SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 172 : Side story 1 - การนำพาของสายลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    12 ม.ค. 50

Side story.....เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
สวัสดีตอนดึกค่ะ
 

วันนี้กะมาว่าจะมาโพสเร็วหน่อยแต่ว่าเกิดติดประชุมรายงานกับกลุ่มเพื่อนเสียนี่
พอหันมามองนาฬิกาอีกทีตกใจหมด ยังไงก็... \(^_^)/
 

 ^0^ ยินดีต้อนรับสู่ เซวีน่า มนานครแห่งมนตราอีกครั้งนะคะ ~~~~~
 

ตามสัญญาที่เคยให้ไว้ในงาน love fiction and fantazy เมื่อเดือนตุลา
กัลได้ลองเปิดประตูบานนี่อีกครั้ง หวังว่าเพื่อนๆ คงจะชอบกันนะคะ
 

อ๊ะ อ๊ะ อยากอ่านกันแล้วล่ะซี
 

ไหนๆ ก็มาโพสช้า คุยกันพอหอมปากหอมคอก่อนดีกว่า เจอกันตอนหน้านะคะ
 

กัลฐิดา
 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

ตอนที่ 1 การนำพาของสายลม
 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

ห้องทำงานขนาดใหญ่กำลังปั่นป่วนไปด้วยเอกสารมากมายแต่เจ้าของห้อง
ไม่ได้สนใจ เสียงพลิกกระดาษและตัวอักษมนตราที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา
ทำให้คนที่เดินเข้ามาใหม่มองเจ้าของห้องอย่างอ่อนใจ
 

“ถึงมหกรรมการโหมงานอีกแล้วหรือไง… เจ้านาย” คนที่ถูกเรียกขานว่าเจ้านาย
เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีนิลสบกับดวงตาสีเขียวกระจ่างใสแล้วพูดขึ้นว่า
 

“กลับมาแล้วหรือไมล์ คราวนี้นายไปนานไปหน่อยน่ะ” ไมล์เอล เดอ คูลนิ่ง
 หัวเราะขึ้นมาเบาๆ ตามประสาคนอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้ามานั่งตรงข้ามคนที่
เป็นทั้งคู่หูและเจ้าชีวิต
 

“ก็มีเรื่องนิดหน่อย โทษทีเลยปล่อยให้นายยุ่งอยู่คนเดียว แล้วไง อาทิตย์นี้รายงาน
ท่วมหัวอีกแล้วล่ะสิ แย่จังเลยน้า นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลโรเซล่าแล้วแท้ๆ”
 

เสียงยียวนยังดำเนินต่อไปโดยที่คนโดนแซวไม่คิดจะกันมาต่อปากต่อคำ
ไมล์มองลีโอหรือที่มีใครบางคนที่อยู่ห่างออกไปเรียกอย่างสนิทปากแม้ความสัมพันธ์
จะเปลี่ยนไปทีละน้อยนั้นว่า ‘นายแมว’ อย่างขำๆ
 

 เพื่อนของเขา…ตกหลุมรักผู้หญิงที่เป็นสมบัติล้ำค่าของเซวีน่า ตอนนี้เธอคนนั้น
ก็ยิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าเดิม ไมล์สอดส่ายสายตาไปทั่วทั้งโต๊ะทำงานก่อนจะถือวิสาสะ
หยิบสมุดปกหนังกรินซี่*ออกมาดู เปิดไปไม่กี่หน้าก็พบสาเหตุที่เจ้าของห้อง
ทำมานั่งทำงานเป็นหลังอย่างนี้
 

(*หนังชั้นดีจากดินอร์ต้ามักนำมาทำเป็นปกสมุด ราคาแพงแต่ทนทาน)
 
 
 ส่งข่าว
 
เมื่อวานเฟมีลปฎิบัติงานพลาดไป บาดเจ็บเล็กน้อยแต่เขากำลังเศร้า
เพราะทำให้เพื่อนบาดเจ็บ  
      

เซอร์รัส

ปราการวินด์เซอร์นี
 

“จะไปวันไหน” ไมล์เอ่ยถามขณะที่ลีโอกำลังรวบเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะให้เข้าที่
“คืนนี้ ช่วยเก็บเอกสารบนพื้นหน่อย” ไมล์พลิกมือเล็กน้อยเอกสารน้อยใหญ่
ก็ขยับปลิวขึ้นมาบนโต๊ะพร้อมกับทำการเรียงตัวเองอัตโนมัติ
 

“ไปด้วยสิ อยากไปหาท่านซัลเฟสักหน่อย นายเองพักผ่อนหน่อยก็ดีนะ
ไปทั้งหน้าตาอดหลับอดนอนอย่งนี้เดี๋ยวเฟมีลก็ว่าอีกหรอก”
 

ลีโอพยักหน้าเหมือนจะรับคำแต่ไมล์รู้ว่าลีโอพยักหน้าไปอย่างนั้นเอง
กี่ครั้งแล้วล่ะที่เพื่อนของเขาต้องรีบจัดการงานทั้งหลายเพื่อตรงดิ่งไปหาเธอคนนั้น
 

สองปีแล้วหลังจากเหตุการณ์ของท่านซีเลส ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเฟมีลเป็นคนเก่ง งานแต่ละชิ้นของ
ว่าที่จอมเวทรัตติกาลสาขาอัญมณีชั้นพิเศษอย่างเฟมีลย่อมไม่ธรรมดา
 

การผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะจิต เจ้าตัวน่ะไม่เป็นไรหรอก
แต่คนที่เดือดร้อนก็คือเพื่อนเขานี่แหละ ที่คอยจะกังวลถึงเธอคนนั้นตลอดเวลา
 

แต่ยังไงก็เถอะ ลีโอจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของเฟมีลก็จะตอนที่เธอคนนั้นอยู่ในสภาวะ
ที่ไม่ปกติเท่านั้น เพราะเฟมีลก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานของลีโอที่มีความเสี่ยงไม่แพ้กันเช่นกัน
 

“ไปคืนนี้กี่โมงนะลีโอ” ไมล์ถามขึ้นขณะที่ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงาน
ก่อนจะตรงไปตามทางเดินในปราการรัตติกาลสู่หอพักนักศึกษาชั้นเบอมอเกน
 

“คงประมาณสองทุ่มเพราะให้คุณลีเตรียมมารีให้ นายจะไปด้วยจริงเหรอพึ่งจะกลับมา”
“โอ๊ย สบายมาก นายลืมไปหรือเปล่าว่าฉันกลับบ้านนะ ไม่ได้ไปทำงาน”
พอพูดถึง ‘กลับบ้าน’
 

ลีโอก็หันใบหน้าที่มักเปื้อนรอยยิ้มของเพื่อนอย่างพิจารณา
“ใกล้หรือยัง” ริมฝีปากที่แย้มละไมน้อยอยู่ฉีกยิ้มมากยิ่งขึ้นจนผิดสังเกต
“อีกไม่นานหรอก” ลีโอพยักหน้าเบาๆ
“ขอให้นายโชคดี”
 

ไมล์หัวเราะออกมาเพราะไม่บ่อยนักที่ลีโอจะพูดคำนี้ แน่นนอนไม่ใช่
เพราะเป็นคนเย็นชาแต่สำหรับ ลีโอ ฟรานเชสก้า… ไม่จำเป็นต้องมีโชค!!!
 

“ดีอยู่แล้ว เอาล่ะ แล้วเจอกันตอนสองทุ่มที่ด้านหน้านะเพื่อน ขอตัวไปอาบน้ำสักหน่อย”
“อือ แล้วเจอกัน”
 

มันคือวันที่เลวร้ายที่สุด เฟมีลคิดอย่างนั้น เธอทำงานมากี่ครั้งแล้วนะ สิบหรือยี่สิบ
 ทำไมเธอยังไม่ระวังให้ดีนะ แย่จริงๆ สองวันก่อนเฟมีลรับปฎิบัติงานที่พานีร่า
กับเพื่อนสาวอีกสองคน… พินเทลและทีเพย่า
 

สองสาวจากรัฐแห่งสายลม งานคือเจาะเข้าไปในหุบเขากินเซ่มาฮาล
ในเมืองทางเหนือของวินด์โคลโลเพื่อค้นหาอัญมณีแห่งสายลมหรือที่เรียกกัน
ทางภาษาของพวกเธอว่า ‘วาลโดว่า’
 

วาลโดว่า เป็นอัญมณีที่หายาก ลักษณะของมันจะมีโครงสร้างคล้ายเพชรหกเหลี่ยม
แต่มีสีฟ้าใส ที่ว่าหายากเพราะว่าวาลโดว่าจะเกิดในหุบเขาลึกของวินด์โคลโลเท่านั้น
 

และรอบๆ หุบนั้นจะไม่มีสิ่งมีชิวตใดย่างกรายเข้าไปเนื่องจากมีพายุหิมะปกคลุม
อยู่ตลอดปี
 

สิ่งพิเศษอีกอย่างที่ทำให้คำว่าล้ำค่ามีค่าน้อยเกินก็คือ วาลโดว่าคือแหล่งพลังงาน
อันใหญ่หลวงของวินด์โคลโล คือกุญแจความลับของปราการวินด์เซอร์นี
 

พ่อค้าข่าวทั่วทั้งเซวีน่าต่างอยากได้มาครอบครองทั้งนั้น ความต้องการสูงจน
ขนาดที่มีคนคิดจะเข้าไปเอามามันแต้องแลกด้วยชีวิตหรือ
 

แม้แต่ต้องฝ่ากฏทุกกฏ หน้าที่ของเธอกับเพื่อนคือ ทำยังไงก็ได้ให้วาลโดว่าปลอดภัย
งานดำเนินไปด้วยดี เพราะโดยธรรมชาติของวาลโดว่าจะไม่ยอมให้ใครที่ไม่ใช่เอนเซล
เข้าใกล้อยู่แล้ว
 

อีกทั้งงานนี้ท่านซัลเฟยังออกมาคุมงานเองอีกด้วย งานนี้เจ้าพวกกลุ่มคนที่
ไร้ความคิดนั้นไม่มีวันหาเจออยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้
เพราะความประมาทของพวกเธอที่ลืมไปว่า พวกเธอเองก็ไม่ใช่เอนเซลเช่นกัน
 

การที่เข้าใกล้รัศมีของพายุมนตรามากเกินไปเป็นผลเสีย แล้วพินเทลก็อยู่
ใกล้เกินกว่าจะเฟมีลจะกางอาณาเชตป้องกัน เธอเลยใช้วาจาสิทธิ์ออกไป
 

แล้วถ้าไม่เพราะท่านซัลเฟควบคุมพายุมนตรานั้นไว้ได้ แต่พินเทลก็ต้องเข้า
ห้องบำบัดนานอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์
 

เรื่องนี้ทำให้ทั้งเมื่อวานและวันนี้ของเฟมีลดูห่อเหี่ยวไปหมด เธอรู้ว่ามันไม่เชิง
เป็นความผิดของเธอ แต่ในฐานะหัวหน้าปฏิบัติการมันเป็นหน้าที่ของเธอ
ที่ต้องเตือนและย้ำ
 

แต่เธอไม่ได้ทำเนื่องจากเห็นว่าทั้งสองมาจาก วินด์โคลโลเรื่องนี้คงจำท่องจนขึ้นใจแล้ว
 แต่เธอคิดผิด เพราะแม้กระทั่งพินเทลและทีเพย่าจะเป็นคนของวินด์โคลโล
 

แต่เพื่อนทั้งสองยังไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดเลยซักครั้ง
 แม้ว่าทั้งสองจะอายุมากกว่าเธอแต่ทั้งสองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงต่อการเสี่ยงชีวิต
 
เหมือนอย่างเธอ
 

 เธอน่าจะพูดเตือนก่อน แต่เธอไม่ทำ นั่นคือสิ่งที่เธอคิดมาตลอดและนั่นคือสิ่งที่
ทำให้เธอรู้สึกแย่… เธอเป็นผู้นำที่ไม่ได้เรื่อง!!!!
 

เฟมีลฟุบหน้าลงกับโต๊ะนั่งเล่นหน้าหอพักของเธอ ดีที่ตอนนี้คนเกือบทั้งหอ
ไม่กลับบ้านก็ต้องออกไปเที่ยวเพราะที่นี่งานเทศกาลโรเซร่าจะเริ่มเร็วกว่าที่อื่น
แต่วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะไปเดินเล่นหรอก
 

‘เฟมีล คุณยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นเลยนะครับ’ เสียงของอัคคาคู่หู
ของเธอเอ่ยขึ้นในความคิด นี่คือสิ่งผิดพลาดอีกอย่างของเธอ เพราะคู่หูของเธอตัวนี้
เก่งจนเกินไปจนทำให้เธอมองความสามารถของเพื่อนของเธอเท่ากับคนที่มีอายุหลายพันปี
 
 
‘ฉันยังไม่หิว’ เฟมีลตอบปัดๆ เธอไม่หิวจริงๆ เพราะตลอดเมื่อเย็นวานเธอนั่งเฝ้า
พิเทลตลอด พึ่งจะกลับถึงหอพักเมื่อสักสองชั่วโมงที่แล้วเพื่อชำระล้างร่างกายเท่านั้น
ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะทำอะไรจริงๆ มันเหนื่อยๆ ไปหมด
 

‘ไม่หิวก็ต้องกินครับ หรือว่าอยากไปเดินเที่ยว’ เฟมีลส่ายหน้าเบาๆ แล้วเงียบไป
เหมือนจะบอกเป็นนัยกับเพื่อนสีเพลิงว่าอยากอยู่คนเดียว อัคคาจึงจำต้องเงียบ
แล้วปล่อยให้หญิงสางวตกอยู่ในภวังค์ของตนเองต่อไป
 
 
การเคลื่อนตัวที่รวดเร็วจนไมล์ต้องหัวเราะของลีโอไม่ได้ต่างไปจากการคิด
คำนวณของไมล์เท่าไร เพราะเมื่อมารีลงจอดที่ลาดจอดเพื่อนซึ่งทำท่านิ่งสงบ
ของเขาก็แทบกระโจนออกไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ
 

 ไม่นานไมล์ก็ตามเพื่อนทันก่อนจะหยุดดูอยู่ห่างๆ เพื่อมองชายหนุ่มร่างสูงที่
วันนี้ใส่เสื้อแขนยาวพอดีตัวสีดำเข้ากับกางเกงดำตามแบบฉบับเดินตรงไปยัง
หญิงสาวเจ้าของเรือนผมที่ถูกดัดกลายเป็นรอนบางๆ แซมด้วยด้วยสีแดงเพลิงยาวถึงเอว
 

มือหนาวางบนหัวของเธออย่างเบามือ ผลก็คือร่างที่เด้งขึ้นมาอย่างตกใจ
 ดวงตาสีนิลของเธอเบิกกว้างก่อนพลิกตัวยืนขึ้น อ้อมแขนเล็กของเธออ้าออก
พร้อมๆ กับอ้อมแขนของเพื่อนของเขาที่อ้ารับสวมกอดร่างเล็กไว้อย่างนิ่มนวล
 

มือหนาของลีโอลูบผมของเฟมีลเบาๆ ศีรษะที่ก้มลงข้างๆ หูของหญิงสาวทำให้
ไมล์อดยิ้มไม่ได้ ไม่ต้องบอก็รู้ว่าตอนนี้เฟมีลต้องการใครมากที่สุดและไม่ต้องบอก
เขาก็รู้ว่าเพื่อนของเขาพูดอะไรกับเธอเพื่อให้เธอคนนั้นกลับมาเป็นคนร่าเริงดังเดิม
 

ไมล์ยืนพิงต้นไม้มองทั้งคู่อยู่ไม่นานร่างบางในอ้อมกอดเพื่อนของเขาก็ดูเหมือนจะ
ผ่อนคลายลง เห็นได้จากที่เพื่อนของเขาโอบร่างบางไว้บนตักใช้ไหล่เป็นหมอน
แล้วแนบครึ่งหน้าของลีโอไว้กับศีรษะนุ่มก่อนจะค่อยอุ้มร่างบางขึ่นมาอย่างเบามือ
 

“ท่านอัคคาบอกว่า เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แถมยังไม่ได้กินอะไรด้วย”
ลีโอพูดขึ้นเบาๆ กับเขาเพราะกลัวคนในอ้อมแขนจะตื่นขึ้นมา
 

“อืม แล้วนี่จะพาไปไหนล่ะ” ไมล์พูดพร้อมกับเปิดประตูรถลากให้ลีโอ
 ก่อนจะก้าวตามเข้าไป มองเพื่อนวางเฟมีลลงกับเบาะอย่างเบามือจัดการหาผ้าห่มบาง
มาคลุมตัว ก่อนจะนั่งมองใบหน้าที่หลับสนิทอย่างอ่อนโยนแล้วพูดขึ้นโดยไม่ละไป
จากใบหน้านวลว่า
 

“วิ่งไปรอบเมืองก่อนแล้วกันแต่อยู่ใกล้ๆ งานเทศกาลเอาไว้ล่ะเพราะพอตื่นขึ้นมาคงจะหิว”
 

พูดพลางยกมือขึ้นเช็ดขอบตาที่ชื้นๆ คนที่นอนอยู่เหมือนจะรับรู้ถึงมือของเพื่อนเขา
มือบางจึงยกมือกุมมือหนาเอาไว้ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
 

“เฟมีลคงจะเหนื่อยมาทั้งคืนเลยสินะ” ไมล์เอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่ต้องการคำตอบ
เพราะดูเหมือนเพื่อนของเขาจะไม่มีอารมณ์จะตอบเขาแล้วหรอกมั้ง
 

ดวงตาสีเขียวใสมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างเหม่อลอย ภาพเบื้องล่างคือภาพของ
งานรื่นเริงและเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้หลากหลายชนิด ผู้มากมายและรอยยิ้ม
 นี่คือความงาม ความสนุกและความสุขที่ชาวเซวีเรี่ยนทุกคนรอคอยมาตลอดปี
 

 งานที่อบอวบลไปด้วยกลิ่นอายหวานๆ ของสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรัก’
 

ไมล์มองทุกสิ่งที่ดำเนินไปอย่างเงียบงัน แต่สมองกลับกำลังหมุนติ้วไปกับ
ภาระหน้าที่ของเขาในปราการซิลเทลล่า เรื่องของหน้าที่ของเขาต่อฟรานเชสก้า
 

และหน้าที่ของเขาต่อ…เดอ คูลนิ่ง หลังจากนนี้เขาจะต้องเหนื่อยอีกมาก
แต่ที่แน่ๆ เรื่องที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้านี้…
 

“สายลมจะพาเธอมา”
 

 นั่นคือคำตอบของท่านโรเซร่าที่ให้เขาไว้เมื่อสองวันก่อน โชคชะตาอะไรจะรอ
เขาอยู่ข้างหน้านะ ไมล์คิดพลางหันกลับมามองลีโอที่ตอนนี้กลายเป็นหมอนกิตติมศักด์
ให้เฟมีลไปแล้ว
 

 เพื่อนของเขาก็ไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืนเหมือนกัน ลีโอมีความสามารถพิเศษในการรับรู้
 
อารมณ์และอันตรายของคนสำคัญเหมือนกับผู้นำตระกูลฟรานเชสก้าทุกคน
 

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนของฟรานเซสก้าวางของรักของตัวไว้ห่างตัวมากๆ
ได้โดยไม่เป็นบ้าเพราะความเป็นห่วงไปเสียก่อน
 

หลายชั่วโมงต่อมา
 

แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านกระจกของรถลากเข้าใส่เปลือกตาของหญิงสาว
ทำให้เธอพลิกตัวหนีก่อนที่สติจะค่อยๆ รับรู้ถึงสิ่งที่แปลกออกไปดวงตาสีนิลลืมขึ้น
อย่างตกใจแต่เมื่อสบกับดวงตาสีนิลที่คุ้นเคย ไหล่ที่กำลังจะเด้งขึ้นก็ผ่อนคลายลงตามเดิม
 

“นายแมวมาได้ไง” เสียงถามเบา
“ก็มากับมารีไง” เสียงตอบเรียบยิ่งสร้างรอยยิ้มให้กับหญิงสาว
 

“หนีงานมาเปล่า” เสียงถามอย่างล้อเลียนทำให้รอยยิ้มที่ไมล์ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลีโอ
 

“หนีมาน่ะสิ” เสียงตอบกลับตอบพร้อมกับดวงตาที่สื่อว่าเธอนั่นแหละทำให้เขา
ต้องหนีงานมา สองหนุ่มสาวมองตากันเหมือนมีแค่พวกเขาที่อยู่ในรถนี้
 

 ไมล์เลยต้องกระแอมไอซักนิดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวสักหน่อน แน่นอนผลที่ได้ก้ตามที่
คาดใบหน้านวลของเฟมีลระเรื่อขึ้นมาทันที ร่างบางลุกขึ้นยกมือเสยผมเล็กน้อย
ก่อนจะถามแก้เขินว่า
 

“ไมล์ มาด้วยเหรอ” ไมล์หัวเราะเบาๆ
“มาสิ แหมน่าน้อยใจจัง เห็นเพื่อนมีความสุขอย่างนี้ชักอยากจะมีแฟนกับเขาบ้างแล้วสิ”
 

หน้านวลของเฟมีลยิ่งแดงขึ้นไปใหญ่พอยิ่งคนข้างตัวหัวเราะออกมาเบาๆ
เฟมีลจึงหันไปค้อนคนข้างๆ อย่างหมั่นไส้
 

“มาเที่ยวเหรอไมล์ ทุกทีเห็นนายแมวมาคนเดียว หรือว่าวันนี้นัดสาวที่นี่ไว้”
ไมล์ส่ายหน้าไปมาอย่างระอา ให้ตายปล่อยให้ตั้งตัวไม่ได้เลย
 

“เปล่า ไม่ได้นัดใคร เอ…หรือที่นี่มีสาวรอหว่า” เฟมีลยิ้มหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วอยู่ๆ
 คิ้วก็ขมวดขึ้นมาเฉยๆ
 

“หิวล่ะสิ” ลีโอเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งจานเค้กให้อย่างรู้ใจ เท่านั้นคิ้วที่ขมวดอยู่ก็
คลายออกกลายเป็นส่งยิ้มหวานให้(เค้ก)ทันที
 

“เดี๋ยวเราลงไปเดินเที่ยวข้างล่างดีกว่า” ไมล์ออกความเห็นโดยมีเฟมีลพยักหน้า
เหมือนเห็นด้วย ลีโอเลยสั่งให้มารีหาที่ลงจอดที่เบื้องล่าง
 
 
“พวกนายไปกันก่อนเลยนะ เพราะฉันไม่อยากขัดคอใครบางคน”
เฟมีลส่งค้อนวงใหญ่ให้เจ้าของนัยตาสีเขียวใสอย่างหมันไส้ที่ล้อได้ล้อดี
ก่อนจะพูดกระแนะกระแหนว่า
 

“อย่าให้ถึงตาฉันบ้างนะนายไมล์ ฮึ่ม!!!” ไมล์หัวเราะออกมาดังๆ หลิ่วตาให้ลีโอ
อย่างรู้กันก่อนจะเดินหลีกมาอีกทาง
 

“น่าโมโหจริงๆ เลยตานี่ นายแมวเมื่อไรคนที่นายว่าจะมาจับนายสายลมเจ้าสำราญ
คนนี้ไปทีนะ ว่างงานจัดมาล้อคนอื่นอยู่ได้”
 

ลีโอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลากอีกฝ่ายให้ออกเดินเสียที สักพักเรื่องที่เจื้อยแจ้วติดปาก
ของเธอก็เปลี่ยนไป เรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับการดำเนินชีวตในแต่ละวันที่ผ่านมา
เรื่องเล่าที่ทำให้เขาและเธอรู้ว่าอีกฝ่ายสบายดีหรือไม่
 

ไมล์ออกเดินห่างจากเพื่อนทั้งสองอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงเดินไปเรื่อยๆ ผู้คนมากมาย
เดินผ่านไปมีทั้งมาเป็นครอบครัว เพื่อนและคู่รัก คำพูดประโยคสุดท้ายที่ลอยตาม
สายลมมาของเฟมีลทำให้ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเสมอขรึมลง
 

“สายลมจะพาเธอมา”
 

เสียงพึมพำเบาๆ ของเขาหยุดลงพร้อมกับอะไรบางอย่างสีม่วงร่วงมาตรงหน้า
ด้วยสัญชาตญาณมือหนารองรับสิ่งนั้นเอาไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ กระทบจมูกเข้าอย่างจัง
 

มือหนาสัมผัสสิ่งที่นุ่มนิ่มในอ้อมแขน เอาแล้วสิ นี่คือคำถาม....
 อะไรใดๆ ในโลกนี้ที่ทั้งหอมและนิ่ม ปิ๊งป๊อง!!!! หญิงสาวนั่นเอง
 

ดวงตาสีม่วงอ่อนเงยขึ้นสบดวงตาสีเขียวใสอย่างตกใจปนโล่งอก ไมล์ค่อยวาง
 ‘ของตก’ ลงอย่างนิ่มนวลจากนั้นก็ถอยห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เธอคนนั้นจัดการ
กับเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย
 

ไมล์พิจารณาหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง เธอเป็นคนที่ผิวขาวใสเหมือน
จะโปร่งแสงจนเห็นเลือดฝาดที่แก้ม ผมสีม่วงอ่อนบรอนซ์หยักโศกนิดๆ ที่ปลาย
 เข้ากับดวงตาสีม่วงชมพูและริมฝีปากแดงอิ่ม
 

“เอ่อ ขอบคุณมากนะคะที่… เอ่อ ที่รับฉันไว้” เธอพูดพลางเงยหน้าขึ้นไปมอ
งกิ่งต้นไม้ใหญ่เบื้องบน ไมล์เงยหน้ามองตาม ดูจากอายุหญิงสาวตรงหน้า
ก็ไม่น่าจะอยู่ในวัยที่ขึ้นไปปีนต้นไม้ได้เลยนี่นา
 

แต่ก็นั่นแหละอย่างน้อยรอบตัวเขาก็มีเฟมีลคนหนึ่งล่ะที่ทำอย่างนั้นแม้ว่าตอนนี้
อายุจะยี่สิบแล้วก็ตาม
 

“ขึ้นไปดูวิวข้างบนหรือครับ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างอายๆ นิดหนึ่งแล้วจะ
พูดอะไรต่อแต่มีเสียงเรียกจากเบื้องหลังดังขึ้นเสียก่อน
 

“เชรี!!!” ผมยาวไสวสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงของใบหน้า มือขาวยกมือให้
กลุ่มเด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันว่าเธออยู่ตรงนี้ก่อนจะหันมายิ้ม
ขอบคุณไมล์อีกครั้ง
 

“เออ ฉัน หนู เอ่อ ฉัน ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่รับฉันไว้ ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี เอ่อ…”
ไมล์กำลังมองว่าเด็กสาวสตรงหน้ากำลังจะบอกอะไร แต่ดูเหมือนเธอจะยังตัดสินไม่ได้
เขาเลยชิงตัดบทว่า
 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้แต่ไม่ทราบว่าหล่นลงมาได้ยังไง” ใบหน้าของเด็กสาวที่
ถูกเรียกว่า ‘เชรี’ ระเรื่อขึ้นมาอีกประจวบกับเพื่อนของเธอที่มาออกันอยู่ด้านหลัง
อย่างอย่างสนอกสนใจชายหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้า
 

“ใช่อย่างเชรีไม่น่าจะตกลงมาเลยนี่นา” เพื่อนสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อน
เอ่ยขึ้นอย่างนึกได้
 

“มีเรก็ อือ มันก็ต้องพลาดกันบ้างสิ เออ ยังไงก็ขอบคุณอีกทีนะคะ เดี๋ยวต้องขอตัวก่อน”
 

ไมล์พยักหน้ารับคำขอบคุณนั้นพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ให้แบบตามปกติของเขา
จากนั้นจึงเดินแยกไปอีกทาง เมื่อชายหนุ่มเดินออกไปไกลแล้วนกกระจอกก็แตกรังทันที
 

“ใครอ่ะเชรี หล่อโคตรเลย นี่ไม่แนะนำให้เรารู้จักเลยน้า” เชรีค้อนบรรดาเพื่อนของ
ตัวเองทีหนึ่งอย่างนึกเคืองที่ไม่ถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนสักกะติ๊ดแต่อยากรู้เรื่อง
ชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่ในวงเล็บว่าหล่อมาก ช่างเป็นเพื่อนที่น่ารักจริงจริ๊ง
 

“ไม่รู้หรอก เขามารับตอนที่ตกลงมาพอดี ฉันไม่กล้าถามชื่อหรอก บ้าเหรอ ดูเขาอายุ
มากกว่าเราแน่ ถ้าถามชื่อเดี๋ยวเขาจะหาว่าเสียมารยาทหรือเปล่า” หญิงสาวพูดพลาง
ออกเดินไปอีกทางพร้อมกับเพื่อนๆ
 

“บ้า ไม่หรอกมันมีเรื่องกันอยู่ แถมหล่อซะ ถ้ารุ่นพี่ที่นี่ของเราหล่อให้ได้ครึ่งอย่างนี้
หน่อยสิ ฉันจะมีความสุขมากๆ เลย”
 

เชรีหัวเราะกับคำคร่ำครวญของมีเร ใช่เขาคนนั้นหล่อจริง แถมดูเหมือจะเป็น
คนอัธยาสัยดีอีกด้วย ท่าทางนุ่มนวลแถมเป็นสุภาพบุรุษอย่างนี้มีแฟนแล้วแน่ๆ
 เพื่อนเธอคงแห้วอีกคราวนี้
 

“แต่น่าแปลกนะที่เธอเกิดซุ่มซ่ามขึ้นมากระทันหันล่ะ” รินย่าเพื่อนสาวอีกคนถามขึ้น
 
อย่างอดสงสัยไม่ได้เพราะเธอเป็นเพื่อนกับเจ้าของเรือนผมสีม่วงมาตั้งแต่เด็ก
 

ทำให้รู้ว่า ชาร์เพรย์เชรี เดอ กราฟ ออกจะเป็นคนระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
แถมนี่ยังเป็นการตกต้นไม้ในครั้งแรกตั้งแต่เชรีจำความได้ล่ะมั้ง มันน่าแปลกจริงๆ
 

“ไม่รู้สิ ตอนแรกมันเหมือนมีลมพัดแรงๆ มาจากด้านหลังแล้วรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่...เอ่อ
อยู่ข้างล่างแล้ว ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน”
 

“ตายแล้วสาวน้อย นี่เธอได้เจ้าแห่งสายลมเป็นตัวชักนำความรักเชียวน้า”
มีเรลอยหน้าลอยตาพูดจากนั้นก็พยายามหลบฝ่ามือมหากาฬของเพื่อน
 

“บ้า อย่ามาพูดบ้านะ ไปเถอะมาสเตอร์อุตสาห์ใจดีพาเรามาที่นี่ก่อนจะไปที่
ปราการรัตติกาล ถ้าเกิดกลับช้าล่ะก็ คราวหน้าพวกเราไมได้ไปเที่ยวที่ไหนอีกแน่ๆ”
 

 เมื่อเห็นว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่หญิงสาวก็เลยเปลี่ยนเรื่องเสีย ซึ่งแน่นอนการเปลี่ยน
รื่องพร้อมกับทำหน้าเหมือนบึ้งๆ อย่างนี้จะได้ผลทุกครั้ง
 

“จ้า” เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพียงดังขึ้นแล้วสามสาวก็เดินกลับไป ณ จุดรวมกลุ่ม
นักเรียนเจสเทิร์น ปล่อยให้สายลมพัดเอากลิ่นอ่อนของหญิงสาวเจ้าของนัยตาสีม่วง
ค่อยๆ จางหายไป
 

จากบริเวณนั้นอย่างเงียบงัน...เงียบจนไม่ใครสังเกตว่าสายลมในวันนี้ได้นำพาใครบางคน
 
มาให้คนบางคนแล้ว
 

‘สายลมจะพาเธอมา’
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27773 Cotton Candy (จากตอนที่ 172)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 21:34
    ว้าวๆๆๆๆๆๆ *O*...
    #27,773
    0
  2. #27538 Baicha Q(>B<Q) (จากตอนที่ 172)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 / 17:49
    ชาร์เพรย์ เดอกราฟ (อ่านจบมาชาติกว่า ฮ่ะๆๆ)
    #27,538
    0
  3. #27487 lnwcool (จากตอนที่ 172)
    วันที่ 26 เมษายน 2554 / 18:17
    โอ้ววววสายลมจะพาเธอมา....สรุปใครเป็นคนจับคู่ให้กันหนอ....
    #27,487
    0