A.K. Collection

ตอนที่ 45 : 1st Shade - RED : บทที่ 42

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    8 ก.ค. 62


“นายทำบ้าอะไร ซีแมน” ฟีลีนถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดภายหลังจากจัดการเก็บกวาดสิ่งที่เกิดขึ้นในร้านอาหารเรยบร้อย

“นัดดินเนอร์ไง”

“ดินเนอร์บ้าที่ไหนถึงต้องจ้างบอดีการ์ดมากมายขนาดนั้น แล้วยังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นอีก”

ซีแมนถอนหายใจ ความจริงเขาคิดแค่จะแบล็กเมล์อิลิเนอร์ แต่กลายเป็นทำเกินกว่าเหตุไปหน่อย

แต่ก็ดีที่ได้รู้ว่า ไอ้ทนายนั่นมีพลังจิตวิวัฒน์สายสลาย แถมไม่น่าใช่ทนายธรรมดา ดีที่เชอรีน่าเตือนเขาไว้ แล้วให้เขาลองทดสอบฝีมือดูก่อน พอคิดได้อย่างนั้นซีแมนก็เอ่ยว่า

“ขอโทษที่ทำให้นายต้องลำบาก ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะสามีของอิลิเนอร์หึงฉันนั่นแหละ นายเข้าใจใช่ไหม”

ฟีลีนมองหน้าลูกน้องนิ่ง แล้วถอนหายใจแรงๆ ออกมา

“ตอนแรกก็นึกว่านายจะใช้ความสัมพันธ์เก่าก่อนล่อหลอกเธอใจให้อ่อนเสียอีก แต่เอาเถอะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คงต้องใช้เงินเข้าสู้แล้วละ”

“ฉันเห็นคนของแม็คโดเวลล์เข้าฟังบรรยายสิทธิบัตรที่เราต้องการเป็นทีมใหญ่เลย งานนี้เราน่าจะสู้ยากนะ” ซีแมนเตือน โดยปกติสิทธิบัตรของอิลิเนอร์ก็เป็นที่ต้องการอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่มีสัญญาร่วมจะพัฒนาต่อด้วยกันยิ่งเป็นที่ต้องการ

“ฉันมีข่าวใหม่มากกว่านั้น” ฟีลีนเอ่ยเสียงขรึม

ซีแมนขมวดคิ้ว “ข่าวอะไร”

“โปรเฟสเซอร์ครอสแจ้งเปลี่ยนสัญญาในสิทธิบัตรทุกตัว จะประกาศอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ก่อนเริ่มการประมูล”

“แล้วข่าวมันหลุดมาจากไหน” ซีแมนถาม เพราะข่าวนี้ถ้าหลุดมาก่อนเวลา จะมีผลทำให้มูลค่าของสิทธิบัตรลดลงแน่นอน ยิ่งปล่อยออกมาเร็ว ก็ยิ่งโดนกดราคา

“ไม่ได้หลุด เธอเพิ่งส่งอีเมลถึงผู้เข้าร่วมประมูลทุกคน ก่อนฉันมาจัดการปัญหาให้นายเนี่ยแหละ”

ซีแมนสูดหายใจเข้าลึก เพราะสายตาของฟีลีนที่มองเขามันเหมือนกับกำลังโทษเขาอยู่กลายๆ ว่าเขาอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่หญิงสาวประกาศไปแบบนั้น

“นายคิดว่ามันเป็นเพราะฉันเหรอ”

ฟีลีนถอนหายใจ “ก็มีส่วนอยู่บ้าง แต่ฉันเริ่มคิดว่า มันน่าจะมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ตอนที่นายฟังบรรยายของโปรเฟสเซอร์ครอสเห็นอะไรผิดสังเกตไหม”

คนโดนถามนิ่งไปแล้วเอ่ยว่า “เธอหลีกเลี่ยงการใช้พลัง”

“ใช่ แล้วเธอก็มาประกาศแบบนี้อีก แถมข่าววงในบอกฉันว่า เธออาจลดจำนวนนักศึกษาปริญญาเอกในที่ปรึกษาของเธอลง”

คราวนี้ซีแมนถึงกับขมวดคิ้ว แม้อิลิเนอร์จะเป็นคนเก็บตัวจนขึ้นชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยปฏิเสธเลยคือการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และเด็กที่อิลิเนอร์รับเป็นที่ปรึกษาให้ก็สร้างผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ทุกคน

“มันเหมือนเธอ...เคลียร์งานเพื่ออะไรบางอย่างเลยใช่ไหม”

พอฟีลีนพูดอย่างนั้น สมองของซีแมนก็ค่อยๆ เรียงลำดับข้อมูล ผู้หญิงที่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้มาตลอดหลายปี อยู่ๆ ก็จดทะเบียนสมรส ลดการใช้พลัง และงดทำงานที่รักยิ่งกว่าชีวิต

ไม่ใช่หรอก ไม่มีทาง...

“เธอน่าจะตั้งครรภ์” ฟีลีนเอ่ยในสิ่งที่ซีแมนไม่เคยนึกถึง ขณะที่ฟีลีนพูดต่อว่า

“เธอเป็นผู้มีพลังจิตวิวัฒน์สายป้องกัน เรื่องลดการใช้พลังอาจมีเหตุผลมาจากสาเหตุนี้ ฉะนั้น นี่อาจเป็นโอกาสของเรา เบื้องบนเลยจะให้ลีเดียมาเข้าร่วมประมูลในวันพรุ่งนี้ด้วย”

“ไหนว่างานนี้มอบหมายให้ฉันแล้วไง” ซีแมนย้อนถาม

ข้อมูลใหม่ทำให้เขาตกใจก็จริง แต่มันก็เป็นประโยชน์กับแผนการของเขาด้วย อิลิเนอร์เก่งแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ ถ้าเธอในช่วงนี้ใช้พลังได้ลำบาก ก็เหลือแค่กำจัดคนขวางหูขวางตาไปให้พ้น เราก็จะเข้าถึงมิสติกคล็อกได้ทันที

นี่เป็นโอกาสทองชัดๆ

“นายยังเป็นหลัก ลีเดียแค่เข้ามาสังเกตการณ์ ฉันบอกแล้วไง ผู้ใหญ่ให้นายดูแลการประมูล แต่ในเมื่อโปรเฟสเซอร์ครอสตัดการพัฒนาต่อร่วมกันออกไป เราก็ต้องหาทางเข้าหาเธอด้วยวิธีอื่น”

ซีแมนมองหน้าหัวหน้างานเขาอย่างพิจารณา เขาทำงานกับฟีลีนมานานจึงรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นมือหนึ่งในเรื่องของการทำให้เบื้องบนพอใจ ดังนั้น การที่คนคนนี้เพิ่มแผนการโดยนำลีเดียเข้ามาเสริมก็แสดงว่าไม่มั่นใจว่าเขาจะทำงานได้สำเร็จ

“งั้นตามนี้นะ ฉันไปก่อน อย่าก่อเรื่องขึ้นมาอีกล่ะ” ฟีลีนเอ่ยขอตัวพลางตบไหล่กำชับอีกรอบ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักของซีแมนไป ตามมารยาทซีแมนควรเดินไปส่งหัวหน้าเขา แต่เขากลับนั่งนิ่งอยู่นาน กระทั่งเอ็มพีซีของเขาดังขึ้น

“มีสายเข้าค่ะ”

“รับ”

“ได้รับคลิปข้อมูลวิเคราะห์พลังแล้วนะ ฉันส่งต่อให้ทีมงานแล้ว” เสียงสังเคราะห์ดังขึ้น แต่ซีแมนรู้ได้โดยจังหวะการพูดว่าเป็นเชอรีน่า ตอนนี้คู่หูของเขากำลังซุ่มวางแผนเพื่อเผด็จศึกในคืนพรุ่งนี้

“ดี แล้วพรุ่งนี้คุณจะไปงานด้วยไหม”

“ไป แต่คงต้องปลอมตัว แล้วเจอกันที่รัก หวังว่าคืนพรุ่งนี้เราจะได้ฉลอง”

ซีแมนคลี่ยิ้มหวานให้ พลางนึกถึงเซ็กซ์ครั้งล่าสุดของเขากับเธอ “แน่นอน”

เมื่อคู่สนทนาตัดการติดต่อ ซีแมนก็ยืนขึ้น แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ใช่คืนนี้เขาอาจต้องนอนคนเดียว แต่พรุ่งนี้เขาจะได้คู่นอนของเขากลับมา และ...

มิสติกคล็อก ซีแมนคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

 

“นายจะมาที่งานประมูลพรุ่งนี้งั้นเหรอ” เรดถามเพื่อนขณะเทผัดสปาเกตตีใส่จานสองจานแล้วยกมาตั้งบนโต๊ะอาหาร

“ใช่ เป้าหมายของฉันจะไปที่นั่น เราอาจได้เจอกันก็ได้ ว่าแต่...นายแต่งงานกับมิสครอสจริงอะ”

มุมปากของเรดยกขึ้น “นายเรียกเธออย่างนั้นไม่ได้แล้ว”

“โห่ เรื่องดีๆ ไม่มีบอก มาบอกตอนเรื่องไม่ดีตลอด ฉันบอกเลยนะ ถ้านายปิดฉันเรื่องมีหลานอีกเรื่องฉันจะโกรธ”

เรดหัวเราะในลำคอ

“งั้นเตรียมตัวโดนเรียกลุงได้เลย”

“หา?”

เรดเงยหน้ามองหญิงสาวที่เดินออกจากห้องนอนในชุดนอนเสื้อเชิ้ตยาวคร่อมเข่าด้วยสายตาเปล่งประกาย

“แอลลี่ตั้งท้องได้สองสัปดาห์พอดีในวันนี้”

“เรด นี่นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม” บลูโวยวาย แต่เรดอยากเลิกคุยกับเพื่อนแล้วกอดภรรยาแสนสวยของเขาแล้วชายหนุ่มจึงตัดบทว่า

“แล้วเจอกัน”

“เดี๋ยวสิเรด เรด!

ชายหนุ่มตัดการติดต่อไป เขาปลดบาร์เรียร์กันเสียงได้ทันเวลาที่หญิงสาวเดินเข้ามาในจุดที่เขาสอดแขนโอบเอวเธอได้

“อาหารเสร็จแล้วคุณจะกินเลยไหม”

อิลิเนอร์พยักหน้า เรดสังเกตว่าสีหน้าเธอดูเคร่งขรึมผิดจากตอนที่เดินเข้าไปอาบน้ำ ชายหนุ่มจึงถามว่า

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“ฉันเพิ่งส่งอีเมลแจ้งเปลี่ยนแปลงผลประโยชน์ต่อเนื่องของสิทธิบัตรให้ผู้เข้าร่วมประมูลทราบและคิดว่า หลังจากนี้เหล่าคนที่ตามติดฉันอยู่คงเริ่มสงสัยแล้ว ว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้น”

เรดมองคนที่ใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตีแล้วส่งเข้าปากอย่างเห็นใจ อิลิเนอร์เป็นที่จับตามองเสมอ จึงยากเมื่อเธอทำสิ่งที่ผิดไปจากปกติ ผู้คนจะตั้งข้อสังเกตได้ทันที

คุณอยากแต่งงานไหม เรดนึกย้อนถึงคำพูดของอิลิเนอร์อีกครั้ง

บางทีคนพูดน่าจะตระหนักได้ดีว่า หลังจากพูดประโยคนั้นออกมาแล้วจะเกิดอะไรตามมา ซึ่งน่าจะส่งผลต่อคนพูดมากกว่าคนฟังอย่างเขา

“ฉันไม่อยากใช้พลังไม้เท้านั่นมากนัก แต่พวกนั้นต้องเลือกลงมือกับฉันตอนนี้แน่” หญิงสาวพูดแล้วเหลือบตาจากจานอาหารมามองเขานิดหนึ่ง ขณะยกมุมปากขึ้นราวกับกำลังสนุกผิดกับท่าทางเป็นกังวลก่อนหน้า ก่อนจะพูดต่อ

“อย่าทำให้ห้องประชุมพังละ”

เรดนิ่งงันไป ก่อนจะหัวเราะออกมา “ผมไม่ทำอะไรเอิกเกริกอยู่แล้ว”

“และอย่าให้ฉันต้องลงมือแล้วกัน”

“ผมจะพยายาม อร่อยไหมครับ”

อิลิเนอร์พยักหน้าแล้วกินต่อจนหมด เรดจะลุกขึ้นเก็บล้าง แต่หญิงสาวกลับหยิบจานตัวเองและของเขาไปล้างเอง เรดไม่ได้ว่าอะไร เขาจึงแยกไปอาบน้ำบ้าง พอออกมาก็พบว่าอิลิเนอร์นั่งอยู่บนเตียงกำลังดูรายการเรียลลิตี้ที่ตามติดชีวิตดาราอยู่

“คุณชอบดูเหรอ”

“ใคร?” อิลิเนอร์ถามกลับพร้อมกับลดเสียง

“เคลวิน บลูเกล กับภรรยาของเขา”

อิลิเนอร์ยักไหล่ “ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ เพียงแต่เขาน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีได้”

เรดเลิกคิ้วแล้วขยับตัวมานั่งดูรายการที่นำเสนอปัญหาทั่วไปของชีวิตคู่ เรดเคยได้ยินมาว่า เคลวิล บลูเกล มีปัญหาระหองระแหงกับภรรยาที่แต่งงานกันมานาน แถมมีข่าวฉาวออกมาว่าเขานอกใจภรรยา สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงด้วยการออกมายอมรับของคนทั้งคู่ว่ามีปัญหาจริงๆ แต่พวกเขาไม่ต้องการจะหย่ากัน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือกับอาร์ดีเอสเพื่อแก้ไขและพัฒนาความสัมพันธ์พร้อมกับถ่ายทำรายการนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไปด้วย

“พวกเขาเหมือนเราตรงที่ พลังของเราเข้ากันได้ดี”

“คุณก็เลยนั่งดู?”

อิลิเนอร์ยิ้ม “แน่นอน ฉันไม่เคยสอบตกในการสอบครั้งไหน ๆ และไม่เคยยอมแพ้ในงานวิจัยของตัวเองด้วย”

“ผมควรดีใจไหมเนี่ย” เรดเอ่ยพลางโอบไหล่คนทำตัวน่ารักแบบแปลกๆ ก่อนจะจูบขมับเธอ สายพลังของเขาจึงถ่ายถอดไปหาเธอ หญิงสาวจึงขยับหัวมาพิงไหล่เขา พลางชี้ไปที่สีหน้าหงุดหงิดของฝ่ายหญิงที่ทำอาหารได้ไม่ดีพอ

“ฉันว่าฉันทำได้ดีกว่าเธอนะ อาหารแบบนี้ใครจะกินลง”

เรดหัวเราะ

“ก็จริง แต่สำหรับมิสเตอร์บลูเกลคงไม่ใช่ เขาคงกินมันจนหมดแน่”

“จะกินเข้าไปได้ยังไง ดำปี๋เลย” หญิงสาวพึมพำ

เรดไม่ได้เถียงเธอ เพราะในเวลาไม่นาน เมื่ออาหารนี้ถูกเสิร์ฟ มิสเตอร์บลูเกลก็กินมันหมดจริงๆ แต่ก็ไม่ได้โกหกภรรยาว่ามันอร่อย เพียงแต่การกินหมดของเขาทำให้มิสซิสบลูเกลยิ้มแก้มปริเลย

“สร้างภาพแน่ๆ” อิลิเนอร์พึมพำ

“ผมว่าไม่”

“ทำไมคะ”

เรดชี้ไปที่ดวงตาของชายหนุ่ม “เพราะเขากำลังยิ้ม สองคนนี้อยู่ด้วยกันมาหลายปี ผมว่า เขาคงรู้ดีว่าภรรยาของเขาพยายามอย่างมากที่จะทำอาหารจานนี้ให้เขากิน”

อิลิเนอร์เอียงหน้ามองเขา ชายหนุ่มเลยละสายตาจากเอ็มพีซีแล้วยิ้มใส่ตาเธอ

“เช่นเดียวกับเวลาที่เห็นคุณอ้อน ผมก็จะดีใจมาก”

“ชิ” อิลิเนอร์หันหน้ากลับไปดูต่ออีกพักใหญ่ เธอก็เอ่ยขึ้นว่า

“คุณเคยทะเลาะกับเธอไหม”

“ไม่บ่อยครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำงานของเธอ ในตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจว่า งานคือชีวิตของเธอ” ชายหนุ่มตอบพลางยกมืออิลิเนอร์ขึ้นมาจูบแล้วพูดต่อว่า

“...ผมอาจลืมนึกไปว่า งานก็คือชีวิตของผมเหมือนกัน ทุกครั้งที่ผมออกปฏิบัติงาน ผมก็จะลืมเธอ ดังนั้นมันจึงไม่ยุติธรรมเลยที่ผมขอให้เธอหยุดทำงานที่เธอรัก”

“เพราะคนเราทำเพื่อคนอื่นไม่ได้นาน แต่ทำเพื่อตัวเองได้นาน” อิลิเนอร์ตอบ

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างที่อิลิเนอร์ดูรายการอย่างสนใจ เรดมองหน้าจอบ้างก็สลับมามองเธอ ท่าทางจริงจังต่อการทำความเข้าใจชีวิตคู่ ทำให้เรดอดไม่ได้ที่จะถามว่า

“คุณเสียใจใช่ไหม...ที่ท้อง”

อิลิเนอร์ละสายตามามองเขา

“ฉันตกใจ แต่ไม่ได้เสียใจ”

“แต่มันจะทำให้คุณไม่ได้ทำงานที่รักไปอีกอย่างน้อยเก้าเดือน หลังจากนั้นก็คงจะยุ่งมากๆ เหมือนกัน”

“แต่ฉันไม่ได้หยุดทำสิ่งที่รักแค่คนเดียวใช่ไหม”

คำถามของเธอแค่คำถามเดียวทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป ขณะที่หญิงสาวยกมุมปากขึ้น

“การเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังเป็นคุณสมบัติของคนเก่ง ไม่ว่าจะอยู่ในวงการวิชาชีพไหนๆ มันคือ หลักฐานว่า คุณคือที่หนึ่ง คุณกับฉันผ่านบททดสอบนั้นมาแล้ว ดังนั้นความเสี่ยงเดียวที่เราจะไปไม่รอดคือ เราประมาท”

พูดจบ อิลิเนอร์ก็หันไปดูรายการต่อโดยปล่อยให้เรดมองภรรยาในอ้อมกอดเขาอย่างยากจะบรรยายความรู้สึกได้ถูก พวกเราเจอกันดด้วยสถานการณ์พิเศษ มีความสัมพันธ์กันเพราะสายพลังของเราเข้ากันได้ดี แต่ทั้งหมดนั้นไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อเราเลือกจะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันในรูปแบบความสัมพํนธ์ของสามีภรรยาที่ถูกต้องทั้งทางร่างกายและกฎหมาย

จะมีสักครั้งไหมที่ผมจะไม่ประหลาดใจในการตัดสินใจของคุณ

“ผมจะไม่ประมาท” เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอพร้อมกับกดจูบที่ซอกคอคนรัก

“ขอดูให้จบก่อนค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพลางขยับหน้าหนี ก่อนที่เขาจะจูบปากเธอได้

“เอาไว้ดูต่อวันหลังไหมครับ วันนี้คุณดูเหนื่อย”

“ดังนั้นเลยยังไม่อยากเหนื่อยเพิ่มไงค่ะ” อิลิเนอร์ตอบพลางดันปากชายหนุ่มห่างออกมา เรดเลยหัวเราะแล้วหยุดเรียกร้องแต่โดยดี

หญิงสาวใช้เวลาต่ออีกหลายชั่วโมงกับการดูรายการนั้น จนถึงตอนล่าสุดที่รายการของพวกเขาเพิ่งออกอากาศไป เรดเองก็ดูกับเธอบ้าง เลือกหนังสือที่แบรดลีย์เคยแนะนำมาอ่านบ้าง

“ฮ้าว!

เสียงหาวดังขึ้นพร้อมขยับตัวบิดขี้เกียจ พอเรดเห็นหญิงสาวง่วงก็เลยปิดหน้าจอของตัวเองเหมือนกัน แต่แทนที่เธอจะล้มตัวลงนอน หญิงสาวกลับเรียกหน้าจอกระดาษจำลองขึ้นมาพร้อมกับแป้นพิมพ์ แล้วรัวนิ้วพิมพ์สิ่งที่เธอได้เรียนรู้ออกมาเป็นข้อๆ

เด็กเนิร์ดของแท้เลยนะเนี่ย

“แอลลี่”

“หืม” อิลิเนอร์ขานรับ แต่ไม่หันมา

“ผมว่า ถ้าคุณจะจริงจังขนาดนี้ลงเรียนเลยดีไหม”

“ถ้าเก้าเดือนนี้ไม่ต้องทำวิจัยก็น่าสนใจนะ” หญิงสาวตอบทั้งที่มือยังรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์ไม่หยุด ก่อนจะชะงักเพราะเขาผุดลุกขึ้นมากอดเธอจากด้านหลัง

“อย่าเพิ่งกวนค่ะ เหลืออีกไม่กี่บรรทัด”

“คุณนี่ไม่รับมุกผมเลย” เรดเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกพร้อมเชยคางเธอให้หันมาหาเขา แล้วกดจูบคนจริงจังแรงๆ หลายที พอผละห่างหญิงสาวก็ดุเขาด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังมากนักว่า

“คุณนี่ ฉันยังพิมพ์ไม่เสร็จเลย”

“ต่อให้ไม่มีโน้ตย่อนี่ คุณก็จำได้อยู่ดี” เรดแย้ง

อิลิเนอร์ย่นจมูกใส่เขาพร้อมกับละมือจากแป้นพิมพ์จำลองมาจับมือชายหนุ่มที่เริ่มคลึงเคล้าหน้าอกเธอเบาๆ

“แล้วฉันก็รู้ด้วยว่า วันนี้...ไม่ได้ค่ะ”

“ขอนิดหนึ่งครับ” มือหนาไม่ยอมละแม้หญิงสาวจะออกแรงดึง พลางใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบีบยอดอกที่เป็นตุ่มไตตอบสนองเขาเบาๆ

“เรด” หญิงสาวปรามด้วยเสียงที่เบาลง

เรดจึงก้มจูบปากเธอพลางบีบคลึงอกอูมที่แอ่นรับสัมผัสเขาหนักขึ้น เสียงครางเบาๆ ในลำคอ ทำให้ชายหนุ่มได้ใจจึงปรนเปรอเธอด้วยจูบที่ทำให้เธอต้องละมือจากแป้นพิมพ์มาโอบกอดรอบคอเขาแทน

“แค่จูบได้ไหม” เสียงกระซิบถามเสียงแผ่วจากคนที่น่าจะมีอารมณ์บ้างแล้ว ทำให้ชายหนุ่มที่ลากไล้มือป้วนเปี้ยนอยู่ตรงต้นขาเธอชะงัก จนต้องผละห่างเพื่อสบตาเธอ หญิงสาวจึงตอบด้วยสายตาที่เธอต้องไม่รู้แน่ๆ ว่ามันเซ็กซี่แค่ไหน

“พรุ่งนี้ฉันต้องทำงานทั้งวัน จัดเต็ม...คงไม่ไหว”

เรดยิ้มกว้างพร้อมก้มลงจูบเพื่อตอบรับ แล้วไล้ริมฝีปากต่ำลงเรื่อยๆ กระทั่งถึงตัวตนของเธอ

ตัวแดงค่ะ


Writer's Talk :

บางทีกัลก็อิจฉานางเอกตัวเองหน่อยๆ เพราะดูเหมือนพระเอกจะดูแลดีเกินไป 555 เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วค่ะ มันก็จะเหงาๆ หน่อยๆ เพราะกว่าจะได้กลับมาในโลก 3225 คงอีกหลายเดือนเลย แต่กัลสัญญาว่าจะกลับมาอย่างสนุกสนานเหมือนเดิมค่ะ ^^

รูปแบบ E-Book ก็มาแล้วจ้า 




ใครที่สนใจอ่าน Love Bucket List 

ไปลองอ่านกันที่นี่เลยค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------

ตารางการอัพนิยายเรื่องนี้คือ ทุกวันจันทร์ นะคะ

ใครที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ไม่ต้องกลัวจะอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะว่าเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องกันเพียงแต่อยู่ในโลกเดียวกันเท่านั้น ถ้าสนใจอยากตามอ่านพื้นโลกของ ค.ศ. 3225 สามารถกดอ่านได้จากที่นี่เลยค่ะ




สำหรับคนที่ต้องการรูปเล่มกดที่ชื่อเลยจ้า

>>> Cinderella 3225 <<<

>>> Love Bucket List <<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

161 ความคิดเห็น