SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 3 : ตกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    18 ต.ค. 48

SAVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

Author กัลฐิดา



ตอนที่ 1 ตกงาน !!!



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เช้าวันนี้ก็เป็นเช้าที่สดใสเช้าหนึ่งที่ผู้คนในเมืองออกมาเดินเล่นตามสวนสาธารณะ

ในเมืองเซเวนมีสวนสาธารณะมากมายเอาไว้ให้นักศึกษาไว้พักผ่อนหย่อนใจ



ในบรรดาสวนสาธารณะที่มีมากมายนั้น สวนสาธารณะที่อยู่หน้าหอสมุดวิลเลี่ยมดูจะเป็น

ที่ที่นักศึกษาชอบมาเดินมากที่สุด เพราะว่าเมื่อพักเสร็จ นักศึกษาก็จะเข้าไปอ่านหนังสือต่อได้เลย



หอสมุดวิลเลี่ยมเป็นหอสมุดขนาดกลางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเซเวน

เป็นอาคารสีขาวสูง 4 ชั้น ภายในมีหนังสือถึง 167,842 เล่มแยกเป็นไปตามหมวดหมู่



หลังจากที่ทางหอสมุดกลางเรียกหนังสือจากหอสมุดทุกหอภายในเมืองไปเก็บ

หอสมุดก็ได้ปิดตัวลงเพื่อซ่อมบำรุง ทำให้บริเวณสวนสาธารณะที่เคยมีนักศึกษาพลุกพล่าน

ก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด



ประตูหอสมุดที่ติดป้าย \"Close\" เอาไว้มาหลายเดือน ถูกผลักออกอย่างแรง

จากเด็กสาวที่มีดวงตาสีดำขลับ ตัดกับผมที่ทำ highlight สีแดงประกายที่สะท้อน

กับแสงแดดแล้วเหมือนมีกองไฟย่อมๆ อยู่บนหัว



สีหน้าบูดบึ้งเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคนที่โชคร้ายเดินผ่านมาแถวนี้ ยิ่งส่งให้เธอเหมือน

นางพญาไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้วอดวายไปเลยจริงๆ

เธอกำมือแน่น หลับตาปี๋ พร้อมกับตะโกนออกมาดังๆ ว่า



\"โอ๊ย ซวยอะไรอย่างงี้นะ เฟมีล แล้วที่นี้แกจะอยู่ยังไงกัน~~~\"



สาวน้อยที่ตะโกนอยู่คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์

บรรณารักษ์ของหอสมุดวิลเลี่ยม แต่เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ มันไม่มีหนังสือแล้วนี่นา ????



เสียงตะโกนยังไม่ทันสิ้นเสียงดี เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น

เฟมีลรีบกดรับโดยที่ยังไม่ลืมตาดูหมายเลขเรียกเข้า



\"เฟมีลล่า พูดค่ะ\"



\"คุณเฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ ขณะนี้คุณได้ค้างการชำระค่าโทรศัพท์มาเป็นเวลา

2 เดือนแล้ว เป็นเงินทั้งหมด 450 ดอลล่า ถ้าในอีก 24 ชั่วโมงคุณยังไม่ไปชำระ

ทางเราจะตัดสัญญาณความถี่จากบ้านเลขที่.......\"



เฟมีลไม่รอให้ไอ้เสียงจากคอมพิวเตอร์ซังกะบ๊วยของกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานทดแทน พูดต่อ

เพราะเธอฟังมัน มาเป็นร้อยครั้งแล้วใน 2 เดือนที่ผ่านมานี้  



เธอกำลังตกงานเนื่องจากในห้องสมุดไม่มีหนังสือให้เธอดูแลอีกแล้ว



ความจริงเฟมีลเพิ่งจะอายุ 15 ปีเท่านั้น แต่เธอเป็นเด็กพิเศษมีความสามารถ

ทางด้านยิมนาสติกและดนตรีทุดชนิดโดยเฉพาะเปียโน



เธอจบจากมหาวิทยาลัยดนตรีอันดับหนึ่งของเซเวน เมื่อเธอเรียนจบ

เธอควรจะได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยดนตรีทันที



ถ้าไม่เป็นเพราะพวกอาจารย์คร่ำครึที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ยอมให้เธอเข้าบรรจุ

ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีตำแหน่ง แล้วเธอจะทำอะไรได้ ก็ต้องไปสมัครงานที่อื่น



เมื่อเห็นที่ห้องสมุดวิลเลี่ยมต้องการบรรณารักษ์แล้วเธอก็เรียนวิชาบรรณารักษ์

เป็นวิชาโทจึงสมัครและได้ทำงานที่นี่มาปีกว่า จนถูกไล่ออกเมื่อกี้นี้เอง



ความจริงคุณกาเร็ต วิลเลี่ยม เป็นเจ้านายที่ดีเสมอมา แต่เมื่อมีการเปลี่ยนมือของเจ้าของ

หอสมุดเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ทำให้เฟมีลลำบากขึ้น



เงินเดือนถูกลด สวัสดิการไม่มีเนื่องจากเจ้านายใหม่อ้างว่าปริมาณคนเข้าห้องสมุด

ลดน้อยลงทางหอสมุดต้องลดค่าใช้จ่าย



ยิ่งเมื่อมีการเรียกหนังสือจากหอสมุดทุกเล่มกลับเข้าหอสมุดกลางด้วยแล้ว

ทำให้เจ้าของใหม่ตัดสินใจเปลี่ยนหอสุดวิลเลี่ยมไปเป็นศูนย์ IT ที่จะมีการให้บริการ

ครบครันที่สุดในแถบนี้



มันคงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกถ้าเธอจะเป็นผู้จัดการของศูนย์นี้ต่อ

แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ...



เช้านี้เธอมาทำงานตามปกติเมื่อมาถึงโต๊ะทำงานของเธอก็พบ E - mail สีขาว

อยู่ในช่องจดหมายเข้าเมื่อเปิดออกอ่าน ให้ตายเถอะ เธอถูกไล่ออก!!!!

ด้วยเหตุผลที่ห่วยแตกที่สุด



คุณไม่ได้จบมาในสาขาที่ทางเราต้องการ  



มีหรือเฟมีลจะยอมเพียงแค่อ่านจดหมาย เธอตรงเข้าไปคุยกับเจ้านายทันที



\"คุณแคธี คะ ดิฉันอยากได้เหตุผลที่ดีกว่านี้ในการให้ดิฉันออกจากงานค่ะ\"



เจ้านายใหม่ของเธอเป็นผู้หญิงร่างท้วม ขี้เหนียว ใจแคบ เห็นแก่ตัว และไร้มารยาทที่สุด

เท่าที่เฟมีลได้เจอมา ตั้งแต่วันแรกที่ แคธี วิลเลี่ยม รับเป็นเจ้าของหอสมุด

ต่อจากคุณปู่ของเธอ



เธอก็มีความเห็นว่าเฟมีลเป็นเด็ก เด็กควรจะอยู่ที่โรงเรียนเวลานี้ไม่ใช่มานั่งทำงาน

แต่พอเฟมีลตอบบอกกับเธอว่า



ดิฉันเรียนจบแล้วค่ะ คุณแคธี   



เธอก็ยังทำท่าไม่เชื่ออยู่ดี ไม่ว่าเฟมีลจะทำอะไรเจ้านายใหม่คนนี้จะคอยจับผิดเสมอ

ตอนหลังนี่เฟมีลมารู้ว่า ยัยเจ้านายใหม่คนนี้เกลียดพวกเด็กพิเศษอย่างกับอะไรดี



เพราะตอนแกเรียนมหวิทยาลัยแกโดนพวกลุ่มเด็กพิเศษแกล้งจนต้องขอย้าย

มหาวิทยาลัยเลยที่เดียว เฟมีลเข้าใจว่าเด็กพิเศษบางกลุ่มมีอิทธิพลมาก



เพราะเป็นเด็กที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยเสมอ จึงมักจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่า

นักศึกษาหรือเด็กปกติ เฟมีลก็เป็นเด็กพิเศษเหมือนกันแต่เธอไม่เคยได้ใช้สิทธิพิเศษจำพวกนั้น



เนื่องจากเธอได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงินมากกว่า พูดง่ายๆ ก็คือเธอเป็นเด็ก

ที่ใช้ทุนของรัฐเรียนนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิได้รับสิทธิอย่างอื่นอีก



แต่เธอว่า เธอรู้แล้วว่าทำไมยัยเจ้านายใหม่ถึงได้ถูกแกล้ง



ก็ดูพี่แกแสนจะน่ารังเกียจขนาดนี้คงไปสะกิดต่อมหมันไส้ใครเขาสักคน

เลยโดนแกล้งเอาซะอ่วม



\"ดิฉันคงให้เหตุผลเพิ่มเติมอะไรมากไปกว่าที่แจ้งคุณไปทางจดหมายหรอกค่ะ\"



แคธี วิลเลี่ยมตอบด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ไม่แม้จะเงยหน้าขึ้นมองเฟมีลที่ยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะ

เฟมีลพยายามสะกดอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด



ยัยนี่มันจงใจจะไล่ช้าน~~~



\"แต่คุณแคธี ถ้าคุณจะไล่ดิฉันออกคุณก็ควรแจ้งฉันก่อน 3 เดือนไม่ใช่เหรอคะ\"



\"ดิฉันจะได้หางานใหม่ทัน\"



เฟมีลถามกลับไป ส่งผลให้คนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่เงยขึ้นมองเธออย่างเหยียดๆ



\"ขอโทษนะคะ คุณเฟมีลล่า\"



\"ทางเราคิดว่าคุณจะเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า สัญญาจ้างงานคุณที่คุณปู่ท่านทำไว้นั้น

ระบุว่าทางเราจ้างคุณมาเป็นบรรณารักษ์หอสมุดแห่งนี้ เมื่อไม่มีหนังสือแม้แต่เล่มเดียว

อยู่ในหอสมุดอย่างนี้แล้ว\"



\"ดิฉันก็เลยคิดว่า คุณที่เป็นเด็กพิเศษน่าจะรู้นะคะว่า สัญญาจ้างงานมันเป็นโมฆะไปแล้ว

เพราะงั้นทางเราเลยไม่ได้แจ้งไปบอกคุณ แต่เมื่อเห็นว่า 2 เดือนที่ผ่านมาคุณมาทำงาน

ทุกวัน ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากคอยรบกวนงานของช่างที่มาติดตั้งอุปกรณ์\"



\"ดิฉันก็เลยเห็นควรว่า ต้องแจ้งให้คุณทราบสักทีเพื่อตัดปัญหาที่กำลังเกิด

ขึ้นในขณะนี้ไงคะ\"



เฟมีลรู้สึกเหมือนอยากจะฆ่าผู้หญิงตรงหน้าเหลือเกิน เมื่อ 2 เดือนก่อนเธอเป็นคน

จัดการเช็ครายชื่อหนังสือทั้งหมดเพื่อจะส่งให้ทางหอสมุดกลาง



งานทั้งหมดเธอทำคนเดียว เพราะยัยอ้วนนี่ไล่คนงานออกหมดเหลือไว้แต่เธอเท่านั้น

รายชื่อและหนังสือพึ่งจะเสร็จและจัดส่งหนังสือล๊อตสุดท้ายไปเมื่อวานนี้เอง



ตลอด 2 เดือนเธอไม่ได้รับเงินเดือน พอถามเลขาหน้าห้องของแคธี เธอก็ตอบว่าไม่รู้

จะหาตัวเจ้านายตัวแสบก็ไม่เจอ ไปติดต่องานบ้าที่ไหนก็ไม่รู้



เธอต้องใช้เงินเก็บที่แสนจะน้อยนิดมาจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน ค้างชำระค่าไฟ 2 เดือน

ค่าน้ำ 1 เดือน ตอนนี้เธอมีเงินเหลือประมาณ 100 ดอลล่าเท่านั้น



เธอหวังว่าวันนี้เธอจะได้รับเงินเดือน 2 เดือนที่ค้างไว้ และหน้าที่ใหม่ที่เธอจะได้แต่



นี่มันอะไรก้าน~~



\"โอเคค่ะ สรุปว่าคุณไล่ดิฉันออก ไม่เป็นไรค่ะ งั้นดิฉันขอรับเงินเดือน 2 เดือน

ที่ค้างเอาไว้และเงินเดือนชดเชย 3 เดือนค่ะ รวมเป็นเงินทั้งหมด 4000 ดอลล่าถ้วน

ดิฉันอยากได้เป็นเงินสดเท่านั้นนะคะ\"



\"ขอโทษอีกครั้งนะคะคุณเฟมีลล่า ทางเราคงจ่ายเงินให้คุณได้เพียง 1600 ดอลล่า

ที่ค้างอยู่ให้เท่านั้น เนื่องจากค่าชดเชยอีก 3 เดือนนั้นไม่อยู่ในสัญญาว่าจ้างชั่วคราวของเราค่ะ\"



\"สัญญาว่าจ้างชั่วคราวอะไรคะ ?\" เฟมีลทำหน้างงๆ ๆ



\"ก็ตั้งแต่วันแรกที่มีการเรียกหนังสือกลับ ดิฉันก็ถือว่าหน้าที่บรรณารักษ์ของคุณ

ได้จบลงแล้วเหลือไว้แต่เพียง คุณต้องปัดกวาดเซ็ดถูทุกอย่างให้เรียบบร้อยเท่านั้น\"



\"สัญญาว่าจ้างของคุณจึงเปลี่ยนมาเป็นสัญญาว่าจ้างชั่วคราวทันทีตามข้อตกลงของ

กระทรวงแรงงานฉบับที่ 569 ไงคะ\"



\"อ้อ ตายจริงหรือว่ายังมีเรื่องที่เด็กอัจฉริยะอย่างคุณยังไม่รู้อีกคะ\"



แคธีทำท่าตกใจเอามือทาบหน้าอก เป็นท่าทางที่น่าตบมากในความคิดของเฟมีล



\"โอเคค่ะ 1600 ดอลล่า ดิฉันจะไปเอาจากฝ่ายการเงินได้เลยใช่ไหมคะ\"

    

\"โอ๊ะ ไม่ต้องค่ะ ดิฉันได้โอนเข้าไปในบัญชีคุณแล้ว\"

    

\"อะไรนะคะ โอนไปแล้ว\"



ยัยอ้วนเอ๋ย ยังงี้เงินเดือนก็ต้องถูกหักออกเพราะค่าไฟค่าน้ำนะสิ

1600 - 560 -310 = 830



830 + 100 ที่อยู่ในกระเป๋า ชีวิตนี้ทั้งชีวิตฉันเหลือเงินแค่ 930 ดอลล่า !!!

    

\"ค่ะ งั้นก็ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ งั้นดิฉันขอลาเลยแล้วกัน\" เฟมีลกัดฟันพูด

    

\"บ๊ายบาย ค่ะ หวังว่าดิฉันคงไม่ทำให้คุณลำบากจนเกินไป\"



เฟมีลรีบเดินออกมาจากห้องนั้น จ้ำเท้าไปที่โต๊ะทำงาน กวาดของทุกอย่างเข้าไป

ในแคปซูลเก็บของ



( เป็นกระเป๋ารูปแบบใหม่ที่ช่วยลดภาระในการหอบหิ้ว สามารถเก็บของหนักได้ถึง

50 กิโลแต่ผู้พกพาจะรู้สึกเหมือนหิ้วของน้ำหนักประมาณ 500 กรัม )



แล้วโยนแคปซูลใส่กระเป๋าถือ รีบเดินออกมานี่แหละ...



หลังจากปิดโทรศัพท์ลงเฟมีลก็รู้สึกดีขึ้น



อย่างน้อยเงิน 930 ดอลล่าก็ยังไม่โดนหักไปเป็นค่าโทรศัพท์ ดีนะเนี่ยที่เธอไม่เข้าร่วม

การใช้บริการจ่ายค่าโทรศัพท์โดยการตัดจากบัญชีธนาคาร




คิดได้ดังนั้นเฟมีลจึงออกเดินจนมาถึงตลาดที่อยู่ถัดมาจากสวนสาธารณะวิลเลี่ยม



\"วันนี้จะกินอะไรดี กินสปาเกตตี้ล้างซวยดีกว่า\"



\"วันเกิดเราแท้ๆ ทั้งตกงานทั้งอารมณ์เสียแต่เช้าเลย \"



ขณะที่เฟมีลกำลังซื้อมะเขือเทศอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็นลุงแก่ๆ คนหนึ่งยืนเหมือนรอใครอยู่

พอสบสายตากัน ลุงคนนั้นก็เดินมาหาเฟมีลแล้วเอ่ยว่า

    

\"แม่หนู อยากได้หนังสือไว้อ่านเล่นซักเล่มไหม\"



คิ้วของเฟมีลขมวดเข้าหากันทันที



หนังสือเหรอ ยังมีหนังสือที่หลงเหลืออยู่ในเมืองนี้อีกรึ คิดว่าหอสมุดวิลเลี่ยม

เป็นหอสมุดสุดท้ายเสียอีกที่มีการเรียกคืน แต่ช่างหัวมันสิ


    

\"หนังสืออะไรคะคุณลุง\"



ชายกลางคนล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงเอาหนังสือเล่มหนา ที่ขนาดของมันไม่น่าที่จะ

อยู่ในกระเป๋าที่อกเสื้อได้ เมื่อสังเกตก็เห็นว่า



หนังสือเล่มนี้ดูๆไป ก็เหมือนจะเป็นหนังสือนิยายธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ

ที่หน้าปกมีชื่อหนังสือเป็นสีทองเขียนไว้ว่า SAVENA



สงสัยจะเป็นนิยายแนวแฟนตาซีละมั้ง



\"ลุงให้หนูฟรีๆ เลย เพราะลุงคงไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว\"

    

\"หนังสือเล่มนี้เป็นของคุณลุงเหรอคะ\"

    

\"มันเคยเป็นของภรรยาลุง แต่ตอนนี้ภรรยาลุงเขาไม่ต้องการมันแล้ว

ตอนนี้ถ้าหนูอยากได้ หนูก็รับไปเถอะ\"



ลุงพูดเสร็จก็ยื่นหนังสือใส่มือเฟมีล แล้วหันหลังเดินหายเข้าไปในตลาด



เฟมีลได้แต่งงกับอาการของลุง เมื่อมองมาที่หนังสือ เธอก็รู้สึกเหมือนผูกพันกับมัน

มานาน ในใจลึกๆ เหมือนได้รับของที่เป็นของๆ เธอที่ทำหายแล้วได้กลับคืนมาอย่างไง

ชอบกล



แต่เฟมีลก็เลิกสนใจแทบจะทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นมะเขือเทศที่กำลังลดราคา

จึงรีบเก็บหนังสือใส่กระเป๋า แล้วตรงดิ่งไปที่ตะกร้ามะเขือเทศทันที



โดยไม่ได้สนใจเสียงกระซิบที่เหมือนลอยมากับสายลมว่า  



\"สุขสันต์วันเกิด เฟมีลล่า\"



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



คฤหาสน์ตระกูลไดเอนแพนไทร์

    

ทุกคนที่ผ่านมาหน้าคฤหาสน์หลังนี้คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่าเจ้าของคฤหาสน์ที่เหลือเพียง

คนเดียวมีเงินอยู่ไม่ถึง 1000 ดอลล่า เพราะอะไรน่ะเหรอ



ก็เพราะในเซเวนนี้ไม่มีคฤหาสน์ไหนใหญ่และมีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่เท่าคฤหาสน์หลังนี้อีกแล้ว

พื้นที่ใช้สอยของคฤหาสน์ไม่ค่อยใหญ่เท่าไรหรอกแค่มี 50 ห้องนอน 50 ห้องน้ำ

ห้องครัว 2 ห้อง หอคอย ห้องนั่งเล่น ห้องบอลลูน ห้องสมุด ห้องดนตรี



โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่คฤหาสน์หลังนี้มีแกรนเปียโนถึง 2 ตัว สีขาวตัวหนึ่ง

สีดำตัวหนึ่งเหมือนเป็นแสงและเงา



แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เจ้าของคฤหาสน์มีเงินในกระเป๋าแค่นั้น ???



คำตอบก็คือ เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ เป็นทายาทที่ไม่มีเงินสักแดงเป็นมรดก

มีแค่บ้านหลังนี้เท่านั้น และเธอก็เพียรพยายามที่จะรักษามันไว้ เธอพยายามรักษาบ้าน



ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวของเธออย่างเต็มกำลัง ยอมแม้กระทั้งอดข้าวมื้อเช้าและเย็นตลอดปี

เพื่อที่จะมีเงินจ่ายค่าภาษีที่ดินละภาษีตัวบ้าน



ไม่ยอมนำสิ่งของแม้เพียงซักชิ้นที่อยู่ในบ้านเอาไปขายทั้งๆ ที่ถ้าเธอทำอย่างนั้นเธออาจจะ

กลายเป็นเศรษฐีได้อย่างสบายๆ



คนที่เดินผ่านไปมาได้แต่มองถึงความสวยงามของคฤหาสน์โดยไม่เคยรู้เลยว่า

การที่จะทำให้คฤหาสน์หลังนี้สวยงามออกมาอย่างที่เห็น ต้องใช้ความพยายามที่เลือดตาแทบกระเด็น !!!



คฤหาสน์หลังนี้เป็นความภาคภูมิใจของเฟมีล ที่เธอสามารถดูแลและรักษามันให้สวยงาม

เหมือนดังภาพวาดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ที่เธอเห็นมันติดโชว์อยู่ที่บันไดทางขึ้น

ชั้นสองได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน



เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ต้องรักษาคฤหาสน์หลังนี้ไว้อย่างสุดชีวิต

เธอรู้แต่เพียงว่า เธอมีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น



นับตั้งแต่วันที่ คุณลุงจากไปตั้งแต่เธออายุได้ 6 ขวบ เธอจำไม่ได้ว่าคุณลุงเป็นใคร

หน้าเป็นอย่างไรแต่เธอจำเพียงคำพูดเดียวที่คุณลุงพูดกับเธอว่า



เฟมีลล่าหลานรัก ลุงจะไปไม่นาน อีกซักพักเราจะได้เจอกัน



เฟมีลไม่เข้าใจคำพูดของคุณลุงมากนัก คุณลุงบอกว่า \'จากกันซักพัก\'

แต่คงเป็นพักที่นานไปหน่อยเพราะถ้ารวมวันนี้ คุณลุงหายไป 9 ปีเต็มแล้ว

เฟมีลยังไม่เห็นวี่แววว่าคุณลุงจะกลับมา



แต่เธอทำได้เพียงรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้คุณลุงเท่านั้น ถ้าเธอยังอยู่ที่บ้านหลังนี้

เธอจะต้องได้พบกับคุณลุงแน่ เธอเชื่ออย่างนั้น จึงปฏิญาณตนว่าต่อให้อดตายยังไง

เธอก็จะไม่ขายมันเด็ดขาด !!!



เฟมีลมาถึงคฤหาสน์ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว เนื่องจากเธอได้ไปสมัครงานที่ศูนย์รับสมัครงาน

ก่อนที่จะกลับบ้าน ต่อจากนี้ก็แค่รอ รอ และรอ เมื่อเข้ามาในบ้าน



(ขอใช้คำว่าบ้านนะเพราะสำหรับเฟมีลที่นี่คือบ้านของเธอ)



เธอก็ตรงไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นออกเอาของสดเข้าเก็บ แล้วจึงเดินขึ้นไป

ชั้นสองของบ้าน เดินผ่านระเบียงที่เรียงรายไปด้วยภาพบรรพบุรุษ

จนมาถึงภาพสุดท้ายที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นคุณลุงของเธอ จึงเอ่ยเบาๆ เหมือนที่ทำทุกวันว่า



\"คุณลุงคะ เฟมีลล่ากลับมาแล้วค่ะ วันนี้คุณลุงก็สบายดีนะคะ\"



พูดเสร็จเธอก็ยิ้มให้ภาพนั้นเหมือนว่าคนในภาพตอบรับการกลับบ้านของเธอ

เมื่อยิ้มอยู่สักพักเฟมีลก็หันกายเดินหายเข้าไปยังห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน



เคล้ง เคล้ง เสียงจานกระทบกันในห้องครัวบ่งบอกว่าในห้องคงมีคนกำลัง

ประกอบอาหารอยู่



เสียงเงียบหายไปซักพักก็เห็นร่างของเด็กสาวใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน

เดินออกมา ในมือข้างขวามีจานสปาเก็ตตี้จานโตส่วนข้างซ้ายมีแก้วไวน์แดง



เฟมีลเดินผ่านห้องนั่งเล่นเลยไปที่ห้องดนตรี พอเดินไปถึงหน้าประตู

ก็เหมือนประตูมันจะรู้ว่ามีคนอยากเข้าไปข้างในก็เปิดออกทันที

กลไกการเปิดของประตูนี้เฟมีลก็ไม่ค่อยเข้าใจมันเหมือนกัน



เพราะประตูที่บ้านหลังนี้ไม่มีลูกบิดซักกะอัน แต่มันเปิดตัวมันเอง เฟมีลเลยคิดว่าคง

เป็นระบบที่บรรพบุรุษติดตั้งไว้มั้ง เดินมาถึงเปียโนสีขาวก็วางจานสปาเก็ตตี้และแก้วไวน์

ลงบนเปียโน นั่งลงที่เก้าอี้ หลับตาเพื่อรวบรวมสมาธิเล็กน้อยแล้วจึงพรมนิ้วลงบนเปียโน



เพลงที่ดังออกมาเป็นเพลง Happy Birth Day ดังติดต่อกัน 2 รอบแล้วจึงหยุดลง

มือเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ ลิ้มรสน้ำผลไม้ที่ผสมแอลกอฮอล์ 5 % แล้วเอ่ยกับตัวเองว่า



\"Happy birth day to me สุขสันต์สันเกิดเฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ เธออายุครบ 15 แล้วนะ\"



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27884 SeaBearHTY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:44

    ฉันตามหาเธอมานานมาก ในที่สุดก็เจอ

    ขอบคุณที่ยังเก็บไว้ในเด็กดีนะ เรายังสะสมตังซื้อบ๊อกเซ็ตเธอไม่ได้เลย
    #27,884
    0
  2. #27860 นี่ตุ๊ยเองงงง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:47
    สนุกมากเลยค่ะ
    #27,860
    0
  3. #27859 นี่ตุ๊ยเองงงง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:47
    สนุกมากเลยค่ะ
    #27,859
    0
  4. #27850 lovedoll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 20:09
    นางเอกดูท่าจะจน แต่กินไวน์ต่างน้ำ เอิ่ม...
    #27,850
    0
  5. #27831 thanika kamthorntaksina (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 09:26
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ เป็นนิยายเรื่องแรกที่อ่านเลย แล้วก็อ่านหลายรอบแล้วด้วย ตอนนี้พยายามแปลเรื่องนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษอยู่เพราะอยากให้คนอื่นได้เข้าใจ สนุก และรักนิยายเรื่องนี้เหมือนกับเรา ดังนั้นจึงอยากจะขออนุญาติคุณกัลฐิดา แปลนิยายเซวีน่าเป็นภาษาอังกฤษนะคะ
    #27,831
    0
  6. วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 08:01
    คิดถึงจังเลย. ไม่ได้อ่านนานแล้ว (•3<)
    #27,825
    0
  7. วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 08:01
    คิดถึงจังเลย. ไม่ได้อ่านนานแล้ว (•3<)
    #27,824
    0
  8. #27801 Zero_love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:24
    ผมอ่านหลายรอบก็ไม่เบื่อ ในบรรดาที่อ่านนิยายมาผมชอบเรื่องนี้มากที่สุด พี่กัลแต่งเล่ม 6 ต่อนะครับ และแต่งไปเรื่อยๆไม่ต้องมีวันจบเลยได้ไหม
    #27,801
    0
  9. #27777 Sci' Swiftiez (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 12:12
    ย้อนกลับมาอ่าน อิอิ คิดถึงเฟมีลจัง >w<
    #27,777
    0
  10. #27770 ฮิบาริ สึนะโยชิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 21:37
    ไปกันเฟมีล ไปเผาบ้านยัยป้าแคธีกัน5555
    #27,770
    0
  11. #27737 Gift monta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:28
    ไม่จบภาระกิจ ก็ห้ามออกจากบ้าน เจ้าเล่ห์ทั้งบ้านเลย
    #27,737
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #27638 ✿Jasminmin.s (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 21:20
    อยากไปอยู่เป็นเพื่อน 100 กว่าห้อง อยู่คนเดียว ให้เค้าไปอยู่ด้วยน้าาา 55
    #27,638
    0
  14. #27607 ถุงเท้าน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 13:53
    พี่กัล กลับมาอ่านแล้วยังสนุกเหมือนเดิมเลยค่ะ
    #27,607
    0
  15. #27585 ความฝันสีเทา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 19:57
    เฮ้อ......พอวกกลับมาอ่านเซวีน่าแล้ว    คึดถึงเซวีน่าจัง 
    #27,585
    0
  16. #27560 wa'hwa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 16:56
     เศร้า เฟมีล ซวยอะไรเยี่ยงนี้
    #27,560
    0
  17. #26932 EmmieCHAN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 12:32

    สงสารเฟมีลล่าง่ะ T^T

    #26,932
    0
  18. #26842 คนๆหนึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2552 / 23:10
    น่าสงสารนางเอกอ่ะ(นางเอกรึเปล่า?)
    #26,842
    0
  19. #26728 oนู๋น้อยผีแดงo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 13:14
    ชอบเรื่องนี้มั่กๆคร่ะ
    #26,728
    0