Once in a Blue Moon [1st Super Full Moon]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61

 

ตอนที่ 4 (1)


=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=

ห้องทำงานใหญ่ของคฤหาสน์บอร์โรว์ดูสว่างไสวมากที่สุดในรอบหลายปีนี้ อาจเพราะก่อนหน้านี้ ท่านเจ้าของคฤหาสน์คนเก่าก็เจ็บป่วยอยู่นานจนเสียชีวิตไป พอเจ้าของใหม่เข้ามาอยู่ได้ไม่นานก็ต้องสูญเสียอีกครั้ง ทำให้ไม่มีใครสนใจปัดกวาด หรือทำให้ห้องนี้เหมาะจะเป็นสถานที่ทำงาน

“อย่าลืมเอาดอกไม้มาประดับไว้ที่โต๊ะข้างชั้นหนังสือด้วยนะ” เสียงแหลมเล็กพูดสั่งการอย่างชำนาญ แต่เพราะเธอพูดในจังหวะเนิบช้าและเสียงก็ติดอยู่ในลำคอเลยฟังดูไม่แข็งกร้าวจนเข้าขั้นดุ สาวใช้จึงโค้งตัวรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะทยอยออกจากห้องไป

“ห้องพักฝั่งตะวันตกจัดเตรียมไว้ให้ผู้เข้าแข่งขันเข้ามาพักเรียบร้อยแล้ว คุณยังต้องการอะไรอีกไหมคะ มายลอร์ด[1] ” หญิงสาวคนเดิมหันมาถามชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์ที่ยืนหันหลังให้และเหม่อมองไปด้านนอกหน้าต่างอยู่เงียบๆ ตั้งแต่เธอเดินเข้ามา

“ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อีกอย่างนะซีราเลีย ผมไม่ใช่คนอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องเรียกผมแบบนั้นก็ได้” ดิเลย์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา และใบหน้าก็ราบเรียบอย่างเหินห่างมากๆ ทำให้รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของซีราเลียสลดลงเล็กน้อย ก่อนจะฝืนฉีกยิ้มใหม่

“แต่คุณรับสืบทอดตำแหน่งและทรัพย์สมบัติต่อจากคุณลุงแล้ว ยังไงฉันก็ต้องให้เกียรติคุณค่ะ มายลอร์ด”

ดิเลย์ถอนหายใจอีกเฮือก แล้วเหม่อมองไปยังผืนดินอันกว้างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังคฤหาสน์อีกครั้ง ใครจะคาดคิดว่าอเมริกันชนอย่างเขาจะมีสายเลือดชนชั้นสูงของอังกฤษอยู่ด้วย

มันเหมือนพลอตนิยายพีเรียดเลย เพราะย่าของเขาคือภรรยาลับของมาร์ควิสคาร์ลไลล์แห่งบอร์โรว์ แต่เพราะกลัวลูกชายจะถูกฆ่า หลังจากที่รู้ว่ามาเชอนิสตั้งท้อง ย่าก็เลยต้องหอบลูกหนีไปอยู่อเมริกา ซึ่งก็คือพ่อของเขา เรื่องมันควรจะเงียบหายไปแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะปู่ของเขาซึ่งเป็น มาร์ควิสคาร์ลไลล์แห่งบอร์โรว์คนก่อน ดันเกิดอาเพศมีลูกหรือหลานกี่คนๆ ก็ตายหมดไปก่อนเขา จนไม่เหลือทายาทมารับสืบทอดตำแหน่งมาร์ควิสและทรัพย์สมบัติของเขาทั้งหมด เขาจึงต้องให้คนออกสืบเสาะเพื่อตามหาทายาท จนพบว่ายังเหลือดิเลย์เป็นทายาทคนสุดท้าย

แกไม่ต้องมาถามฉันว่ารักย่าของแกไหม เพราะแกคงมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เอาเป็นว่าฉันเรียกแกมาก็เพื่อให้มารับมอบทรัพย์สมบัติต่อจากฉันก็แล้วกัน แกก็มองเห็นอาณาเขตที่ฉันครอบครองอยู่แล้วนี่ คงคิดได้นะ ว่าจะเอามันไปทำอะไรต่อ

นั่นคือคำพูดของปู่ที่พูดกับดิเลย์ ก่อนที่เขาจะตื่นมาในตอนเช้าแล้วพบว่า ปู่ได้เสียชีวิตในห้องนอนตัวเองด้วยอาการหัวใจวาย เขาจึงกลายมาเป็น มาร์ควิสคาร์ลไลล์แห่งบอร์โรว์คนล่าสุดอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้

“โอเค งั้นก็เอาตามที่คุณสะดวกแล้วกัน แล้วนี่มีอะไรอีกไหม ผมอยากอยู่คนเดียว” เสียงเย็นชาเอ่ยตัดบทอย่างไร้น้ำใจ ทำให้ซีราเลียต้องก้มหน้าหลบสายตาชายหนุ่มไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่ายหน้าเป็นคำตอบ จากนั้นก็ถอยออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

“ฉันว่าเธอก็น่ารักดีนะ ญาติคนใหม่ของนายคนนี้” เอเดย์ที่เดินสวนกับเธอเข้าประตูมาพอดีเอ่ยขึ้นข้างหลังดิเลย์ซึ่งหันกลับไปมองอาณาเขตของคฤหาสน์บอร์โรว์ ที่ทอดยาวไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา

“นายสนใจจะเดตกับเธอหรือไงล่ะ ก็ลองไปหยั่งเชิงดูสิ ไม่เห็นเธอสวมแหวนน่าจะยังไม่แต่งงาน”

“ใครว่าล่ะ ดูก็รู้ว่าเธอสนใจนาย ฉันจะเสียเวลาจีบทำไม” เอเดย์ตอบ พลางเหลือบมองกองเอกสารที่วางซ้อนกันจนสูงอยู่บนโต๊ะ

“อย่าบอกนะว่านายไม่ได้นอนเพราะนั่งอ่านเอกสารพวกนี้ทั้งคืน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มันก็น่าอยู่หรอกที่ซีราเลียอยากให้เอาดอกไม้มาวางไว้ในห้อง ชีวิตจะได้มีสีสันบ้าง”

“นายไม่ให้ฉันกินเหล้า แล้วฉันก็นอนไม่หลับ มันเลยว่างมาก อีกอย่างข้อมูลพวกนั้นก็สำคัญนะ ก็เลยอ่านฆ่าเวลา

เอเดย์เลิกคิ้วแล้วหัวเราะขำ แหมเปลี่ยนโหมดความคิดได้รวดเร็วเหมือนพลิกฝ่ามือเลยนะ ถ้ารู้ว่าลงไม้ลงมือแล้วอาการจะดีขึ้นเร็วขนาดนี้คงทำไปนานแล้ว

แล้วนายได้ข้อมูลอะไรดีๆ จากกองกระดาษพวกนี้บ้างล่ะ

ก็หลายอย่างนะ อันดับแรกเลย นอกจากเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมแล้ว ปู่ของฉันดูเหมือนจะเป็นนักจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นยอด รายการทรัพย์สินของเขาทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นระบบ และมีการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม จนฉันงี้เหมือนบุญหล่นทับแบบไม่ตั้งใจเลย

ให้ทายต่อไหมว่าที่พูดมาเนี่ยไม่ใช่ตอนจบของนิทานเอเดย์พูดแทรกขึ้น พลางเดินไปหยิบม้าแกะสลักที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือเล่น

ใช่ ยังมีข้อยกเว้นที่ว่า ฉันจะยังไม่ได้ครอบครองมัน ถ้าไม่ให้กำเนิดทายาทเสียก่อน และต้องเป็นผู้ชายด้วยนะ

เอเดย์สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นอย่างใช้ความคิดกับเหตุผลที่ทำให้ลอร์ดคาร์ลไลล์คนก่อนตั้งเงื่อนไขนี้ไว้ในพินัยกรรม อาจเป็นเพราะแม้แต่เขาเองก็ยังหาทายาทมารับมรดกได้ยากเย็นละมั้ง แล้วดูมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของเขาเหล่านี้สิ มันคงน่าเสียดายมาก ถ้าต้องถูกริบทรัพย์คืนเข้าท้องพระคลังของราชวงศ์

ถ้าแมรี่เบลล์ยังอยู่ ฉันคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหานี้ แล้วเดินหน้าบริหารงานต่อได้เลยดิเลย์เอ่ยวกเข้าเรื่องเดิมของเขา ขณะที่เอเดย์วางม้าแกะสลักลงบนโต๊ะตามเดิม

ไม่เห็นนายจะต้องเครียดเลย อย่างน้อยก็น่าจะมีคนสมัครเป็นมาร์เชอนิสของนายแน่นอนอยู่แล้ว

ผู้หญิงพวกนั้นจะสำคัญอะไร ในเมื่อฉันไม่ต้องการพวกเธอ

กองทรัพย์สินให้เวลานายเท่าไร

สามปี หลังจากปู่ตาย

งั้นก็เหลือเวลาอีกเกือบสองปีเอเดย์สรุปเหมือนมีเวลาเหลือเฟือ

ดิเลย์จึงหันมามองคนที่เป็นครอบครัวคนสุดท้ายของเขาที่เหลืออยู่

ไม่ถึงหรอก ถ้านับรวมเวลาที่เมียฉันต้องตั้งท้องและคลอดลูกชายด้วย

งั้นคิดถัวๆ นายก็ต้องแต่งงานภายในปีนี้เอเดย์สรุปเสร็จสรรพอีกครั้ง ทำให้ดิเลย์หน้านิ่งขึงไป

ถ้าถึงที่สุดฉันอาจยื่นคำร้องว่าภรรยาฉันเพิ่งตายไป ใครมันจะแต่งงานใหม่ได้เร็วขนาดนั้น

ก็ขึ้นกับว่านายต้องการทรัพย์สมบัตินี่มากแค่ไหน

มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันอยากหรือไม่อยากนะ แต่มันเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของฉันต่างหาก นายไม่เห็นหน้าตาคั่งแค้นใจของตาแก่นั่นตอนที่พูดให้ฉันรับมรดกเหรอ อย่างน้อยฉันก็ได้ทวงความยุติธรรมให้ย่ากับพ่อแล้วดิเลย์ตอบเสียงเย็นชาทำให้เอเดย์พยักหน้ารับรู้

งั้นนายก็ต้องหาเมียและมีลูกให้ทันในอีกสองปีข้างหน้า”

ดิเลย์นิ่งฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแรงๆ เพราะทุกครั้งที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของภรรยาผู้ล่วงลับก็มาปรากฏตรงหน้าเสมอ เอเดย์มองหน้าน้องชายอย่างเข้าใจ การที่ผู้ชายคนหนึ่งยอมสละอิสรภาพทั้งมวลเพื่อแต่งงานนั้น ก็เป็นสิ่งยืนยันแล้วว่า เขาให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน แล้วเมื่อต้องสูญเสียคนคนนั้นไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืนมา แถมยังเป็นการจากลาที่ความรักยังอบอวลอยู่ในหัวใจ ก็คงเป็นเรื่องยากมากถ้าต้องเริ่มใหม่กับใครอีกคน

“นายทำได้น่า น้องชาย แมรี่เองก็คงอยากให้นายใช้ชีวิตต่อไป ทดแทนส่วนที่เธอไม่มีโอกาสได้ใช้”

ดิเลย์เหยียดยิ้มด้วยแววตาเศร้าสลด ก่อนจะหันหลังกลับไปมองวิวด้านนอกหน้าต่างอีกครั้ง

“ใครว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่โชคดี มันจริงเหรอ”

“อย่างน้อยก็ยังมีลมหายใจละนะ เอาละ เลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่า มาคุยเรื่องโจทย์ที่เราต้องใช้ในการแข่งขันกันเถอะ นายรู้ไหมว่ารายชื่อผู้สมัครเข้าแข่งขันยาวเสียจนพ่อบ้านของนายเป็นกังวล ว่าคนพวกนั้นจะเข้ามาทำลายความเงียบสงบของคฤหาสน์บอร์โรว์แห่งนี้”

“งั้นก็ไม่ต้องให้พวกเขาเข้ามาที่นี่สิ”

“จะได้ยังไง ใครๆ ก็อยากเห็นหน้าลอร์ดคาร์ลไลล์แห่งบอร์โรว์ด้วยกันทั้งนั้น ยังไม่นับว่าปราสาทแห่งนี้ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้คนได้เข้ามาเยี่ยมชมอีกนะ”

“ฉันกำลังหาเชฟทำอาหารที่อร่อยกว่าแมรี่นะ ไม่ได้ต้องการนักท่องเที่ยวเสียหน่อย” ดิเลย์แย้งขณะที่เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นให้เอเดย์

“จัดการแข่งขันตามกำหนดการนี้”

เอเดย์รับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านรายละเอียด ขณะหูก็ฟังน้องชายพูดไปด้วย แล้วเขาก็ต้องหัวเราะเสียงดังออกมา

“ฉันไม่เคยคิดว่านายจะเป็นคนขี้อายขนาดนี้นะ น้องชาย แต่ก็...เป็นแผนที่ดี เดี๋ยวฉันจะบอกพ่อบ้านของนายให้ทำตามนี้”

“หมายความว่านายจะไม่อยู่ในช่วงที่มีการแข่งขันงั้นเหรอ” ดิเลย์ถาม

เอเดย์ยักไหล่

“ใช่ ฉันต้องกลับไปลินช์เบิร์กสักสองสามอาทิตย์ คิดว่าน่าจะกลับมาทันการแข่งขันในรอบสองนะ ที่ถามนี่ คงไม่ใช่ว่านายจะรู้สึกเหงาตอนฉันไม่อยู่หรอกใช่ไหม”

“ฮึ ทำไมถึงไม่คิดว่าฉันอยากให้นายขนวิสกี้มาที่นี่บ้างล่ะ นายเล่นทิ้งขวดสุดท้ายของฉันไปแล้ว”

“รอไว้จบการแข่งขันก่อนเถอะ ถ้าตอนนั้นนายยังต้องการมันอยู่ ฉันจะทำตามสัญญาแน่นอน”



[1] บุคคลที่สถานะต่ำกว่า เมื่อมีการสนทนากับขุนนางระดับมาร์ควิสถึงไวส์เคานต์ จะต้องลงท้ายประโยคว่า My lord (มายลอร์ด) ในระหว่างการสนทนาด้วย

=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=+=

ดูเหมือนว่าพระเอกคนใหม่ของวีก็จะเป็นผู้ชายมีปมอีกแล้ว 

แต่รับรองว่า คนนี้ ก็งานดี ไม่แพ้พี่ยักษ์นะคะ ^__^V 


แล้วก็วันนี้วีมี แผนผังเรือนพระจันทร์มาฝากค่ะ 

จริงๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีก 

แต่นี่วีตัดออกเอาแต่ตัวละครหลักเน๊าะ

เพราะแค่นี้ก็คงงงแล้ว ขนาดวียังงงเลย 555




 


วีจะโพสนิยายเรื่องนี้ วันเว้นวัน เหมือนเดิมนะคะ


วีเปิดพรีออเดอร์นิยายแล้วนะคะ


กดลิงคเลยคะ >>> ++ Kalthida & Veerandah Pre - Order ++

Date : 6 - 31 มิย. 2561 // เริ่มส่งของวันที่ 25 ก.ค. 2561

#Book_menu


*หนังสือแถมที่คั่นในเล่มค่ะ

1 Love Bucket List ราคา 480 บาท
: เนื้อหาปกติ 40 ตอน + ตอนพิเศษ 2 ตอน
(จำนวนหน้า : 438 หน้า)


.
2 Once in a blue moon ราคา 480 บาท

: เนื้อหาปกติ 31 ตอน + ตอนพิเศษ 1 ตอน
(จำนวนหน้า : 430+ หน้า)



รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา


ใครชอบอย่าลืมกด Fav และถ้าไม่ชอบเม้น 

อย่าลืมกดให้กำลังใจนักเขียนด้านล่างนะคะ 

ขอให้กำลังใจสักนิดนึงเน๊าะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #15 popoja (@popoja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 21:48
    อยากอ่านต่อแล้วๆๆๆๆ อร้ายยยยยย
    #15
    0