คิวรัก...หมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 นอกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

คิวรัก...หมายเลขหนึ่ง 

ถ้าเป็นคนที่ใช่ คิวหัวใจไม่ต้องรอ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

“มึงว่าพี่ดากับพี่ด้วงเขาคิดกันแค่เพื่อนจริงๆ เหรอวะ” กรวิทย์เอ่ยขึ้นขณะธีระขับรถแล่นออกจากบ้านศรีสุริยศาสตร์

“อือ ถ้ามองจากที่เราทำงานกับพี่ดาทุกวันนะ”

“ยังไง”

ธีระหักพวงมาลัยเลี้ยวออกจากหมู่บ้านพลางตอบว่า “พี่ดาเป็นคนไม่ค่อยปิดบังเรื่องส่วนตัว มีอะไรก็เล่าหมด เลยทำให้ทุกคนในฝ่ายมีความรู้สึกเหมือนทำงานร่วมกับคนในครอบครัว ซึ่งเป็นจุดแข็งมากๆ ของแสงอรุณ เราเลยได้ยินพี่ดาพูดถึงพี่ด้วงบ่อยมาก”

“แล้วกับคู่หมั้นของเขาล่ะ”

ธีระพยักหน้า “ก็พูดถึงเยอะเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่า อาจเพราะพี่ด้วงกับพี่ดาเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด”

กรวิทย์เลิกคิ้ว “ตั้งแต่เกิดเลยเหรอ”

“ใช่ เกิดวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน พ่อแม่สนิทกัน เหมือนถูกเลี้ยงมาด้วยกัน”

“สุดอะ ใครเป็นแฟนพี่ดาก็คงต้องหึงเหมือนคู่หมั้นพี่เขานั่นแหละ สนิทกันขนาดนี้ แต่คบกันมาได้เป็นสิบปี ทำไมไม่เชื่อใจพี่ดาวะ หรือว่าเพราะตัวเองก็นอกใจอยู่ด้วยเลยเป็นวัวสันหลังหวะ”

“คิดว่างั้นนะ ไม่งั้นก็ไม่มีเหตุผลอื่น พี่ดาไม่เคยว่อกแว่กเลย ทำแต่งาน...อีกอย่างก็คงเพราะพี่ดาทุ่มเทให้งานมาก เลยทำให้อีกฝ่ายเหงาก็ได้นะ”

“ถ้าเหงาแล้วนอกใจ สู้บอกเลิกแล้วหาแฟนใหม่ดีกว่า จะได้ชัดเจนกันไปเลย”

พอได้ยินกรวิทย์พูดอย่างนั้นธีระก็เลยหัวเราะ

“หัวเราะอะไรมึง”

“ก็ถ้าทุกคนเป็นคนชัดเจนเหมือนกร อะไรๆ มันก็ง่ายไง แต่นี่ น่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะดูแล้วว่าพี่ดาคงจะยกเลิกงานแต่งงานแน่”

“แหงละ ถ้ายังแต่งนี่กูก็ไม่มางานแต่งแน่ๆ ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ เอาจริง ทำไมไม่ชอบพี่ด้วงไปเลยวะ ต่อให้ดูเป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์เท่าไร แต่กับพี่ดาก็เข้ากันได้ดีนา”

“กร”

กรวิทย์ละสายตาจากท้องถนนหันมามองคนขับ “อะไร”

“ถ้าเขาจะรักกันก็คงรักนานแล้ว ไม่ต้องรอกรมาเป็นพ่อสื่อให้หรอก”

“นี่มึงดูถูกฝีมือพ่อสื่อมือทองอย่างกูเหรอ”

“ไม่ใช่ แต่นั่นพี่ดาไง ทันตแพทย์หญิงที่แกร่งที่สุดในจังหวัดเรา พี่เขาคงมีแผนอะไรในใจอยู่แล้ว”

“แต่เรื่องหัวใจ เก่งแค่ไหนบางทีก็แก้ไม่ได้นะมึง”

พอโดนคนข้างตัวพูดถึงขั้นนี้ ธีระเลยได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กรวิทย์มีนิสัยชอบจับคู่ให้คนที่รู้จักกัน ตั้งแต่เรียนมาก็ทำสำเร็จไปหลายคู่ เจ้าตัวเลยมั่นใจในวิธีการของตัวเองมาก

“แต่ก็อย่างว่า กูก็ยังไม่รู้จักพี่ด้วงคนนี้ดี กลับไปต้องไปคุยกับธิษฐ์ดีกว่า รายนั้นเรียนกับพี่เขาด้วยไม่ใช่เหรอ ต้องรู้อะไรดีๆ ถ้านิสัยและอะไรๆ มันผ่านก็น่าช่วยอยู่หรอก”

“พี่ด้วงอยู่กรุงเทพฯ  พี่ดาอยู่แสงอรุณ กรจะช่วยยังไงล่ะ”

กรวิทย์ส่งเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอ แล้วส่ายหน้า “ยังไม่รู้ แต่อีกเดี๋ยวก็คงรู้”

“หือ? หมายความว่ายังไง”

“ตอนกูพูดว่ากูจะเชียร์ถ้าพี่เขาชอบกันจริงๆ สายตาพี่เขามันแปลกๆ บางทีพี่ด้วงอาจจะคิดอะไรกับพี่ดาอยู่ก็ได้ พี่ดาของเราน่ารักจะตาย”

“แล้วพี่ดาล่ะ”

“ไหนว่าห้ามกูไปยุ่งไง แล้วสงสัยทำไม” กรวิทย์ถามพลางหันไปยิ้มล้อ จนธีระต้องเอื้อมมือไปบีบไหล่

“บอกหน่อยน่า”

คนโดนนวดเอื้อมมือมาจับมือคนนวดมากุมไว้ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงสนุกว่า

“พี่ดาน่ะยังไม่คิดหรอก แต่เรื่องแบบนี้ ถ้ามีใครบางคนทำให้คิด มันก็คงต้องคิดบ้างแหละ”

 

คริษฐ์พลิกกระดาษเอกสารจัดซื้อที่เด่นชัยให้เลขานุการส่งมาเพิ่มด้วยสายตาเคร่งขรึม ขณะที่ร่างวิญญาณของกนกดารินนอนอยู่ข้างเขาบนเตียง พลางกดตัวเลขเล่นเกมกระดานโซโดคุในโทรศัพท์มือถือของเขาอย่างสบายใจ จนเขาต้องเงยหน้าถามว่า

“แกไม่คิดจะโทร. หาพงศ์หน่อยเหรอ”

“โทร. ทำไม” กนกดารินถามโดยไม่เงยหน้าจากโทรศัพท์

“ก็ไหนว่าวางแผนคืนดีกัน แล้วจะได้สืบว่ากิ๊กคือใครไง”

คนเล่นเกมกดตัวเลขตัวสุดท้ายจนผ่านด่านได้ทันเวลาลิกตัวนอนตะแคงเพื่อมองเพื่อน

“ฉันเปลี่ยนแผนตั้งแต่ขอเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ล่อให้กิ๊กออกมาง่ายกว่า”

“นอนเล่นเกมเนี่ยนะ”

“ก็ตอนนี้ร่างกายฉันนอนหลับอยู่ แล้วเขาก็ไม่เห็นฉัน จะให้ฉันทำอะไร”

คริษฐ์มองคนเจ้าแผนการตีหน้าซื่อตาใสตอบมาอย่างอ่อนใจ เพราะรู้จักกันดีเกินไป เขาเลยรู้ว่าเวลาที่กนกดารินทำตัวชิลชิล ไม่สนใจอะไร นั่นหมายความว่าเจ้าตัวกำลังเดินอยู่บนแผนการที่คิดมาอย่างดีแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ

“แก...เศร้าอยู่ไม่ใช่เหรอ”

ดวงตาของกนกดารินสะท้อนแววตาเศร้าเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “เศร้า แต่พอทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น มันก็เปลี่ยนเป็นอยากทำให้มันจบๆ ไปมากกว่า...มันอาจดีก็ได้ที่อยู่ในร่างวิญญาณในเวลาแบบนี้ ฉันเลยมีอะไรเบนความสนใจไป”

ความเงียบเกิดขึ้นในห้องนอนของคริษฐ์ ก่อนที่กนกดารินจะพูดต่อว่า

“วันนี้ได้คุยกับแม่แล้ว ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่าง”

“คุณน้าแนะนำอะไร”

กนกดารินเม้มปากก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แม่เตือนสติฉัน บอกว่าบางทีอาจจะไม่ใช่พงศ์คนเดียวที่ผิด แต่เป็นฉันด้วย”

คริษฐ์หันมามองแล้วขยับตัวเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิเพื่อฟังเพื่อนพูดอย่างจริงจัง

“ยังไง”

“ฉันกับพงศ์อาจไม่ได้รักกันมาตั้งแต่แรก ชอบก็คงใช่ แต่หลังจากนั้นมันไม่ใช่ อย่างน้อยสำหรับฉัน มันเหมือนฉันตามหาอะไรบางอย่างแล้วเขาก็มีมันพอดี พอคบกันไป ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาไปเริ่มต้นใหม่กับใครอีก พอคิดแบบนี้ มันเลยทำให้ฉันคิดว่า ฉันเองก็ผิดเหมือนกันที่ปล่อยให้เขาเสียเวลาอยู่กับฉันมาเป็นสิบปี”

“ไอ้ดา...” คริษฐ์เรียก

กนกดารินเลยขยับตัวเอาหัวมาหนุนตักเขาจนคริษฐ์ก้มลงมองเพื่อนอย่างห่วงๆ

“ถ้าไม่นับว่าพงศ์ทำผิดต่อฉัน แล้วฉันไม่รู้เรื่องที่เขานอกใจแล้วแต่งงานกันไป ฉันอาจจะเสียใจมากกว่าที่รู้ตัวช้า มันเข้าทำนองที่แกว่าไง ฉันเสียดาย แล้วก็เหนื่อยเกินกว่าจะค้นหาคนที่ใช่คนใหม่ แกเองก็เหนื่อยใช่ไหมเลยเลิกหาคนของแก”

คริษฐ์สบตาคนที่เงยหน้าถามนิ่งแล้วถอนหายใจ

“ใช่สินะ”

“เปล่า”

พอได้ยินอย่างนั้นกนกดารินก็ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วถามเสียงหลงว่า

“หมายความว่าแกเจอคนคนนั้นของแกแล้วเหรอ”

“ไม่ใช่”

“เอ้า! แล้วมันยังไงแน่ เลิกหา แต่ก็ยังไม่เจอ พูดให้มันเคลียร์หน่อยสิซอด้วง”

คริษฐ์ส่ายหน้า แล้วขยับตัวถอยไปนั่งพิงหัวเตียงอีกรอบ จากนั้นก็ยกเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ กนกดารินมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ชายหนุ่มก็ทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนเล่นเกมต่อ คริษฐ์จึงเหลือบมองสีหน้าคนที่เริ่มจริงจังกับเกมเพราะระดับความยากของเกมที่เพิ่มมากขึ้น

เจอแล้ว แต่ก็เหมือนไม่ได้เจอ เฮ้อ! ช่างเถอะ เป็นแบบนี้ก็ดี...

ยังไม่ทันที่ความคิดของคริษฐ์จะจบลง คนที่เขาคิดว่าเล่นเกมอย่างคร่ำเคร่งอยู่ก็ยื่นหน้าพรวดเข้ามาใกล้ๆ โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว จึงผงะหงายหลังไปจนศีรษะโขกเข้ากับหัวเตียง

โป๊ก!

“โอ๊ย ไอ้ดา!

“ฮะ ฮะ ฮ่า ตกใจมากเลยเหรอ โหย ไม่ได้เห็นหน้าตาแกตอนตกใจตั้งนานละ ตั้งแต่ตอนที่แกรู้ว่าฉันคบกับพงศ์ได้มั้ง”

“ตอนนั้นไม่ได้ตกใจ” คริษฐ์เอ่ยแย้ง พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะป้อยๆ

“แกตกใจ หลังจากนั้นแกก็ไม่ยอมคุยกับฉันเป็นอาทิตย์เลย”

“ที่ไม่คุยเป็นอาทิตย์เพราะฉันเข้าถ้ำทำทรีตเมนต์แพลน ส่งอาจารย์” ชายหนุ่มแย้ง แม้จะรู้ว่าในตอนนั้นมันเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น

คริษฐ์ไม่เคยเกลียดหรือไม่ชอบหน้าพงศ์รพี ความจริงเขาก็ไม่เคยเกลียดหรือไม่ชอบหน้าใครเลย เพราะเขาไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ ทำไมคนเราต้องสนใจคนอื่น ในเมื่อเวลาเข้าห้องสอบเราก็ต้องทำคนเดียว เกิดมาคนเดียวแล้วก็ตายคนเดียว มนุษย์ควรเคยชินกับการอยู่คนเดียวสิ มันคือความแน่นอนที่โลกนี้มอบให้แก่เรา แต่วันที่กนกดารินเดินมาบอกเขาว่าเธอตกลงคบหากับพงศ์รพี วันนั้นแหละคือวันแรกที่เขาเข้าใจ

มนุษย์ควรคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียว แต่ข่าวร้ายคือเราเป็นสัตว์สังคม และเพราะเป็นแบบนั้น เขาจึงเลือกที่จะสร้างโลกและสังคมกับคนที่เขาเลือกแล้วเท่านั้น แต่กนกดารินไม่ได้คิดเหมือนเขา

พี่น้องนอกไส้ของเขามีผู้คนห้อมล้อมเธอเสมอ เธอมีโลกหลายชั้นสำหรับคนทั้งหมดนั้น แต่โลกชั้นในสุดของเธอจะมีเขาอยู่ พวกเราเติบโต เจ็บปวด และก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคทุกอย่างมาด้วยกัน พวกเรามีความสุขที่มีชีวิตแบบนั้น และเชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป จนกระทั่งอายุล่วงเข้าสู่วัยที่ผู้คนเชื่อว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะคบหาดูใจเพื่อสร้างครอบครัว

ทันตแพทยศาสตร์เป็นคณะที่เรียนหกปี พวกเราก็เหมือนนักศึกษาคณะอื่นที่เริ่มชีวิตเด็กอายุสิบแปดในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข ท่องเที่ยว อยู่กับเพื่อน คบหาดูใจกับใครสักคน บางคนคบกันยาวนาน บางครั้งเลิกคบกันกลางทาง และเริ่มคบหาคนใหม่ แต่ชีวิตที่มีแต่การเรียน เพื่อน และแฟน มันต้องจบลงเมื่อเรียนจบ ซึ่งหากมองจากระยะเวลาการเรียนของทันตแพทย์ที่เรียนหกปี นั่นหมายความว่าวันที่เราเรียนจบ เราอายุ ๒๔ ปี

ในวัยนี้ เพื่อนเราบางคนที่เรียนจบจากคณะอื่นอาจแต่งงานแล้ว หรือไม่ก็อาจมีลูกน้อยแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้น จึงเหมือนเป็นสัญญาณบอกคนมีแฟนกลายๆ ว่า หากตอนนี้เราคบกับใครอยู่ คนนี้แหละที่มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต และในช่วงเวลานั้น กนกดารินก็ประกาศตอบรับคำขอเป็นแฟนของพงศ์รพี

คำตอบมันจึงชัดเจนในสมองของคริษฐ์ว่าคนคนนี้ไม่มีทางจะเดินออกไปจากชีวิตของหญิงสาวเหมือนแฟนคนอื่นๆ พงศ์รพีจะสามารถเดินเข้ามาในโลกของกนกดารินชั้นในสุดหรือลึกสุดกว่านี้ได้ และหากเวลานั้นมาถึง ถ้าต้องมีใครสักคนเดินออกจากโลกของเธอ คนคนนั้นก็ต้องเป็นเขา

“อย่ามาอ้างเลย ตอนนั้นแกเพิ่งเลิกกับแฟน แต่ฉันดันเพิ่งอินเลิฟกับแฟนใหม่ แกเลยงอนใช่ไหมล่ะ” เสียงของกนกดารินที่พยายามรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ เรียกสติของคริษฐ์กลับมา

“ก็อาจจะใช่”

“แต่หลังจากนั้นแกก็คบกับฝ้ายนี่”

คริษฐ์นิ่งไปเพราะสมองของเขาได้ลบความทรงจำระหว่างเขากับคนรักคนที่สองไปนานแล้ว เขาเลิกคบกับฝ้ายเมื่อสามปีที่แล้ว หลังจากที่คบหากันมาถึงห้าปี เป็นการเลิกราที่ไม่ดีนัก เพราะฝ่ายหญิงล้ำเส้นเข้ามาในโลกส่วนตัวเขามากเกินไป

“ตอนนั้นแกบอกว่าฝ้ายล้ำเส้นมากไป แต่ไม่ได้อธิบายว่าล้ำเส้นเรื่องอะไรอ้ะ แล้วตอนนี้บอกได้ยัง”

“ทำไม อยากให้คนอื่นเล่าเรื่องความเจ็บปวดให้ฟังเพื่อจะได้แชร์กันอย่างนั้นน่ะเหรอ” คริษฐ์ย้อนถามเพื่ออยากให้อีกฝ่ายหยุดแค่นั้น แต่หญิงสาวกลับพยักหน้ารับง่ายๆ แบบนั้น

“ใช่ ฉันเจ็บปวดอยู่ เลยอยากหาเพื่อนมาร่วมเจ็บปวดด้วย แกไม่สงสารฉันเหรอ”

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ถ้าอีกฝ่ายอยู่ในร่างจริง เขาก็อยากเขกหัวคนพูดสักโป๊กเหมือนกัน

“เขายื่นคำขาดว่าถ้าไม่แต่งงานก็เลิก”

“แล้วแกก็เลิก?”

คริษฐ์พยักหน้า

“หลังจากคบกันมาห้าปีเนี่ยนะ” กนกดารินถามหลังจากยกนิ้วนับจำนวนปีที่เธอเห็นคริษฐ์กับฝ้ายคบหากันมา

“ใช่”

“ทำไมอะ ถ้าแกไม่รัก คนโลกส่วนตัวสูงอย่างแกจะยอมคบกับเขานานขนาดนั้นเหรอ แล้วทำไม...”

“ก็เหมือนแกไง แค่เหนื่อยและไม่อยากตามหาสิ่งที่หามาตลอดอีกแล้ว” คริษฐ์พูดตัดบท ขืนปล่อยให้คนตรงหน้าพูดไล่บี้เขาไปเรื่อยๆ เขาคงได้หลุดอะไรที่เก็บซ่อนเร้นมาตลอดออกไปแน่

เราควรจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มคิด

“ไม่เหมือนสิ เพราะฝ้ายไม่ได้นอกใจแก...หรือทำ?”

คริษฐ์สบดวงตาสีน้ำตาลเข้มของคนถามที่มีสีหน้าอยากรู้จริงๆ อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะถ้าจะถามว่ากรณีของเขากับฝ้ายใครกันแน่ที่นอกใจ คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่ในหัวใจเขาอยู่แล้วว่า...

“หรือแก”

คำพูดที่ปักลงกลางใจทำให้คริษฐ์นิ่ง อาการนิ่งที่คนอื่นจะแปลความหมายได้แค่เขาไม่พูด แต่ไม่ใช่กับคนที่เห็นเขามาตลอดชีวิต กนกดารินตาโตขึ้น แล้วขยับตัวเข้าใกล้

“แกเหรอ แกนอกใจฝ้าย ยังไง กับใคร ที่ไหน”

“ไอ้ดา...”

“เออ ฉันเอง แกลืมชื่อฉันหรือไง เรียกอยู่ได้ บอกมาก่อนว่าแกนอกใจฝ้ายไปกับใคร คนที่ฉันรู้จักหรือเปล่า ว่าไงล่ะ ซอด้วง”

คริษฐ์ขยับตัวและล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัว แต่มืออันเบาหวิวของเพื่อนก็มาดึงยื้อเอาไว้ ชายหนุ่มเลยออกแรงมากขึ้นแล้วดึงผ้ามาคลุมโปงเสียเลย

“เอาอย่างนี้ใช่ไหม ได้...”

เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดอย่างนั้นชายหนุ่มก็เลยเลิกผ้าห่มออกมาดู แล้วพบว่ากนกดารินกำลังเด้งตัวลอยขึ้นจากเตียงนอนเล็กน้อย จากนั้นก็ทิ้งตัวลงมา

ฟุ่บ!

ร่างโปร่งแสงของเพื่อนทิ้งตัวผ่านผ้าห่มลงมาทับอยู่บนตัวเขาอย่างพอดิบพอดี แม้จะเป็นเพียงร่างโปร่งแสงแต่น้ำหนักตัวบวกแรงกระโดดของเธอก็มากพอที่เขาจะยกมือขึ้นโอบตัวเองไว้โดยอัตโนมัติ แต่นั่นก็ยังไม่พ้นริมฝีปากของหญิงสาวที่ทาบลงประกบกับปากของเขาพอดีเช่นกัน

ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองกันขณะที่ปากก็ยังแนบสนิทกันอยู่ แต่ก่อนที่ใครสักคนจะพูดขึ้น ร่างของกนกดารินก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา จนคริษฐ์ลุกพรวดขึ้นมองหาไปรอบห้องอย่างตกใจ

“ไอ้ดา...ไอ้ดา!

เงียบ ไม่มีเสียงตอบ และเพื่อนก็ไม่มาปรากฏตัวอีก นั่นทำให้คริษฐ์ต้องรีบคว้าโทรศัพท์มากดโทร. เบอร์ ที่เขาจำได้ขึ้นใจ เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงครั้งเดียวอีกฝ่ายที่อยู่ปลายทางก็รับสายเขาทันที

“ฉันตื่น”

หัวใจของคริษฐ์ที่เต้นรัวด้วยความตกใจและเป็นห่วงจึงสงบลง ก่อนจะตามด้วยความรู้สึกประหลาดที่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้เขาจะได้สัมผัสมัน

เราจูบดา

“ดึกแล้ว แกนอนเถอะด้วง ฉันยังตาสว่างอยู่เลยกะว่าจะดูซีรีส์ต่อ”

“อะ อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้” คริษฐ์รับคำแล้วกดวางสายไปแบบงุนงง แต่พอคิดว่าทุกอย่างมันก็แค่เป็นอุบัติเหตุ ชายหนุ่มเลยล้มตัวลงนอน แล้วถอนหายใจยาวก่อนจะหลับตาลงและหลับไปพร้อมกับความคิดที่ว่า

ถึงจะเป็นแค่อุบัติเหตุ...แต่หัวใจเราก็เต้นแรงจัง

ด้านกนกดารินที่วิญญาณกลับเข้าร่างตัวเองไปแล้วก็กำลังนั่งมึนอยู่กลางเตียงของเธอโดยมือหนึ่งแตะอยู่ที่ริมฝีปาก และอีกมือหนึ่งกำโทรศัพท์อยู่ ขณะรับรู้ว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นรัวๆ ด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด

มันไม่ใช่ความตื่นเต้นที่รู้สึกวาบหวามจากการโดนคนรักจูบเหมือนที่เธอเคยได้รับจูบจากคนรักหลายคนของเธอ แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกปกติเวลาที่เธอกับคริษฐ์สัมผัสกัน

เราสองคนเคยเดินจับมือ เคยเดินควงแขน คริษฐ์อุ้มเธอ และเธอก็ชอบขี่หลังเขา พวกเราเคยหอมแก้มกันบ่อยมากตอนเป็นเด็ก แต่พอขึ้นชั้นมัธยมต้นเราก็ไม่ทำแบบนั้นอีก ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้หัวใจเธอเต้นในจังหวะประหลาดแบบครั้งนี้

“หรือเราตกใจ ก็น่าจะตกใจอยู่หรอก ก็จูบนี่นา” หญิงสาวพึมพำพลางลดมือลงจากปากมากุมโทรศัพท์เอาไว้อย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อ

“เฮ้อ คิดไม่ออก” หญิงสาวนั่งอึ้งอยู่นานจึงล้มตัวลงนอนราบไปบนเตียง สองสามวันที่ผ่านมาเธอผ่านความรู้สึกมากมายจนไม่รู้ว่าตัวเองต้องรู้สึกแบบไหนกับเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามามากขนาดนี้

ทำไมไม่มาทีละอย่างนะ หญิงสาวคิดพลางหลับตาลง แล้วสมองก็ดันพานไปนึกถึงสัมผัสเมื่อกี้อีก ริมฝีปากของคริษฐ์ก็นิ่มดี ตัวเพื่อนก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมล้างหน้าผู้ชายด้วย ที่สำคัญ ดวงตาที่เธอจำได้ดีมันดูโตกว่าทุกครั้ง เพราะมันอยู่ห่างจากดวงตาของเธอเพียงนิดเดียวเอง

พึ่บ!

เปลือกตาของหญิงสาวที่ปิดอยู่เบิกโพลงขึ้น ตามด้วยการกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกมือตีแก้มตัวเองรัวๆ

“แกคิดอะไรน่ะไอ้ดา คิดอะไร นั่นซอด้วงนะ ซอด้วง เลิกคิดเดี๋ยวนี้เลย ขนลุกอ่ะ!

หญิงสาวพูดเตือนสติพลางกอดตัวเองแล้วถูแขนไปมาแรงๆ ทั้งที่เธอรู้ตัวเองดีที่สุดว่าขนบนผิวเธอไม่มีเส้นไหนลุกชันเลยสักเส้น แต่เป็นหัวใจเธอนี่แหละ

ทำไมไม่เลิกใจเต้นสักที!




>>> เจอกันตอนหน้าค่า <<<


Writer : Kalthida



Dent Talk :

เมื่อวานลืมโพสต์ แง มัวแต่แพ็กของสำหรับส่งรอบไปรษณย์ค่ะ ขอโทษนะคะ แล้วก็ตอนนี้ รู้สึกเหมือนหมอดาจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วน้า


#นิยายเรื่องนี้จะโพสต์ทุกวันอังคารนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #51 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 09:18

    กร นายน่าจะช้าไปกว่าความรู้สึกของคนสองคนแล้วล่ะค่ะ

    #51
    0
  2. #50 Tato Aung (@tato-aung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 14:04
    ความรักที่ไม่รู้ตัว
    #50
    0
  3. #49 lookkai044 (@lookkai044) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 13:44
    ความรู้สึกที่ผังลึกของสองคนนี้ ทำร้ายแฟนเก่า ที่ผ่านมา ของแต่ละคน

    อย่างน่ากลัว
    #49
    0
  4. #48 fafui (@fafui) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 13:09
    รักกันอยู่แล้วแต่ไม่รู้หัวใจตัวเองเฉยๆ
    #48
    0
  5. #47 Marchhare25 (@Marchhare25) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 12:31
    รักเค้าอยู่แล้วสินะดา แต่ทำเป็นไม่รับรู้เพราะคิดว่าเป็นเพื่อน .-.
    #47
    0