SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 242 : Part V - 4 - รายละเอียดเบื้องลึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 เม.ย. 51

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 4 รายละเอียดเบื้องลึก


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีจ้า


วันนี้มาอัพแล้วน้า
วันนี้เหนื่อยจังเลยแต่ก็สนุกดีค่ะ
น้องๆ มากันเยอะเลย คงถูกใจของขวัญกันนะคะ


วันนี้พูดแค่นี้แหละ ^_^


กัลฐิดา


ปล. ผลประกวดปกเซวีน่า ทางสถาพรจะเป็นมีการประกวดที่เว็บสถาพรนะคะ
ฮุ ฮุ แต่คงรู้อยู่แล้วว่าใครชนะ



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


“จากที่เห็นตรงนี้ นี่คือโครงสร้างโดยทั่วไปของเบรนบอร์ด ลักษณะของมันจะคล้ายกับคามิลของ
พวกคุณแต่...” เสียงบรรยายของโยราเน่ เอ็ดกราด ดังไปทั่งห้องประชุมขนาดกลางของปราการซิลเทลล่า
ผู้เข้าร่วมประชุมห้าสิบกว่าชีวิตกำลังฟังอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะจอมเวทแผนกพัฒนาการเวท
ที่สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ
   

“นี่เฟมีล เธอว่า พวกแผนกพัฒนาการเวทนี่ท่าทางดูแปลกๆ กันทุกคนเลยเนอะ” รีเนลกระซิบเรียก
พร้อมกับปรายตาไปทางกลุ่มจอมเวทที่ว่า
   

“ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลยนี่รีเนล พวกเขาก็แค่ใส่แว่นหนา ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่งตัว...เอ่อ ไม่ค่อยแต่งตัว
แค่นั้นเอง” เฟมีลกระซิบกลับ ความจริงเธอเองก็เห็นว่าพวกนั้นแปลกๆ เหมือนกัน แต่ความที่ตอนเข้า
เป็นจอมเวทฝึกหัดคนรอบตัวเธอก็คล้ายๆ อย่างนี้เหมือนกัน
   

“นี่ยังไม่เรียกว่าแปลกอีกเหรอ ข่าวลือหนาหูจะตายว่าพวกนี้
กินกาแฟเป็นอาหารเช้า ดื่มน้ำหมึกเป็นอาหารค่ำ”
“หา?”
   

“โธ่เอ้ย เฟมีล ก็หมายความว่า พวกนั้นวันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากง่วนอยู่แต่ในห้องทำงานของพวกนั้นน่ะสิ
 เป็นพวกบ้าคิดค้นอะไรแปลกๆ อยู่ตลอดเวลา”


เฟมีลมองคนของแผนกพัฒนาการเวทคนหนึ่งที่นั่งห่างพวกเธออกไปไม่ไกล เธอคนนั้นน่าจะเป็นผู้หญิง
ที่สวยทีเดียว ถ้าไม่ติดที่ผมสีน้ำตาลแดงไม่ได้จัดทรงถูกผูกด้วยเศษผ้าสีขาวหม่นๆ ใบหน้าถูกบดบังด้วยแว่นตาแคลคูเล*** 


***แว่นตาแคลคูเล เป็นนวัตกรรมใหม่จากแผนกพัฒนาการเวท เป็นอุปกรณ์พิเศษสำหรับผู้ที่มีปัญหา
ด้านสายตาที่ไม่เพียงจะแก้ไขปัญหาด้านสายตาเท่านั้น ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการจดบันทึก
และวิเคราะห์ผลที่ทรงประสิทธิภาพ


สีผิวซีดขาวเหมือนคนไม่ได้ออกแดดมานาน คงมีแต่มืออันเรียวงามที่ขยับไปมาจนร่างเป็น
ภาพเบรนบอร์ดออกมาอย่างสวยงามแถมมีการโยงส่วนประกอบอย่างละเอียดยิบนั่นเท่านั้นที่
ทำให้เธอรู้สึกว่า ผู้หญิงคนนั้นยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่...ก็มีมือที่สวยขนาดนั้นนี่...แต่ทำไมไม่ดูแล
ตัวเองบ้างน้า


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
   

“แต่พวกเขาก็ถือเป็นบุคลากรพิเศษของดินอร์ต้าเลยไม่ใช่เหรอ ได้รับสิทธิ์พิเศษตั้งหลายอย่าง
แถมบางอย่างแม้คนในสายอาชีพฉันยังไม่ได้เลยนา” เสียงกระซิบกระซาบของสองสาวเริ่มดังจน
เฟมีลต้องยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เสียงดังไปกว่านี้
   

“มีแต่ไม่ได้ใช้มันจะมีประโยชน์อะไร้ เฮ่อ ฟังบรรยายนี่มันน่าเบื่อจริงจริ๊ง” รีเนลพูดเพียงแค่นั้น
เพราะดูเหมือนวิทยากรพิเศษในครั้งนี้จะเริ่มพุ่งความสนใจมาที่สองสาวแล้ว
   

“ทางนั้นมีอะไรสงสัยหรือเปล่าครับ” นั่นไง โดนเข้าแล้ว เฟมีลคิด
“เอ่อ พวกเรากำลังปรึกษาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ...เบรนบอร์ดน่ะค่ะ”
ทุกคนในห้องต่างพุ่งความสนใจไปที่กลุ่มของพวกเฟมีลทันที
   

“อ้าว เหรอครับ ผมนึกว่ามีอะไรสงสัยเสียอีกแล้ว...พวกคุณคิดว่าเจ้าสิ่งนี้มันเป็นอย่างไงในความคิด
ของชาวเซวีเรี่ยนอย่างคุณ” รีเนลหันไปมองเฟมีลที่กำลังทำหน้าลำบากใจเหมือนกัน
ใครมันจะไปรู้ว่าเจ้าสิ่งที่ว่ามันเป็นยังไง ถึงจะเหมือนคามิลก็เถอะ
   

“คง...จะดัดแปลงมาจากคอมพิวเตอร์ล่ะสินะ ทั้งรูปแบบและการทำงานก็คงคล้ายๆ กันเพียงแต่
การขับเคลื่อนคงไม่ใช้พวกไฟฟ้า แต่เป็นพลังเวทของพวกคุณสินะ” เสียงฮือฮาของคนทั้งห้องดังขึ้น
เฟมีล มองซ้ายมองขวาอย่างไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไรผิด
   

“คอมพิวเตอร์? ไฟฟ้า? สิ่งที่คุณพูดคืออะไรเหรอครับ ” คำถามนั้นทำให้เฟมีลฉุกใจคิดได้ จริงด้วย
ที่นี่ไม่มีใครรู้จักไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์นี่นา เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะตอบคำถามของเขา
โยราจึงเปลี่ยนเรื่องทันที
   

“เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วกัน มาต่อกันดีกว่านะครับ พวกเราพัฒนาเบรนบอร์ดมาหลายร้อยปี
ณ ขณะนี้เราสามารถใช้เบรนบอร์ดเป็นได้ทั้งพาหณะ ที่เก็บสัมภาระ และเครื่องบันทึกข้อมูล
หลักการทำงานของมัน เรามาดูกันตั้งแต่แรก...”

   
“เฮ่อ จบการบรรยายเสียที เหนื่อยเป็นบ้า ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”
“เธอไม่เห็นจะน่าเหนื่อยตรงไหน เอาแต่นอน ยัยตัวเล็ก โอ๊ย มันเจ็บนะ” คนโดนว่าแลบลิ้นใส่
คนตัวใหญ่ก่อนจะวิ่งไปกอดคอเฟมีลแล้วพูดว่า
   

“ไปกันดีกว่าเฟมีล แถวนี้อากาศไม่ค่อยดี อ๊ะ นั่นลีโอเดินมาทางนี้แล้ว” เฟมีลหัวเราะกับสายตาที่
มองมาอย่างไม่สบอารมณ์ของโทนี่ก่อนจะโดนรีเนลดึงไปหากลุ่มของลีโอที่แยกไปนั่งในส่วนของ
ตัวแทนของปราการซิลเทลล่า
   

“แอบคุยจนได้เรื่องหรือไงสองสาว” ไมล์ทัก
“ก็ยังดีกว่าหลับล่ะน่าไมล์” ลีโอเสริม
   

“แหม พ่อคนตั้งใจเรียนทั้งสอง ทำไม ก็พวกฉันมันพ้นวัยเรียนมาตั้งนานแล้วนี่ พูดอย่างนี้จะหาเรื่องกัน
ใช่ไหม รีเนล เราไปหาเซแล้วไปกินข้าวภาษาผู้หญิงกันดีกว่า ปล่อยให้พวกนี้เขาไปหาอะไรกินกันเองเถอะ
 เชอะ” เฟมีลสะบัดหน้าไปอีกทาง ก่อนจะลากรีเนลไปหาหญิงสาวแสนสวยที่พึ่งเดินออกมาทันที
   

“วาว วาว ว้าว โดนโกรธเสียแล้วล่ะ ลีโอ อย่างนี้มีหวังคืนนี้นายได้มานอนกับฉันแน่ๆ”
ไมล์พูดไปหัวเราะไปแถมยังเอามือฟาดบ่าเพื่อนสนิทอย่างสบายใจ
   

“ฉันไม่อยากให้คนอย่างนายมาพูดหรอกน่า ไปเถอะ พวกจาร์รอกินข้าวแล้ว” ไมล์มองแผ่นหลังของ
เพื่อนอย่างขำๆ เห็นนิ่งๆ อย่างนี้ก็เถอะ ใจคงไม่นิ่งอย่างที่แสดงออกมาล่ะสิ เอาเถอะ คืนนี้ก็ได้รู้กัน
   

“เฟมีล รีเนล ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” สองสาวตรงเข้ากอดเพื่อนให้หายคิดถึงก่อนจะแย่งกันพูดว่า
“มาด้วย ทำไมไม่บอกหือเซ อย่างนี้ต้องโดนลงโทษให้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงเราดีไหม เฟมีล”
“ช่าย แล้วคราวนี้พี่ไคน์มาด้วยหรือเปล่า” เซเล่น่า ไฮน์ หัวเราะออกมากับท่าทางของเพื่อนๆ
   

“เปล่า ไม่ได้มาด้วย ไคน์ไปติดต่องานที่ฟอรี่ คงตามมาอาทิตย์หน้า แล้วพวกหนุ่มๆ ล่ะ หายไปไหนหมด”
 เซพูดพร้อมกับมองไปทางกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่กำลังจับกลุ่มคุยอะไรบางอย่างกัน
   

“ปล่อยพวกนั้นเขาไปเถอะ เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า นานๆ จะว่างมาอยู่พร้อมกันแบบนี้”
เซหัวเราะขำไปกับท่าทางกระดี้กระด้าของรีเนล แต่ก็ไม่ได้ขัดเมื่ออีกฝ่ายดึงเธอเข้าร่วมกลุ่มคนโสดสุดท้าย
สามสาวก็เดินหายไปตามทางเดินสู่โรงอาหารหลักของปราการ
   

“คนของพวกนายหายไปแล้วโน่น” จาเร็ตพูดพลางชี้ให้โทนี่และลีโอมอง
“ช่างเขาเถอะ คงอยากจะคุยกันตามประสาแหละ นี่จาร์ ข่าวนี่กรองแล้วแน่นะ” โทนี่พูดพลางยื่น
เศษกระดาษที่อีกฝ่ายเขียนส่งมาให้ระหว่างกำลังฟังบรรยาย
   

“อย่าพูดเรื่องนี้ที่นี่ดีกว่า ลีโอมีห้องที่มิดชิดพอจะคุยอะไรได้ไหม” ลีโอพยักหน้าอย่างเงียบงันก่อนจะเดิน
นำเพื่อนไปอีกทาง การแยกกลุ่มครั้งนี้อยู่ในสายตาของวิทยากรพิเศษทั้งสองโดยตลอด
“นายสนใจคนพวกนี้ด้วยเหรอ บาร์น”
   

“ก็กลุ่มคนพวกนี้อยู่ในเหตุการณ์ของเราเมื่อสองปีก่อนนี่ เหตุการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะให้คนธรรมดา
สามัญเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้หรอก  แล้วพอเรามาบรรยายที่นี่ก็เจอพวกนี้อีก นายไม่คิดว่ามันบังเอิญเกินไปบ้าง
เหรอ” โยราและบาร์นออกเดินไปตามทางสู่ห้องอาหาร
   

“แล้วได้ข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้างล่ะ” น้ำเสียงถามเอื่อยๆ ของโยราทำให้บาร์นนึกอยากเถียงว่า
เรื่องพวกนี้นายรู้ดีกว่าฉันอีก ต้องให้ฉันเล่าอีกเหรอ แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็คงต้องแบ่งข้อมูลกันอยู่แล้ว
   

“เอาแบบละเอียดหรือว่าคร่าวๆ นายเอาอาหารชุดเหมือนฉันเปล่า” โยราพยักหน้า คอยจนถาดอาหาร
ลอยมาหาเขาทั้งสองแล้วจึงพากันเดินไปที่นั่งพิเศษที่ถูกจัดเอาไว้ตรงเฉลียงซึ่งมีร่มธรรมชาติคือต้นไม้
ใหญ่ สายลมอ่อนๆ กับกลิ่นแดดที่ลอยโชยมายิ่งเพิ่มรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี
   

“ละเอียดแบบพอประมาณได้ไหม เริ่มที่ ลีโอ ฟรานเชสก้าก่อนก็ดี” บาร์นมองคนที่ไม่ว่าเมื่อไรก็กวนอารมณ์
เขาได้ตลอด ถ้าไม่ใช่เรื่องงานพวกเขาสองคนคงคุยกันดีๆ ไม่ได้    
   

“ลีโอ ฟรานเชสก้างั้นเหรอ นายนี่ตาถึงไม่ใช่เล่นนะ ว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐหนุ่มคนนี้มีความสามารถ
หลากหลายด้าน จบการศึกษาจากโรงเรียนเวทแห่งเซวีน่าด้วยคะแนนอันดับหนึ่งแบบม้วนเดียวจบ
...ไม่เข้าใจล่ะสิ


หมายความว่า พ่อหนุ่มคนนี้สอบเข้าได้เป็นที่หนึ่ง ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งนะ แต่นายคนนี้สอบได้เป็นที่หนึ่ง
ตั้งแต่ปีการศึกษาแรกยันปีสุดท้าย เข้ารับการศึกษาต่อที่ปราการซิลเทลล่าแผนกการปกครองและยังคงอยู่
อันดับหนึ่งมาโดยตลอด อุปนิสัยค่อนข้างเงียบและมองออกยาก มีการตัดสินใจเฉียบขาด


ว่ากันว่า ขณะที่เป็นจอมเวทฝึกหัด เขาก็ได้เป็นหัวหน้าหน่วยดูแลความปลอดภัยของปราการรัตติกาล
ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ...” โยราปาดแยมสีประหลาดบนขนมปังตัวเองพร้อมกับพูดแทรกขึ้นว่า
   

“ฟังดูเหมือนคนไร้ที่ติอย่างไรชอบกล หน้าตาดี เรียนเก่ง มีความสามารถเป็นเลิศ ตกลง
ข้อมูลที่นายได้มานี่ มีจุดอ่อนของคนๆ นี้บ้างไหม” บาร์นแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีกับการกวนอารมณ์
ของอีกฝ่าย
   

“นายคิดเหมือนฉันเลย อืม จะเรียกว่าจุดอ่อนหรือเปล่าไม่รู้นะ เพราะสิ่งที่น่าจะเป็นจุดอ่อนของเขา
ได้ก็คือ หญิงสาวที่ชื่อว่า เฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น เฟมีลล่า ฟรานเชสก้า
แล้วน่ะนะ”
   

“ชายหนุ่มย่อมพ่ายแพ้ต่อหญิงงามว่างั้น” ถ้าบาร์นเป็นผู้หญิงเขาคงค้อนใส่เพื่อนไปแล้ว แต่เพราะเขา
เป็นผู้ชายเลยได้แต่นับหนึ่งถึงสิบด้วยความอดทน
   

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน รายละเอียดลึกๆ ของคนคู่นี้เห็นว่าเรียนด้วยกันมาตลอด ฝ่ายชายน่ะเห็นว่าตามใจกันสุดๆ
 ก็นั่นแหละนะ ถ้าเพื่อผู้หญิงที่สวยขนาดนั้น...”
   

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมเตือนพร้อมทั้งดวงตาที่ฉายแววว่าอย่านอกเรื่องได้ไหม ทำให้บาร์นหยุดทำ
ตาปอยแล้วพูดต่อว่า
   

“แต่อย่างที่บอกจะคิดว่าเธอคนนั้นเป็นจุดอ่อนก็ไม่ได้ เพราะเธอคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่นายบอก
จริงๆ ลูกสาวของนักดนตรีเวทอันดับหนึ่งของเซวีน่า แม่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของ
ศาสตราจารย์จอมเวทและศาตราจารย์ไอริณ หญิงเหล็กแห่งวงการการศึกษา


แถมยังเป็นผู้สืบทอดตระกูลไดเอนแพนไทร์ ซึ่งเป็นตระกูลที่กุมอำนาจสิ่งตีพิมพ์เกือบทุกชนิดในเซวีน่า
 ด้านความสามารถก็เป็นที่ยอมรับจากบุคคลสำคัญทั่วโลก หลักฐานเด่นชัดคือ เธอเป็นคนเพียงคนเดียว
ที่ได้รับจดหมายเชิญชั้นสูงสุดจากหน่วยการศึกษาพิเศษแห่งรัฐดาโรก้าให้เข้าเรียนต่อโดยไม่ต้องสอบ...”


“จดหมายเชิญ หรือว่าที่นี่เขาไมได้เข้าเรียนโดยการทดสอบกัน มีเด็กเส้นกับเขาด้วย”
   

“นายอย่ามาลองภูมิฉันหน่อยเลยโยรา นายเองก็น่าจะสืบเรื่องนี้มาบ้างแล้วนี่ แต่เอาเถอะ
ถ้าไม่รู้จริงๆ ฉันบอกก็ได้ จดหมายที่ว่ามันไม่ได้ออกกันง่ายๆ นะ เพราะต้องมีคนใหญ่โตระดับ
เจ้าผู้ครองรัฐหรือศาสตราจารย์จอมเวทรับรองด้วย นายคิดดูนะแค่ให้มีคนรับรองแค่คนเดียวยังยาก


แต่...จดหมายเชิญของเฟมีลล่า ไดเอนแพนไทร์ เป็นจดหมายที่ออกโดยมีการรับรองจากเจ้าผู้ครองรัฐ
ทั้งเจ็ดและศาสตราจารย์จอมเวททั้งสองเชียวนะ คิดดูสิว่ามันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน” โยราเลิกคิ้วขึ้นอย่าง
ประหลาดใจ


ดูเหมือนเพื่อนของเขาจะได้รับข้อมูลมากกว่าที่เขาคิด เพราะข้อมูลที่เขาได้รับมาแค่รู้ว่า
จดหมายเชิญที่ออกให้ส่วนใหญ่ขั้นพื้นฐานคือการรับรองจากเจ้าผู้ครองรัฐอย่างน้อย 1 รัฐ
แต่นี่กลับได้รับการรับรองจากทั้งหมดเชียวนะ แต่ว่ามันมีเรื่องแปลกอยู่เรื่อง
   

“ทำไมถึงสอง?”
“ห๊ะ?” บาร์นที่กำลังยกช้อนตักอาหารเข้าปากชะงักกับคำถามที่ไม่ชัดเจนของอีกฝ่าย
“ฉันหมายถึงทำไมถึงเป็นศาสตราจารย์จอมเวท 2 คน”
   

“แล้วทำไมสองคนไม่ได้ ที่นี่เขามีศาสตราจารย์จอมเวทกี่คนล่ะ” โยรามองบาร์นอย่างเหลือเชื่อ
ขนาดได้ข้อมูลมาขนาดนี้ แล้วทำไมเรื่องง่ายๆ อย่างนี้ถึงไม่รู้ได้
   
“ก็ที่นี่เขามีศาสตราขจารย์จอมเวทแค่คนเดียวนะบาร์น ข่าวของนายนี่ถูกต้องหรือเปล่า”
“กรองมาแน่สิ ของนายผิดหรือเปล่า” คราวนี้เป็นฝ่ายโยราที่ของขึ้นบ้าง เขาน่ะเหรอ ได้ข้อมูลมาผิด
คนตรงหน้าเขาต่างหากที่น่าจะผิดมากกว่าเขา
   

“ฉันว่าเราคงต้องหาข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มแล้วล่ะ เอาเถอะตอนนี้เรากลับมาเรื่องเดิมกันดีกว่า
ข้อมูลของนายเกี่ยวกับเธอคนนั้นมีแค่นี้หรอ"
   

“ถ้าคร่าวๆ ก็ประมาณนี้แหละ ต่อมาคราวนี้เป็นคนที่เราพึ่งเห็นกันไม่กี่วันนี้ จาเร็ต อามาน
ลูกชายเพียงคนเดียวของอับราฮัม อามานหัวหหน้าหน่วยข่าวกรองที่นี่ เป็นนักหาข่าวที่อายุน้อยที่สุด
มีความสามารถพิเศษในการรวบรวมข่าวสารเป็นพิเศษ


แต่เท่าที่ดูหมอนี่น่าจะเน้นไปทางจารกรรมข้อมูลมากกว่า ประวัติอื่นๆ ก็หมือนคนทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ
นอกจากเรื่องความสามารถบางอย่างที่ยังไม่แน่ฃัด ก็อย่างที่ว่าเป็นลูกหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าข้อมูลที่ฉันได้มาถูกดัดแปลงเอาเฉพาะส่วนที่เขาอยากจะให้รู้หรือเปล่า”
   

“เหรอ แต่เท่าที่ฉันได้มาก็แค่เป็นคนที่อยู่ใต้บารมีพ่อเท่านั้นนี่” บาร์นเหลือบตามองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ
 เพราะสำหรับตัวเขา คนที่ธรรมดาไม่โดดเด่นนี่แหละน่ากลัวที่สุด เพราะเราจะถูกข้อมุลธรรมดานั้นหลอก
เราได้ แต่สำหรับอีกฝ่ายคงไม่สนใจหรอก ก็โยราไม่ค่อยได้ออกภาคสนามบ่อยอย่างเขานี่


“คำพูดไม่น่าจะออกมาจากปากนายเลยนะ โยราเน่ เอ็ดกราด บางทีคนๆ นี้อาจจะสืบรู้เรื่องบางอย่างที่
ทำให้เราลำบากก็ได้” โยรายักไหล่เหมือนไม่สนใจ บาร์นเองก็เหนื่อยที่จะชวนทะเลาะ
เพราะในความคิดลึกๆ เขายังเชื่อในความสามารถของโยรา คนที่มีความสามารถที่หาได้ยากยิ่ง
ของเซกัน...พลังในการมองเห็นสิ่งที่แท้จริง
   

“เอาน่า แล้วคนที่อยู่กับนายลีโอนั่นบ่อยๆ ล่ะ ฉันว่าคนนั้นน่าสนใจกว่าเยอะเลย”
บาร์นม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวพลางพูดพลางว่า
   

“คนนั้นคือ ไมล์เอล เดอ คูลนิ่ง อย่างที่เรารู้ตระกูลนี้เป็นสายเลือดของเทพีโรเซร่า นอกจากนี้
ตระกูลเดอ คูลนิ่งยังมีความสัมพันธ์กับฟรานเชสก้าด้วย คือเด็กชายที่เกิดในแต่ละช่วงอายุของคน
ในตระกูลนี้ หากเกิดในปีดียวกับว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐดาโรก้า จะถูกส่งตัวมาอยู่กับสายเลือดฟรานเชสก้าทันที
 อาจจะตั้งแต่จำความได้เลยมั้ง”
   

“เพราะอะไร นายรู้หรือเปล่า” น้ำเสียงกระตือรือร้นของโยรา ทำให้บาร์นยกมือห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ
ชายหนุ่มรู้ว่านี่คือนิสัยเสียอีกอย่างของโยรา ช่างซักช่างถามจนน่ารำคาญ
   

“เรื่องนั้นยังไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ คือสายเลือดของฟรานเชสก้าจะแสดงพลังที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อมีคน
ของเดอ คูลนิ่งอยู่ด้วยเท่านั้น นอกจากประวัติครอบครัวที่น่าสนใจแล้ว ไมล์เอล เองก็เป็น
ผู้มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ติดที่ไม่ค่อยแสดงความสามารถเท่าไรเลยทำให้เขากลายเป็นคน
ไม่เด่นดังเท่าที่ควร”
   

“คนอื่นล่ะ มีอีกไหม” บาร์นรอจนเคี้ยวอาหารคำสุดท้ายหมดแล้วจึงตอบว่า
“คนอื่นก็มีนะ มีผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสีชมพูกับผู้ชายตัวโตๆ...ให้ตาย ผู้หญิงคนนั้นสวยชะมัด”
เสียงครางด้วยความไม่อยากจะเชื่อของบาร์น ทำให้โยราต้องหันกลับไปมอง

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองอร่ามนั่งหันหน้าเข้าหาบาร์นนั้นทำให้เขาอึ้งไปเหมือนกัน
แต่คนที่เธอคนนั้นนั่งด้วยก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
   

“เขานั่งอยู่กับคนที่เรากำลังพูดถึงอยู่เลย สงสัยจะพวกเดียวกัน เช็ดน้ำลายได้แล้วน่าบาร์น
คนสวยอย่างนี้ไม่เหลือให้นายหรอกน่า" แต่ดูเหมือนเสียงเตือนของโยราจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปแล้ว
เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาจนถึงเมื่อกี้ได้เดินไปหาสาวๆ กลุ่มนั้นแล้ว
   

หน้าหม้อไม่เปลี่ยน...แต่ช่างเถอะ เขาเองก็พอมีข้อมูลเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ไม่น้อย แต่ที่น่าสนใจที่สุด
ก็คงจะเป็น... ลีโอ-เฟมีลล่า ฟรานเชสก้า ดูเหมือนสองคนนี้จะเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเขาอยู่เรื่อย
ศึกษากันไว้หน่อยคงไม่เสียหาย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #26828 F @ n G (จากตอนที่ 242)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 17:35

    อืมๆๆๆๆ

    #26,828
    0