Witchoar

ตอนที่ 37 : Book Two : 09 มิวท์กับแฮ็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    31 ต.ค. 60

Witchoar 

Book Two : เปลวไฟแห่งเนโคร



*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


“น่าจะเป็นมิวท์กับแฮ็กนะ คนอย่างที่นายว่าน่ะ” โซอี้เดาไปตามลักษณะที่เจย์บรรยาย ขณะเดินขึ้นบันไดร้านไปชั้นสอง พร้อมกับผูกผ้ากันเปื้อนไปด้วย

“พวกเขาเก่งไหม” เจย์ถามต่อ พลางหันมามองคนที่เดินมาด้วยกัน แล้วผูกผ้ากันเปื้อนไม่ได้สักที พอเดินขึ้นมาถึงที่ลูกค้านั่งรอคิว เจย์เลยเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วช่วยผูกให้

“เก่งนะ อยู่ในกลุ่มกัลดี้เฟิร์สเลยละ”

“แน่นไปไหม”

“ไม่ ขอบใจ” โซอี้ตอบแล้วค้อมตัวขอโทษลูกค้าสองคนที่นั่งรอคิวอยู่ที่แต่งกายไม่สุภาพ แต่เพราะลูกค้าเป็นผู้สูงวัย และเหมือนจะรู้จักโซอี้ พวกเขาจึงยิ้มอย่างเอ็นดูให้ ทั้งคู่ก็เลยเดินมาหาพี่วินน์ซึ่งกำลังส่งลูกค้ากลับ

“มากันแล้วเหรอ เข้าไปด้านในสิ อีกเดี๋ยวจะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่มา พอลูกค้าโต๊ะหน้าลุกให้จัดโต๊ะใหม่สำหรับสิบที่นั่งเลยนะ” วินน์สั่ง

“ครับ/ค่ะ”

“กัลดี้เฟิร์ส คืออะไร” เจย์ถามต่อเมื่อเดินมาประจำหน้าที่ที่รถเข็นเตรียมอาหาร

“เป็นชื่อกลุ่มที่พวกนั้นตั้งขึ้นกันเอง เป็นการรวบรวมผู้เรียนศาสตร์กัลดราบกหน้าใหม่ที่ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมเฟสติวัลไว้ด้วยกัน ซึ่งมีทั้งจากเมืองวิชชอร์ สเปลเลีย แล้วก็มาเจนต้า เอ่อ...เมืองที่อยู่เหนือสเปลเลียขึ้นไปอีก ริก้าก็อยู่กลุ่มนี้ด้วยนะ”

“น่าจะเป็นกลุ่มใหญ่เลยนะ” เจย์เปรยพลางหันไปหยิบชุดกระเช้าขนมมาวางบนรถเข็น

“เดี๋ยวฉันไปเอง ลูกค้าโต๊ะห้าเรียกเก็บเงินน่ะ”

เจย์พยักหน้า แล้วแยกกับโซอี้ตรงนั้น เพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อส่งลูกค้าเสร็จก็กลับมาช่วยพี่อีสจัดโต๊ะ โต๊ะกลมสีอความารีนขอบทองเหลืองถูกนำมาต่อกันแล้วคลุมด้วยผ้าคลุมสีเดียวกับโต๊ะ

“จับมุมโต๊ะให้แข็งเป็นสี่เหลี่ยมสิเจย์” อีสออกคำสั่ง พร้อมกับลูบมือไปตามขอบของผ้าคลุม ทันใดนั้น มุมโต๊ะที่ผ้าคลุมควรทิ้งตัวลู่มนโค้งไปตามขอบโต๊ะกลมก็กลับแข็งตัวขึ้นเป็นมุมคล้ายกับมีไม้กระดานสี่เหลี่ยมมาวางพาดไว้ใต้ผ้าคลุม ทำให้โต๊ะขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นใหม่เปลี่ยนรูปทรงไปจากโต๊ะทรงกลมไปเป็นโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

เจย์หันไปวาดมือเหนือรถเข็น แจกันดอกไม้และอุปกรณ์สำหรับชุดรับประทานอาหารก็ลอยจากรถเข็น มาจัดเรียงตัวเองลงตามตำแหน่งบนโต๊ะ ขณะที่อีสดีดนิ้วเป็นจังหวะให้เก้าอี้จำนวนสิบตัวเคลื่อนตัวตามจังหวะมาตั้งประจำที่ แล้วการเตรียมการทั้งหมดก็เสร็จสิ้น พร้อมกับเสียงขานเรียกหมายเลขคิวของลูกค้าที่จองโต๊ะนี้ไว้ก็ดังขึ้นพอดี

“ทำได้ดีมากเจย์” อีสเอ่ยชม

เจย์ยิ้มรับ ก่อนหน้านี้เขาเคยช่วยพี่คามิโอจัดโต๊ะครั้งหนึ่ง แต่ก็ทำไม่ทันเวลา จนเมื่อหายบาดเจ็บนี่แหละจึงใช้พลังได้ดีขึ้นก็เลยไม่มีปัญหา

แม้เหมือนจะง่าย แต่ของทุกอย่างก็มีรายละเอียดที่ต้องฝึกฝน เจย์คิดและรู้สึกยินดีที่ตัวเองใช้เวทมนตร์ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

“นั่นไงพวกเขา” โซอี้ซึ่งเดินกลับมาประจำตำแหน่ง ณ จุดเตรียมอาหารกระซิบบอกเจย์

เจย์เหลือบมองก็เห็นคนสองคนที่เขาเพิ่งเจอในห้องสมุดเดินตามหลังชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเส้นผมไฮไลต์สีรุ้งซึ่งทำให้เขาดูแปลกตาไปจากวันแรกที่เจย์เจอเขา

กาโก้ก็อยู่กลุ่มนี้ด้วยเหรอ

“ให้ตายเถอะ นายกาโก้ก็มากับเขาด้วย” โซอี้บ่นอุบ ขณะที่เจย์รู้สึกดีใจที่พี่อีสรับดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ แต่พอมิวท์กับแฮ็กเห็นเขา สองคนนั้นก็หันไปซุบซิบกันทันที

รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ เจย์คิด แต่ก็ต้องเลิกคิดไป เพราะอาหารของลูกค้าส่งขึ้นมาพอดี

 

“นี่นายเห็นเขาทำงานหรือเปล่า ชักช้าจะตาย” แฮ็กกระซิบขณะมือก็คนน้ำแข็งในแก้วทรงสูงที่เป็นชาผลไม้รวมอยู่ไปมา

“นั่นสิ ดูอืดอาดมาก แล้วก็เอ๋อด้วย นายโม้หรือเปล่ามิวท์ที่บอกว่าเขาเปิดหนังสือหน้าที่นายอ่านค้างไว้ได้ตรงเป๊ะพอดีน่ะ” หญิงสาวเจ้าของเส้นผมสีเขียวอ่อนถามย้ำ

“ไม่ได้โม้ เขาทำได้จริงๆ” มิวท์แย้งและย้ำชัดเสียงหนักแน่น

แล้วก่อนที่ทั้งกลุ่มจะถกประเด็นกันวุ่นวายกว่านี้ กาโก้ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะก็พูดแทรกขึ้นเสียก่อน

“พวกเรานัดเจอกันวันนี้ ไม่ใช่เพื่อมาถกเรื่องเด็กหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ”

การถกเถียงทั้งหมดยุติลงทันที ทุกคนหันมามองคนพูดที่หัวโต๊ะ กาโก้จึงพูดต่อ

“พวกนายได้ยินเรื่องรางวัลใหญ่ของเฟสติวัลหรือยัง”

ผู้หญิงผมสีเขียวขยับนั่งตัวตรงทันที

“แน่นอนสิ ตอนแรกนึกว่าข่าวลือ แต่พอมีจดหมายเวียนมา ถึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริง นี่มันสุดยอดเลยไม่ใช่เหรอ”

“ถึงจะสุดยอด แต่เธอก็ไม่ควรหวังหรอก มีน่า” แฮ็กแย้ง

“ทำไมฉันถึงไม่ควรหวัง ใครๆ ก็อยากทำงานที่นี่ทั้งนั้น อย่าว่าแต่ฉันเลย ทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะนี้ก็อยากเรียนกับมาสเตอร์เกลดากันทุกคนแหละ เพียงแต่สอบไม่ผ่านไม่ใช่เหรอ” มีน่า มิชการ์ด แย้งเสียงเย็น ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะน้ำชาเคร่งเครียดขึ้นทันที

กลุ่มกัลดี้เฟิร์สก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคนที่หลงใหลศาสตร์กัลดราบกมาแต่เริ่มแรก และกว่าค่อนก็เป็นคนที่มีความใฝ่ฝันเดียวกันที่อยากจะเรียนรู้กับสุดยอดพ่อมดแห่งศาสตร์นี้ แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ยังได้รับเลือกไปเป็นศิษย์ของพ่อมดแม่มดระดับสูงและมีอนาคตไกล แต่ความกระหายที่อยากจะเรียนรู้กับสุดยอดพ่อมดแห่งศาสตร์กัลดราบกก็ไม่เคยลบเลือนไปเลย และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว

“งั้นเรามาตกลงกันไหม”

ทุกสายตาหันมามองกาโก้ ขณะที่คนถูกมองปรายตาไปมองเจย์ที่นำวิทการ์ดของลูกค้ามารูดกับเครื่องคิดเงิน

“ถ้าชนะก็จะได้มาทำงานที่นี่ นั่นก็หมายความว่า ไอ้หน้าอ่อนนั่นต้องกระเด็นออกจากร้านนี้ พวกเรามีกันตั้งเยอะ ใครสักคนในกลุ่มพวกเราถ้าได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็น่าดีใจด้วยทั้งนั้น พวกนายไม่คิดอย่างนั้นเหรอ”

“แล้วนายล่ะ ไม่สนใจจะเข้ามาทำงานที่นี่บ้างเหรอ”

กาโก้ยักไหล่ “ฉันยังไม่อยากชนะเป็นปีที่สิบ เพราะยังสนุกกับการแข่งอยู่ ปีนี้ฉันเลยว่าจะเล่นสนุกนิดหน่อย พวกนายคนไหนอยากให้ฉันช่วยบ้างล่ะ”

ดวงตาของคนที่เหลือเปล่งประกายขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ถ้าจะให้ฉันช่วยก็ต้องจ่ายราคาแพงหน่อยนะ”

หลายคนพอฟังอย่างนั้นก็หมดความสนใจในข้อเสนอนี้ และมิวท์กับแฮ็กก็เป็นหนึ่งในนั้น แฮ็กจึงกระซิบกับมิวท์ว่า

“ฉันว่ากาโก้ต้องไม่ชอบเด็กหน้าใหม่คนนั้นมากๆ เลยนะ ถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา”

“นั่นสิ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ยังไงเราก็เป็นได้แค่เครื่องมือของหมอนี่อยู่แล้ว เด็กใหม่นั่นดูน่าคบอยู่นา แถมสนิทกับโซอี้ด้วย หากกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา พวกเราจะพลอยติดร่างแหไปด้วยนะ” มิวท์เสริม

สองคู่หูตกลงกันผ่านทางสายตา แล้วหันมาสนใจการพูดคุยที่เข้าสู่การตกลงกัน

“นายกล้ามากนะที่มาพูดเรื่องนี้ในถิ่นของเจ้าตัว มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ” มีน่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนคาดหวังอะไรบางอย่าง ซึ่งกาโก้ก็รับมุกว่า

“ถ้าแผนสำเร็จเขาจะได้ไม่หาว่าเราลอบกัดไง มาคุยกันให้เห็นชัดๆ ไปเลย”

“พวกนายมีปัญหาอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า” แฮ็กถาม

กาโก้เหลือบไปมองโซอี้ที่เดินเข้าไปหาเจย์แล้วหัวเราะราวกับขำอะไรสักอย่าง ขณะที่คนอื่นก็มองตาม แล้วมีน่าก็สรุปความสัมพันธ์ที่ว่าออกมาเป็นคำพูด

“แย่งผู้หญิงกันนี่เอง ได้ข่าวว่าแม่หนูโซอี้ปฏิเสธการเข้างานเลี้ยงน้ำชาเมื่อเดือนก่อน ทำเอาหนุ่มๆ หลายคนร้องไห้กันเป็นวัน อย่าบอกนะว่าหนึ่งในนั้นเป็นนายน่ะ”

กาโก้ยิ้มเย็น “เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับเธอ ว่าไง ใครสนใจบ้าง”

“ฉันขอบาย งานนี้ฉันแค่อยากทดสอบพลังตัวเองเฉยๆ ไม่ได้คิดจะเอาชนะ” มิวท์ยกมือขึ้นปฏิเสธก่อน แต่มือของมิวท์ที่ยกขึ้น เจย์ดันหันมาเห็นพอดี และเข้าใจผิดคิดว่าต้องการสั่งอาหารเพิ่ม เจย์จึงเดินมาให้บริการแทนอีสซึ่งกำลังคิดเงินลูกค้าอยู่ที่อีกโต๊ะหนึ่ง

“จะรับอะไรเพิ่มหรือครับ”

เสียงของเจย์ทำให้มิวท์สะดุ้ง

“อะ...เอ่อ น้ำเปล่าหมดน่ะ”

เจย์เหลือบมองแก้วน้ำเปล่าที่ว่างลงหลายแก้ว เขาจึงยกมือขึ้นกระดิกนิ้วชี้และนิ้วกลาง ทำให้เหยือกน้ำลอยมาเทน้ำใส่ในแก้วที่ไม่มีน้ำทุกแก้วจนเต็ม ก่อนเหยือกน้ำจะลอยตัวกลับมาอยู่ในมือเขา

“ทานอาหารให้อร่อยนะครับ”

การบริการที่ไร้อารมณ์ แต่สมบูรณ์แบบในหน้าที่ ทำให้คนทั้งโต๊ะนิ่งงันไป แต่เมื่อเจย์หมุนตัวเดินเอาเหยือกน้ำไปวาง มีน่าก็ทักขึ้นว่า

“นั่นไลต์ริงเหรอ”

เจย์หันไปมองหน้ามีน่านิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนจะก้มมองข้อมือตัวเอง แล้วตอบว่า

“อ้อ ครับ”

มุมปากของหญิงสาวผมเขียวเหยียดกว้างขึ้น แล้วพูดว่า “ฉันเริ่มเข้าใจละ ว่าทำไมกาโก้ถึงไม่ชอบหน้านาย เป็นคนที่ทำให้คนอื่นหงุดหงิดได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยนะ เจย์ สก็อต”

เจย์ก้มศีรษะให้เล็กน้อย “ต้องขอโทษด้วยครับ”

หากมีปรอทวัดความหงุดหงิดได้ ตอนนี้ปรอทของคนฟังคงพุ่งชนเพดานสูงสุดจนเกือบแตกแล้ว แต่คนทำให้บรรยากาศตึงเครียดกลับทำเพียงหมุนตัวเดินจากไปอย่างเชื่องช้า ราวกับไม่ได้รับรู้ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความขุ่นเคืองให้แก่ใครหลายคนในโต๊ะนี้เลยสักนิด

“ก็...อย่างที่เห็น เขาอาจคิดว่าตัวเองเหนือกว่าละมั้ง” กาโก้เอ่ย

“ไร้มารยาทที่สุด คิดว่าได้เป็นพนักงานของที่นี่ แล้วจะกร่างกับพวกเราได้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มพูดอย่างไม่พอใจ

“ใช่ ฉันร่วมด้วย ถึงไม่ชนะก็ไม่อยากให้หมอนี่ชนะหรอก เอาให้วิ่งหางจุกตูดออกจากวิชชอร์ไปเลย” อีกหนึ่งเสียงสนับสนุนดังตามมา ขณะที่มิวท์กับแฮ็กหันมามองหน้ากัน ไม่อยากนึกถึงชะตากรรมของเด็กหน้าใหม่ที่ดันเดินเซ่อซ่าไปเหยียบกับระเบิดของผู้มีอิทธิพลเข้าเสียแล้ว

กาโก้ยิ้มกว้าง พลางเคาะช้อนขนมกับแก้วส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดฟังเขาพูด

“งั้น...เรามาหาคนที่ต้องการชนะก่อนดีไหม”

อีกด้านหนึ่ง เสียงพูดคุยของกลุ่มกัลดี้เฟิร์สดังเซ็งแซ่อย่างไม่เกรงใจใคร จนอีสและวินน์ต้องเหลือบไปมอง แต่ด้วยมารยาทของบริกรจึงจำเป็นต้องทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกค้าพูด และหากเป็นเรื่องสำคัญ การเก็บความลับก็เป็นอีกมารยาทหนึ่งที่ต้องทำ ไม่แสดงอารมณ์และไม่ก้าวก่ายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่พวกเธอต้องปฏิบัติ แต่ดูเหมือนเด็กคึกคะนองพวกนั้นจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้พวกเธอหงุดหงิด

“ฉันละเบื่อเด็กพวกนี้จริงๆ” อีสกระซิบกับวินน์ขณะเดินสวนกัน

“นั่นสินะ จะไล่ออกจากร้านตอนนี้ก็ไม่ได้ อาหารยังเสิร์ฟไม่ครบ” วินน์ตอบแล้วผละไป

อีสเหลือบมองกลุ่มกัลดี้เฟิร์สอีกครั้ง แล้วหันไปมองเจย์ที่เชิญลูกค้าไปนั่งที่โต๊ะ

“เด็กของเราก็เฉื่อยเหลือเกิน ช่างเถอะ ทำงานดีกว่า”

 

“ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะครับ แล้วพบกันใหม่” เจย์เอ่ยลาพร้อมกับค้อมศีรษะให้แก่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ซึ่งเดินออกพร้อมกับโซอี้ซึ่งเดินออกไปโดยไม่สนใจเขาเลย จะมีก็แต่มิวท์กับแฮ็กที่รีๆ รอๆ อยู่หน้าบันไดโดยไม่เดินตามลงไป แล้วมิวท์ก็อุทานเสียงดังว่า

“อ้าว วิทการ์ดของฉันไปไหน ลืมไว้บนโต๊ะแน่นอนเลย”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปช่วยนายหา” แฮ็กรับอาสา

เจย์เหลือบไปมองโต๊ะซึ่งกำลังจัดตัวเองให้กลับสู่สภาพเดิมว่าไม่มีของตกหล่น เขาจึงเดินไปดักหน้าสองหนุ่มแล้วถามว่า

“อะไรหายเหรอครับ”

มิวท์ผงะ แต่พอเหลือบไปมองก็เห็นเพื่อนหลายคนลงไปข้างล่าง และแยกย้ายกันไปแล้วจึงพูดว่า

“วิทการ์ดนะ น่าจะวางทิ้งไว้ในห้องน้ำ เดี๋ยวไปช่วยหากันหน่อยนะ”

คนถูกขอร้องเลยเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ “เอ่อ เมื่อกี้คุณบอกว่าลืมไว้บนโต๊ะอาหารนี่ครับ”

“เออๆ นั่นแหละ ไปช่วยกันหาหน่อย”

เจย์หันไปสบตาโซอี้ แล้วเป็นโซอี้ที่หัวไวกว่าจึงแตะแขนเจย์ห้ามไว้ แล้วพูดว่า “สองคนนั้นคงอยากคุยกับนายเป็นการส่วนตัวละมั้ง ตามเขาไปหน่อย เดี๋ยวฉันดูลูกค้าเอง”

“อืม”

มิวท์กับแฮ็กเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วหยุดรอให้เจย์เดินตามเข้ามา แฮ็กจึงพูดว่า “นี่เพื่อนฉันชื่อมิวท์”

“แล้วนี่ก็แฮ็ก” มิวท์เสริม

“ครับ ผม...” เจย์ตอบรับและชี้ไปที่ป้ายชื่อตัวเองบนหน้าอก เพราะคิดว่าคงเสียมารยาทถ้าไม่แนะนำชื่อตัวเองอย่างเป็นทางการ

“เรารู้ว่านายชื่อเจย์ เมื่อกี้ตอนพวกเราคุยกัน นายได้ยินอะไรหรือเปล่า”

“แอบฟังลูกค้าคุยกันมันเสียมารยาทครับ” เจย์ตอบ

“รู้น่า” สองหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกัน จนมุมปากของเจย์ยกขึ้น สองหนุ่มมองรอยยิ้มของเจย์แล้วหันมามองหน้ากัน ก่อนที่มิวท์จะตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า

“นายมั่นใจไหมว่าจะเอาชนะในเฟสติวัลได้”

“ครับ”

“ครับเนี่ย มั่นใจหรือไม่มั่นใจล่ะ” แฮ็กถามย้ำ

“ผมจะพยายาม”

มิวท์เงยหน้าขึ้นมองเพดาน แล้วพึมพำว่า “ให้ตายตกหม้อยาเถอะ นายนี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ”

“ขอโทษด้วยครับ”

“เลิกพูดเป็นทางการกับพวกเราได้แล้ว นายอายุเท่าไร” มิวท์หมดความอดทนโพล่งออกมา

เจย์ตกใจนิดหน่อย แต่เพราะเห็นอีกฝ่ายไม่ได้ถามคำถามต้องห้าม เขาเลยตอบ

“ยี่สิบเอ็ด”

“พวกเรายี่สิบสอง งั้นพวกเราเป็นพี่จะขอเตือนนะน้องชาย งานเฟสติวัลครั้งนี้มันจะโหดมากๆ ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็เตรียมอาวุธลับเจ๋งๆ ไว้ให้พร้อม ไม่อย่างนั้น นายได้เด้งออกจากร้านนี้แน่”

เจย์มองมิวท์แล้วหันไปมองแฮ็ก ความจริงตั้งแต่มาถึงเมืองนี้ นอกจากรุ่นพี่ในร้านและโซอี้แล้ว สองคนนี้น่าจะเป็นสองคนแรกที่ดูจะเป็นมิตรกับเขา หัวใจของเจย์รู้สึกพองฟูแบบเดียวกับที่ได้รับความช่วยเหลือจากป้าเพนนี การได้รู้ว่ามีคนห่วงใย มันรู้สึกดีเสมออย่างนี้เอง

“ขอบคุณครับ”

“ขอบคุณแล้วก็คิดด้วยนะ กาโก้น่ะเก่งมากๆ ปกติจะไม่ยุ่งกับใคร แล้วชอบเด่น แต่ครั้งนี้มันกะขัดขวางนายอย่างจริงจัง ระวังตัวด้วยล่ะ” แฮ็กเอ่ยแล้วหันไปพยักหน้ากับมิวท์เป็นเชิงว่าพวกเราควรกลับได้แล้ว

เจย์ขยับตัวหลบ แล้วเหมือนนึกขึ้นได้เลยถามว่า “เดี๋ยวครับ”

“อะไร” มิวท์หันกลับมา

“ตกลงไม่ได้ทำวิทการ์ดหายใช่ไหมครับ”

สองหนุ่มคู่ซี้หันมามองหน้ากันแล้วได้แต่ส่ายหน้าให้กับความไม่รู้เรื่องรู้ราวของเจย์ ก่อนจะหันไปเดินต่อ เจย์ค้อมตัวให้พร้อมกับพูดไล่หลังตามไปว่า

“แล้วมาอีกนะครับ”

“คิก คิก คิก”

เจย์หันไปหารุ่นพี่วินน์ซึ่งกำลังปิดปากหัวเราะอย่างไม่เข้าใจ

“มีอะไรน่าขำเหรอครับพี่”

วินน์ลดมือลง แต่ยังยิ้มแป้นพร้อมกับตอบว่า “นายนี่ก็มีเสน่ห์แบบแปลกๆ นะ”

“ครับ?”

วินน์พยักหน้าไปทางสองหนุ่มที่ขี่จักรยานออกไปพลางพูดว่า “สองคู่ซี้นั่นน่ะ ปกติจะเป็นพวกเฮไหนเฮนั่น ทำตัวไหลตามลม เพราะงั้นถึงได้ยอมรวมกลุ่มไปกับพวกเด็กขี้โอ่พวกนั้นเพื่อลดการโดนรุมแกล้ง แต่นี่คงถูกใจนายละมั้งถึงได้เสี่ยงมาเตือนให้นายระวังตัว”

“เหรอครับ แล้วมาเตือนผมเขาจะเดือดร้อนไหม”

วินน์ยักไหล่ “ก็คงมีบ้างละนะ แต่ยังไงก็อย่าให้คำเตือนของเขาเสียเปล่าล่ะ คิดหาอาวุธไว้บ้างหรือยังล่ะ”

เจย์ยิ้มจืด พลางนึกถึงคำพูดของมาสเตอร์เกลดาที่ว่า พี่วินน์เคยเป็นผู้ชนะที่ใช้เวลาน้อยที่สุด เลยรีบถามขึ้นว่า

“ตอนพี่วินน์ชนะ พี่ทำยังไงเหรอครับ”

วินน์สบตาเจย์ แล้วฉีกยิ้มกว้าง “มันไม่ใช่วิธีที่ดีเด่อะไรหรอก”

ไม่ดีแล้วทำให้ชนะได้ยังไงล่ะ เจย์คิด

“แต่ถ้าอยากรู้ก็จะบอกแล้วกัน เอาไว้เลิกงานก่อน”

เจย์ค้อมศีรษะให้รุ่นพี่อย่างดีใจ

“ขอบคุณครับ”

วินน์ยิ้มรับก่อนจะเดินไปต้อนรับลูกค้าอย่างมืออาชีพ เจย์มองตามรุ่นพี่พลางคิดว่า

อาวุธลับของพี่วินน์จะเป็นยังไงนะ


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

มิวท์กับแฮ็กเป็นตัวละครที่่น่ารักค่ะ หลังจากนี้คงได้เห็นบทบาทของสองตัวละครนี้มากขึ้น แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องให้เจย์หายมึนก่อน 5555 จบงานหนังสือแล้ว กัลก็ต้องกลับสู่โลกความเป็นจริง ปั่นงานกันต่อไป มีงานหลายอย่างมากที่ต้องทำให้เสร็จก่อนที่สิ้นปี แต่พอจบงานปุ๊บก็ป่วยปั๊บเลย ให้มันได้อย่างนี้ แงงง

ตอนนี้อีบุคของ Witchoar 2 ออกมาแล้วนะคะ ใครสนใจคลิกได้ที่หน้าเพจใหญ่ได้เลยจ้า ส่วนคนที่อ่านจบแล้วกำลังรอเล่ม 3 เล่มนี้จะออกในงานมหกรรมหนังสือเดือนมีนาคม 2561 นะคะ 

อ่านให้สนุกค่ะ ^^


ปล. ตอนนี้หนังสือ Witharia Art Book เอาขึ้นหน้าร้านแล้วค่ะ

>> สั่งซื้อ <<


ปล.อ. ใครต้องการสั่งซื้อ Withchoar Book One : หยดน้ำแห่งกัลดราบก สามารถสั่งซื้อได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ 

>> สั่งซื้อ <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

4,388 ความคิดเห็น

  1. #954 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:06
    หมั่นเขี้ยวววว
    #954
    0
  2. #336 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 13:17
    เห็นเจย์แล้ว คิดถึงน้องคนนึงที่เค้าเป็น จีซิกซ์พีดี เหมือนกับเจย์ แต่น้องเค้าพูดมากกว่านี้
    แต่จะพูดสุภาพตลอด ครับ ทุกคำเลย
    นอบน้อมด้วย
    เจย์ สก๊อต ที่น่ารัก เฉื่อยแต่เก่ง ทื่อๆแต่น่ารักค่ะ
    #336
    0
  3. #333 Jintita22 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:38
    เจย์นี่ช่างใสซื่อจริงๆ
    #333
    0
  4. #331 หญิง PaNDeL (@bamberauy) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:34
    งือๆ รอค่ะ
    #331
    0
  5. #330 ~LufaH~ (@fak_fa) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 16:00
    ชอบคู่หูคู่นี้มากๆเลย
    #330
    0
  6. #328 Mook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:42
    งื้อออ ชอบคู่หูแบบมิวท์ แฮ็กมากๆ
    #328
    0
  7. #327 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:33
    อยากรู่ว่าอาวุธลับคือไรอ่าาา????
    #327
    0
  8. #326 Chrysola (@chrysola) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:33
    เจย์มีเพื่อนเพิ่มแล้ว
    #326
    0
  9. #325 iriss28 (@nut28phat) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:18
    ได้เพื่อนแล้วสินะเจย์
    ถถถถ ความเฉื่อยทำให้คนอื่นคิดว่าเปรี้ยวกะผยองซะงั้น
    พ่อคนดีของเรารู้เรื่องรู้ราวกะเขาที่ไหน
    #325
    0