SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 247 : Part V - 9 - แผนกคนประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 พ.ค. 51

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา



----------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีเดือนพฤษภาคมค่ะ


กัลกลับมาแล้ว การสัมนาครั้งนี้เกือบเอาชีวิตไม่รอดเลยทีเดียว
เพื่อนๆ คิดถึงกัลบ้่างไหมคะ ^_^


วันนี้นอกจากมารายงานตัวแล้วยังเอาตอนใหม่มาฝากด้วยค่ะ
หวังว่าคงถูกใจกันนะคะ ใกล้เปิดเทอมอีกแล้ว
ตอนนี้ขอให้เพื่อนตั้งใจใช้เวลาปิดเทอมที่เหลือให้คุ้มนะคะ


แล้วเจอกันค่ะ


กัลฐิดา


----------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 9 แผนกคนประหลาด


----------------------------------------------------------------------------------------------------------

   
อมีเรีย บราวน์ กำลังหงุดหงิด เพราะหลายวันมานี่เธอเดินไปที่ไหนก็จะมองเห็นแต่บุคคลภาย

นอกเดินเต็มทางเดินในปราการไปหมด ทำไมเขาไม่จัดสัมมนาที่อื่นแทนที่จะเป็นที่นี่นะ สัมมนา

มันก็ดีหรอกมันทำให้เธอได้เห็นอะไรแปลกๆเยอะเลย แต่ข้อเสียมันอยู่ที่ว่า บรรดาพวกอยากรู้

อยากเห็นแต่ไม่อยากเรียนรู้ต่างแห่มาที่นี่กันหมด


เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมสภากลางถึงไม่คัดคนที่สนใจจริงๆมาเข้าฟัง เพราะอย่างนั้นเลยเสียที่

นั่งฟังในห้องสัมมนาไปหลายที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากสถาบันสปีเย่สี่ห้าคนนั่น นอนหลับก็

เท่านั้น คุยกันก็เท่านั้น ไม่รู้ว่าโดนสั่งสอนกันมายังไง คิดหรือว่าเธอนั่งอยู่แล้วไม่ได้ยินยัยพวกนก

คาบข่าวพวกนั้นพูดถึงคนในแผนกของเธอว่าได้


“...กินกาเฟเป็นอาหารเช้า ดื่มน้ำหมึกเป็นอาหารเย็น...” ใครจะไปมีชีวิตอยู่ได้กัน ไม่รู้ซะแล้วที่

แผนกของเธอมีนักโภชนาการโดยเฉพาะดูแลเลยนะจะบอกให้ แล้วที่เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในแผนก

เดียวกันไม่ชอบแต่งตัวมันแปลกตรงไหน


หญิงสาวคิดพลางเร่งฝีเท้าผ่านทางเดินไปยังห้องปฏิบัติการเวท ดวงตาภายใต้แคลคูเลวาววับ

เหมือนกับคนที่โกรธใครมาหลายล้านปี และเพราะมัวแต่หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับคำพูดที่ติดหูมาเมื่อ

หลายวันก่อน ทำให้หญิงสาวชนกับใครเข้าเต็มๆ


“โอ๊ย!” หญิงสาวยกมือขึ้นดึงแว่นแคลคูเลออกจากจมูก ก่อนจะสวมมันคืนเพื่อมองใบหน้าคนที่

เดินไม่รู้ตาม้าตาเรือเข้ามาชนเธอ แต่ดวงตาสีเขียวอ่อนต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่เธอชนด้วย


“เป็นอะไรบ้างครับ” ลีโอเอ่ยถามอย่างสุภาพ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่เขา
“เออ...ไม่...”
“เกิดอะไรขึ้นหรือลีโอ” เสียงของชายหนุ่มรุ่นพี่คนหนึ่งของอมีเรียดังขึ้น ทำให้ลีโอปล่อยมือจาก

ไหล่บางและหันกลับไปตอบว่า


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมเดินไม่ระวังไปชนกับรุ่นพี่อมีเรียเข้า” ชายร่างสูงในชุดการแต่งกายไม่ต่าง

จากอมีเรียเท่าไรเดินออกมาที่ประตูแล้วทักขึ้นว่า
“ไง อมีเรีย วันนี้ก็ยังไม่หายหงุดหงิดอีกเหรอ” คราวนี้คนที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาตลอดทางถึง

กลับหน้าซีด เพราะกลัวเพื่อนรุ่นพี่จะพูดในสิ่งที่เธอบ่นมาตลอดสองสามวันนี้


“งั้นผมไปก่อนนะครับรุ่นพี่ฟาน ขอฝากเนื้อฝากตัวล่วงหน้าด้วยครับ” ฟาน ไบคาร์ต หัวหน้า

แผนกพัฒนาการเวทพยักหน้ารับก่อนจะมองส่งร่างสูงของหลานชายเจ้าผู้ครองรัฐคนปัจจุบัน

ของดินอร์ต้าแล้วเอ่ยอย่างขำๆ ว่า
“ช่างสุภาพเสียจริง ว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐคนนี้” อมีเรียเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่แล้วถามขึ้นว่า


“แล้วเขามาที่นี่ทำไมคะ” ฟานส่งกระดาษสีขาวให้พร้อมกับเดินนำรุ่นน้องเข้ามาในห้องปฏิบัติ

การที่เต็มไปด้วยของประดิษฐ์ที่มีลักษณะประหลาด บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ หลอด

ทดลองที่บรรจุควันหลากสี บ้างเดี๋ยวลอยฟุ้งแล้วกลายเป็นน้ำ บ้างก็เปลี่ยนสีไปมาอย่างไม่สิ้นสุด

ปลายสุดของห้องเป็นอาคารหอกลั่นขนาดย่อมที่มีน้ำสีทองหยดลงบนถาดทดลองก่อนจะ

แปรสภาพเป็นชิ้นส่วนอะไรบางอย่างก่อนจะลอยเข้าไปประกอบกับวัตถุที่อยู่บนแท่นหมุนที่กำลัง

ต่อเติมตนเองอยู่


“รายชื่อผู้เข้าร่วมการสำรวจค้นหาวัตถุดิบน่ะ ปีนี้มีคนนอกเข้าร่วมด้วย” อมีเรียจ้องมองรายชื่อทั้ง

หมดก่อนจะถามขึ้นอย่างข้องใจว่า
“ทำไมคราวนี้ต้องมีคนนอก คนอื่นรู้กันหรือยังคะ” ฟานขยับมือที่ถือหลอดทดลองก่อนจะเทควัน

สีเขียวให้รวมกับสีแดงแล้ว ปุ้ง! ไอสีส้มพุ่งเข้าใส่หน้าชายหนุ่มเข้าอย่างจัง


“โอ๊ย ให้ตาย อมีเรียหยิบสเปรย์ความเย็นมาเร็ว...” ยังไม่ทันจะพูดจบควันสีฟ้าใสจากขวด

กระป๋องซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากมืออมีเรียก็พุ่งเข้าใส่หน้า
“รุ่นพี่นี่น้า บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้ใส่แคลคูเลป้องกันด้วย เป็นไง ผมไหม้เลย” ฟานลูบปอยผมสี

น้ำตาลเข้มที่หงิกงออย่างเสียดายก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้มาเยือนคนใหม่


“มาหาใครเหรอครับ” พอหญิงสาวผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาใกล้ สีหน้าของอมีเรียก็เปลี่ยนไปทันที นั่น

มันผู้หญิงที่นั่งข้างยัยปากเสียคนนั้นนี่ มาที่นี่ทำไมกัน
“ขอโทษนะคะ ที่นี่ใช่แผนกพัฒนการเวทหรือเปล่าคะ”


“ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ คุณผู้หญิง” อมีเรียอดค้อนเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้ พอเห็นผู้หญิง

สวยเข้าหน่อยก็ทำเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว ผู้ชายนี่เหมือนกันหมดจริงๆ
“อ้อ อยากจะถามว่าเห็นลีโอบ้างไหม” เธอคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจ


“พึ่งออกไปเมื่อกี้เองครับ มีอะไรกับลีโอเหรอครับ อ้อ ลืมแนะนำตัว ผมฟาน ไบคาร์ต” เฟมีลยิ้ม

ตอบรอยยิ้มผู้สูงวัยกว่าแล้วตอบกลับว่า
“เฟมีล เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ค่ะ ออกไปแล้วเหรอคะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอโทษที่มารบ
กวนเวลางาน” เฟมีลก้มหัวเล็กน้อยลาฟานก่อนจะส่งยิ้มเป็นเชิงขอโทษให้หญิงสาวอีกคนเพราะ

ดูท่าทางเธอคนนั้นจะไม่ค่อยพอใจการที่เธอเข้ามาในห้องนี้เท่าไหร่


“ไม่เป็นไรมิได้ครับ ยังไงถ้าอยากลองเยี่ยมแผนกพัฒนาการเวทอีกเมื่อไรก็เชิญได้ทุกเมื่อ”
เฟมีลได้แต่อมยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป แต่ท่าทางของฟานก็ยังไม่หยุดเคลิ้ม
อมีเรียเลยจัดการกระทุ้งสีข้างไปเบาๆ


“โห่ อย่ามาทำลายความฝันอันสวยงามของฉันได้ไหม” เสียงโอดครวญของรุ่นพี่ทำให้อมีเรีย
ต้องเตือนเสียงเข้มว่า
“เดี๋ยวจะฟ้องรุ่นพี่เอล่า ว่าพี่ฟานกำลังคิดนอกใจ”


“เฮ่อ มาไม้นี้ เลยไปต่อไม่ได้เลยเรา” ฟานเดินเกาหัวอย่างเซ็งๆ ไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองพลาง

เหลือบไปมองรุ่นน้องที่เข้าทำงานที่นี่มาได้สามปีแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของการมีคู่เลยซักกะติ๊ด

ในที่สุดก็คันปากเลยลอบๆ เคียงๆ ถามไปว่า


“แล้วเราเถอะ ไม่คิดจะหาคนมาดูแลบ้างหรือไง” อมีเรียร้อง ‘หึ’ ออกมาดังๆ ก่อนจะตอบว่า
“จะหามาทำไมให้ปวดหัว แค่นี้ก็ไม่มีเวลาดูแลตัวเองอยู่แล้ว” ฟานถอนหายใจออกมาดังๆ

เหมือนจะแกล้งให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น
“ไม่ต้องมาถอนหายใจใส่เขาเลย พี่ก็รู้นี่นาผู้หญิงแผนกเราถ้าไม่คบกับเพื่อนร่วมงานแล้ว...ใคร

เขาจะมาเอา”



“จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่าพูดตัดโอกาสตัวเองอย่างนั้นสิ มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกน่า เอ พูดว่าไม่มีใคร
เอา พูดเหน็บแหนมใครอยู่หรือเปล่าจ้ะ หรือว่าน้องของพี่ไปหมายปองชายใดเข้าให้แล้ว”
เท่านั้นแหละอมีเรียถึงกับส่งสายตาพิฆาตตามด้วยรังสีอำมหิตออกจากตัวทันที


“อย่ามาพูดล้อเล่นนะ เขาก็พูดให้มันเห็นภาพเท่านั้น แล้วมันไม่จริงหรือไง คนภายนอกเขายิ่งว่า

พวกเราเป็นพวกประหลาดอยู่ด้วย” ฟานหันกลับไปหยิบสารต่างๆ มาใส่ชามแก้วใบโตที่ภายในมี

เชือกกองอยู่ก้มชาม


“แล้วเขาว่ายังไงบ้างล่ะ”
“แต่งตัวเชยบ้างล่ะ พวกแปลก กินกาเฟเป็นอาหารเช้า ดื่มน้ำหมึกเป็นอาหารเย็นบ้างล่ะ...”


ฟานแอบชะงักมือแล้วหันไปมองคนพูดแล้วต้องรีบหันกลับไปกลั้นหัวเราะ เพราะภาพที่เขาเห็น
คือหญิงสาวผู้พูดกำลังผสมน้ำหมึกชนิดพิเศษที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนา ใครกันน้าช่างเปรียบได้
เหมือนดีแท้


ในบรรรดาลูกน้องของเขาทั้งหมด อมีเรียเป็นคนที่ตรงกับคำพูดนั้นมากที่สุด แต่ก็เป็นคนที่

มีความสามารถด้านการออกแบบเครื่องมือและอาวุธมากที่สุดด้วย ใครจะนึกว่าผู้หญิงคนนี้จะมี

พรสวรรค์ที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน สิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาจากหัวของอมีเรียล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยม

เหมือนตัวคนคิดนั่นแหละ ติดอยู่แค่ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่หมกหมุ่นกับสิ่งที่ตัวเองทำมากเกินไป

หมกหมุ่นจนแทบไม่สนใจคนรอบข้างหรือสิ่งรอบตัว


“แล้วไงอีก” ฟานรับคำไปเรื่อยเพื่อให้อมีเรียได้ระบายอะไรออกมาเอง เพราะเขารู้ดีว่าวิธีนี้เป็นวิธี

คลายเครียดของเจ้าหล่อน
“แล้วไง พี่ดูเขาสิ เทียบกับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ผู้ชายจะเลือกใคร ต้องเลือกฝ่ายโน้นอยู่แล้ว”


“ติ้ด ติ้ด ผิดจ้า ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันหมดสักหน่อย ทำไมมองโลกในแง่ร้ายจัง พี่ว่าเธออยู่ในโลก

ของตัวเองมากไปหรือเปล่า น่าจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนสาขาเก่าบ้างนะ” อมีเรียส่ายหน้าไปมา


“ไม่ว่าง ของชิ้นใหม่ก็กำลังจะเสร็จแล้ว พี่ดูสิ มันสวยจัง” ฟานเหลือบไปดูเจ้าวัตถุทองที่ว่าแล้วก็

ต้องหันกลับมาส่ายหน้าไปมากับตัวเอง อย่างนี้น่ะสิ เขาถึงว่าที่นี่เป็นแผนกของคนประหลาด

แต่ละคนล้วนเป็นพวกคลั่งไคล้สิ่งประดิษฐ์ทั้งนั้น...ไม่เว้นแม้แต่เขาก็เถอะ


“พูดถึงผู้หญิงคนเมื่อกี้ หน้าตาคุ้นๆ เนอะ เหมือนพี่เคยเห็นเธอที่ไหนเลย”
“ที่ไหนล่ะ” อมีเรียถามต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก ฟานจึงหยุดมือแล้วหลับตาครุ่นคิด
“เฟมีลล่า เฟมีลล่า โอ๊ยตายล่ะ ได้เจอคนดังโดยไม่รู้ตัวเลยเรา” หญิงสาวที่กำลังค่อยๆ หยิบชิ้น

ส่วนสีเงินจากอีกถาดหนึ่งมาต่อกับสิ่งประดิษฐ์ชะงักมือแล้วถามขึ้นว่า
“ใคร? คนดังที่ว่า ลีโอ ฟรานเชสก้าน่ะเหรอ”


“เปล่า ยิ่งกว่านั้น เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ สาวสวยทายาทตระกูลไดเอนแพนไทร์ผู้มั่งคั่ง
ลูกสาวคนเดียวของนักเปียโนเวทอัจฉริยะคนนั้น ได้ข่าวว่าแต่งงานกับลีโอนี่นา เออ เห็นตัวจริง

อย่างนี้ก็สวยยิ่งกว่าที่เขาลืออีกนะเนี่ย มิน่า ลีโอถึงได้ไม่มองใครเลย” อมีเรียพ่นลมออกจากจมูก

ก่อนจะพูดว่า


“ก็ใครจะไม่มองผู้หญิงสวยอย่างนั้น รูปสวย รวยทรัพย์ มากความสามารถซะขนาดนั้น
ใครไม่รักก็บ้าแล้ว”


“เขาอาจจะมีดีกว่านั้นก็ได้นา อ่ะฮ่า เฟมีลล่า ฟรานเชสก้า มีอยู่ในรายชื่อการไปสำรวจหาวัตถุ

ดิบครั้งนี้ด้วยนี่นา ชักเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิงานนี้” คราวนี้คนที่กำลังจดจ่อกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ถึง

กับละสายตาจากลูกรักมาที่กระดาษที่เธอวางไว้ ใช่จริงๆ ไปทั้งคู่เลยด้วย
“จะทนได้เร้อ คุณหนูอย่างนั้น”


“อย่าดูคนแต่เพียงภายนอกดีกว่า อมีเรีย บางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” หญิงสาว

ได้แต่เงียบกับคำพูดของรุ่นพี่ แต่ห้องปฏิบัติงานก็ไม่ได้สงบอยู่นานนัก เมื่อสมาชิกคนอื่นเริ่ม

ทยอยเข้ามาทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงถกเถียง เสียงทักทาย ผสมปนเปไปกับเสียงเครื่องมือ

และอุปกรณ์กระทบกันเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้แผนกพัฒนาการเวทก็ยังคงครึกครื้นเหมือนเดิม

“อ้าวเฟมีล ลีโอล่ะ ไปไหน” เสียงรีเนลทักขึ้นเมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องพักของมอรีลเข้ามา
“ไม่รู้หายไปไหนแล้ว นี่ฉันต้องถ่อสังขารไปถึงแผนกพัฒนาการเวทโน้น แต่คลาดกันนิดเดียว ไม่

เป็นไรหรอกเดี๋ยวตอนอาหารเย็นคงเจอกัน ไงมอรีลโดนพวกนี้ซักฟอกไปถึงไหนแล้ว”
มอรีลส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่กำลังทรุดตัวนั่งพร้อมกับตอบว่า


“ก็ไม่มีอะไร พวกนี้เขากำลังสงสัยว่า วันนี้เซอร์รัสทำไมไม่มาด้วยน่ะ รีเนลเขาอยากสัมภาษณ์

เป็นการส่วนตัว” เฟมีลหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับกัดเพื่อนนักหาข่าวกลับว่า
“กะใช้เส้นในการเข้าถึงตัวเจ้าผู้ครองรัฐคนใหม่หรือไง คอลัมน์ของเธอไม่ได้เน้นไปที่สัมภาษณ์

บุคคลสำคัญสักหน่อยนี่รีเนล”


“ไมได้หรอกย่ะ ขอให้ได้สัมภาษณ์เถอะ รับรองคอลัมน์พิเศษของฉันต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

ว่าแต่ เธอไปที่แผนกประหลาดนั่นมาเป็นไงบ้าง โดนทดลองอะไรแปลกๆหรือเปล่า” รีเนลยื่น

จมูกมาใกล้ พลางทำจมูดฟุดฟิดเหมือนจะดมกลิ่นสิ่งแปลกปลอม เซเลยต้องตีไหล่เพื่อนจอม

กวนไปเบาๆ


“บ้าน่า รีเนล พวกเขาสร้างสิ่งประดิษฐ์นะ ไม่ได้ทดลองมนุถษย์ แถมคนแผนกนั้นน่ะฉลาดกัน

จะตาย ระดับมันสมองของรัฐทั้งนั้น” รีเนลทำหน้ามุ่ยที่โดนว่าแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากแล้วหัน

ไปสนใจมอรีลเพื่อถามเรื่องที่เธออยากรู้ดีกว่า


“แล้วตกลงท่านเจ้าจะตามมาหรือเปล่า” มอรีลส่ายหน้าพร้อมกับตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“ไม่หรอกจ้ะ ตอนแรกก็ว่าจะมาด้วย แต่มีเรื่องให้ไปดูงานที่เจนไนล์ซะก่อนเลยมาไม่ได้”


“มอรีล หมายความว่าเธอจะไปค้นหาวัตถุดิบกับฉันด้วยใช่ไหม” พอมอรีลพยักหน้า เฟมีลเลยชู

มือเหมือนกับได้กุมชัยชนะของอะไรบางอย่างขึ้นทันทีพลางพูดว่า “เยี่ยม งานนี้ต้องสนุกแน่ๆ”
“สนุกงั้นเหรอ คราวนี้เขาไปกันที่ไหนเหรอ” เฟมีลยิ้มให้เพื่อนทั้งสามก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียง

ตื่นเต้นว่า


“ดาโรก้า...พื้นที่สีเทาของดาโรก้า” 
“ว้าว น่าไปชะมัด น่าเสียดายที่ฉันไปไม่ได้ เพราะตายักษ์ แท้ๆ เชียว” เพื่อนอีกสามคนได้ยินดัง

นั้นก็พากันหัวเราะ
“วันนี้เซจะกลับเลยหรือเปล่า”


“จ้ะ” เฟมีลหน้าทำหน้าเสียดาย นึกว่าจะได้นอนคุยกันสี่คนเสียอีก พอหันไปทางรีเนล เจ้าแม่

กรมข่าวก็ต้องโบกมือปฏิเสธสายตาคาดหวังของเฟมีลว่า
“เสียใจด้วยจ้ะ สาวน้อยที่ต้องทำให้เธอผิดหวัง ตายักษ์บอกว่าจะเดินทางเย็นนี้”


“ว้า อย่างนี้ก็เหลือเราแค่สองคนน่ะสิ งั้นคืนนี้ฉันไปนอนกับเธอที่ห้องดีกว่ามอรีล” มอรีลพยัก

หน้ารับก่อนจะพูดแซวว่า
“ถ้าคนที่เธอนอนด้วยไม่ว่าอะไรเอานะ” เฟมีลได้แต่ตีไหล่เพื่อนสนิทอย่างหมั่นไส้ไปสองทีก่อนที่

สี่สาวจะผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้แก่กันฟังอย่างสนุกสนาน


----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #26834 F @ n G (จากตอนที่ 247)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2552 / 19:09
    อืม...
    #26,834
    0