SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 82 : การทดสอบของอิบเซน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 สวัสดีคุณวันพุธนะคะ


ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ นี่ก็กลางอาทิตย์แล้ว เพื่อนๆ เป็นยังไงบ้าง
ส่วนกัลก็ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ เพราะกำลังคิดถึงวันหยุดที่รออยู่ข้างหน้า
และรอคอยมันอย่างใจจดใจ่อ


วันนี้พอจะมีเวลาว่างเลยเอาตอนใหม่มาให้เพื่อนๆ อ่านกัน ตอนนี้เฟมีลของเราก็ต้อง
รับบทหนักอีกแล้ว อ่านแล้วเป็นไงบอกกัลนะคะ อยากรู้จริงๆ เลยว่า นางเอกของเรา
จะเรียกคะแนนสงสารจากคนอ่านได้มากแค่ไหน


กัลฐิดา


ปล. คงไม่ว่ากัลว่าแกล้งนางเอกหรอกนะคะ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 79 การทดสอบของอิบเซน


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


"เมื่อคืนเฟมีลออกมาเดินเล่นแล้วละเมอไปนอนที่โซฟาในห้องนั่งเล่นงั้นเหรอ !!!"


 เสียงพูดปนขบขันของรีเนลทำให้เจ้าของชื่อหน้ามุ่ยปนแดงๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ
พลางใช้สายตาไปมองคนต้นเหตุที่นั่งห่างออกไปอย่างเคืองๆ แต่คิดในอีกทาง
ถ้าใครมาเห็นภาพเมื่อคืนอายเขาตาย


"ใช่ๆ ตอนฉันตื่นมาไม่เห็นเฟมีลฉันก็แปลกใจ ซักพักฉันเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น
เห็นคุณเธอนอนอย่างมีความสุขอยู่บนโซฟา เฮ้อ ผ้าห่มพร้อมด้วยนะ"
เซพูดไปหัวเราะทำให้คนที่ตั้งใจว่าจะอดทน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว


"อย่าหัวเราะกันได้ไหมเล่า คนยิ่งเขินๆ อยู่ แล้วพวกเธอไม่เคยละเมอหรือไง"
"เคย แต่ไม่เคยไปไกลอย่างนั้น แถมไม่รู้ตัวเลยรึไง หลับเข้าไปได้" รีเนลเถียงขึ้นมา


"ก็..ก็ คนมันง่วงนี่นา ไม่รู้หรอก นอนก็คือนอน กินข้าวเถอะน่า เดี๋ยวมาสเตอร์ก็เรียกรวมแล้ว"
เฟมีลตอบแบบเลี่ยงๆ แล้วเสพูดเรื่องอื่นแทน จากนั้นที่โต๊ะอาหารก็เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยตาม
ประสาคนช่างคุยอย่างรีเนลที่หาข่าวมาเพื่อนให้ฟังกันทุกเช้า


การทัศนศึกษาในวันนี้เริ่มต้นที่ฟาร์มทิงเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในดีเนโซล...เมืองหลวงของดินอร์ต้า
คณะเดินทางเคลื่อนตัวลดระดับตามถนนอากาศที่คนมองไม่เห็น


สัตว์พาหนะลดระดับลงมายังผืนดินที่ถูกล้อมรอบโดยหุบเขาและป่าชื้น ต่อจากนั้นก็เดินทางเข้าไป
ในป่าลึกอีกประมาณ 30 นาที เบื้องหน้าปรากฏป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนว่า


 "ยินดีต้อนรับสู่ แคนเจอร่า"


รถลากผ่านประตูใหญ่แล้วไปจอดอยู่ที่หน้าอาคารดินหลังสูง ชายกลางคนท่าทางใจดีออกมา
ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง


"มากันแล้ว มากันแล้ว มาเลยเด็กๆ สวัสดีราสเอล กลุ่มนี้กลุ่มสุดท้ายของปีนี้แล้วสินะ"
มาสเตอร์ราสเอลก้มหัวเคารพคนที่อายุมากกว่าก่อนจะพยักหน้ารับคำพูดนั้น


"ครับ คุณเจอร่า ยังไงวันนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย"
"ได้ ได้ มาเร็วเด็กๆ ฟาร์มแคนเจอร่ายินดีต้องรับ ทุกคนขึ้นไปนั่งบนรถรางนั่นเลย
เดี๋ยวเราจะไปชมฟาร์มที่ฉันภาคภูมิใจกัน"


น้ำเสียงของคุณลุงใจดีทำให้เด็กๆ ทำตามอย่างว่าง่ายเมื่อทุกคนประจำที่เรียบร้อยแล้วรถราง
ก็เริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปตามรางที่จัดทำไว้เป็นอย่างดี เสียงตามสายที่ดังขึ้นเพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ
ที่รถรางผ่านเป็นเสียงที่นุ่มนวลน่าฟังอีกทั้งฟาร์นี้ก็จัดไว้อย่างสวยงามชวนให้เพลิดเพลิน


"นี่ รีเนล เคยอ่านบทความที่ว่าหลักศิลาเอติครอสถูกทำลายหรือเปล่า" เฟมีลเอ่ยถามขึ้นขณะที่
รถรางกำลังเคลื่อนเปลี่ยนจากรถรางเป็นกระเช้าลอยฟ้า รีเนลขมวดคิ้วอย่างคิดหนัก
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอย่างนึกออกว่า


"เคย ที่เขาว่าหลักศิลาเอติครอสน่ะไม่ได้มีนิยามแค่ 5 บทใช่ไหม"
"อื้อ" เฟมีลพูดพร้อมพยักหน้าอย่างลุ้นๆ หลายครั้งก่อนที่ใจพองโตจะแฟบลง


"แต่ไม่ได้อ่านจริงจังอะไรนะ อ่านแค่ผ่านๆ เท่านั้นเองล่ะ เฟมีล มีอะไรเหรอ"
"เปล่าหรอกจ้ะ ไม่มีอะไร แล้วที่หุบเขาโลเซียเช่เนี่ยมีคน อืม คนคอยเฝ้าหรือเปล่า"


คนโดนถามก็นึกว่าคนถามเพียงแค่อยากรู้ขึ้นมาเฉยๆ เลยตอบโดยไม่นึกเฉลียวใจว่าเฟมีล
วันนี้ถามอะไรแปลกๆ


"ไม่มีหรอก เคยได้ยินว่าแถวนั้นอันตรายมาก เพราะเป็นเขตสัตว์โบราณต้องคนระดับจอมเวทพสุธา
เท่านั้นแหละ ถึงจะไปถึงรอดปลอดภัย ทำไมอยากไปเหรอ"


"เป..เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากรู้น่ะ นู้นดูสิ ทิงเจอร์ตัวนั้นคล้ายอเรย์จังเลย"
พูดพลางชี้สิ่งที่เห็นอย่างร่างเริงทำให้รีเนลเลิกคิดจะหาคำตอบจากเพื่อนข้างๆ


ไม่มีคนเฝ้างั้นเหรอ


หลังจากวันแรกทุกคนได้เที่ยวชมฟาร์มทิงเจอร์แล้ว มาสเตอร์ก็พาไปเยี่ยมชมหลายสถานที่
พร้อมทั้งให้เกล็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปด้วยนับว่าการเดินทางมาดีเนโซล


เป็นการเดินทางที่ไม่ลำบากนักเหมือนทุกรัฐที่ผ่านมา คงมีแต่เฟมีลเท่านั้นที่บางครั้งก็ดู
เหมือนจะร่าเริงบางครั้งก็ดูเหมือนจะเงียบขรึม


คนที่สังเกตเห็นคนแรกคงจะเป็นมอรีลแต่เธอก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเฟมีลเป็นเด็กธาตุไฟ
การที่ต้องมาอยู่ในรัฐที่มีธาตุดินเป็นหลักอย่างนี้ก็คงจะมีอาการหดหู่กันบ้าง ความสงสัยจึงหลุดลอยไป


"อีก 2 วันที่เหลือ ผมจะให้พวกคุณเที่ยวชมที่นี่ตามสบาย แต่ขอให้อยู่แต่ในดีเนโซลเท่านั้น
 ห้ามออกไปเมืองข้างๆ เด็ดขาด ที่นี่เป็นเมืองการศึกษาหากใครอยากจะเข้าไปเยี่ยมชมปราการซินเทลล่า
ให้มาลงชื่อที่คุณชาลี แล้วสองวันที่เหลือ เราจะไปชมและพักในหอพักของซินเทลล่ากัน"


พอมาสเตอร์พูดเสร็จก็มีคนวิ่งมาลงรายชื่อทันทีสียงบอกตะโกนให้ชาลีลงชื่อให้กันยกใหญ่
"พวกเราไปกันเถอะ ได้พักในปราการเชียวน้า" รีเนลพูดขึ้นก่อนจะวิ่งไปลงชื่อให้เพื่อน
มอรีลจึงหันมาส่งยิ้มอย่างดีใจกับเฟมีลว่า


"ที่นั่นถ้าไม่ได้เป็นนักศึกษาเขาไม่ให้พักหรอกนะ" เฟมีลยิ้มตอบก่อนจะพูดว่า
"เอ่อ มอรีล พรุ่งนี้ฉันอยากนอนพักซักหน่อยน่ะ เพราะฉะนั้นฉัน..."


มอรีลสังเกตสีหน้าของเพื่อนสาวก็รู้ว่าพักนี้เฟมีลผอมลง ไม่ได้ผอมอย่าวฮวบฮาบแต่ยังไงก็ผอมลง
ทั้งๆ ที่ก็กินปกติ ใบหน้านวลก็ซีดเหมือนคนนอนไม่พอ


ทั้งๆ ที่นอนเวลาเดิมไม่ได้อดนอน แถมหลับอย่างรวดเร็วกว่าปกติด้วยซ้ำ มือเล็กของมอรีล
ยกขึ้นอังศีรษะของเฟมีลก่อนจะอุทานขึ้นว่า


"ตายแล้ว เฟมีล เธอไม่สบายนี่" เซและลอลินหันขวับมาทันทีก่อนจะรุมเด็กสาวที่ส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้
"ไม่เป็นไรหรอก อาจจะเพราะที่นี่มัน...เอ่อ ค่อนข้างจะไม่ถูกกับฉัน ก็เลยไม่สบายนิดหน่อย
พักซักหน่อยก็ดีเอง เพราะอย่างนี้เลยขอบายเที่ยวพรุ่งนี้แล้วกันนะ" รีเนลที่วิ่งกลับมาเห็นเพื่อน
สามคนล้อมเฟมีลจึงถามเอ่ยติดตลกว่า


"แม้แต่สัตว์ประหลาดก็ป่วยเป็น" เฟมีลเลยแกล้งยิงฟันใส่ก่อนจะหอบหายใจเหมือนคนเป็นไข้
รีเนลจึงพูดขึ้นว่า


"งั้นเดี๋ยวฉันไปถอนรายชื่อเธอก่อนแล้วกัน"
"รีเนลฉัน..." มอรีลเอ่ยขึ้นแต่เฟมีลเอ่ยท้วงขึ้นว่า


"ไม่ต้องหรอกน่ามอรีล ไปเถอะ แค่วันเดียวเดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆ ฉันก็ดีขึ้นเองแหละ นะ อย่าห่วงเลย"
มอรีลทำท่าจะเถียงแต่เห็นเฟมีลยืนยันแข็งขันเธอจึงไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก
ก่อนจะเดินไปหาพี่จอมเวทผู้ช่วยเพื่อขอยาลดไข้ แล้วพาเฟมีลเข้าห้องพักไปก่อน


ดวงตาสีนิลพลันลืมขึ้นอย่างตื่นตระหนกกลางดึกเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
เสียงหายใจแผ่วเบาของเพื่อนทำให้เธอรู้ว่าเพื่อนของเธอหลับสนิท ร่างบางค่อยๆ
ลุกขึ้นล้วงบางสิ่งบางอย่างออกมาจากใต้หมอนก่อนจะค่อยๆ ย่องออกจากห้องไป


"ตอนเย็นมีไข้อยู่ดีๆ ทำไมตกดึกมานั่งตากลมอยู่แถวนี้" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหู
ทำให้ใบหน้าซับพิษไข้หันมามองอย่างตกใจเพราะคนที่มาเงียบๆ ไม่ได้แค่พูดแต่มือหนาที่กำลัง
ทาบหน้าผากเพื่อตรวจดูไข้ของคนป่วยด้วยสีหน้านิ่งๆ


"ไข้ยังไม่ลดเลยนะ เพราะชอบออกมานั่งตากลมในอากาศชื้นๆ อย่างนี้น่ะสิ"
เฟมีลผละหน้าออกจากมือที่อังหน้าผาก ก่อนจะเก็บรวบแผนที่ขนาดใหญ่ออกจากโต๊ะรับแขก
เอามาไว้ในมือแล้วลุกขึ้นตั้งใจจะเดินกลับห้องแต่ก็ต้องชะงักแล้วหันกลับมาสบดวงตาสีนิล
อีกคู่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายซึ่งล้มตัวลงนั่งที่โซฟาพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า


"คืนนี้ก็เป็นแบบนั้นอีกแล้ว...ใช่ไหม" ดวงตาสองคู่มองนิ่งก่อนที่ฝ่ายหญิงจะหลบสายตา
แล้วนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มแล้วพูดขึ้นว่า


"ถ้าฉันฆ่าคนตาย นายจะว่าไง" 
"แล้วถ้าฉันฆ่าคนตาย เธอจะคิดยังไง" น้ำเสียงนิ่งๆ ถามกลับ เฟมีลนั่งเงียบก่อนจะพูดเสียง
กลั้นสะอื้นว่า


"แล้วถ้านายต้องเห็นภาพนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านายจะทำยัง.." เสียงที่ไม่อาจจะเปล่งออกมา
เพราะพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว ในเมื่อเธอตัดสินใจหาความจริงให้ได้
 ว่าเพราะใครถึงทำให้ครอบครัวเธอเป็นอย่างนี้...เพราะใคร


"ฉันเห็นภาพนั้นอยู่แล้ว"


ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาหันควับมาทางคนพูดทันที ดวงตาสีนิลเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
 ดวงตาที่ตายแล้ว...ไร้ความรู้สึก...ไร้จิตใจ


น้ำตาที่คลอหน่วยค่อยๆ ไหลลงมาอย่างสุดกลั้น มือหนายกขึ้นปาดอย่างทนุถนอมผิดกับสายตาเมื่อกี้
เฟมีลส่ายหน้าเบาๆ ดึงตัวขืนไว้ ก่อนจะยอมให้คนตรงหน้าดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด...
เหมือนทุกคืนที่ซับน้ำตานี้


"ไม่เป็นไร มันไม่หายไปไหน แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้ ยอมรับมันและมองเข้าไปในนั้นว่า
อะไรทำให้เกิดเรื่องอย่างนั้น จากนั้นก็ตัดมันทิ้งซะ อย่าให้มันเกิดอีก เท่านั้น...ฝันร้ายก็จะหายไป"


น้ำเสียงอ่อนโยนดังข้างหู ความเย็นจากคนที่กอดเธออยู่เหมือนจะช่วยลดพิษไข้นี้ลงไปอย่างมาก
มือเบาที่ลูบผมเธอเล่นทุกคืนทำให้เฟมีลสบายใจและค่อยๆ หลับตาลงจากนั้นไม่นานลีโอก็ได้ยิน
เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย


เสียงถอนหายใจที่ถอนอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนที่แนบอกเขาอยู่ตอนนี้ตื่นขึ้น
ดวงตาที่ใครหลายคนรู้จักเขามักบอกว่า...อ่านยาก กำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง


"คนตายงั้นเหรอ..."


จริงสินะ...เด็กธาตุย่อมผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้วทุกคน...เธอคนนี้ก็คงไม่มีข้อยกเว้น...
แต่ทำไมถึงเหมือนกับพึ่งรู้???


ร่างของคนที่อยู่ในอ้อมกอดขยับเพียงเล็กน้อยทำให้ลีโอส่ายหน้าอย่างหนักใจ
เธอจะรู้ไหมเนี่ยว่าเขาต้องเสี่ยงต่อมนตรากั้นอาณาเขตแค่ไหน กับการแอบเอาคนที่อยู่ๆ
ก็หลับคนนี้เข้าไปส่งที่เตียงทุกคืน เฮ่อ...


ร่างของลีโอที่อุ้มเฟมีลค่อยๆ ลางเลือนและล่องหนไปในที่สุด เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบา
ก้าวไปยังห้องนอนของฝ่ายหญิง ไม่มีเสียงเปิดประตู ไม่มีเสียงฝีเท้า


 หญิงสาวทั้ง 4 ที่หลับอย่างเป็นสุขไม่มีใครรู้สึกตัวซักนิดว่ามีผู้บุกรุกยามวิกาลเข้ามาแล้ว
ร่างของเฟมีลปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ เมื่อหลุดจากอ้อมกอดของใครคนหนึ่งที่ไม่สามารถ
ใช้ตาเปล่ามองเห็นได้ ผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงถูกจับขึ้นมาห่มจนถึงหน้าอกของหญิงสาว
ก่อนที่จะค่อยๆ แกะมือที่จับชายเสื้อเขาไว้อย่างแผ่วเบา


"หลับฝันดีนะ...อย่าฝันร้ายอีกเลย" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังข้างหูคนที่หลับไปแล้วเงียบลง
พร้อมกับความเงียบที่เป็นมาอย่างนี้ทุกคืน


เฟมีลโบกมือลาเพื่อนๆ ที่ออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น ถึงแม้อาการของเธอจะดีขึ้นแล้ว
แต่คนที่จะไปได้จะต้องลงชื่อเท่านั้นเฟมีลและเพื่อนอีกไม่กี่คนที่ไมได้ลงชื่อไว้ก็เลยต้องไปเที่ยวกันเอง


 ตัวเธอนั้นไม่ได้เดือดร้อนอะไร เนื่องจากมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจถ้าไม่ติดว่าเป็นไข้เมื่อคืน
 เธอคงเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว


หลังจากส่งเพื่อนแล้วเธอก็มุ่งหน้าไปยังโรงรถลากทันที อเรย์ซึ่งกำลังสนทนาพาทีประสาสัตว์
พาหนะกับทิงเจอร์ตัวอื่นก็ขอตัวออกตรงมาหาเธอ


"จะไปไหนเหรอครับเจ้านาย" เฟมีลมองซ้ายมองขวาก่อนจะกระซิบที่ข้างหูอเรย์ว่า
"คืนนี้ฉันจะไปโลเซียเช่ นายออกมาออกมารอที่หน้าอาคารที่พักได้รึเปล่า"
ดวงตาสีทองของอเรย์เบอกขึ้นอย่างตกใจก่อนจะกระซิบตอบกลับว่า


"มาสเตอร์บอกว่าไม่ให้ออกนอกดีเนโซลไม่ใช่เหรอครับ"
"เออ น่า รู้แล้ว แต่มันต้องไปจริงๆ เลยบอกให้แอบมารอหน้าอาคารไงเล่า" อเรย์มองนายสาว
อย่างหมดปัญญา ทิงเจอร์ตัวเบ้อเร้อจะแอบมายืนในสวนโล่งอย่างนั้นได้ยังไง


"นะ นะ นะ อเรย์คนดี๊คนดี อเรย์เก่งที่สุด" เฟมีลพูดพลางสวมกอดสัตว์พาหนะจนอเรย์นึกรำคาญ
เลยต้องตกลงว่า


"ครับๆ แต่ตรงนั้นผมว่าคงไม่มีที่ซ่อนหรอก เจ้านายเดินมาอีกหน่อยตรงทางขึ้นอุโมงค์ตรงนั้น
มีหินก้อนใหญ่อยู่ผมจะรอตรงนั้นแล้วกันนะครับ" เฟมีลพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจก่อนจะ
กอดอเรย์แน่นๆ ทีหนึ่งแล้วเดินจากไป


เจ้านายคิดเล่นอะไรอีกแล้วล่ะสิ เฮ่อ เหนื่อยอีกแล้วสิเรา


อเรย์คิดพลางเดินกลับไปร่วมเสวนากับเพื่อนเผ่าพันธุ์เดียวกันอย่างหมดอารมณ์


ส่วนคนที่อารมณ์ดีก็เดินกลับมานั่งปุ๊กที่ห้องนั่งเล่นอย่างสบายใจ เมื่อคืนหลังจากเจอ
นายแมวเธอนอนหลับสบายดี สงสัยว่ายาของมอรีลจะมียานอนหลับผสมอยู่ด้วย
ดีเลยคืนนี้จะได้สดชื่นหน่อย


"ร่าเริงขนาดนี้เพราะว่าคืนนี้มีอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงดักคอขึ้นของคนที่ไม่อยากเจอในตอนนี้
ที่สุดทำให้เฟมีลหน้าง้ำก่อนจะพูดอย่างคนที่เป็นวัวสันหลังหวะว่า


"เปล่าซักหน่อย" ตอบพลางเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทนที่จะมองตรงๆ อย่างหาเรื่องเขาทุกที 


จะให้มองได้ไงเล่า ก็ร้องไห้ให้หมอนี่เห็นมาตั้งหลายครั้ง แถมยัง...อี๊ อย่าคิดนะเฟมีล ลืมซะลืมซะ


ลีโอมองครึ่งหน้านวลที่ออกจะแดงๆ ชมพูๆ อย่างขำๆ ก่อนจะเดินผ่านเข้ามานั่งที่โซฟาแล้วพูดลอยๆ ขึ้นว่า


"ตอนกลางคืน ถนนรอบอาคารน่ะมีแต่คนจับตามอง อย่าคิดหนีเที่ยวดีกว่า"


เฟมีลหน้าง้ำทันที ทำไมหมอนี่ต้องรู้ทันเธอทุกทีสิน่า เธอเดินมายืนตรงหน้าลีโอก่อนจะนั่ง
จุ่มปุ๊กลงที่พื้นพรมหนากระโปรงบานสีขาวติดระบายแผ่กระจายออกรอบตัวตัดกับเส้นผมสีดำ
ที่สลายอยู่กลางหลัง ใบหน้านวลที่ทำหน้างอเงยขึ้น ดวงตาสีนิลจ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
อย่างเคืองๆ พร้อมพูดขึ้นว่


"ชอบมาขัดขวางคนอื่นอยู่เรื่อย ไหนลองบอกวิธีที่จะออกไปแต่ไม่โดนจับได้หน่อยสิ พ่อคนเก่ง"


ลีโอนึกฉงนใจอย่างนี้เสมอ เธอคนนี้จะไม่ยอมพูดจาดีๆ กับเขาสักครั้งเลยหรือ
ถ้าไม่รวมเวลาอย่างเมื่อคืนนี้ แต่เขาก็ยินดีที่จะให้เธอเป็นอย่างนี้มากกว่าจะเป็นอย่างนั้น


ชายหนุ่มกระดิกนิ้วเล็กน้อยโซฟาที่นั่งอยู่ก็ล่องหนหายไปทันที ดวงตาสีนิลของคนที่นั่งอยู่
บนพรมโตขึ้นอย่างตกใจ


"นาย...นายทำให้ของล่องหนได้ด้วยเหรอ" แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้า
"โยกย้ายบางอย่างเท่านั้น" จากนั้นก็เคาะนิ้วอีกครั้ง โซฟาก็กลับมาอีก


"ยอดเลย สอนมั่งสิ นะ นะ" เสียงที่เธออ้อนอย่างไม่รู้ตัวทำให้รอยยิ้มละไมฉายบนใบหน้าของ
ลีโอทันทีก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ เป็นคำตอบ ใบหน้านวลง้ำลงพร้อมบ่นเบาๆ ว่า


"ขี้งก แค่นี้ก็สอนไม่ได้"
"ที่ไม่ได้สอน เพราะสอนไม่ได้ มันเป็น...ความสามารถพิเศษของครอบครัว" น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอธิบาย
แต่คนช่างสงสัยก็ยังเป็นคนช่างสงสัยอยู่ดี


"หมายความว่านายเป็นมาตั้งแต่เกิด"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้...แต่ไม่ได้ควบคุมได้ดีอย่างตอนนี้" คนที่พูดน้อยอธิบายต่อทำให้เฟมีลอ้าปาก
ค้างกว้างกว่าเดิม


"ยอดเลย งั้นไหนๆ นายก็รู้ว่าฉันจะแอบเที่ยวแล้ว นายต้องไปด้วย" คนตัวเล็กโมเมเอาง่ายๆ
คนตัวใหญ่ก็เลยงงว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย เฟมีลเลยเลิกคิ้วพูดอย่างท้าทายว่า


"ก็นายรู้แผนฉันแล้ว ถ้านายไม่ไปแล้วแล้วฉันถูกจับได้ ฉันก็จะบอกว่านายสมรู้ร่วมคิด
ทีนี้ก็ถูกทำโทษทั้งคู่ แต่ถ้านายไป นายช่วยทำให้อเรย์ล่องหนได้ เราก็ไม่ถูกจับ
แล้วนายกับฉันก็ไม่ต้องถูกลงโทษไง ตกลงไหม"


ลีโอส่ายหน้าเบาๆ อย่างระอาใจ เอากับเขาสิ ยังไงก็จะไปให้ได้จริงๆ


"1 2 3 นายตกลงแล้วนะ ลูกผู้ชายห้ามคืนคำ" รอยยิ้มของเฟมีลทำให้คนเงียบขรึมใจอ่อน
พยักหน้ารับจนได้


"ตอนนี้ทำอะไรดี นายน่ะเคยมาที่นี่กี่ครั้งแล้ว" เฟมีลพูดขึ้นหลัวจากคิดไปคิดมาอยู๋หลายรอบ
 อยู่คนเดียวไม่สนุกเลย พวกมอรีลก็ไปเที่ยวกัน วันนี้ก็ว่าง เอ...แล้วจะไปไหนดี


 สุดท้ายเลยได้ข้อสรุปที่เสียศักดิ์ศรีหน่อย แต่เอาเถอะ ยังไงก็ให้หมอนี้ช่วยหลายครั้งแล้ว
 อีกหลายๆ ครั้งคงไม่เป็นไร ลีโอเห็นอีกฝ่ายนั่งเงียบไปนานนึกว่าจะคิดเรื่องอะไรสุดท้าย
ก็ไม่พ้นเรื่องเที่ยวเล่นอีกเหมือนเดิม


"หลายครั้ง ทำไม" หญิงสาวลุกขึ้ทันที ก่อนจะดึงให้เขาลุกตามด้วย
"ไปกัน เอาที่ที่มีของสนุกๆ กับของอร่อยๆ นะ" ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ คนตัวใหญ่ก็ถูกลากออกจาก
ห้องนั่งเล่นรวมทันที


ร่างบางในชุดค่อนข้างรัดกุมกำลังหลับไหลโดยใช้ตักของผู้ร่วมเดินทางแทนหมอน
มือหนาวางบนศีรษะของคนที่นอนอยู่เหมือนจะเล่นผมอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ใช่ ร่างที่ขดตัวเล็กน้อย
ทำให้ลีโอเอ่ยถามกัยอเรย์ว่า


"ในนี้มีผ้าห่มบ้างไหม"
"ครับ ปุ่มสีทองทางขวา"


เสียงตอบกลับแผ่วเบาเพราะรถลากกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดลมจึงกลืนเสียงส่วนใหญ่ไป
ชายหนุ่มเอื้อมไปกดปุ่มตามคำบอก ผ้าห่มขนสัตว์หนาสีเหลืองอ่อนก็เลื่อนออกมาพร้อมถาดสีทอง
ก่อนจะมาอยู่บนตัวของคนที่หลับอยู่อย่างแผ่วเบา


"อีกซักชั่วโมงคงถึง..."
ชายหนุ่มคิดขึ้นเบาๆ หลังจากมองออกเบื้องล่าง ร่างบางขยับไปขยับมาอย่างกระสับกระส่าย
 ลีโอจึงมือไปกุมมือบางพร้อมกับมืออีกข้างก็คอยลูบผมของเธออย่างปลอบโยน


ไม่นานอาการเหล่านั้นก็หายไป ลีโอรู้สึกว่าเฟมีลมีอาการดีขึ้นกว่าวันแรกที่เธอเป็น
อย่างน้อยเธอก็ได้นอนมากขึ้นกว่าเดิม แม้จะยังมีฝันร้ายบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงอะไร


 มือที่สัมผัสผ่านหน้าผากทำให้รู้ว่าไข้อ่อนๆ เริ่มกลับมาอีกแล้ว เพราะวันนี้แทนที่เธอจะพักผ่อน
ก็เอาแต่เที่ยวน่ะสิ ตอนกลางคืนก็จะมานี่อีก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเธอจะไปทำอะไรที่นั่น


ขณะเดียวกัน


ร่างของชายชราผู้กุมอำนาจของทั้งรัฐเอาไว้จ้องมองภาพเคลื่อนไหวที่อยู่บนผนังสีส้มอย่างใช้ความคิด
ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างที่ใครคาดไม่ถึง


 นิ้วเรียวเขียนอักษรบางอย่างที่เรืองแสงสีน้ำตาลทองมันเป็นอักษรที่ไม่มีใครอ่านออก
มันวิ่งแวกอากาศพุ่งตรงไปยังภาพเด็กสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ที่ตักของคนที่มีศักดิ์เป็นหลานชาย


 อักษรทะลุผ่านไปแล้วดวงตาสีนิลของคนที่นั่งอยู่เบิกขึ้นอย่าตกใจก่อนจะจางหายไป
เมื่ออักษรนั่นแตกกระจายเป็นเกล็ดระยิบระยับพรมลงบนตัวเด็กสาว
 ดวงตาสีนิลจ้องกลับมาในกระจก โซลแลร์รู้ลีโอมองไม่เห็นเขาหรอก แต่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้


เพื่อนรัก อิบเซนขอทดสอบของเด็กคนนี้ด้วยคนแล้วกัน


แสงสีแดงที่อยู่รอบกายเธอ แสงที่น่ารังเกียจ เฟมีลมองภาพเด็กหญิงที่แผดเผาทุกสิ่งไป
ต่อหน้าต่อตาเธอ ใช่เด็กหญิงคนนั้นคือเธอเอง ร่างของคุณปู่...ลำตัวช่วงล่างไหม้เป็นจุล


 ดวงตาที่จ้องมองมายังเธออย่างเคียดแค้น ไม่..เธอไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่ได้ตั้งใจ อย่ามองอีกเลย
อย่ามองมา หนูไม่ได้ตั้งใจ อย่ามองหนูด้วยสายตาแบบนั้น คุณปู่ทำร้ายคุณพ่อคุณแม่ทำไม
คุณปู่เป็นคนไม่ดี คุณปู่ว่าคุณตา คุณปู่จะฆ่าเฟมีล คุณปู่ใจร้าย...ใจร้าย


"...ซีเลส...จะทำให้...เรา...ยิ่ง...ใหญ่" เสียงกระท่อนกระแท่นดังก้องในหัวของเฟมีล
เสียงที่เสียดแทงสมองให้ปวดระบมสองมือยกขึ้นมาปิดหูแต่มันก็ไม่ทำให้เสียงนั้นเบาลงเลย


"ความ...จริงจะต้องปรากฎ ฟา...ไม่...ใช่คนที่คู่ควร" ดวงตาสีนิลของเฟมีลและดวงตาสีเพลิง
ของเด็กหญิงเบิกกว้างมองร่างชายผู้เป็นผู้นำตระกูลจ้องสายตามุ่งอาฆาตมายังลูกชายและลูกสะใภ้


"ตราบใดที่พวกแกยังรักไอ้เด็กที่ฆ่าบรรพบุรุษคนนี้ แกทั้งสองไม่มีวันจะอยู่ด้วยกัน..."


สิ้นเสียงคำพูดที่เลวร้ายที่สุด ลำแสงพุ่งตรงมายังร่างของชายหญิงก่อนจะหมุนวนและแทรกซึม
เข้าไปในร่าง


"ไม่น้า~~~~" เสียงร้องทุกข์ทรมานของคำที่พันธการคนสองคนไว้ด้วยชีวิต
เฟมีลทั้งสองคนเบิกตาออกอย่างสุดทน ยามใดที่ร่างของชายหญิงคู่นี้แตะกัน


สีหน้ารวดร้าวกลับมาปรากฏที่คนทั้งสอง เด็กน้อยมองพ่อและแม่ทุกข์ทรมาน
น้ำตาที่เคยรินไหลเหือดแห้งไปทันทีร่างเล็กทิ้งมือลงข้างตัวอย่างไม่รับรู้สิ่งใด


ดวงตาสีแดงดูหม่นแสงแห่งการมีชีวิต แต่เฟมีลอีกคนไม่ใช่...เธอมองภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ
อย่างสุดขีด เพราะเธอ เพราะเธอเหรอ เสียงหัวเราะของคุณปู่ยังโหยหวนไปทั้งคฤหาสน์


"เชน เอามันไปให้อินดิโก้ เลือกเอาระหว่างนังผู้หญิงคนนี้กับยัยเด็กนี่ เลือกเอา ฮ่ะฮ่ะฮ่า"


เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งหยุดลง ร่างของคุณปู่กระตุกด้วยความทุกข์ทรมานจากนั้นจึงสิ้นใจ
เฟมีลยืนมองร่างทั้ง 4 อย่างเงียบงัน ดวงตาที่เลือนลอยแต่ไม่ถึงกับหมดสติ
เหมือนใครบางคนจับเธอขึงเอาไว้ให้เห็นภาพทั้งหมดนี้ และไม่ยอมให้เธอหลับตา
เพื่อจะไม่เห็นภาพทั้งหมด


เธอเหรอ เธอเอง คุณพ่อไม่เลือกใครทั้งนั้น คุณพ่อไม่เลือกเพราะเลือกไม่ได้ คุณปู่ใจร้าย
คุณปู่ไม่รักเฟมีล คุณปู่เกลียดคุณตา คุณปู่เกลียดคุณแม่ เฟมีลได้ยินแต่เสียงของตัวเองเท่านั้น
ที่พร่ำพูดไม่เป็นภาษา  เธอไม่สนภาพความทรงจำต่อมาที่ไหลวนมาหลายสิบครั้ง


 ภาพของศาสตราจารย์จอมเวทตรงเข้ามาอุ้มเธอ ภาพของคนที่จัดการเรื่องศพของคุณปู่ 
ในความมืดมิดของจิตใจเสียงแผ่วเบาที่พร่ำกระซิบอยู่ข้างหู


"...มองสิ่งที่เห็นให้ดี มองหาคำตอบ อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง....ตัดมันทิ้งซะ...
แล้วจะไม่ฝันร้ายอีก....อะไรที่อยู่เบื้องหลัง..."


อะไรที่อยู่เบื้องหลัง อะไรที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ ความแค้น ความเกลียด ความโลภ ไม่!!


ปัญหาเกิดจากคนๆ นั้น...คนที่ชื่อ ซีเลส อินดิโก้คนนั้น !!!!!


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #26808 นักฆ่าเลือดเย็น (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 19:08
    สนุกมาก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กรกฎาคม 2553 / 09:54
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 4 กรกฎาคม 2553 / 09:55
    #26,808
    0
  2. #26521 คนน่าร้ากกกกก (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2551 / 16:31
    ช่วยอัพตอนที่ลบไปหน่อยนะคะ

    คืออยากอ่านมากเลย...แล้วก็ยังหาซื้อไม่ได้เลยด้วย

    เรื่องนี้ก็สนุกมากด้วย
    #26,521
    0
  3. #26229 ไวไว (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2551 / 18:24
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบจัง จริงๆก็อ่านเล่ม1-3แล้วนะคะ

    แต่ไม่รู่ว่ามีเล่ม4,5ต่อด้วย
    #26,229
    0