SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 245 : Part V - 7 - สมาคมคนชอบเสี่ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    20 เม.ย. 51

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 7 สมาคมคนชอบเสี่ยง 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีคุณวันอาทิตย์


วันอาทิตย์อย่างนี้ทุกคนคงกำลังนอนสบายๆ อยู่ในบ้านใช่ไหมคะ แหะ กัลก็เหมือนกัน
อยากจะบอกว่าวันก่อนกัลไปเที่ยวThailand Book Tower มาด้วยล่ะค่ะ


ไม่รู้ว่าทำตัวตื่นเต้นเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงหรือเปล่า แต่ก็เอาเถอะ สมคำที่เขาอวดนะคะ
ที่ว่าเป็นเมืองหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีตั้ง 7 ชั้น ทั้งการ์ตูน นิยาย กวี


เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ เพื่อนๆ คนไหนไม่เคยไปก็ลองไปนะคะ ไปเช้าๆ หน่อยๆ
ที่นั่นมีที่ให้อ่านหนังสือด้วย เสียดายกัลไปตอนเย็น ไม่สิค่ำแล้วประมาณทุ่มกว่าๆ
ก็เลยอยู่ได้แป๊บเดียว ที่นี่เขาปิด สามทุ่มค่ะ ใครไปแถวสถานีรถไฟไฟ้าสุรศักดิ์ ก็แวะไปได้ค่ะ


แต่ถ้านับจากสถานีรถไฟฟ้าก็ต้องเดินอีกประมาณ 2 ป้ายรถเมล์ เหนื่อยพอสมควร
แต่ก็คุ้มนะคะ


มีความสุขกับวันอาทิตย์นะคะ


กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


“จะรีบไปไหนเหรอ...จาร์” น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้จาเร็ต อามาน
ต้องหันมาส่งยิ้มหวานพร้อมกับตอบว่า


“ไง เฟมีลวันนี้ไม่ไปดูการสาธิตการใช้เบรนบอร์ดเหรอ” เฟมีลมองรอยยิ้มกลบเกลื่อนของ
เพื่อนร่วมสถาบันก่อนจะก้าวมาใกล้หนุ่มผิวเข้มอีกนิดแล้วพูดต่อว่า


“ก็แค่...อยากจะมาถามว่า นายกับพาตันเห็นลีโอกับไมล์บ้างไหม เพราะรู้สึกว่า
ฉันไม่เห็นพวกเขามาสองสามวันแล้ว” ดวงตาสีนิลของเฟมีลจ้องมองคู่หูนักหาข่าวอย่างจับผิด


“อืม...อ้อ วันก่อนมีจดหมายด่วนมาหาลีโอ สงสัยท่านโซลแลร์คงจะเรียกตัวด่วนล่ะมั้ง”
“อ้อ~ เหรอ งั้นฉันไปดูการสาธิตก่อนดีกว่า” พอเฟมีลหันหลังจาร์กับพาตันก็พากันถอนหายใจ
ออกมาพร้อมกันแต่ถอนหายใจออกยังไม่ทันสุดหญิงสาวเจ้าปัญหาก็หันขวับกลับมาส่งยิ้มอย่างรู้ทัน


“อ๊ะ ลืมบอกไป ช่วยบอกเพื่อนขนฟูของนายด้วยว่า ช่วยเตรียมคำอธิบายที่น่าพอใจไว้ด้วยล่ะ
 ไปล่ะ แล้วเจอกัน”
“เฮ่อ!” เสียงจาเร็ตพ่นลมหายใจออกมาแรงให้สมกับที่กลั้นหายใจเอาไว้


“ฉลาดชะมัด ลีโอรับมือผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงเนี่ย” พาตันยกมือขึ้นขยับแว่นที่ร่นลงที่ปลายจมูก
พร้อมกับตอบว่า


“ถ้าไม่ฉลาดเธอคงไม่มายืนที่จุดนี้ได้หรอก จะเอาไงจาร์ ท่าทางของเฟมีลเหมือนกับไปรู้อะไร
มาอย่างนั้นแหละ” จาร์มองคิ้วที่ขมวดมุนของคู่หูพลางแย้มยิ้มให้กับความกังวลของพาตัน


“นายโดนเธอหลอกแล้ว คำพูดสุดท้ายที่ว่าให้เตรียมคำอธิบายแสดงว่าเธอยังไม่รู้อะไรเลย
แต่เพราะสัญชาตญาณของเธอทำให้รู้ว่า การที่ลีโอหายไปครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติ”


“อาจจะจริงอย่างนายว่า...” แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่นั่นเองว่า...เฟมีลจะไม่รู้อะไรจริงๆ เหรอ?

เฟมีลไม่ได้เดินตรงไปยังห้องสัมมนาอย่างที่บอกเพื่อนทั้งสองไว้แต่เธอกลับเดินออกไป
ยังบริเวณสวนดอกไม้ของปราการ หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วเมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในขอบเขต
ของสายตา


“อัคคา” สิ้นเสียงเรียกนกสีเพลิงก็ทยานออกมาจากสร้อยคอ แสงสีเพลิงทำให้เฟมีลต้องหลับตา
เล็กน้อยก่อนจะจ้องมองความสวยงามของสิ่งมีชีวิตสีเพลิงที่สวยที่สุดในโลก เสียงวีดร้องเล็ก
แหลมบ่งบอกถึงความดีอกดีใจชองราชาแห่งเปลวเพลิงได้เป็นอย่างดี


“ให้มันน้อยๆ หน่อย อัคคา ทำอย่างกลับไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่น ได้ข่าวว่าพึ่งกลับมาจากบาซิลล่า
เมื่อวานนี้” อัคคาในรูปลักษณ์ของนกบินวนไปรอบๆ ร่างเฟมีลพร้อมกับโอดครวญว่า


“โธ่เอ้ยเฟมีล ทำยังกลับว่าเธออยากให้ผมอยู่นักนี่ คู่รักหวานแหวว คู่รักหวานแหววฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”
 อัคคาบินฉวัดเฉวียนหลบแรงเหวี่ยงจากฝ่ามือเพชฌฆาตของหนี่งในคู่รักหวานแหวว


“อย่ามาปากดีเลยน่า รู้ไหมว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นในเซวีน่า ทำไมนายแมวหายไปโดยไม่บอก
ไม่กล่าว” นกสีเพลิงหยุดการเคลื่อนไหวทันทีที่หญิงสาวเริ่มเข้าเรื่อง


“ข่าวเร็วเหมือนกันนี่ เรื่องน่ะมันเกิดแน่ เมื่อสองวันก่อนหอนาฬิกาไซเอนถูกวัตถุประหลาดชน
เข้าอย่างแรง...”


“นายลองพูดอีกครั้งสิ” เฟมีลร้องเสียงสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
“หอนาฬิกาไซเอนถูกโจมตีโดยวัตถุประหลาด จากการสันนิษฐานของทางปราการรัตติกาลคือ
 วัตถุนั่นไม่ใช่ของที่ทำได้ในโลกของเราแน่นอน” เฟมีลก้มหน้าเหมือนกำลังพิจารณากอดอกไม้


“ความเสียหายล่ะ”
“เข็มนาฬิกาทั้งสองอันหัก” เฟมีลเงยหน้ามองนกสีเพลิงอย่างตกใจ
“นี่มัน...”


“เรื่องใหญ่ใช่ไหมเฟมีล แต่ว่าตอนนี้ไซเอนได้เข้าควบคุมหอนาฬิกาแล้วล่ะ แต่ความเสียหาย
นี่ก็เข้าขั้นวิกฤตเชียวล่ะ คณะกรรมการปกครองวิ่งเข้าออกปราการรัตติกาลกันวุ่นเลย”


เฟมีลนึกย้อนไปเมื่อสองวันก่อน ลีโอหายไปตั้งแต่พักกลางวัน หากคิดดูให้ดีเรื่องใหญ่ขนาดนี้
ไม่น่าจะทำให้ตาแมวนั่นนั่งทนอยู่ในห้องเรียนได้แน่ แสดงว่าข่าวนี้ต้องถึงมือตานั่นตอนพักกลางวัน


“ทำไมเจ้าวัตถุนั่นถึงได้เข้าไปในอาณาเขตของหอนาฬิกาได้ล่ะ มาสเตอร์ไซเอนไม่ได้คุ้มครอง
หอนาฬิกาอยู่เหรอ”


“ก็นั่นแหละที่เป็นปัญหา เธอเองก็คงรู้ไม่ใช่เหรอว่ามันเกิดความขัดแย้งกันของการเข้ารับ
ตำแหน่งไซเอนของไทเมอร์ ฟรานเชสก้า”


เฟมีลพยักหน้า เธอเองก็รู้เรื่องนี้มาบ้าง โดยปกติตำแหน่งไซเอนจะเป็นตำแหน่งของลูกชายคนรอง
ของตระกูลยกเว้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นมีเพียงไซเอนคนแรกเท่านั้นที่เป็นลูกชายคนโต
ของนักเดินทางแห่งรัตติกาล...ดราฟาเรน ฟรานเชสก้า


“หมายความว่า ตั้งแต่มาสเตอร์มารับตำแหน่งการคุ้มกันหอนาฬิกาเป็นคนอื่นงั้นเหรอ”
“ถูกครึ่งเดียว การป้องกันขั้นแรกเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปกครองแต่ขั้นที่สองคือ ไซเอน
 ไม่อย่างนั้นความเสียหายคงไม่หยุดอยู่แค่เข็มนาฬิกาหรอก”


“เข็มนาฬิกา เข็มนาฬิกา พวกเขาคงต้องหาของมาเปลี่ยนให้เร็วที่สุดสินะ แต่ที่น่าสนใจคือใคร
เป็นคนทำเรื่องนี้ขึ้นมา นายพอจะรู้ไหม” ถ้านกสามารถค้อนใส่คนได้เฟมีลก็คิดว่าเธอกำลังเห็นว่า
นกกำลังค้อนล่ะ


“ถ้ารู้ผมคงไปบอกเขาแล้วล่ะ แหมถามมาได้ แล้วจะเอาไง ลองสืบดูเลยไหม” เฟมีลส่ายหน้า
ปฎิเสธเบาๆ พร้อมกับพูดอย่างหนักใจว่า


“ถ้าเข้าไปยุ่งได้ง่ายๆ ก็ไม่ต้องมีกฏหมายระหว่างรัฐแล้ว แต่มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า
 ที่พอแขกจากเซกันมาก็เกิดเรื่อง นายว่าสองคนนั่นมีส่วนหรือเปล่า” ยังไม่ทันที่อัคคาจะตอบตรง
หน้าเฟมีลก็ปรากฏลูกบอลสีดำขนาดเท่ากำปั้น


พอเฟมีลเอื้อมมือไปแตะลูกบอลก็หดตัวและคลี่ออกเป็นกระดาษสีดำ ดวงตาสีนิลกวาดไปตามตัว
อักษรสีขาวบริสุทธิ์


“ท่าทางเราจะเข้าไปยุ่งได้แล้วล่ะ อัคคา”


“นายลองพูดอีกทีสิว่านายจะทำอะไรนะ!” บาร์นร้องเสียงหลง แต่เมื่อรู้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่
ในที่ลับตาคน ชายหนุ่มจึงต้องลดเสียงลง 


“ฉันบอกว่า ฉันจะเข้าร่วมการค้นหาวัตถุดิบของแผนกพัฒนาการเวท”
“ใครอนุญาตให้นายไป” บาร์นถามเสียงเข้ม


“ฉันเอง” โยราตอบอย่างหน้าตาเฉยเป็นผลทำให้บาร์นต้องกำมัดแน่นอย่างอดกลั้น ไอ้บ้านี่มันจะบ้า
เกินพิกัดไปถึงไหน นี่พวกเขากำลังมาปฏิบัติหน้าที่หรือมาเที่ยวเล่นกันแน่ ทำไมถึงได้เป็นคนเอาแต่ใจ
อย่างนี้


“แล้วฉันล่ะ นายเคยถามฉันสักคำไหม นายลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเราทำงานกันเป็นทีม
ไม่ใช่การฉายเดี่ยวหรือว่าช่วงสองปีที่ผ่านมานี่นายทำวิจัยจนสมองเบลอไปแล้ว”


โยราเหม่อมองไปยังท้องฟ้ายามเย็นอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนร่วมโลกของเขาจะกำลังอยากจะบีบคอ
เขาแค่ไหน


“อยากได้ของล้ำค่าก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย”
“แต่ไม่ใช่การเสี่ยงแบบสิ้นคิด” บาร์นสวนกลับทันที
“แล้วนายคิดว่าการกระทำแบบไหนถึงเรียกว่าสิ้นคิด” น้ำเสียงนิ่งกับดวงตาสบตรงไม่วอกแวก
ของอีกฝ่ายทำให้บาร์นถึงกับพูดไม่ออก


“นายรู้ไหมว่าคราวนี้เขาไปหาวัตถุดิบกันที่ไหน” บาร์นส่ายหน้าอย่างเซ็ง เพราะจะให้ห้ามตอนนี้
คงไม่ทันแล้ว โยราเน่ไม่ใช่คนที่จะล้มเลิกเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้วได้ง่ายๆ


“ดาโรก้า” บาร์นเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่พอเห็นแววตาที่เปล่งประกาย
เหมือนเด็กได้ของที่ถูกใจ บาร์นจึงถามขึ้นว่า


“นายอย่าบอกนะว่า นายคำณวนเอาไว้หมดแม้แต่เรื่องนี้” โยรายักไหล่โดยไม่ตอบอะไร
“ของอย่างนี้มันก็ต้องใช้หัวกันนิดหน่อย”


“โยราเน่ เอ็ดกราด นายไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือจากที่มันควรจะเป็นหรอกนะ” โยรามองใบหน้า
เอาจริงเอาจังของบาร์นอย่างขำๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าพวกเขานั่งอยู่ในห้องพักทานน้ำชาน่ะ
เขาคงหลุดหัวเราะออกมาดังๆ


“บาร์น มิชชาร์พที่ชอบการเสี่ยงภัย บ้าเลือดหายไปไหนกันน้า หรือว่านายกลัวที่จะต้องเข้าไป
อยู่ในสถานที่อย่างป่าสายลมอีกครั้ง” บาร์นมองใบหน้าอมยิ้มของเพื่อนพร้อมกับกัดฟันพูดว่า


“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง แล้วก็อย่ายั่วโมโหฉันให้มันมากนัก ฉันมันคนไม่ค่อยมีความอดทน”
โยรายักไหล่อย่างไม่ยี่หระกับคำพูดของบาร์นอีกครั้ง บาร์นจึงได้แต่ยกแก้วชาขึ้นดื่มอย่าง
ไม่สบอารมณ์


“นายรู้จักทรายสีดำหรือเปล่า” หลังจากที่ทั้งคู่นั่งนิ่งไปหลายนาที โยราก็เป็นคนทำลาย
ความเงียบนั้น


“ทรายสีดำ?”
“ใช่ ทรายสีดำ ทรายชนิดพิเศษที่จะพบได้ในดาโรก้าแห่งเดียวเท่านั้น  จอมเวทคนที่พาเราชม
แผนกเมื่อวันก่อนบอกฉันว่ามันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอาวุธบางชนิด
 ลักษณะพิเศษของมันคือ สีดำที่จะเปล่งประกายแวววาวทั้งกลางวันและกลางคืน
 ที่สำคัญมันหายากมาก”


“แล้วไง นายอยากจะเอามันไปทำอะไร สร้างบ้านหรือไง” โยราไม่นำพาการพูดจาตีรวน
ของอีกฝ่ายเขาจึงพูดต่อว่า


“หอนาฬิกาไซเอนสร้างจากทรายสีดำ” สิ้นเสียงของโยรามือที่ถือแก้วชาค้างอยู่กลางอากาศ
“เป็นไง อึ้งไปเลยล่ะสิ” บาร์นค่อยๆ วางแก้วชาลงแล้วพูดเสียงเบาว่า
“นี่เองแผนของนาย”


“อือฮึ เอาล่ะ ไปทำงานต่อกันดีกว่า” โยราลุกขึ้นยืนพลางบิดซ้ายบิดขวาแก้เมื่อย
“เปอร์เซนต์ความเสี่ยงล่ะ” โยรายิ้มกับท่าทางลังเลของบาร์น ดูเหมือนชายตรงหน้า
จะเป็นคนยึดติดมากกว่าที่เขามองเห็น


“ตั้งแต่เรารับหน้าที่นี้เราก็ต้องเสี่ยงอยู่แล้ว จะเสี่ยงมากขึ้นอีกสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรหรอกน่า”
“ไม่นึกว่านายจะเข้าสมาคมคนชอบเสี่ยงกับเขาเหมือนกัน” บาร์นพูดแดกดันพร้อมกับลุกขึ้น
เพื่อออกเดินไปกับโยรา ในขณะที่โยราหันไปส่งยิ้มให้จอมเวทสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกล


“สงสัยฉันคงอยู่กับนายนานไปหน่อยล่ะมั้ง”


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #26831 F @ n G (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 18:12

    อะไรกันเนี่ย

    งงอีกละ ??

    #26,831
    0