หัวใจยิงฟัน

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : บอกลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

หัวใจยิงฟัน 

เมื่อหัวใจยิงฟัน ไม่ต้องบอกรักกันก็ได้ยิน

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

ลาก่อนห้างข้างบ้าน

ลาก่อน...คนข้างใจ

#ชีวิตใหม่เริ่มออกเดิน


ติ๊ง!

ติ๊ง! ติ๊ง! 

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงสัญญาณเตือนดังว่ามีคนเข้ามากดไลค์ และคอมเมนต์ใต้ภาพลานกว้างของห้างดังใจกลางเมืองย่านสยามรัว ข้อความที่โพสต์มีทั้งถามไถ่ ร่วมบอกลาสถานที่รวมตัวของเหล่าเพื่อนพ้อง และที่มากที่สุด ก็คือข้อความที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าทำไม...นายอธิษฐ์ ไวทยสุวรรณกิจ ทันตแพทย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางเมืองหลวง ต้องกลายเป็นคนโสดอย่างปัจจุบันทันด่วน

ชายหนุ่มควรดีใจที่มีคนห่วงใยมากมาย แต่เขาก็ทำเพียงไล่มองกล่องสี่เหลี่ยมที่แสดงรายชื่อคนที่มากดไลค์และคอมเมนต์แบบผ่านๆ จากสิบไลค์ไปจนถึงร้อยไลค์ แต่ชื่อคนที่เขารอคอย...กลับไม่มา ชายหนุ่มเลื่อนเมาท์ด้วยหัวใจที่เจ็บหนึบไปที่หน้าจอค้นหา แล้วพิมพ์ชื่อเฟสบุ๊ก ก่อนจะเลือกกดเข้าไปยังหน้าโปรไฟล์ แล้วพบว่า...

“เข้าไม่ได้...ไม่อยากรับรู้เรื่องของธิษฐ์ขนาดนั้นเลยเหรอ” ชายหนุ่มพึมพำ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มหันไปมอง บนหน้าจอก็เห็นภาพหญิงสาวส่งยิ้งหวานมาให้

คนข้างใจ

ชื่อของเธอที่เขาบันทึกไว้ในโทรศัพท์ แม้ตอนนี้เธอจะกลายเป็น ‘คนข้างใจ’ ของคนอื่นไปแล้ว เขาก็ยังเปลี่ยนไปบันทึกชื่ออื่นไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นชื่อนี้หรือชื่อจริงของเธอ มันก็แปลว่าดวงใจทั้งนั้น

เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุดราวกับจะบอกว่า เธอต้องการคุยกับเขา และจะไม่ยอมวางสายจนกว่าเขาจะรับ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก แล้วกดรับสายในที่สุด

“ว่าไง มล”

“โพสต์อะไรน่ะ ธิษฐ์” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ธิษฐ์แค่โพสต์บอกลาบ้าน พรุ่งนี้ธิษฐ์ต้องเดินทางแล้ว”

“ไม่ใช่สิ ธิษฐ์ ทำไมต้องบอกคนอื่นว่าเราเลิกกัน ธิษฐ์ต้องการอะไร ต้องการให้มลเป็นผู้หญิงไม่ดีงั้นเหรอ” 

คำพูดเสียดแทงใจจากคนที่เคยรักกันมาตลอดสองปี ทำให้อธิษฐ์กลั้นหายใจอยู่ชั่วขณะ ดวงตาเขาร้อนผ่าวขึ้น เธอคนนี้คือคนที่เขาแอบรักมาตั้งแต่ปีหนึ่ง แม้จะรู้ว่าเธอมีคนรักที่รักๆ เลิกๆ กันมาตลอด เขาก็ไม่เคยตัดใจจากเธอได้ กระทั่งขึ้นปีสี่ ณกลมเลิกรากับคนรักเก่าอย่างเด็ดขาด เขาจึงทำใจกล้าบอกรัก แล้วเธอก็ตกลง

ณ ตอนนั้น เขาดีใจจนแทบบ้า เขาพยายามทำให้ความรักครั้งนี้ไปได้ดีที่สุด ปรับตัวทุกอย่าง ยอมเธอทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด สองปีที่เป็นแฟนกัน สิ่งที่เขาได้รับในคืนวันสุดท้ายก่อนการจับสลากเลือกจังหวัดเพื่อไปใช้ทุนก็คือ การบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใยที่สุด

‘มลไม่สามารถคิดกับธิษฐ์ได้มากกว่าเพื่อน ให้มลกลับไปหาเขานะ มลลืมเขาไม่ได้จริงๆ’

ความเจ็บไม่ต้องพูดถึง ความโกรธนั้นมากกว่า แต่คนตรงหน้าคือผู้หญิงที่เขาหลงรักมาตลอดหกปี เขาไม่อาจทำร้ายเธอได้จึงยอมปล่อยเธอไป เพื่อนหลายคนบอกว่าเขาโง่ ใช่ เขาคงโง่จริงๆ นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรดีเลย

“นี่ธิษฐ์ฟังมลอยู่หรือเปล่า” 

“เราฟังอยู่” อธิษฐ์เอ่ยด้วยสรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนไป เขาต้องทำให้ชิน คำเรียกแทนตัวแบบเดิมมันใช้สำหรับคนรัก ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นคนรักของเธอแล้ว แม้เขาจะอยากเป็นแค่ไหนก็ตาม

“ลบโพสต์เลยนะธิษฐ์ แล้วอย่าเพิ่งบอกใครด้วย ว่ามลกลับไปคบกับรัฐ”

“โพสต์ของเราก็บอกเล่าแค่สถานะของเรา เราไม่เคยพูดเรื่องนั้นกับใครนะมล”

“แต่ทุกคนมาถามมลไง แล้วจะให้มลตอบว่าอะไร รัฐต้องใช้เวลาอีกสักพัก ถึงจะเลิกกับยัยเกรซ มลไม่อยากดูไม่ดี มลขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ ทำให้มลได้ไหม อย่างน้อยมลก็เป็นแฟนที่ดีของธิษฐ์มาตลอดเลยนะ”

หากมีกระจกอยู่ตรงหน้า อธิษฐ์คงได้เห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มหยันให้ตัวเอง 

‘แฟนที่ดี งั้นเหรอ’ 

ต่อให้หลงรักณกมลมากแค่ไหน คำคำนี้ก็ไม่เคยใช้แทนตัวหญิงสาวได้เลย แฟนที่ดีที่ไหนกันถึงแอบไปเดตกับแฟนเก่าทั้งที่เขาคนนั้นยังคบหาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นอยู่ 

“มลก็ไม่ต้องตอบอะไร แค่นี้ก่อนนะ เราต้องจัดของต่อ”

โดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็กดวางสายแล้วปิดเครื่องไป จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังมีเสียงการแจ้งเตือนดังอยู่เป็นระยะๆ เขายกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาแล้วหมุนตัวเดินไปที่กระเป๋าใบใหญ่ซึ่งเขาเตรียมของเกือบเสร็จ แล้วเริ่มจัดกระเป๋าต่อ

ความรักจากไป แต่ชีวิตยังต้องก้าวเดินต่อ ปัญหาคือ เขาไม่ต้องการตอบคำถาม หรือเจอหน้าคนที่ทำให้หัวใจเจ็บปวดอีก อธิษฐ์จึงตัดสินใจเลือกไปใช้ทุนในจังหวัดที่ห่างไกลซึ่งแม้แต่เพื่อนๆ ยังถามว่ามันอยู่ที่ไหน และเขาก็ตอบอย่างหน้าชื่นตาบานว่า

‘ไม่รู้ว่ะ เห็นว่าเป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างพิจิตรกับพิษณุโลก ได้เบี้ยกันดารด้วยนะ’

พวกเพื่อนได้ฟังคำตอบก็หัวเราะฮาครืนอย่างขบขัน เขาเองก็หัวเราะผสมโรงไป เพราะไม่อยากให้เพื่อนถามต่อหรือขุดคุ้ยหาสาเหตุที่แท้จริงที่เขาเลือกทำแบบนี้

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“เข้ามาได้เลยครับ” อธิษฐ์ร้องบอกไป ขณะมือก็รูดซิปปิดกระเป๋า บานประตูเปิดออกแล้วหญิงวัยกลางคนเจ้าของใบหน้าอ่อนโยนก็เดินเข้ามา

“แม่เตรียมของแห้งกับมาม่าหลายรสไว้ให้อีกกระเป๋าแล้วนะลูก”

อธิษฐ์ยิ้มกว้างพลางเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ 

“ขอบคุณครับ ความจริงไม่ต้องก็ได้ ธิษฐ์ว่าที่นู่นน่าจะมีของกินบ้างแหละแม่”

“ไม่ได้หรอก เราต้องเผื่อไว้บ้าง ก็ไหนว่าที่นั่นกันดารมากไม่ใช่เหรอ ให้แม่ไปอยู่ด้วยสักพักก่อนไหม แม่จะได้ไปดูแลบ้านให้ก่อน” ผู้เป็นแม่เสนอตัวอาสาด้วยสีหน้าเป็นห่วง จนลูกชายรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

อธิษฐ์เข้าใจว่าแม่เป็นห่วง ตั้งแต่เกิดจนตอนนี้ เขาไม่เคยออกไปอยู่นอกบ้านเลย รถยนต์ก็ขับไม่เป็น อย่าพูดถึงเรื่องทำอาหาร ทอดไข่ได้อย่างเดียวก็เก่งแล้ว 

“ทุกโรงพยาบาลก็ต้องมีโรงอาหารอยู่แล้วครับ แล้วที่นั่นยังมีรุ่นพี่ของผมอยู่ด้วย รับรองธิษฐ์รอดตายแน่” อธิษฐ์พูดติดตลกให้แม่หายห่วง 

“ให้มันจริงเถอะ ถ้ารู้ว่าลูกจะโชคร้ายขนาดจับสลากไม่ได้จนต้องไปใช้ทุนที่ห่างไกลขนาดนั้น แม่เชียร์ให้ลูกเป็นอาจารย์ที่คณะซะยังดีกว่า จะได้อยู่บ้านกับแม่” 

“โหย นี่แม่จะบอกว่าลูกแม่ดวงไม่เฮงเหรอครับ” อธิษฐ์แกล้งโอดครวญ แม้ในใจจะรู้สึกผิดที่โกหกบุพการี จริงๆ แล้วเขาได้ไปใช้ทุนที่นั่นไม่ใช่เพราะดวงไม่ดี แต่เขาเลือกเองกับมือต่างหาก 

“อ้าว ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น ลูกจะไปอยู่โรงพยาลบาลหลังเขาเหรอ”

“แอ่งสินธุไม่ใช่โรงพยาบาลหลังเขานะครับแม่ แต่อยู่ในเขาเลยต่างหาก อากาศก็ดี ลูกแม่จะได้สุขภาพดีไง”

คุณอลิยาค้อนลูกชายแล้วตีมือที่โอบกอดเธออยู่ ขณะสายตามองไปที่กระเป๋า 

“แล้วนี่จัดของเสร็จหรือยัง อยากให้แม่ช่วยหรือเปล่า”

“พร้อมหมดแล้วครับ ธิษฐ์เตรียมเอาไปอยู่สักอาทิตย์หนึ่งก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรเดี๋ยวค่อยกลับมาเอา หรือไม่ก็ให้แม่ส่งไปให้ ว่าแต่ ตอนนี้ธิษฐ์หิวแล้ว มีอะไรให้กินบ้างครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงอ้อน พลางดันแม่แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน

“วันนี้แม่ทำแกงส้มชะอมทอดไข่กับเนื้อเค็มทอด เอ้อ แม่ทอดเนื้อเค็มเผื่อใส่ถุงให้ธิษฐ์เอาไปกินที่โน่นด้วยนะ...” 

อธิษฐ์รับคำเบาๆ พลางเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ภาพห้างข้างบ้านที่เขาไปเดินเล่นเกือบทุกวันซ้อนทับกับภาพรอยยิ้มของอดีตคนรัก ชายหนุ่มหลับตาแล้วปิดประตูลง และเสียงพูดแจกแจงรายการอาหารของแม่ก็รั้งความสนใจเขากลับมาหาท่าน 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้กินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ก่อนจะเดินทางไปใช้ทุน ฉะนั้น เขาควรบอกลาทุกอย่าง แล้วใช้เวลาที่มีค่านี้อยู่กับคนที่รักเขาด้วยความจริงใจดีกว่า 

ลาก่อน...ห้างข้างบ้าน

ลาก่อน...คนข้างใจ

ชีวิตใหม่เริ่มออกเดิน


“ไอ้ษร เคสอะไรของแกวะเนี่ย” เสียงโวยวายดังมาจากชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสดใสที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพักทันตแพทย์ของโรงพยาบาลแอ่งสินธุด้วยสีหน้าอยากจะกินเลือดกินเนื้อเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ตั้งแต่เรียนจบ

“ฟันคุดไงคะ คุณหมอกร” หญิงสาวในชุดเสื้อโปโลสีม่วงบนหน้าอกปักตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลกับกางเกงยีนสีซีดตอบกลับมาเสียงหวาน โดยดวงตายังจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขณะมือก็พิมพ์งานรัวๆ อยู่บนแป้นคีย์บอร์ดราวกับเป็นเสมียน

“เออ เรารู้ แต่มันยากไปไหมวะ นอนขวางลำแถมรากงออีก” กรวิทย์หรือกร บ่นขณะนั่งลงบนโซฟาพลางจ้องเพื่อนอย่างคาดโทษ

“รู้ว่ายาก เลยรอให้แกกับธีมาช่วยไง ฉันจะทำเองได้ยังไง ต้องให้หมอศัลย์คนเก่งมาลงมือเองสิ แถมพวกแกมีสองคนนะ ตอนฉันเห็นฟิล์ม เหงื่องี้แตกพลั่ก” อักษรตอบพลางหันไปมองเครื่องปรินต์ที่กำลังพิมพ์บันทึกข้อความที่เธอเพิ่งพิมพ์เสร็จไปออกมา ขณะบานประตูห้องพักเปิดออกด้วยมือชายหนุ่มอีกคน

“ขอบใจนะธี” อักษรเงยหน้ายิ้มตาหยีให้แก่ผู้ที่เข้ามาใหม่

ธีระหรือธี ยิ้มตอบ ใบหน้าของหนุ่มหล่อประจำชั้นปียิ่งสดใส ไม่ว่ามองกี่ที ธีก็เป็นชายหนุ่มในฝันของผู้หญิงทุกคน ขนาดอักษรที่เรียนกับธีมาตั้งแต่ปีหนึ่ง บางครั้งยังคิดเลยว่า ผู้ชายแบบนี้อยู่ในโลกเดียวกับเราแน่เหรอ

‘เรียนเก่ง ทำคลินิกก็เก่ง รูปหล่อ พ่อรวย ขาดอย่างเดียว แฟนไม่สวย’ อักษรคิดขณะมองธีระทรุดตัวลงนั่งข้างกร แล้วหลุบตาลงมองที่คอซึ่งคนสนิทเท่านั้นถึงจะรู้ว่าสองคนนี้ห้อยสร้อยคอที่คล้องแหวนที่มีลักษณะเหมือนกันอยู่

ตอนแรกอักษรไม่รู้ว่าเพื่อนทั้งสองที่สนิทตัวติดกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเป็นแฟนกัน จนกระทั่งเรียนจบแล้วมาใช้ทุนจังหวัดเดียวกัน และเธอเกิดปัญหาเจอลูกชายผู้มีอิทธิพลตามจีบไม่เลิก กรเลยช่วยหาทางออกโดยให้อักษรอ้างว่าเป็นแฟนกับธี ตอนแรกอักษรไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน แต่กรก็ยืนยันว่าให้ทำไปเถอะเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว 

คำว่า ‘ไม่เสียหาย’ ไม่ได้หมายถึงเธอนะที่ไม่เสียหาย แต่กรแน่ใจต่างหาก ว่าธีไม่มีทางทำอะไรเธอแน่นอน เพราะธีรักกรมาก มากจนไม่มองคนอื่น มากจนกรมั่นหน้าจนน่าหมั่นไส้สุดๆ 

“เออ ตกลงรุ่นน้องมึงจะมาจริงอะ” กรถามเมื่อเห็นธีเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

“ใช่ เห็นว่าจะขึ้นมาจากกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ เราแนะนำแล้วให้ซื้อตั๋วรถทัวร์รอบแรกเลย จะได้มาถึงในเมืองตอนบ่าย ไม่งั้นคงต่อรถมาที่โรงพยาบาลนี้ยาก” 

“สุดยอดเลยว่ะ เด็กเมืองกรุง จบมอดัง แล้วเกียรตินิยมด้วยใช่ไหม” 

ธีพยักหน้า “ใช่...” พูดถึงตรงนี้ก็หันไปหาอักษร แล้วพูดต่อ “...ฝากรุ่นน้องเราด้วยนะษร”

อักษรกำลังเซ็นชื่อกำกับในบันทึกข้อความ เมื่อเสร็จจึงปิดแฟ้ม แล้วเอาไปวางเรียงรวมกับแฟ้มอื่นๆ อีกเป็นสิบแฟ้มก่อนจะยิ้มกว้าง

“กลัวจะอยู่ไม่ยืด ลาออกซะตั้งแต่เดือนแรกน่ะสิ”

“อย่างน้อยก็ถือเป็นลางดีนะเว้ยที่ได้น้องใหม่มา ตอนปีแก ลาออกตั้งแต่วันแรก ปีที่แล้ว เดือนแรก ปีนี้อาจจะอยู่ได้เป็นปีก็ได้นะ” กรให้กำลังใจเพื่อน จนอักษรหลุดหัวเราะทั้งที่เรื่องไม่น่าขำเลย

โรงพยาบาลแอ่งสินธุต้องการทันตแพทย์ประจำสองคน ปีแรกอักษรเลือกมาใช้ทุนที่นี่พร้อมกับทันตแพทย์อีกคน แต่เธอคนนั้นก็ชิงลาออกไปตั้งแต่รู้สถานที่ตั้งของโรงพยาบาลแห่งนี้ พอมาปีที่แล้วได้หมอใหม่มาเพิ่มอีกหนึ่งคน แต่ทำงานอยู่ไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ขอลาออกจากราชการไปเลย ดังนั้นสองปีที่ผ่านมา อักษรจึงต้องทำงานคนเดียวมาโดยตลอด

“ตอนเรียนม. ปลาย ธิษฐ์เป็นเด็กกิจกรรมนะ น่าจะสู้งานอยู่” ธีพยายามพูดให้กำลังใจ 

“งั้นก็ต้องลองดู แต่มาช่วงที่เรายุ่งเลยนะธี ตั้งแต่พรุ่งนี้เราต้องออกตรวจฟันผู้สูงอายุกับพี่ๆ อสม.  ทั้งอาทิตย์เลยไม่รู้จะได้กลับเข้าโรงพยาบาลกี่โมง เดี๋ยวเราฝากเรื่องไว้กับพ่อบ้านแล้วกัน ที่หนักใจก็เรื่องที่พักนี่แหละ”

“ไม่มีเหรอวะ”

อักษรพยักหน้า “พอดีได้หมอใหม่มา แล้วผอ. ก็อยากเอาใจมากเลยยกบ้านเดี่ยวให้ไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ห้องข้างๆ ห้องฉันที่พวกแกเคยมานอนตอนมาช่วยงานที่นี่นั่นแหละ”

กรขมวดคิ้วแล้วถามธีว่า “น้องมึงผู้ชายไม่ใช่เหรอ บ้านพักหลังนั้นด้านหลังตรงระเบียงหน้าห้องน้ำมันเดินถึงกันได้นี่”

“ใช่ ษรโอเคหรือเปล่า ไม่อย่างนั้น เราจะพาน้องไปหาบ้านเช่า...แต่เอ แถวนี้ก็ไม่มีด้วย” ธีเอ่ยอย่างกังวล อักษรจึงรีบโบกมือทำนองไม่เป็นไร เพื่อให้เพื่อนสบายใจ

“ไม่ต้องห่วงหรอก มันก็แค่ระเบียงทางเดินไปห้องน้ำที่เชื่อมกันได้ คงไม่มีปัญหา แค่คุณชายธีไปร่ายมนตร์ให้เด็กมันเลือกมาใช้ทุนที่นี่ เราก็ขอบใจมากแล้ว”

คำพูดติดตลกของเพื่อนสาว ทำให้กรหลุดหัวเราะก๊าก ขณะที่ธียิ้มเขิน เนื่องจากปีนี้ ธีกับกรไปเป็นทันตแพทย์พี่เลี้ยงในงานจับสลากทันตแพทย์ใช้ทุน ตอนกลับมาบอกอักษรว่าปีนี้ได้น้องที่ที่จะอยู่โรงพยาบาล เธอเลยถามว่า ไปหลอกเด็กมาได้อย่างไร กรก็เล่าขำๆ ว่า ธีไปกล่อมรุ่นน้องโรงเรียนมาได้คนหนึ่ง 

“ถามจริง มึงไปพูดยังไง เด็กเมืองกรุงแบบนั้นถึงยอมมาทำงานโรงพยาบาลหลังเขาอย่างที่นี่ได้” กรถามทั้งที่พยายามกลั้นหัวเราะ

“ก็พูดดีๆ น้องเขาตัดสินใจเอง ยังไง...ษรดูแลให้หน่อยนะ”

“ดูแลอยู่แล้ว ถ้ายอมให้ดูแลนะ แต่ตอนนี้ เราต้องเข้าประชุมก่อน ฝากฝ่ายด้วย เดี๋ยวประชุมเสร็จค่อยกลับไปทำสุกี้กินกัน”

“ถ้าเสร็จช้า พวกเราไปเตรียมของให้ก่อนก็ได้ แกลงมาจะได้กินเลย” กรเอ่ยเสนอตัวช่วย อักษรเลยยิ้มแป้น

“ขอบใจมากกรเพื่อนรัก ไปนะ”

กรมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกจากห้องพักไป แล้วหันมาหาธีพลางพูดว่า

“หวังว่าน้องมึงจะอยู่ที่นี่ได้นะ”

ธีพยักหน้า “ก็หวังอย่างนั้น สองปีมานี้ษรเหนื่อยมากเลย พวกเรามาช่วยได้ก็แค่อาทิตย์เว้นอาทิตย์เอง”

“แต่เด็กเมืองกรุงที่ไม่เคยจากบ้านไปไหนอย่างนั้น จะอยู่ได้เหรอวะ” กรพึมพำแล้วเอนหลังขณะหยิบโทรศัพท์มาเล่นเกม ธีมองคนรักแล้วนึกถึงสีหน้ารุ่นน้องซึ่งเขาบังเอิญไปได้ยินตอนที่อธิษฐ์ถูกบอกเลิกพอดี 

เขาเองก็เคยผิดหวังในความรักมาก่อนเข้าใจว่ารุ่นน้องรู้สึกอย่างไร แล้วโดยไม่ทันคิด ธีก็เลยแนะนำรุ่นน้องให้ลองออกมาใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองไม่เคยทำบ้าง เพราะถ้าโชคดี อธิษฐ์ก็อาจได้พบสิ่งล้ำค่ากว่าสิ่งที่สูญเสียไปก็ได้ โชคดีเหมือนรุ่นน้องจะเชื่อเขา ดังนั้น ธีจึงหวังว่ารุ่นน้องจะได้พบความสุขในเส้นทางที่เลือกนี้จริงๆ

“บางทีอาจจะอยู่นานก็ได้” ธีเอ่ยเสียงเบา

“มึงว่าอะไรนะ”

ธีส่ายหน้า แล้วลุกขึ้นเมื่อผู้ช่วยมาเคาะประตูเชิญไปตรวจคนไข้นัดที่เพิ่งมาถึง





>>> แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

Writer Assistant : Veerandah


Dent Talk :

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่า ปีนี้กัลขอมอบเรื่องราวน่ารักๆ ของคุณหมอฟันให้ทุกคนอีกสักเรื่องนะคะ หลังจากที่ปิด Until You ไปเกือบสองปีแล้ว ยังมีคนถามเรื่องนี้กันมาเรื่อยๆ ครั้งนี้กัลเลยเอาเรื่องราวของทันตแทพย์โรงพยาบาลชุมชนมาให้อ่านกัน

สำหรับเรื่องนี้ กัลได้เอาประสบการณ์และเรื่องเล่าจากทั้งตัวเองและเพื่อนๆ มาดัดแปลงเพื่อนำเสนอให้ทุกคนเข้าใจวิชาขีพนี้มากขึ้น ที่สำคัญคือ หากทุกคนอ่านแล้วยิ้มไปด้วยก็จะดีมากๆ เลยค่ะ ^^


#นิยายเรื่องนี้โพสต์ทุกวันพฤหัสบดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

312 ความคิดเห็น

  1. #47 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 17:12
    พ่อสื่อตั้งสองคน สมหวังแน่
    #47
    0
  2. #36 fafany (@illfany) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:17
    คิดถึงกระดิ่ง ลม สแตมป์ กร ธี ชัยมากๆเลยค่ะ
    #36
    0
  3. #11 Aimmy_ka (@Aimmy_ka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52
    อยากให้ตัวละครเก่าๆ&#8203; มาแจมด้วยค่ะ&#8203; คิดถึงทุกคนเลย &#128513;
    #11
    0
  4. #10 yuiijungja (@yuiijungja) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    หลงรักน้องธิษฐ์ตั้งแต่ตอนแรกนี่ไม่ดีเลยค่ะ พี่ใจละลาย~
    #10
    0
  5. #9 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:16

    อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ ฟื้นฟูใจสุดๆ><

    #9
    0
  6. #8 Pooh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:38
    อยากอ่านตอนต่อไปที่ธิษฐ์จะมาเจอหมอษรแล้ว
    #8
    0
  7. #7 k123456789kk (@k123456789kk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:03

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะไรท์
    มาต่อตอนต่อไปไวๆนะคะ
    #7
    0