+^_^+< Miracle Mirror >+^_^+ (มนตร์นิรมิต)

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60

“กรี๊ด!

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้กรกฤตตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วเขายังคิดว่ากำลังจะตายเพราะตกจากยอดตึกสูง แต่กลายเป็นว่าเขาตกลงมาบนเตียงนอนของหญิงสาวคนหนึ่ง

ที่นั่นมันเป็นดาดฟ้าบนยอดตึกร้างนะ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน!’

ชายหนุ่มงุนงงอยู่ท่ามกลางความประหลาดใจและตกใจไม่แพ้หญิงสาวที่กำลังกรีดร้องอยู่ เขาจึงจำเป็นต้องทำให้เธอเงียบเสียงก่อน ชายหนุ่มจึงถามไปว่า

“คุณครับ หยุดก่อนครับ คุณ!

ไม่ได้ผล หญิงสาวยังคงกรีดร้องไม่หยุด กรกฤตเลยพุ่งเข้าไปหาเธอเพื่อจะปิดปากให้หยุดร้อง และรอให้เธอตั้งสติได้ แต่เมื่อเขาเข้าใกล้เธอ หญิงสาวแปลกหน้าก็เริ่มต่อสู้ขัดขืน กรกฤตไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ แต่เขาก็จำเป็นต้องใช้กำลังรวบตัวเธอมาตรึงไว้กับเตียง เขายึดมือทั้งสองของเธอรวบไว้เหนือศีรษะ แล้วใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไว้

ดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวช่างเหมือนกับดวงตาของเจ้าแมวพูดได้ตัวนั้นเลย เธอมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด นั่นทำให้กรกฤตใจอ่อนอยากผ่อนแรงมือที่กดไว้ลงบ้าง แต่แรงขืนตัวของเธอที่ต่อต้านอยู่ทำให้เขาจำเป็นต้องตรึงเธอไว้แบบนี้ แล้วพูดว่า

 “ใจเย็นๆ นะครับ ใจเย็นก่อน ผมจะไม่ทำร้ายคุณ”

จมูกน้อยเหนือฝ่ามือเขาสูดหายใจเข้าแรง และดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว นั่นทำให้สมองที่ยังมึนงงด้วยแรงกระแทกที่ตกลงมากับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่อาจยังมีมากเกินปกติของเขาเหมือนถูกฟาดอย่างแรง อะไรบางอย่างในดวงตาของเธอคนนี้ทำให้กรกฤตอยากตีตัวเองหรือใครก็ตามที่ทำร้ายเธอให้หวาดกลัวได้ขนาดนั้น น่าเสียดายที่ตอนนี้มีเพียงวิธีนี้วิธีเดียวที่จะทำให้เธอตั้งสติได้

“ผมขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ ผมจะปล่อยมือนะ แล้วเราจะคุยกัน โอเคไหมครับ”

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ เหมือนไม่แน่ใจ สุดท้ายเธอก็พยักหน้า ชายหนุ่มละมือเพียงเล็กน้อยเพื่อรอดูท่าทีก่อน เมื่อเห็นเธอไม่ร้องอีก เขาจึงขยับตัวถอยห่างเพื่อจะออกไปนั่ง และในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวก็ยกเข่าที่เริ่มเป็นอิสระขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาของเขาอย่างแรง

“อุ๊ก!” ความปวดร้าวแล่นปราดขึ้นทำให้ชายหนุ่มทรุดลงกับเตียง หญิงสาวจึงพลิกตัวตะเกียกตะกายลงจากเตียง แล้วพุ่งตัวไปที่ประตู กรกฤตกล้ำกลืนความเจ็บแล้วพยุงตัวลงจากเตียงก้าวตามไป แต่ต้องชะงักเมื่อคนที่วิ่งออกจากห้องไปก่อนกลับมายืนประจันหน้ากับเขาด้วยมีดในมือ ด้วยสัญชาตญาณชายหนุ่มจึงก้าวถอยหลังกลับเข้าห้องทันที

“หยุดนะ!

กรกฤตหยุดนิ่ง และพูดอย่างใจเย็น

“ใจเย็นๆ นะครับ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเหมือนกัน”

“ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ แค่นายออกไปจากห้องก็พอ” คริสตัลสะบัดปลายมีดชี้ไปทางประตู กรกฤตหันไปมองประตูพร้อมๆ กับเก็บรายละเอียดรอบตัว ที่นี่ไม่น่าใช่ตึกร้างหลังที่เขาพลัดตกลงมาแน่นอน ส่วนเธอคนนี้ก็น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเขามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร

“ผมแค่อยากรู้ว่าผมมาที่นี่ได้ยังไง”

“คุณพูดอะไร คุณไม่รู้เหรอว่าตัวเองมาจากไหน” หญิงสาวถามขณะจ้องหน้าเขาด้วยความงุนงงเช่นกัน

“ด้วยความสัตย์จริง ผมจำได้แค่ว่าผมตกลงมาจากตึก...”

คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวตาโต แล้วเหลือบมองไปทางด้านหลัง ชายหนุ่มจึงหันไปมองตาม สิ่งที่เห็นมีเพียงหนังสือเล่มหนึ่งตกอยู่ที่ปลายเตียง และหากเขาตาไม่ฝาดไปเอง บนหน้าปกหนังสือนั่น เขาเห็นสิ่งที่ไม่ควรอยู่ที่นี่

“ลายเซ็นของผม?”

“เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณกำลังจะพลัดตกจากตึกใช่ไหม” เสียงหญิงสาวถาม ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองเธอ

“ครับ ผม...เอ่อ ผมกำลังจะคิดสั้นน่ะ”

“ที่ไหน”

“ตึกร้างแถว...” ชายหนุ่มบอกชื่อย่านถิ่นฐานที่เขาอยู่ นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวส่ายหน้า

“ฉันไม่รู้จักที่นั่นหรอกว่าคือที่ไหน แต่ฉันรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และมันไม่ใช่ที่ที่คุณตกลงมาแน่นอน”

กรกฤตขมวดคิ้ว เขาอยากจะถามว่า แล้วที่นี่มันที่ไหน แต่อีกฝ่ายก็ชิงถามเขาก่อน

“คุณไปอยู่บนดาดฟ้าตึกเพราะอยากฆ่าตัวตาย แต่ต้องพลัดตกลงมาเพราะตกใจที่ได้ยินเสียงแมวพูดได้ใช่ไหม”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร ฝ่ายหญิงสาวก็เข่าอ่อนทรุดตัวลงอย่างหมดแรง แล้วชี้มือไปที่หนังสือซึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ปลายเตียง

“คุณมาจากเจ้านั่น”

“ครับ?” ชายหนุ่มทวนถามเสียงสูง แล้วเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มนั้นมาดู

หญิงสาวชี้มือไปที่หนังสือที่ชายหนุ่มถืออยู่ แล้วพูดซ้ำชัดๆ อีกครั้งว่า

“คุณออกมาจากในนั้น จากหนังสือ!

กรกฤตมองหน้าหญิงสาววัยรุ่นในชุดนอนด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ก่อนจะพลิกหนังสือสำรวจอยู่ไปมา มีลายเซ็นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนามปากกาของเขาอยู่บนหน้าปกจริงๆ และเมื่อเปิดหน้าหนังสือเข้าไปถึงบทนำ เขาก็พบฉากผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะกระโดดตึก ได้บรรยายเป็นมุมมองของผู้ชายที่พบแมวบนดาดฟ้าขณะที่เขากำลังคิดฆ่าตัวตาย

“...ไม่จริง” กรกฤตพึมพำ และเปิดหน้าถัดไปกลับพบว่าหน้าต่อๆ มามีแต่ความว่างเปล่า เขารีบปิดหนังสือแล้วพูดว่า

“คุณบอกผมเองว่าผมออกมาจากหนังสือนี่ แล้วคุณจะให้ผมไปไหน”

หญิงสาวอึ้งไป ดวงตาทอประกายสับสน กรกฤตคิดว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นเด็กดีระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ลังเลที่จะไล่เขาออกไป ชายหนุ่มจึงรีบพูดต่อ

“ในเมื่อผมออกมาจากหนังสือนี้จริง ก็ขอเวลาผมทำเข้าใจกับมันหน่อยนะ อย่างน้อยก็ให้ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน”

รู้นะว่าโกหก แต่ขอเวลาคิดหน่อยเถอะ ออกไปข้างนอกตอนนี้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา นี่มันเหลือเชื่อ เมื่อกี้เราเพิ่งตกลงมาจากตึก แล้วมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง กรกฤตแก้ต่างให้ตัวเองในใจ

เธอเหลือบมองหนังสือแวบหนึ่ง แล้วยกมีดในมือมาชี้หน้าเขา

“อย่ามาโกหก เมื่อกี้ฉันเห็นมันเป็นหน้าเปล่านี่”

แย่ละ ชายหนุ่มคิด

“ออกมา! แล้วเดินไปที่ประตู” เจ้าของห้องสั่งเสียงเฉียบ นั่นทำให้กรกฤตต้องก้าวออกมา

ครืน!

เสียงฟ้าด้านนอกร้องคำรามขึ้น ทำให้หนุ่มสาวทั้งสองหันไปมองทางระเบียงห้อง ชายหนุ่มหันกลับมาก่อนเลยเห็นใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด แต่เธอก็ยังออกคำสั่งต่อ

“วางหนังสือนั่นลง แล้วยกมือขึ้น”

ชายหนุ่มยอมทำตามแต่โดยดี ทั้งที่ในใจรู้ดีว่า แค่เขาพุ่งเข้าชาร์จเธอก็แย่งมีดจากมือเล็กๆ นั่นได้ไม่ยาก แต่การทำอย่างนั้นจะได้อะไรขึ้นมา เธอเป็นคนเดียวที่ยืนยันกับเขาได้ว่า เขาหลุดออกมาจากหนังสือนิยายนี่จริงๆ

ต้องทำยังไงดีนะ ถึงจะได้อยู่ต่อ กรกฤตครุ่นคิด แล้วสิ่งที่เหลวไหลที่สุดก็ผ่านเข้ามาในหัว ดังนั้นแทนที่เขาจะเดินไปที่ประตูห้องตามคำสั่ง เขากลับหมุนตัวเดินไปที่ระเบียงห้องแทน

“นั่นคุณจะไปไหนน่ะ!” หญิงสาวร้องถามเสียงดังไล่หลังเขาไป กรกฤตเดินไปเปิดประตูระเบียงพร้อมกับตอบว่า

“ในเมื่อผมมาโผล่ที่นี่โดยการกระโดดตึก ผมก็น่าจะลองกระโดดตึกอีกครั้ง เผื่อจะกลับไปอยู่ที่เดิม”

“ฮะ! บ้าหรือเปล่า” หญิงสาวทวนถามเสียงสูง แล้วมองเขาด้วยสายตาละล้าละลัง

เป็นเด็กดีจริงๆ ด้วยสินะ กรกฤตคิดกระหยิ่มในใจพลางก้าวออกไป

ทันทีที่สายฝนสาดโดนตัวชายหนุ่มเปียกเต็มตัว ร่างของเขาก็ล้มลงไปนอนบนพื้นระเบียง กรกฤตไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกมือขึ้น แต่ดวงตาของเขามองเห็นร่างกายตัวเองมีสภาพที่เหี่ยวและหดแฟบราวกับหุ่นกระดาษ สีของเสื้อผ้าก็เริ่มเลอะเลือนเพราะน้ำสีไหลเปื้อนมารวมกันเหมือนกับภาพสีน้ำที่โดนน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นน้ำฝนที่ไหลผ่านแขนก็ชะผิวของเขาออกมาเป็นน้ำสีดำ

กรกฤตตะลึงจนอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้สติ หญิงสาวในห้องก็โยนมีดทิ้งลงบนพื้น แล้ววิ่งมาลากร่างของเขากลับเข้าห้องอย่างเร็ว

แขนของเขามีสภาพดีกว่าเสื้อผ้า แต่มือกับตัวของคนที่เข้ามาช่วยพยุงเขาเข้าห้องนี่สิ ดูแทบไม่ได้เลย มันเปื้อนเปรอะไปด้วยน้ำหมึกสีดำไปหมดทั้งตัว ถึงกระนั้นเธอก็ยังอุตส่าห์พาร่างที่อ่อนแรงของเขาตรงไปที่ห้องน้ำจนได้ โดยไม่ได้สนใจว่าร่างกายของเธอจะเปื้อนหรือพื้นห้องจะเลอะเทอะแค่ไหน

“เช็ดตัวเร็ว!” หญิงสาวสั่งพลางโยนผ้าเช็ดตัวให้

กรกฤตรีบทำตามพลางมองหญิงสาวที่วิ่งออกไปนอกห้องน้ำ ครู่หนึ่งเธอก็กลับมาพร้อมด้วยไดร์เป่าผม เธอเสียบมันเข้ากับปลั๊กไฟในห้องน้ำ แล้วเป่าลมร้อนออกมา ทั้งรอยเท้าสีดำตามทาง ทั้งน้ำสีดำที่ไหลอยู่ตามตัว กรกฤตมองมันอย่างตื่นตะลึง เขาใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดน้ำออกจนชื้น ขณะที่ลมร้อนที่เป่าตามศีรษะและผิวของเขาก็ส่งกลิ่นกระดาษออกมาเป็นหลักฐาน

ความหดหู่ที่บรรยายไม่ถูกบอกไม่ได้ทำให้ห้องน้ำตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ หญิงสาวซึ่งกำลังเป่าลมร้อนให้เขาก็คงสังเกตได้ เธอจึงไม่พูดอะไร นอกจากช่วยเขาทำตัวให้แห้งโดยเร็ว

“คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวฉันไปหามาให้” เธอบอกพลางส่งไดร์เป่าผมให้เขาทำต่อเอง

ชายหนุ่มจึงรับมาเป่าต่อ ไม่นานหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าผู้ชาย

“เสื้อผ้าของพ่อฉัน คุณน่าจะใส่ได้ เพราะพ่อฉันสูงกว่าคุณ”

“ขอบคุณครับ”

หญิงสาวไม่พูดอะไรอีก เธอก้มมองพื้นแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินไปหยิบถังมารองน้ำจากในอ่างอาบน้ำ แล้วจึงคว้าไม้ถูพื้นเดินออกไป เมื่อประตูปิดลง ชายหนุ่มก็ถอดเสื้อผ้า ดึงกระเป๋าเงินที่เริ่มยุ่ยคล้ายกระดาษโดนน้ำออกมา อยากจะทิ้งแต่อีกใจก็ว่าควรเก็บไว้ เขาจึงพาดมันไว้กับราว ใช้ผ้าเช็ดตัวซับตามตัวที่มีคราบน้ำหมึกเลอะอยู่ แล้วจึงสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ จากนั้นก็เอาไดร์มาเป่าเสื้อ

ที่น่าสังเกตคือ รอยหมึกสีดำที่อยู่บนตัวเขา พอเขาตัวแห้งดีมันก็จางหายไปเอง ต่างกับเสื้อผ้าที่ยังคงเห็นริ้วรอยอยู่เช่นเดียวกับกระดาษเปียกน้ำ นี่นับว่าโชคยังดีนะที่น้ำฝนยังไม่ซึมเข้าไปในกระเป๋าเงิน ของข้างในกระเป๋าที่มีเงินจำนวนหนึ่ง บัตรเครดิต และบัตรระบุตัวตนของเขาจึงยังอยู่ในสภาพดี

“หรือเราเป็นตัวละครในนิยายจริงๆ” ชายหนุ่มพึมพำ แล้วหันไปมองก๊อกน้ำอย่างครุ่นคิด เขาเปิดมันออกแล้วยื่นนิ้วไปรดน้ำใส่ ผลก็เหมือนกับน้ำฝนเมื่อครู่ ชายหนุ่มยกมือลูบท้อง ความจริงก่อนเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าเขาดื่มเบียร์ไปหลายกระป๋อง ดูจากระยะเวลาเขาควรปวดปัสสาวะแล้ว แต่นี่กลับไม่รู้สึกปวด และไม่หิวด้วย

“เพราะเราเป็นกระดาษงั้นเหรอ”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“แต่งตัวเสร็จหรือยัง”

“ครับ เสร็จแล้ว”

บานประตูห้องน้ำเปิดออก หญิงสาวยกถังที่มีน้ำสีดำปี๋มาเททิ้งในอ่างอาบน้ำ แล้วเปิดน้ำไล่และล้างถังคว่ำเก็บ กรกฤตมองการกระทำอย่างชำนาญของเธออย่างแปลกใจ หญิงสาวคนนี้อยู่ในห้องพักที่หรูหรามาก ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะทำความสะอาดได้อย่างทะมัดทะแมง

“อะไร”

“เปล่าครับ คุณไม่เปลี่ยนชุดก่อนเหรอ”

หญิงสาวก้มมองตัวเองนิดหนึ่งแล้วสั่งว่า “ออกไปรอที่ห้องนั่งเล่น แล้วห้ามขยับไปไหนจนกว่าฉันจะกลับไป”

กรกฤตพยักหน้าพลางเดินตามหญิงสาวออกจากห้อง เขาทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาหน้าโทรทัศน์จอใหญ่ที่บางเฉียบ เขาเคยเห็นโทรทัศน์จอแบนมาเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะมีโทรทัศน์ที่จอใหญ่และกว้างเท่านี้

หรือว่าในโลกความเป็นจริงมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าเรา ชายหนุ่มคิดพลางมองไปรอบๆ ก็พบของบางสิ่งที่เหมือนกับโทรทัศน์จอแบน เพียงแต่มีขนาดเท่าฝ่ามือเอง ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางนึกว่าเขาเคยเห็นเจ้าสิ่งนี้จากที่ไหนนะ

“อ๊ะ! อันนั้นของฉัน ส่งมาหน่อย”

หญิงสาวกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวและร้องบอกเขาเสียงใส ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มจึงหยิบเจ้าสิ่งนั้นมามองด้วยความสนใจ

 “ทำไม นายไม่รู้จักไอโฟนเหรอ”

คนโดนถามยื่นไอโฟนให้หญิงสาวแล้วตอบว่า “เปล่าครับ แต่ผมเพิ่งเห็นข่าวเมื่อวันก่อนว่า บริษัทแอปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟนที่อเมริกา คาดว่าจะวางขายในเดือนมิถุนายน”

ดวงตาของหญิงสาวโตขึ้น “นั่นมันสิบปีมาแล้วนะ อ๋อๆ เข้าใจล่ะ คนเขียนสร้างตัวละครที่เป็นนายบนพื้นความรู้เมื่อสิบปีก่อนน่ะสิ”

พอโดนสะกิดเรื่องนี้กรกฤตก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“น่าจะเป็นอย่างนั้นมั้งครับ เราควรแนะนำตัวกันก่อนไหมครับ ผม กรกฤต ลิ้มไพศาล ปีนี้ผมอายุยี่สิบเจ็ด เอ่อ ผมหมายถึงในความทรงจำของผม ผมจำได้ว่าผมอายุยี่สิบเจ็ด”

หญิงสาวมองเขาตาแป๋วแล้วลดขาที่ยกขึ้นมานั่งกอดเข่าลง พลางกระแอมก่อนจะพูดว่า “ฉัน คริสตัล แก้วลดา ไดมอนด์ ฉันเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน ปีนี้อายุสิบแปด เพราะงั้นคุณไม่ต้องพูดเพราะกับฉันก็ได้”

“ครับ เอ่อ ได้ งั้นจะให้ผม เอ่อ ฉัน...เอ่อ ผมเรียกคุณว่าอะไร”

หากเป็นเวลาปกติเขาคงแทนตัวเองว่า พี่ กับเธอโดยไม่กระดากใจ แต่เมื่อมองว่าตัวเองเป็นแค่ตัวละคร อายุที่จำได้ก็ไม่รู้จะนับเป็นอายุจริงๆ ได้หรือเปล่า สุดท้ายกรกฤตเลยเลือกใช้คำแทนตัวอย่างเดิม

“คริส ไม่เรียกพี่ได้ไหม จั๊กจี้”

“โอเค เรียกผมว่า กร ก็ได้”

“อื้อ กร” คริสรับคำแล้วทั้งคู่ก็เงียบไป ดูเหมือนยังมีอีกหลายอย่างที่ทั้งคู่ต้องคิด และชายหนุ่มคิดว่าพวกเขาควรจะคุยเรื่องพื้นฐานก่อน

“ดูเหมือนผมจะหลุดออกมาจากหนังสือจริงๆ”

“ก็นะ กลิ่นหมึกหึ่งซะขนาดนี้ แถมตัวก็ยังยุ่ยได้อย่างกับกระดาษแน่ะ” คริสตัลพูดจบก็หันไปคว้าสเปรย์ดับกลิ่นที่อยู่ใกล้มือมาพ่นไปรอบตัวอีกรอบ

“แต่มันเหลือเชื่อนะ ลองดูนี่สิ” ชายหนุ่มพูดพลางวางของในมือทั้งหมดลงตรงหน้าเธอ ขณะที่คริสตัลก็ขยับเข้ามาดูใกล้ๆ

“ดีนะที่กระเป๋าเงินไม่โดนน้ำ”

“โห นิยายนี่มันสมจริงมากเลยนะ ขนาดเงินยังทำออกมาเหมือนเลย” คริสตัลเอ่ยพลางเลือกหยิบใบขับขี่และบัตรประชาชนออกมาดู

“บัตรนี่หมดอายุแล้วนี่”

“ก็ถ้าเป็นอย่างที่เธอบอก ว่านิยายเรื่องนี้มีท้องเรื่องเมื่อสิบปีก่อน มันก็น่าจะหมดอายุแล้วละ”

“แต่ก็พกไว้เถอะ เผื่อไว้ใช้หลอกใครได้บ้าง แต่เงินเนี่ยอย่าเอาไปใช้ดีกว่า เกิดโดนตรวจสอบว่าเป็นเงินปลอมคงได้โดนตำรวจจับกันพอดี”

กรกฤตพยักหน้าเห็นด้วย แล้วมองหญิงสาวที่สนใจของที่วางอยู่ตรงหน้าจนพอใจแล้วจึงเงยหน้าขึ้น

“คุณโดนน้ำไม่ได้ แสดงว่าก็น่าจะเข้าห้องน้ำไม่ได้ และกินไม่ได้ด้วยใช่ไหม”

“น่าจะอย่างนั้น เพราะอย่างนั้นขอผมอยู่ที่นี่ก่อนได้ไหมครับ ไม่เปลืองค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟหรอก”

มุมปากของคริสตัลยกขึ้นเล็กน้อย คงขำที่เขาทำตัวเหมือนคนไร้ที่พึ่ง จริงๆ เขาก็ไร้ที่พึ่ง ขั้นแรกรู้แค่ว่าโดนน้ำไม่ได้ ไม่ต้องกิน ไม่ต้องทำธุระในห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่ายังมีข้อจำกัดอะไรอีกไหม อีกอย่าง เขาควรอยู่ใกล้หนังสือที่เขาหลุดออกมาไว้ก่อนจะดีกว่า

“คุณจะอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ถ้าคุณคิดทำอะไรไม่ดี...” คริสตัลหันขวดสเปรย์ดับกลิ่นมาจ่อตรงหน้าเขา แล้วพูดต่อว่า

“คุณได้เละเป็นโจ๊กแน่ แค่สาดน้ำถังเดียวก็จอดแล้ว”

ชายหนุ่มยิ้มจืด คริสตัลมองสีหน้าเขาอย่างพอใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องว่า

“แล้วคุณคิดจะทำยังไงต่อไป หนังสือเล่มนั้น”

กรกฤตเหลือบมองหนังสือที่คริสตัลเอามาวางไว้บนโต๊ะรับแขก พลางเอื้อมไปหยิบมันมาเปิด เมื่อพ้นหน้าบทนำไป ทุกหน้ามีแต่ความว่างเปล่า

“มันไม่มีอะไรเลยนอกจากบทนำ”

“มันไม่มีนับตั้งแต่คุณออกมาต่างหาก จนถึงเมื่อกี้ฉันยังอ่านมันได้อยู่” คริสตัลแย้ง

กรกฤตเงยขึ้นจ้องหน้าเธอ หญิงสาวเลยพูดต่อ

“ฉันยังอ่านไม่จบ แต่ก็รู้จักชีวิตคุณคร่าวๆ บ้านคุณล้มละลาย ถูกแฟนทิ้ง แต่ก็สู้ชีวิตจนกลับมารวยได้อีกครั้ง”

“ผมทำได้งั้นเหรอ” น้ำเสียงเหมือนไม่แน่ใจของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวถอนหายใจ

“คุณเป็นพระเอกนะ มันก็ต้องทำได้สิ”

คำตอบรวบรัดง่ายๆ ทำให้คนฟังยิ้ม แม้ไม่มากแต่ก็เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หญิงสาวพลอยยิ้มตาม

“แล้วผมออกมาได้ยังไง”

หญิงสาวส่ายหน้า

“ไม่รู้สิ แต่ตอนคุณออกมาน่ะ ฟ้าผ่าแรงมาก...” พอพูดถึงตรงนี้ หญิงสาวก็เหลือบไปมองระเบียง แล้วพูดต่อว่า “ดูเหมือนฝนจะซาลงแล้วนะ เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อยซาลงได้สักที จะได้หลับได้นอนบ้าง”

กรกฤตเหลือบมองนาฬิกาก็เกือบจะหกโมงเช้าแล้ว แต่เพราะฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดเม็ดดีท้องฟ้าเลยยังมืดครึ้มอยู่

“ขอโทษที่มารบกวน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา คริสตัลจึงโบกมือทำนองว่าไม่เป็นไรแล้วลุกขึ้น

“ปกติถ้าฝนตกหนักขนาดนี้ก็ไม่ค่อยได้นอนหรอก แต่ตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้ว นายเห็นห้องนั้นไหม”

ชายหนุ่มมองตามมือเธอไปพลางพยักหน้า

“ถ้าจะอยู่ที่นี่ก็ใช้ห้องนั้นไปก่อนแล้วกัน ห้องของแด๊ดน่ะ”

“ขอบใจ” กรกฤตตอบ พลางมองตามคนที่เดินไปยังห้องตัวเอง มีเรื่องมากมายที่เขาอยากคุยกับเธอ แต่ดูเหมือนเธอยังไม่พร้อมจะคุยกับเขาตอนนี้

“เอ่อ” คริสตัลหยุดเดินและหันมาเปรยขึ้นขณะกำลังเปิดประตูห้องนอน

“ครับ?”

“ถ้านี่เป็นความฝัน...”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว หญิงสาวจึงคลี่ยิ้มแล้วพูดต่อว่า “...คุณก็พอจะเป็นพระเอกในฝันของสาวๆ ได้นะ เพราะงั้น อย่าไปเสียใจกับคนที่ทิ้งคุณไปเลย ผู้หญิงมีเยอะแยะ”

กรกฤตมองรอยยิ้มนั้นตาค้าง แม้กระทั่งเธอปิดประตูไปแล้วเขาก็ยังมองอยู่ สมองของเขาเริ่มกลับมามึนงงจนชายหนุ่มต้องสะบัดหน้าพลางยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาก่อนจะปิดหน้าอยู่นิ่งๆ เขาตกจากตึกลงมาบนเตียงของหญิงสาวแสนสวย หากนี่เป็นความฝันเขาก็ควรตื่น น่าเสียดายที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

งั้นก็ช่วยอะไรฉันหน่อยแล้วกัน เสียงของเจ้าแมวตัวนั้นดังขึ้นในห้วงความสับสน ชายหนุ่มลดมือลงแล้วสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขาก็คือร่างโปร่งใสของเจ้าแมวตัวนั้น มันสะบัดหางฟูฟ่องของมันอย่างถือดี แล้วเอียงคอพลางแสยะยิ้มให้และทักทายว่า

“ไง”


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

มีคนสงสัยคุณหนวดเฟิ้ม เอาไว้เฉลยตอนหลังนะคะ 555 แต่ตอนนี้ พระเอกของเราหลุดออกมาจากหนังสือแล้วล่ะ ทำไงดี นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักนะคะ กัลขอย้ำ แล้วเย็นนี้ตอนหกโมงเย็นก็จะเปิดพรีแล้วค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อหนังสือ เรื่องนี้ อย่าลืมเข้าไปในเพจ World of Kalthida นะคะ 

พี่กรรอทุกคนอยู่ ><


หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้กัลจะลงให้อ่านกันทุกวัน โดย... 

5 วันแรก จะลงให้อ่านกันเต็มตอนทุกวัน 

หลังจากนั้น จะลงให้อ่าน : ทุุกวันพุธและวันอาทิตย์ค่ะ

ในส่วนของฉาก NC ทั้งหมด กัลตัดสินใจตัดออกไม่โพสต์ในเด็กดี และไม่มีโพสต์ที่อื่น เนื่องจากเวป TS Writer ปิดทำการไปแล้ว TwT 

หวังว่านิยายเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนอมยิ้มได้เหมือนเคยค่ะ

กัล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #21 Jintita22 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 20:16
    วะว้าวเปิดพรีแล้วด้วย ได้หนังสือเมื่อไหร่คะ



    ปล.คุณหนวดเฟิ้มน่าจะเป็นพระเอกภาคปัจจุบัน ส่วนคุณกรที่ออกมาจากหนังสือน่าจะเป็นพระเอกภาคอดีตรึเปล่าคะคุณกัล เปิดฉากได้สมชื่อมนตร์นิรมิตเลยค่ะ^^
    #21
    2
    • #21-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      15 ธันวาคม 2560 / 09:23
      หนังสือจัดส่งวันที่ 20 กุมภาค่ะ เพราะติดคิวโรงพิมพ์ แต่อีบุคจะออกก่อน ประมาณวันที่ 18 ธันวาคม ส่วน่พ่อหนุ่มหนวดเฟิ้มของเรา ก็ต้องรอลุ้นนะคะ 5555
      #21-1
    • #21-2 Jintita22 (จากตอนที่ 5)
      15 ธันวาคม 2560 / 21:08
      ขอบคุณค่ะคุณกัล ว้าหนังสือรอนานเลยค่ะ แต่อยากได้แบบหนังสือมากกว่า เดี๋ยวค่อยเข้าไปพรีออเดอร์นะคะ^^
      #21-2
  2. #20 leel26092545 (@leel26092545) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 13:44
    OMG!!!!
    #20
    0