ความรักของยักษ์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 วิลัยเลขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60

ตอนที่ 4 วิลัยเลขา

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Lเดือนผกาต้องใช้สาวใช้ถึงสามคนถึงจะพาตัววิลัยเลขาออกจากบริเวณงานเลี้ยงได้ นอกจากพี่สาวเธอจะไม่ยอมง่ายๆ แล้วยังโวยวายจนเธอโดนสามีส่งสายตาดุมาให้ด้วย

นี่ใครปล่อยให้คุณวิลัยกินเหล้ากันฮะ ฉันเตือนแล้วใช่ไหม ว่าอย่าให้คุณวิลัยกินเหล้าน่ะ ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพอพี่ฉันเหล้าเข้าปากทีไรก็ป่วนทุกทีเดือนผกาดุเด็กรับใช้ที่กำลังช่วยกันอุ้มวิลัยเลขาไปนอนลงบนเตียงในห้องนอนแขก

หนูห้ามคุณวิลัยแล้วนะคะ ตอนแรกเธอก็พูดเสียงแข็งว่าไม่กินแน่ๆ แต่หลังจากที่เธอเข้าไปคุยกับคุณราพณ์แค่แป๊บเดียวเท่านั้นเธอก็เดินไปที่ซุ้มเครื่องดื่มแล้วดื่มบรั่นดีรวดเดียวสี่แก้วเลยค่ะ แล้วก็...เดินไปสาดน้ำใส่หน้าคุณราพณ์อย่างที่เห็นค่ะ เด็กรับใช้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าเรื่องแต่ต้นจนจบ ทำให้เดือนผกาถอนหายใจยาว พลางมองพี่สาวตัวเองอย่างอ่อนใจ

วิลัยเลขาเป็นพี่สาวที่อายุห่างจากเธอแค่ปีเดียวเท่านั้น แต่เมื่อห้าปีก่อน กลับต้องมาเป็นหม้ายผัวตาย ช่วยอะไรได้ล่ะ ในเมื่อพี่สาวเธอดันเลือกจะอยู่กินกับสามีที่มีอายุห่างกับตัวเองถึงยี่สิบสี่ปีอย่างคุณองค์อินทร์เอง

เรื่องความรวยน่ะ เดือนผกาไม่เถียงหรอก คุณองค์อินทร์น่ะรวยจริง แถมเมียก็ใกล้ตาย แววคุณนายเจ้าของรีสอร์ตลอยมาเห็นๆ แต่ที่ไม่ชอบก็คือแม้จะไร้คนขัดขวางขนาดนั้น วิลัยเลขาก็ยังทำให้คุณองค์อินทร์จดทะเบียนสมรสด้วยไม่ได้ แถมยังชะล่าใจคิดว่าคุณองค์อินทร์จะรักและหลงเธอมาก ก็เลยไม่ใส่ใจเรื่องนั้น

พอคุณองค์อินทร์ตายก็ต้องมาเจอสภาพเหลือแต่ตัวแบบนี้ อย่าว่าแต่พี่สาวเธอเลย ทุกคนในอำเภอบ้านนาหลวงก็ไม่มีใครคาดคิดว่าการที่วิลัยเลขาสู้อุตส่าห์อยู่กิน ปรนนิบัติรับใช้สามีมายี่สิบกว่าปี แถมสามียังรักยังหลงขนาดส่งลูกชายลูกสาวไปอยู่ให้พ้นทางแบบนั้นแล้ว สุดท้ายจะโดนดัดหลังด้วยการไม่แบ่งสมบัติให้เลย อุตส่าห์อยู่กินกันมายี่สิบปี ตอบแทนเธอเพียงแค่เศษเงินสามล้านกับบ้านหลังเล็กๆเป็นเดือนผกาก็รับไม่ได้เหมือนกัน

ไอ้แก่นั่นมันคงแค้นพี่ละสิในช่วงที่มันป่วย พี่ไม่ไปนอนเฝ้ามัน มันคงแอบทำพินัยกรรมช่วงนั้น แถมพวกลูกๆ ก็ยังกลับมาดูใจมันอีก เขาไม่ยกสมบัติให้ลูกก็แปลกละ

แล้วทำไมเมื่อหกปีที่แล้วตอนคุณอินทร์เริ่มป่วย พี่ถึงไม่ไปเฝ้าคุณอินทร์ล่ะ อุตส่าห์ทนอยู่ด้วยกันมาตั้งยี่สิบปี คุณอินทร์เจ็บอยู่แค่ปีเดียวเอง ถ้าพี่ทนสักหน่อย แค่ปีเดียวทนก็สบายแล้ว ไม่ต้องมาลำบากจ้างทนายสู้คดีมรดกแบบนี้ เดือนผกาจำได้ว่าเธอถามพี่สาวไปแบบนั้น

ก็ฉันยุ่งนี่ ตอนนั้น ลานเบียร์ก็เพิ่งเปิด มันยังไม่เรียบร้อย ตาแก่นั่นก็ดันมาป่วยซะได้ น่ารำคาญ

นั่นแหละ แล้วจะเปิดไปทำไมธุรกิจอกุศลแบบนั้น ผู้หญิงขายเหล้าขายเบียร์มันดีที่ไหนกัน เสียภาพพจน์หมด พี่อยู่เฉยๆ ได้เงินเดือนที่คุณอินทร์ให้มันก็พอใช้แล้วไม่ใช่เหรอ

ก็พอ แต่ฉันเบื่อ วันๆ อยู่กับคนแก่แต่ในรีสอร์ต เปิดลานเบียร์อย่างน้อยก็จะได้เจอคนอื่นบ้าง แล้วธุรกิจนี้น่ะมันได้เงินเยอะแค่ไหนแกก็รู้นี่ อีกอย่างเมื่อก่อนพ่อเราก็เปิดร้านเหล้าคาราโอเกะนะไม่เห็นจะแปลกเลย หรือแกลืมไปแล้วว่าเพราะอะไรแกถึงได้คุณสิงเป็นผัวนะ ไม่ใช่เพราะเขามากินเหล้าที่ร้านของพ่อแล้วก็เผลอได้เสียกับแกหรือไง

ชู่! พี่วิลัยเบาๆ หน่อย อย่าพูดเสียงดังสิเรื่องแบบนี้เดี๋ยวเด็กมันเอาไปพูดกัน เอาเถอะ ฉันไม่ว่าพี่เรื่องลานเบียร์แล้วก็ได้ แต่ฉันขอเตือนนะ ถึงจะขายแต่อย่ากินมันให้มาก เสียสุขภาพแถมแก่เร็วด้วยนะพี่

เฮอะ แกบอกตัวเองก่อนไหมผกา ฉันน่ะดูแลตัวเองอยู่แล้วตอนคุณอินทร์ตาย น่ะฉันสามสิบแปดแล้วนะยะ นี่ผ่านมาห้าปี ฉันสี่สิบสี่ แต่หุ่นฉันก็ยังเป๊ะไม่ต่างจากเมื่อห้าปีที่แล้วเลย แต่แกสิอ่านกว่าฉันแค่ปีเดียวแต่ปล่อยตัวให้อ้วนจนแทบไม่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งแล้ว คนไม่รู้ยังคิดว่าฉันเป็นน้องแกหลายปีเลย ฉันสงสัยจริงๆที่แกบอกว่าคุณสิงไม่มีเมียน้อยน่ะ มันจริงแค่ไหนเชียว

จริงแท้แน่นอน ฉันน่ะเฝ้าอยู่ตลอดและพี่สิงน่ะเขาก็เลยวัยเจ้าชู้แล้วเขาไม่ยุ่งแล้วล่ะเรื่องผู้หญิงน่ะ วันๆ เอาแต่ทำงานแถมรอบๆ ตัวก็มีแต่ผู้ชาย เลขาหน้าห้องฉันก็บอกให้เขาเลือกแต่ผู้ชายเท่านั้นไม่เห็นเหรอ ทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้านเลย ไปประชุมต่างจังหวัด ฉันก็ไปด้วยก็เห็นทำตัวดีตลอดจนฉันเลิกตามแล้ว ดังนั้นหายห่วง

เออๆ ไม่ห่วงแกหรอก แต่ฉันต้องหาวิธีเอาสมบัติของคุณอินทร์มาให้ได้ แกก็ต้องช่วยฉันด้วย หาทนายดีๆ มาหน่อย ฉันจะขอให้เขายื่นเรื่องกับศาลคัดค้านพินัยกรรม

เดือนผกาถอนหายใจเมื่อคิดถึงเรื่องที่พี่สาวเสียเงินฟ้องศาลขอค่าเลี้ยงดูเพิ่มเติมจากลูกชายสามีที่ตายไป แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จแล้วยังต้องมานั่งเจ็บใจมากขึ้นเพราะต้องเสียเงินค่าทนายไปมากอยู่และตอนนี้ก็เริ่มมีข่าวลือหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าวิลัยเลขาเอาเรื่องพินัยกรรมมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะเข้าใกล้ราพณ์ลูกเลี้ยงเพื่อหวังผลอย่างอื่น

ทำไมพี่ปล่อยให้ข่าวอย่างนี้ลือไปออกไปได้ล่ะพี่วิลัย ขนาดพวกคุณนายปลัดจังหวัดยังมากระซิบบอกฉันเลยนะว่ามีคนงานที่รีสอร์ตเอามาพูดกันว่าพี่กับคุณราพณ์อยู่ในห้องสวีตด้วยกันทั้งคืน แล้วตอนพี่ออกมาเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ยไปหมด พูดเสียฉันเห็นภาพเลย

ดี ยิ่งลือมากเท่าไรก็ยิ่งดี พวกบรรดาสาวๆ ที่หวังในตัวนายราพณ์จะได้ถอยห่างไปเอง

พี่วิลัย! นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ นั่นลูกเลี้ยงพี่นะ แถมเด็กกว่าด้วย

แค่เจ็ดแปดปี ไม่มากไปหรอกน่า

นี่แสดงว่าคุณราพณ์ไม่เอาพี่หรือเปล่านะ หรือว่าได้แล้วทิ้ง พี่วิลัยถึงได้โมโหขนาดนี้ เดือนผกาพึมพำพลางส่ายหน้า และรู้สึกว่าตัวเองพลาดที่เชิญราพณ์ พงศ์นารายณ์มางานด้วยเลยทำให้งานเลี้ยงที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น

พี่วิลัย พี่นอนอยู่บนนี้นะ ไม่ต้องลงไปข้างล่างแล้ว เดือนผกาบอกพี่สาวที่ครางอืออารับคำ

ม่ายเอา ฉันจะลงไปสาดน้ำมันอีก

ได้ยังไงล่ะพี่ นี่มันเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวหลานนะ อย่าทำให้ยัยมิ้นเสียหน้าสิ วิลัยเลขาหรี่ตามองหน้าน้องสาวแล้วก็ได้สติเล็กน้อย

เออ จริง งานนี้แกจัดเพราะจะหาผัวดีๆ ให้ยัยมิ้นนี่ แล้วมันจะมาทำไมกัน

ไฮ้! พี่วิลัยอย่าพูดแบบนี้นะ ยัยมิ้นเสียชื่อหมดเดือนผกาดุพี่สาวทำให้วิลัยเลขาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

จะอายทำไม ไม่ต้องอาย แกทำแบบนี้คนเขาเดากันไม่ออกก็แปลกล่ะ”

“แต่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรงๆ นี่ ถ้ายัยมิ้นขายไม่ออกขึ้นมาเพราะสิ่งที่พี่พูดล่ะ จะทำยังไง” เดือนผกาดุพี่สาวทำให้วิลัยเลขาพลิกตัวดึงหมอนมาหนุนอย่างเกียจคร้าน

“ฉันไม่พูดก็ได้ และเพื่อเป็นการไถ่โทษฉันจะบอกอะไรดีๆ ให้นะ แกอยากได้ลูกเขยรวยๆ ใช่ไหม นายราพณ์ไง รวยสมใจแกแน่

ว่าอะไรน่ะพี่ พูดมั่วกันไปหมดแล้วถึงจะอยากได้ลูกเขยรวยๆ แต่ฉันไม่อยากให้ลูกสาวฉันไปแต่งงานกับคนอัปลักษณ์หรอกนะ เดือนผกาบอก เพราะทุกคนจังหวัดรู้ดีว่าถ้าพูดถึงหนุ่มโสดที่รวยแล้วละก็ ไม่มีใครเกินหน้าคุณราพณ์ พงศ์นารายณ์ ไปได้ แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็มีข้อเสียใหญ่สุดที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ เขาเคยได้รับอุบัติเหตุจนเสียโฉม

หลักฐานความอัปลักษณ์ก็เห็นได้จากหน้ากากที่เขาต้องสวมใส่ไว้ตลอดเวลานั่นไงล่ะ เดือนผกาคิด

แต่รวยล้นฟ้าเลยนะ แกไม่เอาเหรอและที่มันยอมออกจากถ้ำมางานนี้ ฉันว่ามันต้องสนใจยัยมิ้นชัวร์

คนอื่นก็รวยเหมือนกันละน่า ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณราพณ์ก็ได้ เดือนผกาแย้ง

จำเป็นสิ เพราะแค่แกให้ยัยมิ้นแต่งงานกับมัน จดทะเบียนสมรสปุ๊บ สมบัติครึ่งนึงของพงศ์นารายณ์ก็จะเป็นของยัยมิ้นทันที”

“พี่หมายความว่ายังไงน่ะ” เดือนผกาถามเสียงสูง ทำให้วิลัยเลขาหัวเราะชอบใจ

“แกเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ถามเสียงสูงเชียว”

“โธ่ พี่ จะพูดก็พูดมาอย่าลีลาได้ไหม” เดือนผกาถามเร็วๆ ทำให้วิลัยเลขาทำหน้าบึ้งตึงแล้วตอบว่า

“ก็พินัยกรรมของไอ้แก่ผัวฉันไง มันกลัวจะไม่มีคนยอมแต่งงานกับลูกชายอัปลักษณ์ของมัน มันก็เลยเอาสมบัติส่วนที่ควรให้ฉันไปให้ลูกสะใภ้มันแทนไง

หา พี่ว่าอะไรนะ

สมบัติครึ่งหนึ่ง เงินสดเป็นสิบๆ ล้าน แถมหุ้นส่วนในรีสอร์ตอีกหนึ่งในสาม จะเป็นของสะใภ้ที่จดทะเบียนสมรสกับไอ้ราพณ์

เดือนผกาเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เคยได้ยินอะไรอย่างนี้มาก่อน แค่ฟังจำนวนเงินก็ทำให้ขนลุกไปทั้งตัวแล้วยังไม่นับหุ้นส่วนในรีสอร์ตพงศ์นารายณ์อีก

เรื่องจริงเหรอพี่ เดือนผกาถามซ้ำขณะที่วิลัยเลขาพยักหน้าหลายครั้งแล้วตอบด้วยเสียงยานคางว่า

จริงสิ ฉันฟังมากับหู ไม่งั้นฉันไม่สู้อุตส่าห์ไปยั่วมันถึงในห้องทำงานหรอก แต่ไอ้อัปลักษณ์นั่นดันตาต่ำทำเป็นไม่สนใจฉัน เชอะ ไอ้โง่ ฉันออกจะสวยขนาดนี้ แถมวันนี้มันยังจะมางานนี้ทั้งที่รู้จุดประสงค์ของแกอีก อย่างนี้เรียกว่าหยามกันเห็นๆ

พอได้ยินคำพูดของพี่สาว แววตาของเดือนผกาก็วาววับขึ้นทันที ก่อนจะก้มมองพี่สาวที่ตอนนี้กำลังบ่นพึมพำไม่เป็นภาษากับหมอนอย่างนึกขอบคุณแล้วรีบเดินออกจากห้องไป

เอาละ ต้องรีบบอกเรื่องนี้กับยัยมิ้น ถ้าตัดเรื่องหน้าตาออกไป อายุอานามก็พอเข้ากันได้ ถ้าได้คุณราพณ์ละก็ ตาแต้มก็ตาแต้มเถอะ สู้ไม่ได้แน่ๆ

 

เมษารู้สึกหงุดหงิดรู้สึกว่ามีคนกำลังมองเธออยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่ตอนที่เธอไปหยิบน้ำให้มีนาแล้วเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ดูเหมือนเธอจะถูกจับตามองจากคนที่ถูกสาดน้ำใส่ตลอดเวลา

ราพณ์ พงศ์นารายณ์ ผู้ชายประหลาดที่สวมหน้ากากหนังสีดำปกปิดไว้เกือบทั้งใบหน้าจงใจจ้องมาเธอแบบไม่ปกปิดเลยไม่ว่าเธอจะเดินไปตรงไหน หรือมีใครเข้ามาคุยด้วย เธอรู้สึกว่าสายตาของเขายังคงตามติดเธออยู่ตลอดเวลาเหมือนกำลังจ้องจับผิดหรือไม่ก็สังเกตพฤติกรรมเธอ

เธอพยายามสบตากลับไปเพื่อปรามเขาให้หยุดมองเธอ แต่ไม่ได้ผล นอกจากเขาจะไม่หยุดมองแล้วยังจ้องเธอกลับจนเธอต้องเป็นฝ่ายหลบเสียเอง

ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้ ก็เข้ามาคุยเลยไหม เมษาคิดอย่างหงุดหงิดหลังจากส่งยิ้มบอกลาให้แก่ข้าราชการคนหนึ่งที่เข้ามาคุยกับเธอเพราะอยากทำความรู้จักลูกสาวคนใหม่ของท่านผู้ว่าฯ สิงหา ซึ่งเมษาก็คุยพอเป็นพิธีแล้วขอแยกตัวออกมาจากวงสนทนาอย่างไม่น่าเกลียดนัก ก่อนจะเดินไปกระซิบบอกคุณกฤษที่ยืนคุ้มกันมีนาอย่างแข็งขันว่า เราน่าจะกลับกันได้แล้ว

เธอกับมีนาเข้าไปลาพ่อ โดยให้เหตุผลว่าต้องทำงานพรุ่งนี้เช้าคงอยู่ได้แค่นี้ สิงหาดูไม่พอใจในทีแรกและทำสีหน้านิ่งเฉยแต่ยอมให้เธอกลับ แต่เจ้าของสายตาที่ตามติดเธอไม่ยอมปล่อยนี่สิ ทำให้เมษาทนไม่ไหว

ถ้าไม่ได้เคลียร์กันคืนนี้ ต้องหงุดหงิดไปทั้งอาทิตย์แน่ๆ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน เมษาตัดสินใจขณะที่ล้างมือแล้วหันไปบอกพี่สาวว่า

“มีนกับคุณกฤษไปรอที่รถก่อนนะ พอดีฉันน่าทำตุ้มหูตกไว้แถวศาลาในสวนข้างจวนน่ะ จะไปดูสักหน่อยว่ายังอยู่หรือเปล่า”

มีนาเหลือบมองที่หูของเมษาก็พบว่าตุ้มหูหายไปข้างหนึ่งจริงๆ จึงพยักหน้ารับแล้วออกจากห้องน้ำไปก่อน เมษาเดินตามออกมาทีหลัง เธอเดินกลับเข้ามาในงาน สบตากับคนที่จ้องเธออยู่อย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะแกล้งเดินอ้อมตัวบ้านมายังสวนเล็กๆ ที่มีศาลาไร้ผู้คน เธอคลายมือที่กำตุ้มหูตัวเองเอาไว้แล้วยกขึ้นใส่มันตามเดิม พร้อมกับได้ยินเสียงคนเดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลัง หญิสาวจึงหันไปเผชิญหน้ากับเขา

คุณมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่เคยรู้จักกันนะคะ คุณราพณ์

เมษาเปิดประเด็นก่อนด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าเธอมากก็ตาม ข้อดีคือมันทำให้เธอมีโอกาสมองหน้าเขาขณะที่พูด ถึงแม้จะไม่ได้เห็นอะไรมากไปกว่าปาก คาง และแก้มข้างซ้ายของเขาก็เถอะ ดวงตาคมกริบของเขาดูเปล่งประกายประหลาดเมื่อได้ยินเสียงเมษาเรียกชื่อของเขาก่อนจะพูดว่า

แต่คุณรู้จักผม เมษายกมุมปากขึ้นนิดหน่อยก่อนจะตอบว่า

ไม่รู้จักค่ะ แต่คงเป็นไปไม่ได้ถ้าฉันจะลืมชื่อคนที่เพิ่งโดนสาดน้ำใส่หน้าแต่ยังคงอยู่ในงานต่อได้อย่างสง่าผ่าเผยหรอกค่ะ เมษาตอบอย่างฉะฉาน ปกติเธอก็ไม่กลัวใครอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงกลัวคนที่เธอไม่รู้จักตรงหน้า

ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอบคุณวิลัยเลขาสินะที่ทำให้คุณจำผมได้

เมษานิ่วหน้ากับรอยยิ้มแปลกๆ ของเขาแล้วพูดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันถามคุณนะคะ คุณตามฉันมาทำไม

รวมถึงทำไมต้องมองฉันอย่างกับจับผิดอะไรสักอย่างด้วย เมษาพูดต่อในใจแล้วจ้องหน้าเขาตรงๆ

ก็คงเหมือนผู้ชายทุกคนที่เข้าหาคุณในคืนนี้ ผมอยากรู้จักลูกสาวคนเก่งของท่านผู้ว่าฯ สิงหาก็แค่นั้นชายหนุ่มตอบทำให้เมษาเหยียดริมฝีปาก

โกหกเห็นๆ ถ้าแค่นั้นจริงก็ต้องมองมีนด้วยสิ แต่นี่นายมองแต่ฉันคนเดียวเมษาคิดอย่างขัดใจที่เขาตอบคำถามเหมือนจะตรงไปตรงมาด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนล้อเลียน

งั้นคุณก็ได้รู้จักฉันแล้ว ดังนั้นเลิกตามจ้องฉันสักที ฉันไม่ชอบ ถ้าอยากจะพูดจะคุยอะไรก็เข้ามาตรงๆ เลย ฉันไม่ใช่คนเข้าถึงยากเท่าไรหรอก

ริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้มขึ้นทันทีที่เธอพูดจบ มันทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าพลาดไปนิดหน่อยที่เป็นแบบนั้น มันเหมือนว่าเธอเพิ่งไปกดปุ่มเปิดกล่องปริศนาที่ไม่ควรเปิดเข้า สัญชาตญาณลึกๆ ของเมษาบอกว่าผู้ชายคนนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

คุณกับพี่สาวของคุณนิสัยต่างกันมากจริงๆ

มีคนพูดแบบนั้นอยู่บ่อยๆ ค่ะว่าเราไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรแม้จะยังรู้สึกไม่ปลอดภัยนัก แต่เมษาก็ยังตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิมแถมยังจ้องตากับเขาอย่างตรงไปตรงมา

เธอมองเห็นความพอใจในแววตาของเขา แต่เธอไม่รู้ว่าเขาพอใจอะไร พอใจรูปร่างหน้าตาของเธอ หรือพอใจในท่าทางที่เธอพูดคุยกับเขา ความเงียบเกิดขึ้นทำให้เมษารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จึงพยายามคิดหาหัวข้อสนทนาอื่นมาทำลายความเงียบนั้นจึงถามส่งๆ ไปว่า

ทำไมคุณต้องใส่หน้ากากด้วยคะ

“แล้วคุณคิดว่าทำไมล่ะครับ” ราพณ์ย้อนถามพลางเดินเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง แม้เมษาจะอยากถอยหนี แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ยอมขยับ

“ถ้าฉันรู้จะถามเหรอคะ” เมษาพูดสวนไปทันทีทำให้ราพณ์เงยหน้าหัวเราะจนเมษาหน้าง้ำลง

นี่ฉันถามอะไรน่าขำงั้นเหรอคะ

เปล่าครับ แต่คุณเป็นคนแรกที่ถามอย่างตรงไปตรงมา

คุณจะบอกว่า ฉันเสียมารยาทกับคุณอย่างนั้นสิ เมษาพูดพลางขยับเท้าถอยหนี แต่ก็ต้องชะงักจู่ๆ ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้น ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะจับตัวเธอแต่เปล่าเลย เขายกมือมาแตะที่หน้ากากของเขา นั่นทำให้เมษาต้องเปลี่ยนจากจ้องตาเขาไปจ้องมองมือที่เรียวสวยกว่าผู้หญิงของเขาแทน

ตอนผมเป็นเด็ก เคยประสบอุบัติเหตุจนหน้าเสียโฉมมีแผลเป็นที่น่าเกลียดอยู่บนใบหน้า เกรงว่าคนอื่นเห็นเข้าจะกลัวก็เลยต้องใส่หน้ากากปิดไว้ คุณรังเกียจไหมถ้าต้องพูดคุยกับผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์

ฉันรังเกียจหรือไม่ ตอนนี้ฉันก็พูดกับคุณอยู่นี่คะ”

“คุณอึดอัดหรือเปล่า” เสียงทุ้มถามต่อทำให้เมษานิ่วหน้าคิด

“ก็...ไม่นี่คะ แต่ฉันว่า มากกว่าหน้าตาของคุณ หน้ากากที่คุณใส่ยังดูน่ากลัวกว่าอีก

คุณอยากให้ผมถอดหน้ากากงั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มถามขณะที่ลดมือลงแต่เมษาก็ยังหลุบตามองตามมือเขาต่อเหมือนติดใจบางอย่าง ก่อนจะเหลือบขึ้นสบตาเขาอย่างเดิมแล้วตอบว่า

“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น”

“งั้นจะลองดูไหมล่ะครับว่า ระหว่างผมถอดกับใส่หน้ากาก แบบไหนน่ากลัวกว่ากัน ชายหนุ่มถามอีกครั้งทำให้เมษานิ่งคิด

“ฉันไม่จำเป็นต้องอยากรู้นี่คะ มันไม่มีนัยสำคัญอะไรเลย

“ก็อาจเป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจว่าคุณอยากจะคุยกับผมต่อหรือไม่ไงครับ” ราพณ์พูดต่อ

“ฉันไม่คิดว่าผู้ชายที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างคุณจะยอมเป็นตัวเลือกให้ใครหรอกนะคะ คุณราพณ์ ฉันว่าคุณต่างหากที่เป็นคนเลือกว่าอยากคุยกับใครต่อหรือว่าควรจะหยุดคุย” เมษาหยุดพูดเพื่อรอให้ชายหนุ่มโต้แย้งแต่เมื่อเขาไม่พูดอะไรอีกเธอจึงทำท่าจะพูดต่อ แต่ก็พูดขึ้นเสียก่อน

เพราะคุณเป็นหมองั้นเหรอคุณถึงพยายามพูดเพื่อรักษาน้ำใจผม แบบว่าไม่อยากตอกย้ำถึงปมด้อยของผม อะไรทำนองนั้น

ไม่ใช่ค่ะ แต่ที่ฉันจะพูดก็คือ หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด นิสัยใจคอต่างหาก ฉันยินดีจะพูดคุยกับคุณไม่ว่าคุณจะถอดหรือใส่หน้ากากอยู่ ตราบเท่าที่คุณจะทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี และเป็นสภาพบุรุษที่น่านับถือ” เมษาเว้นจังหวะหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ชั่วขณะหนึ่งและพูดต่อ

“และฉันยังมีเหตุผลอีกข้อที่สมควรทำความรู้จักกับคุณไว้ นั่นก็คือ รีสอร์ตของคุณเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้านขนมหวานดวงใจ ร้านของคุณยายของฉัน ฉันก็คงตีขลุมได้ว่า คุณน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีที่น่าคบหาคนหนึ่ง”

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เมษากลับรู้สึกโล่งใจ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะคิดอย่างไรกับการแสดงความรู้สึกตรงๆ ของเธอ แต่เธอดีใจที่ได้พูดความรู้สึกของเธอจริงๆ ออกไปแล้ว

“ผมดีใจที่คุณพูดตรงๆ”ราพณ์ตอบ

“ฉันเป็นคนตรงๆ อยู่แล้วค่ะ เอาละ คิดว่าการพูดคุยของเราคงต้องพอแค่นี้ก่อนนะคะ คุณราพณ์ พรุ่งนี้ฉันต้องทำงาน เพราะงั้น ฉันคงต้องบอกลาคุณแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะคะ

ราพณ์ไม่ได้ขัดขวางหรือพูดรั้งเธอไว้อย่างที่เมษาแอบคาดการณ์ เธอบอกไม่ถูกว่าเธอสมหวังหรือผิดหวังกับอาการเฉยเมยของเขา แต่ร่างกายของเธอก็ชะงักทันทีที่เสียงทุ้มของเขาเอ่ยตามหลังมาว่า

ราตรีสวัสดิ์เช่นกันครับ หวังว่าเราจะได้พบกันอีก...เร็วๆ นี้

เมษาหันไปสบตาคมที่วาววับขึ้นอย่างนึกหวาดเสียวในใจ แต่ก็ยังคงเก็บอาการไว้ด้วยการยกมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับคำตอบในใจว่า

เราคงไม่ได้พบกันเร็วขนาดนั้นหรอกมั้งคะ คุณราพณ์

 

วิลัยเลขาตื่นขึ้นกลางดึก เธอรู้สึกคอแห้งมากจึงลุกจากเตียงแล้วเดินออกมาหาน้ำกินในห้องครัวเพราะมาพักบ้านน้องสาวอยู่บ่อยครั้งทำให้เธอไม่จำเป็นต้องเปิดไฟก็เดินมาถึงตู้เย็นในห้องครัวได้ และเมื่อดื่มน้ำเสร็จเธอจึงพาตัวเองไต่บันไดขึ้นไปอีกครั้ง แต่ยังไปไม่ถึงห้องนอน บานประตูห้องก่อนหน้าก็เปิดออกทำให้เธอชนเข้ากับคนที่ออกจากห้องกะทันหัน

อุ้ย! วิลัยเลขาอุทานและเซไปปะทะอกของคนคนคนนั้นทำให้เขาต้องรั้งเอวเธอไว้โดยปริยาย วงแขนที่รัดรอบเอวแน่นทำให้วิลัยเลขารู้ว่าเป็นผู้ชาย และผู้ชายคนเดียวที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็คือ น้องเขยของเธอเอง

คุณวิลัย เสียงของสิงหาทำให้วิลัยเลขาเงยหน้าขึ้น เพราะยังมึนๆ ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ทำให้เธอพยุงตัวเองไม่อยู่และเบียดตัวเข้าร่างหนาของน้องเขยโดยบังเอิญ แต่เพราะแรงรัดจากวงแขนของน้องเขยที่แน่นผิดปกติก็เริ่มทำให้เธอเริ่มสร่างเมาอย่างช้าๆ

คุณสิงน่ะเอง ยังไม่นอนเหรอคะ เสียงถามยานคางเล็กน้อยพลางสบตาสิงหาที่ตอนนี้กำลังหลุบตาต่ำลงมองเนินอกอิ่มของเธอที่ล้นขึ้นมาตามรูปทรงของชุดออกงานที่ใส่อยู่นั่นยิ่งทำให้วิลัยเลขาเริ่มมั่นใจว่าเธอคาดเดาไม่ผิด

โธ่เอ๊ย! ผู้ชาย ไม่ว่าหน้าไหนก็หนีเรื่องนี้ไม่พ้นสินะ คุณสิงเองก็ใช่ย่อยนี่นา ก่อนหน้าจะได้กับยัยผกา ก็มองเราอยู่ตลอด วิลัยเลขาคิดถึงสมัยเธอสาวๆ แล้วได้เจอสิงหาครั้งแรก สายตาของเขาที่มองเธอกับน้องสาวนั้น ต่อให้ผ่านมายี่สิบปีก็ไม่ลืมหรอก

กำลังจะนอนครับ พอดีมีเอกสารที่ต้องอ่านเพื่อประชุมพรุ่งนี้ แล้วนี้ คุณวิลัย มาทำอะไรครับ

พอดีวิลัยหิวน้ำน่ะค่ะ แต่ยัยผกาไม่เตรียมน้ำไว้ให้ในห้องเลย ก็เลยต้องลงไปกินที่ห้องครัว วิลัยเลขาตอบด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจเล็กๆ ทำให้สิงหารีบแก้ตัวแทนภรรยาว่า

ผกาคงวุ่นกับงานเลี้ยงน่ะครับ เลยลืม สิงหาตอบทั้งที่ยังกอดพยุงเธออยู่อย่างนั้นทำให้คิดถึงเรื่องราวที่คุยตามประสาพี่น้องเมื่อไม่นานมานี้ดังแทรกขึ้นในหัวของวิลัยเลขา

คุณสิงอายุจะห้าสิบแล้วเขาไม่สนใจเรื่องผู้หญิงแล้วล่ะค่ะ

วิลัยเลขาหัวเราะในใจเพราะจากประสบการณ์ของเธอที่มีผัวแก่คราวพ่อรู้ดีว่าผู้ชายไม่ว่าอายุเท่าไรก็มีความอยากในตัวผู้หญิงทั้งนั้นแหละ

นั่นสิคะ เอ่อ จะลำบากไหมคะ ถ้าคุณสิงจะไปส่งวิลัยที่ห้องหน่อย กลัวเดินไม่ถึงห้องน่ะค่ะ รู้สึกเหมือนหัวจะทิ่มพื้นตลอดเลย วิลัยเลขาอ่อยเสียงหวาน

แน่นอนครับ ทางผ่านผมอยู่แล้ว

สิงหาพูดพลางพยุงวิลัยเลขาเดินไปยังห้องนอนแขกระหว่างทางม่ายสาวก็อดไม่ได้ที่จะใช้มารยาหญิงที่เคยทำกับสามีแก่ของตัวเองกับสิงหาและเมื่อมาถึงเตียงนอน เธอก็ทำเป็นเสียหลักผลักน้องเขยลงไปบนเตียงแล้วเธอก็ล้มทับ จนใบหน้าของเธอประชิดอยู่ใกล้ใบหน้าสามีของน้องสาว จนได้กลิ่นยาสีฟันจากลมหายใจของสิงหา

ดวงตาสองคู่สบกันราวกับกำลังสื่อสารความรู้สึกบางอย่าง เธอเลียปากตัวเองช้าๆ แล้วหรี่ตาลงทำทีเป็นไม่เห็นว่าสิงหากำลังยกศีรษะขึ้นเพื่อยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอช้าๆและในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของเธอกำลังจะประกบกับของสิงหา วิลัยเลขาก็แสร้งทำเป็นหมดสติซบหน้าลงที่ซอกคอของเขาแทน

วิลัยเลขาซบหน้านิ่งอยู่ในท่านั้น เพื่อรอว่าน้องเขยจะทำอะไรต่อ เขานอนนิ่งเหมือนช็อกไปอยู่นานหลายนาทีก่อนจะพ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอก

ฟู่! เกือบไปแล้วสิเราสิงหาพึมพำเบาๆ แล้วพลิกตัวให้วิลัยเลขาลงจากตัวเขาไปนอนบนเตียงจัดท่าทางเธอให้ศีรษะวางลงบนหมอนเสร็จแต่รอจนแล้วจนรอดหนุ่มใหญ่ก็ไม่ลงจากเตียงเธอสักที

วิลัยเลขาพยายามนอนนิ่งๆ และหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าให้เหมือนคนหลับสนิททั้งๆ ที่หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นเพราะกำลังลุ้นว่าสิงหาจะทำอย่างไรต่อไป แล้วเธอก็ต้องหัวเราะในใจมากขึ้นเมื่อมือหนาของน้องเขยวางลงที่หัวไหล่เปลือยของเธอ ก่อนจะลูบไล้มาที่ทรวงอกอวบอิ่ม และช้อนมือโอบอุ้มมันเหมือนชั่งน้ำหนักให้เหมาะมือ ก่อนจะบีบคลึงมันเบาๆ

เสียงหายใจเข้าออกของเขาหนักหน่วงขึ้นเธอทำทีเป็นพลิกตัวนอนตะแคง แล้วสิงหาก็นอนซ้อนทาบลงด้านหลังเธอ เขาสอดมือมาด้านหน้าเพื่อกอบกุมอกอิ่มอีกครั้งสุดท้ายก็อดใจไม่ไว้ต้องจูบซุกไซ้ลงที่ซอกคอเธอหลายครั้ง

สิงหาจูบและลูบไล้เนื้อตัวเธอเพียงชั่วครู่ เธอก็รู้สึกถึงแรงขยับร่างกายของสิงหาจึงเดาได้ไม่ยากว่าน้องเขยกำลังช่วยตัวเองอยู่เพียงแค่เขาได้ลูบไล้เรือนร่างของเธอเท่านั้น

รูปร่างสวยจริงๆ อายุขนาดนี้แล้วแท้ๆ แต่ยังสวยไม่สร่าง มิน่าคุณองค์อินทร์ถึงได้หลงนัก สิงหาพึมพำหลังจากเดินไปปลดปล่อยความต้องการของตัวเองในห้องน้ำ แล้วเดินกลับมาหยิบผ้าห่มคลุมตัวให้วิลัยเลขา ก่อนจะก้มลงจูบลาที่แก้มเธอเบาๆ แล้วเดินไปปิดไฟ และออกจากห้องนอนแขกไป โดยไม่ได้สังเกตว่าวิลัยเลขากำลังยิ้มอยู่ในความมืดมิดอย่างพอใจ

ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเจ้าชู้ มันไม่เคยหยุดหรอกยัยผกาเอ๊ย นี่เพราะเป็นฉันหรอกนะถึงไม่สานต่อ ถือว่าทำบุญให้ผัวแกไม่ต้องอดอยากปากแห้งสักครั้งแล้วกัน แต่ถ้าแกยังไม่รีบปรับปรุงตัว คุณสิงคงมีเมียน้อยเร็วๆ นี้แน่ เอ๊ะ! หรือมีอยู่แล้วนะวิลัยเลขานึกสงสัยก่อนจะลุกขึ้นนั่งและลงจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหายตัวเข้าไปในห้องน้ำ

 

แกว่าอะไรนะผกา จะให้ยัยมิ้นแต่งงานกับราพณ์เหรอวิลัยเลขาถามเสียงสูงขณะยกกาแฟขึ้นจิบ

ก็ใช่สิคะ เงินตั้งสิบล้านกับหุ้นส่วนในรีสอร์ตอีก ใครจะไม่เอา อายุอานามของคุณราพณ์กับยัยมิ้นก็พอสมกันอยู่ นี่ต้องขอบคุณพี่จริงๆ เลยที่แนะนำ

ฉันน่ะเหรอแนะนำแก วิลัยเลขาชี้หน้าตัวเอง

ใช่ค่ะ เมื่อวานตอนฉันพาพี่ขึ้นไปนอนไง แต่แหม พี่นี่ก็ร้ายนะ แอบเก็บเป็นความลับเงียบเชียว กะจะเอาไว้เองละสิ ดีนะที่คุณราพณ์มีสติไม่อย่างนั้นคงพิลึกน่าดู พ่อกับลูกมีเมียคนเดียวกัน เดือนผกาค่อนพี่สาวกลายๆ

พูดแบบนี้ นี่แกด่าฉันอยู่ใช่ไหม นังผกาวิลัยเลขาชี้หน้าด่าน้องสาว

ผกาค่ะ ไม่ใช่นัง ตอนนี้ฉันเป็นคุณนายผู้ว่าฯ แล้วนะพี่ช่วยพูดให้เกีรยติกันบ้าง และถ้ายัยมิ้นได้แต่งงานกับคุณราพณ์ก็จะได้ควบตำแหน่งลูกสะใภ้ของพี่ด้วย ดังนั้นเราต้องพูดจาดีๆ ให้มันสมฐานะของเราหน่อยนะคะ

ฮึ! ไม่ต้องเลย ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับมันแล้ว แกหาผู้ชายอื่นให้ยัยมิ้นเถอะ

เพราะเขาไม่เอาพี่ใช่ไหมล่ะ ถึงพูดแบบนี้ โถๆ ทำใจเถอะพี่ ใครจะชอบสาวแก่กันล่ะในเมื่อมีสาวเอ๊าะๆ มาให้เลือกเยอะแยะ เดือนผกาพูดกึ่งปลอบกึ่งกระแนะกระแหนพี่สาวจนวิลัยเลขาคิดอยากจะสวนกลับให้แบบเจ็บแสบบ้างแต่พอนึกถึงเรื่องน้องเขยเมื่อคืน เธอก็ยิ้มหยันขึ้นทันที

ก็ไม่แน่นะ ฉันยังสาวยังสวยอยู่ แถมดูแลตัวเองจนหุ่นดีกว่าแกเสียอีก มันต้องมีคนมองฉันบ้างแหละ แกต่างหากที่ควรระวังตัวไว้เถอะ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ ระวังผัวจะมีเมียน้อย วิลัยเลขาเตือนแกมเยาะเย้ยน้องสาวอยู่ในที

โอ๊ย! ฉันเฝ้าอยู่อย่างนี้จะๆไปมีใครได้ยังไงล่ะพี่ แล้วคนที่มีสามีแล้วแถมมีลูกโตขนาดนี้ สวยได้เท่าฉันก็ถือว่าดีแล้ว พี่ยังไม่เคยมีลูกหุ่นก็ไม่เสียน่ะสิ

วิลัยเลขามองความมั่นใจของน้องสาวอย่างสมเพช

นี่ขนาดเฝ้านะ ผัวหล่อนยังมาลูบๆ คลำๆ ฉันได้เลยเตือนแล้วไม่เชื่อก็ตามใจ มาร้องไห้ทีหลังอย่าว่าละกัน นังผกา

งั้นก็ตามใจแก ขอบใจที่ให้พักที่นี่เมื่อคืน เดี๋ยวคืนนี้ฉันกลับไปนอนบ้านตัวเองดีกว่า

แล้วเรื่องคุณราพณ์ล่ะ พี่จะวางมือเพื่อหลานใช่ไหม ฉันไม่ได้จะขวางพี่นะ แต่ไม่อยากให้หลานกับป้าต้องมาแย่งผู้ชายคนเดียวกัน เดือนผกาถามย้ำวิลัยเลขาจึงหันมายิ้มหยันให้

ส่วนของฉันคงพอแค่นี้แล้วละ แต่สำหรับยัยมิ้นก็แล้วแต่โอกาสเถอะฉันไม่เข้าไปห้ามหรือคิดขัดขวางหรอก แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ราพณ์น่ะไม่ง่ายอย่างที่แกคิดหรอก

ขอบใจนะพี่ที่ส่งเสริมหลาน เดือนผกาเอ่ยขอบคุณเสียงใส

ฮึ! ไม่ต้องมาปากหวานหรอก ทำให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาขอบคุณ วิลัยเลขาตอบหยิ่งๆ ลอยมาแล้วเดินออกจากบ้านไป พร้อมกับความสงสัยในตัวน้องเขยและความลับที่เธอล้มเลิกความคิดที่จะบอกน้องสาวไป

เห็นทีต้องเลิกมาค้างที่จวนผู้ว่าฯ แล้วล่ะ วิลัยเลขาคิดแล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นทันทีที่ขับรถพ้นจากจวนผู้ว่าฯ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

บางทีคนไม่ดีก็มักมาอยู่รวมกันได้อย่างนาอัศจรรย์นะคะ

อย่างที่เพื่อนของวีเคยพูด บางที “เพราะศีลเสมอกัน” ก็เลยอยู่ด้วยกันได้

 

รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา

 Facebook : Veerandah Suksasunee



**เปิด Pre - Order**


1 ความรักของยักษ์ ราคา 480 บาท

2 มนตร์นิรมิต ราคา 370 บาท

3 The Dagrolet's Rule ราคา 250 บาท


ระยะเวลาการเปิด 14 ธ.ค. 60 - 31 ม.ค. 61

เริ่มจัดส่งของวันที่ 20 ก.พ. 2561


สนใจ กดสั่งซื้อ >>> แบบฟอร์มสั่งซื้อ  <<<<

พิเศษ! 200 คนแรกที่แจ้งโอนจะได้รับ Memo Note 

ลายมาสเตอร์ทั้งสี่แห่งร้านวิทาเรียทีรูม


หมายเหตุ : หากสินค้าเสร็จก่อนจะจัดส่งทันที

***ใบสั่งซื้อเดียวกันจัดส่งพร้อมกัน***



Web: http://yaipan.lnwshop.com/ สามารถตามหาหนังสือของวีในรูปเล่มได้ที่เวปนี้นะคะ

>>> กดที่รูปภาพเลยค่ะ<<<<

 

ปล. เรื่องราวในนิยายเรื่องนี้ มีช่วงเวลาที่อยู่ยุคที่โทรศัพท์มือถือ

เพิ่งเริ่มเข้ามาในประเทศไทย ยังไม่มี Smart phone

และไม่มี Facebook Line Twitter หรือแม้แต่ Instagram

ติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์บ้านเป็นส่วนใหญ่

หากทำให้นักอ่านวัยรุ่นไม่เข้าใจเพราะเกิดไม่ทันยุคสมัย

วีต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ 

 

ประกาศ

ขณะนี้ เวป Tswriter มีปัญหาค่ะ และได้ปิดตัวลงอย่างถาวรแล้วนะคะ

ดังนั้นต้อขอโทษ เพราะฉากรักหลายๆ ฉากจะถูกตัดออกไปโดยไม่นำมาโพสค่ะ

ซึ่งขอให้นักอ่านทุกคนเข้าใจด้วยนะคะ และทุกคนสามารถตามแบบเต็มรูปแบบ

ได้โดยการซื้อ Ebook หรือสั่งซื้อแบบรูปเล่มเท่านั้นค่ะ

ขอโทษในความไม่สะดวกค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #96 Jellydolphin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:56
    ขนาดพี่น้อง จิตใต้สำนึกแต่ละคน
    #96
    0
  2. #17 Day Lily (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 08:53
    เมษาผู้มั่นมาก
    #17
    0