ความรักของยักษ์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 มีนา เมษา และ มิถุนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60

ตอนที่ 2 มีนา เมษา และ มิถุนา

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

มีนากำลังช่วยสายไหมยกถาดขนมที่หมดแล้วออกจากตู้โชว์ตอนที่มีลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เธอจึงเห็นแค่ร่างกายท่อนล่างของเขาเพราะกำลังก้มตัวอยู่ แต่ก็ยังเอ่ยทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเองไปว่า

ร้านขนมดวงใจสวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะคุณลูกค้า แต่วันนี้ขนมร้านเราขายหมดแล้ว...ค่ะท้ายประโยคของมีนาสะดุดลงพร้อมกับที่เธอเงยหน้ายืดตัวตรงแล้วเห็นว่าลูกค้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเป็นใคร

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะมีน เสียงทุ้มทักขึ้นทำให้มีนานิ่งงัน

เอ่อ นั่นสินะก็ตั้งแต่จบม.ปลายไปละมั้ง มีนาตอบพลางแค่นยิ้มให้ซึ่งคนตรงหน้าก็รู้ดี แต่ทำเป็นไม่สนใจรับรู้

เราได้ยินข่าวมาว่ามีนกลับมาทำงานที่วรินทรา เราก็เลยจะมาสมัครเป็นคนไข้มีนไว้แต่เนิ่นๆ ได้หรือเปล่า ชายหนุ่มยังคงพูดต่อทำให้มีนามองเขานิ่ง

สาธิตดูแตกต่างกับเมื่อหกปีก่อนมากพอสมควร เขาดูอ้วนขึ้นนิดหน่อยและมีสายตาเขาแสดงความเจ้าชู้ชัดเจนกว่าเดิมมาก

หรือเมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้แต่เรามองไม่เห็นนะมีนาคิดพลางก้มลงหยิบถาดเปล่าใบสุดท้ายในตู้โชว์ออกมา

ไม่ต้องสมัครกับเราหรอก สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นเลยคือไปโรงพยาบาลแล้วทำบัตรผู้ป่วยก่อนดีกว่านะ

งั้นเหรอ แต่ถ้าทำบัตรแล้ว ขอทำฟันกับหมอมีนาคนเดียวได้หรือเปล่าล่ะ สาธิตยังพูดต่อทำให้มีนาอึดอัดมากขึ้นหากต้องพูดคุยกับอดีตคนรักต่อไปอีกแต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อเสียงของเมษาก็ดังขึ้นว่า

ไม่ได้!พวกฉันเป็นข้าราชการนะ คนไข้คนไหนมาก็ต้องทำไปตามคิว ถ้าแกอยากเลือกหมอทำเป็นการเฉพาะคงต้องไปทำกับคลีนิกเอกชนแล้วล่ะ ไอ้แต้ม

อ่า งั้นเหรอ ไง เม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สาธิตทำเหมือนเพิ่งเข้าใจ แล้วทักทายเมษาอย่างเสียไม่ได้

เออ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเจอกับแกหรอก น้ำเสียงแสดงความเกลียดชังชัดเจนตอบไปอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ ทำให้สาธิตไม่กล้าพูดอะไรต่อ เมษาเลยชิงพูดตัดบทว่า

ขนมขายหมดแล้วไม่มีให้แกซื้อ แต่ถ้าแกคิดจะมาขายขนมจีบบูดๆ ของแกให้มีนละก็ ไสหัวกลับไป เอาเก็บไว้ป้อนยัยมิ้นเถอะ ที่นี่ไม่รับซื้อ

เม!” มีนาร้องเรียกน้องสาวฝาแฝดด้วยน้ำเสียงปรามอยู่ในที แต่เมษาทำเหมือนไม่ใส่ใจ

แหม พูดอย่างนี้ก็เท่ากับพี่เมว่ามิ้นน่ะสิว่ารับของเหลือจากพี่มีน ทั้งๆ ที่มิ้นกินของใหม่แกะห่อที่พี่มีนยังไม่ทันได้กินต่างหากน้ำเสียงเล็กๆ ดังมาสอดแทรกมาจากหญิงสาวอีกคนซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในร้านทำให้เมษาเชิดหน้าขึ้นทันที

มิถุนา วานิชกานต์ เป็นหญิงสาวร่างเล็กที่ยังคงชอบแต่งตัวได้แก่แดดเหมือนเดิม เมษามองกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่ใส่อวดเรียวขาที่มันก็สั้นไม่ต่างจากเธอเท่าไร และเสื้อสายเดี่ยวสีขาวที่สวมทับอยู่บนเสื้อแขนสั้นสีเขียวซึ่งเจ้าตัวใส่ชุดชั้นในดันทรงให้มันดูใหญ่ขึ้นแล้วสังเวช

แต่งตัวแบบนี้ พ่อยอมให้ยัยมิ้นเดินออกจากบ้านมาได้ยังไงนะ แต่อย่างว่าแหละ ลูกสาวคนโปรดของเขานี่นา ทำอะไรก็ไม่เคยผิดหรอก

แต่งตัวว่าแย่แล้ว ยังกล้าพูดจาแบบนี้อีกเหรอ ทำตัวไม่สมกับเป็นลูกสาวผู้ว่าฯ เลยนะ มิ้น ต้องกลับไปให้แม่ของเธอสอนใหม่เสียละมั้ง ว่าต้องพูดยังไงคนถึงจะไม่ด่ามาถึงพ่อถึงแม่ว่า การแต่งตัวและมีกิริยาพูดจาช่างเหมือนกับผู้หญิงอย่างว่านัก

พี่เม!/เมษา!สองเสียงเรียกชื่อเมษาขึ้นพร้อมกันแต่ใช้คนละสรรพนามทำให้เมษาเหลือบมองไปที่แขกไม่ได้รับเชิญคนที่สามของวันนี้

โอ้โห วันนี้มันวันเลวอะไร คน...ถึงได้มารวมตัวกันได้เยอะขนาดนี้ เมษาเปรยลอยๆ พลางยกมือขึ้นเท้าเอวพลางสูดหายใจเข้าลึก ขณะที่มีนาขยับเข้ามาเกาะแขนของเมษาไว้เหมือนเตือนสติแฝดน้องของเธอว่า เธอควรใจเย็นๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนคนนี้

เมษา เธอนี่มันไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ ขนาดเรียนจบเป็นหมอแล้วยังพูดจาไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่อีก

ใครกันแน่ที่ไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จักผู้ใหญ่คะน้าผกา ถามลูกสาวของน้าก่อนเถอะว่าตั้งแต่เดินเข้ามาเนี่ย ยกมือไหว้คนที่อายุมากกว่าแล้วหรือยัง ยังไม่นับการพูดการจาที่ชอบกดหัวคนอื่นอีก น้าควรเอาเวลาแต่งหน้าทำผม ตัดริบบิ้นเปิดงานการกุศล ไปสอนมารยาททางสังคมและการวางตัวให้ลูกสาวตัวเองก่อนนะคะ

เดือนผกากำมือกับหูกระเป๋าถือราคาแพงที่เพิ่งซื้อมาใหม่อย่างอดกลั้น หากไม่ใช่เพราะความจำเป็น เธอคงไม่ต้องมาพบลูกติดของสามีในวันนี้และเพราะเธอยังไม่ได้เริ่มพูดถึงความจำเป็นนั้นของเธอ นังเด็กสองคนนี่ก็เปิดฉากทะเลาะไปเสียแล้ว พอคิดได้ดังนั้นเดือนผกาเลยตัดสินใจเงียบเสีย แต่ดูเหมือนลูกสาวของเธอจะไม่พอใจที่เธอทำแบบนั้นนักจึงขึ้นเสียงกับเธอว่า

คุณแม่คะ!

เงียบก่อนเถอะมิ้น แม่บอกให้รออยู่ที่บ้านแท้ๆ นี่อะไร นอกจากตามมาแล้วยังลงจากรถโดยไม่รอแม่แล้วยังไปนัดตาแต้มมาที่นี่อีก ทำไมชอบทำอะไรให้มันยุ่งยากนะเดือนผกาดุลูกสาวที่ไม่ได้อย่างใจ พลางส่งสายตาดุไปให้สาธิตอีกคน จนชายหนุ่มต้องก้มหน้าแสร้งทำเป็นสำนึกผิด

ก็มิ้นจะไปเที่ยวกับพี่แต้มต่อนี่คะ อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าถ่อไปจนถึงโรงพยาบาลวรินทรา แต่ดันต้องขับรถกลับมาเพราะสองคนนี่ดันกลับมาบ้าน ถ้ามิ้นต้องกลับไปรอพี่แต้มที่บ้านอีกก็เสียเวลาแย่ ไม่ได้ไปไหนกันพอดี นัดมาเจอกันกลางทางแบบนี้แหละสะดวกดี

แล้วทำไมต้องนัดมาที่นี่ด้วยล่ะ เดือนผกายังคงบ่นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนต่อ

มิ้นคิดว่า ในเมื่อพี่มีนกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวรทั้งทีก็ควรให้แฟนเก่ามาต้อนรับขับสู้ด้วยไงคะ จะได้รู้สึกอุ่นใจในบรรยากาศที่เคยๆ แต่แค่ให้ดูแต่ตานะคะ ห้ามทำอย่างอื่นเพราะพี่แต้มยังเป็นแฟนของมิ้นอยู่ เป็นไงคะพี่มีน มิ้นเป็นแฟนที่ดีใช่ไหมล่ะ พี่แต้มน่ะซื่อสัตย์กับมิ้นคนเดียวและไม่เคยบ่นว่ามิ้นเป็นผู้หญิงน่าเบื่อเลยด้วย

มีนาเหลือบมองอดีตแฟนเก่าแวบหนึ่ง แล้วหลุบตาลงต่ำโดยไม่ตอบโต้อะไร คำพูดตอนที่แฟนเก่าบอกเลิกกับเธอเมื่อหกปีที่แล้วยังก้องอยู่ในหัว

เธอไม่รู้ตัวบ้างเหรอมีน ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อแค่ไหน

มีนาไม่ได้เสียใจกับคำพูดนั่นของสาธิตอีกแล้ว เพียงแต่กังวลมากกว่าว่าคำพูดแบบนี้จะมีอยู่ในใจของใครบางคนที่เธอแอบหลงรักเขาอยู่ตอนนี้หรือเปล่า

คุณกฤษจะคิดแบบเดียวกับที่แต้มคิดกับเราไหมนะ มีนาคิดพลางถอนหายใจเบาๆ ขณะที่ได้ยินเมษาตอกกลับไปว่า

โธ่ หนูจ๊ะ ของเก่าๆ ใครจะสนใจ เพราะของใหม่มันดีกว่าตั้งเยอะ เมษาพูดพลางเหยียดยิ้มใส่ แล้วดึงมีนาที่ยืนเงียบไม่โต้ตอบอะไรให้หลบไปอยู่ด้านหลังเธอ

พี่มีนมีแฟนใหม่แล้วเหรอคะ โห ไวไฟจังนะคะ ขนาดเรียนหนักมากยังมีแฟนได้อีก เป็นหมอด้วยกันหรือเปล่าคะ มิถุนาย้อนถามอย่างอยากสืบเสาะให้รู้ตื้นลึกหนาบางของฝ่ายตรงข้ามบ้าง พลางเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินคำตอบ

ไม่บอกหรอกย่ะเดี๋ยวจะไปสะกิดโดนต่อมนิสัยไม่ดีชอบแย่งของชาวบ้านของเด็กบางคนเข้า จนต้องเต้นเร่าๆ พล่านไปทั่วอีก

เอ๊ะ! พี่เม

ทำไม เมษาย้อนถามด้วยสีหน้าท้าทาย ทำให้เดือนผกาที่มองทั้งสองคนทะเลาะกันอยู่นานแล้วเริ่มทนไม่ไหว

เอาละๆ พอได้แล้วทั้งสองคนเลย เมจะยอมน้องหน่อยไม่ได้เลยใช่ไหม ตัวเองก็เป็นพี่แท้ๆ เดือนผกาเอ่ยตัดบทเชิงตำหนิ ทำให้มิถุนาเชิดหน้าอย่างถือดีเหมือนได้ชัยชนะนั่นทำให้เมษานิ่วหน้าอย่างอารมณ์เสีย

อุ้ย! ขอโทษนะคะ พอดี แม่ตาของเรามีลูกสาวแค่เราสองคนค่ะ เลยจำไม่ได้จริงๆ ว่ายังมีน้องอีกคน

เมษา เธอพูดอะไรก็นึกถึงหน้าพ่อเธอบ้างนะเดือนผกาพูดเสียงต่ำอย่างข่มโทสะไว้ที่สุด

แหมๆ แล้วที่เขาไปยกเมียน้อยขึ้นนั่งแท่นเป็นคุณนายผู้ว่าฯ น่ะเขาเคยนึกถึงหน้าแม่ของพวกเราไหมล่ะ อ๊ะ! ขอโทษทีนะคะน้าผกาที่เอาสถานะเก่ามาพูดแทงใจดำ ช่วยไม่ได้จริงๆ ความจริงเป็นยังไงมันก็เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำเมษาพูดด้วยเน้นย้ำด้วยเสียงเหยียด

เดือนผกาเหลือบมองสาธิตที่เป็นคนนอกอย่างเสียหน้านิดๆ พลางกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ แววตาที่เปล่งประกายไปด้วยอารมณ์โกรธฉายเด่นชัด และเมษาก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่จะข่มขู่ให้กลัวเธอซึ่งอายุมากกว่าได้อีกแล้ว แถมยังมีสาธิตยืนอยู่ด้วย ทางเดียวที่เธอจะรักษาหน้าตาตัวเองไว้ได้คือทำเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ เพื่อจบการเจรจานี้ให้เร็วที่สุด

เห็นทีคงต้องใช้ไม้อ่อนแล้วล่ะเมียน้อยผู้มากเล่ห์ของพ่อคิดอย่างนั้นก็หันไปขอความช่วยเหลือจากลูกสาวคนโตของสามีทันที

หนูมีน น้าไม่ได้มาเพราะอยากหาเรื่องอะไรนะ แต่เป็นเพราะท่านผู้ว่าฯ พ่อของหนูขอให้น้ามาบอกหนูว่าพรุ่งนี้เขาจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ลูกสาวทั้งสามคนที่สำเร็จการศึกษาแล้วในจวนผู้ว่าฯ ท่านเชิญแขกมาในงานเยอะเชียว ยังไงก็ขอให้หนูสองคนไปด้วย อย่าให้ท่านต้องขายหน้าคนทั้งจังหวัดเลยนะ

มะ.../ได้ค่ะ คำตอบรับของมีนาที่แทรกขึ้นมาทำให้เมษาหันไปมองหน้าพี่สาวฝาแฝดของตัวเองอย่างไม่เห็นด้วยแต่มีนากลับส่ายหน้าให้เมษายอมรับการตัดสินใจของเธอ

งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะจ๊ะ งานเริ่มทุ่มนึงเป็นงานเลี้ยงธรรมดา ไม่หรูหราอะไร เดี๋ยวน้าให้รถที่จวนมารับ เดือนผกาพูดอย่างเอื้ออารี แต่เมษาพูดสวนไปทันทีว่า

ไม่จำเป็นหรอกค่ะ บ้านนี้ก็มีรถส่งของ รับรองว่าพวกฉันไปถึงจวนผู้ว่าแน่ๆ

ถ้าพี่เมอยากนั่งรถกระบะเก่าๆ แทนรถเก๋งโก้หรูติดแอร์เย็นฉ่ำก็ช่างเขาเถอะค่ะแม่บอกข่าวจบแล้ว พวกเราก็กลับเลยดีกว่าที่นี่ร้อนจะตาย ไปค่ะพี่แต้มไปเที่ยวต่อดีกว่า มิ้นไปรถพี่แต้มนะคะแม่

ร้อนแล้วใครใช้ให้มาล่ะ เมษาแอบบ่นงุบงิบเมื่อเห็นมิถุนาหมุนตัวเดินจากไปขณะที่สาธิตทำท่าละล้าละลังหันมามองมีนาอีกครั้งก่อนจะโดนแฟนสาวลากตัวออกจากร้านไป

เดือนผกามองส่งลูกสาวอย่างระอาในความเอาแต่ใจของเธอ และหันมายืนนิ่งรอให้ลูกเลี้ยงทั้งสองยกมือไหว้แต่จนแล้วจนรอดเมษาก็ไม่ไหว้แถมยังจับมือมีนาไว้แน่นเพื่อไม่ให้มีนาทำด้วย สุดท้ายคุณนายผู้ว่าผู้เย่อหยิ่งก็ต้องล่าถอยและเดินจากไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดกว่าเดิม

ทำไมทำแบบนี้ล่ะเม ไม่ดีเลยนะ คุณยายรู้เข้าจะโกรธเอานะเป็นเด็กแต่ไปลามปามผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ที่ทำตัวไม่ดีไม่สมควรไหว้หรอกมีน แล้วเนี่ยไปรับปากเขาทำไม ไม่เห็นอยากไปเลย งานเลี้ยงฉลองอะไรก็ไม่รู้ คอยดูเถอะ พอไปถึงงานเราก็คงกลายเป็นหมาหัวเน่า มองพ่อกับน้าผกายกย่องปอปั้นลูกสาวสุดรักของพวกเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แล้วเอาเราไปเป็นไม้ประดับแน่ๆ เมษาเอ่ยอย่างแค้นใจ

ไม่มีทางหรอกเม เราไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อนเสียหน่อยที่จะยอมให้เขาจับเราไปนั่งตรงไหนก็ได้พวกเราเรียนจนจบเป็นหมอฟันแล้วนะ ยังไงก็ไม่ได้น้อยหน้าใครหรอก ต่อให้น้าผกาอยากกดเราให้ต่ำแค่ไหน แต่ด้วยอาชีพของเรามันยากนะ

เมษานิ่งฟังมีนาพูดอยู่ครู่หนึ่งก็สงบอารมณ์ลงได้ และเห็นด้วยกับความคิดของพี่สาว มีนาจึงพูดต่อว่า

อีกอย่างนะ เพราะเขารู้ว่าเราสองคนจะเชิดหน้าชูตาให้พ่อได้ไม่ใช่เหรอ เขาถึงบากหน้ามาเชิญเราน่ะ ดังนั้นเราควรไปนะ ไปเพื่อตอกย้ำทำให้เขารู้ว่า ยายเลี้ยงเรามาได้ดีแค่ไหน ดังนั้นอย่าโมโหเลยนะ

อือ รู้แล้วล่ะ ไม่โมโหแล้ว แต่มีนน่ะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ เชิญคนทั้งจังหวัด และไอ้ปลัดอำเภออย่างไอ้แต้มมันก็ต้องไปด้วยแน่ๆ

มีนานิ่งเงียบเหมือนตรึกตรองบางอย่างอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า

มันจบไปนานแล้วล่ะเม เรื่องของฉันกับแต้มน่ะฉันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว จะมีเขาหรือไม่มีเขาก็เฉยๆ

จริง คุณกฤษดีกว่าไอ้แต้มเป็นไหนๆ

เม! อย่าพูดแบบนี้สิ ถ้าคุณกฤษมาได้ยินเข้าฉันก็อายแย่สิ มีนาบ่นอุบอิบทำให้เมษาหัวเราะออกมา

ได้ยินสิดี จะได้รู้เสียทีว่ามีนแอบชอบเขาอยู่

ไม่เอาหรอก อย่าให้รู้เลย เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว มีนาพูดแก้พลางรวบถาดขนมที่หมดแล้วแบ่งเป็นสองกองสำหรับเธอกับเมเพื่อช่วยกันยกไปคนละกอง

ตามใจ คุณกฤษตอนนี้ยังโสดนะถ้าไม่รีบคว้าไว้ละก็เสียใจทีหลังไม่รู้ด้วยนะ

มีนาฟังอย่างนั้นก็ทำหน้าเครียด แต่ก็รีบปัดความกังวลนั่นออกไป และคิดว่าแค่ได้แอบมองเขาอย่างนี้ก็ดีมากแล้ว

เออ งั้นมาคิดก่อนดีกว่าว่าจะใส่ชุดไหนไปงานวันพรุ่งนี้ ทำไงดีล่ะ เสื้อผ้าสวยๆ ก็อยู่ในกระเป๋าที่บ้านพักของโรงพยาบาลหมดเลย เอามาแต่เสื้อยืดกางเกงยีนทั้งนั้น เมษาเอ่ยขณะช่วยยกถาดเปล่ากลับไปที่ห้องครัว เพื่อส่งให้คนงานนำไปทำความสะอาด

ไปหาซื้อในตลาดดีไหม มีนเสนอ

โห งั้นคงสวยสู้เสื้อผ้าของคุณหนูมิถุนาไม่ได้แน่ๆ เมษาค่อนจนมีนาหัวเราะ

ทำไมเราต้องไปแข่งกับเขาด้วยล่ะ”

ไม่ได้อยากแข่งนักหรอก แต่ไม่อยากรู้สึกเหมือนตัวตลก ให้ฉันเดานะมีน งานนี้น้าผกากับยัยมิ้นต้องวางแผนร้ายไว้แกล้งเราแน่ ไม่งั้นไม่ทนบากหน้ามาหาเราขนาดนั้นหรอก ฉันอุตส่าห์พูดยั่วให้โมโหไปตั้งเยอะ แกยังอุตส่าห์ทนได้

นั่นแน่ รู้ตัวเหมือนกันนี่ว่าพูดยั่วโมโหเขา

อยากรู้นี่นาว่าจะมาไม้ไหน เรากับเขาไม่เคยไปมาหาสู่กัน จู่ๆ ก็มาเชิญไปงานเลี้ยง เชื่อยากนะ ว่าไม่คิดทำให้เราขายหน้า เมษาย้ำตามความคิดของตัวเอง

งั้นเราก็ยอมให้เขาทำเถอะ มีนา

ไม่ได้สิ มีน อย่างน้อยเราต้องไม่เป็นตัวตลกให้เขาหัวเราะเยาะ ไปเถอะ ไปขอรถน้าไหม ให้คนงานขับกลับไปเอาชุดที่บ้านพักโรงพยาบาลกัน พูดจบเมษาก็รีบดึงมือมีนาให้เดินตามไปทันที

 

มิ้นล่ะเกลียดพี่เม เกลียดๆ ชอบพูดดูถูกมิ้นมิถุนาพูดเสียงกระแทกกระทั้นถึงสองสาวคู่แฝดในทางไม่ดีตั้งแต่ขึ้นรถมาตลอดทางจนสาธิตที่ขับรถอยู่ทนไม่ไหวต้องขัดขึ้นว่า

เกลียดแล้วมาหาเขาทำไมล่ะ

มิถุนาสะบัดหน้ามามองคนที่ขับรถอยู่แล้วตีไหล่ชายหนุ่มทันที

พี่เจ็บนะมิ้น มาตีพี่ทำไม

พี่แต้มพูดไม่ดีนี่ เข้าข้างฝ่ายโน้นเพราะยังรักพี่มีนอยู่ใช่ไหม

เอ้อ เปล่านะ พี่เลิกกับมีนตั้งนานแล้วจะรักอยู่ได้ไงพี่พูดความจริงต่างหากถ้าไม่ชอบทำไมต้องไปยุ่งกับเขาด้วย สาธิตพูดตามความจริง

ถ้าคุณพ่อไม่สั่ง คุณแม่ไม่มีทางเชิญพวกมันไปงานเลี้ยงด้วยแน่

สาธิตเหลือบมองสีหน้าด้านข้างของแฟนสาว แม้ไม่เห็นแววตาของเธอแต่จากน้ำเสียงและสรรพนามที่มิถุนาใช้เรียกพี่สาวต่างแม่ เขาก็พอรู้ว่า มิถุนาไม่ชอบพวกเธอมากๆ และเขาก็สังเกตเห็นแบบนี้มาหลายปีมันทำให้เขาคิดมาตลอดว่า การที่มิถุนาเข้ามาตีสนิทกับเขาเมื่อหกปีก่อนจนเขามีใจเอนเอียงมาชอบเธอมมากกว่ามีนา บางทีนั่นอาจเป็นแค่มิถุนาอิจฉาและอยากเอาชนะพี่สาวต่างแม่ของเธอก็เป็นได้

แต่ถึงแม้มิถุนาจะคิดแบบนั้นเขาก็ไม่มีปัญหาหรอกเพราะในที่สุดเธอก็หลงรักเขา นั่นเป็นเรื่องจริง และด้วยหน้าที่การงานตอนนี้ ครอบครัวและฐานะทางสังคมของมิถุนาก็ส่งเสริมเขาได้ดีกว่ามีนาด้วย

นี่มิ้น มิ้นรักพี่จริงๆ หรือเปล่า ทำไมไม่เชื่อใจพี่เลยล่ะเสียงทุ้มถามขึ้นทำให้มิถุนาชะงักไปแล้วหันมามองแฟนหนุ่มที่คบกันมานาน

พูดอะไรอย่างนั่นพี่แต้ม มิ้นก็ต้องรักพี่สิคบกันมาตั้งหกปีแล้วนะแล้วมิ้นก็บอกพี่ไปหลายรอบแล้วว่า อะไรๆ มิ้นก็ยอมพี่ได้หมด ขอแค่พี่เลือกมิ้นพี่จำไม่ได้เหรอ มิถุนาพูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วเอนศีรษะไปซบไหล่ชายหนุ่มอย่างอ้อนๆ

พี่ก็แค่อยากมั่นใจ สิ้นปีนี้พี่จะให้แม่มาสู่ขอมิ้นกับท่านผู้ว่าฯ นะ สาธิตเอ่ยทำให้มิถุนากระแอมแล้วเหลือบตาขึ้นเล็กน้อยเหมือนลำบากใจแต่เพราะกลัวชายหนุ่มจับได้ว่าตนกำลังลำบากใจจึงรีบพูดเอาใจว่า

มิ้นน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่คุณพ่อน่ะสิคะ ท่านอยากให้มิ้นทำงานสักหน่อยก่อนแต่งงาน จะได้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ ถ้าพี่มาขอมิ้นตอนนี้กลัวคุณพ่อคุณแม่พี่จะต้องเสียเวลานะคะ

งั้นเหรอชายหนุ่มรับคำเสียงขรึมๆ ทำให้มิถุนาขยับตัวห่างออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแสนงอนว่า

ถ้าต้องรออีกสักปีสองปี พี่แต้มจะไม่รอมิ้นเหรอคะ

รอสิ ก็รอมาตั้งหลายปีแล้วนี่ สาธิตตอบพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะแฟนสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะวางมือลงบนต้นขาขาวของมิถุนา แล้วไล้เบาๆ นั่นทำให้มิถุนาเบิกตากว้างขึ้น

พี่แต้ม มิถุนาเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ ขณะที่สาธิตละมือจากต้นขาเธอมาจับพวงมาลัยเพื่อบังคับรถเลี้ยวแล่นเข้ารีสอร์ตพงศ์นารายณ์ จากนั้นก็แล่นเลยเข้าไปยังโซนที่พักที่ขึ้นป้ายว่า ถ้ำไมยราพ ก่อนจะจอดรถและดับเครื่องยนต์ที่เรือนพักซึ่งเหมือนศาลารับแขกที่มีบันไดหินลาดจากเนินลงสู่ด้านข้างศาลานั้น

นี่มันอะไรกันคะ พี่แต้ม มิถุนาถามเสียงสูงปนหวานหน่อยๆ ขณะที่หันมาสบตาแฟนหนุ่ม

งานแต่งน่ะพี่รอได้ แต่ให้พี่ทนคิดถึงมิ้นน่ะ มิ้นก็รู้ว่ามันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน เสาร์อาทิตย์มิ้นก็อยู่กับคุณน้าผกาตลอดเลยนี่นา

มิถุนาหน้าแดงเพราะสาธิตไม่ใช่แค่พูดธรรมดา แต่เขาเข้ามากระซิบข้างหู และซุกไซ้แก้มของเธอจนเธอต้องหันเพื่อไปรับสัมผัสหนักๆ จากปากของเขาอย่างเต็มใจ

แหม อย่างกับมิ้นให้พี่รอนานอย่างนั้นแหละ แค่คุณแม่อยากแนะนำให้มิ้นได้รู้จักกับพวกเพื่อนๆ ของท่านนี่คะ มิถุนาพูดเสียงอ่อย

วันนี้อยู่ได้แค่ทุ่มนึงนะคะ ถ้าทุ่มครึ่งมิ้นยังไม่ถึงบ้านคุณแม่ต้องสงสัยแน่ๆตอนนี้พี่จะค้างกับมิ้นทั้งคืนเหมือนตอนเรียนไม่ได้แล้วนะ มิถุนาเอ่ยพร้อมกับขยับตัวออกห่างแล้วเปิดประตูรถลงไปยืนรอชายหนุ่มล็อกรถอยู่หน้ารถ

ตอนนี้บ่ายสาม ถึงมีเวลาน้อยไปหน่อยแต่มิ้นต้องตามใจพี่มากๆ นะ เวลาน้อยๆ อย่างนี้เดี๋ยวพี่ไม่อิ่มชายหนุ่มกระซิบบอกขณะเดินมาโอบไหล่มิถุนา

พี่แต้มอ่ะ หญิงสาวค้อนชายหนุ่มจนโดนหอมแก้มอีกครั้ง แล้วทั้งคู่ก็พากันดินลงบันไดด้านข้างศาลาหลังนั้นจึงพบว่าข้างล่างเป็นประตูห้องพักที่ขุดลึกเข้าไปใต้เนินเขา

มิถุนามองไปรอบที่พักอย่างพอใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะวิจารณ์ความสวยงามของห้องพัก สาธิตก็เริ่มกิจกรรมที่ทำให้เธอลืมคำพูดเหล่านั้นจนหมดสิ้น เอาเข้าจริงๆ คำพูดพวกนั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับความสุขที่ชายหนุ่มมอบให้เธอหรอก

ตอนคบกันแรกๆ มิถุนาอาจคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งพี่สาวฝาแฝดโดยแย่งคนรักมาจากพี่มีนได้ มันทั้งสนุกและสะใจ แต่พอได้คบกันต่อมา มันก็โก้ดีเพราะสาธิตเป็นหนุ่มหล่อ ฐานะทางบ้านก็ดี และพอเข้ามหาวิทยาลัย แม้เธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้แต่ก็เลือกเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนพร้อมซื้อคอนโดฯ ให้อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของสาธิต ฉะนั้นตลอดสี่ปีมานี้ เธอกับสาธิตจึงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาตลอดโดยที่พ่อกับแม่ของพวกเราไม่รู้

มิถุนาโอบกอดสาธิตเอาไว้ราวกับหวงแหน ยิ่งวันนี้ได้เห็นใบหน้านิ่งๆ ที่แฝงความเศร้าน้อยๆ ของพี่สาวตนโตอย่างมีนา มิถุนาก็ยิ่งสะใจมากขึ้น

อา วันนี้ช่างเป็นวันดีจริงๆ มิถุนาคิดขณะที่ชายหนุ่มกอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย

ไม่ว่าอะไร ถ้าอยากได้ก็แค่แย่งมา ไม่เห็นยากเลย พรุ่งนี้ก็เหมือนกัน พี่มีน พี่เม พวกพี่ไม่มีวันได้ตำแหน่งลูกสาวคนโปรดของพ่อไปหรอก ตำแหน่งนั้นเป็นของมิ้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วมิถุนาคิดอย่างหมายมั่นปั้นมือขณะที่ร่างกายเธอกระตุกและสติเริ่มล่องลอยเมื่อได้ความอิ่มเอมจากอ้อมกอดของสาธิต

ด้านสาธิตนั้น แม้ไม่มีมิถุนา เขาก็พอมีหญิงสาวอีกสองสามคนให้ใช้ทดแทนได้ แต่วันนี้ที่ต้องเป็นเธอเท่านั้นก็เพราะเขาได้เห็นมีนานั่นแหละ หลายปีก่อนเขาดันเปลี่ยนใจเร็วไปหน่อยเลยไม่ได้ลิ้มรสเธอ พอมาได้เห็นอีกครั้งก็ดันอยากได้ขึ้นมาเฉยๆ แต่คงไม่มีโอกาสได้ชิม เพราะดูเหมือนหญิงสาวจะระวังตัวเป็นพิเศษ

แม้เจ้าตัวจะอยากได้คนเป็นพี่มากกว่า แต่เพราะเป็นพี่น้องกันมิถุนามีหลายส่วนคล้ายกับพี่สาวมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่เขาจะจินตนาการว่าผู้หญิงที่เขากำลังกอดคือมีนา และมีความสุขกับกิจกรรมที่เขาชื่นชอบ

อา เสียงครางต่ำๆ ที่พาทั้งเขาและมิถุนาไปจนถึงปลายทางแห่งความสุขสมดังขึ้นขณะที่ในหัวสมองของสาธิตก็เริ่มร่างแผนการบางอย่างขึ้นในใจ

บางทีราน่าจะลองหยั่งเชิงกับมีนดูนะ ถ้าเธอยังมีใจให้เราก็คงจะกล่อมได้ไม่ยากนักเพราะถ้าได้กอดมีนจริงๆละก็คงจะรู้สึกดีกว่านี้นะ ยังไงพรุ่งนี้ในงานเลี้ยงคงต้องลองดู

สาธิตมาส่งมิถุนาที่จวนผู้ว่าฯตอนเกือบสองทุ่ม หญิสาวเดินขึ้นบ้านไปอย่างอารมณ์ดีแต่ก็ต้องหน้าหงอยลงเมื่อเห็นแม่ยืนหน้าบูดรออยู่ในห้องรับแขก

ไปทำอะไรมา แม่รอมิ้นมาลองชุดตั้งแต่เย็นแล้วนะ คุณพ่อก็รอกินข้าวจนรอไม่ไหว กินไปก่อนเพราะต้องกลับขึ้นไปทำงาน

แล้วคุณพ่ออยู่ไหนล่ะคะ มิถุนาถามเปลี่ยนประเด็น

อยู่ในห้องทำงานสิยะ อ่านเอกสารอะไรไม่รู้ แล้วไม่ต้องมาเปลี่ยนประเด็นนะ ไปไหนมากลับเสียมืดค่ำ

แถวๆ นี้แหละค่ะ โธ่ คุณแม่อย่าบ่นนักสิคะ คนเป็นแฟนกันก็ต้องไปเดตกันบ้างสิคะคุณแม่

อย่าพูดอย่างนี้กับใครนะ เสียราคาหมด เรื่องเที่ยวก็ด้วย คราวหน้าเอาเพื่อนไปด้วยคนสองคนก็ยังดี อย่าไปคนเดียวรู้ไหม ใครๆ ก็อยากเป็นลูกเขยท่านผู้ว่าฯ กันทั้งนั้น เราต้องเลือกคนที่ดีที่สุด แม่อุตส่าห์จัดงานนี้ก็เพราะเหตุนั้น รู้ไม่ใช่เหรอ มิ้น

มิถุนามองหน้าแม่อย่างเบื่อหน่าย แต่ก็พยักหน้ารับรู้เนือยๆ

รู้ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีใครสู้พี่แต้มได้นี่คะ ครอบครัวเขาก็รวยมีนาเป็นร้อยๆ ไร่ เป็นเจ้าของโรงสีอีกสองโรง หน้าที่การงานก็ดีตอนนี้เป็นถึงปลัดอำเภอแล้ว ถ้าไต่เต้าไปเรื่อยๆ ก็คงไปถึงปลัดกระทรวงได้ไม่ยาก แม่ยังต้องการลูกเขยที่พร้อมมากกว่าพี่แต้มอีกเหรอคะมิถุนาถามพลางเดินตามมารดาไปยังห้องตัวเอง แล้วยืนเฉยๆ ให้มารดาหยิบเสื้อผ้าที่เด็กรับใช้วางเรียงไว้บนเตียงขึ้นมาทาบตัว

แน่นอน ในจังหวัดเรายังมีหนุ่มๆ อีกหลายคนที่น่าสนใจ พูดถึงคนหล่อ รวยแถมมีหน้าที่การงานดี ก็ยังมีคุณหมอคมกฤษ รัตนเรืองโรจน์ อีกคนก็เสี่ยธวัชชัย เจ้าของร้านทองไง รายนั้นมีร้านตั้งไม่รู้กี่ร้านอยู่ทั่วจังหวัดเราและในจังหวัดข้างๆอีกนะ

โอ๊ย!ไม่เอาหรอกค่ะเสี่ยนั่นแก่กว่าหนูตั้งเยอะ ส่วนคุณหมอคมกฤษอะไรนั่น มิ้นก็ไม่สนใจหรอก ไม่ชอบมีแฟนเป็นหมอ มิถุนาเถียงและปฏิเสธไม่ใส่ชุดเดรสสีเขียวที่เธอคิดว่ามันเหมือนสาหร่ายไร้รสนิยม

งั้นอีกคนก็พ่อกิตติ เจ้าของโรงเลื่อย คนนั้นนอกจากมีโรงเลื่อยก็ยังมีที่นาอีกเป็นร้อยไร่ไม่แพ้กันเลยนะ ที่สำคัญ แม่เขาก็แก่ตายไปแล้ว แต่งงานไปรับรองไม่มีปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ให้ปวดหัว เดือนผกายังนำเสนอต่อไม่หยุด

“เราก็ค่อยๆ ดูกันไปเถอะค่ะคุณแม่ คุณพ่อคงยังไม่อยากให้หนูแต่งงานเร็วนักหรอกค่ะ มิถุนาพูดประวิงเวลาไว้ เพราะเอาเข้าจริงๆ เธอก็ชอบพี่แต้มมากกว่าคนที่แม่เสนอมาอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ขัดคอแม่ก็เพราะถึงห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ปล่อยให้พูดไปเถอะจะได้สบายใจ เธอคิดพลางยิ้มเมื่อเธอเจอชุดที่ถูกใจ

เอาชุดสีชมพูตัวนี้ดีกว่า ทำให้ดูเป็นสาวหวานใสๆ ดี

เมื่อเลือกเสื้อผ้าได้แล้ว คนรับใช้จึงนำชุดนั้นออกไปเพื่อไปเพื่อซักรีดให้พร้อมใช้ แล้วจึงเดินตามมารดาเข้าไปในห้องนอนของท่าน ซึ่งเมื่อล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว เดือนผกาก็เดินไปเปิดตู้เซฟเพื่อเอาเครื่องเพชรออกมาให้ลูกสาวเลือก

แม่ว่าเอาชิ้นเล็กๆ ให้ดูน่ารักเข้ากับชุดจะดีกว่านะ เดือนผกาบอกเมื่อเห็นลูกสาวหยิบสร้อยเพชรชุดใหญ่ขึ้นมาทาบอก

ชุดนี้ถ้าลูกแต่งเมื่อไรแม่จะให้ใช้ เดือนผกาพูดต่อทำให้มิถุนาวางอย่างเสียดาย

แม่นี่ก็ชอบสะสมเครื่องเพชรนะคะ สะสมไว้ทำไมเยอะแยะ

ก็ประกันความเสี่ยงยังไงล่ะ แกก็รู้ว่าแม่ไม่ได้จดทะเบียนกับพ่อแก ดังนั้น เก็บสมบัติไว้ในรูปแบบเครื่องเพชรเครื่องทองน่ะปลอดภัยกว่า เงินสดก็เหมือนกัน ถ้าถึงตอนแกแต่งงานไปแล้วก็ควรทำแบบแม่ อย่าให้พวกผู้ชายถือเงินเข้าใจไหม เดือนผกาบอกลูกสาว

แล้วทำไมคุณแม่ไม่บังคับให้คุณพ่อเซ็นทะเบียนสมรสล่ะคะ ป้าดวงตาก็ตายไปตั้งนานแล้ว

ก็เพราะพ่อแกเกิดอยากเป็นสามีที่ดี ไว้อาลัยให้แก่ความดีของเมียเก่าน่ะสิ แม่ถึงต้องยอมทนให้นังเมมันดูถูกอยู่อย่างนี้ ดังนั้นเลิกพูดเรื่องเก่าเก็บนี่ไปก่อน พรุ่งนี้แกต้องไม่ลืมทำตามแผนนะ

แผนอะไรคะ มิถุนาถามเสียงซื่อ

อ้าว ก็แผนเปิดตัวแกน่ะสิ แกอย่าปล่อยให้พ่อแกเดินคนเดียวเด็ดขาด เดินตามเขา แนะนำตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่ ถ้าพ่อแกจะแนะนำมีนากับเมษา ก็ต้องให้เขาแนะนำแกก่อน ถ้าคนถามก็ให้บอกว่าเขาเป็นลูกของเมียอีกคนของพ่อแก อธิบายให้ชัดเจนว่าไม่ใช่เมียออกหน้าออกตา เพราะเป็นแม่ค้าขายขนมไร้การศึกษา มาเกาะพ่อแกตั้งแต่ตอนเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ แต่พอพ่อแกเจอแม่ที่เป็นลูกสาวนายอำเภอ ก็ได้พบรักแท้ แถมแม่มีการศึกษาคู่ควรกับเขามากกว่าจึงอยากให้ป็นคู่ทุกข์คู่ยาก เห็นได้จาก พอแต่งงานกัน ก็ให้ฉันเป็นเมียออกหน้าออกตาคนเดียว เข้าใจไหม

มิถุนาฟังแล้วก็ถอนหายใจ เพราะมันคือบทพูดเดิมๆ ที่แม่สอนให้เธอพูดมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ เธอก็เชื่อและพูดตามอย่างจริงจัง แต่พอโตๆ มาจนเรียนจบบวกกับคำบอกเล่าของทั้งยายและป้า มิถุนาก็คิดได้ว่า มันก็แค่คำพูดที่แม่ใช้หลอกคนอื่นเท่านั้นเอง

เอาเข้าจริงๆ ก็เป็นแม่เองที่จ้องจับพ่อ ลูกสาวนายอำเภอหลงรักปลัดอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา จงใจใช้ความสาวความสวยของตัวเองยั่วยวนจนได้เสียกัน และใช้อำนาจของพ่อตาบังคับให้รับผิดชอบและเพราะเอาใจเก่งแถมยังสาวกว่าแม่ของมีนาและเมษามากพ่อก็เลยหลงแม่ได้ไม่ยาก สุดท้ายป้าดวงตาก็เลยถูกทิ้งโดยไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่ยุ่งปรนนิบัติพ่อผัวแม่ผัวที่ป่วย จนคุณปู่คุณย่าของเธอตายไปนั่นแหละ ป้าดวงตาถึงรู้ว่ามีแม่และเธออยู่ในโลกนี้ด้วย

ช่างน่าสงสาร ผู้หญิงโง่ๆ อย่างป้าดวงตาจริงๆ ถูกหลอกใช้งานโดยไม่รู้อะไรเลย พี่มีนก็คงเป็นเหมือนกัน ขนาดพี่แต้มยังถูกเราแย่งมาอย่างไม่รู้ตัวเลยนี่ สมน้ำหน้า

นี่ มิ้นฟังแม่อยู่หรือเปล่า เดือนผกาถามลูกสาวเมื่อเห็นมิถุนาเงียบไป

ค่ะ ฟังอยู่ มิ้นจะทำหน้าที่กระบอกเสียงให้แม่อย่างดีแน่นอน แต่แม่ก็ต้องช่วยมิ้นบอกพ่อด้วยนะคะ เรื่องแต่งงาน นี่พี่แต้มก็เร่งมาอีกแล้วบอกว่าสิ้นปีอยากให้คุณแม่เขามาคุยเรื่องแต่งงาน

ต๊าย! ตาย อะไรจะรวดเร็ว ขอเวลาเลือกหน่อยไม่ได้หรือไง

ได้ค่ะ มิ้นบอกให้พี่เขารอเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่ใช่เหตุผลว่ารอให้แม่เลือกลูกเขยนะคะ

ขอบใจย่ะ แม่ลูกแสนประเสริฐ ถ้ารู้เรื่องเรียนดีเท่าเรื่องแบบนี้จะดีมาก ฉันจะได้ไม่ต้องคิดแผนการทำให้แกดูดีกว่าแม่ฝาแฝดนั่น ใครจะไปคิดว่ามันสองคนเรียนแค่โรงเรียนบ้านนอกจะสอบติดหมอได้ แถมเรียนจบมาเกรดดีเสียด้วยพ่อแกงี้หน้าบานเป็นจานเชิง ยิ่งพอรู้ว่าได้ใช้ทุนจังหวัดนี้ ก็ถึงกับสั่งให้ฉันจัดงานเลี้ยงฉลองให้ นี่ดูรายชื่อแขกแต่ละคนนะ มีแต่คนที่แม่หมายตาไว้ให้แกทั้งนั้น หน้าตามันสองพี่น้องก็สวยใช้ได้เสียด้วย ถ้าเกิดผู้ชายที่แม่หมายตาไว้ให้แกไปหลงเสน่ห์มันจะทำยังไง

โธ่แม่ ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ เป็นหมอแล้วไง ก็ลูกแม่ค้าขายขนมนะคะ พรุ่งนี้เจอปาร์ตีหรูๆ เสิร์ฟเหล้า เสิร์ฟไวน์ จะกินเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ คงได้แสดงกำพืดแม่ค้าออกมาให้พ่อขายหน้าแน่ๆ ค่ะ มิถุนาบอกมารดาทำให้เดือนผกาแววตาส่องประกายขึ้น

นั่นแหละที่แม่ต้องการ มันจะได้ไม่กล้าไปป่าวประกาศว่ามันเป็นลูกของใคร”

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

มันเป็นเรื่องที่โชคดีของวีที่ตั้งชื่อตัวละครก่อนหน้าไว้ว่า

“มีนา กับ เมษา” พอต้องมาหาชื่อตัวละครน้องสาวของทั้งสองคน

มันก็เหมือนลอยเด่นขึ้นมาในหัวเลยว่า ต้องเป็น “มิถุนา”

เพราะในชื่อเดือนทั้งหมด มันมีอีกเดือนที่ขึ้นต้นด้วย “ม”

อยู่แค่ 3 เดือนเท่านั้น นั่นก็คือ “มีนา เมษา และมิถุนา”

วีได้ชื่อสามสาวพี่น้อง ที่คล้องจองพอดีโดยบังเอิญจริงๆ ค่ะ

น่าเสียดายที่ “มิถุนา” ดูเป็นเด็กนิสัยไม่ดีเลยนะคะ


อีกอย่างหนึ่งที่วีลืมบอกไปในตอนที่แล้วก็คือ

ช่วงแรกของเรื่องนี้จะเกิดตอนที่ แสนรัก มีนา และเมษา

เพิ่งเรียนจบและมาประจำที่รพ.วรินทรา ค่ะ 

ก็จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับตอนแรกของ "ความรักของแสนรัก" ค่ะ

ดังนั้นตอนนี้ มีนก็ยังไม่ได้แต่งงานกับคุณกฤษนะคะ


วีโพสนิยาย 5 ตอนแรกทุกวัน และโพสวันเว้นวัน ต่อจากนั้นนะคะ

 

รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Web: http://yaipan.lnwshop.com/ สามารถตามหาหนังสือของวีในรูปเล่มได้ที่เวปนี้นะคะ

>>> กดที่รูปภาพเลยค่ะ<<<<

 


ปล. เรื่องราวในนิยายเรื่องนี้ มีช่วงเวลาที่อยู่ยุคที่โทรศัพท์มือถือ

เพิ่งเริ่มเข้ามาในประเทศไทย ยังไม่มี Smart phone

และไม่มี Facebook Line Twitter หรือแม้แต่ Instagram

ติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์บ้านเป็นส่วนใหญ่

หากทำให้นักอ่านวัยรุ่นไม่เข้าใจเพราะเกิดไม่ทันยุคสมัย

วีต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ 

 

ประกาศ

ขณะนี้ เวป Tswriter มีปัญหาค่ะ และได้ปิดตัวลงอย่างถาวรแล้วนะคะ

ดังนั้นต้อขอโทษ เพราะฉากรักหลายๆ ฉากจะถูกตัดออกไปโดยไม่นำมาโพสค่ะ

ซึ่งขอให้นักอ่านทุกคนเข้าใจด้วยนะคะ และทุกคนสามารถตามแบบเต็มรูปแบบ

ได้โดยการซื้อ Ebook หรือสั่งซื้อแบบรูปเล่มเท่านั้นค่ะ

ขอโทษในความไม่สะดวกค่ะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #94 Jellydolphin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:24
    ผู้ชายเรื่องนี่คือเลวได้โล่มากเถอะ
    #94
    0
  2. #14 แว่นใส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 22:38
    พระเอกจะออกโรงเมื่อไหร่นะ
    #14
    0