A.K. Collection

ตอนที่ 5 : 1st Shade - RED : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

ติ๊ด! ติ๊ด!

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น มันบ่งบอกถึงสิ่งแปลกปลอมที่บริเวณชายฝั่ง อิลิเนอร์ซึ่งกำลังใช้ปืนยิงกาวเชื่อมต่อชิ้นส่วนเพื่อประกอบงานประดิษฐ์ของเธอต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด แล้วสั่งว่า

“แสดงภาพ”

หน้าจอโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้า และฉายภาพชายหนุ่มต้นเหตุของเสียงสัญญาณเตือนซึ่งสวมเพียงกางเกงขายาว เขากำลังปีนขึ้นมาตามผนังหน้าผาราวกับกำลังไต่อยู่บนสะพานเชือกในสนามเด็กเล่น แสงแดดยามเย็นสาดกระทบกับมัดกล้ามเนื้อบนแผ่นหลังที่เป็นมันเลื่อมด้วยเหงื่อ ทำให้อิลิเนอร์นึกหงุดหงิดตัวเองที่ห้ามใจไม่ให้ชอบสรีระของอีกฝ่ายไม่ได้

ธรรมชาติคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมนุษย์ก็คือสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเอกของธรรมชาติ ในฐานะนักประดิษฐ์ อิลิเนอร์รู้สึกท้าทายอย่างมากที่มีคู่ต่อสู้เป็นโลกอันยิ่งใหญ่ แม้จะเป็นการแข่งขันที่เธอไม่มีวันชนะมันได้ แต่ก็ทำให้ทุกวันของเธอสนุกมากทีเดียว สนุก...จนกระทั่ง ผู้ชายคนนี้มาปรากฏตัว

สามวันก่อน เรด ไฟร์ มาถึงเกาะนิวไซน์ตามคำสั่งที่แสนเจ้ากี้เจ้าการของอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งดูแลเธอตอนที่เธอเรียนปริญญาด้านโบราณคดี อิลิเนอร์ตั้งใจปล่อยเรดไว้ข้างนอกเพื่อให้เขาเผชิญกับกลไกที่สร้างสภาพอากาศให้แปรปรวนซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัยของเกาะนิวไซน์ ใครก็ตามที่บุกรุกขึ้นมาบนเกาะนี้จะถูกสะกดพลังจิตวิวัฒน์ลงในทันที หลังจากนั้นก็ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตให้รอดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนด้วยตัวเอง

ด้วยวิธีนี้ อิลิเนอร์จึงไม่เคยหวาดกลัวเลยว่าจะมีใครบุกเข้ามาทำร้ายหรือขโมยสิ่งประดิษฐ์ของเธอได้ เพราะเธอมั่นใจว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่วางไว้จะทำให้มดงานที่แสนจุ้นจ้านต้องระเห็จพ้นจากเกาะของเธอไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแน่นอน แต่กับเขาคนนี้กลับเป็นว่า เขาอยู่รอดปลอดภัยดีมาจนถึงวันนี้

“อยากออกกำลังกายก็ไปทำที่หน้าผาบ้านตัวเองสิ” อิลิเนอร์แค่นเสียงพูดอยากขัดใจ แต่เมื่อเหลือบมองที่มุมของหน้าจออีกแวบหนึ่ง ก็เห็นสาเหตุที่เรดต้องมาปีนหน้าผาเช้านี้ หญิงสาวนักประดิษฐ์จึงเลื่อนมือไปพิมพ์คำสั่งบนหน้าจอใส ภาพบนชายฝั่งของเกาะด้านนั้นก็ขยายกว้างขึ้น แหดักจับสิ่งแปลกปลอมรอบเกาะปรากฏชัดขึ้น และมีมนุษย์ติดอยู่ในนั้นถึงสามคน

แหดักจับสิ่งผิดปกติจะมีความไวต่อสิ่งแปลกปลอมมาก แต่เธอกลับไม่ได้รับสัญญาณเตือน นั่นคงเป็นเพราะผู้ชายประหลาดคนนั้นละสิ อิลิเนอร์คิด พลางสั่งให้แหดักจับในบริเวณนั้นปล่อยคลื่นพลังงานเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บุกรุกทั้งสามคนให้ขึ้นมาอยู่บนหน้าผา ก่อนเธอจะละมือจากงานที่ทำและลุกขึ้น

“มีแต่เรื่องยุ่งตลอดสิน่า” หญิงสาวบ่น ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานเป็นครั้งแรกในรอบสามวันนี้

 

“อากาศดีนะครับ”

อิลิเนอร์ตวัดสายตาไปมองคนทักทาย ถ้าไม่ติดว่าน้ำเสียงที่ทักมาของเขาไม่ได้เจืออารมณ์ขุ่นมัวไว้เลยสักนิดละก็ เธอคงนึกว่าเขาพูดแดกดันเธอ เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา อากาศบนเกาะนี้ไม่ได้ดีอย่างที่เขาพูดสักนิดเลย

“พวกเขาเป็นยังไงบ้าง”

เรดเลิกคิ้วแล้วมองคนบุกรุกทั้งสามคนที่นอนสลบอยู่แวบหนึ่ง

“ตอนผมไปถึง พวกเขาสลบไปแล้ว ผมนึกว่าคุณรู้แล้วเสียอีก”

อิลิเนอร์ถอนหายใจแรงๆ พลางทรุดตัวลงยื่นมือแตะไปตามตัวของผู้บุกรุก ก็พบเอ็มพีซีขนาดเล็กกลัดติดอยู่กับเสื้อด้านใน หญิงสาวจึงกดเปิด แล้วเจาะระบบป้องกันผ่านเข้าไปค้นหาที่มาของผู้บุกรุก และรู้ว่า พวกเขาเป็นคนของตระกูลพอร์ทซีที่ตามติดเธอมาหลายปี ทั้งนี้ก็เพราะต้องการไม้เท้าปัญญาอ่อนนั่น

เราไม่ได้ต้องการมันสักหน่อย มาตามติดเราอยู่ได้ น่ารำคาญจริง

“คุณจะทำยังไงกับพวกเขาเหรอครับ” เรดถาม

“ส่งกลับ พวกเขาก็แค่มาทักทาย” อิลิเนอร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่ชอบฆ่าคน มันมีวิธีที่ดีกว่าการฆ่ามาก หากต้องการตักเตือนพวกผู้ใหญ่ในตระกูลของพ่อซึ่งพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อทวงคืนของ ทั้งที่พวกเขาก็ไม่ใช่เจ้าของ

แวบ!

แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นจากกลางฝ่ามือของอิลิเนอร์ แล้วร่างของคนทั้งสามก็หายวับไป จากนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นปัดมือป้อยๆ อยู่ชั่วขณะ แล้วทำท่าจะเดินเข้าบ้าน แต่เรดก็เอ่ยขึ้นว่า

“ขอพลังของผมคืนได้หรือเปล่า”

เจ้าของเกาะสาวหันมาสบตา แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

“คุณได้พลังนั้นคืนแน่นอน แค่เพียงคุณออกไปจากเกาะนี้”

เรดถอนหายใจดังเฮือก

“คุณก็รู้ว่าผมทำไม่ได้ อีกอย่าง เกาะนี้ยังมีช่องโหว่อยู่ ผมแค่จะช่วยเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย”

อิลิเนอร์ยกมือกอดอกด้วยสีหน้าไม่ยี่หระต่อคำเตือนอย่างหวังดีนัก เธอเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มพูดถึงดีว่าหมายถึงอะไร เพราะช่องโหว่เหล่านั้นเป็นสิ่งที่เธอจงใจทำให้มันเกิด เกาะนี้ถูกออกแบบมาให้ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมทุกชนิด แต่การให้ระบบต้องตรวจจับตลอดเวลาเป็นอะไรที่เปลืองพลังงาน ดังนั้น เธอจึงจงใจเปิดช่องโหว่ และเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยตรงนั้นเป็นพิเศษ ด้วยแผนการนี้ ทำให้เธอสามารถสร้างระบบป้องกันภัยที่จำเพาะ ซึ่งบางครั้งแม้เป็นเธอเองที่นึกอยากทดลองระบบดูบ้าง ก็ยังแทบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

เมื่อเห็นอาการนิ่งสงบของเธอ เรดก็ต้องหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด พลางถามว่า

“หรือว่าคุณจงใจเปิดช่องโหว่พวกนั้นเอาไว้”

“คนเราชอบโจมตีที่จุดอ่อนของคนอื่นอยู่แล้วนี่”

“คุณเลยหาผลประโยชน์จากตรงนั้น แหม ถ้าไม่บอก ผมคงนึกว่าคุณจบคอร์สเสนาธิการมานะครับ”

อิลิเนอร์ยักไหล่พลางหมุนตัวกลับ เธอรู้ว่าเรดยังมองตามเธอมา แต่เธอไม่สนใจ แม้เขาจะมีไอพลังที่ก่อกวนเธอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอต้องสนใจเรื่องนั้น แม้เธอจะไม่ใส่ใจผู้บุกรุกพวกนี้มาก่อน แต่การที่พวกพอร์ทซีพยายามเข้าใกล้เธอตลอด ทั้งที่รู้ว่ามันไร้ประโยชน์ นั่นแสดงว่า เวลาแห่งการตัดสินของสามตระกูลผู้ยิ่งใหญ่คงใกล้มาถึงมากแล้ว

เมื่อเข้ามาในบ้าน หญิงสาวตรงไปที่ครัวเพื่อทำอาหาร พร้อมสั่งให้เอ็มพีซีต่อสายถึงน้องชายเธอทันที เมื่อคนอีกฟากหนึ่งรับสาย หญิงสาวจึงเงยหน้ามองหน้าจอเอ็มพีซีเพื่อสบตากับน้องชาย

“แมนดี้ ครอส”

คำเรียกหายียวนของเธอสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายได้เป็นอย่างดี เขารู้พฤติกรรมของเธอดีว่าเธอกำลังเริ่มกวนโมโหเขาแล้ว

“แอลลี่...” แมนดิสันเรียกชื่อเล่นพี่สาวเป็นการทักทายทำนองเดียวกับเธอ ถือเป็นการเอาคืนเล็กๆ หญิงสาวเลยโต้กลับว่า

“ฉันอายุสามสิบห้าแล้ว อย่าพยายามทำให้ฉันรู้สึกเป็นเด็กหญิงแอลลี่ได้ไหม”

“โทษทีนะ บางทีฉันอาจดีใจไปหน่อยที่ได้รับการติดต่อจากพี่สาวที่ไม่แม้แต่จะโทร. มาสวัสดีปีใหม่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา” แมนดิสันเอ่ยขอโทษขอโพยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ฉันยุ่ง” อิลิเนอร์อ้างเหตุผลเดิมๆ ตอบกลับสั้นๆ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่น้องชายนะ อาจเพราะเธอกับเขามีอายุห่างกันแค่ปีเดียวเท่านั้น เลยเหมือนเป็นเพื่อนเล่นกันมากกว่า

“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” แมนดิสันถามเข้าเรื่อง

“คนของพอร์ทซีมาหาฉัน” น้ำเสียงบอกเล่ามาตามสายของอิลิเนอร์ฟังดูเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย

“มาหา?” แมนดิสันทวนถามเสียงสูงส่อแววว่ารู้ทันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยุดฟังพี่สาวเล่าต่อ

“พวกเขาติดอยู่ที่แหกับดักของฉันที่วางไว้รอบเกาะ พอใจไหม”

“ก็พอได้นะ” แมนดิสันกวนกลับแล้วถามต่อ “แล้วพวกเขามาหาพอร์ทซีนอกคอกอย่างพวกเราทำไมล่ะ”

“คงต้องการของเล่นเทพเจ้านั่นละมั้ง” อิลิเนอร์ตอบปัดไปอย่างรำคาญ ขณะที่แมนดิสันเหยียดแผ่นหลังขึ้นตั้งตรงอย่างตั้งใจฟัง

“พี่คงไม่...”

“ถ้าฉันเอามันออกไปจากชีวิตฉันได้ จะดีมากเลยละ น่าเสียดาย แม้ฉันต้องการทำอย่างนั้นมากแค่ไหน เจ้าของเล่นนั่นก็ไม่เคยหลุดไปจากชีวิตฉันซักที” อิลิเนอร์ตอบระบายความในใจไปอย่างดุเดือด การที่เธอต้องแบกหลักฐานที่แสดงถึงความมีพลังอำนาจที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ไว้กับตัว ดูจะเป็นปมด้อยที่น่าอับอายสำหรับนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเธอมากทีเดียว

“แล้วพี่ทำยังไงกับพวกเขาล่ะ”

“ส่งพวกเขาออกไป และโทร. หานายอยู่นี่ไง บางทีพวกนั้นอาจจะลงมืออีก แต่รับรองว่า ฉันจัดการได้”

“ผมจะส่งคนไปคุ้มครองพี่”

เพียงได้ยินคำตอบนั้น อิลิเนอร์ก็เหลือบไปมองชายหนุ่มที่ตามมานั่งอยู่บนระเบียงบ้านของเธอ จึงเห็นเขาโยนแคปซูลอาหารใส่ปาก แม้จะรู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นมีสารอาหารครบถ้วน แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เพราะมันคงไม่ดีต่อร่างกายในระยะยาวแน่

แล้วเราจะไปสนใจเขาทำไมล่ะ นั่นเขาเลือกเองนะ หญิงสาวคิดโต้แย้งในใจ พลางปฏิเสธน้องชายเสียงแข็งไปว่า

“ไม่ต้องๆ ฉันไม่ต้องการตัวประหลาดมาเพิ่มบนเกาะของฉันอีกคนหรอกนะ”

“แค่ของที่อยู่บนเกาะนั้นทั้งหมด มันก็ประหลาดมากแล้วละ แอลลี่”

คำประท้วงแกมแดกดันของน้องชาย ทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากขึ้น มันเหมือนเธอยกระดับผู้ชายคนนั้นขึ้นมาให้เทียบเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ที่น่ารักของเธอ ซึ่งความจริงแล้วเขาเทียบไม่ได้เลย

“ไม่ต้องเลยนะ ที่ฉันโทร. มาบอกนาย เพราะต้องการให้นายกันคนพวกนั้นออกไปให้ห่างจากฉันซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ฉันต้องเสียแหดักจับกระแสไหลเวียนของปลาอันมีค่าของฉันไปหลายอันแล้ว และยังเสียเวลาทำงานวิจัยไปอีกมากมาย ก็เพราะเจ้าพวกบ้านั่น อย่าปล่อยให้พวกเขาเข้ามาใกล้ฉันอีกนะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่ออมมือ” อิลิเนอร์พูดเสียงเข้มอย่างหมดความอดทน พลางมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เมื่อครู่ลุกขึ้นเดินมาที่ประตูบ้าน หญิงสาวเลยรีบตัดสายโทรศัพท์ไป ซึ่งพอดีกับเสียงเคาะประตูบ้านที่ดังขึ้น

ก๊อก!๊อก! ก๊อก!

อิลิเนอร์เดินไปเปิดประตู

“คุณพอจะทำอะไรกับสภาพอากาศแปรปรวนที่ด้านนอกนั่นได้บ้างไหม”

อิลิเนอร์มองออกไปด้านนอกโดยรอบ ซึ่งสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นกำลังจะเข้าสู่ระดับความแรงของพายุเฮอร์ริเคนแล้ว แหกับดักบริเวณชายฝั่งได้ติดตั้งเซนเซอร์ไว้ หากมีสิ่งแปลกปลอมรุกล้ำเข้ามา มันจะส่งสัญญาณไปยังกลไกของระบบปรับสภาพอากาศ เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมทุกอย่างที่อยู่นอกจากบาร์เรียร์คุ้มครองบ้านหลังนี้

“คุณทำได้ แต่ไม่คิดจะทำ” เรดชิงสรุป อิลิเนอร์จึงหันมาสบตาเขานิ่ง

“มันเป็นกลไกปกติ และนั่นหมายถึง มันไม่มีข้อยกเว้น”

“แม้แต่คุณงั้นเหรอ”

อิลิเนอร์สบตาเรดนิ่งชั่วขณะหนึ่ง แล้วตอบว่า “ ข้อยกเว้น ก็มีความหมายเดียวกับ จุดอ่อน นั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวมันก็หยุดเอง เมื่อมันไม่พบสิ่งแปลกปลอม”

“แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่ด้านนอกนะ ต่อให้ผมเก่งแค่ไหน ผมก็สู้พายุที่มีความแรงระดับนั้นโดยไม่มีจิตวิวัฒน์ไม่ได้หรอกนะครับ”

อิลิเนอร์สูดหายใจเข้าลึก แล้วถอนหายใจแรงอย่างนึกรำคาญ

“คืนพลังให้ผม” เรดร้องขออีกครั้ง แต่อิลิเนอร์ยังคงนิ่ง

“...หรือไม่ ก็ให้ผมเข้ามาอยู่ในบ้าน”

ทั้งสองจ้องตากัน ขณะลมพายุก็ทวีคูณความแรงมากยิ่งขึ้น ในที่สุดอิลิเนอร์ก็ยอมเปิดประตูกว้างขึ้น แล้วพูดว่า

“โดยปกติพายุจะสงบภายในสิบชั่วโมง ถ้าครบเวลานั้นแล้ว...”

“ผมจะออกไป” เรดยืนยันเสียงหนักแน่นแทรกขึ้น ก่อนอิลินเนอร์จะพูดจบประโยคที่เธอต้องการบอก นั่นทำให้หญิงสาวแปลกใจ ดูเหมือนนายคนนี้จะรู้จักรักษาระยะห่างนะ และเป็นมืออาชีพมากพอด้วย

“ดี ปิดประตูด้วย”

เรดปิดประตู ขณะที่อิลิเนอร์เดินไปที่เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร พอหันกลับมาก็เห็นเรดเดินไปยืนข้างผนังกระจกเพื่อมองออกไปข้างนอก แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาซ้อนทับกับภาพของใครคนหนึ่ง ซึ่งอิลิเนอร์ปัดมันออกไปจากความทรงจำอย่างรวดเร็ว แล้วหันมาสนใจกับการฉีกอาหารสำเร็จใส่ลงไปในตู้ปรุงอาหาร ซึ่งเธอผลิตขึ้นมาใช้เองเพราะขี้เกียจทำกับข้าว

“คุณอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไงครับ”

“ฉันทำงาน” อิลิเนอร์ตอบ ขณะมองตัวเลขบนหน้าจอซึ่งกำลังนับถอยหลัง

“แล้วไม่เหงาเหรอครับ”

ปิ๊ง! เสียงสัญญาณเครื่องปรุงอาหารร้องขึ้นและตัดหมดเวลาทำงาน อิลิเนอร์จึงเอื้อมมือไปเปิดฝาตู้ แล้วดึงจานสตูผักออกมาวางบนเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร จากนั้นก็คว้าช้อนมาตักกิน โดยไม่สนใจจะตอบคำถาม แต่พอกินไปได้สองสามคำ หญิงสาวก็รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เพราะเรดเอาแต่จ้องมองเธอไม่วางตา

“ความเหงามันไม่เกิดกับคนที่มีงานทำหรอก คุณไฟร์”

เรดพยักหน้า “ก็จริงของคุณ”

แล้วบทสนทนาก็หยุดไป อิลิเนอร์กินอาหารต่อจนหมดจาน ขณะที่นึกสงสัยว่า ผู้ชายคนนี้ประหลาดแท้ อยากจะพูดอะไรก็พูด เมื่อพูดแล้วอยากจะเงียบก็เงียบไปเฉยๆ

“ฉันจะกลับเข้าไปทำงานต่อ คุณมีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้แค่ภายในห้องนี้เท่า...”

ยังไม่ทันที่อิลิเนอร์จะพูดจบ ไฟภายในบ้านทั้งหมดก็ดับพึ่บลงพร้อมกันทุกดวง แม้ตอนนี้เป็นกลางวันจึงไม่มืด แต่อยู่ๆ ไฟก็ดับไป มันไม่ใช่เรื่องปกติ

“อย่าขยับ” อิลิเนอร์สั่งชายหนุ่มซึ่งยืนอยู่ห่างจากเธอไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“เครื่องสกัดแร่ของฉันกำลังทำงานอยู่ บางครั้งมันอาจดึงพลังงานทั้งหมดไปใช้ นายอยู่ตรงนี้แหละ ฉันจะเข้าไปดู” อิลิเนอร์ตอบพร้อมกับหมุนตัวเดินลึกเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อถึงห้องทำงาน เธอก็ตรงไปที่เครื่องสกัดแร่ซึ่งเธอประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสกัดเอาแร่สำคัญบางชนิด เพื่อนำไปหลอมเป็นชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างเพื่อเป็นส่วนประกอบในสิ่งประดิษฐ์ของเธอ

“ใช่จริงๆ นี่มันต้องใช้พลังงานมากขนาดนี้เลยเหรอ” อิลิเนอร์พึมพำอย่างครุ่นคิด พลางมองค่าแสดงที่บ่งบอกว่า เครื่องสกัดแร่กำลังเดินเครื่องเต็มกำลังสูงสุด หญิงสาวเลยสองจิตสองใจว่าควรจะปิดเครื่องดีไหม เพราะถึงหยุดเดินเครื่องตอนนี้เดี๋ยวพอถึงตอนต้องทำงานต่อ มันก็คงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

“คุณจะไม่ปิดมันเหรอ” เสียงถามดังขึ้น ทำให้อิลิเนอร์ตกใจจึงหันขวับไปมองคนที่เดินตามเธอมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

เขาไม่มีพลังแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเคลื่อนไหวได้เสียงเบามากนัก

“ก็บอกให้อยู่เฉยๆ ไง คุณไม่มีสิทธิ์เดินเพ่นพ่านไปทั่วบ้านอย่างนี้นะ” อิลิเนอร์ตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แล้วดันไหล่คนขัดคำสั่งให้ถอยห่างไป เรดก้าวถอยหลังตามแรงดันของเธอ แล้วหรี่ตามองเครื่องสกัดแร่ที่เริ่มส่งเสียงร้อง

“เสียงเครื่องมัน...”

อิลิเนอร์หันไปมอง แล้วดวงตาของเธอก็เบิกกว้างเมื่อเห็นค่าความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม

ตายละ!’

ไวเท่าความคิด อิลิเนอร์จึงรีบกางอาณาเขตป้องกันทันที พร้อมๆ กับแรงระเบิดที่ปะทุขึ้นเสียงดังสนั่น

ตู้ม!

แรงระเบิดอันมหาศาลกระแทกออกไปโดยรอบบริเวณนั้นเป็นวงกว้างจนเครื่องสกัดแร่กระจุยกระจายไม่เหลือชิ้นดี บาร์เรียร์ของอิลิเนอร์สามารถคุ้มครองห้องนั้นตั้งแต่จุดที่เธอยืนอยู่ลึกเข้าไปในตัวบ้าน แต่ห้องด้านที่เป็นจุดตั้งเครื่องสกัดแรงเครื่องนั้นพังราบหายวับไปทั้งแถบ จนมองเห็นภูเขาหลังบ้านได้ชัดเจน

“ให้ตายเถอะ” อิลิเนอร์สบถเสียงเครียด แล้วยิ่งสบถดังขึ้นเมื่อพายุเฮอร์ริเคนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ตัวบ้านทางฝั่งของห้องทดลอง

“คุณบอกว่า มันจะทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่นอกตัวบ้าน แต่บ้านเป็นแบบนี้แล้ว...” เรดถามยังไม่ทันขาดคำ อิลิเนอร์ก็พูดแทรกว่า

“มันก็จะทำลายบ้านหลังนี้ด้วยน่ะสิ” อิลิเนอร์ตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“แล้วเราจะ...” เสียงของเรดหายไป เพราะรับรู้ได้ถึงพลังจิตวิวัฒน์ของเขาที่ได้รับการปลดล็อก

อิลิเนอร์ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะดันทุรังรักษากฎของตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตาดูความเป็นจริง ในสถานการณ์ตอนนี้ เธอต้องมีคนช่วยกางอาณาเขต เพื่อเธอจะได้ซ่อมแซมบ้านไว้ป้องกันพายุที่กำลังเข้ามาใกล้ได้

“ตอบฉันหน่อยสิ ว่าหน้าที่ที่คุณมาที่นี่คืออะไร คุณไฟร์”

“คุ้มครองคุณครับ”

“ดี งั้นก็ทำหน้าที่ของคุณซะ”

เรดมองหน้าสาวสวยแล้วต่อรองว่า

“ผมจะทำเมื่อคุณยอมรับระบบการทำงานของผมทั้งหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะกิจอย่างตอนนี้”

“นี่มันเหตุฉุกเฉินนะคุณ” อิลิเนอร์โวยวายใส่ทันที ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาคิดจะแบล็กเมล์เธอหรือไง แต่แววตาชายหนุ่มที่จ้องตอบมา มันบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาจะทำตามที่พูดจริงๆ

ครืน!

เสียงฟ้าร้องและลมพายุที่เคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้อิลิเนอร์ต้องรีบตัดสินใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่องสกัดแร่ระเบิด แต่ทุกครั้งที่ผ่านมามันไม่ได้เกิดในสภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้

เราจำเป็นต้องมีเขา

คำตอบนั้นมันชัดเจนอยู่แล้ว แต่ความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านขึ้นมานี่สิ มันชัดเจนจนเธออยากบีบคออีกฝ่ายเหมือนกัน

“ว่าไงครับ”

“ตกลง” อิลิเนอร์ตอบ

ทันใดนั้น บาร์เรียร์ของเรดก็ปรากฏขึ้น แถมเลียนแบบบาร์เรียร์ที่เธอใช้เคลือบป้องกันบ้านหลังนี้ไว้ไม่ผิดเพี้ยนเลย และด้วยไอพลังนี้จึงทำให้พายุเฮอร์ริเคนเคลื่อนตัวผ่านบริเวณนี้ไปอย่างง่ายดาย

หมอนี่ ดูเผินๆ ภายนอกเหมือนจะเป็นผู้มีจิตวิวัฒน์สายเสริมสร้าง แต่จริงๆ แล้วเขามีจิตวิวัฒน์เป็น...สายป้องกันเหมือนเรา!’’ อิลิเนอร์มองเรดตาค้าง ขณะที่ชายหนุ่มหันมาสบตาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ดูเหมือนผมจะซื้อเวลาให้คุณได้นะ”


Writer's Talk :

เรียกว่า ไม่มีใครยอมใคร คนเก่งก็ต้องสู้กับคนเก่งนะคะ อิลิเนอร์เป็นตัวละครที่มีความเป็นผู้ใหญ่และเด็กในตัว แต่ค่อนไปทางเด็กพิเศษมากกว่าเพราะชีวิตของเธอคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ส่วนเรด ผู้ชายแบบเขาคงไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆ จริงไหมคะ

งานนี้เราเลยต้องดูกันยาวๆ เลยค่ะ ว่าเกมนี้ใครจะเป็นผู้ชนะในตอนสุดท้าย ^^

 

------------------------------------------------------------------------------------------

ตารางการอัพนิยายเรื่องนี้คือ ทุกวันจันทร์ นะคะ

ใครที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ไม่ต้องกลัวจะอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะว่าเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องกันเพียงแต่อยู่ในโลกเดียวกันเท่านั้น ถ้าสนใจอยากตามอ่านพื้นโลกของ ค.ศ. 3225 สามารถกดอ่านได้จากที่นี่เลยค่ะ




สำหรับคนที่ต้องการรูปเล่มกดที่ชื่อเลยจ้า

>>> Cinderella 3225 <<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #61 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 04:35
    โอ้ยยยยยยยยย สมน้ำสมเนื้อมาก คู่นี้ รู้ทันกันไปหมด นี่คือคู่ที่ศีลเสมอกันสินะ
    #61
    0
  2. #28 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:13

    ลุ้นมากค่ะ

    #28
    0
  3. #16 มะโม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:13
    กรี๊ดดดด...สนุกมากค่าาาา^^อยากให้เล่มออกเร็วๆจริงๆรบกวนถามนิดนึงนะคะ เรื่องของแบรดลีย์ จะมีทำเป็นหนังสือไหมคะ.. อ่านในเว็บไม่ค่อยสะดวกเลยค่ะ
    #16
    1
    • #16-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2561 / 22:31
      ขอบคุณมากค่า เรืองของแบรดลีย์ตัวเล่ม จะเปิดพรีประมาณเดือนหน้าค่า อดใจรอแปปหนึ่งน้า
      #16-1
  4. #15 Pondgayy (@Pondgayy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 21:55
    ชอบมากค่ะ ขอบคุณที่คอยอัพให้อ่านนะคะ จะรออีบุ๊กต่ะ:-)
    #15
    1
    • #15-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2561 / 22:31
      ขอบคุณมากค่า รออีกสักนิดนะคะ ปั่นๆ อยู่ค่า
      #15-1
  5. #14 popoja (@popoja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 18:30
    งื้ออออ. อยากให้อัพมากกว่าวันจันทร์อ่าคร้าพี่กัลลลลล. อยากอ่านต่อแล้วสส
    #14
    1
    • #14-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      15 พฤษภาคม 2561 / 12:46
      ใจเย็นน้า พี่เขียนไม่ทัน 5555
      #14-1
  6. #13 Mivendy (@mivendy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:59
    ลุ้นไปด้วยเลยค่ะ
    #13
    0