก้มหน้าลงอย่าง
สะกดอารมณ์เต็มที่


"หนูใช่ไหมคะ...วัตถุดิบที่ว่าคือ ตัวหนูใช่ไหมคะ" เสียงกระซิบที่ออกมาจากริมฝีปากที่สั่น
ด้วยแรงอารมณ์หลายๆ อย่างปนเปเข้ามา


ดวงตาสีนิลคลอไปด้วยน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามให้มันไหลกลับลงไป กลับไปรดหัวใจให้เข้มแข็งขึ้น
กว่าเก่า เพื่อให้ตัวเองพร้อมที่จะสู้กับทุกเรื่องราว แต่เธอไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากโซลแลร์
ชายชราเพียงถอนหายใจอย่างเศร้าสลดแล้วเปลี่ยนเรื่องขึ้นว่า


"ฟามีร์ ไม่ต้องการให้หนูจำเหตุการณ์นั้นได้ ถึงได้ไม่ปลุกความทรงจำนั้นขึ้นมาอีก
เพราะฉะนั้นเขาถึงอยู่ในฐานะอะไรสำหรับหนู คงรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหม"
เฟมีลก้มหน้าลงใช้นิ้วปาดน้ำตาที่คลอออกไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบ


"ค่ะ หนูรู้แล้ว...ท่านโซลแลร์คะ พันธนาการของคุณพ่อคุณแม่จะคลายยังไงหรือคะ"
เฟมีลไม่สนใจว่าลีโอจะมองสีหน้าของเธอด้วยแววตาแบบไหน เธอไม่สนใจว่าเขาจะรู้เรื่อง
ของเธอมากหรือน้อยเพียงใด เพราะเวลานี้สิ่งเดียวที่อยากจะทำคือการทำให้พ่อแม่กลับมาหา
เธอได้อีกครั้ง


"เป็นความเคียดแค้นจนถึงที่สุดจริงๆ ของชาร์ลที่ลงมือตราพันธนาการนั้นด้วยชีวิต
เขาตั้งเงื่อนไขที่ไม่ว่าเชนเลือกฝ่ายไหนเขาก็สมใจทั้งนั้น ถ้าวันนั้นเชนเลือกหนู เฟรล่าจะต้องตรอมใจตาย
เพราะเธอจะไม่มีวันเห็นหนูอีก แต่ถ้าเชนเลือกเฟรล่าเด็กคนนั้นก็ต้องตรอมใจเหมือนกัน


 ถ้าเฟรล่าทุกข์ทรมาน คนเป็นพ่ออย่างฟามีร์ย่อมไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ถ้าจะคิดในแง่ที่ว่าชาร์ลได้
กระทำเรื่องราวที่ทำให้ฟามีร์ช้ำใจที่สุดก็นับว่าเขาทำสำเร็จแบบสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว...
แต่วันนั้นพ่อของหนูเลือกอีกทาง เลือกที่จะไม่เลือกทั้งสองฝ่าย


สองเด็กน้อยที่น่าสงสาร เขาทั้งสองรักกันแม้แต่เทพีโรเซร่ายังมิอาจล่วงรู้ได้ว่าความรักที่มีต่อกัน
นั้นมากมายเพียงใด แต่ทั้งสองกลับไม่อาจจะอยู่หรือแม้แต่มองตากันได้


หลังจากที่เชนฟื้นเขาก็หายไปจากที่พักก่อนเฟรล่าจะฟื้น เพื่อให้เธอและลูกน้อยอยู่ด้วยกัน
แต่เฟรล่าก็ใจเด็ดพอกัน เขายกหนูให้กับฟามีร์และไอริณ.."


 เรื่องเล่าทุกอย่างทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นของเฟมีลไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ
ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีดวงตาสีเศร้าโศก มีแต่ดวงตาซึ่งเหมือนกับคนล่องลอยไปที่ไหนซักแห่ง


 ลีโอมองภาพนั้นอย่างปวดใจ...เขาทำอะไรในเวลาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว แต่ก็ดีกว่า
ถ้าเธอจะไม่ฝันร้ายอีก ไม่นานแววตานั้นก็กลับใสขึ้นอีกครั้งอย่างใจสู้
มือบางรับผ้าเช็ดหน้าที่คนที่นั่งตรงข้ามส่งมาให้ หูก็ฟังคำพูดของท่าโซลแลร์ต่อ


"ขอให้หนูตั้งใจเรียนให้มาก เมื่อถึงเวลาเขาทั้งสองจะกลับมาหาหนูเอง
 เฟมีลหนูเป็นเด็กที่มีจิตใจเข้มแข็ง ขอให้หนูรักษาความเข้มแข็งนั้นไว้ เพื่อทุกๆ คน"

เฟมีลพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน เธอรู้เธอยังไม่เก่งพอ แต่เธอก็รู้อีกนั่นแหละว่าคุณตาเก่ง
ในเมื่อคุณตาบอกว่าช่วยได้คุณตาก็ต้องช่วยได้ เฟมีลเชื่ออย่างนั้น


 เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งไว้ มือบางคิดพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดคราบน้ำตา
ที่เหลือก่อนจะส่งรอยยิ้มขอบคุณอย่างจริงใจไปให้ชายชราที่ตอนนี้เธอนับถือสุดหัวใจ


"ดึกแล้วล่ะนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูต้องเดินทางกลับไปพักผ่อน แล้ววันหลังถ้ามาดีเนโซล
ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่ล่ะ ยังมีขนมอีกหลายอย่างที่หนูยังไม่ได้ลอง"


เฟมีลหัวเราะขึ้นอย่างอายๆ ที่อีกฝ่ายแซวเรื่องความชอบของเธอ เธอลุกขึ้นย่อกายคำนับ
อย่างงดงามไม่ต่างจากตอนที่มาถึง ลีโอลุกขึ้นสวมกอดชายชราอีกครั้ง


"บอกแม่ของหลานให้แวะมาเยี่ยมตาบ้าง บอกว่าถ้าเบื่อคนทางนู้นก็มากินขนมกับตาดีกว่า"


ลีโอยิ้มขึ้นอย่างที่เฟมีลคาดไม่ถึง รอยยิ้มน่ารักเหมือนเด็กชายยิ้มให้คุณตานี้เฟมีลคงไม่เชื่อว่า
คนตรงหน้าจะทำได้ถ้าไม่มาเห็นด้วยตาตัวเอง จากนั้นคนนำทางคนเดิมก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อม
กับพาเฟมีลและลีโอออกไปจากห้อง ชายชรานั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ
เมื่อเห็นเงาของใครยืนนค้ำหัวเขาอยู่


"เห็นหรือเปล่า หลานสาวของนายสวยมาก ฟามีร์" เงาปริศนาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่
หลานสาวของเขาเพิ่งลุกจากไป


"ลูกของเฟรล่าก็ต้องสวยเหมือนเฟรล่าสิ ขอบใจโซลที่ทำหน้าที่แทน" โซลแลร์สบกับดวงตาอีกคู่
ดวงตาของเพื่อนรักที่คบกันมาเกือบจะ 50 ปีแล้ว


"ไม่เป็นไร หลานนายก็เหมือนหลานฉัน ดวงตาของเด็กคนนั้นเข้มแข็งพอๆ
กับจิตใจที่บริสุทธิ์เลยทีเดียว รับรองเด็กคนนี้ไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่"
ฟามีร์พยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะพูดขึ้นเหมือนภาวนาต่ออะไรซักอย่างว่า


"เด็กคนนี้เสียอะไรไปมากมาย ขอเพียงอย่างเดียวโอกาสสุดท้ายของเรา
อย่าให้มีเฟมีลคนที่สองที่สามอีกเลย ขอให้แผนการครั้งนี้จบลงด้วยดี
อย่าให้มีเด็กที่ต้องโดนทรมานทางจิตใจอย่างเด็กคนนี้อีกเลย..."


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27683 tansuankularb (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 07:39
    555555+~~~~~~_\|~~][]{{}}###^^^####%%%%%¥*==+!!'สนุกมากกกกกกกกกกกแกก!
    #27,683
    0
  2. #27151 nemooo (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 13:37
    อืมๆๆสนุกดีอ่านต่อๆ

    #27,151
    0
  3. #26845 memory (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2552 / 12:01
    l'lkiga,u]0y'govt ( แปลได้ไหมบอกนิดเดียวอยู่บรรท้ดล่างของคีย์บรอด )

    ______________________________________________________

    ^ O ^
    #26,845
    0