ติ่งทัศนา

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 เป็นติ่งต้องไปคอนเสิร์ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 มี.ค. 62


ตอนที่ เป็นติ่งต้องไปคอนเสิร์ต

 

 หลังจากส่งหลานสาวที่ตรงหน้าที่จัดคอนเสิร์ต อโศกก็ขับรถวนมาจอดรอดที่โรงแรม แล้วเดินกลับมาที่อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ เพราะเขามีนัดกับเพื่อนสมัยมัธยมซึ่งตอนนี้เป็นผู้จัดการธนาคารสาขาอยู่ที่นี่ พอรู้ว่าจะมาส่งหลานสาว ก็เลยได้โอกาสนัดเจอกัน แต่พอมาถึง เพื่อนของเขาดันต้องออกไปพบลูกค้าด่วน ก็เลยคลาดกันไป พนักงานบอกว่าจะไปไม่นาน อโศกก็เลยตัดสินใจนั่งรอ เขาเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์มาแล้วหาที่นั่ง ก่อนจะเริ่มจมไปกับตัวหนังสือที่เขาเลือกมาอ่านโดยไม่รับรู้สิ่งรอบข้างอีกเลย จนกระทั่ง

“โอ๊ย หล่อมากก”

อโศกละสายตาจากบทความที่กำลังอ่านแล้วเหลือบไปมองคนพูดก่อนจะหลุบตาลงเพราะเห็นว่าเธอคนนั้นก็เหมือนจะรู้ว่าตัวเองเผลอตะโกนออกมา

‘ไม่น่าจะพูดถึงเราหรอกมั้ง แต่ขนาดอุทานขนาดนี้ ชักอยากจะเห็นคนโดนชมเหมือนกัน’ อโศกคิดอย่างขำๆ ขณะมองหญิงสาวคนนั้นลุกจากที่นั่งไปกรอกรายละเอียดทีเคาเตอร์สำหรับกรอก

เธอเป็นคนร่างเล็ก ตัวน่าจะสูงไม่น่าถึงไหล่ของเขา ไว้ผมยาวแต่มัดเป็นมวยสูงไว้กึ่งกลางหัว เผยให้เห็นลำคอขาว และเมื่อเธอหันกลับมาหลังจากอเขียนใบฝากเงินเสร็จ เขาก็พบว่า เธอมีดวงตาที่กลมเหมือนกับลูกแมว

อโศกมีเวลาสังเกตเพียงแค่นั้นก็ต้องทำเสไปมองทางอื่น เพราะเธอคนนั้นเดินกลับมานั่งข้างๆ เขา โดยที่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านบางอย่างในโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างขมักเขม่นต่อไป

เขาค่อยๆเอียงหน้าไปทางหญิงสาวมากขึ้นเพื่อแอบมอง แล้วหางตาของเขาก็เลยเห็นว่า กระเป๋าเงินของเธอปิดไม่สนิทจนซองกระดาษที่มีปึกเงินอยู่ด้านในโผล่ออกมาด้านนอกเล็กน้อย

‘มัวแต่จ้องโทรศัพท์ ไม่ปิดกระเป๋าให้ดี เดี๋ยวเงินก็หล่นออกมาหรอก’ อโศกนึกห่วงแต่พอจะะเอ่ยปากเตือน คนที่อุตส่าห์ชมเขาว่าหล่อมากให้รู้ตัว ก็ต้องงับลงปิดสนิท เมื่อเธอพูดทั้งที่ตายังจ้องหน้าจออยู่ว่า

“โหย อัพเป็นภาษาไทยเลย แงง ทำไมเราเพิ่งเห็นละเนี่ย รีทวิตๆ”

‘เอ๊ะ?’

แม้ว่าอโศกจะไม่ใช่คนชอบเล่นโชเชียลมาก แต่เขาก็รู้ว่าการรีทวีตคืออะไร และเมื่อเขาเหลือบตามองสิ่งที่หญิงสาวที่กำลังเลื่อนดู มันก็ทำให้เขาต้องยกหนังสือพิมพ์สูงขึ้นเพื่อกั้นระหว่างเขากับคนที่นั่งข้างๆ และส่ายหน้ากับตัวเอง

‘ดีนะ ที่เอะใจก่อน ไม่งั้น รู้ถึงไหนอายถึงนั่นแน่’

อโศกอยากจะหัวเราะเยาะกับความเปิ่นของตัวเอง แต่เขาก็หัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะกลัวคนอื่นจะหาว่าเขาบ้า ก็เลยทำเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านของที่อยู่ในมือต่อไป เพื่อแก้เก้อ

“ลำดับที่ 34 เชิญที่เคาน์เตอร์ 2 ค่ะ”

เสียงประกาศเรียกทำให้หญิงสาวข้างๆ ลุกขึ้น แล้วทันใดนั้น ของในกระเป๋าของเธอก็เทกระจาดออกมา เจ้าของกระเป๋าละสายตาจากโทรศํพท์แล้วก้มลงควานเก็บของจ่าละหวั่น โดยไม่ทันได้สังเกตว่า กระเป๋าเงินสีน้ำตาลของเธอกลิ้งไถลผ่านช่องระหว่างเท้าเขาไปใต้เก้าอี้

อโศกก้มตัวลงมองก็พบว่าเป็นกระเป๋าสตางค์หยุดกลิ้งที่ใต้เก้าอี้เขาพอดี เขาหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเห็นว่า หญิงสาวเองก็กวาดทุกอย่างตรงหน้าเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้วพุ่งตัวไปที่เคาเตอร์เพื่อทำธุรกรรมการเงินของเธอ ชายหนุ่มจึงนั่งรอให้คนที่ยังไม่รู้สึกตัวว่ายังเก็บของไปไม่หมดหันมาก่อน แต่พอเธอคนนั้นทำธุรกรรมเสร็จ ก็มีผู้หญิงอีกคนเข้ามาทักพอดี และทั้งสองคนก็พาก็วิ่งออกไปจากธนาครจนอโศกที่แม้จะรีบลุกขึ้นและวิ่งตามก็ทำได้ไม่ทัน

“อ้าว วิ่งเร็วจริง แล้วจะเอาไปคืนให้ที่ไหนล่ะเนี่ย” เขาบ่นพร้อมกับก้มมองกระเป๋าสตางค์ในมือพลางถอนหายใจ

เด็กคนนั้นกรี๊ดดาราขนาดนั้น คงต้องมาดูคอนเสิร์ตแน่ๆ เราไปให้เขาประกาศหา ท่าจะดี

พอคิดได้ดังนั้นอโศกก็เลยเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อหาเอกสารแสดงตัวของหญิงสาวเพื่อจะเอาไปเป็นข้อมูลประกาศหาตัวเจ้าของ แล้วมือหนาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นตัวหนังสือที่อยู่บนบัตรที่สอดอยู่ช่องแรกของที่เก็บบัตร

 “ดิ อมรา แอท อโศก นี่มัน...” อโศกอุทานเบาๆ ขณะดึงบัตรพนักงานให้ออกมาจากช่องกระเป๋า ซึ่งทำให้เห็นใบหน้าตรงของเจ้าของกระเป๋าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์อย่างดีแบบเต็มๆ

 “ท่าทางเราจะเจอคนกันเอง ในสถานที่ไม่คาดฝันเสียแล้ว”

 

“ซวยแล้วนากระเป๋าตังหาย ในนั้นมีบัตรคอนฯ ทำยังไงดี” เพลินจิตพูดวนไปมาอย่างร้อนรน

“กระเป๋าตังจะหายได้ไง ใบตั้งใหญ่ ดูให้ดีอีกทีสิ” นานารีบเตือนสติแล้วยื่นมือไปช่วยเปิดกระเป๋าให้กว้างขึ้น

“ก็ใช่น่ะสิ แต่มันไม่มี ฉันก็ว่าฉันกวาดมาหมดแล้วนะตอนที่เก็บของ นา ฉันไม่น่าเก็บมาไม่หมด”

“บางทีมันอาจจะกระเด็นไปไกลก็ได้ เรารีบกลับไปที่ธนาคารเถอะ” นานาพูดพลางลากเพื่อนรักกลับไปทางเดิม

ทั้งสองกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาจนถึงธนาคารแล้วช่วยกันกวาดตามองไปรอบๆ พื้น และถามพนักงานว่าเห็นกระเป๋าเงินของเธอหรือไม่ และเมื่อได้คำตอบว่า ไม่เห็น เพลินจิตก็ปล่อยโฮออกมาทันทีจนนานาต้องดึงเพื่อนออกจากธนาคารมายืนข้างนอก

“เพลิน ไม่เป็นไรนะ กระเป๋านั้นแกใส่เงินไว้นิดหน่อยไม่ใช่เหรอ”

“มะ...มันไม่ใช่แค่เงินไง ในนั้นมีตั๋วคอนเสิร์ตด้วย เราจะทำยังไงดี อย่างนี้เราก็เข้าคอนฯ ไม่ได้น่ะสิ ฮือ พวกเราทำงานหนักแทบตายนะ เพื่อวันลาที่จะมาวันนี้ แต่ดันจะไม่ได้ดู” เพลินจิตสะอื้นแรงทำให้นานาเริ่มน้ำตาซึมเหมือนกัน

“มะ...ไม่เป็นไรหรอก คอนฯ มีตั้งสองวัน เดี๋ยวเราค่อยมาพรุ่งก็ได้”

“ฮือ แต่มันเสียดายอ่ะ นา ฉันขอโทษ รู้งี้ฉันให้แกเก็บตั๋วดีกว่า” เพลินจิตยังคงพูดไปแล้วร้องไห้ไป จนนานาส่ายหน้าแล้วสวมกอดเพื่อนไว้

“ช่างมันๆ แกอย่าร้องสิ เดี๋ยวฉันร้องไปด้วยอีก คราวนี้คนแถวนี้คงคิดว่าเราบ้า”

เพลินจิตรู้ว่านานาพยายามพูดติดตลกเพื่อให้เธอไม่รู้สึกผิด ทั้งที่จริงๆ เพื่อนรักของเธอก็คงจะกำลังเศร้าเหมือนกันเพราะจะไม่ได้เข้าคอนเสิร์ต

“นา ฉันขอโทษ” เพลินจิตพูดอู้อี้อยู่ข้างหูของนานาทำให้นานาดันเพื่อนรักออกห่างแล้วก้มหยิบทิชชู่

“ช่างมัน วันนี้ก็เหนื่อยด้วย งั้นเรากลับบ้านไปเชกสตอกของที่จะเอามาขายพรุ่งนี้ ดีไหม”

“อือ” เพลินจิตรับคำอย่างจำยอม ขณะที่พยายามกลั้นสะอื้นและเช็ดน้ำตา แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินกลับไปที่รถเพื่อกลับบ้านใครบางคนก็เดินเข้ามาใกล้ ทำให้นานาหันไปมองหน้าก่อน

ชายหนุ่มร่างสูงสวมเสือโปโลสีแดงเข้มกับกางเกงยีนส์สีดำซึ่งขับผิวที่ออกสีน้ำผึ้งของเขาดูขาวขึ้น เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเพลินจิตและนานาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจนนานาขยับตัวบังเพลินจิตเอาไว้ เพราะเพื่อนสาวกำลังเช็ดน้ำมูกอยู่

“มีอะไรเหรอคะ คุณ” นานาถามออกไปก่อนด้วยน้ำเสียงกลางๆ แต่ก็พร้อมจะจัดการทันทีถ้าคนตรงหน้าดุใส่พวกเธอที่มาทำเสียงเอะอะโวยวายในที่สาธารณะ

“กระเป๋าเงินนี่เป็นของเพื่อนคุณใช่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นกระเป๋าหนังสีนำตาลอ่อนมาด้านหน้า ทำให้เพลินจิตที่ยืนอยู่ด้านหลังนานาเอียงตัวมองแล้วเบิกตากว้าง

“ใช่ค่ะ! กระเป๋าของฉันเอง” หญิงสาวรีบตอบพลางยื่นมือไปคว้ากระเป๋าแต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับยกมือขึ้นสูงทำให้มือของเพลินจิตพลาดเป้าหมายไปอยางน่าเสียดาย

“เอ่อ คุณคะ มันป็นกระเป๋าของฉันจริงๆ ค่ะ ฉันยืนยันได้” เพลินจิตรีบพูดต่อเพราะเธอเข้าใจดีว่าคนที่เก็บของมีของคนอื่นได้ก็คงต้องการยืนยันว่าเขาคืนของให้ถูกคนแล้วจริงๆ

“จะยืนยันยังไงครับ”

“ฉันสามารถบอกได้ว่าในกระเป๋านั้นมีอะไรบ้าง แล้วก็ ในกระเป๋ามีบัตรประชาชน บัตรพนักงาน ฉันสามารถบอกเลขที่บัตรประชาชนและรหัสพนักงานได้ค่ะ” เพลินจิตพูดพร้อมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ

“งั้นพูดมาเลยครับ” ชายหนุ่มท้าขณะที่เปิดกระเป๋าของเธอออกแล้วดึงบัตรประชาชนออกมา เพลินจิตจึงรีบพูดเลขที่บัตรประชนสิบสามหลักทันที

“คุณชื่อ เพลินจิต คงวิเศษ ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มถามขึ้น

“ใช่ค่ะ”

“เกิดวันที่เท่าไรครับ”

“วันที่ 6 พฤศจิกายนค่ะ” เพลินจิตตอบทันทีในขณะที่ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาวแล้วสอดบัตรประชาชนกลับคืน และดึงบัตรพนักงานออกมาทำให้เพลินจิตรีบชิงตอบก่อนที่ชายหนุ่มจะถามว่า

“ฉันทำงานอยู่ที่ ดิ อมรา แอท อโศก ค่ะ ตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานส่วนหน้า[1] บัตรนี้เพิ่งทำเมื่อเดือนที่แล้ว ดังนั้นรูปที่บัตรก็จะเหมือนกับฉันตอนนี้มากค่ะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วแล้วเงยหน้ามองใบหน้าที่มีร่องรอยของคราบน้ำตาสลับกับรูปที่แต่งหน้าจัดเต็มในบัตรพนักงานแล้วยกมุมปากชึ้น

“แต่ผมว่ามันไม่ค่อยเหมือนเท่าไรนะ โอเค แต่ผมเชื่อแล้วว่ากระเป๋านี้เป็นของคุณ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะแล้วยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้เพลินจิตซึ่งยิ้มแก้มปริแล้วโผเข้ากอดนานาทันที

“เราไม่ต้องกลับกันแล้วนา ได้เข้าคอนฯ แล้ว” เพลินจิตร้องอย่างดีใจซึ่งนานาก็เช่นกันแต่นึกได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณชายหนุ่มเพลินจิตก็หันมายกมือไหว้ชายหนุ่มทันที

“ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ พี่เก็บกระเป๋าของหนูได้ที่ไหนเหรอคะ” เพลินจิตเปลี่ยนสรรรพนามการเรียกคนตรงหน้าทันทีด้วยความซึ้งในน้ำใจที่เขาเก็บกระเป๋าเงินเธอได้นำมาส่งคืน

“ผมนั่งอยู่ข้างคุณนั่นแหละ ในธนาคารน่ะ คุณไม่ได้สังเกตเอง แล้วพอจะคืนให้ก็รีบวิ่งหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ ผมเห็นบัตรคอนเสิร์ตก็เลยกำลังจะไปให้เขาประกาศหา แต่ก็สวนกับคุณที่วิ่งกลับมาอีก วิ่งเร็วจริงๆ เลยนะ ผมนี่วิ่งตามไม่ทันเลย” ชายหนุ่มตอบเสียงขรึมทำให้เพลินจิตกับนานาหันมามองหน้ากันพลางยิ้มแห้ง

“ยังไงก็ ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ แต่ตอนนี้พวกเราต้องขอตัวไปก่อนเพราะต้องรีบไปต่อแถวเข้าคอนฯ ด้วย” เพลินจิตเอ่ยแล้วก้มหัวยกมือไหว้อีกครั้งซึ่งนานาก็ทำด้วย แล้วถอยหลังรีบวิ่งกลับไปที่สถานที่จัดงาน ซึ่งเพลินจิตก็ยังได้ยินคนใจดีมีน้ำใจอุตส่าห์เก็บเอากระเป๋ามาคืนเธอพูดไล่หลังมาว่า

“เชิญครับ แล้วค่อยเจอกันใหม่”

 เพลินจิตไม่เข้าใจที่เขาพูด เพราะพวกเราไม่เคยรู้จักกัน ทำไมถึงจะมีโอกาสได้เจอกันอีก แต่เธอก็ไม่เวลาหันหลังกลับมาถามเลยปลอบตัวเองไปว่า ก็ถ้าเขาเป็นคนดี ได้เจอกันอีกครั้ง ก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง

 

อโศกยืนมองแผ่นหลังสองสองสาวจนลับตาทั้งที่ริมฝีปากยังคงยิ้มอยู่ ภาพหญิงสาวตัวเล็กร้องไห้โฮกลางธนาคารทำให้เขาตกใจ ไม่คิดว่าคนที่อายุอานามขนาดนี้ จะร้องไห้งอแงเหมือนเด็กๆ เพียงเพราะไม่ได้เข้าคอนเสิร์ตศิลปินในดวงใจ

ถ้าอายุเท่าน้ำชาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่อายุก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว

ชายหนุ่มคิดแล้วเริ่มออกเดินไปในทิศทางเดียวกับที่หญิงสาวสองคนเพิ่งเดินไป แต่เขาไม่ได้คิดจะไปต่อคิวเข้าคอนเสิร์ตเหมือนสองนั่นหรอกนะ เพราะเขากำลังมองหาที่นั่งต่างหาก และมันก็จริงอย่างที่น้ำชาว่าไว้ว่าแถวนี้ไม่มีที่ให้เขานั่งรอเด็กน้อยหรอก เพราะทุกตารางเมตรของอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ตอนนี้เต็มไปด้วยคนที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งเขาก็ได้รู้มาจากน้ำชาเหมือนกันว่า มันเป็นสีประจำวงของศิลปินลุ่มนี้

เดินกลับไปนั่งที่เลาจ์โรงแรมน่าจะดี

อโศกคิดแล้วเดินสังเกตการณ์ไปตามวงโค้งของอาคารจัดงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจกว่าฝูงชนที่พร้อมใจใส่เสื้อสีเดียวกัน

โห ขนาดคนแก่นั่งรถเข็นยังมาดูเลย ดังจริงๆ เลยนะวงนี้’

“แท่งไฟไหมคะ แท่งไฟ แท่งหนึ่งร้อยห้าสิบบาทจ้า”

เสียงของแม่ค้าสวมที่คาดผมรูปโบผูกผมของมิกกี้เม้าท์ ซึ่งด้านในมีหลอดไฟที่กะพริบไฟวิบวับไส่เข้าตาอโศก ทำให้ชายหนุ่มอดมองด้วยความทึ่งไม่ได้

นี่คือของที่จำเป็นต้องมี ที่น้ำชาบอกเมื่อเช้าว่าต้องรีบมาซื้อหรือเปล่านะ

“เอาไหมจ๊ะ” แม่ค้าคนเดิมถามอีกรอบ

อโศกได้ยินก็รีบส่ายหน้าปฎิเสธเพราเขาไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไม แล้วเดินออกจากตรงนั้น พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นแล้วเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามาอโศกก็รีบกดรับทันที

“ครับพี่โมกข์”

“นายอยู่ที่ไหน อุ่น”

เสียงของพี่เขย พ่อของน้ำชาดังขึ้น ถึงจะพอฟังเข้าใจแต่ก็เบามาก เพราะรอบๆ ตัวเขามีเสียงเครื่องเสียงของบูทสปอนเซอร์ดังกลบเข้ามา ทำให้อโศกเลยรีบเดินออกห่างจากอาคารจัดงานให้เร็วที่สุดและมาหยุดที่ข้างถนนที่มุ่งหน้าไปศูนย์อาหารของอิมแพค

“เมื่อกี้พี่โมกข์ถามผมว่าอะไรนะครับ”

“ตอนนี้ นายอยู่ที่ไหน” เสียงทุ้มของพี่เขยถามซ้ำ

“อิมแพคครับ พี่หวานให้ผมมาส่งน้ำชาแล้วรอรับกลับ หลังคอนเสิร์ตเลิก นี่เลยว่าจะไปนั่ง”

“อย่างนี้คือ น้ำชาเข้าคอนเสิร์ตไปแล้วล่ะสิ”

“ครับ ตอนนี้ประตูเปิดแล้วครับ คนก็กำลังทยอยเข้าไปข้างในแล้วครับ” อโศกตอบ

“อ๋อเหรอ”

เสียงเซ็งๆ ของพี่เขยทำให้อโศกเลิกคิ้ว “วันนี้...พี่โมกข์ไปถ่ายละครที่ภูเก็ตไม่ใช่เหรอครับ”

“ใช่ แต่ตอนนี้พักกองอยู่ ให้ดาราเขาไปมีเวลาให้แฟนคลับเขาบ้าง”

น้ำเสียงที่เหมือนประชดประชันอยู่กลายๆ ทำให้อโศกนึกสงสัย “เฉพาะเจาะจงหรือเปล่าครับ ว่าดาราคนไหน”

“หึๆ นายนี่มันหัวเร็วนะ อุ่น ใช่ ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ”

“นี่ญาดาเขามีแฟนคลับตามไปถึงภูเก็ตเลยเหรอครับ”

“ก็นะ เพราะละครเรื่องนี้เขาได้แสดงกับคู่จิ้นของเขานี่ มันก็มีทั้งแฟนคลับของพระเอกแล้วก็นางเอกนั่นแหละ แต่ก็ดีนะ มีแฟนคลับตามมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำแบบนี้ เรียกกระแสได้มาเลย เดี๋ยวนี้อะไร เราก็ต้องพึ่งฐานแฟนคลับ” โมกข์พูด ทำให้อโศกหัวเราะออกมา

“พลังของแฟนคลับก็น่ากลัวอยู่ครับ พี่ต้องมาเห็นที่นี่ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นงานคอนเสิร์ต ผมจะคิดว่ามีบิ๊กแมตฟุตบอลสักคู่นึง เล่นใส่เสื้อสีน้ำเงินกันทุกคนเลย”

โมกข์หัวเราะขึ้นหลังจากอโศกพูดจบ “จริง ตอนคราวที่แล้วที่พี่ไปส่งน้ำชานะ ก็ตกใจเหมือนกัน นึกว่ามีแข่งฟุตบอล เขามีเพ้นท์หน้า เขียนชื่อวงด้วยนะ แล้วก็ถือแท่งไฟ ป้ายเชียร์เต็มไปหมด สุดยอดจริงๆ แต่ที่พีคที่สุดนะ ก็คือตอนเลิก”

“ทำไมเหรอครับพี่”

“ก็คนจะออกมาจากอาคารพร้อมๆ กัน เลยน่ะสิ เออ แล้วอุ่นนัดน้ำชาไว้หรือยังว่าตอนเลิกเจอกันตรงไหน”

อโศกเบิกตาขึ้น “โอ๊ย แย่เลยพี่โมกข์ ผมลืมนัดหลาน”

“หึ เหมือนพี่เลย ตอนไปคราวที่แล้วก็ลืม แต่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพอใกล้ๆ เลิก อุ่นเดินไปตามหาร้านขายน้ำนะ เป็นรถเข็น ติดป้ายขายน้ำเก๊กฮวย”

“รถเข็นขายน้ำเก็กฮวย? ทำไมล่ะครับ”

“ใช่ก็พอคนออกมาจากฮอลล์ มันจะหิวน้ำน่ะสิ รุมซื้อการจนขายไม่ทันเลยนะ น้ำชาน่ะชอบมาก บอกอยู่ข้างในกรี๊ดจนคอแห้งเป็นผง ได้น้ำเก็กฮวยสักขวด นี่คือปลื้มมาก” โมกข์พูดไปก็หัวเราะไป ทำให้อโศกเองก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน

“เอ้อ แล้วนี่ใครเป็นคนซื้อบัตรให้น้ำชาไปดูคอนเสิร์ตล่ะ”

“พี่หวานครับ เห็นว่าจะให้รางวัลน้ำชาที่ทำการบ้านงานฝีมือเสร็จเรียบร้อยครับ” อโศกคำถามของโมกข์ ทั้งที่รู้ว่าพี่เขยตั้งใจเปลี่ยนเรื่องก็ตาม

“แล้วก็มาบ่นว่าลูกทำตัวไร้สาระ ตัวเองก็สนับสนุนลูกเองเลยนะ”

“ผมว่า พี่โมกข์อย่าพูดแบบนี้ดีว่านะครับ รับรองว่าถ้าพี่หวานได้ยิน มีปริ๊ดแตกแน่ๆ”

“ก็เขาชอบมาว่าลูกเอาอย่างพี่นี่นา ว่าพี่เอาแต่ให้ท้ายลูก ในเรื่องไร้สาระ แต่พี่ก็ยังมีทุกวันนี้เพราะความชอบของพี่นะ ความชอบในสิ่งที่บันเทิงเริงรมย์ มันไม่ผิดเสียหน่อย พี่เลยไม่ห้าม แต่เขาก็โกรธว่าพี่ให้ท้ายลูก”

“แต่ตอนนี้อาจจะต้องห้ามหน่อยแล้วล่ะครับ เทอมที่แล้วน้ำชาผลการเรียนแย่ลงมากเลย พี่หวานบ่นตลอดว่าน้ำชากลับบ้านดึกมาก เพราะไปตามดารา การบ้านก็ไม่ทำส่งจนคุณครูบ่น”

โมกข์ถอนหายใจ “งั้นเอาไว้รอปิดกล้องก่อนนะ พี่คงหาเวลาคุยกับน้ำชา เพราะบ้ามากไปจนทำให้หวานเครียด เห็นทีพี่ต้องหาเวลาคุยกับลูกให้เลิกติ่ง”

“ก็...คุยกันดีๆ นะครับ”

“ได้ แต่ยังไงวันนี้ ฝากอุ่นดูแลหลานด้วยนะ ขอบใจมาก”

“ครับ”

“แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ”

“ครับพี่”

อโศกรับคำแล้วกดวางสาย แล้วพบว่าขณะที่คุยโทรศัพท์ เขาได้เดินกลับมาที่โรงแรมที่จอดรถแล้ว ชายหนุ่มเดินผ่านประตูโรงแรมที่เบลล์บอยเปิดให้เข้าไปนั่งที่เลาจ์ของโรงแรม สั่งเครื่องดื่มเสร็จก็มองออกไปด้านนอก แล้วหยุดชะงักอยู่ที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ขายเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนึง ซึ่งนางเบบที่อยู่บนป้ายโฆษณานั้นเป็นคนที่เขารูจักดี

ญาดา จารวี นางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย มีแฟนคลับมากมาย และคือนางเอกละครคนปัจจุบันของพี่เขยของอโศกด้วย แต่สิ่งที่ทุกคนแม้แต่พี่สาวของเขาไม่รู้ก็คือ ญาดา จารวี คนนี้ คืออดีตแฟนเก่าของเขาเอง แถมยังควบตำแหน่ง อดีตแฟนเก่าของ โมกข์ พี่เขยของเขาด้วย

สำนวน โลกกลม มันคงเป็นสำนวนที่เข้ากับความสัมพันธ์ของเขา ญาดา และ พี่โมกข์ได้ดีที่สุด

ใครจะคิด ว่าญาดาจะบอกเลิกแฟนรุ่นพี่ที่คบมานานอย่างพี่โมกข์ ในตอนที่เธอจะไปเรียนต่อต่างประเทศ  ด้วยเหตุผลที่ว่า ความรักระยะไกลมันไม่เวิร์ค สู้ความรักระยะใกล้ซึ่งบังเอิญว่าเป็น เขา นายอโศก คนนี้ไม่ได้

แล้วเขาก็ต้องเจอเหตุผลบอกเลิกแบบเดียวกันกับที่พี่โมกข์เจอในอีกสองปีต่อมา เมื่อญาดาย้ายกลับประเทศไทยและกลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยอย่างทุกวันนี้

มันก็เป็นเหมือนตลกร้าย ที่สุดท้ายผู้ชายสองคนที่บังเอิญโลกกลมมีแฟนเก่าคนเดียวกัน จะกลายมาเป็นคนครอบครัวเดียวกัน

“ถ้าจะเรียกว่า เพราะโลกกลม หรือ พรหมลิขิต พูดแล้ว เหมือนนิยายรักสักเรื่องเลยแฮะ”

อโศกพึมพำพลางส่ายหน้าไปมาแล้วหันกลับเข้ามามองในล็อบบี้โรงแรมและไปหยุดที่ตำแหน่งเคาน์เตอร์ของโรงแรม

“พี่โมกข์บอกว่า ถ้าน้ำชาบ้ามาก จนทำให้พี่หวานเครียด ก็จะให้น้ำชาเลิกเป็นติ่ง แต่ว่า...จะทำได้เหรอ ขนาดคนที่แก่กว่าน้ำชายังมาติ่งกันที่นี่เลย”

อโศกมองพนักงานส่วนหน้าของโรงแรมที่กำลังยกมือไหว้แขก ทำให้นึกอยากรู้ว่า หากสาวขี้แงเหมือนเด็กๆ ที่ทำกระเป๋าสตางค์หายคนนั้น อยู่ในชุดพนักงานส่วนหน้าของโรงแรม แล้วจะดูเป็นอย่างไร

เพลินจิต คงวิเศษ เกิดวันที่ พฤษจิกายน ทำงานตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานส่วนหน้า ของ ดิ อมรา แอท อโศก

เพราะแอบมาเป็นติ่ง เมื่อเช้า ตอนพี่หวานพาเราเข้าไปที่โรงแรม เลยไม่ได้เจอกันล่ะสิ แต่ก็เอาเถอะ วันจันทร์นี้ พวกเราได้เจอกันแน่ๆ

อโศกคิดพลางอมยิ้มออกมา ซึ่งเขาก็ยังหาสาเหตุไม่ได้อยู่ดี ว่าทำไมเขาถึงต้องยิ้มออกมา และแต่ที่แน่ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลย ที่เขาไม่อยากให้วันพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ แต่เป็นวันจันทร์

“จะตกใจแค่ไหนนะ? แล้วจะร้องไห้เป็นเด็กๆ อีกหรือเปล่า? อยากรู้จังน้า”



[1] ผู้จัดการสำนักงานส่วนหน้า (Front Office Manager) มีหน้าที่ดูแลควบคุมให้การดำเนินงาน ของแผนกต้อนรับเป็นไปโดยราบรื่น และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นหัวหน้าแผนก ต้องเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกคนเข้าทำงานและให้การฝึกอบรม วางงบประมาณของแผนก และควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามนั้น และคาดคะเนระดับอัตราการเข้าพักในอนาคต

=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=

พระเอกของเราชักจะยังไงๆ แล้วใช่ไหม 555

ทุกคนลุ้นไปกับพระเอกคนนี้ก็วีด้วยนะ 

เขาก็จะเป็นขี้อ่อย เยอะๆ หน่อยค่ะ ^__^V


วีจะโพสนิยายเรื่องนี้ ทุกวันศุกร์ค่ะ


และตอนนี้วีได้เปิด Pre Order หนังสือเล่มนี้แล้วค่ะ

มีโปรโมชั่นพิเศษกันด้วยน้า ^__^V

สนใจอ่านรายละเอียด้านล่างเลยจ้า


รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา



+Book Pre Order+
#เปิดพรี ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. - 10 มี.ค. 62
#เริ่มจัดส่ง วันที่ 9 เม.ย. 62
***หากสินค้าเสร็จก่อนจะจัดส่งทันที
*****มี option #รับของในงานหนังสือ 
.

รายการสินค้า 
1 Just in Reach ราคาเล่มละ 390 บาท #พิเศษสำหรับรอบพรีเท่านั้นเหลือ 350 บาท
#พิเศษ : ในเล่ม Just in Reach แถมการ์ตูน 4 ช่องสุดฟิน >M<


2 ติ่งทัศนา (วีรันดา เขียน) ราคาเล่มละ 390 บาท #พิเศษรอบพรีเท่านั้นเหลือ 350 บาท

#สำคัญ : ในงานหนังสือจะขายราคาเต็มไม่มีลดราคาค่ะ


3 The Witharia Poster (รวมภาพพนักงานร้านวิทาเรีย) ขนาด A2 จัดส่งแบบพับใส่ซองจดหมายสีน้ำเงินแสนสวยหมาะแก่การสะสม แผ่นละ 350 บาท (***ฟรีค่าจัดส่งสำหรับโปสเตอร์)


4. The Witharia Art Book ราคาเล่มละ 1250 บาท (สินค้ารายการนี้หามียอดสั่งซื้อไม่ครบตามจำนวนจะตืนเงินให้ลูกค้าแบบเต็มจำนวนค่ะ

หมายเหตุ : หนังสือนิยายทุกเล่มมีที่คั่นเล่มละ 1 ลาย 
.

#สนใจสั่งซื้อกดตามลิงค์นี้เลยค่ะ 
>>> https://goo.gl/forms/7WCg7WMFbgs6rczH2

หากสั่งซื้อแล้ว จะได้รับอีเมลยืนยันการสั่งซื้อ เมื่อได้อีเมลแล้วสามารถโอนเงินได้ทันที หลังจากนั้นก็กดแจ้งโอนเงินตามลิงค์ในอีเมล หรือ

#ลิงค์สำหรับการโอนเงิน >>> https://goo.gl/forms/WiHkverGeA4r14AD3
.

การจัดส่ง มีทั้งแบบ #รับในงาน #ลงทะเบียน และ #EMS เลือกได้ในแบบฟอร์มจ้า 
.

ขอบคุณล่วงหน้าที่อุดหนุนค่า
ทีมงานห้องสมุดยายพัน


ใครชอบอย่าลืมกด Fav และถ้าไม่ชอบเม้น 

อย่าลืมกดให้กำลังใจนักเขียนด้านล่างนะคะ 

ช่วยให้กำลังใจนิดนึงเน๊าะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #9 soul_hyukjae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 18:08
    ง่อออออ คุณอโศก
    #9
    0
  2. #8 pretty-p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:46

    ประทับใจกันในครั้งแรกที่เจอเลยเหรอคะ

    พรหมลิขิตหรือเปล่าคะ

    #8
    0