A.K. Collection

ตอนที่ 50 : 1st Shade - RED :บทที่ 47

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    12 ส.ค. 62


“คุณมีสายเข้า” เสียงเตือนดังมาจากเอ็มพีซีของหญิงสาวในตอนเช้า อิลิเนอร์จึงลืมตาแต่ต้องหลับตาลงอีกรอบเพราะแสงสว่างในห้องที่จ้ามากๆ

“กี่โมงแล้วละเนี่ย” หญิงสาวพึมพำพลางพลิกตัวจึงพบว่าคนที่ควรนอนอยู่ข้างเธอเขาไม่อยู่แล้ว ถ้าให้เดาจากกลิ่นอาหารที่โชยลอดเข้ามาทางประตูห้องนอนที่ปิดไม่สนิทละก็ เรดคงกำลังทำอาหารเช้าอยู่

“รับ”

“ไง ลูกศิษย์ที่น่ารัก ได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลเหรอ”

“โทร. มาช้าไปหรือเปล่าคะ” อิลิเนอร์ตอบพลางสางผมที่ยุ่งเหยิงม้วนเป็นมวย

เทรเรซ่ายิ้ม “ร่างกายเป็นยังไงบ้าง”

“ดีค่ะ แต่คงต้องระวังการใช้พลังจริงๆ แล้วละ ขนาดว่าใช้พลังของมาร์สแล้วนะ ยังสลบไปเลย มันอันตรายเกินไป มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจที่อีกฝ่ายติดต่อมาถามเรื่องสุขภาพของเธอ

“ไม่อยากรู้เหรอว่ามิสติกคล็อกคืออะไร”

คำถามนั้นทำให้อิลิเนอร์ตาโตขึ้น “คืออะไรคะ”

เทรเรซ่าหัวเราะ “ใครจะรู้”

“อาจารย์!” ลูกศิษย์สาวร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ

“แต่มีข่าวหนึ่งที่เธอต้องรู้ แอลลี่”

อิลิเนอร์ถอนหายใจ แล้วลุกจากเตียงเตรียมตัวไปอาบน้ำ

“ว่ามาเลยค่ะ ดิฉันฟังอยู่”

“รัฐบาลจะเข้ามาดูแลโครงการต้นไม้ของพระเจ้า ภายใต้การดำเนินงานของกระทรงโภชนาการฯ”

คราวนี้คนที่กำลังเลือกชุดเพื่อใส่กลับเกาะบ้านเกิดของเธอ ถึงกับชะงักมือ แล้วหันไปสบตาคนพูด พอเห็นว่าเทรเรซ่าไม่ได้พูดเล่น เธอก็อุทานเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“ให้ตายเถอะ แมนดี้”

เทรเรซ่าหัวเราะร่า

“พอร์ทซีก็ยังคงเป็นพอร์ทซีว่าไหม ฉันชอบเขานะ”

ถ้าอิลิเนอร์ตะโกนใส่หน้าคนคนนี้ได้คงทำไปแล้ว แต่เพราะทำไม่ได้ เธอจึงแค่ทำท่าเข่นเขี้ยวเคี่ยวฟันน้องชายตัวแสบด้วยความหงุดหงิด ในที่สุดแมนดี้ก็ยังพยายามตลบหลังเธอไม่หยุด

“ฉะนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ ลูกศิษย์ที่รัก ฉันมาบอกข่าวแค่นี้ละ แล้วเจอกัน”

เทเรเซ่าตัดการติดต่อไป อิลิเนอร์ก็เลยเปลี่ยนใจจากที่คิดจะอาบน้ำเป็นเดินออกจากห้องนอน ก็เห็นเรดกำลังคนของในหม้อที่อยู่บนเตา กลิ่นของมันที่โชยมา ทำให้เธอพอเดาได้ว่าน่าจะเป็นซุปข้าวโพด หญิงสาวเดินเข้าไปกอดเขาจากทางด้านหลัง

“ตื่นแล้วเหรอครับ ผมว่าจะไปปลุกพอดี เดี๋ยวเราจะไปไม่ทันรถไฟเที่ยวที่จองไว้”

“บอกฉันมาตามตรง คุณรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วใช่ไหมว่า รัฐบาลจะมาดูแลเรื่องโครงการต้นไม้ของพระเจ้าน่ะ”

มือที่กำลังคนซุปในหม้อชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคนต่ออีกนิดหน่อย แล้วปิดไฟ ก่อนจะหันมากอดภรรยาสาวแล้วตอบว่า

“ครับ บลูบอก คุณรู้แล้วเหรอ”

“อาจารย์เพิ่งบอกเมื่อกี้ เพราะอย่างนั้นคุณถึงสบายใจงั้นสิ ที่ฉันไม่ต้องไปเสี่ยงอันตราย”

เรดหัวเราะ แล้วลูบหลังมือเธอราวกับปลอบใจ

“ไม่ใช่ครับ ผมตัดสินใจว่าจะสนับสนุนคุณก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ก็ไม่ปฏิเสธข่าวนั้นทำให้ผมสบายใจขึ้น”

“เจ้าเล่ห์” อิลิเนอร์กล่าวหาพร้อมทุบหลังเขาเบาๆ เรดเลยดันเธอออกห่างแล้วยิ้มกว้าง

“แล้วคุณจะรับไหม”

“ดูก่อน”

“คุณรับแน่ๆ ผมรู้”

อิลิเนอร์ค้อนใส่คนรู้ทัน แล้วขยับตัวห่างออกเพื่อไปอาบน้ำ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อชายหนุ่มร้องเรียกเธอด้วยน้ำเสียงตกใจ

“แอลลี่!

“คะ?”

“มิสติกคล็อกมัน...”

หญิงสาวยกมือลูบที่หลังคอ แล้วความจริงที่เธอไม่ได้สังเกตมาตั้งแต่ลืมตาตื่น เพราะมัวแต่สนใจข่าวใหม่ที่อาจารย์โทร. มาบอกก็ปรากฏขึ้น

“มันหยุดเดินแล้ว”

“ไม่ มันหายไปด้วย” ชายหนุ่มเสริม

อิลิเนอร์เลยรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำสำหรับแขก แล้วหันหลังเพื่อดูบนต้นคอ และพบว่านาฬิกาเรือนนั้นหายไปแล้วจริงๆ

“มันเกิดบ้าอะไรเนี่ย ตกลงเจ้านาฬิกานี่มันยังไงกันแน่” อิลิเนอร์พึมพำอย่างงงๆ พลางยกมือขึ้นลูบนาฬิกา แล้วในจังหวะนั้นเองเธอก็พบว่านอกจากมิสติกคล็อกจะหายไปแล้ว เจ้าลวดลายเถาดอกไม้บนแขนเธอซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาร์สก็หายไปด้วย

“มาร์สก็ไม่กลับมาด้วยเหรอครับ”

อิลิเนอร์หันไปสบตาเรด สมองของเธอว่างเปล่า ไม่รู้จะอธิบายสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้อย่างไร แต่ในความว่างเปล่านั้น อยู่ๆ เธอก็ได้ยินคำพูดของเทรเรซ่าที่พูดก่อนเธอจะเดินทางไปทำพิธีที่มหาวิหารเซ็นเตอร์ครอสดังขึ้นในหัวว่า

...คำตอบมันอาจอยู่กับเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว แอลลี่

“แอลลี่...” เรดเรียก หญิงสาวเลยเดินเข้าไปหาทั้งที่ยังงุนงง เธอรับรู้ได้ถึงอ้อมกอดของเขาและเสียงหัวใจ ซึ่งทันทีที่เรดกอดเธอ หูของเธอก็กลับมาได้ยินเสียงเดินของเข็มนาฬิกาอีกครั้ง

“เรด”

“ครับ ผมก็ได้ยินเหมือนกัน”

หญิงสาวดันตัวออกห่าง แล้วก้มมองที่หน้าท้องตัวเองพร้อมกับเรด แล้วเธอก็รับรู้ได้ว่า เสียงนั้นมันดังมาจากหน้าท้องของเธอเอง

“ฉันควรจะรู้ ฉันน่าจะรู้” หญิงสาวพึมพำ แล้วซบหน้ากับไหล่สามี

“นี่คือเหตุผลที่คุณใช้พลังของมาร์สได้ทั้งที่ตั้งครรภ์ใช่ไหม เพราะมันกำลังจะกลายเป็นของลูกเรา” เรดเอ่ยแล้วอุ้มเธอออกจากห้องน้ำไปที่โซฟา นั่งลงแล้วกอดเธอไว้บนตัก

“คุณโอเคไหม”

อิลิเนอร์มองสบตาเรด “มันเหมือนกับฉันแพ้ทั้งที่พยายามมาอย่างหนัก”

“อธิบายได้เห็นภาพมาก” เรดตอบ พลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาให้พ้นหน้าเธอ

“อาจารย์บอกฉันตั้งแต่แรก”

“ท่านเทรเรซ่าบอกอะไรคุณครับ”

“คำตอบมันอาจจะอยู่กับฉันมาตั้งแต่แรก คำตอบของคำถามว่า ฉันจะทำยังไงให้ไม้เท้านี่ออกไปจากชีวิต มันอยู่กับฉันมาตั้งแต่แรก”

“ซึ่งมันก็ออกไปแล้ว” เรดตอบพลางก้มมองหน้าท้องของอิลิเนอร์ แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้า

“มันไม่ได้ออกไป เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของฉัน เป็นคนที่ฉันจะรักได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ฉันจะต้องการเขา นี่มันตลกร้ายชัดๆ ลูกของฉันจะต้องเจอกับความรู้สึกแบบเดียวกัน...อื้อ”

ขณะที่เธอกำลังจะสติแตกขึ้นเรื่อยๆ เรดก็ดึงเธอเข้ามาจูบเพียงแผ่วเบา แล้วก็ผละออก

“เขาจะไม่เจอความรู้สึกเดียวกัน เพราะคุณจะสอนเขาให้เชื่อในพลังของมนุษย์ คุณได้เรียนรู้แล้วแอลลี่ มาร์สคือความรักต่อโลกใบนี้...”

อิลิเนอร์เม้มปาก เรดเลยดึงเธอมาซบอกเขา แล้วพูดต่อว่า

“...ไม้เท้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ เด็กที่ครอบครองมันก็ย่อมได้รับความรักจากทั่วทั้งโลก คุณเองก็เป็นคนแบบนั้น ลูกของเราก็เหมือนกัน”

“ให้ตายเถอะ ไอ้ไม้เท้ากวนประสาท เอาเวลาทั้งชีวิตของฉันคืนมานะ” อิลิเนอร์รู้ว่าเธอแพ้ในเกมที่แพ้มาตลอด แต่เธอก็ยังอดเจ็บใจไม่ได้

“หึๆ”

“คุณหัวเราะเยาะฉันเหรอ” หญิงสาวหันมาถลึงตาใส่คนยิ้มกว้าง

“ผมชอบเวลาคุณทำตัวงอแงนะ แต่เราต้องรีบแล้ว ไม่งั้นเราจะตกรถไฟเที่ยวนี้นะ” ชายหนุ่มตอบพลางลุกแล้วช่วยอิลิเนอร์ยยืนขึ้น

“ไปอาบน้ำ แต่งตัวสวยๆ แล้วออกมากินอาหารเช้าครับ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับจูบเธอหนักๆ อีกครั้ง แล้วจับไหล่หมุนตัวเธอให้เเดินกลับห้องไปอาบน้ำ หญิงสาวถอนหายใจยาว แล้วเดินไป

“ผมรักคุณนะ”

พลังบางอย่างฟูขึ้นแล้วลอยออกมาจากอกด้านซ้าย และความอุ่นวาบก็เกิดขึ้นที่หน้าท้อง ทำให้หญิงสาวรู้สึกอุ่นสบายพร้อมกับรับรู้ถึงพลังบางอย่างกำลังสยายอยู่ที่กลางหลังของเธอ

ดวงตาของเรดที่มองหภรรยาอยู่ต้องอุทานแล้วเบิกตาโตขึ้น เป็นเหตุให้อิลิเนอร์ต้องเอี้ยวตัวเหลือบตามองด้านหลังตัวเอง ก่อนจะอ้าปากค้างมองตะลึงไป เมื่อเห็นปีกสีขาวอันสว่างไสวปรากฏอยู่กลางหลังเธอ

“ปีกนางฟ้า” เรดพึมพำขณะเดินเข้าหา ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะปีกที่กอปรด้วยพลังจิตวิวัฒน์อันบริสุทธิ์

“มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของฉันแล้วจริงๆ ฉันรับรู้ได้ว่าพลังของมาร์สได้หลอมรวมกับพลังของฉันอย่างสมบูรณ์ และที่เป็นอย่างนั้น...ก็เพราะคุณ” หญิงสาวกระซิบพลางอ้าแขนกอดชายหนุ่มเอาไว้

เธอยังคงไม่ต้องการที่จะมีพลังนี้ แต่มันก็โอเคหากมันทำให้เธอได้มาอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่น่าเหลือเชื่อคนนี้

เรดยิ้มกว้าง

“ผมขอโทษ”

“อย่าขอโทษทั้งที่ยิ้มกว้างขนาดนี้ได้ไหม” อิลิเนอร์ประกบมือกับแก้มเขาแล้วถูเบาๆ อย่างมันเขี้ยว แต่เรดกลับยิ้มกว้างมากยิ่งขึ้น

“ผมรักคุณ นางฟ้าของผม”

อิลิเนอร์สบดวงตาหวานของเรดนิ่งนานก่อนจะตอบว่า

“ฉันก็รักคุณค่ะ”

วิ้ง!

ปีกสีขาวใสโบกสะบัดราวกับกำลังยืนยันว่าคนพูดก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเรดและอิลิเนอร์ต่างแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“คุณว่า ปีกนี้มันจะอยู่อีกนานแค่ไหน”

“ไม่รู้สิ แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ” หญิงสาวตอบ แล้วแอ่นตัวเพื่อหนีสัมผัสจากมือเขาที่ไล้ไปตามปีก ความเสียวซ่านเกิดขึ้นทีละน้อย แล้วจึงแผ่กระจายไปจนร่างเธอสั่นสะท้านจนต้องครางออกมา

“อา”

“ชอบเหรอครับ” ชายหนุ่มกระซิบพร้อมกับพยุงหญิงสาวที่ขาอ่อนแรงเอาไว้

“ไม่รู้”

เรดเหลือบมองนาฬิกา แล้วตัดสินใจอุ้มเธอขึ้น

“เราไม่ต้องรีบเหรอคะ” หญิงสาวถามทั้งที่ปากของเธอเริ่มจูบไล้มาตามคอเขา เรดก้าวเท้าอย่างเร็วไปที่ห้องนอนแล้วตอบพร้อมกับปิดประตูลงว่า

“รีบครับ แต่ไม่ใช่รีบไปสถานีรถไฟหรอก”

แล้วประตูห้องนอนก็ปิดลง ก่อนที่เสียงครางจะดังลอดออกมา

 

“ยังโกรธผมอยู่เหรอ” เรดถามขณะลูบหัวไหล่คนที่เอนหัวพิงหลับกับไหล่เขามาตั้งแต่รถไฟออกจากสถานี ความจริงต้องบอกว่า เธอไม่พูดกับเขามาตั้งแต่เรามีความสุขกันก่อนอาหารเช้าแล้ว

“แอลลี่ ผมขอโทษ แต่คุณเวลาปีกสยายแบบนั้นมันสวยมากรู้ไหม ผมเลยอดใจไม่ไหว” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูคนรัก ก่อนจะเม้มหูเธอเบาๆ เพื่อให้เธอลืมตามาคุยกับเขาดีๆ ได้แล้ว เพราะอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราต้องลงจากรถไฟที่ซึ่งเป็นจุดจอดเรือของตระกูลครอสที่จะมารับ แล้วก็ได้ผล หญิงสาวขยับตัวออกห่างแล้วดุเขาด้วยสายตา

“ห้ามพูดคำนั้นไปอีกหลายๆ วันเลยนะ”

เรดยิ้มกว้าง เพราะคำที่ตอนนี้กลายเป็นคำต้องห้าม ซึ่งมีผลกระทบต่อพลังรูปแบบใหม่ของภรรยา มันก็คงเหมือนกับตอนที่เขาสั่งให้มิสติกคล็อกยอมคืนรูปร่างเดิมให้แก่อิลิเนอร์ หรือทำให้เสียงนาฬิกาเดินเบาลง พอเขาพูดว่ารักเธอ พลังนั้นก็จะพองฟูจนระเบิดออกมาเป็นปีกนางฟ้า

“ฉันต้องหาวิธีควบคุมพลังนั่นให้ได้” อิลิเนอร์เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถึงควบคุมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมชอบนะ”

หญิงสาวหันมาค้อน “ชอบของคุณคนเดียวนี่”

พอได้ยินอย่างนั้นเรดก็ตีหน้าหมอง “คุณก็ดูมีความสุขดีนี่นา แถมน่ารักมากด้วย”

“อย่าพูดเรื่องน่าอายนะ” อิลิเนอร์ดุ แล้วเบือนหน้าที่แดงระเรื่อไปมองด้านนอก

“ก็คุณน่ารักจริงๆ เหมือนลูกแมวเลย ยิ่งสีหน้าตอนที่กำลังจะ...”

แปะ อิลิเนอร์ร์ยกมือขึ้นปิดปากชายหนุ่ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบว่า

“อยากนอนนอกห้องวันนี้เหรอคะ”

เรดส่ายหน้า เธอจึงลดมือลง

“งั้นก็นั่งเงียบๆ จนกว่าจะถึง เข้าใจนะ”

เรดพยักหน้าทั้งที่ยังยิ้มกว้าง

“ห้ามยิ้ม”

“ยากครับก็ผมมีความสุขนี่นา” เรดตอบแล้วดึงเธอให้มาซบอกเขาเหมือนเดิม แม้เธอจะห้ามเขาไม่ให้พูดคำที่จะทำให้ปีกนางฟ้าโผล่มาอีก เขากลับคิดถึงช่วงเวลานั้นอย่างใจจดใจจ่อเลย

โธ่ ห้ามอะไรก็ห้ามได้ แต่ห้ามเขาไม่ให้บอกรักเธอ ของแบบนี้มันห้ามได้ที่ไหนกันละ ไม่มีทางอยู่แล้ว


- จบ -

แล้วพบกันอีกครั้ง

บนลานนาฬิกาของนางฟ้า

AK Collection - BLUE


Writer's Talk :

สวัสดีวันแม่ค่ะ แล้วก็เป็นวันที่โพสต์ตอนจบของเรื่องราวของคุณเรดกับโปรเฟสเซอร์อิลิเนอร์ด้วย ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามนิยายเรื่องนี้ ทั้งที่รอคอยนานมาก คิดว่าน่าจะหลังงานหนังสือเลยกว่ากัลจะกลับมาเขียนเรื่องราวในโลก 3225 แต่กัลก็จะสู้ค่ะ 

ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันหยุด ใครเดินทางก็ขอให้เดินทางปลอดภัยกลับมาทำงานอย่างสดใสนะคะ


รูปแบบ E-Book ก็มาแล้วจ้า 




ใครที่สนใจอ่าน Love Bucket List 

ไปลองอ่านกันที่นี่เลยค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------

ตารางการอัพนิยายเรื่องนี้คือ ทุกวันจันทร์ นะคะ

ใครที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ไม่ต้องกลัวจะอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะว่าเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องกันเพียงแต่อยู่ในโลกเดียวกันเท่านั้น ถ้าสนใจอยากตามอ่านพื้นโลกของ ค.ศ. 3225 สามารถกดอ่านได้จากที่นี่เลยค่ะ




สำหรับคนที่ต้องการรูปเล่มกดที่ชื่อเลยจ้า

>>> Cinderella 3225 <<<

>>> Love Bucket List <<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #161 Dark Nigth (@s-night) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:33
    เรดจอมเจ้าเล่ห์
    #161
    0
  2. #160 ตุ๊กตาต้องสาป (@12022543) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:05

    คู่นี้น่าร้ากกกกกก
    #160
    0