SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 246 : Part V - 8 - ลงไม้ลงมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 เม.ย. 51

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีตอนดึกๆ นะคะ


วันนี้วีมาเอง เพราะพี่กัลของทุกๆ คนกำลังไปท่องเที่ยงอยู่....ล้อเล่นน่ะค่ะ
พี่กัลของน้องๆ กำลังไปสัมนาอยู่ต่างหาก กว่าจะกลับก็อีกสองสามวันค่ะ


แต่อย่าคิดว่าวีลืมนะคะ วีไม่ได้ลืมแต่วันนี้ทำงานเยอะมากเลยกว่าจะจะได้หยุด
ก็เมื่อกี้นี่เอง เอาเป็นว่าวีทำหน้าที่เรียบร้อยแล้วนะคะ


อ่านตอนใหม่ให้สนุกค่ะ แล้วเจอกันใหม่


วีรันดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 8 ลงไม้ลงมือ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ลีโอค่อยๆ ปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวจะรบกวนเวลานอนของร่างบางบนเตียง
 ใบหน้ายามหลับไหลของหญิงสาวไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากครั้งแรกนัก ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมออก
แขวนไว้ก่อนจะเดินไปทรุดลงที่ขอบเตียง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทำให้ผิวขาวเนียน
ยิ่งดูขาวนวลกว่าปกติ


“ถ้ามองมากกว่านี้จะเก็บค่าเข้าชม”


เสียงหวานของคนที่คิดว่ากำลังหลับดังขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเตียง ร่างบางของหญิงสาว
บนเตียงสลายกลายเป็นเปลวเพลิงลอยขึ้น แล้วทั้งห้องก็สว่างวาบขึ้น ใบหน้าบูดบึ้งของ
เจ้าของเสียงทำให้ลีโอต้องเสไปมองแจกันดอกไม้ด้านข้างแทน


“ใช้มายาอัคคีได้สมบูรณ์แบบแล้วนี่” เฟมีลเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็น
ความหงุดหงิด ตาบ้านี่หายไปไหนโดยไม่บอกกล่าวมาสามวันพอกลับมากลับมาถามเธอ
ด้วยเรื่องไร้สาระอย่างนี้มันน่า...


“แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับนาย” ลีโอไม่ตอบเขาลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าขนหู
และชุดนอนออกมา


“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ ไปไหนมา” ชายหนุ่มยังเงียบแล้วทำท่าจะเดินหายเข้าไป
ในห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักแล้วหันมามองคนหน้าหงิกที่นั่งกอดอกเหมือนกำลังพยายาม
ไม่ให้สองมือนั่นลงไม้ลงมือกับเขา


“คิดว่าเงียบแล้วฉันจะไม่รู้เหรอว่านายไปทำอะไรมา” ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
“นี่...นายแมวบ้า แมวขนฟู แมว...” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง
ดวงตาสีนิลของเฟมีลก็เปล่งประกายทองแดง...ชักจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้วนะ แมวใบ้บ้า!


10 นาทีต่อมา...

 
แส้เพลิงพุ่งตรงใส่หน้าลีโออย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวเบี่ยงหน้าหลบแทบไม่ทัน ผลก็คือ
รอยไหม้ที่ปลายผมตามด้วยการต่อสู้กันพัลวันระหว่างคู่รักหวานแหววอย่างอัคคาว่า


“อยากจะเล่นอะไรก่อนนอนหรือไงเฟมีล” เฟมีลตวัดแส้เพลิงในมือตามการเคลื่อนไหว
ของชายหนุ่มอย่างโมโห ตอนแรกก็กะจะแค่ฟาดไปเล่นๆ แต่พอเห็นท่าทางเย็นใจ
ในการหลบแส้เพลิงของเธอแล้วก็อดเอาจริงขึ้นมาไม่ได้ รู้อยู่แล้วว่าเธอสู้กับเขากี่ที
ก็แพ้ประจำตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ท่าทางเย็นใจของหมอนี่มันทำให้เธอของขึ้นทุกทีสิน่า


“ที่เห็นอยู่นี่เขาเรียกเล่นหรือไง ตาแมวบ้า พูดไม่รู้เรื่อง หายตัวไปตั้งหลายวัน ไม่คิดจะ
อธิบายอะไรบ้างหรือไง!”


เพล้ง เสียงแจกันอันใหญ่แตกกระจายตามด้วย...เพล้ง กระจกอีกหนึ่งบาน


“คิดจะทำลายห้องนอนให้ราบก่อนหรือไง”


ลีโอที่คอยหลบแส้เพลิงพูดพลางหยิบชุดน้ำชาขึ้นก่อนที่แส้เพลิงจะทำลายมันเป็น
อย่างที่สามจากนั้นก็วางลงแล้วตรงไปที่โต๊ะไม้ที่กำลังจะไหม้ในอนาคตหากมันสัมผัส
กับอาวุธของหญิงสาว


“ก็ถ้าไม่อยากจะให้มันราบตั้งแต่แรก นายก็บอกมาสิว่าไปไหนมา” ลีโอกระโดดลอยตัวขึ้นก่อนจะ
ตีลังกากลับหลังเพื่อหลบแส้ที่สองที่หญิงสาวฟาดมาอย่างไม่คิดจะให้เขาหลบ...นี่กำลังเริ่ม
เอาจริงหรือเปล่านะ รู้สึกว่าแส้จะเพิ่มเป็นสองสายแล้วด้วย


“หึงเหรอ เฮ้ย!” คราวนี้ไม่ใช่แค่แส้ ลูกบอลเพลิงขนาดย่อมก็ลอยตรงมาที่เขาด้วย
 บาเรียสีดำโปร่งถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะสลายไปกลายเป็นแส้สีดำวิ่งตรงเข้ารัด
แส้เพลิงของเฟมีล


“ใคร ใครจะไปหึงแมวขนฟูอย่างนาย เพราะอยากจะรู้ว่านายจะยอมพูดหรือเปล่าต่างหาก อ๊ะ”
 ลีโอกระชากแส้สีดำในมือเป็นผลทำให้เฟมีลถูกดึงเข้าหา หญิงสาวจึงรีบสลายแส้เพลิงแล้ว
ดีดตัวออกไปยืนหอบอีกฟากของห้อง


“ชอบให้พูดโกหกหรือไง” ลีโอถามพลางใช้พลังตรงเข้าปิดช่องกระจกที่แตกพร้อมกับเดินตรง
เข้าหาเฟมีล หญิงสาวเองก็สะบัดมือรวบเอาเศษกระเบื้องแจกันที่แตกกระจายให้เคลื่อนไปอยู่
ในถังขยะ


“ไม่”
“อืม นั่นน่ะสิ” ชายหนุ่มพูดพลางเดินตรงหา แต่หญิงสาวก็เดินถอยหลังหนีพร้อมกับสวนกลับไปว่า
“แต่ก็ไม่ใช่ไม่พูดอะไรเลยนี่”


“ที่ไม่พูดเพราะว่ารู้ว่า เธอต้องรู้อยู่แล้ว จริงไหม” แผ่นหลังบางชนกับผนังห้องแล้วพอจะเลี่ยงหลบ
สองแขนของชายหนุ่มก็ยกขึ้นกันทั้งซ้ายขวา เธอจึงทำได้แต่เชิดหน้าขึ้นแล้วตอบกลับว่า


“ใช่ แล้วจะทำไม มันเป็นหน้าที่ของคนที่ไปไหนโดยไม่บอกไม่กล่าวต้องเป็นคนบอกสิ”


ลีโอหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางไม่ยอมแพ้ของอีกฝ่าย เฟมีลน่ะไม่ใช่ผู้หญิงปกติ
เธอไม่เคยถามเขาสักครั้งว่าเขาจะไปไหน แต่ก็รู้เสมอว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาเลยไม่เห็น
ความจำเป็นว่าเขาจะต้องบอกเธอก่อนว่าเขาจะไปไหน เพราะไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องรู้อยู่ดี


“อย่ามาเถียงด้วยสายตานะ อยากจะมีเรื่องอีกรอบหรือไง” ลีโอยกมือกางออกอย่างยอมแพ้
“คร้าบ คร้าบ เอาเป็นว่าจำเลยยอมรับสารภาพ หายหงุดหงิดหรือยัง แต่ถ้ายังไม่ ลองทำแจกันแตก
อีกสักใบหรือว่าทะลวงกระจกอีกสักบานก็ได้”


เฟมีลยกมือชขึ้นกอดอกแล้วเดินกลับไปนั่งจุ้มปุ๊กที่เตียงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ ว่า
“ความผิดนายทั้งหมดแหละ แค่พูดแค่เนี้ย ทำไม่ได้หรือไง”


ลีโอหันหลังพิงผนังจ้องมองใบหน้าแดงระเรื่อเพราะการออกกำลังโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อกี้
 ความเคร่งเครียดที่มีมาตลอดสามวันหายวับไปไหนก็ไม่รู้ หญิงสาวตรงหน้ามีความสามารถพิเศษ
ในการทำให้เขาปลอดโปร่งได้ทุกที


“มาสเตอร์เป็นไงบ้าง” ลีโอขมวดคิ้วเข้าหากัน เขารู้ว่าเธอต้องรู้เรื่องที่เขาหายตัวไปแน่ แต่...รู้ลึก
ขนาดไหนกันนะ


“ในสายตาคนภายนอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับฉัน พี่กำลังเสียศูนย์” เฟมีลพยักหน้า
อย่างเห็นด้วย แต่เธอก็นึกภาพไม่ออกหรอกว่าคนอย่างมาสเตอร์ไซเอนเวลาเสียศูนย์เป็นอย่างไร


“คณะกรรมการปกครองจะแก้ตัวว่ายังไงล่ะ” คราวนี้ลีโอถึงกับพูดไม่ออก คนที่รู้ว่าหอนาฬิกาไซเอน
มีคณะกรรมการปกครองดูแลอยู่มีแค่คนในตระกูลเท่านั้น แหล่งข่าวของเฟมีลเป็นใครกันแน่นะ
แล้วข้อสงสัยของลีโอก็ได้รับการไขให้กระจ่าง เมื่อเฟมีลบอกออกมาว่าทำไมเขาถึงได้เงียบไป


“นายลืมไปหรือเปล่าว่าฉันมีคู่หูที่เก่งกาจแค่ไหน” ลีโอยกกำปั้นขึ้นเคาะหน้าผากตัวเองเบาๆ
บางทีเขาก็ลืมไปว่า คู่ชีวิตของเขาเป็นคนพิเศษแค่ไหน


“ว่าไงล่ะ คราวนี้ก็เล่ามาให้หมดเลย ไม่อย่างนั้นวันนี้ไม่ต้องนอนกัน” ลีโอเกือบหลุดหัวเราะออกมา
แล้ว ถ้าไม่ติดตาขวางๆ ของเฟมีล ยังไงเขาก็ไม่อยากออกกำลังกายก่อนนอนมากไปกว่านี้แล้วล่ะ
ชายหนุ่มจึงเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“...ตอนนี้เราเลยต้องหาเข็มนาฬิกามาเปลี่ยนให้เร็วที่สุด” สิ้นคำสรุปของลีโอ เฟมีลจึงพูดต่อว่า
“ต้องหาทรายสีดำสินะ แต่ตอนนี้ เราแทบหาทรายสีดำไม่ได้แล้วนี่ หรือว่า...” ลีโอพยักหน้ากับสิ่งที่
เฟมีลกำลังคิดอยู่


“แล้วใคร...” ดวงตาของเฟมีลมาหยุดที่ใบหน้าเคร่งครึมของลีโอ ก่อนจะเริ่มเห็นคำตอบอยู่ลางๆ
“ฉันเอง” นั่นไง ผิดจากที่คิดไว้ที่ไหน แต่แทนที่เฟมีลจะโวยวายเหมือนอย่างที่ลีโอคิด หญิงสาวกลับ
หัวเราะออกมาดังๆ เหมือนกับสมใจกับเรื่องอะไรสักอย่าง


“มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้หรือเปล่า...เฟมีล” คราวนี้เป็นฝ่ายเฟมีลที่ต้องกลืนน้ำลาย
อย่างลำบากใจแล้ว


“ว่าไง ใครกันที่บอกว่า ‘แต่ก็ไม่พูดอะไรเลย’ น่ะ” คราวนี้เป็นฝ่ายเฟมีลที่หน้าม่อยลง
ก่อนจะเชิดหน้าตอบอย่างไม่เกรงกลัวว่า


“มีคำสั่งให้ฉันร่วมทีม อ่ะ ห้ามบอกว่าไม่ให้ไป เพราะ นี่เป็นคำสั่งจากต้นสังกัดให้เข้าร่วมทีม
อีกอย่าง เพราะงานนี้ต้องเป็นความลับ...”


“งานนี้เราเลยต้องไปกับคณะสำรวจหาวัตถุดิบของแผนกพัฒนาการเวทใช่ไหมล่ะ”
“ช่าย เพราะอย่างนั้นนายถึงได้กลับมาที่นี่ใช่ไหมล่ะ”


เฟมีลต่อ ลีโอไม่ตอบเขาดีดนิ้วหนึ่งทีแล้วไฟก็ดับลง เฟมีลเองก็กระเถิบไปซุกตัวนอนในที่
ของตนพร้อมกับพูดขึ้นว่า


“ง่วงชะมัด วันหลังหัดกลับให้หัวค่ำกว่านี่ไม่ได้เหรอ” ลีโอแอบยิ้มกับตัวเองพลางคิดว่า
แล้วใครกันที่นั่งรอเพื่อมาหาเรื่องเขาทุกครั้งที่เขาหายไปโดยไม่บอกกล่าว


“รู้รายชื่อคนเข้าร่วมการสำรวจหรือเปล่า” ชายหนุ่มถาม
“ไม่รู้ทุกคนหรอก แต่ที่แน่ๆ มีแขกจากเซกันทั้งสองคนด้วย” เฟมีลตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
 ลีโอเองก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของอีกฝ่าย...คืนนี้มันดึกเกินไปจริงๆ นั่นแหละ


“เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงกระจกแตกล่ะ เธอสองคนได้ยินหรือเปล่า” รีเนลถามขึ้นขณะที่กำลัง
วางจานอาหารเช้าที่ตักมาลงบนโต๊ะ


“อืมก็ ได้ยินแว่วๆ นะ สงสัยมาจากห้องข้างๆ มั้ง” เฟมีลตอบปัดพร้อมทั้งแอบหยิกลีโอ
ที่ทำท่าทางเหมือนกลั้นหัวเราะ


“เหรอ คงงั้น เออ เธอลงชื่อเข้าร่วมสำรวจหาวัตถุดิบที่ดาโรก้าด้วยเหรอ เฟมีล”
เฟมีลพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า


“อือ เธอสองคนล่ะ” รีเนลมีสีหน้าเสียดายก่อนจะโบ้ยความผิดไปให้คนตัวใหญ่ซึ่งพึ่งทรุดตัวลงนั่ง
“ไม่ได้ไปหรอก ก็ตานี่ไปรับปากกับบก. เข้าน่ะสิว่าสัปดาห์นี้จะไปเก็บภาพฟาร์มเลี้ยงทิงเจอร์เลยต้อง
ไปเก็บภาพ น่าเสียดาย งานที่เหลือก็ฝากจาร์กับพาตันไว้แล้วล่ะ ยังไงอย่าลืมเอาเรื่องสนุกๆ มาเล่า
ให้ฟังด้วยล่ะ” เฟมีลส่งยิ้มแป้นพร้อมกับตอบว่า


“แน่อยู่แล้ว คราวนี้คงมีเรื่องมันๆ มาเล่าให้พวกเธอเยอะแยะแน่ๆ เซล่ะไปไหม” หญิงสาวเจ้าของ
ชื่อเงยหน้าขึ้นจากอาหารของตัวเองแล้วตอบว่า


“ไม่ล่ะจ้ะ หมดสัมมนาแล้วต้องไปบรรยายให้จอมเวทฝึกหัดที่ฟอรี่เลยไม่ได้ลงชื่อ”
เฟมีลทำหน้าเสียดายเพราะว่าไม่บ่อยนักที่เพื่อนๆ จะมารวมตัวกันเกือบครบ


“เฮ่อ คราวนี้ขาดมอรีลไปคนเนอะ ไม่อย่างนั้นก็ครบกลุ่มเลย” รีเนลออกความเห็น
“ใครกำลังเรียกฉันอยู่หรือเปล่าเอ่ย?” สามสาวมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อก่อนจะหันไป
ทางต้นเสียงและร้องขึ้นพร้อมกันว่า


“มอรีล!”


สามสาวตรงเข้ากอดหญิงสาวร่างเล็กดูเหมือนมันเป็นจุดเด่นจนสองหนุ่มที่เดินเข้ามาใน
ห้องอาหารต้องเหลียวไปมอง บาร์นถึงกับผิวปากออกมาอย่างถูกใจ


“วันนี้ได้เห็นสาวสวยตั้งสี่คน ถือว่าเป็นวันดี ถือว่าเป็นวันดี” ผิดกับโยราที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
ขึ้นมาทันที ชายทั้งสองตรงเข้าหยิบจานก่อนจะตักอาหารเช้าจากซุ้มที่ทางปราการจัดอาหารไว้ให้

 
“เป็นอะไร เงียบเชียวหรือว่าตะลึงกับความงามของสาวๆ ที่นี่”
“อย่ามาพูดเล่นน่าบาร์น นายรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงคนตัวเล็กสุดนั่นเป็นใคร” บาร์นยกมือขึ้นเกาหัว
อย่างไม่เข้าใจ แล้วมันใครหว่า แต่มองดูอีกทีก็หน้าตาคุ้นๆ นา


“มอรีล มารีล หรือตอนนี้เปลี่ยนเป็น มอรีล เอนเซล เป็นจอมเวทอัจฉริยะของฟอริโซ่” บาร์นยัก
ไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะตักน่องโมลีใส่จานถึงสองน่อง


“ทำใจเย็นไปเถอะ เธอคนนั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับปราการฟาเรนเซ่แถมยังเป็นภรรยาของ
เจ้าผู้ครองรัฐคนปัจจุบันของวินด์โคลโล รายละเอียดลึกๆ ของเธอคนนี้ยังไม่แน่ แต่นายคิดว่า
คนที่ขึ้นมาอยู่สูงขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้อยู่ใน 7 ตระกูลใหญ่มันไม่แปลกเหรอ ที่สำคัญ บาร์น
เราเคยเจอเธอมาแล้วเมื่อสองปีก่อน ศักดิ์ฐานะของเธอมันไม่ใช่แค่หญิงสาวธรรมดา”
บาร์นชะงักการตักสลัดใส่จานก่อนจะหันกลับไปมองหญิงสาวร่างเล็กคนนั้นอีกครั้ง


“หมายความว่า เธอคนนั้นเป็นคนที่ควรจะระวัง?” โยราส่ายหน้าอย่างไม่แน่ใจ
“ไม่รู้ แต่อะไรบางอย่างในตัวฉันบอกว่า เธอคนนั้นอาจมีความสามารถที่คล้ายคลึงกับฉัน”


ใบหน้ายิ้มระรื่นของบาร์นเริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ความสามารถของโยราคือ
การมองเห็นความจริง ถ้าเธอคนนั้นใช้พลังนั่นกับพวกเขาสองคนล่ะก็...โยราหันมายิ้มเครียด
กับบาร์นแล้วพูดอย่างไม่อยากยอมรับว่า


“หรือบางที พลังของเธอคนนั้นอาจจะเหนือฉันกว่าฉันเสียอีก...”


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27886 ไร้ตัวตน (จากตอนที่ 246)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 21:50

    ช่ายแล้ว มอรีลคนนี้แหละไม่ต้องจ้างนักสืบก็รู้ทุกสิ่ง 😉

    #27,886
    0
  2. #26832 F @ n G (จากตอนที่ 246)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 18:26

    ต่อๆๆๆๆ

    #26,832
    0