SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 240 : Part V - 2 - ข่าวจากสภากลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 มี.ค. 51

------------------------------------------------------------------------------------------------------
เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา 
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา


------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนใหม่ร้อนๆ มาแล้วค้า


กำลังรอตอนใหม่อยู่กันใช่ไหมเอ่ย วันนี้วีรับหน้าที่เอาตอนใหม่มาให้ทุกๆ คนค่ะ
เพราะกัลเขาติดงานนิดหน่อย ทุกคนคงจะสบายดีใช่ไหมคะ


ที่พิษณุโลกอากาศร้อนมากมายค่ะหวังว่าที่อื่นๆ คงจะร้อนน้อยกว่าที่นี่
เอาเป็นว่าตอนใหม่นี้ตัวละครที่หายไปนานก็กลับมากันเกือบครบแล้วนะคะ


แถมข่าววงใน(ที่วีแอบไปสืบมา) ข่าวมาว่าภาคนี้มีอาจมีคู่ขวัญคู่ใหม่เกิดขึ้น
ให้เพื่อนๆ ลุ้นไปพร้อมๆ กับการคลายปริศนาก็ได้ บอกแค่นี้ก่อนที่เหลือเพื่อนๆ
ไปรอลุ้นเองแล้วกันนะคะ


แล้วเจอกันค่ะ


วีรันดา


------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 2 ข่าวจากสภากลาง


------------------------------------------------------------------------------------------------------


“สวัสดีค่ะ คุณตาคุณยาย คิดถึงจังเลย”


เฟมีลเดินเข้าสู่อ้อมกอดของไอริณเหมือนเด็กน้อยเช่นดังทุกครั้ง หญิงชรากอดหลานสาว
แน่นก่อนจะปล่อยให้คนเป็นตากอดหลานสาวคนเดียวมาก คนที่อยูในห้องรับแขกของ
หอพักต่างมองภาพนั้นอย่างอดยิ้มตามไม่ได้ ไ


ม่ได้บ่อยนักที่เราจะได้เห็นศาสตราจารย์จอมเวทอย่างใกล้ชิด และยิ่งยากถ้าจะได้พบ
ศาสตราจารย์ไอริณที่ถูกล่าวขานว่าเป็นหญิงเหล็กแห่งวงการการศึกษา 


“เฟรม หลานตัวผอมลงอีกแล้ว” ฟาร์มีเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสามนั่งลง เฟมีลยิ้มรับคำ
ทักนั้นอย่างไม่เถียง เพราะเธอผอมลงจริงๆ คงเป็นเพราะใกล้จะจบแล้วงานทุกอย่างเลย
ค่อนข้างรุมเร้า


“คุณตาไม่รู้เหรอคะ เดี๋ยวเขาต้องผอมถึงจะสวย” สองตายายมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา
“ยายว่าถ้าเราสวนขึ้นกว่าที่เป็นอยู่คงต้องมีคนลำบากขึ้นแน่” ใบหน้านวลของหลาย
สาวชมพูระเรื่อโดยที่ไม่ต้องตอบว่าใครกันคือคนที่จะลำบาก


“เอานี่ แม่เราเขาฝากเสื้อผ้ามาให้ เห็นว่าหลานอาจต้องใช้” เฟมีลรับกระเป๋าใบใหญ่
แล้วเปิดออก ภายในมีแต่เสื้อผ้าที่ถูกตัดเย็บอย่างดี แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือของเฟรล่าแม่ของเธอทั้งหมดแน่ๆ


“คุณแม่เขาคงคิดว่าหนูเปลี่ยนชุดวันละสามรอบแน่ๆ แค่นี้เสื้อผ้าก็ไม่รู้จะเก็บไว้ไหน

แล้วค่ะ” ไอริณยิ้มรับคำบ่นกรายๆ นั้นอย่างนิ่งสงบก่อนจะปลายตาไปทางสามีให้
เริ่มเรื่องที่จะมาพูดกับหลานวันนี้เสียที


“หลานรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ตากับยายมาทำไม” เฟมีลเงยหน้าจากกระเป๋าพร้อมกับใช้มือ

ปิดมันลง ดวงตาสีนิลฉายแววจริงจัง ทำให้คนสูงอายุทั้งสองฉุกคิดขึ้นมาทันใดว่า
หลานสาวของพวกเขาได้กลายเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว โตทั้งร่างกายและจิตใจ
โตอย่างผู้ที่รู้ว่าตนมีหน้าที่อะไรและควรจะต้องทำอะไรในเวลานั้นๆ


“ก็พอรู้มาบ้างค่ะ ทางนี้ก็ต้องเตรียมการเหมือนกัน” ฟาร์มีพยักหน้ารับแล้วพูดต่อว่า
“ความจริงมันก้คงไม่ต้องมีมาตรการอะไรมากหรอก ข้อตกลงครั้งนี้ดูเหมือนไม่มี

อะไรซับซ้อน แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ มันก็มีกลิ่นแปลกๆ อยู่เล็กน้อย”


เฟมีลไม่ได้เอ่ยขัดการอธิบายของผู้เป็นตาเมื่อเห็นท่านเงียบไป หญิงสาวก็ยังนิ่งเพื่อรอ
ฟังการขยายความของคำว่า ‘กลิ่นแปลกๆ’ แต่คนที่อธิบายเพิ่มคือยายของเธอ


“เมื่อหลายเดือนก่อน ยายไปเยี่ยมกราเตราที่นู้น บรรยากาศของที่นั่นมีอะไรผิดปกติ…”
“ทำไมคะ ทางเซกันทำอะไรท่านเตรา” ไอริณส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า


“เปล่า เขาก็ร่วมงานกันดี งานที่นั้นค่อยคืบหน้าไปได้ด้วยดี แต่ยายสัมผัสได้เองถึง

ความขัดแย้งในหมู่ของเหล่าซีเนร่าชั้นสูงของซีเนสวตร้า โดยปกติผู้มีอำนาจที่นั่น
ก็ไม่ค่อยพอใจกับข้อตกลงครั้งนั้นของเราอยู่แล้ว เพราะ เตราเหมือนผู้มีอภิสิทธิ์มากกว่า
ข้อแลกเปลี่ยน พวกเขาคงรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ”


“แต่มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้นี่คะ คุณยาย ความจริงจะมาหาว่าเราเอาเปรียบก็คงไม่ได้
เพราะเราทั้งสองฝ่ายก็ได้ในสิ่งที่เราพอใจแล้วถ้าจะมองกันให้จริงทางนู้นไม่เห็นจะต้องเสียอะไร
ก็แค่แบ่งปันวิทยาการที่พัฒนาแต่ไม่ได้สูญเสียอะไรสักนิด” เฟมีลพูดขึ้นด้วยรน้ำเสียงสงบ


“มันก้คงจะจริงถ้าเรามองในมุมมองของเรา แต่ในมุมมองของเขา เขาคิดว่า เขาน่า
จะได้มากกว่านี้ แต่ก็นะ มันเป็นแค่ข่าววงในที่ยายได้รู้มาเท่านั้น แต่ข่าวลืออีกอย่างที่หน่วย
ข่าวกรองได้มาก็คือ การมาครั้งนี้ของเหล่าซีเนร่าครั้งนี้น่าจะมีเงื่อนงำ” เฟมีลสบตาฟาร์มี
และไอริณอย่างไม่เข้าใจ


“เขาต้องการอะไรเหรอคะ พวกเขาก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าเขาจะเอาอะไรจากที่นี่ไม่ได้”
ฟาร์มีถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับพูดตอบว่า


“นั่นสินะ พวกเขาน่าจะรู้ แต่ความคาดหวังของคนมันคงลบคำว่า ‘ไม่มีทาง’ แล้วเปลี่ยนเป็น
 ‘อาจจะมีทาง’ ก็ได้” เฟมีลมองใบหน้าเป็นกังวลของตากับยายอย่างเข้าใจ
กังวลไปก่อนดีกว่ามา

กุมขมับปวดหัวที่หลัง คิดไว้ก่อนก็ดีกว่าไปปวดหัวคิดฉุกเฉินยามเมื่อเกิดปัญหา
“งั้นเราก็คงต้องจับตาดูพวกเขาล่ะมั้งคะ คุณตาคุณยาย หนูเองก็พึ่งได้รับคำสั่งใหม่
เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นคำสั่งเดียวกับ...” ตาแมวหรือเปล่า เฟมีลต่อกับตัวเองในใจ


“กับใครหรือจ้ะ” ไอริณถามเฟมีลได้แต่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“ไม่มีอะไรค่ะ ช่วงนี้เหนื่อยจังเลยค่ะคุณยาย เมื่อวานพึ่งกลับมาจากวินดิ์สโลว์แล้ว

ต้องกลับมาเขียนรายงานอีก...”


สองตายายฟังเรื่องเล่าของหลานสาวอยู่ไม่นานก็ขอตัวกลับเพราะต้องออกเดินทางไป
ประชุมต่อที่โซนในวันรุ่งขึ้น เฟมีลเองหลังจากส่งตากับยายแล้วก็ออกเดินจากหอพักไปยัง
ห้องนั่งเล่นรวมของเหล่านักหาข่าวฝึกหัด


ห้องนี้มีขนาดเท่าห้องบอลลูนขนาดใหญ่ ผนังโดยรอบประดับไปด้วยภาพของนัก

หาข่าวระดับตำนาน เพดานเป็นกระจกที่มีภาพการเคลื่อนไหวของตัวอักษรนับหมื่นนับพัน
ตัวอักษรพวกนี้คือข่าวในแต่ละวันที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์เซวีเดลี่ เพื่อให้นักหาข่าวฝีกหัด
ที่เข้ามาพักอ่าน


ห้องทั้งห้องถูกจัดแบ่งเป็นส่วนๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณนั่งดื่มชาและทาน
ของว่าง โซฟาตัวใหญ่ไว้นั่งคุย และส่วนที่จัดเพื่อเอาไว้เล่นกันสัตว์เลี้ยง 
รวมไปถึงเคาร์เตอร์เครื่องดื่มทั้งมึนเมาหรือไม่มึนเมา เฟมีลเดินตรงไปยัง
ส่วนโซฟาตัวใหญ่ทางขวามือ ที่นั่นนั่งอยู่ด้วยชายหนุ่มสองคนที่เธอรู้จักดี
 จาเร็ต อามานและ พาตัน เรนเดียร์


“มาเร็วว่าที่นักไว้ตั้งชั่วโมง คุยกับคุณตาเสร็จแล้วเหรอ เฟมีล” จาเร็ตเอ่ยขณะที่
กำลังนอนเอนตัวอ่านตัวอักษรที่เคลื่อนผ่านไปมาอย่างสนอกสนใจ


“อืม นี่อยู่ที่นี่ทั้งวันเลยเหรอ” เฟมีลทักขณะที่มองมือขอวพาตันส่งแก้วคอกเทลสีฟ้า
ใสให้จาเร็ต เฟมีลมองภาพนั้นจนชินชา เพราะพาตันมักจะคอยดูแลจาเร็ตอย่างนี้เสมอ
ทั้งคู่ดูเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมในเวลาทำงานและเป็นเพื่อนสนิทในเวลาปกติ


“จะให้ทำอะไรได้ล่ะ แล้วเจอใครบ้างหรือยัง” จาเร็ตถามเรื่อยๆ จนเฟมีลงงเลยถามว่า
“เจอใคร?” จาเร็ตลดสายตาลงจากเพดานพลางแลบลิ้นเลียน้ำคอกเทลที่มุมปาก
ก่อนจะตอบพร้อมกับยกแก้วชี้ไปทางซอกคอ


“เจ้าของรอยแดงนั่นไง” ไวเท่าความคิดมือบางตะปบมือไปที่ซอกคอ เรียกเสียง
หัวเราะจากจาเร็ตจนคนอื่นหันมามอง พอเฟมีลหันไปพาตันชายหนุ่มสวมแว่น
จึงตอบด้วยรอยยิ้มว่า


“เธอโดนหลอกแล้ว” เฟมีลลดมือลงจากซอกคออย่างขัดใจแล้วพูดเสียงแค่นว่า
“อย่าให้ถึงตาฉันบ้างนะจาร์” จาใฝฝเร็ตหยักไหล่แล้วเงยหน้าไปสนใจข่าวข้างบนต่อ
เฟมีลเลยต้องหันไปคุยกับพาตันแทน


“พวกนายเห็นลีโอด้วยเหรอ อ๊ะ ขอบใจจ้ะ” เฟมีลรับจานเค้กที่ส่งมาให้อย่างไม่เกี่ยงงอน
“อ้อ เจอตอนที่เขาไปพบท่านผู้อำนวยการน่ะ” เฟมีลพยักหน้าหงึกเหมือนจะรับรู้แต่
ก็ถามต่ออีกว่า


“แล้วมาทำไม พวกนายรู้หรือเปล่า” ยังไม่ทันที่จาเร็ตจะลุกขึ้นตอยเสียงเรียกของรีเนล
จากเบื้องหลังก็ดังขึ้น


“มาแล้วจ้า ฉันไม่ได้มาสายใช่ไหมเฟมีล” เฟมีลหันไปยิ้มให้เพื่อนทั้งๆ ที่ในปากยังมี

เค้กอยู่ ปลายตากของเธอเห็นร่างสูงของโทนี่ ที่ตอนนี้จัดการตัดผมยาวเฟื้อยออกเหมือนแค่บ่า
แถมไสด์ตามใจแม่สาวช่างแต่งตัวคนข้างเธอนี่ซะด้วย ถ่ามองให้ดีโทนี่ก็เท่ดีหรอก


มีรุ่นน้องชอบตั้งหลายคนแต่ติดตรงคู่แข่งของสาวๆ เหล่านั้นแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก
 ดวงตาสีน้ำตาลนั่นถึงไม่เคยหันไปมองใคร (ยกเว้นเวลาอยากยั่วรีเนลเท่านั้น) 
 

“ไม่สายแถมมาก่อนเวลาด้วย เอาล่ะที่นี้ก็ครบองค์ประชุมเสียที เริ่มเลยไหมจาร์”
 จาเร็ตกระเด้งตัวขึ้นนั่ง ดวงตาสีน้ำตาลแดงฉายถึงดวงตาเอาจริงเอาจังเหมือนทุกครั้ง
ที่เข้าสู่โหมดทำงาน


“มีข่าวใหม่หรือจาร์” โทนี่ถามขึ้น
“ยิ่งกว่าข่าวใหม่ พวกเราได้รับหน้าที่ใหม่…อย่าทำหน้าระรื่นอย่างนั้นน่ารีเนล รู้หรอกว่า
อยากทำอะไรที่มันตื่นเต้น คือ รู้กันแล้วใช่ไหมเรื่องที่เซกันจะส่งซีเนร่ามาที่เซวีน่า”


“อื้อ รู้แล้ว” เฟมีลตอบ รีเนลเองก็พยักหน้ารับว่ารู้เหมือนกัน
“ผู้อำนวยการบอกว่าอยากให้พวกเราเป็นผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้พร้อมกับหน่วยพัฒนา
วิทยาการที่ซินเทลล่า”


“ว้าว! “รีเนลร้องพลางใช้ศอกสะกิดสีข้างเฟมีลจนเจ้าตัวต้องหันมาค้อนใส่เพื่อน
“มันคงไม่ใข่แค่นั้นมั้ง จาร์ เรื่องแค่นี้ความจริงให้พวกรุ่นน้องเราไปก็ได้” โทนี่พูด
พลางส่งแก้วน้ำหวานให้คนถูกค้อน จาเร็ตพยักหน้าด้วยรอยยิ้มชอบใจแล้วเล่าต่อว่า


“ข่าววงในจาดสภากลางบอกว่า การมาครั้งนี้ของเหล่าซีเนร่าน่าจะมีความคิดแอบแฝง
แต่จะเป็นอะไรไม่รู้ พวกเขาถึงได้ส่งพวกเราไปไง อีกอย่าง งานครั้งนี้ไม่ใช่แค่อบรมธรรม
อย่างที่โทนี่ยอกจริง เพราะเราต้องเดินทางไปหลายที่ เพื่อหาวัตถุดิบที่เหมาะสมกับวิทยาการ
ใหม่ที่เราจะเรียนรู้ งานนี้เลยต้องอาศัยฝีมือของเธอไง เฟมีล” เฟมีลพยักหน้าเหมือนจะรู้อยู่แล้ว



เพราะจอมเวทรัตติกาลที่ทำงานให้สภากลางมีไม่มากดังนั้น หลังจากที่เธอจบบ่อยครั้งที
เฟมีลต้องออกปฏิบัติการในอีกฐานะที่ไม่ใช่นักหาข่าวตามปกติ และเป็นเรื่องปกติที่
สายงานของเธอค่อนข้างจะได้รับข้อมูลค่อนข้างรวดเร็วจะช้ากว่าเมื่อเทียบกับ
หน่วยข่าวกรองที่จาร์และพาตันฝึกงานเท่านั้น


“หมายความว่าให้เราไปคุ้มกัน เอ่อ ฉันว่าไม่น่าใช่ เอาใหม่ งานนี้เป็นเหมือนงานเฝ้า
ระวังหรือเปล่า” รีเนลออกความเห็นซึ่งทุกคนที่ฟังก็เห็นด้วย


“ความจริงก็ไม่มีอะไรมากหรอก โดยส่วนใหญ่มันก็เป็นประโยชย์ของต่อพวกเราด้วย
อีกอย่าง งานนี้คนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดน่าจะเป็นพวกนายต่างหาก
 สองนักเขียนคอลัมน์ผู้โด่งดัง”


 จาเร็ตเอ่ยพลางยกแก้วเหมือนเป็นการฉลองชัยให้โทนี่กับรีเนล ที่มีผลงานเข้าตา
บรรณาธิการของเซวีเดลี่ฉบับสุดสัปดาห์จนได้เขียนลงคอลัมน์ย่ำเท้าทั่วแดน
สลับกันคนสัปดาห์

ตอนนี้มีคนติดตามอ่านคอลัมน์นี้มากมาย แต่ตัวจริงของนามปากกา ‘ยักษ์ใหญ่กลางสายลม’
และ ‘หิมะสีทับทิม’ สองคู่กัดเจ้าของคอลัมน์ยังคงเป็นปริศนาให้ผู้อ่านรอลุ้นว่าเมื่อไร
ทั้งคู่จะออกมาปรากฎตัวเสียที


“แน่สิ คราวนี้จะได้มีอะไรเล่าให้คนอ่านเยอะเลย จริงไหมตายักษ์” โทนี่ไม่ตอบแต่
ก้พยักหน้ารับเพื่อเอาใจอีกฝ่าย เฟมีลเองก็กำลังคิดถึงข้อความในจดหมายแจ้งเหมือนกัน


“เราจะออกเดินทางวันไหนล่ะ ต้องไปรับพวกนั้นที่ดาเรก้าหรือเปล่า” เฟมีลถามขึ้น
“คิดว่านะ เห็นว่า ลีโอก็ไปที่ดาเรก้าแล้วนี่ เห็นว่าฝ่ายนั้นเขาจะขอพักผ่อนที่ดาเรก้า
ก่อนจะเดินทางมาที้ปราการซินเทลล่า พวกเราอาจจะต้องเดินทางวันพรุ่งนี้
เพราะต้องไปรายงานตัวที่สภากกลางก่อนแล้วค่อยไปเจอพวกนั้นที่ดีเนโซล”   

 
“อะไรนะ ทำไมเร็วอย่าง ฉันยังไม่ได้เขียนรายงานการปฏิบัติครั้งที่แล้วเลย โอย ตายๆ”
พอรีเนลเริ่มคร่ำครวญบรรยากาศการประชุมก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายทันที

ไกลออกไปอีกมิติเซกันยามค่ำคืนทำให้คนนอนมองดูเกล็ดหิมะโปรยปรายอย่างช้าๆ

รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดทั้งปวง แต่เมื่อใครบางคนล้มตัวลงนอนข้างๆ
อารมณ์ผ่อนคลายก็หายไปทันที


“หลบจากการประชุมทุกครั้งแล้วนายจะรู้ได้ไงว่าเขาวางแผนกันยังไง” บาร์นเอ่ยขึ้นอย่าง
หงุดหงิด เพราะคนข้างๆ คอยแต่จะหลบการประชุมอยู๋เรื่อย แล้วคนที่ทำอย่างนั้นแล้ว
ไม่มีใครกล้าว่าก็คงจะมีแต่ โยราเน่ เอ็ดกราด ซีเยร่าอัจฉริยะคนนี้เท่านั้นล่ะมั้ง


“นายก็ฟังไปสิ ฉันขี้เกียจฟังตาแก่พวกนั้นถกเถียงในเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้”
บาร์นถอนหายใจ เพราะเขาก็คิดดเหมือนโยรา พวกเขาที่ได้สัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่
ของเซวีน่าเท่านั้นที่สามารถยืนยันได้ว่า การกระทำที่พวกคนใหญ่คนโตแห่งซีเนสตร้า
คิดมันไร้ประโยชน์ พวกนั้นน่าจะยอมรับตั้งแต่ได้เผชิญหน้ากับ ไซเอน ไทม์คนนั้นแล้วว่า
ในจักรวาลนี้มีคนที่เราไม่ควรยุ่งอยู่


“แต่พวกเราก็ต้องลองทำดูไม่ใช่เหรอ” โยราพ่นลมหายใจอย่างมาพอใจแล้วตอบว่า
“มีสิ่งมากมายที่เราไปเอาจากที่นั่นได้โดยที่เขาไม่ว่า แต่ตาแก่พวกนั้นกลับอยากได้
ในสิ่งที่เราไม่มีวันเอาได้ ฉันจะไม่ยอมเสี่ยงในงานที่ไม่มีโอกาสเลยหรอกนะ”


“แต่มันอาจจะได้ก็ได้” โยราหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเหตุให้บาร์นต้องหัวเสียเพราะ
การหัวเราะแบบนั้นทำให้เขาดูเหมือนเป็นคนโง่เง่า


“นายถูกล่อมจนได้นะบาร์น แต่เอาเถอะ เราเล่นตามเกมส์ของตาแก่พวกนั้นไปก่อนก็ได้
แต่ถ้ามันไม่ได้เรื่อง งานนี้ฉันจะใช่แผนของฉันบ้าง” โยราพูดพร้อมกระเด้งตัวลุกขึ้น
บิดซ้ายขวาอย่างกระชับกระเช้ง


“นายจะทำอะไร?” รอยยิ้มมีเลศนัยของโยราปรากฏขึ้นก่อนจะที่เจ้าตัวจะเอ่ยพร้อมกับ
หันหลังเดินจากไปว่า


“การไปเยือนเซวีน่าครั้งที่แล้ว มันไม่เพียงแต่ทำให้เราได้คุณเตรามาหรอกน่า ไปล่ะ”
ท่ามกลางแสงวิบวับของเกล็ดหิมะต้องแสง บาร์นยืนคิดทบทวนของอดีตและอนาคตผู้ร่วมงาน

 
“...แล้วนายได้อะไรกลับมา โยราเน่ เอ็ดกราด”


------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27212 มิ้น (จากตอนที่ 240)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 19:12
    ไม่รู้เรื่อง
    #27,212
    0
  2. #26826 F @ n G (จากตอนที่ 240)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 16:42

    แผนอะไรกันเนี่ย

    ง๊งงง ??

    #26,826
    0