SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 79 : บาซิลกับชั่วโมงควบคุมสัตว์วิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 มิ.ย. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีคุณวันอังคารค่ะ


รับรองว่าต้องมีคนตกใจแน่นอน เพราะกัลอัพไวกว่าปรกติใช่ไหมล่า~~~


ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ แค่เครียดจนอยากได้กำลังใจเท่านั้นเอง
เลยเอาตอนใหม่มาแรก มีใครจะบริจาคกำลังใจให้กัลบ้างคะ??


เพราะการสอบก็ใกล้เข้ามาทุกที แต่กัลกลับยังไม่แตะหนังสือแม้แต่น้อย
มีงานมากมายที่กัลต้องทำ พอเสร็จก็เหนื่อยจนไม่อยากอ่านหนังสือแล้ว


ขอกำลังใจให้คนที่กำลังห่อเหี่ยวคนนี้ด้วยนะคะ


จะรออย่างใจจดใจจ่อ


กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 76 บาซิลกับชั่วโมงควบคุมสัตว์วิเศษ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ใครบางคนกำลังคิดว่า การเรียนในวิชาศิลาเวทเป็นเรื่องง่าย แน่นอนใครคนนั้นต้องไม่ใช่เฟมีล
 ในที่สุด วิชาที่เธอกลัวที่สุดก็มาถึง นอกจากวารีเวทที่ขนาดเธอว่าเธอพอจะทำได้มากว่าศิลาเวท
 ยังเจอศึกหนักขนาดนั้น แต่วันนี้สิของจริง วิชาที่เธอเกลียดที่สุด...ศิลาเวท


"วันนี้เราจะมาเรียนประวัติศาสตร์ของรัฐกันก่อนแล้วกัน เพราะว่าผมต้องให้เวลาคุณเตรียมสัตว์เลี้ยงมา
กลุ่มละ 1 ตัวในชั่วโมงการควบคุมสัตว์" เสียงเอ่ยอย่างสนุกสนานของมาสเตอร์ราสเอล


ชายกลางคนที่อารมณ์ดีตลอดเวลาที่อยู่ใกล้สิ่งมีชีวิตที่แสนจะน่ารักในความคิดของเขา
 ผมสีน้ำตาลทองเป็นประกายของเขาทำให้เฟมีลนึกถึงตัวลีโอน่าที่มีแผงคอเหมือนอย่างนี้จริงๆ


"มาสเตอร์ครับ เอาอะไรก็ได้เหรอครับ" ปีเดโร่ยกมือถามอย่างกระตือลือร้น เนื่องจากเขาเป็นคนหนึ่ง
ที่มาจากดินอร์ต้า


"ได้เลย เอาแบบไหนก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมายการเคลื่อนย้ายสัตว์นะ" มาสเตอร์ราสเอลพูดติดหัวเราะ
"แบ่งกลุ่ม กลุ่มละกี่คนคะ"


ลีนาสาวน้อยตัวเล็กผมาที่ดัดจากตรงให้หยักศกเล็กน้อยสีน้ำตาลทำให้ใบหน้าที่ดูเด็กดู
มีอายุมากขึ้นถามบ้าง มาสเตอร์ราสเอลลูบคางอย่างครุ่งคิดก่อนจะตอบว่า


"ซัก... 5 - 6 คนหรือจะมากกว่านี้ก็ได้แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 5 นะครับ เอาล่ะงั้นวันนี้เรามาสนใจ
เนื้อหาที่...เอ่อ ผมไม่อยากจะบอกว่าผมไม่ค่อยสนใจเท่าไรแต่มันก็จำเป็นนี้กันดีกว่า"
เด็กๆ หัวเราะกับท่าทางอารมณ์ดีนั้นของมาสเตอร์ จากนั้นการเรียนก็ดำเนินไปตามครรลองของมัน


"...ดินอร์ต้า ดินแดนแห่งปัญญา ชื่อนี้ดูจะไม่ค่อยเข้ากับจำนวนสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในอาณาเขตรัฐนี้เท่าไร
แม้คนจะบอกว่ามนุษย์คือผู้ที่มีอารายธรรมมากที่สุด


แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความรู้เกือบจะทุกอย่างเรามักดัดแปลงจากการดำรงชีวิตในป่า
ดินอร์ต้าถือว่าเป็นรัฐที่มีความใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านี้มากที่สุด เริ่มตั้งแต่เผ่าที่ทรงอำนาจที่สุดในรัฐ...
เผ่าซินเทล..."


"...ประชากรเกือบทั้งรัฐจะมีสายเลือดของซินเทลไม่มากก็น้อย สายเลือดนี้สำคัญอย่างไร
สำคัญตรงที่เผ่าซินเทลแต่โบราณจะกลายร่างเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ได้..."


เสียงร้องฮือฮาดังขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจเมื่อมาสเตอร์ฉายภาพให้ทุกคนได้เห็นถึงการกลายร่าง
ของมนุษย์ยุคโบราณ


"...และความสามารถนั้นก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน แต่เราจะไม่รู้หรอกว่าใครทำได้บ้าง
เนื่องจากมีกฏให้กลายร่างได้เฉพาะในป่าเท่านั้น แต่รู้สึกก็จะมีน้อยลงทุกทีแล้วนะ


การกลายร่างคงเหลือแต่คนตระกูลอิบเซนเท่านั้นมั้งเนื่องจากมีสายตรงมาจากเผ่าซินเทล
ซึ่งยังคงความสามารถนี้เอาไว้อย่างเหนียวแน่น..."


"...เนื่องจากชาวดินอร์ต้าจะมีชีวิตที่ใกล้ชิดกับป่าและสิงห์สาราสัตว์มาก ดังนั้นเราจึงเรียนรู้
ที่จะอยู่ร่วมกัน เราจะดูแลและรักษาผืนป่าให้มากที่สุด


โดยการรักษาธัญญาหารในดินให้อุดมสมบูรณ์ จากแผนที่เราจะเห็นว่า ผืนป่าของเราจะ
เชื่อมติดกับคูมีร่า ฟอเรส เพราะฉะนั้นสองรัฐจึงมีข้อตกลงที่ทำมาช้านานในการดูแลผืนดินและต้นไม้


 รวมทั้งสัตว์ทุกชนิดที่อาศัยอยู่ที่นี่ร่วมกัน ข้อตกลงนี้รวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจที่ทางฟอริโซ่จะใช้
ทรัพยากรป่าที่เป็นต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมด แต่เราชาวดินอร์ต้าจะใช่ผลิตภัณฑ์ของสัตว์ป่า


 โดยทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายกลางที่ระบุว่า...จะเอาของสิ่งหนึ่งออกจากป่าได้จะต้อง
มีสิ่งหนึ่งที่มีค่าทัดเทียมกันคืนสู่ผืนป่าและผืนดิน...ซึ่งโดยส่วนมากเราก็จะทำฟาร์มเลี้ยงตัวอ่อน


แล้วพอเราจะนำสัตว์ที่เป็นตัวเต็มวัยออกมา เราก็จะเอาตัวอ่อนที่พอจะหาเลี้ยงตัวเองได้กลับเข้าป่า
 เพื่อเป็นการหมุนเวียนวัฏจักรแห่งป่า..."


"แล้วอย่างนี้ ถ้าเกิดเป็นสัตว์หายากแล้วเราเพาะเลี้ยงไม่ได้ล่ะคะ" เซเลน่ายกมือถาม


"เราจะต้องรู้กฏหมายคุ้มครองสัตว์ด้วยครับ เรื่องกฏหมายมันน่าปวดหัวแต่ขอให้รู้ว่า
 โดยส่วนใหญ่บุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่มีสิทธิเอาสัตว์ออกมาเลี้ยงหรือทำการใดๆ
นอกจากคนที่จะได้รับใบอนุญาตเท่านั้น"


"แล้วที่เราซื้อพวกสัตว์พาหนะกับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในบ้านละครับ" โทนี่ยกมือถามอย่างสงสัย


"อันนั้นเพราะว่าเราไปซื้อกับผู้ที่มีใบอนุญาตครับ อย่างนั้นทำได้ แต่ส่วนใหญ่สัตว์เหล่านั้น
ก็มักจะเป็นสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม หรือไม่ก็สัตว์ที่ได้รับอนุญาตแล้วว่าจะไม่สูญพันธุ์แน่
แต่ถ้าจะให้เอาตัวลีโอน่าออกมาขายตามท้องตลาดอย่างนี้ ผมว่าคงไม่มีใครซื้อแน่"


 เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อนึกถึงว่าถ้าเราเอาสัตว์ที่มีขนาดใหญ่และดุร้ายขนาดนั้นมาขาย
ตลาดคงแตกแน่นอน


"ป้าเฟขา กลับมาแล้วค้า" เสียงตะโกนโหวกเหวกของสาวน้อยเจ้าของคฤหาสน์เรียกรอยยิ้ม
ของเฟลามีนได้เป็นอย่างดี แถมเจ้าบาซิลที่วิ่งนำป้าเฟก่อนจะกระโจนหาเจ้านายอย่างร่าเริง
 ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมันทอประกายบ่งบอกว่า...เล่นกันนะ เล่นกันนะ


"หยุดๆ บาซิล โอเค นั่นแหละ มา เดินตามมานี่ วันนี้มีขนมมาฝากด้วยล่ะ"
เจ้าดาร์กี้น้อยวิ่งตามเฟมีลไปอย่างอารมณ์ดีเข้าไปอยู่ในห้องนั่งเล่น ส่วนมอรีลที่เดินตามมาติดๆ
 ก็ตะโกนบอกเฟมีลว่า


"เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ"



"จ้า อ๊ะ อันนั้นไม่ใช่ของแกนะ บาซิล..." มอรีลหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าสัตว์ขนปุย
แอบกินเค้กที่อยู่ในมือขณะที่เฟมีลกำลังเผลอ พอหันกลับมามองป้าเฟที่ตอนที่กำลังมองภาพ
นั้นอย่างเอ็นดูจึงเอ่ยขึ้นว่า


"กลับมาแล้วค่ะป้า เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ" ป้าเฟก้มลงส่งยิ้มให้เด็กสาว
"ค่ะ วันนี้มีของโปรดของหนูมอรีลด้วยน้า...แล้วก็...รู้สึกว่าเพื่อนบ้านของเราเขาจะรออยู่ที่เดิมนะคะ"


ประโยคสุดท้ายที่พูดขึ้นลอยๆ ทำให้มอรีลชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นชั้นสอง ก่อนจะหันกลับมา
มองแม่บ้านคนเก่งที่เดินกลับเข้าห้องครัวพร้อมเสียงหัวเราะ


ว่าแล้ว ว่าป้าเฟต้องรู้อะไรมากกว่าที่เราคิด ตายแล้ว...โธ่ อายจัง


"ป้าคะ พรุ่งนี้หนูจะเอาเจ้าบาซิลไปเรียนด้วยนะคะ" ป้าเฟเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะตบหัว
เจ้าดากี้น้อยที่วิ่งหน้าเลิกมาเหมือนจะขออนุญาตด้วยอย่างเอ็นดูว่า


"ได้สิคะ วิชาควบคุมสัตว์วิเศษใช่ไหม ท่าทางพรุ่งนี้จะสนุกกันใหญ่ หรือไง ฮึ เจ้าบาซิล"
หางสีน้ำตาลทองกระดิกไปมาอย่างดีใจก่อนที่มันจะเดินตามป้าเฟไปยังจานอาหารของมัน


"เดี๋ยววันนี้ฉันว่าจะทวนศิลาเวทซักหน่อย" มอรีลหันมามองเพื่อนสนิทอย่างแปลกใจ
วันนี้สงสัยกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า


"อะไรเล่า มอรีล ก็ฉันอ่อนวิชานี้ที่สุดเลยนี่นา ไม่ฝึกหน่อยก็แย่น่ะสิ เดี๋ยวเกิดสอบตกเหมือน
ตอนวารีเวท แค่คิดก็หนาวแล้ว คราวนี้ฉันต้องเจอมาสเตอร์ที่โหดกว่ามาสเตอร์วาตารีแน่เลย"
มอรีลหัวเราะพลางตักของหวานใส่ถ้วยแล้วส่งให้เฟมีลก่อนจะตักให้ตัวเอง


"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ยังไงก็ขอให้ประสบความสำเร็จแล้วกัน เห็นว่า นายราเชลก็ให้ชาลีติวเข้ม
เหมือนกันนี่ เธอลองให้ลีโอติวให้สิ เขาน่ะเก่งจะตาย"


มอรีลพูดขึ้นขณะตักขนมเข้าปากเลยไม่ได้สังเกตใบหน้าที่ระเรื่อขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจางหาย
ไปของเฟมีล


"บ้า ไม่ขอร้องนายแมวนั่นหรอก ฉันมีปัญญาพอหรอกน่า หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ
จะให้เซหรือไม่ก็เธอสอนก็ได้"
"จ้าๆ "


หลังเวลาอาหารเย็น เฟมีลก็ขอแยกตัวไปที่ห้องฝึกเวทซึ่งอยู่ทางปีกตะวันตกของคฤหาสน์
ส่วนมอรีลก็นำต้นแบนด้าและดอกไม้อื่นๆ อีกหลายชนิดที่หล่อน้ำเลี้ยงเอาไว้มาลงแปลงดอกไม้
ที่ตอนนี้มีดอกไม่หลากหลายพรรณเหลือเกิน


"ตาบ้านั่นจะส่งให้ทำไมทุกวัน สิ้นเปลืองจริงๆ ว้าย!!!!" เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมร่างที่ถูกดึงขึ้น
มาอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน


"ตกใจหมด นี่ปล่อยลงนะมือเปื้อนไม่เห็นเหรอ" คนตัวใหญ่ส่ายหน้าพร้อมกับร่ายเวทเล็กน้อยน้ำ
ที่อยู่ในน้ำพุก็พุ่งออกมาเป็นสายตรงมาอย่างมือบาง แล้วค่อยๆ หยุดไปเอง


"คราวนี้ก็ไม่เปื้อนแล้ว เป็นยังไง วินด์สโลว์สวยไหม" เซอร์รัสพูดขึ้นพร้อมกับดีดตัวขึ้นมาอยู่
บนต้นไม้ที่เขามักจะมานอนเล่นเสมอ คนกลัวความสูงอย่างมอรีลก็ได้แต่เกาะคนตัวใหญ่ไว้แน่น
 โดยที่ไม่สนใจเลยว่าตัวเองน่ะนั่งอยู่บนตักของอีกฝ่าย


"ก็..สวยอยู่หรอก แต่ตอนเข้ารัฐน่ะ หวาดเสียวมากเลย เฟมีลนะหน้าซี๊ดซีด"
น้ำเสียงเล่าติดตลกของมอรีลทำให้เซอร์รัสมองใบหน้าที่เล่าไปยิ้มไปนั้นอย่างเป็นสุข


"ตอนแรกก็นึกว่าจะหนาวกว่านี้ แต่ก็มีช่วงที่มีแดดออกด้วย เราก็เลยได้เที่ยวกัน สวยดี
แต่พวกโทนี่ก็ลำบากหน่อย ต้องไปไล่จับดาร์กี้ นี่นี่ รู้หรือเปล่า เจ้าบาซิลน่ะมันเป็นดาร์กี้นะ
 ไม่ใช่ด็อกกี้หรอก"


ดวงตาสีน้ำทะเลหันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่ตลอดเวลาเพราะฟังเธอพูดนู่นพูดนี่
อย่างตื่นเต้น จากนั้นเมื่อไม่เห็นคนตรงหน้ามีปฏิกิริยาอะไรจึงยกมือสองข้างจับแก้มเขาเอาไว้แล้วถามว่า


"เป็นอะไร เหนื่อยเหรอ นี่ได้ยินหรือเปล่า"
"เปล่า ไม่ได้เหนื่อย แต่ฟังเพลินไปหน่อย" น้ำเสียงนุ่มเอ่ยพร้อมกับดึงมือที่จับแก้มของเขา
มากุมเอาไว้ก่อนจะพูดว่า


"แล้ว..ได้รับจดหมายแล้วใช่ไหม"
"อื้อ ขอบใจมากๆ เลยนะ เพราะรีเนลน่ะต้องไปไล่ตามเจ้าดาร์กี้ เลยไม่ได้ช่วยอะไร"
เซอร์รัสส่ายหน้าพร้อมทั้งพูดขึ้นว่า


"งั้นจ่ายค่าจ้างที่เหลือมา" มอรีลเอียงหน้างงเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้านวลจะเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
 ก่อนจะพูดเฉไฉขึ้นว่า


"ค่าจ้างให้ไปแล้วนี่" คราวนี้ดวงตาสีเงินมองมายังเด็กสาวอย่างกล่าวหา
"อะไร ไม่เห็นเกี่ยวเลยนั่นมันค่ามัดจำต่างหาก เอา ไม่เป็นไรก็ได้ ถ้าคนให้เขาไม่อยากให้"


 น้ำเสียงน้อยอกน้อยใจของเขาทำให้มอรีลเหลือบมองคนที่นั่งพิงลำต้นแล้วหันหน้าไปทางอื่น
อย่างขัดใจ ก่อนที่ดวงตาสีเงินจะเลิกสูงขึ้นเพราะสัมผัสเเผ่วเบาและรวดเร็วที่แก้ม
สายตาเหลือบมองคนที่อยู่บนตักที่หน้าแดงจนไม่รู้จะแดงยังไง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จึงวาวขึ้น


"ไม่เอาตรงนี้..."คราวนี้ก็เลยเกิดการต่อสู้กันระหว่างคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็ก
 เด็กสาวของเราเสียเปรียบเล็กน้อยเพราะอยู่บนที่สูง


"ว้าย!!!! เซอร์..." ร่างเล็กที่พลัดตกลงมาร้องขึ้นอย่างตกใจแต่ยังไม่ทันจะร้องสิ้นเสียงมือใหญ่
ก็คว้าตัวไว้ได้ทัน คราวนี้คนตัวเล็กก็หนีไปไหนไม่รอดเพราะจะขยับตัวก็กลัวตก


จะออกจากอ้อมกอดนี้เจ้าของที่เขาก็ไม่ยอมปล่อย สุดท้ายเลยต้องจ่ายค่าจ้างให้คนเอาแต่ใจตาม
ที่เขาต้องการจนได้


"ว้าว ดาร์กี้จริงๆ เหรอเนี่ย" เสียงอุทานจากมาธาร์สาวน้อยที่แต่งกายเปรี้ยวจิ๊ดที่สุดในรุ่นร้อง
ขึ้นพลางตรงเข้ามากอดเจ้าบาซิลที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั้งห้องเรียน หางสีน้ำเงินทองกระดิก
อยู่ตลอดเวลาเพราะว่าวันนี้ท่าทางจะมีคนเล่นกับมันเยอะ


"บาซิล นั่ง !" เจ้าดาร์กี้น้อยนั่งลงทันที เฟมีลกอดอกอย่างภูมิใจ แต่ที่มอรีลแอบกระซิบกับรีเนลว่า
ที่เจ้าบาซิลมันเชื่อฟังคำสั่งเพราะว่าป้าเฟฝึกมันเล้วต่างหาก


"ยอดเยี่ยมยอดเยี่ยม ผมสอนนักเรียนมาหลายรุ่นพึ่งจะมีปีนี้นี่แหละที่นักเรียนมีสัตว์เลี้ยงเป็นดาร์กี้
คุณเฟมีลล่า ไปได้มายังไงเนี่ย" เฟมีลมองหน้าเพื่อนในกลุ่มที่รู้เรื่องถนนนักรบดี
ก่อนจะตัดสินใจโกหกไปว่า


"ก็ไปๆ มาๆ มันก็ตามมาเองน่ะค่ะ ตอนแรกนึกว่ามันเป็นด็อกกี้เลยรับเลี้ยงไว้ที่บ้าน
แต่พึ่งมารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่..." มาสเตอร์ราสเอลไม่ได้ซักอะไรต่อมาก


เพราะเสียงของตัวทิงเจอร์บ้างตัวโมลีบ้างทะเลาะกันให้วุ่น แล้วทั้งหมดก็เงียบลงเมื่อมาสเตอร์เคาะ
ไม้เท้าฝึกสัตว์เพียงไม่กี่ครั้ง..เฟมีลพึ่งรู้เตอนนี้และว่า เห็นยิ้มๆ อย่างนี้ก็เก่งเหมือนกันนะ


"เอาล่ะ เด็กๆ ตอนแรกเราก็ต้องทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงของเราก่อน เราต้องรู้ว่ามันชอบกินอะไร
แล้วก็ไม่ชอบอะไร อย่างที่สอง ต้องรู้ว่าอะไรที่ทำให้มันโกรธ อะไรที่ทำให้มันกลัว


เมื่อเรารู้สองอย่างที่นี้แล้ว เราก็จะเริ่มจาก...อืมเอาตัวอย่างให้ดูเลยดีกว่า เอา คุณเฟมีลล่า
ออกมาสาธิตหน่อยรู้สึกว่าเจ้าบาซิลของคุณจะผ่านการฝึกมาบ้างแล้วใช่ไหม"


เฟมีลยืนขึ้นจากอัฒจันทร์อย่างประหม่า ก่อนจะตบมือลงบนหัวเจ้าบาซิลให้มันวิ่งตามเธอขึ้นมา
ยืนบนเวทีไม้ที่กลางลานหินของ stone garden เจ้าบาซิลเหมือนจะรู้ว่ามันเป็นจุดเด่น
มันนั่งลงโดยที่เฟมีลไม่ต้องสั่ง


"เอาล่ะ เด็กน้อย บาซิล กระโดด!" อะไรบางอย่างในคำพูดนั้นทำให้บาซิลกระโจนสู่คนสั่งอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาร่างของเจ้าสัตว์ขนปุ่ยก็ทับอยู่บนตัวมาสเตอร์ราสเอล


ก่อนจะหันมามองเฟมีลเหมือนกับว่า...ชมผมหน่อยสิคร้าบ และเคลื่อนตัวลงจากร่างมาสเตอร์
และวิ่งกลับมาหาเฟมีลอีกครั้ง


"ตัวหนักเหมือนกันนะ อายุซัก 4 เดือน แล้วสิเจ้าตัวนี้" เฟมีลพยักหน้ารับกับมาสเตอร์ที่กำลัง
ปัดขนบนตัวพร้อมทั้งหันหน้าไปยังลูกศิษย์ที่อ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า


"อย่างที่ผมทำเมื่อกี้ ความจริงคุณเฟมีลคงไม่เคยสั่งให้มันกระโดดเลยใช่ไหม..."
"ค่ะ" มาสเตอร์พยักหน้าก่อนจะพูดต่อว่า


"ธรรมชาติของดาร์กี้ชอบการบินที่สุด แต่เจ้าบาซิลมันยังเด็ก การที่มันลอยอยู่บนฟ้าได้
ก็ต้องเป็นการกระโดดเท่านั้น เมื่อกี้ผมสั่งพร้อมทั้งกระโดดเป็นตัวอย่างมันก็ทำตามสัญชาติญาณทันที


คราวนี้เราลองมาดูว่าปีกของดาร์กี้มันเป็นยังไง" สายตาทุกคู่จับอยู่ที่ร่างของเจ้าบาซิลเพราะว่า
ไม่เคยมีใครเห็นดาร์กี้สยายปีกแบบสดๆ ต่อหน้ามาก่อน


"ลอยตัวเลยคุณเฟมีลล่า คุณคือคนสำคัญสำหรับมัน ลอยให้สูงที่สุดเลย"
เฟมีลรับคำก่อนที่ร่างของเธอจะค่อยๆ ลอยสูงขึ้น บาซิลมองเจ้านายตาไม่กระพริบเสียงร้องหงี๊ดหง๊าด
ดังขึ้นเหมือนกับมันบอกว่า...อยากขึ้นไปด้วย


มาสเตอร์ราสเอลเดินเข้าไปคุกเข่าข้างๆ เจ้าบาซิลจากนั้นก็ชี้ขึ้นมาที่เฟมีลที่กำลังโบกไม้โบกมือ
ลงมายังเบื้องล่าง


"อยากไปหาล่ะสิ เอาเลย แสดงปีกของเจ้าออกมา" บาซิลหันมามองหน้ามาสเตอร์
เหมือนจะถามแต่พอได้เสียงของเฟมีลที่ตะโกนลงมาก หูที่ตกๆ ของมันก็กระดิกตั้งตรงทันที


"มาเลย บาซิล!!! บินให้ดูหน่อย"


เพื่อนๆ ที่มองอยู่เบื้องล่างต่างลุ้นว่าเมื่อไรที่เจ้าดาร์กี้น้อยตัวนี้จะสยายปีกของมันซักที
แต่เมื่อสิ้นเสียงเรียกครั้งที่ 3 ของเฟมีล ปีกอันสวยงามของมันก็คลี่ออกจากด้านข้างของ
กระดูกสันหลัง พร้อมกับการทะยานออกของร่างน้ำตาลทอง ที่พุ่งขึ้นไปหาเฟมีล


"...หู ยอดเลย..."
"สวยเป็นบ้า..."
"ดีมากบาซิล"


เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเจ้านายดูเหมือนจะทำให้บาซิลยิ้มตามไปด้วย มันบินไปรอบๆ
ตัวเฟมีลที่ค่อยๆ ลดระดับความสูงลงมา จนสุดท้ายเท้าก็แตะพื้น ร่างของบาซิลก็กระโดด
ลงมายังพื้นเช่นกัน ปีกสีน้ำตาลทองถูกหุบเข้าไปภายใต้ขนที่ทั้งหนาแล้วนุ่ม


"ดี ดีมาก ทั้งเจ้านายแล้วก็บาซิลด้วยนะ เอ้า ปรบมือหน่อยเร็ว" เสียงปรบมือดังไปทั่ว stone garden
เฟมีลย่อกายรับเสียงปรบมือเล็กน้อยก่อนจะก้มลงกอดเจ้าบาซิลแน่นๆ
ก่อนลงจากเวทีไม้ไปยังที่นั่งของตน


"อย่างที่เราเห็นไปเมื่อกี้ การฝึกสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ที่เราเลี้ยงเองมากับมือเราจะต้องใช้
ความรักที่มันมีต่อเราให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเป็นสัตว์วิเศษหรือสัตว์ที่ดุร้ายขึ้นมา


 การฝึกก็จะแตกต่างออกไป วันนี้เราจะเริ่มฝึกสัตว์เลี้ยงของเราก่อน ส่วนวันต่อๆ ไป
และที่ดีเนโซล ผมจะให้แต่ละกลุ่มฝึกสัตว์พาหนะกัน..."


"มอรีล ~~~~ มอรีล~~~~ อ้าวไปไหนซะแล้วล่ะ" เฟมีลวิ่งหาเพื่อนสาวทั่วบ้านแต่ก็ยังหาไม่เจอ
ซักทีสุดท้ายก็เลยชะโงกหน้าไปถามป้าเฟที่กำลังทำอาหารกลางวันสำรับวันหยุดสบายๆ
ที่ไม่ได้มีมานานอย่างนี้


"ป้าเฟขาเห็นมอรีลไหมคะ" หญิงกลางคนเงยหน้าขึ้นมองนายน้อยอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้นว่า
"สายลมพัดไปหอบหนึ่งแล้วค่ะคุณหนู" เฟมีลเอียงหน้าส่งสายตาถามอย่างงๆ
ก่อนจะเข้าใจแล้วพูดขึ้นว่า


"อ้อ อย่างงี้นี่เอง ว้า ว่าจะชวนไปดูอุปกรณ์ฝึกสัตว์ที่นอร์ทโซน เสียหน่อย ไม่เป็นไร
ป้าเฟคะงั้นหนูไปเลยนะคะ" คำพูดที่จบพร้อมกับร่างที่หายตัวไปอย่างรวดเร็วทำให้เฟลามีน
ตะโกนตอบบกลับไปว่า


"กลับมาให้ทันอาหารกลางวันนะคะ"
"ค้า"


ความวุ่นวายของนอร์ทโซนทำให้เฟมีลปวดหัว เธอไม่น่าตัดสินใจบอกให้อเรย์รออยู่ที่จุดพักรถเลย
ก็เพราะรีเนลนั่นแหละที่ชอบบอกเธอว่าที่นี่รถมันติดไม่ต้องเอาอเรย์มาก็ได้
 เฟมีลเลยทำตามคำแนะนำ นี่เดินมาตั้งนานยังไม่เจอร้านที่ต้องการเลย


"วันนี้จะเจอไหมเนี่ย" เฟมีลบ่นอุบอยู่คนเดียวและเริ่มนึกเสียใจที่ไม่รอมอรีลให้พามา


เซติดธุระที่โรงทอผ้า รีเนลก็ออกไปตะลอนกับพวกโทนี่ ลอลินก็บอกว่าจะกลับบ้าน
เฮ่อ อยู่คนเดียวนี่ไม่สนุกเลย


เฟมีลเริ่มออกเดินอีกครั้ง เข้าซอยนั้นออกซอยนี้บางทีก็วนกลับมาที่เดิม สุดท้ายเวลาผ่าน
ไปเกือบชั่วโมงเธอก็ยังไม่เห็นร้านขายอุปกรณ์ที่ว่า ร่างบางในชุดสีเหลืองอ่อนทรุดตัวนั่งอยู่ที่
ข้างบ่อน้ำพุที่สร้างเพื่อเป็นจุดนั่งชมทัศนียภาพของนอร์ทโซนอย่างเหนื่อยอ่อน


คอที่แห้งผากทำให้เฟมีล รู้ว่าตัวเองยังไม่ดื่มนำซักอึก กำลังคิดจะมองหาร้านน้ำ
แก้วน้ำกระดาษก็ถูกยื่นมาตรงหน้า แววตาสีนิลมองไล่ไปตามแก้ว รอยยิ้มบนใบหน้าฉายขึ้น
อย่างที่ทำให้คนยื่นแก้วน้ำหัวใจสะดุด


"นายแมว!!! ให้เหรอ ขอบใจนะกำลังหิวอยู่พอดี" เฟมีลพูดพลางรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างกระหาย
"เธอมาทำอะไรแถวนี้" น้ำสียงจะดุก็ไม่ใช่จะถามก็ไม่เชิงทำให้เฟมีลย่นจมูกก่อนจะสวนกลับไปว่า


"นายล่ะ" ลีโอยกถุงอุปกรณ์ที่อยู่ในมือแล้วพูดว่า
"มาซื้ออุปกรณ์ บังเอิญคุณลีลาพักร้อนน่ะ"


คำตอบที่ตอบให้กับคำถามแรกพร้อมกับคำถามที่ส่งผ่านแววตาทำให้เฟมีลยิ้มออกมาอย่างพอใจ...
อย่างน้อยตานี่ก็ไม่ได้เป็นใบ้อีกแล้ว


"ร้านอยู่ไหนน่ะ ฉันเดินหามาเป็นชั่วโมงแล้ว" ลีโอเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจพลางชี้ไป
ยังร้านขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่อยู่ตรงข้ามด้านที่เฟมีล ก่อนจะพูดให้เด็กสาวเจ็บใจเล่นว่า


"ฉันก็เห็นเธอเดินไปเดินมามาเป็นชั่วโมงแล้ว"
"โอ๊ย ทำไมฉันมองไม่เห็นนะ อยู่ตรงหน้าแท้ๆ เอ๊ะ นายบอกว่าเห็นฉัน หรือว่า...นายยืนดูฉันอยู่ในร้าน"
 พอลีโอพยักหน้ารับเฟมีลก็โวยวายทันที


"ตาบ้าเอ้ย แล้วไม่เรียกกันบ้าง หนอย คนเดินหาตั้งนาน หิวก็หิว ร้อนก็ร้อน โอ๊ย...อยากจะฆ่านายนัก"


ลีโอมองคนที่นั่งกระฟัดกระเฟียดอย่างขำๆ ก็พอเขามาช่วยเธอทีไรก็โกรธ พอเขาไม่ช่วยก็โกรธ
 และจะให้เขาทำยังไงกับเธอดี


"แล้วจะซื้อหรือเปล่า อุปกรณ์น่ะ" ดวงตาสีนิลที่ตวัดค้อนขึ้นมามองคนที่ยืนค้ำหัวก่อนจะพูด
อย่างเคืองๆ ขึ้นว่า


"มาจนถึงนี่ก็ต้องซื้อสิ" พูดเสร็จร่างบางก็ลุกขึ้นเดินจ้ำไปยังร้านทันทีปล่อยให้ลีโอส่ายหน้า
อย่างอดขำไม่ได้


เมื่อจัดการเก็บของที่ซื้อเรียบร้อยเฟมีลก็หันกลับไปขอบใจคนช่วยถือของกิตติมศักดิ์ที่
กำลังเก็บของของตัวเองเหมือนกัน


"ขอบใจ...ที่ช่วยถือของมา"
"ไม่เป็นไร..แล้ว..."


ลีโอยังไม่ทันพูดจบ เฟมีลก็เข้ามาหลบข้างหลังเขาทันที ชายหนุ่มหันหน้าไปมองหญิงสาว
ที่แอบอยู่ข้างหลังเขาอย่างสงสัยก่อนที่จะเงียบเสียงลงเมื่อเห็นท่าทางให้เงียบของอีกฝ่าย


ก่อนจะหันไปมองยังคนที่เฟมีลจ้องตาไม่กระพริบ รอยยิ้มอ่อนๆ ฉายขึ้นในดวงตาของเขาทันที
ก่อนจะเดินตามแรงดึงของคนที่แอบอยู่เมื่อกี้แต่ตอนนี้วิ่งนำเขาไปแล้ว


ภาพของชายหนุ่มผมเงินที่พริ้วไสวไปตามสายลมกำลังหยิบสัตว์ขนปุยขึ้นมาแกล้งเด็กสาวตัวเล็ก
เจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลที่พราวระยิบนั้นทำให้เฟมีลอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงนุ่มของคนที่เธอลากมาด้วยดังอยู่ข้างหู


"แอบดูคนอื่นเขามันสนุกนักเหรอ" เฟมีลหมุนตัวหันกลับมาส่งสายตาเหมือนเด็กโดนผู้ใหญ่จับได้
ว่าแอบกินขนมในเวลาเรียนแล้วต่อว่าขึ้น


"นายก็เหมือนกันล่ะน่า" เธอไม่ชอบแววตาสีนิลของเขาเวลามองเธอแล้วยิ้มๆ
 อย่างนี้เลยมันทำให้เฟมีลรู้ว่าเขาตลกอะไรในตัวเธอมากนักเหรอ


แต่เสียงของเพื่อนสนิทที่ดังมาใกล้ๆ ทำให้เฟมีลมองไปยังต้นเสียงอย่างตกใจ
ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปยังซอกตึกก่อนที่คนคู่นั้นจะมาเจอ


"น่ารักจังเลย" มอรีลเอ่ยขึ้นด้วยเเวตาที่เฟมีลดูก็รู้ว่าเพื่อนของเธอกำลังมีความสุขมาก
"เอาไหม" เสียงถามขึ้นอย่างเอาใจ
"บ้า..." เสียงที่ห่างออกไปทำให้เฟมีลพึ่งสำนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของใครอีกคน


"ปล่อยเถอะ พวกเขาไปกันแล้ว" ไม่มีเสียงตอบ เฟมีลจึงดันหน้าอกของเขาให้ออกห่าง
แต่มันก็ทำได้ไม่มากนักเพราะช่องทางนี้มันแคบมาก


ใบหน้านวลเงยขึ้นอย่างสงสัยว่าวันนี้นายแมวของเธอ...เอ้ย ตาแมวนี่เป็นอะไร
แต่แล้วทุกอย่างก็ดูเหมือนหยุดลง ดวงตาสีนิลอีกคู่จ้องมองมายังเธออย่างเป็นห่วงเป็นใย
สายตาคู่นั้น...คู่ที่มองอย่างนี้เสมอ


"เธอ...รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม" จากมุมปากที่ประดับรอยยิ้มน้อยๆ อยู่เมื่อกี้รอยยิ้มกลับจางหายไป
ใบหน้านวลเริ่มซีดลงดวงตาก็เริ่มมีน้ำตาคลอออกมาอีกครั้ง


กับเรื่องที่ทำให้เธอฝันร้ายมาหลายคืน มันไม่หายไปง่ายๆ หรอกนะ...ก็เธอน่ะ ได้ฆ่าคนๆ หนึ่งเชียวนะ
 คนนะสิ่งมีชีวิตที่เหมือนเธอทุกประการ และที่แน่ๆ คนๆ นั้นคือคุณปู่ของเธอเอง


ลีโอรีบรั้งร่างที่กำลังสั่นเหมือนกลัวอะไรซักอย่างมาแนบอก มือหนาลูบผมสีนิลที่สยายเต็มกลางหลัง
อย่างเบามือ เสียงนุ่มที่พร่ำเรียกชื่อเด็กสาวให้หยุดสะอื้นทำให้ร่างบางค่อยๆ ควบคุมตัวเองได้


 จนสุดท้ายก็เงียบเสียงลงและดันตัวออกมาจากอ้อมกอด ใช้หลังมือปัดคราบน้ำตาเหมือนเด็ก
จนอีกฝ่ายต้องยื่นผ้าเช็ดมาให้


"ทำไมต้องมาร้องไห้กับคนอย่างนายด้วย" เสียงอู้อี้ที่บ่นออกมาทำให้ลีโอนึกฉงนว่าคนๆ
นี้เปลี่ยนอารมณ์เก่งจริง


"ก็เพราะว่าเธอไม่ต้องปั้นยิ้มเพื่อให้ฉันสบายใจนะสิ" ความเงียบครอบคลุมคนทั้งสองไว้
 ความเงียบที่ฝ่ายคนตัวเล็กกว่ากำลังคิดหาคำตอบว่าทำไมเธอถึงไม่เถียงออกไป


"กินเค้กไหม เมื่อกี้ผ่านร้านเค้กมาร้านหนึ่ง เธอคงชอบ"
"นายเลี้ยง"


คำถามสวนคำชวนแทบจะทันทีของคนที่ร้องไห้อยู่เมื่อกี้ทำให้ลีโอพยักหน้าเบาๆ
ก่อนจะโดนคนเจ้าน้ำตาเมื่อกี้ฉุดนำหน้าออกไปจากซอกตึก


ผู้หญิงทุกคนอารมณ์แปรปรวนอย่างนี้หรือเปล่า


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27310 •โพแดง• (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 15:52

    ชอบมากเลยค่ะ โบว์ ซื้อครบทั้ง 5 เล่มแล้ว ตอนนี้ซื้อ เดอะ เดรกเกอร์ เล่ม1 กับ 2 ของพี่กัลแล้วว เมื่อไหร่จาออกเล่ม 3 เอ่ย??

    #27,310
    0