SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 239 : Part V - 1 - คำสั่งลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 มี.ค. 51

เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา 
ภาค : ปริศนาทรายสีดำ
Author กัลฐิดา


------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีทุกๆ คนค่ะ


แหม ไม่ได้พิมพ์คำนี้มาตั้งนาน ตอนจะกดแป้นพิมพ์พิมพ์คำขึ้นต้นนี้ กัลอึ้งไปพักใหญ่เลยค่ะ
มันดีใจอย่างบอกไม่ถูก บอกแบบนี้เหมือนกัลกลายเป็นคนแก่ขี้เหงาไปแล้วเลยนะคะ


ความจริงมันก็เหงาจริงๆ เพราะไม่ได้เจอเพื่อนๆ ผ่านทางเซวีน่ามาเกือบปี แต่กัลก็ยังได้ข้อความ
ของทุกๆ คนเป็นระยะๆ นะคะ เลยมีกำลังใจคลอดภาค 5 นี้มาจนได้


เอาเป็นว่ากัลไม่คุยนานดีกว่าเพราะเพื่อนๆ คงอยากจะอ่านต่อกันแล้วแน่ๆ


ดีใจที่ได้เจอกันอีกค่ะ


กัลฐิดา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 1 คำสั่งลับ


------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวนพฤกษศาสตร์ทดลองใจกลางซีเนสตร้าร่มรื่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ต้นไม้คือสิ่งมีค่าที่สุดของเซกัน
ในตอนนี้ นับตั้งแต่ปีที่แล้วที่กราเตรา เดอ กราฟ มาอยู่ที่นี่ พื้นที่สีเขียวของเซกันก็เพิ่มขึ้นถึง
ไม่มากอย่างรวดเร็วแต่ปริมาณคนตายที่มีสาเหตุจากการอดอยากในปีที่ผ่านก็ต่ำกว่าปีก่อนๆ
 อย่างเห็นได้ชัด พลังของเธอคนนั้นทำให้ชาวเซกันต่างสำนึกได้ว่า พวกเราคุ้มค่าแค่ไหน
เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราแลกมา


โยราเน่ เอ็ดกราดเดินทอดน่องเข้าไปสู่ใจกลางสวนพฤกษศาสตร์เหมือนดังเช่นทุกครั้งที่จบ
การประชุมของเหล่าหัวกะทิแห่งซีเนสตร้า ณ ที่แห่งนั้นมีต้นไม้ใหญ่ซึ่งแผ่กางกิ่งก้านสาขา
จนไม่น่าเชื่อว่ามันมีอายุยังไม่ถึง 1 ปี ใต้ต้นไม้มีกระท่อมไม้แท้ที่หาได้ยากยิ่งในเซกันตั้งอยู่


หญิงสาวเจ้าของกระท่อมนั่งอยู่บนม้าโยกดังเช่นทุกวัน ในมือถือด้วยแผนที่เคลื่อนไหว
ขนาดเท่าสมุดเล่มเล็ก ดวงตาสีเขียวจดจ้องภาพตรงหน้าอย่างครุ่นคิด


“สวัสดียามบ่ายครับ คุณเตรา” เสียงทักของชายหนุ่มทำให้กราเตราเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
“วันนี้หนีประชุมมาหรือว่าประชุมเสร็จแล้วคะ” โยราเน่หัวเราะออกมาเบาๆ
สำหรับเขา กราเตรา เดอ กราฟ เหมือนหญิงสาวมากกว่าหญิงกลางคนอย่างที่เธอควรจะเป็น
คงมีแต่ท่าทางและมุมมองของเธอเท่านั้นที่ทำให้เขายังนึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าอายุจะสี่สิบแล้ว


“ไม่ครับ วันนี้ไม่ได้หนีมา...จริงๆ ต้องบอกว่าหนีไม่ได้มากกว่า” กราเตราหัวเราะออกมาเบาๆ
กับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เคลื่อนมาตรงหน้าเธอเพื่อเป็นที่นั่งให้ผู้มาเยือน
พร้อมกับการเคลื่อนตัวของถาดชุดดื่มชาที่ลอยมาตรงหน้าให้ชายหนุ่มจัดการรินชาให้กับตัวเอง


“ถึงยังไงผมก็ยังไม่ชินกับพลังพิเศษของพวกคุณเสียที” กราเตราวางแผนที่เคลื่อนที่ไว้บนตัก
พร้อมกับตอบกลับว่า


“ฉันเองก็ไม่คุ้นกับวิทยาการเวทของพวกคุณเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็ต้องมีการเรียนรู้ใช่ไหมคะ”
โยราเน่หัวเราะรับคำพร้อมกับลิ้มรสชาที่หาที่ไหนไม่ได้ในเซกันก่อนจะพูดขึ้นว่า


“กำลังวางแผนสร้างพื้นที่สีเขียวที่ไหนอยู่เหรอครับ”


“อ้อ กำลังคิดว่าจะขึ้นเหนือไปอีกสักหน่อยน่ะค่ะ เพราะว่าที่นั่นมีธารน้ำแข็งอยู่ถ้าเราสามารกทำให้ที่

นั่นอุ่นขึ้นอีกสักนิดก็น่าจะปลูกต้นไม้ได้ แถมจะเจริญได้ดีด้วย อีกอย่างน้ำจากทางเหนือจะช่วยให้
เราขยายพื้นที่ได้ไกลโดยไม่ต้องเหนื่อยมากด้วย ดูนี่สิ...ตรงนี้ มีพื้นดินที่มีสภาพที่เหมาะมาก”
โยราเน่มองตามนิ้วที่กำลังลากกวาดกรอบบนแผนที่


“ผมว่าก็ดีนะครับ อย่างนี้อาจต้องขอความร่วมมือจากหน่วยพัฒนาแสงอาทิตย์ด้วยหรือเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ นี่ก็ฝากเรื่องไปแล้วล่ะ กำลังรอคำตอบอยู่ เอาชาอีกไหม” โยราเน่ส่ายหน้าปฏิเสธก่อน
จะเปลี่ยนเรื่องว่า


“กลับบ้านคราวที่แล้วเป็นไงครับ” รอยยิ้มและดวงตาซึ่งฉายแววอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่เอ่ยถึ
งเรื่องนี้ปรากฏขึ้นอย่างที่ทำให้คนมองต้องยิ้มตาม


“ก็ดี ตอนนี้ชาร์เพรย์เขากำลังเป็นจอมเวทฝึกหัดที่ฟอริโซ่ เห็นว่าจะเอาดีทางด้านคิดค้นพันธุ์ไม้
ชนิดใหม่ ตอนกลับไปนี่เรือนกระจกที่บ้านมีแต่ต้นไม้แปลกๆ เต็มไปหมดเลย”


“อย่างนี้ว่าที่ลูกชายคนใหม่ก็คงลำบากแย่สิครับ อยู่คนละที่” กราเตราหัวเราะออกมาเบาๆ
กับคำแซวของเพื่อนต่างวัย


“เขาก็ดีนะ ไมล์เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมมีงานเยอะแต่ก็เห็นว่าไปเจอกันบ่อย เออ มัวแต่คุยเรื่องลูก
เลยไม่ได้ถามเลยว่า โยรามีธุระอะไรหรือเปล่า” โยราวางถ้วยชาลงบนถาดเงินแล้วตอบว่า


“ผมจะมาบอกว่า ผมกับบาร์นคงต้องไปอยู่เซวีน่าซักพักน่ะครับ” กราเตราเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
แต่ไม่ถามอะไรออกมาเพราะรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคงจะเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาเอง


“คือ...ทางสภากลางของเซวีน่ากับสภาซีเนสตร้ามีข้อตกลงเพิ่มเติมน่ะครับ ก็...เกี่ยวกับเรื่องที่เรา
ได้ความช่วยเหลือจากคุณด้วย ทางเรารู้สึกว่าเราเอาเปรียบเซวีน่ามากเกินไป ทางเราเลยจะเข้าไป
ให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาการเวทของเซวีน่าน่ะครับ โดยมีผมช่วยเรื่องของการให้ความรู้
และพัฒนาส่วนบาร์นจะเป็นคนดูแลเรื่องการฝึกฝน”


สีหน้าและแววตาที่ค่อนไปทางกังวลมากกว่าดีใจของชายหนุ่มทำให้กราเตราอดเอ่ยพูดขึ้นไม่ได้ว่า


“แล้วเป็นยังไง โยราเองก็ต้องการที่จะศึกษาเซวีน่าให้มากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ ไปอยู่ที่นั่นจะได้เรียนรู้
อะไรหลายอย่างที่หนังสือไม่ได้เขียนไว้ หรือว่า...มีเรื่องที่ต้องทำนอกจากนี้” ดวงตาสองคู่สบจ้องกัน
อยู่ชั่วขณะสุดท้าย ชายหนุ่มก็เป็นคนทำลายความเงียบเสียเอง


“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมคงกลัวว่าจะเป็นอาจารย์ที่ไม่ดีพอเท่านั้น เอ่อ วันนี้ขอตัวดีกว่าครับ
ก่อนไปผมจะมาหาอีกรอบเผื่อคุณเตราจะฝากของให้คนทางนู้น ลาล่ะครับ” ดวงตาสีเขียวเข้มมอง
ร่างชายหนุ่มที่กำลังก้าวเดินห่างจากตนไปแต่ต้องชะงักเมื่อเธอเอ่ยขึ้นว่า


“ไม่ว่าเซกันจะคาดหวังอะไรกับการไปของพวกเธอครั้งนี้ แต่อย่าลืมเอาบทเรียนจากเซวีน่าในครั้งที่แล้ว

มาคิดด้วย” โยราหันกลับมาหากราเตรา ใบหน้าหวานเหมือนหญิงสาวนั้นดูจริงจังและหนักใจ


“นั่นคือคำเตือนจากชาวเซวีเรี่ยนเหรอครับ” กราเตราส่ายหน้าเบาๆ แล้วตอบกลับว่า
“เปล่า มันคือคำแนะนำ ส่วนคำเตือน หากเธออยากได้ ฉันก็คงเตือนได้แค่ว่า เรื่องทุกเรื่องในเซวีน่า
หากชาวเซวีเรี่ยนไม่อยากให้รู้ ต่อให้พลังทั้งหมดของเซกันก็เข้าไปไม่ถึงคำตอบหรอก”


โยราก้มหัวรับคำเตือนเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกายเดินจากไป กราเตรามองแผ่นหลังนั้น
จนลับตาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมว่า


“คงไม่ต้องซ่อนตัวอีกแล้วหรอกมั้ง บาร์น” เจ้าของร่างกายสูงใหญ่กระโดดลงจากต้นไม้
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมนักก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้เป็นเหมือนบุตรีแห่งป่าผู้นี้


“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ คุณเตรา แต่ผมคงมาไม่ถูกเวลาเท่าไร” กราเตรายิ้มรับรอยยิ้มสดใส
ของเขาพร้อมกับตอบกลับว่า


“มาลาเหมือนพ่อหนุ่มคนนั้นหรือเปล่า” บาร์นยักไหล่เหมือนทุกครั้งที่เขาไม่อาจหาคำตอบ
จากคำถามใดๆ ได้แล้วเปลี่ยนเรื่องว่า


“ผมแค่จะมาบอกว่า ถ้าผมกับโยราไปที่เซวีน่า มาตรการการคุ้มกันของคุณจะอ่อนลง ต้องขอโทษ
ล่วงหน้าด้วยครับ” กราเตราพยักหน้าเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ


ความจริงเธอบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าเธอไม่ต้องการการคุ้มกันใดๆ เพราะตราบใดที่ที่นี่ยังมีต้นไม้
ไม่มีใครสามารถเข้าถึงตัวเธอได้หากเธอไม่อนุญาต เธอมาที่นี่ในฐานะคนช่วยเหลือก็จริง


 แต่เธอไม่ได้อ่อนต่อโลกถึงขนาดคิดว่าคนที่นี่จะยอมรับเธอได้ทุกคน ชาวเซกันโดยเฉพาะ
คนใหญ่คนโตในซีเนสตร้าหลายคนเห็นว่าเธอเป็นแค่เครื่องมือปลูกต้นไม้ด้วยซ้ำ
ดังนั้นกีรอส ฟายาร์ค บาร์นและโยรา จึงตกลงว่าจะเป็นหน่วยคุ้มครองเธออย่างลับๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้หน่วยจู่โจมทั่วทั้งซีเนสตร้าบุกเข้ามาพร้อมกัน พวกเขาก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
บาร์นหัวเราะเบาๆ


“คุณกำลังดูถูกคนใต้บังคับบัญชาของกีรอสอยู่นะครับ ระวังเขาจะไม่พอใจน้า”
กราเตราส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย


“แต่ผมว่า ระวังไว้หน่อยก็ดีนะครับ กันไว้ดีกว่าแก้ เพื่อมีอะไรผิดพลาด” บาร์นพูดเตือนกราเตรา
อยู่สองสามประโยคก่อนจะกลับ กราเตราทรุดตัวลงนั่งบนม้าโยกอีกครั้งพร้อมกับหลับตา


ไม่มีใครรู้ว่าภายในสวนพฤกษศาสตร์เป็นอย่างไรนับตั้งแต่กราเตรา เดอ กราฟมาเยือน ไม่มีใครรู้ว่า
ภายใต้พลังของผู้ควบคุมป่า...ในอาณาเขตของเธอ ผู้ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะหายใจ


สถาบันสปีเย่ เจนไนล์ วินดิ์โคลโล
หอพักนักหาข่าวฝึกหัด


“...ตลอดเวลาของการเป็นนักหาข่าวให้กับเซวีเดลี่...เหรอ เขียนอะไรได้น่าหมันไส้มากๆ ตายักษ์เอ้ย”


เสียงแดกดันของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทับทิมทำให้เฟมีลที่กำลังเขียนอะไรบางอย่างใน
สมุดรายงานเงยหน้าขึ้น


“เธอกำลังอ่านอะไรอยู่น่ะรีเนล” รีเนลเงยหน้าจากเซวีเดลี่ฉบับสุดสัปดาห์แล้วตอบว่า
“ก็อ่านคอลัมน์ของคนหลงตัวเองน่ะสิ นี่ อ่านสิ หมันไส้ชะมัด” รีเนลพูดพลางถือหนังสือพิมพ์
มากางให้เฟมีลอ่าน ดวงตาสีนิลจ้องมองภาพหอนาฬิกาไซเอนที่ถ่ายออกมาในมุมมองที่ต่างจากที่เคย


 รวมไปถึงภาพความเป็นไปของดาเรก้าอย่างชื่นชมในใจ โทนี่มีฝีมือในการจับภาพดีมาแต่ไหนแต่ไร
ภาพพวกนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักจับภาพที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในเซวีน่า


“อ่านตรงนี้สิ” เฟมีลเปลี่ยนจากการจ้องภาพมาที่ย่อหน้าที่เพื่อนสนิทชี้ก่อนจะนิ่งไปชั่วขณะ
“ไม่เห็นมีอะไร โทนี่ก็เขียนดีนี่” รีเนลยกมือกอดอก หน้ามุ่ยๆ ของเพื่อนทำให้เฟมีลพูดดักคอขึ้นว่า
“ตัวเองก็คิดว่ามันดีใช่ไหมล่ะ แต่...”


“หมันไส้!” สองเสียงประสานกันตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างชอบใจของเฟมีลยิ่งทำให้รีเนล
ยืนหน้ามุ่ยเข้าไปอีก


“เธอหัวเราะอะไร ไม่เห็นมีอะไรน่าขำสักนิด” เฟมีลยกมือขึ้นปิดปากและพยายามหยุดหัวเราะ
อย่างสุดความสามารถ


“ก็...หัวเราะพวกเธอสองคนน่ะสิ เมื่อวันก่อนนายโทนี่ก็เป็นแบบนี้ตอนอ่านคอลัมน์ของเธอ ไม่ไหว
จนเป็นแฟนกันขนาดนี้แล้วยังจะเขม่นกันไม่เลิก”


รีเนลคว้าหนังสือพิมพ์มาไว้ในมือก่อนจะจัดการเจ้าหนังสือพิมพ์ที่น่าสงสารนั้นให้เข้าไปอยู่
ในกระเป๋าของเธอ จากนั้นก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไปแต่งตัว เฟมีลยิ้มให้กับประตูห้องน้ำแล้วหันมา
สนใจงานของเธอต่อมาอีกไม่นานคนในห้องน้ำก็เดินออกมาพร้อมชุดแต่งกายที่เปรี้ยวจี๊ด
ตามแบบฉบับของว่าที่นักหาข่าวหญิงที่เก่งที่สุดเท่าที่สปีเย่เคยมี

รีเนลมองเพื่อนสนิทของเธออย่างชื่นชม เฟมีล ในภาพของหญิงสาวอายุ 21 ย่าง 22
เป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่สวยสะพรั่งมากกว่าครั้งที่เธอพบกันครั้งแรก


ผมยาวตรงสีดำขลับถูกดัดให้เป็นลอนทำสีแซมแดงเพลิงตามสไตล์ ผิวขาวละเอียดมากขึ้น
เพราะสองสามปีมานี้อยู่แต่ในที่ที่น้อยครั้งจะได้รับแสงอาทิตย์ ยิ่งสวมเสื้อกันหนาวสีฟ้าอ่อน
ยิ่งขับผิวให้นวลผ่อง


“มองฉันนานๆ เดี๋ยวก็ไปเดทกับโทนี่ไม่ทันเอาน้า” คนถูกมองพูดไปยิ้มไปโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
 รีเนลพ่นลมหายใจอย่างขัดใจที่โดนจับได้ว่าเธอแอบมอง นี่ก็อีกนอกจากรูปสมบัติที่หาใครเทียบยาก

(นอกจากเซเลน่า)


 เฟมีลยังมีความสามารถพร้อมในทุกๆ ด้านอย่างน่าเหลือเชื่อ ยิ่งตอนนี้เฟมีลอยู่ในฐานะ
จอมเวทรัตติกาลสาขาอัญมณีซึ่งเป็นการการันตีได้ว่า ความสามารถของหญิงสาวตรงหน้า
ยอดเยี่ยมแค่ไหน


“เธอจะไม่ไปด้วยจริงๆ เหรอ” รีเนลถามอีกครั้งขณะที่กำลังเปิดประตูห้อง
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวช่วงบ่ายคุณตาคุณยาจะมาเยี่ยมจ้ะ” เฟมีลพูดพลางหันตัวไปทางประตู
“เหรอ คราวนี้หนุ่มน้อยฟิลจะมาด้วยหรือเปล่า”


 ท่าทางสยองของรีเนลทำให้เฟมีลอดปล่อยเสียงหัวเราะคิก คิก ออกมาไม่ได้ เ
พราะครั้งล่าสุดที่ฟิลเลอร์น้องชายของเธอมาที่นี่ ก็ทำเอาห้องทดลองสมรรถภาพเด็กก่อนวัย
ของสปีเย่แทบแตก เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะน้องของเธอซนยิ่งกว่าดาร์กี้สักสิบตัวได้มั้ง
 แถมยิ่งมีเจ้าบาซิลให้ท้ายด้วยแล้ว ถึงไหนถึงกัน กว่าจะจับให้กลับไปได้แทบแย่


“เปล่าจ้ะ คราวนี้คุณตากับคุณยายมากันแค่สองคน ที่ถามเนี้ยอยากให้มาด้วยเหรอ”
รีเนลส่ายหน้าจนเฟมีลต้องหัวเราะออกมาดังๆ ถ้าเจ้าตัวเล็กนั่นอยู่เฉยๆ รีนเลก็ชอบอยู่หรอก
แต่...เวลาที่เด็กคนนั้นร้องหาพี่สาวนี่สิน่ากลัว คราวที่แล้วแค่เฟมีลหายหน้าไปแค่สองชั่วโมง
คนรับดูแลแทนอย่างเธอยังรับมือยาก ไม่เอาด้วยหรอกถ้าจะต้องให้เจอเด็กแสนแสบนั่นอีก


“ไม่เอาหรอกจ้ะ เอาไว้...อีกสัก 10 ปี กลายเป็นหนุ่มรูปงามแล้วค่อยมาพูดกันนะจ้ะ คุณพี่ ไปล่ะ
แล้วเจอกันตอนเย็น”


“จ้า แล้วอย่าลืมมาให้ทันประชุมตอนทุ่มหนึ่งด้วยน้า” รีเนลที่ก้าวออกไปจากห้องแล้วโผล่หน้า
กลับมาพูดว่า


“เธอต้องไปบอกตายักษ์นั่นย่ะ เพราะคนที่ทำให้สายทุกทีมันหมอนั่น ไปดีกว่า สายมาสิบนาทีแล้ว”

 
ห้องเงียบลงหลังจากเพื่อนร่วมห้องออกไป ไม่นานปากกาที่เขียนไม่ได้หยุดมาตั้งแต่เช้าก็หยุดลง
หญิงสาวจัดการเก็บสมุดรายงานลงในกระเป๋าจากนั้นก็เริ่มบิดตัวไปมา


 เมื่อคืนเธอพึ่งกลับจากปฏิบัติงาน แถมต้องเขียนรายงานให้เสร็จทันที ทำให้สี่สิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา
เธอยังไม่ได้สัมผัสความนุ่มของหมอนเลยซักวินาทีเดียว ทั้งที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงฟุบไปตั้งแต่สี่ทุ่ม
แล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้ต่อให้อดนอนสักสามวันก็ยังไหว อย่างนี้เขาเรียกว่า เธอโตขึ้นหรือเปล่า
 เฟมีลคิดพลางถอดสร้อยข้อมือวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งจากนั้นก็เริ่มมวยผมขึ้น


“อาบน้ำแล้วค่อยนอนดีกว่า” หญิงสาวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อคลุมกับผ้าเช็ดตัวก่อนจะ
หายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานเสียงน้ำประสานกับเสียงฮัมเพลงของหญิงสาวก็ดังขึ้น


หลังจากหายเข้าห้องน้ำไปเกือบครึ่งชั่วโมง หญิงสาวในชุดเสื้อคลุมบนหัวโพกด้วยผ้าสีขาว
ก็ก้าวออกมา ใบหน้าหวานคลายความเหน็ดเหนื่อยลงไปมากแล้ว แต่ดวงตากลมใสกลับปรือ
เหมือนคนง่วงนอนมากกว่าสดชื่น แต่สัมผัสที่ปราดเปรียวซึ่งถูกลับคมไว้อย่างสม่ำเสมอ
ยังคงคมชัด...มีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในห้องของเธอ


เฟมีลไม่ได้แสดงท่าทีตกใจให้สิ่งแปลกปลอมที่ว่ารู้ตัว หญิงสาวยังคงเดินเหมือนคนง่วงนอน
ไปที่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งปลดผ้าคลุมหัวออกแล้วจัดการสร้างลมร้อนเป่าผมจนแห้ง
 จากนั้นสองมือก็จัดการทาครีมบำรุงผิว เพราะอากาศที่วินดิ์โคลโลหนาวตลอดปี
ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องสำอางค์บำรุงผิวคุณภาพดีที่สุดในโลก ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอไม่เคยปฏิเสธเรื่องการดูแลตัวเองอยู่แล้ว


เมื่อจัดการกับทั้งผมและผิวไปเรียบร้อย เฟมีลจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เธอหยิบ
ออกมาไม่ใช่ชุดนอนเนื้อหนาอย่างทุกวัน ดวงตาสีนิลจ้องมองสิ่งที่เธอหยิบออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง


ความเงียบของห้องทำให้ถ้าใครก็ตามที่เข้ามาในห้องนี้เงี่ยงหูฟังดีๆ จะรู้ว่า สิ่งแปลกปลอมที่ว่า
กำลังเคลื่อนทรุดลงนั่งที่เตียงและนั่งนิ่งงันอยู่อย่างนั้น ชั่วอึดใจ สิ่งที่เดินออกจากห้องน้ำก็
ทำให้คนทุกที่เห็นภาพนั้นต้องหายใจสะดุด


หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีดำหยักเป็นลอนยาวถึงเอว สีผมของเธอตัดกับผิวขาวนวลที่แสดงตัว
ออกมาภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวยาวแค่เข่าสีชมพูอ่อน  หญิงสาวเจ้าของห้องเดินตรงมาที่โต๊ะ
เครื่องแป้งพลางจ้องมองตัวเองจากกระจก ชุดนอนชุดนี้รีเนลเป็นคนซื้อให้เมื่ออาทิตย์ก่อน


มันก็สวยอยู่หรอก แต่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสได้ใส่ ก็ดูสิ ผ้าบางแนบเนื้อเสียขนาดนี้
แถมเป็นสายเดี่ยว ขอบเป็นลูกไม้ตัดเว้าตามเนินอก สีชมพูที่รีเนลบอกว่า ถ้าเธอใส่มันจะ
เหมือนกลืนไปกับสีผิวเธอจนแยกไม่ออก ตอนแรกเธอไม่ค่อยเชื่อเท่าไร พอมองอย่างนี้แล้ว
มันกลมกลืนกันไปจริงๆ ด้วย แต่เอามาใส่ที่นี่มันหนาวชะมัด


“ชอบชุดหรือเปล่า แมวนักย่องเบา” สิ้นเสียงปนหัวเราะของหญิงสาว อ้อมกอดที่ไล่ความหนาว
เมื่อครู่ก็ห่อหุ้มเธอทั้งตัว สัมผัสบางเบาที่หัวไหล่ ซอกคอ แก้มและจบที่ริมฝีปากชมพูอิ่มคือ
คำตอบของนักย่องเบาปริศนาที่ค่อยๆ เปิดเผยตัวเป็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำทับด้วย
เสื้อโค้ทขนสัตว์สีน้ำตาล เส้นผมสีดำสนิทที่ตอนนี้ยาวปะบ่าถูกคาดด้วยหนังสัตว์เส้นหนา


สัมผัสเนิ่นนานตามด้วยอ้อมกอดที่รัดแน่นเหมือนจะแกล้งทำให้หญิงสาวอดหัวเราะคิกคัก
อย่างชอบใจที่แกล้งคนตัวโตได้


“คิดจะแกล้งกันเหรอ แม่ตัวยุ่ง” เสียงนุ่มเอ่ยขณะที่คลายอ้อมกอด
“แล้วได้ผลไหมล่ะ” คำตอบไม่ได้ออกมาเป็นคำพูดแต่เป็นแววตาที่ทำให้คนถามต้องบิดตัวหันหลัง
เปลี่ยนไปจ้องตัวเองในกระจกแทน แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ร่างบางก็ถูกยกลอยขึ้น


“ว้าย จะทำอะไรน่ะ” ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งมองชาย
ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอมาได้เกือบสองปีถอดเสื้อคลุมแล้วพาดไว้กับเก้าอี้ก่อนจะทรุดตัว
นั่งที่ขอบเตียง ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองตรงมายังเธอเสมอ


มันแฝงไว้ด้วยทั้งความห่วงใย กังวลและเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นดวงตาที่อ่อนหวานเสมอ
ยามเมื่อมองเธอ เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น มือหนาเอื้อมมาแตะแก้มอย่างแผ่วเบา


ทั้งสองค่อยๆ โน้มตัวเข้าหาและแนบชิดกันในที่สุด มือหนารั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดก่อนจะถอน
ริมฝีปากออกอย่างเสียดาย หญิงสาวซุกหน้าเข้ากับอ้อมกอดของเขาอย่างสบายใจ


“คิดถึงมาก” เสียงนุ่มดังขึ้นข้างหูในขณะที่เขาดึงเธอลงนอนกอดใต้ผ้าห่มหนา คนโดนบอก
คิดถึงไม่เอ่ยอะไร เธอทำแค่ใช้สองแขนกอดเขาแน่นขึ้นและปล่อยให้ชายหนุ่มสูดเอา
ความหอมจากเส้นผมเงียบๆ


“เหนื่อยมากสิ เห็นว่าไม่ได้นอนมาตั้งสองวัน” เฟมีลส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบแล้วถามขึ้นว่า
“มาถึงไกลนี่ได้คงไม่ได้แค่มาพูดเรื่องนี้ใช่ไหม”


“แล้วมันแปลกเหรอถ้าเป็นอย่างนั้น” เฟมีลถอยตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้นเล็กน้อยแล้วตอบยืดยาวว่า
“มันไม่แปลกถ้าคนตรงหน้าชื่อ ไมล์เอล เดอ คูลนิ่ง และหญิงสาวตรงหน้าเขาคือ ชาร์เพรย์เชรี


 แต่บังเอิญฉันไม่ใช่น้องเชรีและนายไม่ได้มีอารมณ์โรแมนติกอย่างไมล์ ดังนั้นตามข้อสันนิษฐาน
ของฉัน นายต้องมาทำอะไรบางอย่างที่นี่และเมื่อทำอะไรบางอย่างนั้นเสร็จก็เลยมาหาฉันเป็น
ลำดับสุดท้ายใช่ไหมล่ะ”


“ใช่หรือเปล่า ตาแมวขนฟู” ลีโอยิ้มกับคำเรียกของเธอ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยินเธอเรียกเขาอย่างนี้เท่าไร
อาจเพราะเขาทั้งสองคนโตขึ้นล่ะมั้ง ดวงตาสีนิลจ้องมองร่างบางที่ไม่ได้สำนึกเลยว่าชุดที่เธอแต่ง
เพื่อจะแกล้งเขานี่มันทำให้เขาลำบากใจเหมือนกัน นี่ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายทำงานมาเหนื่อยๆ ล่ะก็...


“ถามก็ไม่ตอบ เอาเถอะ เพราะฉันว่าฉันน่าจะรู้นะ ว่านายมาทำอะไรที่นี่ ให้ฉันลองเดาไหม”
ลีโอเลิกคิ้วประมาณว่า ถ้าอยากลองก็ลอง หญิงสาวเม้มปากหลับตาเหมือนคิดหนักก่อนจะ
ลืมตาตอบเสียงใสว่า


“นายมาเพราะเรื่องที่เซกันจะส่งผู้เชี่ยวชาญวิทยาการเวทมาที่นี่ใช่ไหมล่ะ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจแต่ก็ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธปล่อยให้หญิงสาวพูดต่อว่า


“นอกจากนี้ การที่ว่าที่มาสเตอร์คนเก่งแห่งปราการซิลเทลล่ามาเดินเล่นแถวนี้ก็เพราะ...อุ๊บ”
เสียงพูดของหญิงสาวถูกทำให้หายไปในลำคอ ตามด้วยการทาบทับของคนตัวโต
เมื่อสัมผัสนั้นเคลื่อนจากริมฝีปากไปที่อื่น เสียงที่แทบเป็นเสียงกระซิบก็ดังขึ้นข้างๆ หูผู้รุกราน


“นึกว่าจะใจแข็งได้นานกว่านี้ซะอีก…”


สัมผัสอันแสนอ่อนหวานดำเนินไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น แต่งงานมาเกือบสองปีแต่เป็นสองปี
ที่ทั้งสองไม่ค่อยได้อยู่ในฐานะสามีภรรยากันเท่าไร


ทั้งคู่ต่างมีหน้าที่ของตนและเป็นหน้าที่ที่ไม่ใครมาแทนที่ได้ เฟมีลเข้าเรียนต่อที่สปีเย่จะได้กลับบ้าน
แค่เดือนล่ะครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ลีโอเองก็ต้องไปศึกษาต่อที่ปราการซิลเทลล่า
แต่อาจจะว่างกว่าหญิงสาวหน่อย ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็นเขาที่มาหาเธอ


“เฟมีล” เสียงเรียกพร้อมกับนิ้วมือเกลี่ยเส้นผมให้พ้นไปจากใบหน้าที่ซุกอยู่ที่อกเขา
“อืม” หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะหลับสนิทอีกครั้ง ลีโออดยิ้มไม่ได้
เธองดงามแค่ไหนเขารู้ดีที่สุด ลีโอขยับผ้าห่มคลุมเขาทั้งคู่ให้มากขึ้น เขาต้องเดินทางแล้ว
 มันเป็นอย่างที่เธอบอกจริงๆ นั่นแหละ


ชายหนุ่มขยับตัวออกจากร่างบางอย่างเสียดายก่อนจะจัดการเอาหมอนข้างเข้าแทนตัวเขา
พลางหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่ถึงสิบห้านาที ร่างสูงก็กลับมาทรุดตัวลงที่ขอบเตียงอีกครั้ง
ก่อนจะจรดริมฝีปากลงกับหน้าผากมน ดวงตาของคนที่เขาคิดว่าหลับลืมตาขึ้นช้าๆ


“หลับต่อเถอะ” เฟมีลมองรอยยิ้มอ่อนๆ ของลีโอไม่วางตา มือบางยกขึ้นรั้งคอคนตัวโตให้เข้ามาใกล้
แล้วคนตัวเล็กก็ยื่นริมฝีปากขึ้นสัมผัสริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา


“โกหกคนไม่เก่งเหมือนเดิม” ลีโอยิ้มแต่ไม่ตอบรับคำดูถูกนั้น เขาดึงมือที่รั้งคอเขาออกแล้วจูบแรงๆ
 ที่หลังฝ่ามือก่อนจะลุกขึ้นแล้วค่อยๆจางหายไปพร้อมรอยยิ้ม เฟมีลมองที่ว่างที่เมื่อไม่กี่วินาทีนี้
ชายหนุ่มยังยืนอยู่ก่อนจะหลับตาอย่างสบายใจแล้วพูดกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจจะหลับจริงๆ ว่า


“นึกว่าตัวเองได้คำสั่งลับคนเดียวหรือไง ตาแมวบ้า”


------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27613 ถุงเท้าน้อย (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 10:25
    กลับมาอ่านอีกครั้งค่า หนุกมากเลยค่ะพี่กัล
    #27,613
    0
  2. #27490 lnwcool (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 19:32
    เราหาอ่านไม่ค่อยได้เพราะมันนานแล้ว....เพราะงั้นเลยมาอ่านในนี้แก้เหงาไปก่อนT^T
    #27,490
    0
  3. #27444 ฟุ๊คค่ะ (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 19:33
     น่ารักก...กว่าจะได้มาอ่าน...... ใจแทบขาดตอนแรก...เพราะงานเยอะ แต่ตอนนี้ชื่นใจจจจจจจ
    #27,444
    0
  4. #27211 like (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 19:00
    ชอบมาก
    #27,211
    0
  5. #27179 asia (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 16:50
    ร้ากกกกกกกลีโอมากเลย
    #27,179
    0
  6. #26825 F @ n G (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 03:09

    กรี๊ด ฮ่าๆๆๆๆ

    แต่งงานกันแล้วหรือนี่

    #26,825
    0
  7. #26653 mean (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 14:48
    เซวีน่าเ็ป็นหนังสือเล่มเดียวที่...................................

    อ่านกีทีๆก็ไม่เคยเบื่อ

    จำได้ทุกตัวละครเลยยยยยยย

    verylove,verylike



    LOVEไม่มีวันเปลี่ยน
    #26,653
    0
  8. #26639 (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 15 มีนาคม 2552 / 12:54
    ดีๆๆ



    น่าสนุกเพิ่งอ่าน
    #26,639
    0
  9. #26105 LowKiD (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 30 กันยายน 2551 / 22:57
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #26,105
    0
  10. #26018 Janie (จากตอนที่ 239)
    วันที่ 19 กันยายน 2551 / 22:46
    อยากอ่านเปนเล่มแล้วอะคะ



    อ่านในเนตกัวติด เหอๆ



    รักเซวีน่า...
    #26,018
    0