The Dagrolet's Rule

ตอนที่ 10 : เจอกันในเล่มค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61



เวลคินทิ้งตัวลงบนลานน้ำพุหน้าคฤหาสน์ตระกูลกรอสเลสในเมืองฮีสทอร์น อัลเบอร์โต้กำลังตัดแต่งกิ่งต้นไม้เพื่อต้อนรับวันเฮพีร่า วันขึ้นปีใหม่ของลาโคน่าที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า พ่อบ้านภูตหันไปมองหน้ามังกรหนุ่ม แล้วถามว่า

“เห็นว่าไปเรเกรสต้า ทำไมกลับมาเร็ว”

“มีเรื่องต้องเรียนท่านดัสค์ให้เร็วที่สุดน่ะครับ ท่านดัสค์อยู่ที่ไหน”

อัลเบอร์โต้เอียงคอเหมือนครุ่นคิดนิดหนึ่ง แล้วตอบว่า “ห้องดนตรีนะ ตั้งแต่ออกจากห้องใต้ดินของท่านกราเมเชียสก็อยู่ที่นั่นตลอด”

เวลคินพยักหน้า ขณะเดินผ่านประตูบ้าน อัลเบอร์โต้ก็พูดต่อว่า

“เขาว่าปีนี้หิมะแรกจะตกไวกว่าทุกปีนะ”

เวลคินหันมามองอัลเบอร์โต้นิดหนึ่ง พ่อบ้านคนเก่งเลยยิ้มกว้าง

“ก็แค่บอกไว้ เผื่อคนที่กำลังงอนอาจจะรู้สึกดีขึ้นเพราะอาจจะได้ฮาเดมาดาเร็วกว่าที่คิด”

เวลคินหลุดยิ้มให้กับคำแนะนำนั้น แล้วเดินตรงไปยังห้องดนตรี ยิ่งเดินใกล้เข้าไป เสียงเปียโนที่เล่นด้วยท่วงทำนองวนซ้ำอยู่ราวกับผู้เล่นกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกล้ำก็ยิ่งดังขึ้น เวลคินเลือกที่จะไม่เคาะประตูเพราะรู้ว่าหากท่านดัสค์เล่นดนตรีอย่างนี้ ต่อให้เคาะก็คงไม่มีเสียงอนุญาตตอบกลับมา

เมื่อเวลคินเปิดประตูเข้าไป เสียงโน้ตตัวสุดท้ายก็จบลงพอดี ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้านิ่งเรียบหันมามองมังกรของเขา แล้วถามว่า

“เกิดเรื่องกับแอมมี่ใช่ไหม”

เวลคินอยากถอนหายใจ แต่ก็กลัวเดรกเกอร์ของเขาจะโกรธ เขาจึงตอบไปว่า “ยังครับ ยังไม่เกิดเรื่องกับแอมมี่ แต่มีเรื่องด่วนต้องรายงาน”

ดัสค์เลิกคิ้ว ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ที่มุมห้องก็ดังขึ้น เวลคินหันไปมอง แล้วร่างของอัลเบอร์โต้ก็ปรากฏขึ้นเพื่อรับสาย แล้วกรอกเสียงพูดไป

“คฤหาสน์กรอสเลส สวัสดีครับ ได้ครับ...ท่านดัสค์ครับ ท่านหญิงเฟรรีแนนต้องการเรียนสายด้วยครับ”

ดัสค์ลุกขึ้นทันที และก้าวไปที่โทรศัพท์ เมื่อนำโทรศัพท์มาแนบหูก็กรอกเสียงพูดกลับไป

“ดัสค์พูด”

“ดูเหมือนครั้งนี้ ฮาเรสก้า แคลร์ จะเผยไพ่ตายของเขาออกมาแล้วนะคะคุณพี่”

ดัสค์เลิกคิ้วพลางเหลือบมองเวลคินแวบหนึ่ง มังกรหนุ่มที่ได้ยินเสียงของท่านหญิงเฟรรีแนน น้องสาวแท้ๆ ของท่านดัสค์ สตรีผู้เป็นแม่ของผู้ที่ก่อตั้งโรงเรียนเดอลาเรียอย่างชัดเจนก็พยักหน้า

“น้องหมายความว่าอะไร”

“เมดเดอร์ของน้องตรวจพบแมลงประหลาดที่ลอบเข้ามาในบริเวณเดอลาเรียมาได้สักพักแล้ว พวกเราจึงทำการตรวจสอบและพบว่า มันคือแมลงกรอสซี่”

“อะไรนะ” ดัสค์ทวน

“เหมือนมีใครต้องการส่งมันเข้ามาเพื่อทำร้ายผู้ใช้เวทมนตร์เพียงหนึ่งเดียวที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตเดอลาเรีย”

“แอมมี่” ดัสค์ครางชื่อคนรักออกมา ขณะที่เฟรรีแนนพูดต่อว่า

“แต่เขาทำไม่ได้ เพราะหากเขาทำได้ ผู้ใช้มนตราทั้งโลกก็คงขายหน้าแย่”

ดัสค์สูดหายใจเข้าลึก นั่นคือเหตุผลที่เขารู้สึกว่า แอมมี่ควรอยู่ในความคุ้มครองของเดอลาเรีย ดัสค์ยอมรับได้ถ้าแอมมี่จะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยลาครอส เพราะถึงจะต้องย้ายออกจากตึกเลตเตล แต่ก็จะได้เข้าพำนักในบ้านใหม่ซึ่งทางสมาคมกุลสตรีจัดเตรียมให้ แต่หากแอมมี่เลือกทางเดินอื่น เช่นการรับเป็นเทรเซอร์[1]ในแฟร์แทรซ ผู้ใช้มนตราของเดอลาเรียก็จะไม่สามารถคุ้มครองแอมมี่ได้เพราะเกินขอบเขตอำนาจของพวกเขา

“พวกเขาฝึกแมลงกรอสซี่งั้นเหรอ”

“เปล่าค่ะ เหมือนกับแค่จับมาปล่อยให้หาอาหารเอง แต่พอไม่มีอาหารให้กินมันก็ตาย ประเด็นคือ มันอันตรายต่อชุมชนเพราะในลาครอสมีผู้ใช้เวทมนตร์อาศัยอยู่ด้วย น้องเลยต้องให้ทีมพิเศษจัดการ แต่ตอนนี้ รู้สึกว่าพวกเขาจะทำยิ่งกว่าการเอาแมลงกรอสซี่มาปล่อยแล้วล่ะค่ะ”

“พวกเขาทำอะไร”

เวลคินรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นในห้อง เขาคิดว่าหากเขาพูดเรื่องนี้เอง มันก็คงไม่แตกต่างกัน ซึ่งก็ดีแล้วที่เขาไม่ใช่คนพูดเรื่องนี้ แต่เป็นคนที่น่าจะจัดการปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าเป็นคนพูด

“อาวุธค่ะ พวกเขาฝึกผู้ใช้เวทมนตร์จำนวนหนึ่งให้ใช้อาวุธซึ่งสร้างจากแมลงกรอสซี่ และเริ่มให้คนกลุ่มนี้ออกปฏิบัติภารกิจล่ามังกรในช่วงหกเดือนมานี้ และรู้มาว่ามันเริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ”

“ทำไมน้องถึงไม่บอกพี่”

เฟรรีแนนถอนหายใจ “หนึ่ง เพราะมันเป็นเรื่องของเดรกเกอร์ และสอง...เรายังหาแหล่งผลิตอาวุธของเขาไม่เจอ คุณพี่รู้ดีอยู่แล้วนี่คะว่า การแทรกซึมจะทำได้ดีกว่า ถ้ามันเป็นความลับที่สุด”

“แล้วตอนนี้ทำไมถึงเปิดเผยได้ล่ะ” ดัสค์ถามกลับ

“แน่นอน เพราะพวกเขาเข้ามายุ่งกับเลตินอร์ตอลของเรา ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เรารู้แหล่งผลิตอาวุธและการฝึกของพวกเขาแล้ว”

ดัสค์สบตาเวลคินพลางถามว่า “น้องต้องการให้พี่ทำอะไร”

เฟรรีแนนหัวเราะเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจืออยู่เลย แต่มันกลับแฝงความเย็นยะเยียบผิดกับความงดงามของเธอที่เวลคินจำได้ ว่ากันว่า เดอลาเรียคือแม่เสือที่หลับอยู่ และการทำให้แม่เสือตัวนั้นตื่นขึ้นมากางเขี้ยวเล็บตะปบใส่ก็ดูไม่ใช่ความคิดที่ดี

“ฮาเรสก้าใช้สุสานของบ้านฟากตะวันตกในการสร้างรังของแมลงกรอสซี่ พวกเขาสร้างรังไว้ไม่ใหญ่นัก เพราะคงกลัวว่าตัวเองจะควบคุมมันไม่ได้ คุณพี่ต้องเข้าไปทำลายมัน ก่อนที่พวกเขาจะย้ายมันไปที่อื่น”

“พี่จะส่งเรื่องให้เลสคาเลต...”

“คุณพี่ลืมไปหรือว่าในโลกนี้มีคนแค่สี่คนที่เข้าไปในรังของแมลงกรอสซี่ได้อย่างปลอดภัย”

ดัสค์อ้าปากค้างเพราะถูกขัดจังหวะ แล้วหุบปากลงเพื่อนิ่งฟังน้องสาวเตือนสติ

“แอมมี่กับคุณพี่มีหน้าที่ของแคลร์กันคนละอย่างไม่ใช่เหรอคะ สาเหตุที่โลกใบนี้เลือกคุณพี่และแอมมี่ให้ทำหน้าที่นี้ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลนะคะ”

ชายหนุ่มหลับตาลงนึกถึงรอยยิ้มของแอมมี่ ใช่ เฟรรีแนนพูดไม่ผิด แล้วเขาก็อยู่บนโลกนี้มานานเกินกว่าจะเถียงเป็นเด็กอมมือโดยไม่รู้หน้าที่ตัวเอง

ตอนเจ้าเกิด พ่อของเจ้าต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะห้ามไม่ให้ตัวเองทำตัวเจ้ากี้เจ้าการได้

นายห่วงอะไรตาแก่

เขาควรเชื่อมั่นในตัวผู้หญิงที่เขาเลือกว่าเธอสามารถผ่านด่านทดสอบ และก้าวขึ้นเป็นเดรกเกอร์ผู้ใช้เวทมนตร์คนแรกของโลกได้ไม่ใช่เหรอดัสค์ครุ่นคิด ขณะเสียงของเฟรรีแนนดังลอดเข้ามา

“อย่าห่วงแอมมี่เลยนะคะ คุณพี่ เธอไม่ได้อยู่...และไม่เคยอยู่คนเดียว”

ดัสค์ยกมือขึ้นนวดขมับขณะฟังเสียงน้องสาวปลอบ ก่อนจะลดมือลงพร้อมกับเอ่ยว่า

“ขอบใจที่แจ้งข่าว พี่จะดำเนินการทันที”

“ฉันรู้ค่ะว่าคุณพี่ต้องทำได้”

ดัสค์พึมพำบอกลาน้องสาว แล้ววางโทรศัพท์ลงพร้อมกับมองไปที่เวลคิน

“ผมก็จะมาบอกเรื่องเดียวกันครับ”

ชายหนุ่มพยักหน้า

“งั้นเราก็มีเรื่องต้องทำ...” พูดถึงตรงนี้ดัสค์ก็มองไปที่อัลเบอร์โต้ พ่อบ้านภูตเลิกคิ้วขณะที่ดัสค์พูดต่อว่า

“...อีกหลายอย่างเลย”

 

“แอมมี่ต้องการจะคุยอะไรกับผมเหรอครับ” เฮนเดลถามขณะที่ทั้งหมดอยู่ในห้องทำงานของเฮนเดล

แอมมี่มองหินสีม่วงที่ลอยอยู่ในกระบอกใสแล้วถามว่า

“เจ้าอาวุธนั่นมันผ่านบาร์เรียร์ของวาจาสิทธิ์กับของผู้ใช้มนตราไม่ได้ใช่ไหม”

 เฮนเดลพยักหน้า

“ผมคิดว่าใช่นะครับ ถ้ามองจากที่พวกเขาไม่เขวี้ยงมันให้พุ่งตามแอมมี่เข้ามา”

“แต่ไม่ว่าเดรกเกอร์หรือผู้ใช้เวทมนตร์ก็ไม่สามารถสร้างบาร์เรียร์แบบนั้นได้ไม่ใช่เหรอ”

ไม่มีเสียงตอบจากเฮนเดล แอมมี่จึงพูดต่อ

“แล้วพวกเขาใช้อะไรหุ้มเจ้าหินนั่นไว้ล่ะ เพราะมันก็ต้องเป็นอันตรายต่อพวกเขาด้วยเหมือนกัน”

“หินน่ะครับ เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีพลังคล้ายกับบาร์เรียร์ของผู้ใช้มนตรา” เฮนเดลตอบพลางวาดมือทำให้เกิดกระจกใส แล้วสอดเข้าไปขยายชั้นหินให้แอมมี่กับทินเซลดู

“ผู้ใช้เวทมนตร์กับมังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเวทมาแต่กำเนิด เดรกเกอร์คือผู้ที่ใช้พลังเชื่อมต่อกับมังกร ในขณะที่ผู้ใช้มนตราแตกต่างออกไป พวกเขาใช้พลังจากภายในตัวเขา มันไม่ใช่เวทมนตร์ และขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ นั่นทำให้พวกเขามีระดับพลังที่หลากหลายและไม่เสถียร ยกเว้นแต่ว่าได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง”

“พลังจากภายใน...พลังแบบนั้นเหมือนกับวาจาสิทธิ์ของแคลร์หรือเปล่า”

เฮนเดลยิ้ม “ครับ สำหรับผมคำว่า พรสวรรค์ อาจใช้อธิบายได้ใกล้เคียงที่สุด”

“แต่พรสวรรค์มันใช้ได้แค่ในเวลาจำเป็นนะ จะเอาออกมาใช้พร่ำเพรื่อตามใจชอบก็คงไม่ไหว” แอมมี่แย้ง

หลังจากการใช้วาจาสิทธิ์ครั้งนั้นที่นี่ แอมมี่ก็แทบไม่เคยใช้วาจาสิทธิ์อีก เธอเคยปรึกษาท่านแคลรีสในเรื่องนี้ครั้งหนึ่งตอนพาทินเซลไปเยี่ยมท่านเมื่อปีก่อน แต่คำตอบที่ได้ออกจะคลุมเครือ

วาจาสิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่จะเอ่ยขึ้นเพื่อตัวเอง และเพราะมันไม่ได้เอ่ยขึ้นเพื่อตัวเอง มันจึงทรงอำนาจ

แอมมี่คิดว่านั่นดูเป็นปรัชญามากไปสำหรับเธอ แต่ในเวลานี้ เธอก็เริ่มเข้าใจละ หากคำพูดของเธอสามารถปกป้องผู้บริสุทธิ์ได้ก็คงดีไม่น้อย แค่คิดว่ามีคนใช้อาวุธนั้นทำร้ายผู้ใช้เวทมนตร์ เดรกเกอร์ หรือมังกร แอมมี่ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว

“คิดอะไรอยู่ฮะ” ทินเซลเอื้อมมือไปเขย่ามือแอมมี่ที่นิ่งไปนาน

หญิงสาวเลยกะพริบตาถี่ๆ แล้วก้มลงสบตาทินเซล

แอมมี่ไม่ต้องการให้ทินเซลต้องเสียเลือดเสียเนื้ออีกแล้ว ไม่อยากให้มังกรตัวอื่น หรือใครก็ตามต้องบาดเจ็บทั้งนั้น ฉะนั้นเธอจึงควรทำอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่างที่มีแต่เธอเท่านั้นที่ทำได้

“เฮนเดล”

“ครับ”

“เรื่องที่นายจะคุยกับฉันคืออะไร”

“พอดีครั้งล่าสุดที่คุณมาตรวจสุขภาพ ผมได้เก็บตัวอย่างเลือดของคุณไว้ ก็เลยลองเอาเลือดของคุณมาทดสอบกับแมลงกรอสซี่ ผลที่ออกมาคือ สิ่งนี้ครับ”

แอมมี่เดินตามเฮนเดลไปที่แท่นทดลองที่มีแมลงกรอสซี่เดินวนไปวนมาอยู่ในกรอบวงกลมสีน้ำตาลแดงสองวงที่เขียนซ้อนกันไว้

“วงกลมนั้นเขียนด้วยเลือดของฉันเหรอ”

เฮนเดลพยักหน้า “ครับ วงนอกของแอมมี่ ส่วนวงในเป็นของทินเซล” เฮนเดลอธิบายพลางชี้ไปที่วงกลมที่อยู่ในสุด

“แสดงว่าเลือดของฉันกับแอมมี่ขังแมลงนี้ได้งั้นเหรอ” ทินเซลถามเสียงสูง

“เปล่า เฉพาะของแอมมี่ เห็นไหมว่ามันออกจากกรอบวงกลมของนายได้ แต่ออกจากกรอบวงกลมของแอมมี่ไม่ได้ สิ่งที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ...” เฮนเดลกระดิกนิ้วตัวเอง ทำให้เลือดสีแดงซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดสำหรับหยดเหนือจานหยดลงมากระทบกับตัวแมลงกรอสซี่ เจ้าตัวแมลงสีดำนั้นก็หยุดเคลื่อนไหวทันที

“มันตายเหรอ” ทินเซลถามอย่างนึกหวาดเสียว

“แค่หยุดนิ่งไป และไม่ใช่แค่เลือดของแอมมี่เท่านั้นนะ เราขอความร่วมมือจากท่านแซลกี้เพื่อเอาเลือดของแคลร์คนปกติที่ไม่มีวาจาสิทธิ์ และเลือดของคนธรรมดาทั่วไป ปรากฏว่ามีแต่เลือดของแอมมี่เท่านั้นที่หยุดการเคลื่อนไหวของเจ้าแมลงกรอสซี่ได้”

แอมมี่เลิกคิ้ว “เพราะอะไร”

เฮนเดลถอนหายใจ แล้วตอบว่า “ตอนนี้คิดได้อย่างเดียว คือ ในเลือดของเธอมีพลังพิเศษที่ทำอย่างนั้น แต่ถ้าอยากให้แน่ใจจริงๆ อาจต้องเอาเลือดของท่านดัสค์ ท่านฟอร์เซลล่า และท่านเฟรรีแนนมาทดลองร่วมด้วย ถ้าเป็นเหมือนกัน ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า นี่อาจจะเป็นลักษณะพิเศษของผู้ใช้วาจาสิทธิ์อีกอย่างหนึ่ง ”

แอมมี่ดวงตาเปล่งประกายขึ้น “ถึงเลือดของพวกเขาจะหยุดมันไม่ได้ แต่พวกเขาใช้มันตามกลิ่นไอเวท และเจาะเกราะบาร์เรียร์ป้องกันได้”

“ครับ”

มังกรหัวหน้าเผ่าเรดาเตสยกมือขึ้นขยับแว่นตาเดียวของเขาเล็กน้อย ทั้งที่ยังมองแอมมี่นิ่ง แล้วพูดต่อว่า

“ซึ่งผมสรุปเหตุผลที่เขาผลิตของแบบนี้ขึ้นมาได้เพียงข้อเดียว นั่นคือ เพื่อใช้ไล่ล่าและครั้งนี้มันมีเพียงเป้าหมายเดียว และไม่ใช่ทิน...”

ทั้งแอมมี่และทินเซลมองเฮนเดลเป็นตาเดียว ขณะที่มังกรแห่งการรักษาเอ่ยต่อว่า

“...แต่เป็นคุณครับ แอมมี่”

 

ต๊อก! ต๊อก! ต๊อก!

เสียงจะงอยปากของนกแก้วกำลังเคาะกับลำต้นของต้นไม้ดังเป็นจังหวะจะโคน ขณะคนซึ่งนอนหลับอยู่ก็ถูกปลุกให้ลุกขึ้นบิดตัว ก่อนจะยกมือขึ้นสางผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองแบบลวกๆ แล้วก้มลงดูอาการบาดเจ็บที่สีข้างซึ่งใช้ผ้าพันไว้

“ดีนะที่ริคโก้เห็นยายหนูนั่นก่อน แผลเลยไม่ลึกเท่าไร” ไรเกอร์พึมพำ แล้วหันไปสบตากับเจ้านกแก้วประจำตัวเขา

“ฉันติดหนี้นายนะ ริคโก้”

ดวงตาของริคโก้เบิกโตขึ้นตอบกลับมา ราวกับมันจะพูดว่า

ของมันแน่อยู่แล้ว

ไรเกอร์พลิกตัว แล้วคลานออกจากโพรงไม้ที่ซ่อนตัว เพื่อออกมานั่งบนกิ่งไม้ข้างริคโก้ เจ้านกแก้วยังคงใช้จะงอยปากของมันเคาะกับต้นไม้ในจังหวะเดิมไม่หยุด ไรเกอร์จึงยกมือขึ้นลูบหัวมัน มันจึงหยุด

“แอมมี่ไม่มา แต่ส่งคุณมาเหรอครับ

สิ้นเสียงถามของไรเกอร์ ร่างของเมดเดอร์ที่มักเดินตามหลังท่านหญิงเลตินอรร์ตอลเสมอไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ปรากฏตัวขึ้นที่กิ่งไม้กิ่งซึ่งอยู่ต่ำกว่าจุดที่ไรเกอร์นั่งอยู่

“ท่านหญิงบอกว่าต้องขอคืนพัสดุชิ้นที่คุณฝากไว้ที่ร้านขายของเล่นให้คุณ เพราะมันคงส่งต่อไม่ได้หากขาดพัสดุอีกชิ้น” คาเมร่าเอ่ยพลางสะบัดมือส่งจดหมายสีทองไปให้ไรเกอร์

ชายหนุ่มรับไว้ แล้วพบว่าสิ่งที่ถูกส่งมาไม่ได้มีแค่จดหมาย แต่เป็นกระดาษรายงานภารกิจครั้งล่าสุดที่ควรอยู่ในแฟ้มปฏิบัติงานของเขา เมื่อเขาเปิดออกอ่านก็ยิ้มเมื่อเห็นหมึกสีแดงที่วงอยู่รอบเลขสองตรงช่องจำนวนพัสดุที่ต้องนำส่ง

ไรเกอร์ถูกจู่โจมขณะปฏิบัติงาน เป็นการจู่โจมจากคนที่เขาคิดไม่ถึง ตลอดการทำงานของเขา เขาระมัดระวังตัวเองเสมอ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพลาดเพราะไม่คิดว่าคนร้ายจะเป็นคนในของไปรษณีย์มืดเสียเอง

“ท่านหญิงฝากบอกคุณว่า หากคุณสะดวกก็ขอให้ดูแลการส่งนี้ให้เรียบร้อย เพราะเธอมีอีกงานที่ต้องทำค่ะ”

“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกมั้ง การที่เมดเดอร์ประจำตัวของเลตินอร์ตอลกล้าทิ้งนายเหนือหัวให้อยู่คนเดียว มันต้องมีเหตุผลมากกว่าการส่งของสิ” ไรเกอร์ย้อนถาม พลางแกว่งขาไปมา ขณะมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป

มุมปากของคาเมร่ายกขึ้น ขณะสายตาก็เหม่อมองไปยังภาพเดียวกันกับคนที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวเธอขึ้นไป พร้อมกับตอบว่า

“ค่ะ ไม่ใช่แค่นั้นจริงๆ นั่นแหละ”



[1] เดรกเกอร์ที่สังกัดหน่วยงานแฟร์เทรซ สำนักงานใหญ่อยู่ในทวีปแองกรีย่า

 



Writer : Kalthida

(FB Page: World of Kalthida)


Writer's Talk :

ดูเหมือนกัลจะลืมโพสต์ เพิ่งนึกได้เมื่อกี้ 555 ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ พอดีวันนี้เดินทางไปหลายที่กว่าจะเปิดคอมพ์ก็เล่นเอาดึกเลย หวังว่าจะยังมีคนรออ่านอยู่น้า ตอนนี้เป็นตอนที่ 9 ดังนั้น ให้รีบเข้ามาอ่านนะคะ เพราะถ้ากัลโพสต์ตอนที่ 10 เมื่อไร จะมีการซ่อนตอนที่ 7 - 9 น้า 

สำหรับคนที่อ่านไม่ทัน แนะนำให้อ่านจากเวอร์ชั่น อีบุค หรือสั่งซื้อหนังสือนะคะ หรือหากอยากซื้อเป็นตอน หลังจากลงจบกันจะเปิดขายคอนน์ในเด็กดีค่า 



สำหรับนิยายเรื่องนี้กัลจะโพสต์ให้อ่านกัน ทุกวันจันทร์ และ วันพฤหัส

#ฉลองครบสิบปีเดรกเกอร์_สตอรี

#ฉลองครบ_15000_likes #World_of_Kalthida



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

271 ความคิดเห็น

  1. #151 Mocno (@Mocno) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 15:11
    ทำไมแอบจิ้นไรเกอร์กับคาเมร่า 555555555555
    #151
    0
  2. #150 littledaydreame (@littledaydreame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:27
    ชอบความ คุณพี่ ของเฟรรีแนน 5555
    #150
    0
  3. #149 lalissaJJ (@lalissa2536) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:33
    วงกลมเลข 2..?
    ทุกน้ำหมึกจะมีปมส่อนอยู่
    #149
    0
  4. #148 Hazel1A (@hazel-nut) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:30
    เดรโกเลตมีหนอนบ่อนไส้เหรอเนี่ยยย ไรเกอร์นี่ผู้ใช้มนตราสินะคะ ไม่น่าจะคนธรรมดาแล้วล่ะ ลุ้นอีกแล้ว นี่รออ่านเดรโกเลตจนต้องกลับไปอ่านภาคหลักใหม่อีกรอบอ่ะค่ะ ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ น้าาา
    #148
    0