SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 83 : อักษรในแสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนใหม่มาแล้วค้า~~~~


ใกล้จบภาค 2 แล้วล่ะ เหลืออีกไม่กี่ตอนแล้วนะเนี่ย น่าตกใจจริงๆ
เวลามันผ่านไปรวดเร็วมากๆ เลย


ช่วงนี้อัพบ่อย แต่อัพดึกหน่อยนะคะ เพราะกว่ากัลจะว่างนั่นก็ตอนกัลจะนอนนั่นแหละ
แบ่งเวลานอนมาอัพนะเนี่ย


เอาเป็นว่าอ่านให้สนุกนะคะ ขอตัวไปนอนก่อน


กัลฐิดา


ประกาศ ประกาศ!!!!


เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูแผนที่ไปบูธของสถาพรได้ที่นี่นะคะ

http://www.satapornbooks.com/image/webboard/2536q-map%20satapornbooks%201.jpg


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 80 อักษรในแสงจันทร์


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ปัญหาเกิดจากคนๆ นั้น...คนที่ชื่อ ซีเลส อินดิโก้คนนั้น !!!!!


รอบกายไม่มีใคร รอบกายเธอมีแต่เธอ เธอยืนอยู่เดียวดาย ไม่มีใครช่วยเหลือและไม่เหลือใคร
 ทำไมทุกคนหายไปหมด เสียงก้องอยู่นี่ใครพูด ใครกันที่พูด ปวดหัวจัง อยากกลับบ้านแล้ว
บ้าน...บ้านอยู่ที่ไหน


 เสียงสับสนวุ่นวายทำให้ความปวดระบมอยู่ในหัวรุนแรงมากขึ้น สมองของเฟมีลเริ่มพร่าเลือน
แต่ในสติที่ลางเลือนนั้นเสียงอ่อนโยนของใครบางคนทำให้สติของเธอเริ่มกลับมา


"...มองให้ดี...คิดให้ดี...ไม่ฝันร้ายแล้วนะ..."


มองดีแล้ว ช่วยเอาฉันออกไปที หรือว่า...ฉันยังมองไม่ดีเหรอ หรือว่าคนที่ผิดคือฉัน
 ฉันไม่ควรมาที่นี่งั้นเหรอ ฉันไม่ควรเกิดมา ทำไมคนที่รักฉันต้องไม่ได้อยู่กับฉัน
ทำไมฉันต้องอยู่คนเดียว...ไม่ใช่ ฉันอยู่คนเดียวเพราะมีคนรักฉัน


ฉันอยู่คนเดียวเพราะคนที่รักฉันต้องทำอย่างนั้น ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว คุณปู่ต่างหากที่อยู่คนเดียว
คุณปู่รักคุณพ่อคุณปู่ถึงไม่อยากให้ใครมาแย่งคุณพ่อไป โดยเฉพาะลูกสาวของคนที่คุณปู่เกลียด !!!!


ชีเลส คือใคร เขาต้องการเอาเราไปทำอะไร ทำไมถึงทำให้คุณปู่เดินได้
ทำไมคุณปู่ถึงร่ายพันธการสาปคุณพ่อกับคุณแม่ได้ เขาแน่ๆ เป็นเพราะเขาแน่ๆ
ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง เขาแน่ๆ...เขาแน่ๆ...เขาแน่ๆ...ต้องเป็นเขา


ร่างของเฟมีลที่กระสับกระส่ายไปมาทำให้ลีโอรีบดึงตัวเธอขึ้นวางศีรษะที่ที่ปกคลุมด้วยผมดำขลับ
ที่เริ่มจะมีประกายแดงวางไว้ที่บ่าให้ใบหน้าที่มีเหงื่อชุ่มซุกที่ซอกคอ


มือหนาโอบร่างบางพร้อมกับกุมมือเล็กเอาไว้ มือข้างที่ว่างพลางลูบไล้ผมของหญิงสาว
อย่างปลอบประโลม ไม่สนใจว่ามือที่ว่างของหญิงสาวจะกำเสื้อของเขาแน่นแค่ไหน


เสียงนุ่มพร่ำพูดคำปลอบ


เมื่อกี้นี้ ถ้ามองไม่ผิด ตัวอักษรโบราณนั่นจู่ๆ ก็พุ่งมายังร่างของเฟมีล จากนั้นเธอคนนี้ก็มี
อาการแปลกไป เหมือนมีการปลดผนึกบางอย่าง อักษรนั่น...ภาษาซินเทล....ท่านตาโซลแลร์
 ท่านคิดจะทำอะไรครับ


ร่างบางสั่นเหมือนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง จากนั้นก็เริ่มสะอื้นไม่ยอมหยุด
 ริมฝีปากกัดเม้มเข้าหากันเพราะความตึงเครียด


บางครั้งเสียงที่เปล่งออกมาเหมือนจะขอความช่วยเหลือ แล้วก็เงียบไปเหลือแต่เสียงสะอื้น
 ลีโอค่อยๆ แกะนิ้วมือที่กำเสื้อของเขาไว้แน่น แต่พอเขาแกะมือนั้นออกมือบางกับมากำมือเขา
เหมือนจะเอาเป็นหลักยึด ร่างบางสะดุ้งขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพลงขึ้น


ลีโอก็เกือบจะจับตัวของเธอไว้ไม่ทันเหมือนกันแต่เพราะเธอนั่งอยู่บนตักเขา การเคลื่อนไหว
จึงไม่เร็วอย่างที่มันควรจะเป็น ลีโอค่อยๆ รั้งร่างของเฟมีลกลับมาที่เก่าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


"ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ไม่ฝันร้ายอีกแล้วนะ" น้ำเสียงนุ่มเอ่ยพลางกอดร่างของเธอเอาไว้
ในขณะที่เฟมีลก็ซุกหน้าร้องไห้อย่างเสียขวัญ


"ไม่เป็นไรแล้ว มันจบแล้ว ตั้งสติดีๆ เราจะไม่ฝันอีก" เสียงปลอบที่พร่ำพูดอย่างนี้เสมอ
จนกระทั่งเสียงร้องไห้เงียบลง


ใบหน้านวลเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างนึกฉงน เสียงนี้เอง เสียงนี้แหละที่คอยพูดกับเธอ
ในความมืดที่น่ารังเกียจนั่น


ลีโอก้มลงมองคนที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ มือใหญ่ยกชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังเหลือคราบนั้นออก
 ใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุมด้วยเหงื่อและน้ำตาอย่างอ่อนโยน


"ทำไมนายต้องอยู่ตรงนี้เสมอ" เสียงเบาๆ ที่ปนสะอื้นถามขึ้น ทำให้ลีโอเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"ไม่รู้เหมือนกัน ง่วงนอนอีกหรือเปล่า"


เฟมีลส่ายหน้าแต่กลับซุกใบหน้าเข้าที่ซอกคอของอีกฝ่าย ใบหน้านวลมีสีแดงระเรื่อขึ้น
อย่างไม่มีเหตุผล ส่วนเจ้าของบ่าก็ไม่ว่าอะไรเพราะเขาได้ค่าตอบแทนเป็นเส้นผมที่นุ่มสลวยที่อยู่ในมือนี้


ขณะเดียวกัน


คนที่มองภาพของคนสองคนนั่งเงียบกันในรถลากนั้นด้วยสายตาเอ็นดูคือคนที่ทำการทดสอบนั่นเอง
"นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว หลานของฉันเจอเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ นายยังหัวเราะได้"


เสียงใครคนหนึ่งที่เข้ามายังห้องนี้ได้อย่างไรไม่มีใครทราบแต่ที่แน่ๆ เจ้าของห้องดูเหมือนจะ
ไม่แปลกใจอะไรเลย


"ฉันยิ้มมันก็เรื่องของฉัน แต่ที่น่าดีใจสำหรับนายคือ หลานสาวนายจิตใจเข้มแข็งมาก
เขารู้แล้วล่ะว่าใครคือตัวการของเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเขา แต่ฉันยังค้นหาจิตอาฆาตใน
ตัวเธอไม่ได้เลย มีแต่ความอยากรู้เท่านั้น เป็นจิตใจที่บริสุทธิ์จริงๆ"


ฟามีร์พยักหน้ารับด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่าภูมิใจมากแค่ไหน ดวงตาของชายชราพลันเหลือบมองภาพ
ของคนรุ่นหลานทั้ง 2


"หลานชายนายก็เก่งเหมือนกัน รู้ว่ามันคือการทดสอบไม่งั้นเขาคงลงมือขจัดตราอักษร
ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม" โซลแลร์หัวเราะขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร ไม่ว่าใครก็รู้ว่า
เด็กสาวคนนี้ผ่านการทดสอบของอิบเซนแล้ว


เสียงหัวเราะหยุดลงใบหน้าเศร้าหมองเข้ามาแทนที่ยามเมื่อทั้งสองมองหน้ากันแล้วนึกถึงเรื่องๆ
หนึ่ง...เรื่องที่นานมาแล้ว


"หากเขา..ซีเลสคนนั้น...ผ่านการทดสอบนี้ได้ เด็กสาวคนนี้คงไม่ต้องทุกข์ทรมาน....ใช่ไหม ฟามีร์"


เวลาผ่านไปไม่นานการเดินทางก็สิ้นสุดลง รถลากร่อนลงจอดบริเวณพื้นหญ้าที่กว้าง
สุดเขตหุบเขาทั้งขวาและซ้ายอย่างช้าๆ และนิ่มนวล


จากนั้นคนสองคนจึงออกเดินไปยังหลักศิลาแห่งประวัติศาสตร์ เนื่องจากอเรย์ไม่ยอมเข้าใกล้
หลักศิลานั่นโดยให้เหตุผลว่า...สัญชาตญาณบอกไม่ให้เข้าใกล้


ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้หลักศิลาพอที่จะเห็นคำสลักตวัดด้วยลวดลายงดงามอ่อนช้อย
นิยามที่ทำให้ทั่วทั้งเซวีน่าต้องสั่นสะเทือน เมื่อเฟมีลไล่สายตาลงมาตามแท่นศิลาลงมาเรื่อยๆ
 จนมาถึงบรรทัดสุดท้าย


 จากนั้นเธอก็พบร่องรอยที่จะว่าสึกกร่อนก็ไม่ใช่จะเป็นการทำลายก็ไม่เชิงปรากฏขึ้นในสายตา
 ของจริง ไม่ใช่เพียงแค่ภาพ เฟมีลคุกเข่าลงใช้มือบางลูบไปมาอย่างสงสัย
ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มที่ยืนเด่นเป็นสง่ามองไปทางป่าอย่างระวังภัย


"มีอะไรเหรอ" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะว่าชายหนุ่มตรงหน้ากลับมาเงียบขรึมเหมือนเดิม
แถมเธอรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเขามันเครียดผิดปกติ


"เธอรู้สึกไหม ป่าด้านนี้เงียบเกินไป" เฟมีลมองไปยังป่าก่อนจะส่ายหน้าตอบว่า
"ฉันไม่รู้หรอก แต่รู้ว่ามันน่าจะมีสัตว์โบราณที่ดุร้ายอยู่"


"ใช่ มันคือผู้พิทักษ์ แต่นี่ทำไมถึงได้เงียบนัก...หรือว่า..."


 ท่านตา??? ท่านจะทำอะไรอีก ทำไมถึงรู้ว่าเฟมีลจะมาที่นี่ และเธอคนนี้มาทำอะไร


"หรือว่าอะไรเหรอ" เฟมีลถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป
"ไม่มีอะไรหรอก แล้วเธอมาที่นี่ทำไมล่ะ" เฟมีลไม่ตอบเธอหันมามองส่วนฐานของหลักศิลาอีกครั้ง


"นิยามบทสุดท้ายที่หายไป...เธออยากรู้เรื่องนี้ใช่ไหม"


ใบหน้าของเฟมีลหันกลับมาจ้องคนพูดทันที ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ลีโอมองหน้าของค
นที่ดั้นด้นมาจนถึงที่นี่ก่อนจะย่อตัวลงข้างๆ เธอแล้วเอ่ยขึ้นว่า


"มันไม่ถูกทำลายหรอก แต่ถูกทำให้อ่านไม่ออกต่างหาก ดูนี่นะ"


มือหนาปาดฐานหินให้เรียบไร้หญ้าที่ขึ้นมาบดบังฐานศิลา จากนั้นเขาจึงดึงเฟมีลให้นั่งออก
มาห่างสักเล็กน้อยเพื่อให้แสงจันทร์สาดเข้ามาโดนหลักศิลาทั้งแผ่น หลักศิลาสะท้อน
แสงจันทร์ทำให้ตัวอักษรที่สลักลึกตื้นไม่เท่ากันส่องประกายระยิบระยับ


เมื่อเฟมีลไล่สายตาดูตรงส่วนที่สึกกร่อน น่าแปลกที่มันสะท้อนแสงจันทร์ลงมาที่พื้นปรากฏ
เป็นตัวอักษรประหลาดที่เฟมีลอ่านไม่ออก เสียงของลีโอจึงเอ่ยต่อว่า


"มันเป็นภาษาซินเทลโบราณ ตามหลักฐานที่ฉันเคยอ่านจากปราการซินเทลล่า
 นิยามบทนี้ถูกสลักขึ้นหลังจากสลักนิยามทั้ง 5 บทไปแล้ว และด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง
จึงต้องสลักโดยวิธีนี้


"มันอ่านว่าอะไรเหรอ นิยามบทสุดท้ายเนี่ย นายรู้ไหม"
"รู้ แต่ที่อยากรู้มากกว่าคือ ทำไมเธอถึงอยากรู้"

 เฟมีลเบือนหน้าหลบสายตาดำเข้มที่จ้องมาอย่างต้องการคำตอบก่อนจะหันกลับเหมือน
ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว


"ฉันก็แค่อยากรู้ว่า ชีเลส อินดิโก้คนนั้นเป็นใคร มาจากไหน ถ้านิยามแห่งแผ่นดินบทสุดท้ายกล่าวถึงเขา
 ฉันก็อยากจะรู้ว่าคนๆ นี้เป็นยังไง และถ้าเป็นอย่างที่ท่านคูมีบอก เขากลับมาจากอดีตเพื่อทวง
หาอะไรซักอย่าง ฉันก็อยากจะรู้ว่าเขาจะทวงอะไร จากใคร"  ลีโอมองดวงตาที่วาวขึ้นอย่าง
มาดมั่นก่อนจะตอบว่า


"ใช่เขามาจากอดีต เขามาทวงของอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถจะให้ได้ ฉันไม่รู้ว่าเขาดำเนินการอะไร
แต่ที่รู้คือ นิยามบทสุดท้ายแทบจะไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับเขา ฟังอย่างนี้แล้วเธอยังอยากรู้อีกไหม"
เฟมีลพยักหน้า ลีโอจึงเอ่ยบทนิยามที่สูญหายขึ้นมา


"อัจราหรดีอันมืดมิด               ถูกปกปิดความจริงจนเหมือนฝัน
ยามความมืดและดวงไฟบรรจบพลัน    จากความฝันกลับสู่ความเป็นจริง"


ดวงตาสีนิลที่จับจ้องดวงหน้านวลที่เหมือนล่องลอยไปยังที่ใดเขาไม่อาจรู้ได้ ยามเมื่อฟังคำนิยาม


ความ...จริงจะต้องปรากฎ คุณปู่ ! คุณปู่หมายถึงเขาหรือเปล่า แต่จากนิยามดูเหมือน
ว่านายซีเลสคนนี้ไม่น่าจะเป็นคนเลวร้ายได้เลย



"เฟมีล...เฟมีล" เสียงเรียกจากไหนที่ไกลแสนไกล แววตาสีนิลของหญิงสาวกลับส่องแววสดใสอีกครั้ง
 แต่ใบหน้าของคนตรงหน้ากลับเครียดผิดวิสัย


"สงสัยว่า...เราจะเจอเจ้าถิ่นเข้าแล้วล่ะ" ลีโอออกวิ่งก่อนพร้อมกับฉุดร่างของเฟมีลปลิวตามเขาไปด้วย
 เฟมีลหันหลังกลับไปมอง ใบหน้านวลซีดลงทันที


ดวงตาสีทองของลีโอน่าหลายสิบตัว ดวงตาที่ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนกับตัวที่ทำลายห้องรับแขก
ของเธอเมื่อปีที่แล้ว นี่คือดวงตาของสัตว์ซึ่งดุร้ายที่สุดในป่า
สัตว์ที่มีสายพันธุ์เดียวกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์...ลีโอน่า!!!~


"มันมาได้ไงล่ะเนี่ย" เฟมีลตะโกนถามไปวิ่งไป
"ก็นี่แหละสิ่งที่ทำให้ป่าทั้งป่าเงียบ สัตว์อื่นๆ จะหนีหมดถ้ามีการประชุมเผ่าลีโอน่า"


ลีโออธิบายพลางกระโดดหลบขอนไม้ที่วางอยู่กับพื้น เฟมีลไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาวิ่งหนีตัว
ลีโอน่าเอาตอนนี้ ตอนแรกที่เดินมามันก็สบายดีหรอก แต่ขากลับนี่มัน...ทำไมทางมันไกลจัง


เสียงคำรามที่ดังไล่หลังมา ตามด้วยความเสียววาบที่กลางหลัง


 แคว้ก!!!!!!


เสียงเสื้อด้านหลังโดนกรงเล็บ เฟมีลที่หันกลับไปดูก็สะดุดกิ่งไม้บนพื้นหน้าคะมำทันที
 ดีที่ลีโอคว้าตัวเฟมีลขึ้นมาทันพร้อมทั้งกระโดดหลบกรงเล็บที่ตะปบพลาดลงมาบนพื้น


 ลีโอน่าหลายตัววิ่งขึ้นนำไปล้อมทางข้างหน้าไว้ส่วนอีกหลายตัวก็วิ่งล้อมด้านข้าง
 ความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นที่กลางหลังทำให้เฟมีลร้องซี๊ดขึ้น ดวงตาสีนิลของลีโอจึงตวัด
ลงมองแผ่นหลังขาวนวลที่เปื้อนไปด้วยเลือดอย่างตกตะลึง


"เฟมีล..หลังเธอ.." เด็กสาวส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่มือบางที่กำเสื้อเขาไว้แน่น
บ่งบอกได้ว่าคงเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว ดวงตาสียามค่ำคืนของลีโอเปล่งประกายสีทองทันที


ลีโอน่าหนุ่มตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาคนทั้งสองอย่างดุร้าย แต่เพียงลีโอกางมือขึ้นแล้วหันมาทางเจ้าตัวนั้น
 ร่างสูงใหญ่ของลีโอน่าก็หยุดค้างกลางอากาศเหมือนมันโดนจับแขวนบนลวดที่มองไม่เห็น


ก่อนที่จะลอยละลิ่วไปชนกับต้นใหญ่เสียงดังสนั่นป่า เสียงแหบห้าวที่เฟมีลไม่เคยได้ยินจาก
ปากของคนที่อุ้มเธออยู่ก็ดังขึ้น


"...เหล่าพวกพ้องทั้งหลาย จงถอยออกไป อย่าทำให้ข้าโกรธไปมากกว่านี้..."


เฟมีลฟังไม่ออกว่าลีโอพูดอะไรกับลีโอน่าพวกนั้น แต่เธอรู้ว่ามันคงเป็นการออกคำสั่งอย่างหนึ่ง
เพราะเสียงที่ทรงอำนาจนี้ไม่น่าจะเป็นเสียงขอร้องเขาเลยนี่นา


ลีโอน่าที่ท่าทางจะเป็นหัวหน้าก้าวออกมาจากกลุ่มอย่างสง่างาม มายืนเบื้องหน้าลีโอก่อน
จะโน้มกายเหมือนจะคำนับเพียงเล็กน้อยแล้วจึงส่งเสียงร้องดังก้องไปทั่วป่า
ร่างของลีโอน่าหลายสิบตัวก็กระโดดหายไปในความมืด


"ทำไมมันไปแล้วล่ะ" เสียงระโหยพูดขึ้น มือเกร็งขึ้นเพื่อกลั้นความเจ็บปวดเมื่อลีโอฉีกเสื้อที่ขาด
ของเฟมีลมาซับเลือดบนหลังอย่างเบามือ...


เพิ่งหายป่วยแท้ๆ ยังต้องมาเสียเลือดอีก


ร่างของลีโอวิ่งฝ่าความมืดจนไปถึงที่อเรย์จอดอยู่ จากนั้นก็สั่งให้อเรย์ออกตัวขึ้นทันที
รถลากทะยานขึ้นท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจางหายไปกับแสงจันทร์อย่างช้าๆ


เสียงหอบหายใจของคนสองคนดังไปทั่วห้องโดยสาร ลีโอใช้หลังพิงพนักที่บุด้วยนวมนิ่ม
และวางศีรษะของเฟมีลให้พาดอยู่ที่ไหล่เขา สายตาก้มมองเลือดที่ไหลซึมออกมาจนทำให้
ผ้าที่ซับเลือดแดงฉาน


"อเรย์ในรถมีฟารีน่า* ไหม"


(* สมุนไพรสีเหลืองชนิดหนึ่ง เป็นส่วนประกอบในการใช้พฤกษาเวทรักษาแผล สรรพคุณคือ
หยุดเลือด ฆ่าเชื้อ และสมานแผลไร้ริ้วรอย)


"ปุ่มสีขาวด้านขวา อยู่ในช่องสมุนไพรครับ" ลีโอไปกดปุ่มสีขาวที่อยู่ไม่ไกลจากเขาแล้ว
หยิบสิ่งที่ต้องการออกมา แต่พอจะลงมือรักษาคนที่คิดว่าเหนื่อยจนหมดแรงกลับดิ้นหนีเบาๆ


"ทำไม"
"ไม่เอา ป้าเฟบอกว่าใช้แล้วจะแสบ" เสียงเถียงดังขึ้นพร้อมทั้งพยายามดันตัวขึ้นทำให้ลีโอหัวเราะเบาๆ


"แล้วจะปล่อยให้เลือดโชกอย่างนี้เหรอ เดี๋ยวพวกมอรีลก็สงสัยหรอก" คนที่ขยับตัวหนีหยุดนิ่งทันที
ก่อนจะร้องขึ้นเพราะคนที่หัวเราะเมื่อกี้แอบป้ายยาลงบนแผลแบบไม่ทันให้ตั้งตัว


 เฟมีลดิ้นแต่ก็ดิ้นไม่ได้มากเพราะลีโอใช้มืออีกข้างดึงร่างที่ไม่ต้องการทนต่อความเจ็บปวด
เข้าซุกที่ซอกคอ มือบางทุบลงที่กลางหลังเขาเหมือนจะประท้วงก่อนที่จะกำสองมือที่เสื้อ
ของเขาไว้แน่นเพื่อให้ความเจ็บปวดผ่อนคลายลงบ้าง


"ตาบ้า ตาบ้า เจ็บนะ เอามันออกไป" เสียงร้องโวยวายดังขึ้นอย่างประท้วงไม่อยากรับความเจ็บปวด
นี้แต่คนที่กำลังทำการรักษากลับนิ่งเฉยต่อคำเรียกร้องนั้น


"โอ๊ย!!! มันเจ็บนะ ทำเบาๆ หน่อยสิ" เมื่อขอร้องไม่ได้ผลก็กลายเป็นสั่งทันที
ดวงตาสีนิลมองแสงสีเหลืองนวลที่ปล่อยออกจากมือเขาค่อยๆ ไหลซึมเข้าไปในตัวยาที่กลางหลัง
อย่างใจจดใจจ่อ ความเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้เขายิ่งเร่งมือรักษาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้


แสงเหลืองนวลจางหายไป รอยแผลที่เป็นทางยาวหลายนิ้วก็หายไปด้วย ผิวพรรณสีขาวนวลของ
อีกฝ่ายเข้ามาแทนที่หลงเหลือเพียงสิ่งเตือนให้ผู้รักษาเห็นคือคราบเลือดตามชายผ้าที่ถูกฉีกออก


 ชายหนุ่มเบือนหน้าไปหยิบผ้าห่มขนสัตว์ข้างๆ มาหุ้มตัวของหญิงสาวเอาไว้ ช้อนตัวของเฟมีล
ขึ้นเล็กน้อยก่อนจะวางลงบนโซฟาบุตัวยาวตัวเดียวกับที่เขานั่ง เสียงตัดพ้อปนสะอื้นดังขึ้นเมื่อ
อีกฝ่ายขยับตัวไม่ให้หลังโดนกับอะไร


"คนโรคจิต ชอบเห็นคนอื่นเขาเจ็บตัว"


 ตาบ้าเอ้ย เจ็บจะตายไม่เห็นหรอไง แทนที่จะบอกให้เตรียมใจก่อน


ลีโอมองคนที่นอนตะแคงโดยเอาตักเขาเป็นหมอนสบายแล้วยังไม่วายว่าคนรักษาให้อีก
 มือหนาลูบผมเธอเบาอย่างปลอบประโลมเหมือนจะขอโทษแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา
สุดท้ายก็ได้แต่เงียบไปทั้งคู่


"นายรู้นิยามบทสุดท้ายได้ยังไง" น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นทำลายความเงียบขึ้น
"ความซนของเด็กกับความอยากรู้ที่ไม่มีขอบเขต"


เฟมีลพลิกตัวอย่างระมัดระวังหลังเล็กน้อย ดวงตาสีดำใสมองหน้าคนที่พูดคำว่า 'เด็ก'
ออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะเฟมีลนึกไม่ออกว่าคนตรงหน้าเวลาที่เป็นเด็กหน้าตาจะเป็นยังไง


"นายว่านิยามบทสุดท้ายคนสลักเขาคิดอะไรอยู่" ลีโอมองผมที่สยายอยู่เต็มตักเขาตอนนี้
มือหนาช่วยจัดให้มันเข้ารูปเข้ารอยพลางตอบคำถามว่า


"ไม่รู้สิ แต่ฉันคิดว่า เขาไม่น่าจะหมายรวมอย่างที่ 5 บทแรกทำ มันน่าจะมีเงื่อนงำอะไร
ซักอย่างที่เรายังไม่รู้ ต้องรอต่อไปแล้วเงื่อนบางอย่างจะคลายเอง" เฟมีลพยักหน้าเบาๆ


"ตอนเด็กๆ นายอยู่ที่ปราการซินเทลล่าเหรอ"
"ใช่ อยู่ถึง 6 ขวบแล้วก็ไปอีกหลายที่"


"งั้นนายก็ได้อ่านอะไรพวกนี้เยอะแยะน่ะสิ" ลีโอพยักหน้าพลางมองใบหน้าแดง
และดวงตาที่ซึมลงอย่างสงสัย จึงยื่นมือขึ้นอังที่หน้าผาก คนที่นอนอยู่ก็ไม่ได้ปัดมือเขา
อย่างที่มันควรจะเป็น


"เหนื่อยจังเลย..." เสียงระโหยและไอความร้อนที่ส่งผ่านมาของอีกฝ่ายทำให้ลีโอรู้ทันทีว่า
เด็กสาวกำลังมีไข้ ชายหนุ่มขยับกดปุ่มที่เก็บยาอีกครั้งหยิบยาลดไข้และกดปุ่มสีฟ้ารับแก้วน้ำ
ในถาดเงินที่ยื่นออกมาให้


จากนั้นก็ประคองร่างที่เพลียเพราะพิษไข้ให้กินยา ก่อนจะขยับผ้าห่มให้คลุมร่างของเฟมีล
มากขึ้น ดวงตาสีนิลที่ไม่สดใสเหมือนเดิมลืมตาขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยินว่า


"ขอบใจ..ขอบใจทุกวันที่อยู่เป็นเพื่อน" ลีโอส่ายหน้าเบาๆ เหมือนจะบอกว่าไม่เป็นไร


มือหนาลูบหัวเฟมีลเบาๆ เหมือนจะบอกให้เธอพักผ่อนได้แล้ว เด็กสาวใช้หัวดันมือเขาเหมือนจะเป็นการ
เรียกให้อีกฝ่ายก้มลงมาสนใจตน แล้วพูดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายก้มลงมาใกล้จนได้ยินเสียงแหบๆ ของเธอ


"นาย...น่ะ เป็น...อย่างนี้ประจำ..." เสียงที่เบาลงเรื่อยๆ เพราะคนพูดเริ่มจะไม่มีสติอยู่แล้วสุดท้าย
เสียงก็หายไป ลีโอมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ภาพร้องไห้เด็กหญิงผมสีเพลิงเข้าทาบทับ
ในความคิด เสียงร้องไห้ที่ไม่ต่างจากตอนนี้เท่าไร...เสียงที่ก้องในความทรงจำของเขา 


จะไม่แกล้งจริงๆ นะ จริง...สัญญา จะไม่ทำให้ร้องไห้


"แต่ก็ช่วยเวลาเธอร้องไห้ไม่ได้ซักครั้ง ไม่ใช่เหรอ"


ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองเบาๆ อเรย์คงความเร็วไว้เหมือนขามา ในที่สุดก่อนรุ่งสางรถลากก็มาถึงที่พัก
ลีโอคลายเวทเมื่ออเรย์เข้าโรงรถลากแล้ว ส่วนเขาก็พาร่างที่ซมเพราะพิษไข้ของเฟมีลขึ้นที่พัก


อาคารที่พักของชั้นgesternค่อนข้างเงียบ เพราะมันจะเช้าแล้วและคนส่วนใหญ่ไปเที่ยว
ปราการซินเทลล่าด้วย ในห้องของเฟมีลปราศจากคนอยู่


 เตียงที่เย็นเพราะตากลมมาเกือบทั้งคืนทำให้ร่างของเฟมีลที่ลีโอพึ่งวางลงขดตัวเพราะความหนาว
ก่อนจะนิ่งไปเพราะไออุ่นจากผ้าห่มที่ทับเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง


ใบหน้านวลแดงเพราะพิษไข้ ชายหนุ่มมองภาพนั้นอย่างชั่งใจก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
และออกมาพร้อมกับอ่างกระเบื้องและผ้าขนหนูสีขาว


เฟมีลนอนกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้ทั้งคืน ความฝัน คำนิยาม แสงสีแดง ร่างของคุณปู่
เสียงเด็กน้อยร้องไห้ผสมปนเปไปหมด สติสุดท้ายหลุดลอยพร้อมกับเสียงปลอบโยนของใครบางคน
 เสียงที่ทำให้โลกที่เธอกำลังผจญอยู่นี่ดูเงียบสงบและ...ถึงเวลาพักผ่อนเสียที


"ไม่เป็นไรนะ ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก...อย่าร้องไห้อีกเลย"


กลิ่นแดด เสียงนกร้องจากที่ไกล เสียงกิ่งไม้ที่โดนลมพัด เฟมีลค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะหลับลง
เพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามา เฟมีลรู้สึกล้าๆ อย่างไรพิกล รู้สึกเหมือนตัวเองนอนหลับไปนานมาก
นอนหลับสนิทอย่างที่ไม่ได้ทำมาตลอดเดือนสองเดือนที่ผ่านมา


เมื่อคืนนี้...ตัวลีโอน่ามัน !!!...


เฟมีลผุดตัวขึ้นความเย็นวาบที่กลางหลังทำให้เธอรู้ว่าที่เธอคิดนั้นเป็นเรื่องจริง
มือบางลูบแผ่นหลังของตัวเองอย่างเบามือเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนกับแผล...


แปลก ไม่เจ็บแล้ว แผลก็ไม่มี...ใช่แล้วล่ะ นายแมวนั่น...


สายตาหันไปมองรอบๆ ตัว ห้องของเธอยังเหมือนเดิม สิ่งที่ผิดปกติเพียงอย่างเดียวคือ
อ่างกระเบื้องและผ้าขนหนูสีขาวที่พาดอยู่ปากอ่าง...เมื่อคืนเธอคงไข้ขึ้น...แล้วคนที่พยาบาล
ก็คงเป็นตานั่นล่ะสิ


เฟมีลเลิกผ้าห่มพร้อมทั้งขยับตัวลงจากเตียง ร่างบางเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น