ความรักของยักษ์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ราพณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

ตอนที่ 1 ราพณ์

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

กล่องกระดาษสีน้ำตาลใบน้อยใหญ่ทยอยลำเลียงลงจากท้ายรถกระบะซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านพักบุคลากรของโรงพยาบาลวรินทราในช่วงเช้าตรู่โดยมีหญิงสาวร่างเล็กสองคนช่วยกันรับต่อจากชายหนุ่มร่างกำยำสมส่วนอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอซึ่งยืนอยู่บนรถกระบะ แล้วนำมาวางลงบนพื้นด้านล่าง

“เอาละพวกกล่องหมดแล้ว ชั้นวางหนังสือเอาไว้อย่างนี้ก่อน เดี๋ยวเคลียร์กล่องเข้าบ้านหมดเมื่อไร พี่ค่อยมาเอามันลงเอง มีนกับเมไม่ต้องช่วยหรอก รีบไปเถอะ คุณยายรออยู่ไม่ใช่เหรอ”

เสียงทุ้มของชายหนุ่มบอกอย่างนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูมีนาจึงเผลอมองไปสบกับดวงตาคมของเขาแวบหนึ่ง แล้วรีบก้มหน้างุดพร้อมกับรับคำสั้นๆ ก่อนจะรีบหันหลังเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่อยู่บนโต๊ะกินข้าวในบ้านพักทันทีเมื่อเห็นแฝดพี่ของเธอทำท่าทางแบบนั้นเมษาก็ถึงกับถอนหายใจยาว

นิสัยขี้อายของมีนนี่ทำยังไงจะแก้หายนะและเมื่อไรคุณกฤษจะรู้ใจตัวเองกับล่ะเมษาครุ่นคิดอย่างอ่อนใจพลางหันไปส่งยิ้มให้คุณหมอคมกฤษ พี่ชายต่างแม่ของแสนรัก วัตธางกูล เพื่อนรักของเธอผู้ช่วยกิตติมศักดิ์ที่มาได้ทันเวลาพอดี

“ขอบคุณค่ะคุณกฤษ งั้นไม่เกรงใจนะคะ เพราะคุณยายคงรอแล้วจริงๆ” เมษาตอบรับความมีน้ำใจของหมอหนุ่ม พลางหันไปคว้าข้อมือพี่สาวฝาแฝดของเธอแล้วลากมีนาให้มายืนข้างหน้าเธอและพูดว่า

“เดี๋ยวจะให้มีนเลือกขนมอร่อยๆ จากร้านคุณยายมาฝากคุณกฤษนะคะ” เมษาพูดพลางยกศอกกระทุ้งแขนมีนาเบาๆ

“อะไรกันน่ะ เม ก็ต้องช่วยกันเลือกสิ” มีนาท้วงกลับเสียงเบาพลางเหลือบมองคมกฤษนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้ามองพื้นอย่างเคย

“แต่มีนเลือกเก่งกว่านี่ เอาเป็นว่า ขากลับจะเอาขนมมาเซ่นแล้วกันค่ะคุณกฤษ” เมษาสรุปไม่งั้นคงยืดเยื้อ คมกฤษกระโดดลงจากท้ายรถกระบะรถมาอยู่ข้างๆ มีนาแล้วก้มมองสาวตัวเล็กแสนขี้อายที่เขารู้จักมาหกปีเต็มแล้ว แต่ไม่ยอมพูดกับเขาตรงๆ เสียที

“อื้อ งั้นพี่จะตั้งตารอกินขนมอร่อยๆ จากมีนกับเมนะ”

“โธ่ มีแค่ให้คุณกฤษเหรอ ไม่มีเผื่อฉันเลยหรือไง เม” เสียงหวานดังประท้วงมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งสามคนหันไปมอง

หญิงสาวร่างสูงโปร่งมีดวงตาคล้ายคลึงกับคุณหมอหนุ่ม และมีใบหน้าที่สวยงามไม่แพ้พี่ชายที่หล่อเหลาของเธอ

“มีสิ แสน เราจำได้น่าว่าแสนชอบทองหยิบกับฝองทองของยายมากเลยนี่นา รับรองว่าจะเอามาฝากเยอะๆ เลย” มีนาตอบกลับมาอย่างคล่องแคล่วผิดกับตอนที่พูดกับคมกฤษ นั่นทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วแล้วจงใจพ่นลมหายใจออกดังๆ เหมือนหนักใจกับอะไรบางทันที

“แหมเสียใจจังน้า จำได้มีแต่ของแสนคนเดียวเหรอว่าชอบกินอะไร” ชายหนุ่มพูดลอยๆ

มีนาสะดุ้งแล้วหันมาจ้องชายหนุ่มแม้จะแป๊บเดียวและรีบหลบตาแต่เธอก็ยังพูดต่อด้วยเสียงเบาว่า

“คุณกฤษชอบขนมชั้น ขนมกล้วย แล้วก็ลูกชุบ ยายคงทำขายเหมือนทุกวัน มีนจะไม่ลืมเอามาฝากเหมือนกันค่ะ”

เท่านั้นเองชายหนุ่มก็ยิ้มแป้นแก้มแทบปริทันที

“งั้นเหรอ ดีจังเลยที่มีนจำได้ งั้นพี่รอกินของฝากจากมีนนะ”

พอได้ยินชายหนุ่มพูดอย่างนั้นมีนาก็ได้แต่ก้มหน้ายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะเม้มปากเมื่อรู้ตัวว่าแสดงความรู้สึกออกนอกหน้ามากเกินไป ทำให้เมษาต้องถอนหายใจยาวอีกครั้งกับท่าทางของพี่สาวที่ขี้อายและควบคุมตัวเองมากไป

“รีบไปเถอะมีน เม เดี๋ยวคุณยายจะรอนานนะ” แสนรักพูดเตือนทำลายความเงียบขึ้น มีนาจึงเงยหน้าขึ้นพยักหน้ารับแล้วเดินนำเมษาไปตามทางเดินที่จะนำเธอไปยังตึกห้องพักผู้ป่วยพิเศษซึ่งยายของพวกเธอมานอนพักอยู่

“คุณยายของมีนกับเมนี่ก็ใจแข็งน่าดูเลยนะคะคุณกฤษ ป่วยมาตั้งแต่ช่วงพวกแสนสอบปลายภาคแล้ว แต่ไม่ยอมบอก จนพวกเรากลับมาถึงนี่แหละ ถึงได้รู้ โชคดีนะเนี่ยที่พวกแสนได้กลับมาใช้ทุนที่นี่ทุกคน ถ้าต้องไปใช้ทุนที่อื่นละก็แย่แน่เลย” แสนรักเอ่ย

“คุณยายอายุมากแล้ว แต่ยังทำงานหนัก พักผ่อนก็น้อย ถ้าได้พักหน่อยก็หายละ ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณกฤษแอบไปดูคุณยายมาแล้วใช่ไหมคะ” แสนรักถามอย่างรู้ทัน คมกฤษจึงกระแอมถ่วงเวลานิดหน่อยแล้วพูดว่า

“พอดีไอ้พลมันฝากให้ราวด์วอร์ดแทนเพราะมันต้องไปเป็นแพทย์พี่เลี้ยงน่ะ”

แสนรักฟังแล้วก็นึกขึ้นได้ ว่าธอเองก็ได้เจอหมอธีระพล เพื่อนของพี่ชายที่ไปเป็นแพทย์พี่เลี้ยงเพื่อรับแพทย์ใช้ทุนรุ่นใหม่ในงานจับสลากของแพทย์ใช้ทุนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณกฤษได้เจอกับคนไข้ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายงานความรับผิดชอบของเขา

“อ้อ อย่างนี้เอง” แสนรักรับคำ จากนั้นก็หันไปยกถุงใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ของเธอไว้แน่น

“เดี๋ยวพี่ยกขึ้นไปให้ แสนขึ้นไปจัดของเข้าตู้เถอะ” คมกฤษค้านขณะเดินไปดึงหูของถุงผ้าไว้แต่แสนรักกลับขืนแรงดึงไว้

“ไม่เป็นไรค่ะ แสนยกไหว คุณกฤษช่วยยกพวกกล่องหนังสือนั่นไปวางเรียงไว้ข้างบันไดดีกว่า เดี๋ยวรอให้มีนกับเมกลับมาค่อยจัดด้วยกัน”

“โอเค”

เมื่อพี่ชายรับคำอย่างว่าง่าย แสนรักจึงยิ้มแล้วยกถุงเสื้อผ้าเดินเข้าบ้านพักไป แต่ระหว่างเดินขึ้นบันได หญิงสาวก็หันมามองพี่ชายอีกครั้ง

ถ้าคุณกฤษมองมีนมากกว่าเพื่อนของน้องสาวบ้าง มีนจะดีใจมาก

แสนรักคิดพลางถอนหายใจ แล้วพึมพำต่ออย่างหนักใจว่า

“แต่ก่อนจะให้เป็นแบบนั้นได้เราควรหวังให้มีนพูดและมองตาคุณกฤษไปด้วยให้ได้ก่อนจะดีกว่า”

 

ร้านขนมหวานป้าดวงใจเป็นร้านขนมไทยโบราณที่ขึ้นชื่อของอำเภอบ้านนาหลวง จริงๆ ก็โด่งดังไปทั่วทั้งจังหวัดนั่นแหละเพราะมีร้านขนมจากต่างอำเภอมารับไปขายอยู่หลายร้านเป็นประจำเรื่องรสชาติจึงไม่ต้องพูดถึง เพราะอร่อยจนเลื่องลือแม้แต่รีสอร์ตพงศ์นารายณ์ซที่ดังที่สุดของจังหวัดยังต้องมาสั่งขนมไทยจากร้านป้าดวงใจไปไว้เสิร์ฟให้แก่แขกที่มาใช้บริการของรีสอร์ตแทบทุกมื้อ ภายหลังจึงติดต่อคุณยายขอให้ไปเปิดสาขาย่อยเพื่อวางจำหน่ายขนมไทยโบราณที่ขึ้นชื่อในอาคารบริเวณล็อบบีของรีสอร์ตที่ได้ปรับปรุงใหม่เมื่อห้าปีก่อน เพื่อแขกที่แวะเข้ามาพักในรีสอร์ตจะได้สะดวกเลือกซื้อเป็นของฝาก แน่นอนคุณยายตอบรับข้อเสนอนั้นด้วยความยินดี

ป้าดวงใจ หรือ คุณยายดวงใจของมีนาและเมษา เดิมทีเป็นแม่ค้าขนมหวานอยู่ในตลาด แต่เพราะมีฝีมือในการทำขนมไทยโบราณที่เลื่องลือมากทั้งในด้านรูปลักษณ์และรสชาติ ทำให้ขนมของยายขายดิบขายดีมาตั้งแต่เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว เมื่อดวงตาลูกสาวของยายเรียนจบคหกรรมจึงมาช่วยด้วยอีกแรงก็เลยพอมีเงินเก็บจนซื้อที่ดินและสร้างร้านขนมหวานเปิดขายเป็นหลักแหล่งได้ถาวรแถมยังมีทำขนมฝรั่งจำพวกเค้กเพิ่มเข้ามาอีกหลายรายการ แต่ขนมไทยก็ยังเป็นตัวชูโรงหลักของร้านเหมือนเดิม

น่าเสียดายดวงตาลูกสาวของยายนั้นนอกจากโดนสามีนอกใจไปมีคนอื่นแล้วยังอายุสั้น เธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเสียก่อนทิ้งหลานสาวฝาแฝดสองคนไว้ให้คุณยายเลี้ยงดู คุณยายดวงใจในวัยหกสิบสองจึงไม่สามารถวางมือจากกิจการร้านขนมหวานได้อย่างที่หวัง แม้จะโชคดีได้หลานกำพร้าชื่อสายไหมที่คุณยายรับมาดูแลคอยช่วยอยู่ด้วยอีกแรงก็ตามคุณยายก็ยังต้องเป็นหัวเรือใหญ่ควบคุมและดูแลร้านขนมต่อไปอยู่ดี จนถึงตอนนี้คุณยายก็มีอายุเลยเลขเจ็ดมาแล้วแม้ไม่มีโรคประจำตัวแต่ก็เริ่มเจ็บป่วยบ่อยขึ้นตามวัยที่ร่วงโรยเพราะทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ

“ยายนั่งพักรอตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวมีนขึ้นห้องไปช่วยน้าไหมเตรียมที่นอนให้เรียบร้อยก่อน” มีนาบอกคุณยายดวงใจหลังจากพยุงท่านนั่งลงบนเตียงไม้ที่มีฟูกสีน้ำเงินเข้มปูไว้เพื่อให้ยายใช้นอนตอนกลางวัน

บ้านหลังนี้อยู่ด้านหลังร้านขนมโดยมีโคกสำหรับปลูกผักสวนครัวและลานซักล้างกั้นไว้อย่างได้สัดส่วน เป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้มีสองห้องนอนที่ด้านบนและหนึ่งห้องนอนที่ด้านล่าง แต่หลังจากมีนากับเมษาไปเรียนมหาวิทยาลัย บ้านหลังนี้ก็เหลือผู้อาศัยอยู่แค่คุณยายดวงใจกับน้าสายไหมเท่านั้น ส่วนคนงานของร้านขนมก็จ้างคนในพื้นที่ซึ่งมีบ้านพักของตัวเองอยู่ในตำบลเดียวกันอยู่แล้ว จึงมาทำงานแบบไปกลับ

“ให้ยายนอนตรงนี้ดีกว่านะมีน นอนโรงพยาบาลมาตั้งหลายวัน เห็นแต่ผนังสีขาวๆ อยู่ตรงนี้จะได้เห็นต้นไม้ใบหญ้าให้มันสดชื่นบ้าง” ดวงใจเอ่ยเสียงเนิบๆ กับหลานสาวคนโตเมษาที่เดินตามเข้าบ้านมาได้ยินจึงพูดว่า

“ถ้าคุณยายไม่ปิดบังเรา ก็คงได้กลับบ้านเร็วกว่านี้ล่ะค่ะ”

“ยังไม่หยุดว่ายายอีกเหรอ เม ยายก็แค่คิดว่ายังไงหนูสองคนก็จะกลับมาอยู่แล้ว รอนิดหน่อยเองค่อยกลับบ้านพร้อมกัน จะได้ประหยัดค่าน้ำมันรถไงล่ะ”

“โห ยาย อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ไปๆ มาๆ นี่เมจะพลอยงอนน้าไหมอีกคนด้วยนะ เรื่องอะไรมาช่วยยายเก็บความลับเรื่องป่วยจนต้องเข้านอนโรงพยาบาลด้วย” เมษาบ่นเสียงกระเง้ากระงอด พลางนั่งลงบนพื้นแล้วกอดเอวยายอย่างอ้อนๆ ทำให้ดวงใจต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาวคนเล็กแม้จะชอบพูดจาก๋ากั่นแต่ก็เป็นหลานสาวที่ขี้อ้อนที่สุด

“ยายไม่เป็นไรแล้ว หมออิศเรศก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่ายายแค่ต้องพักผ่อนให้มากขึ้น”

“งั้นคุณยายก็เลิกออกไปหน้าร้านทุกวันสิคะ พวกป้าๆ น้าๆ ในร้านเขาก็ทำขนมได้หมดแล้ว ไม่ใช่เด็กฝึกงานใหม่เสียหน่อย แถมยังมีน้าไหมคอยดูแลอยู่อีกคนด้วย” เมษายังคงงอแงทำให้สายไหมที่เดินลงมาจากชั้นสองพร้อมมีนารีบพูดต่อว่า

“ใช่ค่ะ น้าก็พูดกับป้าดวงอย่างนี้จนปากจะฉีกแล้วละแต่ป้าดวงไม่ยอมฟังเลยค่ะ”

“นั่นไง ความแตกแล้วไหมล่ะยายไม่ยอมพักจริงๆ ด้วย” เมษารีบทำเสียงเข้ม จนดวงใจหัวเราะทันที

“ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวมาน้ำตกกันเยอะมากจริงๆ ขนมที่วางขายที่รีสอร์ตก็หมดไวมากๆ จนเหมือนแจกฟรี คุณราพณ์ก็เลยขอเพิ่มยอดสั่งขนมจากเดิมเป็นสองเท่า ยายรับปากเขาไว้แล้วก็ต้องไปคุมด้วยตัวเอง กลัวเด็กๆ ทำชุ่ยๆ เราจะเสียชื่อเอาน่ะสิ”

“คุณราพณ์? ใครคะน้าไหม” มีนาถามขณะที่นั่งลงข้างคุณยายพร้อมยื่นน้ำใบเตยหอมที่น้าไหมเตรียมไว้รอรับให้คุณยาย

“ลูกชายของคุณองค์อินทร์ เจ้าของรีสอร์ตพงศ์นารายณ์ยังไงล่ะ หนูมีนคุณอินทร์แกตายไปเมื่อห้าปีก่อน ทิ้งสมบัติไว้ให้ลูกๆ เยอะเชียว ตอนแรกใครๆ ก็ว่าแกคงหลงเมียเด็กจนยกสมบัติให้เมียเสียหมด ที่ไหนได้ นอกจากเงินสดสามล้านกับบ้านหลังเล็กๆ ในหมู่บ้านจัดสรรข้างตลาดแล้วสมบัติที่เหลือนอกนั้น ซึ่งรวมถึงรีสอร์ตพงศ์นารายณ์ด้วย เขายกให้ลูกชายกับลูกสาวหมดเลย คนเลยสรรเสริญกันใหญ่ว่าในที่สุดคุณองค์อินทร์ก็ได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีเสียที”

เมษาขยับตัวออกห่างจากยายดวงใจ และรับแก้วน้ำจากน้าสายไหมพลางยกขึ้นจิบแต่ยังทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรอยู่จึงถามเมื่อดื่มน้ำไปครึ่งแก้วว่า

“ก่อนหน้านี้ เขาเป็นพ่อที่ไม่ดีเหรอคะ น้าไหม”

สายไหมเบ้ปากแล้วส่ายหน้ารัวๆ

“ไม่ดีมากๆ เลยละค่ะ คนเขาด่ากันทั้งอำเภอ ว่าแกน่ะมีเมียน้อยตั้งแต่เมียหลวงยังนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเลยนะแล้วไม่ใช่ใครที่ไหนด้วย ก็เด็กที่คุณนายเมียของแกจ้างมาคอยดูแลตัวเองนั่นแหละอายุแก่กว่าลูกสาวคนโตแค่สามปีเอง เล่นเอาเด็กรุ่นลูกมาทำเมียเลย”

“เมียน้อยเขาเป็นคนบ้านเดียวเราเหรอคะน้าไหมถึงได้รู้จักดีจัง” เมษาถามด้วยความอยากรู้

“แน่สิคะก็...” สายไหมกำลังจะพูดชื่อเธอคนนั้นแต่ต้องชะงักเพราะคุณยายดวงใจจ้องหน้าเธอเขม็ง

“อะไรคะ นี่มีเรื่องปิดบังพวกหนูอีกแล้วใช่ไหมคะ” เมษานึกเอะใจทันทีเลยเริ่มขึ้นเสียงดัง ยายดวงใจจึงถอนหายใจ แล้วพยักหน้าให้สายไหมพูดต่อ

“ไม่มีค่า แค่ไม่อยากพูดชื่อให้แสลงใจ”

“ทำไมล่ะคะ น้าไหม” คราวนี้เป็นมีนาถามบ้างอย่างสงสัย

“ก็แม่เมียน้อยคนนี้มันไม่ใช่ใครที่ไหนน่ะสิคะก็ยัยวิลัยเลขาพี่สาวของเดือนผกา แม่เลี้ยงของหนูสองคนไงคะ เฮ้อ! น้างี้อ่อนใจกับแม่สองศรีพี่น้องนี่จริงๆ จะมีสามีทั้งทีก็ชอบนักแหละคนที่เขามีเจ้าของแล้ว”

“คนเขาเล่าลือกันว่า คุณองค์อินทร์พาเมียน้อยไปกกไปกอดกันอยู่ในรีสอร์ตนั่นแหละ แบบไม่อายเมียหลวงที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเลย พอเมียหลวงตายก็ยกวิลัยเลขาขึ้นแท่นเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน แล้วส่งลูกทั้งสองคนไปเรียนเมืองนอกเพราะจะตัดปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงไป”

“ช่างเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวจริงๆ” เมษาพึมพำด้วยสีหน้ารังเกียจชัดเจน ทำให้สายไหมที่กำลังจะพูดผสมโรงไปด้วยต้องชะงักแล้วเหลือบไปสบตากับคุณยายดวงใจจึงรู้ตัวว่าไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ต่อแล้ว สายไหมจึงพูดเบี่ยงประเด็นไปว่า

“แต่คุณองค์อินทร์ก็คงคิดได้มั้ง เห็นกลับมาทำตัวดีในที่สุดได้นะหนูเมเขาแอบทำพินัยกรรมไว้ไม่ให้เมียน้อยรู้ พอเสร็จงานศพเท่านั้นแหละ แม่เมียน้อยก็เลยคอหดลงได้รีบออกจากรีสอร์ตแทบไม่ทัน เพราะลูกๆ ของคุณองค์อินทร์กลับมาครอบครองสิ่งที่ควรเป็นของพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว”

“จะบอกว่า สุดท้ายก็จบลงอย่างมีความสุขสินะคะ น้าไหม” เมษาพูดสรุปด้วยสีหน้าที่กลับมาปกติสายไหมจึงยกมุมปากขึ้นอย่างโล่งใจที่บรรยากาศกลับเข้าสู่ปกติได้

“ใช่ มันจบดีจริงๆ นะ คุณราพณ์น่ะหัวทันสมัยมากเขาเรียนจบสถาปัตย์มาจากเมืองนอกจึงปรับปรุงยกระดับมาตรฐานของรีสอร์ตใหม่จากสไตล์ดั้งเดิมแบบไทยๆ ที่พ่อเขาทำไว้ให้ดูเก๋ขึ้น แล้วยังเพิ่มโซนที่พักใหม่ขึ้นอีกจนฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้เยอะมากๆ เลยนะ”

“เขาทำยังไงเหรอคะ น้าไหม” มีนาถามอย่างสนใจสายไหมจึงเงยหน้าขึ้นสบตามีนาแล้วเล่าต่อด้วยแววตาทึ่งว่า

“เขาสร้างที่พักโดยขุดลึกลงไปอยู่ใต้ดินค่ะ ใช้ประโยชน์จากแนวสันเขาที่อยู่ใกล้ๆ กับธารน้ำตกนาหลวง แล้วตั้งชื่อโซนที่พักแห่งใหม่นั้นว่า ถ้ำไมยราพซึ่งด้านในสุดสร้างเป็นที่พักส่วนตัวของคุณราพณ์กับพี่สาวและหลานสาวค่ะน้าเคยเข้าไปส่งขนมครั้งนึง ต้องขอบอกว่าเรือนสุวรรณมาลี มันสวยเหมือนหลุดมาจากวรรณคดีเลยนะ”

“ก็แหม ขนาดชื่อบ้านยังตั้งชื่อว่าเรือนสุวรรณมาลีเลยนี่คะ แค่ฟังก็นึกถึงวรรณคดีไทยแล้ว” มีนาเห็นด้วย

“เห็นพวกคนงานว่า คุณอรุณวดีก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นแหละค่ะ”

“แล้วอรุณวดีนี่ใครกันอีกล่ะคะ” เมษาถามต่อ

“พี่สาวคุณราพณ์นั่นแหละค่ะ เธอมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อสุวรรณมาลี ตอนพวกเธอสองพี่น้องกลับมา ไม่อยากนอนบ้านหลังเดียวกับเมียใหม่ของพ่อนี่คะเห็นว่าไปใช้เรือนที่พักของแขกอยู่เป็นปีเลยพอไล่แม่เมียน้อยออกไปได้ก็รื้อเรือนใหญ่ซะราบไปเลย ทำนองว่าล้างเสนียดมั้งแล้วสร้างที่ตรงนั่นให้เป็นอาคารกลางซึ่งใช้เป็นล็อบบีและเพิ่มห้องพักบนตึกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่มาประชุมโดยใช้ห้องประชุมของโรงแรมก่อนจะไปสร้างเรือนพักใหม่ที่อยู่ด้านในสุดข้างหลังถ้ำไมยราพพอสร้างเสร็จคุณราพณ์ก็เลยเอาชื่อหลานสาวมาตั้งเป็นชื่อเรือนพักแห่งใหม่”

“โห! นี่น้าไหมไปแฝงตัวอยู่ในรีสอร์ตนั้นกี่ปีคะเนี่ย รู้ลึกรู้จริงมากจังเลยค่ะ” เมษาแซ็วคนสูงวัยที่เล่าเรื่องราวของราพณ์ พงศ์นารายณ์ ได้ราวกับคลุกคลีอยู่กับพวกเขาตลอดเวลางั้นแหละ สายไหมก็เลยหน้าแดงขึ้นเพราะเขินแล้วตีไหล่หลานสาวอย่างอายๆ ว่า

“เปล่าสักหน่อย น้าแค่มีเพื่อนทำงานอยู่ในรีสอร์ตเท่านั้นเอง”

“เพื่อนหรือแฟนคะ เอาให้แน่” เมษาแซ็วต่อ สายไหมเลยตีไหล่หลานสาวซ้ำและแรงขึ้น

“ไฮ้! เป็นเด็กเป็นเล็ก มาล้อน้าได้ไง หนูเม”

“ก็มันน่าล้อนี่คะ น้าของเมยังสาวอยู่นะ ถ้าจะมีแฟนสักคนก็ไม่เห็นแปลกเลย เนอะยายเนอะ” เมษาหันมาพยักพเยิดหน้าหาพวกกับยาย ยายดวงใจที่นั่งฟังหลานๆ คุยอยู่เพลินๆ เลยหัวเราะออกมา

“สาวอะไร้! ปีนี้ปาเข้าไปสามสิบเจ็ดแล้วนะ สาวทึนทึกละไม่ว่า” สายไหมรีบแก้เมษาเลยต่อปากต่อคำไปว่า

“อ้าวๆ ว่าอย่างนั้นได้อย่างไร ทึนทึกแล้วไม่ดีตรงไหน ขนาดมะพร้าวทึนทึกเอามาทำขนมยังอร่อยเลย เราต้องมองในแง่ดีสิ สาวทึนทึกก็ต้องมีดีให้คนมองอยู่แล้วล่ะ เพราะคงอยากชิมว่าจะอร่อยเหมือนมะพร้าวทึนทึกหรือเปล่า

“ตายๆ หนูมีน ฟังหนูเมพูดเข้าสิ มันน่าตีนักนี่ใครสอนให้พูดจาแบบนี้ฮะ!

“มีนไม่ได้สอนค่ะ เมเขาฝึกเอง” มีนารีบปฏิเสธให้พ้นตัวด้วยน้ำเสียงขึงขัง เมษาเลยรีบเข้าไปกอดเอวยายไว้แล้วออดอ้อนทันที

“ดูสิจ๊ะ ยาย จู่ๆทำไมเมถึงต้องถูกดุด้วยไม่รู้”

“ก็เพราะปากหนูนั่นแหละจ้ะ” ดวงใจดุกลับแบบไม่จริงจังนักแล้วกอดเมษาไว้สายไหมเลยเหลือบไปสบตากับมีนาอย่างระอาในความเอ็นดูและตามใจของยายดวงใจที่มีต่อหลานสาวคนเล็กเป็นประจำ

“พวกหนูจะอยู่บ้านกับยายได้กี่วันหือ มีน เม” ดวงใจถามหลังจากที่สายไหมขอตัวไปดูหน้าร้าน

“สักสองวันค่ะ เพราะต้องกลับไปรายงานตัวกับทางโรงพยาบาล แต่มีนกับเมจะกลับนอนกับคุณยายได้ทุกเสาร์ อาทิตย์ นะคะ” มีนาตอบยายดวงใจเลยพยักหน้าอย่างพอใจ

“หรือยายอยากให้เมมานอนบ้านทุกวันก็ได้นะคะ” เมษาพูดเอาใจคนแก่จนดวงใจต้องยกมือลูบศีรษะหลานสาวอย่างรักใคร่

“ไม่ต้องหรอก มาแค่เสาร์อาทิตย์ก็พอ หรือถ้าเหนื่อยมากก็พักบ้าง ไม่ต้องมาทุกอาทิตย์ก็ได้ ยายไม่เหงาอะไรมีงานให้ทำเยอะแยะไปหมด”

“แน้ๆ ไม่อยากให้พวกหนูกลับบ้านก็เพราะจะแอบไปทำงานไม่ยอมพักผ่อนนี่เอง ไม่นะคะ คุณหมอก็บอกแล้วว่าให้ยายพักเยอะๆ ไงคะ”

“จ้าๆ” ดวงใจเลยต้องรับคำแล้วกอดเมษาแน่น ส่วนมีนาแม้ไม่พูดมากนักแต่ก็ขยับเข้ามากอดคนสูงวัยที่เลี้ยงพวกเธอมาอย่างรักใคร่เช่นกัน

“คุณยายเหนื่อยมามากแล้ว ต่อจากนี้ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วนะคะ มีนกับเมจะดูแลคุณยายเอง”

“ยายไม่เหนื่อยเลย แค่ได้เห็นความสำร็จของพวกหนูสองคน ยายก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้วละ ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะ มีน เม”

 

อ้าว นั่นยักษ์หรือเปล่ามารับขนมให้คุณราพณ์เหรอ เสียงสายไหมร้องทักไป ทำให้ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดทหารลายพรางกับกางเกงยีนเก่าซีดซึ่งตวัดขาลงจากมอเตอร์ไซค์คันเก่าโทรม แล้วรีบวิ่งเข้าร้านขนมมาหาคนทักใบหน้าหล่อเหลายิ่งดูชวนมองมากขึ้นเมื่อมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนหน้าด้วย หากไม่ใช่เพราะสายไหมตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะครองตัวเป็นโสดไปตลอดชีวิต เธอก็คงอดหวั่นไหวกับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงแค่ปีเดียวคนนี้ไม่ได้แน่ๆ

ครับ พี่ไหม คุณราพณ์ฝากถามว่าคุณยายกลับจากโรงพยาบาลหรือยังครับ ชายหนุ่มถามด้วยกิริยานอบน้อมจนสายไหมอดเอ็นดูไม่ได้

กลับมาแล้ว ก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ สายไหมตอบพลางหันไปหยิบกล่องกระดาษมาพับเพื่อใส่ขนมหวานที่เจ้านายของชายหนุ่มคนนี้สั่งไว้

พี่ก็มัวแต่ยุ่งๆ เตรียมห้องนอนไว้ให้หนูมีนกับหนูเมเลยลืมบอกเด็กให้จัดขนมใส่กล่องเตรียมไว้ให้ก่อน รอแป๊บนึงนะ

หลานสาวฝาแฝดที่บอกว่าเรียนหมอฟันอยู่ที่กรุงเทพฯ น่ะเหรอครับ ชายหนุ่มถามต่อ

ใช่ ตอนนี้เรียนจบแล้ว เป็นหมอเต็มตัวแล้วนะ และกลับมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลวรินทรานี่เอง สายไหมตอบอย่างภูมิใจ

โห คุณยายดวงคงดีใจมากเลยนะครับ มีหลานสาวเก่งทั้งสองคนเลย

แน่ละ ป้าแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาหลายอาทิตย์แล้ว ขนาดนอนอยู่โรงพยาบาลยังยิ้มได้เลย สายไหมพูดไปก็หัวเราะไปยักษ์เลยพลอยหัวเราะไปด้วย

เอาละ นี่จ้ะ ขนมที่สั่งไว้ ขอโทษที่ทำให้รอนะ สายไหมพูดพลางส่งถุงขนมให้ชายหนุ่มก็ยื่นมือมารับ

ส่วนกล่องเล็กเนี่ย พี่แถมให้ยักษ์นะ ของคุณราพณ์น่ะพี่แถมให้แกไปแล้ว ฝากขอบใจคุณราพณ์ด้วยนะคะที่อุตส่าห์เป็นห่วงให้เธอมาถามสารทุกข์สุกดิบ

ขอบคุณครับพี่ไหม ยักษ์รับคำพลางเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ เมื่อแขวนถุงขนมไว้กับแฮนด์รถเรียบร้อยแทนที่จะขับรถกลับรีสอร์ตทันที ชายหนุ่มกลับขับรถวนอ้อมไปจอดไว้ด้านข้างร้านแล้วมองข้ามรั้วไม้เข้าไปยังทางเดินระหว่างบ้านข้างหลังกับร้านขนม เขาเห็นสาวร่างเล็กๆ หลานสาวของคุณยายดวงใจเดินออกมาสวมรองเท้าเพื่อออกไปยังร้านขนมด้านหน้า

น้าไหมเมอยากกินขนมผิงจังเลยค่ะ มีเหลือบ้างไหม

เสียงหวานๆ ที่ตะโกนเสียงเจื้อนแจ้วนำหน้าไปก่อนตัวจะเดินถึง ยักษ์เลยรู้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้เป็นคนไหนในหลานสาวฝาแฝดของคุณโดยไม่ต้องเดา

ยินดีต้องรับกลับบ้านนะ หนูเม ยักษ์พึมพำเบาๆ ก่อนจะขับรถออกไปทันที วันนี้เขามีข่าวใหญ่ที่ต้องแจ้งให้ใครคนหนึ่งทราบโดยด่วน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สวัสดีค่ะทุกคน ^__^V

 

าตามสัญญา ภาคต่อของ “ความรักของแสนรัก”

เรื่องราวความรักของ หนูเม หมอฟันสาวโสดที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ของโรงพยาบาลวรินทรา คิดว่าทุกคนคงสงสัยแล้วว่า

ผู้ชายคนไหนน้าที่จะได้หัวใจของทันตแพทย์สาวสุดฮอตคนนี้

แต่จากชื่อเรื่อง ทุกคนจะคาดเดาชื่อของเขามาแล้ว ขอบอกเลยว่า

นายยักษ์ พระเอกของเรานั้นมีชื่อจริงที่ไม่ใช่ชื่อนี้นะคะ

แต่จะชื่ออะไร วีคิดว่ก็น่าจะได้รู้แลนะคะ มาลุ้นกันนะว่าจะเดาถูกกันหรือเปล่า

วีจะโพสนิยายทุกวัน ใน  5  ตอนแรกนะคะหลังจากนั้นจะโพสวันเว้นวันค่ะ

 

ขอบคุณที่ติดตามผลงานและรอคอยนิยายเรื่องนี้นะคะ

รักคนอ่านเสมอ

วีรันดา

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Web: http://yaipan.lnwshop.com/ สามารถตามหาหนังสือของวีในรูปเล่มได้ที่เวปนี้นะคะ

>>> กดที่รูปภาพเลยค่ะ<<<<

 

ปล. เรื่องราวในนิยายเรื่องนี้ มีช่วงเวลาที่อยู่ยุคที่โทรศัพท์มือถือ

เพิ่งเริ่มเข้ามาในประเทศไทย ยังไม่มี Smart phone

และไม่มี Facebook Line Twitter หรือแม้แต่ Instagram

ติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์บ้านเป็นส่วนใหญ่

หากทำให้นักอ่านวัยรุ่นไม่เข้าใจเพราะเกิดไม่ทันยุคสมัย

วีต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ 

 

ประกาศ

ขณะนี้ เวป Tswriter มีปัญหาค่ะ และได้ปิดตัวลงอย่างถาวรแล้วนะคะ

ดังนั้นต้อขอโทษ เพราะฉากรักหลายๆ ฉากจะถูกตัดออกไปโดยไม่นำมาโพสค่ะ

ซึ่งขอให้นักอ่านทุกคนเข้าใจด้วยนะคะ และทุกคนสามารถตามแบบเต็มรูปแบบ

ได้โดยการซื้อ Ebook หรือสั่งซื้อแบบรูปเล่มเท่านั้นค่ะ

ขอโทษในความไม่สะดวกค่ะ

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #93 Jellydolphin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:07
    ไรท์บรรยายอ่านได้เพลินเช่นเคย อ่านลื่นไหลที่สู้ดดดด
    #93
    0
  2. #13 Am&am (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 11:05
    นายยักษ์กะคุณราพณ์จะใช่คนคนเดียวกันมั้ยน้าาา
    #13
    0
  3. #12 pretty-p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:24
    อ้าว น้าไหมก็ถูกใจคุณยักษ์เหมือนกันเหรอคะ อ้าว อ้าว อ้าว
    #12
    0
  4. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 20:51
    เรารอดูพี่ยักษ์อยู่นะจ๊าาาาาาา
    #11
    0
  5. #8 yuiijungja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 18:31
    อ้าว งงเลย สรุปนายยักษ์กับคุณราพณ์คนละคนกันหรอคะ กรี๊ดดด
    #8
    0