ติ่งทัศนา

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 เป็นติ่งต้องมีน้ำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

“ไม่ว่าจะเป็นโลกอันแสนกว้างใหญ่ของมหาเศรษฐี หรือโลกใบเล็กเล็กของคนธรรมดาแค่คนหนึ่ง มันต่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของติ่ง เพียงลองมองเข้าไปในตัวของคุณอย่างจริงใจและไม่มีอคติ คุณจะพบว่า ในหนึ่งชีวิตของพวกเราทุกคน ต้องเคยหรือกำลังติ่งอะไรสักอย่างอยู่ด้วยกันทั้งนั้น...”

เพลินจิต คงวิเศษ

  

ตอนที่ 1 เป็นติ่งต้องมีน้ำใจ

 

ตึ๊ง! ครืด!

เสียงแจ้งเตือนและแรงสั่นของโทรศัพท์ที่กำไว้ในมือทำให้เด็กสาวผมสั้นเท่าติ่งหูที่เพิ่งก้าวลงจากรถมายืนที่ฟุตบาทก้มลงมาโทรศัพท์ทันที

 

เจอกัน SS5inBKK @NaPlearn089: 30s

ร้านเปิดแล้วจ้า อยู่ซอยแรกร้านที่ 2 ทางขวามือ เอาของมาไม่มาก ใครอยากได้ รีบมาด่วน เพราะพี่จะรีบไปต่อแถวเข้าคอนเหมือนกัน^^

 

“ต้องรีบแล้วๆ” เด็กสาวพึมพำแล้วซุกโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่ง แล้วหันไปคว้าสายสะพายเป้อีกข้างที่ไม่ได้เกี่ยวไหล่ไว้ขึ้นมาเกี่ยวที่ไหล่อีกข้างที่ยังว่างอยู่ พร้อมกับเงยหน้ายกมือขึ้นพนมไหว้คนที่ใจดีที่ขับรถพาเธอมาส่งถึงอิมแพค อารีนา เมืองทองธานี

“ขอบคุณนะคะ น้าอุ่น ที่มาส่งหนู”

อโศกละสายตาจากด้านหน้ารถ ยกมือข้างหนึ่งเกี่ยวแว่นตากันแดดลงมาเพื่อมองหลานสาววัยสิบสี่ของเขาด้วยสายตาเป็นห่วง

“เดี๋ยวน้าจะไปหาที่จอดรถก่อน อย่าปิดโทรศัพท์ล่ะน้ำชา พอน้าเดินกลับมาจะได้หาเราเจอ” เสียงทุ้มกำชับทำให้มโนชารีบพยักหน้ารับอย่างว่างง่ายแต่ก็อดแย้งไม่ได้ว่า

“ความจริงน้าอุ่นไม่ต้องมารอหนูก็ได้นะคะ มันคงไม่มีที่นั่งรอแน่ๆ มารับตอนคอนฯ เลิกเลยก็ได้”

“แม่เราคงเอาน้าตายน่ะสิ นี่ถ้าซื้อตั๋วเพิ่มให้น้าเข้าไปด้วยได้คงทำไปละ เอาล่ะ รถข้างหลังทำท่าจะบีบแตรน้าแล้ว น้าไปก่อน”

มโนชารีบรับคำาแล้วก้าวถอยหลังพลางปิดประตูรถหรูของน้าชายอย่างเบามือแล้วกระซับสายสะพายกระเป๋าพลางมองรถของเขาเลื่อนห่างออกไป

ติ๊ง! ครึด!

โทรศัพท์ดังและสั่นเตือนอีกรอบทำให้มโนชารีบดึงมันกลับมาถือไว้

 

 เจอกัน SS5inBKK @NaPlearn089: 6s

เสื้อใกล้หมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่XS 2ตัว S 5ตัว LกับXL หมดแล้วจ้า

 

“ไม่นะ! แค่ไม่ถึงห้านาที เหลือแค่สองตัวเองเหรอ จะไม่ไปทันแล้ว ไอ้ชาเอ๊ย!

มโนชาอุทานแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในเขตตลาดนัดที่มีแม่ค้าทั้งไทยและต่างประเทศจับจองพื้นที่เพื่อเปิดร้านจนเต็มพื้นที่ทางผู้จัดงานจัดโซนไว้ให้

ตั้งแต่ซีรีส์เกาหลีดังไปทั่วเอเชีย สิ่งที่ตามกับกระแสเกาหลีฟีเวอร์ก็คือ คลื่นสึนามิอันหนักหน่วงของแนวเพลงเคป๊อบ แนวเพลงป๊อบที่ถูกยกระดับให้ไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งชองเพลงป็อบ แต่แยกเป็นอีกแขนงหนึ่งที่มีแนวเพลงเฉพาะของตัวเองอย่างชัดเจนที่ไม่ว่าจะได้ยินที่ไหนก็บอกได้เลยว่านี่แหละ คือ เพลงเกาหลี

สิ่งที่ตามมาก็คือ งานแสดงดนตรีที่เราเรียกทับศัพท์ว่า คอนเสิร์ต ก็ถูกจัดขึ้นเพื่อทำให้แฟนเพลงได้ใกล้ชิดศิลปินอันเป็นที่รัก รวมไปถึงทำให้ผู้คนซึ่งชื่นชอบแนวเพลงเดียวกันได้มาพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน  

ยุคนี้สมัยนี้ แฟนเพลง หรือที่เราชอบเรียกว่า แฟนคลับ ไม่ได้แค่ยอมจ่ายเงินค่าบัตรเข้าคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ยังเกิดวัฒนธรรมใหม่ที่การมาฟังเพลงในคอนเสิร์ตไม่ใช่การนั่งฟังและตบมือให้กำลังใจศิลปินเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นการโบกสะบัดแท่งไฟที่ใช้สีประจำวง ร้องเพลงในท่อนสร้อยไปพร้อมๆ กับศิลปินที่เรียกว่า ‘fan chant’ รวมไปถึงการสวมเสื้อสีประจำวงนั้นอย่างพร้อมเพียงกัน ไปดูคอนเสิร์ตไม่ต่างจากที่แฟนบอลใส่ที่เข้าไปในสนามฟุตบอลเพื่อเชียร์ทีมที่ตัวรัก

โดยทางบริษัทต้นสังกัดศิลปินที่มาจัดคอนเสิร์ต จะมีการจำหน่าย สินค้าถูกลิขสิทธิ์  ซึ่งเหล่าแฟนคลับจะเรียกกันติดปากว่า สินค้าออฟฟิเชี่ยลแต่ว่า แต่เนื่องจากของถูกลิขสิทธิ์เหล่านี้ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล ทำให้มันไม่เคยพอกับปริมาณความต้องการของแฟนคลับ

จนเกิดธรรมเนียมที่จะมีแม่ค้าพ่อค้าใจดีและพอมีทุนทรัพย์ ตระเวนซื้อของเหล่านั้นมาจากต่างประเทศ แล้วนำมาขายให้เพิ่มเติมหน้างาน แม้ราคาอาจจะแพงกว่าที่ซื้อกับบริษัทแต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีไว้ในครอบครอง รวมไปถึงการสั่งทำของปลอมขึ้นมาเพื่อตอบสนองแฟนคลับผู้มีงบจำกัดอีกด้วย

นอกจากนี้แม่ค้าบางร้านยังเป็นผู้มีความสามารถในทางสร้างสรรค์ประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ที่สื่อถึงศิลปินมาวางจำหน่าย ทำให้เกิดตลาดนัดหน้าคอนเสิร์ตนี้ยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก เพราะแฟนคลับทุกคนต่างมาเดินจับจ่ายซื้อของที่ระลึกมาไว้ในครอบครองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเชียร์ชื่อศิลปิน พัด โปสการ์ด หรือแม้กระทั้งเสื้อผ้าแบบต่างๆ ที่ออกแบบเพื่อสื่อถึงศิลปินคนโปรด

@Naplearn089 เป็นร้านค้าที่อยูคู่คอนเสิร์ตของซุปเปอร์โชว์มาเป็นเวลาเกือบเท่าที่วงนี้ได้ทำการแสดงมา ของที่นำมาขายเป็นของแท้ไม่มีปลอม เพราะแม่ค้าการันตีด้วยสติกเกอร์ยืนยันจากบริษัท และราคาก็ไม่แพงเพราะเอากำไรแบบแค่พออยู่ได้ ยังไม่นับของแถมที่ของร้านออกแบบมาเป็นการเฉพาะในแต่ละคอนเสิร์ตจนเกิดกระแสเรียกร้องให้ทำขายที่จะแจกฟรีอีก ซึ่งงานครั้งนี้ก็เช่นกัน

เสื้อเชิ้ตลายทางน้ำเงินขาว มีลายปักตรงอกเป็นรูปวาดออริจินัลจากนักวาดฝีมือดี เป็นรูปอึนฮยอกกอดกับดงเฮ สมาชิกสองคนที่ถูกแฟนคลับจับคู่ให้เป็นคู่รักในจิตนาการ หรือ ‘คู่จิ้น’ มากที่สุด ด้วยคุณภาพผ้าและดีไซส์ที่สวยแถมราคาจับต้องได้ ทำให้เสื้อคอลเลกชั่นนี้ของ @Naplearn089 ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขนาดที่มีการเปิดจองล่วงหน้าไปแล้ว ก็ยังมีคนที่สั่งจองไม่ทันเรียกร้องให้นำมาวางขายที่ตลาดนัดด้วย

มโนชาก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น และเธอภาวนาว่าเธอจะสามารถไปถึงร้านก่อนที่เสื้อไซส์เอ็กซ์เอสตัวสุดท้ายที่เธอต้องการจะหมด

“ทันทีเถอะ อย่าเพิ่งหมดนะ อุตส่าห์รีบมา” มโนชาคิดขณะที่หลบหลีกคนจำนวนมากที่เดินสวนไปมาในทางเดินแคบๆ ที่สองทางเต็มไปด้วยแม่ค้าวางของขายออกมาและลูกค้าที่กำลังเลือกสินค้า

“เสื้ออึนเฮ[1]ไซส์เอ็กซ์เอสตัวนึงค่ะ” เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันทำให้มโนชาหันไปมองหน้าคนที่พูดพร้อมเธอแล้วก็เบิกตากว่า

‘ยัยลั้นลาปากมาก มาอยู่ที่นี่ได้ไง’ มโนชาร้องในใจ และในชั่วพริบตาที่เธอกำลังตกตะลึงนั้น มือของคู่อริของมโนชาก็ยื่นไปยึดเอาเสื้อที่วางอยู่ตรงหน้ามากอดไว้

“ฉันมาถึงก่อน เธอก็อดไปละกันนะยัยน้ำชาจอมเชื่องช้า” เสียงกึ่งเยาะเย้ยทำให้น้ำชาหน้าเสีย

“เท่าไรคะพี่” เด็กสาวคนนั้นหันมาถามหนึ่งในสองแม่ค้าที่กำลังมองทั้งสองคนนิ่งขณะที่อีกคนต้องหันไปรับลูกค้าอีกคนที่เข้ามาพอดี

“สามร้อยเจ็ดสิบจ้ะ”

“ปีนี้มีของแถมไหมพี่” เด็กคนเดิมถามทำให้แม่ค้ายิ้มอย่างใจดีแล้วตอบว่า

“พี่แถมเข็มกลัดติดกระเป๋าอึนเฮให้นะ”

“ขอบคุณนะคะพี่ นี่ค่ะเงิน” เด็กหญิงยื่นเงินพร้อมกับรอให้แม่ค้าเอาของใสถุงให้พลางเหล่มองมโนชาอย่างผู้ชนะ

“เดี๋ยวคงต้องไปหาที่เปลี่ยนเสื้อแล้วล่ะ รู้ไหมยัยชา ฉันซื้อกางเกงตัวใหม่เพื่อให้เหมาะกับเสื้อนี้เลยนะ เดี๋ยวจะถ่ายรูปอวดดีกว่าว่าเสื้อตัวสุดท้ายเป็นของฉัน”

“จะทำอะไรก็เรื่องของเธอเถอะ ยัยขี้อวดลั้นลา”

“ได้ของดีก็ต้องอวดสิ แล้วนี่เพื่อนซี้เธอไปไหนล่ะ ไม่มาด้วยกันหรือไง” ลัลนาถามแต่มโนชาไม่อยากตอบเลยเฉยเสียซึ่งลัลนาก็ไม่สนใจเพราะกำลังดีใจที่ได้ของที่คาดหวังไว้

“ฉันไปก่อนนะ แล้วอย่าไปยืนร้องไห้ขี้มูกโป่งข้างถนนล่ะ น่าอายแย่”

มโนชามองหลังเพื่อนที่ไม่ได้อยากจะสนิทด้วย แต่ดันรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาลอย่างเจ็บใจ ก่อนจะหันมาสบตาแม่ค้าคนเดิมที่กำลังมองเธอนิ่ง

มโนชาหลุบตาลงอย่างรวดเร็วอย่างเด็กที่ไม่มีความมั่นใจมากนักแล้วมองสินค้าที่เหลือยู่ตรงหน้าที่ไม่มีสิ่งเธอต้องการที่สุดแล้วอย่างคนที่กำลังพยายามทำใจ

“อยากได้เสื้อมากเหรอน้อง” แม่ค้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสาร

“ค่ะ มีเหลือบ้างไหมคะ ไซส์อะไรก็ได้แล้วค่ะตอนนี้” มโนชาถามพลางส่งสายตาละห้อยจนทำให้แม่ค้าหันไปมองแม่ค้าอีกคนที่เพิ่งปิดการขายกับลูกค้าอีกคนได้

“มีอะไรเหลือเหรอ เพลิน” แม่ค้าที่มาใหม่ถามเพื่อนทำให้แม่ค้าคนแรกตอบว่า

“เสื้ออึนเฮน่ะสิ นา ยังมีเหลือไหม ไซส์อะไรก็ได้” 

มโนชามองไปทางแม่ค้าที่ชื่อ นาอย่างมีความหวัง แต่สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ทำให้เธอหัวใจยิ่งห่อเหี่ยวลงพร้อมกับเสียงตอบที่ดับฝันเธอตลอดกาล

“ถ้าจะมีก็ตัวที่เธอใส่อยู่นี่แหละ เพลิน และมันก็เป็นไซส์แอลด้วย ไม่ใช่ เอ็กซ์เอส”

“เหรอคะ ขอบคุณนะคะพี่ งั้น...หนูขอซื้อผ้าเชียร์อึนเฮผืนนึงค่ะ” มโนชาตอบเสียงค่อยพยายามเบนความเสียใจด้วยการล้วงหยิบกระเป๋าตังออกมา

“ไอ้เพลิน นั่นแกจะทำอะไรน่ะ”

มโนชาเงยหน้าขึ้นตามเสียงร้องหลงของแม่ค้าคู่หู แล้วเธอก็พบว่าที่แม่ค้าที่ชื่อ เพลิน กำลังปลดกระดุมเพื่อถอดเสื้อที่ตัวเองกำลังใส่ออก ดีที่เสื้ออึนฮาเป็นเสื้อชั้นนอกที่ทับเสื้อแขนสั้นสีดำอยู่อีกที เลยไม่ต้องกังวลเรื่องโป๊

“เห็นน้องอยากได้มาก พี่ก็เลยจะยกเสื้อตัวนี้กับน้องละกัน”

“โอ๊ย พี่....จะดีเหรอคะ” แม้จะย้อนถามไปอย่างนั้นแต่สายตาก็เปล่งประกายขึ้นทันทีจนคนให้หัวเราะออกมา

“ดีไม่ดี น้องก็ดีใจใช่ไหมล่ะ ตาวาวเชียว”

มโนชาส่งยิ้มแห้งๆ ให้คนรู้ทันทันที

“แต่มันถือเป็นเสื้อมือสองแล้ว น้องจะรังเกียจหรือเปล่า”

“มือสองอะไรคะพี่ ใหม่ขนาดนี้” มโนชารับเสื้อมาไว้ในมืออย่างดีใจ

“ที่ดูดีก็เพราะพี่นา เขาซักแล้วรีดอย่างดี  พี่เองก็เพิ่งเอามาใส่ทับเมื่อกี้ตอนจะเปิดร้านเพื่อโฆษณาร้าน ถ้าน้องไม่รังเกียจจะใส่ต่อก็ได้นะ ไม่เหม็นเหงื่อหรอก”

“มะ..ไม่รังเกียจเลยค่ะ สามร้อยเจ็ดสิบบาทใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูหยิบเงินให้” มโนชาพูดลนๆ รีบเปิดกระเป๋าเงิน ทำให้เพลินจิตรีบโบกมือปฏิเสธ

“ไม่เอาๆ ตัวนี้ให้ฟรีไปเลย ในฐานะที่น้องเป็นแฟนคลับร้านพี่ไง งานที่แล้วพี่จำได้ว่าเราเหมาของร้านพี่ไปตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ”

“โห พี่จำหนูได้ด้วยเหรอคะ” มโนชาถามพลางทำตาโต

“แน่สิ ลูกค้าน่ารักอย่างนี้จำไม่ได้ได้ยังไง แต่ว่าผ้าเชียรร์นี่พี่คิดราคาปกตินะจ๊ะ สองร้อยยี่สิบบาทจ้ะ” เพลินจิตรีบพูดต่อทำให้มโนชาหัวเราะออกมา

“ใครจะกล้าต่อแม่ค้าใจดีอย่างนะล่ะ นี่ค่ะค่าผ้าเชียร์ ขอบคุณมากนะคะ พี่...เพลิน พี่...นา เพราะงี้นี่เองชื่อทวิตเตอร์ของพวกพี่ถึงได้ชื่อว่า นาเพลิน เอาชื่อมาต่อกันเหมือนเป็นคู่จิ้นกันเลยนะคะพี่”

สองแม่ค้าหันไปสบตากันแล้วกหัวเราะ แล้วเป็นพี่เพลินที่พูดว่า “ขอบใจจ้ะ เก็บกระเป๋าตังให้ดีๆ นะ คนเยอะ เดี๋ยวหล่นหายล่ะแย่”

มโนชาก้มมองมือที่ถือกระเป๋าเงินค้างพลางส่งยิ้มแห้งแล้วรีบเก็บกระเป๋าตามคำแนะนำของพี่เพลิน

“พวกพี่พี่ใจดีมากๆ เลยค่ะ”

“เป็นติ่งด้วยกันก็ต้องน้ำใจให้กันสิ ถึงจะมีคนนิสัยไม่ดีอย่างเพื่อนของเราเมื่อกี้ แต่เราก็ต้องจำไว้นะ ถ้าช่วยเหลืออะไรกันได้ก็ต้องช่วยกัน อปป้าจะได้ไม่ผิดหวังที่มีเราเป็นแฟนคลับไง”

“ค่ะ พี่ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” มโนชายกมือไหว้แล้วเดินออกห่างแต่ก็ไม่วายหนหลับกลับมามองสองแม่ค้าที่กำลังยิ้มต้อนรับลูกค้ารายใหม่อย่างชื่นชม

ในสถานที่ที่มีคนมากหน้าหลายตามาอยู่รวมกันโดยที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน แต่ก็ยังทำให้มโนชาก็ได้เรียนรู้ว่า ยังคงมีน้ำใจหลงเหลืออยู่ในสังคมของคนแปลกหน้านี้ สังคมเล็กๆ ที่ถูกเรียกโดยคนภายนอกว่า ‘โลกของติ่ง

 

เพลินจิตรีบเก็บร้านในขณะที่นานากำลังสรุปบัญชีรายได้อย่างขมักเขม่น หญิงสาวใส่ของทุกอย่างลงถุงกระสอบขนาดใหญ่ เรียบร้อยตอนที่นานาเงยหน้าขึ้นแล้วกำมือชูนิ้วโป้งมาให้

“ขายหมดแบบนี้ สรุปเงินง่ายแถมเก็บร้านเร็วด้วยนะ” นานาพูดพร้อมกับถุงใส่เงินและกระดาษสรุปยอดให้เพลินจิตเอามาใส่ในกระเป๋าเก็บเงิน

“อือ เสียดายเสื้อนะ มีน้อยไปหน่อยไม่เหลือขายพรุ่งนี้เลย คราวหน้าเราสั่งมากกว่านี้หน่อยดีไหมนา จะได้เผื่อมาขายหน้าคอนฯ แบบนี้อีก” เพลินจิตเสนอขณะที่ช่วยกันหิ้วถุงกระสอบคนละข้างกับนานาแล้วออกเดินออกจากตลาดข้ามไปที่ลาดจอดรถเพื่อเอาของพวกอุปกรณ์การขายไปเก็บที่รถเช่าที่พวกเธอเช่ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

“ก็ต้องดูว่ารอบหน้าจะมีคนสั่งเยอะขนาดนี้อีกหรือเปล่า ไม่งั้นทุนจมแย่เลย”

“อือ นา หิวน้ำจัง เดี๋ยวเราเอาของไปเก็บที่รถแล้วแวะซื้อน้ำหน่อยนะ คอแห้งเป็นผงเลย เมื่อกี้ก็ลืมซื้อที่หน้าตลาดมา”

“โอเค” นานารับคำแล้วกดปลดล็อกรถแล้วยัดของทุกอย่างไว้ที่หลังรถขณะที่เพลินจิตก้มหยิบกระเป๋าเป้ที่ซ่อนไว้ในรถออกมาแล้วดึงเงินออกมาจากกระเป๋าที่เธอใช้ขณะขายของมาใส่ใบนี้แทน และไม่ลืมดึงกระดาษสรุปยอดที่นานาทำไว้อย่างเรียบร้อยมาสอใส่กระเป๋าตังของตัวเองเพื่อที่จะง่ายต่อการหยิบดู

“แล้วก็แวะเอาเงินไปเข้าธนาคารด้วย พกเงินเยอะๆ แล้วมันใจไม่ค่อยดีเลย” เพลินจิตพูดต่อแล้วปิดประตูขณะที่นานาเดินมาเปิดประตูอีกข้างแล้วหยิบกระเป๋าของตัวเองมาสะพาย

“อือ เฮ้ย เพลิน ตั๋วคอนฯ อยู่ที่แกป๊ะ” นานาถามขณะที่ค้นๆ ในกระเป๋าไปด้วย”

“อยู่ๆ นี่ไง ในกระเป๋าตังฉัน แกเอาไปเก็บเองไหม นา ถ้าจะถามบ่อยชนาดนี้ ตั้งแต่เช้านี่แกถามฉันมาสี่รอบแล้วนะ” เพลินจิตพูดติดตลก

นานานิ่วหน้าใส่เพื่อนอย่างไม่จริงจังมากนักแล้วตอบว่า “ก็ฉันกลัวลืมนี่นา ถ้าหายขึ้นมานี่อดเข้าคอนฯ เลยนะ”

“อือๆ ไม่หายหรอก ฉันเก็บไว้อย่างดีในกระเป๋านี่เลย” เพลินจิตเอ่ยพลางตบกระเป๋าของตัวเองทำให้นาพยักหน้ารบ แล้วปิดประตู ตรวจสอบจนแน่ใจว่าประตูล็อกเรียบร้อยตามสไตล์คนที่ชอบย้ำคิดย้ำทำ แล้วจึงเดินไปสมทบกับเพลินจิตที่ยืนรออยู่โดยไม่เร่งเร้าเนื่องจากรู้นิสัยเพื่อนรักดี

เพลินจิตกับนานา เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาล ด้วยความที่แม่ของเพลินจิตเป็นพยาบาลเวลาที่เข้าเวรก็จะเอาเธอกับน้องชายฝากแม่ของนานาไว้ ทำให้เราทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน พวกเราอยู่ด้วยกันในทุกช่วงชีวิต เรียนโรงเรียนเดียวกัน หรือแม้แต่ตนนี้เรียนจบแล้วก็ยังทำงานที่เดียวกัน และตอนนี้ที่เราสองคนก็มาดูคอนเสิร์ตด้วยกันเพราะพวกเราเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นของวงบอยแบร์นด์เกาหลีชื่อดัง ชื่อว่า Super Junior มาแปดปีแล้ว

“เพลิน แกต่อคิวฝากเงินไปละกัน เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำมาให้” นานาบอกขณะที่เพลินจิตกำลังผลักประตูเข้าธนาคาร

“โอเค” เพลินจิตรับคำแล้วเดินผ่านประตูเข้าไปกดบัตรคิว

ธนาคารมีคนไม่นัก เมื่อได้บัตรคิว เพลินจิตจึงเดินมานั่งที่เก้าอี้ของลูกค้า อากาศร้อนด้านนอกเหมือนเรื่องโกหกเมื่อมาเจอแอร์เย็นเฉียบในธนาคาร เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อ พลางยกมือถือขึ้นมาเปิดแอพลิเคชันสุดฮิตที่คนเป็นติ่งทุกคนต้องมี นั่นก็คือ ทวิตเตอร์ แล้วก็ไถนิ้วเลื่อนหน้าจอเพื่ออ่านข่าวของศิลปินในดวงใจ

อ๊ปมาแล้ว กำลังซ้อมอยู่ด้านใน

ด๊องเปลี่ยนสีผมแล้วหล่อมาละลายมาอ่า

แล้วพอเพลินจิตคลิกให้รูปที่แนบมาใหญ่ขึ้นเธอก็ต้องหวีดร้องออกมาเบาๆ

“โอ๊ย หล่อมากก” เพลินจิตหลุดปากออกมาด้วยตื่นเต้น แล้วก็ต้องรีบเม้มปากเพราะรู้ตัวว่าอาจจะทำเสียงดังให้คนสนใจ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ เธอรีบกรอกตาไปมาว่ามีใครสนใจเธออยู่ไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีก็เลยถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะนึกขึ้นไดว่าตัวเองลืมลืมเขียนใบฝากเงิน เธอจึงรีบลุกขึ้นไปเขียน

หญิงสาวเปิดกระเป๋าล้วงเอาสมุดฝากเงินขึ้นมาพร้อมกับกระดาษที่นานาเขียนจำนวนเงินไว้ เธอกรอกแบบฟอร์มอย่างรวดเร็วแล้วกลับไปนั่งตามเดิมพื่อรอคิว แล้วมองไปรอบๆ อย่างคนที่ไม่มีอะไรทำ สลับกับมองไปด้านนอกเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่านานากลับมาหรือยัง แต่ด้วยจำนวนคนที่มาคอนเสิร์ตในวันนี้ เพลินจิตก็ไม่คิดว่านานาจะกลับมาได้เร็วนัก

 

SIWON CHOI @siwon408: 8h

เด็กโง่ของผม รอแป๊บนึงนะ ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้ :^)

 

“โหย อัพเป็นภาษาไทยเลย แงง ทำไมเราเพิ่งเห็นละเนี่ย รีทวิตๆ” เพลินจิตพูดแล้วรีบกดปุ่มรีทวิต[2]อย่างรวดเร็ว

“ลำดับที่ 34 เชิญที่เคาน์เตอร์ 2 ค่ะ”

เสียงประกาศลำดับให้บริการทำให้เพลินจิตสะดุ้งหันกลับมาแล้วรีบลุกขึ้น ด้วยความไม่ระวังและลืมไปว่าตัวเองลืมปิดกระเป๋าตอนที่หยิบสมุดบัญชีทำให้ตอนลุกขึ้นกระเป๋าเอียงจนทำให้ของด้านในหล่นออกมา

เสียงของหล่นเรียกความสนใจจากลูกค้าคนอื่นๆ นั่นยิ่งทำให้เพลินจิตลุกลี้ลุกลนก้มเก็บของที่หล่นกระจายเต็มพื้น แล้วยัดลงกระเป๋าอย่างรีบร้อนพร้อมเอ่ยคำขอโทษไปด้วย ก่อนจะรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อฝากเงินอย่างอายๆ พลางภาวนาให้ฝากเงินให้เสร็จเร็วๆ

“เรียบร้อยค่ะ” พนักงานธนาคารเอ่ยพลางส่งสมุดบัญชีพร้มสลิปฝากเงินให้

เพลินจิตรับมาแล้วรีบหันเพื่อจะเดินออกแต่ก็พบว่านานาเดินเข้ามาหาตัวเองในธนาคาร

 “ฝากเงินเสร็จแล้วเหรอ”

“อือ รีบไปเถอะ” เพลินจิตพูดพลางดึงมือเพื่อนรักให้เดินออกห่างจากประตูธนาคาร

“ทำไมต้องรีบอะ” นานถามมอย่างงๆ

“เอาเถอะเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไปจากตรงนี้ก่อน” เพลินจิตตอบแล้วเดินลากเพื่อนต่อไป

“สรุปนี่แกหนีอะไรมาอ่ะ เพลิน” นานาถามหลังจากที่เดินมาหยุดหน้าประตางเข้าคอนเสิร์ตซึ่งกำลังมีคนยืนต่อแถวเป็นแนวยาว

“ไม่ได้หนี แต่ฉันดันไปทำเปิ่นเทกระจาดกระเป๋ากลางธนาคาร”

“หา แล้วไปทำอีท่าไหนถึงเทกระจาดได้ล่ะ”

“ก็ลืมปิดกระเป๋าน่ะสิ” เพลินจิตตอบพลางทำหน้ารู้สึกผิดในความสะเพร่าของตัวเอง

“แล้วเก็บของมาครบหรือเปล่า”

“เออ ไม่ได้เชก ลืมมัวแต่อาย”

“ไอ้บ้า รีบดูเลย มีอะไรหล่นหายไปหรือเปล่า” นานารีบดุทำให้เพลินจิตก้มลงตรวจเชกในกระเป๋าทันทีซึ่งนานาก็ก้มลงช่วงมองด้วย แล้วหัวใจของทั้งสองคนก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นว่ามีบางอย่างหายไป

“ซวยแล้วนา! กระเป๋าตังหาย!

สองเพื่อนสนิทมองหน้ากันก่อนจะอุทาน พร้อมๆ กันว่า

“บัตรคอนฯ!



[1] การเรียกคู่จิ้นของติ่ง จะใช้วิธีเอาชื่อของศิลปินทั้งสองคนมาต่อกัน ยกตัวอย่างในเรื่องนี้คือ อึนฮยอก กับ ดงเฮ แฟนคลับจึงเรียกคู่นี้ว่า อึนเฮ

[2] Retweet (รีทวีต) หมายถึง การกดโพสให้เกิดการโพสข้อความในทวิตเตอร์ของคนอื่นซ้ำเพื่อให้ข้อความนั้นปรากาฎในไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ของเราเอง และเพื่อนๆ ที่ติดตามเราอยู่ก็จะสามารถเห็นได้ว่า เรากำลังอ่านหรือสนใจอะไร นอกจากนี้ หากข้อความใดถูกรีทวิตเป็นจำนวนมากๆ ก็สามารถใช้บอกกระแสความสนใจของสังคมผู้เล่นทวิตเตอร์ได้อีกด้วย


=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=

เพราะวีเป็นเอล์ฟ และเมื่อต้องเล่าเรื่องของติ่ง

มันก็คงต้องเริ่มจากวงที่เรารู้จักดีที่สุดเน๊าะ 

ใครที่ไม่ใช่เอล์ฟ อย่าเพิ่งเทกันนะคะ เพราะรับรองว่า

เรื่องของติ่งที่วีเอามาเล่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ Fandom ไหน

เราก็คงมีประสบกาณ์ที่ไม่ต่างกันมากแน่นอน


วีจะโพสนิยายเรื่องนี้ ทุกวันศุกร์ค่ะ


และตอนนี้วีได้เปิด Pre Order หนังสือเล่มนี้แล้วค่ะ

มีโปรโมชั่นพิเศษกันด้วยน้า ^__^V

สนใจอ่านรายละเอียด้านล่างเลยจ้า


รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา



+Book Pre Order+
#เปิดพรี ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. - 10 มี.ค. 62
#เริ่มจัดส่ง วันที่ 9 เม.ย. 62
***หากสินค้าเสร็จก่อนจะจัดส่งทันที
*****มี option #รับของในงานหนังสือ 
.

รายการสินค้า 
1 Just in Reach ราคาเล่มละ 390 บาท #พิเศษสำหรับรอบพรีเท่านั้นเหลือ 350 บาท
#พิเศษ : ในเล่ม Just in Reach แถมการ์ตูน 4 ช่องสุดฟิน >M<


2 ติ่งทัศนา (วีรันดา เขียน) ราคาเล่มละ 390 บาท #พิเศษรอบพรีเท่านั้นเหลือ 350 บาท

#สำคัญ : ในงานหนังสือจะขายราคาเต็มไม่มีลดราคาค่ะ


3 The Witharia Poster (รวมภาพพนักงานร้านวิทาเรีย) ขนาด A2 จัดส่งแบบพับใส่ซองจดหมายสีน้ำเงินแสนสวยหมาะแก่การสะสม แผ่นละ 350 บาท (***ฟรีค่าจัดส่งสำหรับโปสเตอร์)


4. The Witharia Art Book ราคาเล่มละ 1250 บาท (สินค้ารายการนี้หามียอดสั่งซื้อไม่ครบตามจำนวนจะตืนเงินให้ลูกค้าแบบเต็มจำนวนค่ะ

หมายเหตุ : หนังสือนิยายทุกเล่มมีที่คั่นเล่มละ 1 ลาย 
.

#สนใจสั่งซื้อกดตามลิงค์นี้เลยค่ะ 
>>> https://goo.gl/forms/7WCg7WMFbgs6rczH2

หากสั่งซื้อแล้ว จะได้รับอีเมลยืนยันการสั่งซื้อ เมื่อได้อีเมลแล้วสามารถโอนเงินได้ทันที หลังจากนั้นก็กดแจ้งโอนเงินตามลิงค์ในอีเมล หรือ

#ลิงค์สำหรับการโอนเงิน >>> https://goo.gl/forms/WiHkverGeA4r14AD3
.

การจัดส่ง มีทั้งแบบ #รับในงาน #ลงทะเบียน และ #EMS เลือกได้ในแบบฟอร์มจ้า 
.

ขอบคุณล่วงหน้าที่อุดหนุนค่า
ทีมงานห้องสมุดยายพัน


ใครชอบอย่าลืมกด Fav และถ้าไม่ชอบเม้น 

อย่าลืมกดให้กำลังใจนักเขียนด้านล่างนะคะ 

ช่วยให้กำลังใจนิดนึงเน๊าะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #50 Nathaniely (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:51
    อ่านตอนนี้แล้วอยากไปคอน ฮือ คิดถึงงงงง
    #50
    0
  2. #11 Sydney (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 06:42
    เพิ่งว่างอ่านนิยายไม่ทันรอบพรีเลย ㅠㅠ
    #11
    0
  3. #7 soul_hyukjae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 02:19
    โง้ยยยยยยยยยย เป็นเอลฟ์เหมือนกันเลยค่ะ

    จะตั้งใจอ่านเป็นอย่างดีเลยนะคะ
    #7
    0
  4. #5 ภรณ์นิชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 01:52
    กรี๊ดดด เราก็เป็นเอลฟ์ค่ะ ไปคอน SS1 ตอนอายุประมาณน้ำชานี่แหละค่ะ 555 // รอติดตามนะคะ
    #5
    1
    • #5-1 ภรณ์นิชา(จากตอนที่ 1)
      2 มีนาคม 2562 / 01:55
      รีบเม้นต์มาก มากรี๊ดอีกรอบว่าเราก็ชอบอึนเฮค่ะ ตอนเด็กๆ แอบกัดกับเพื่อนที่ชอบคิเฮประจำ ;_;
      #5-1
  5. #3 pretty-p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:48

    โห อุตส่าห์เตือนน้อง แต่ตัวเองทำกระเป๋าตังค์หายเฉย

    สงสารจังค่ะ

    #3
    0
  6. #1 Robinchild1939 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 14:43
    ชอบๆค่ะ เป็นกำลังใจให้พี่วี~~ติ่งด้วยกานน เสียดายไม่ใช่ด้อมเดียวกัน><
    #1
    0