Witchoar

ตอนที่ 33 : Book Two : 05 ไลต์ริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    17 ต.ค. 60

Witchoar 

Book Two : เปลวไฟแห่งเนโคร



*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


เจย์ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา แต่เขาไม่คิดจะขยับจากที่ที่เขานั่งอยู่ การจัดเอกสารทั้งหมดเสร็จสิ้นไปตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่พลังที่พลุ่งพล่านในตัวเขา มันยังพุ่งทะยานอยู่มาก จนเขาต้องนั่งลงเพื่อสงบความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยพบหลังจากอดนอนมาตลอดหนึ่งเดือนกว่านี้

ก่อนหน้านี้เพราะอดนอน เจย์จึงพบว่าเขาตอบสนองต่อทุกอย่างช้าลง จนบางครั้งเขาก็รู้สึกว่า มันยากเหลือเกินที่จะยกมือทำอะไรสักอย่าง แต่เป็นสิ่งของต่างๆ พุ่งมาหาเขาเองเมื่อเขาต้องการ แต่การใช้พลังในการจัดเก็บเอกสารเข้าตามหมวดหมู่โดยใช้ไอพลังที่ไหลออกมาจากแฟ้มเอกสารเหล่านั้นเป็นเกณฑ์กำหนดมาตลอดทั้งคืน มันทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น

ครืด!

บานประตูโกดังเปิดออก ขณะเจย์ก้มมองมือตัวเองที่กำลังกำๆ แบๆ ออกด้วยจังหวะที่เร็วกว่าทุกวัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ที่เข้ามา

“นายดูสดชื่นนะ”

เจย์กะพริบตาแล้วคลี่ยิ้ม “ผมรู้สึกดีครับ”

วิทเดินมาใกล้ แล้วนั่งยองๆ ลงมองเจย์ “สดชื่นใช่ไหม”

เจย์พยักหน้า แล้วนึกย้อนไปว่า หรือการที่เขาถูกใช้ให้มาที่นี่ก็เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากที่เขาอดนอนมานาน จนมันเริ่มแย่มาสักพักหนึ่งแล้ว

“ครับ รู้สึกกระปี้กระเปร่ายิ่งกว่าวันที่ตื่นขึ้นมาอีกครับ”

“ดีแล้ว เวทมนตร์ก็เหมือนน้ำมัน หากมันเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ก็จะทิ้งตะกอนเอาไว้ ทำให้เครื่องยนต์สกปรก แต่ร่างกายของคนเราไม่สามารถถอดชิ้นส่วนออกมาล้างได้เหมือนเครื่องยนต์ ดังนั้นผู้ศึกษาเวทมนตร์ทุกคนจึงต้องเรียนรู้วิธีชำระล้างร่างกายตัวเอง”

เจย์หันไปมองกองเอกสารที่คัดแยกและจัดเรียงใหม่อย่างเป็นระเบียบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงหันมาสบตาวิท

“การจัดเอกสารคือการชำระล้างเหรอครับ”

วิทหัวเราะ พลางลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาหาเจย์ ครั้งนี้เจย์ไม่ลังเลที่จะยื่นมือไปจับมือวิทเพื่อลุกขึ้นยืน

“นายเรียนรู้อะไรจากการจัดเอกสารบ้าง”

เจย์หลุบตาลงอย่างครุ่นคิด แล้วตอบว่า “เริ่มแรกผมต้องเพ่งสมาธิเพื่อค้นหาสายพลังที่มีอยู่ทั้งหมด จากนั้นก็เริ่มจับคู่ แล้วดึงพวกมันให้มาอยู่ใกล้กัน ก่อนจะเรียงลำดับ...เอ่อ ไม่ใช่ มันเหมือนจิ๊กซอว์น่ะครับ เพราะเอกสารที่มีสายพลังเหมือนกัน แต่ก็มีความหนาแน่นไม่เหมือนกัน”

วิทพยักหน้า “วัตถุทั้งหมดหากถูกสัมผัสก็จะมีไอพลังที่แรงกว่าวัตถุซึ่งถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน”

“ครับ ไอพลังพวกนั้นจะมีร่องสลักของมัน ซึ่งหากจัดเรียงอย่างถูกต้องมันก็จะกลายเป็นผืนเดียวกัน”

“นี่แหละคือ หลักการชำระล้าง”

เจย์เอียงคอ ขณะที่วิทอธิบายต่อว่า

“เวทมนตร์เองก็ไม่ใช่น้ำมันเช่นกัน มันเป็นพลังบริสุทธิ์ที่เมื่อใช้ไปบางส่วน ส่วนที่เหลือค้างอยู่ก็ไม่ใช่ของเสียนะ มันเพียงรอเวลาเพื่อกลับมารวมกับพลังที่ถูกนำไปใช้ เมื่อหลอมรวมกันแล้วก็จะกลายเป็นพลังงานใหม่ที่จะใช้ในครั้งต่อไป”

“เข้าใจแล้วครับ”

วิทก้าวผ่านเจย์ไปที่กองเอกสารที่เรียงเป็นระเบียบ เขายกมือขึ้นแตะมัน ทันใดนั้น กองเอกสารอันสวยงามก็แยกตัวออก แล้วพุ่งฉวัดเฉวียนไปกองสุมรวมตัวกันเป็นกองพะเนินเหมือนเมื่อวานที่เขาเห็นไม่ผิดเพี้ยน เจย์มองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วครางในใจ

โธ่! เวลาทั้งคืนของเรา หมดกัน

มุมปากของวิทยกขึ้น “พ่อมดทุกคนอยากเรียนรู้พลังให้มากเท่าที่จะมากได้ จนบางครั้งก็ลืมนึกถึงเรื่องพื้นฐานที่สุด นั่นคือ การนำพลังที่ถูกปรุงแต่งกลับสู่พลังที่แสนสามัญที่สุด”

เจย์เหลือบมองสบกับดวงตาสีน้ำตาล ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เขาคุ้นๆ กับคำพูดนี้มากเลย แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ว่าได้ยินมาจากไหน แน่นอนต้องไม่ใช่ตั้งแต่เขาตื่นนอนมาแน่นอน

หรือว่า เราคนก่อนอาจจะเคยอ่านเรื่องพวกนี้มาตอนที่เราพยายามฝึกเวทมนตร์ อืม คงใช่แหละ ก็มาสเตอร์เกลดาบอกว่าเราสำเร็จศาสตร์กัลดราบกแล้วนี่นา ก็ต้องเคยได้ยินมาบ้างล่ะนะ

“แล้วผมต้องชำระล้างเวทมนตร์บ่อยแค่ไหนครับ”

วิทยกมือขึ้นกอดอก แล้วตอบว่า “ตลอดเวลา”

พรึ่บ!

ในชั่วพริบตา เอกสารที่กองพะเนินระเกะระกะก็กลับมาเป็นระเบียบอย่างที่เขาจัดไว้ดังเดิม แล้วพอวิทคลายวงแขนที่กอดอกอยู่ออก มันก็กลับเป็นเละเทะเหมือนเดิมอีก เจย์มองการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั้นด้วยดวงตาตื่นตะลึง เพราะใบหน้าที่อ่อนเยาว์ และรอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่สนใจโลกของวิท เลยทำให้เจย์ลืมความจริงที่สะกิดใจเขามาตั้งแต่แรกพบคนๆ นี้ว่า นอกจากมาสเตอร์เมจก็มีเขาเพียงคนเดียวที่กล้าแนะนำชื่อตัวเองตรงๆ

นี่สินะ เจ้าของร้านน้ำชาวิทาเรียตัวจริง เจย์คิดขณะได้ยินวิทเอ่ยต่อว่า

“ทำมันทั้งในตอนที่นายกำลังจดจ่ออยู่กับอะไรบางสิ่ง หรือแม้แต่ตอนที่นายไม่มีอะไรทำ ทำมันให้เคยชินจนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกับที่นายหายใจ นั่นคือคำแนะนำของฉัน ยินดีต้อนรับสู่วิทาเรีย เจย์ สก็อต”

 เจย์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ขาก็เหมือนก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวคนตรงหน้า แต่เหมือนอะไรบางอย่างในตัวเขากำลังตื่นขึ้น และในเสี้ยวนาทีที่วิทฉีกยิ้มกว้าง สมองของเจย์ก็ปรากฏภาพรอยยิ้มแบบเดียวกันนี้กำลังฉีกยิ้มกว้างให้เขา

นายเป็นเด็กที่ตลกจริงๆ เจ้าของรอยยิ้มนั้นพูด

ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ เพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา แล้วภาพนั้นก็หายไป เจย์พยายามเค้นสมองคิดทบทวนเพื่อดึงภาพรอยยิ้มนั้นกลับมาใหม่ แต่ทำไม่ได้

“นายไม่รีบเหรอ”

“ครับ?” เจย์ถามย้ำเพราะไม่ทันฟัง

วิทเลยชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือ เจย์จึงยกข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วต้องเบิกตากว้าง

“อีกสามสิบนาทีจะหกโมง ผมต้องรีบแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”

วิทผายมือให้ ขณะมองเจย์ค้อมตัวลาแล้ววิ่งออกไป แต่ต้องชะงักแล้วหันมาหาวิท พลางชูมือซ้ายข้างที่มีไลต์ริง แล้วถามว่า

“คุณจะมาดูการแข่งนี้หรือเปล่าครับ”

“แน่นอน”

เจย์ยิ้มกว้าง แล้วตอบกลับว่า “งั้นผมก็จะแสดงผลการฝึกให้คุณดู”

วิทหัวเราะร่า แล้วโบกมือไล่เจย์ให้ออกเดินทางได้แล้ว ก่อนจะไปไม่ทันเวลา เจย์ค้อมศีรษะให้วิทอีกครั้ง แล้ววิ่งออกไป วิทเฝ้ามองตามแผ่นหลังของเจย์จนลับไปจากคลองสายตา แล้วจึงจางหายไปเช่นกัน

 

“เจย์ ยังไม่มาอีกเหรอ” ธีบีนเอ่ยขึ้นพลางเหลือบไปมองนาฬิกาที่เหลืออีกไม่ถึงห้านาที โดยมีโจแอนน์กับซีราฟที่วันนี้มาถึงร้านก่อนเวลายืนชะเง้อคอมองตรงระเบียงนั่งรอคิว

“ยัง อ๊ะ! นั่นไง มาแล้ว” โจแอนน์ร้องบอก พลางชี้มือไปยังรถจักรยานที่ปั่นมาด้วยความเร็วสูง

“นั่นเขายังมีเวลาหอบผลไม้มาด้วยเหรอ” ธีบีนเพ่งมองเมื่อเจย์จอดรถเสร็จ ก็เร่งฝีเท้าขึ้นบันไดมา

“ฉันว่าเขาดูสดใสขึ้นนะ”

“เพราะเขารู้วิธีชำระล้างแล้วน่ะสิ” ซีราฟเอ่ยพลางหันหลังกลับเพราะรับรู้ได้ว่ามาสเตอร์เดียตี้กำลังจะมาถึงร้านแล้ว

“สวัสดีครับ” เจย์เอ่ย

“เกือบไม่ทันเลยนะ” โจแอนน์ติงด้วยรอยยิ้ม เจย์จึงยิ้มตามแล้วค้อมศีรษะทักทายธีบีน

“มาสเตอร์มาแล้ว เข้าไปส่งจดหมายสิ เดี๋ยวพี่เอาผลไม้ไปเข้าห้องครัวให้เอง” ธีบีนเอ่ยเตือนพร้อมขันอาสาช่วยแบ่งเบา แล้วเดินสวนเจย์ลงไปตามบันได

“ขอบคุณครับ” เจย์ค้อมศีรษะให้รุ่นพี่อีกครั้ง แล้วหมุนตัวเดินเข้าในร้านไป

เดียตี้อยู่ในชุดมาสเตอร์ประจำร้าน เขาหันมามองดวงตาสีน้ำเงินมองเจย์อยู่เสี้ยววินาที แล้วจึงแย้มยิ้มออกมา

“กลับมาแล้วครับ” เจย์รายงานตัวด้วยหัวใจพองฟูอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าจนถึงตอนนี้ เขาจากร้านนี้ไปยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่มันกลับทำให้เขาคิดถึงที่นี่ขนาดนี้

เข้าใจความรู้สึกของโซอี้ขึ้นมาเลย

“นี่จดหมายครับ”

เดียตี้รับซองจดหมายมา แต่กลับเหลือบมองรอยสีแดงรอบข้อมือข้างซ้ายของเจย์ แล้วถามว่า

“ได้รับบัตรเชิญแล้วเหรอ”

“บัตรเชิญ? เอ่อ ครับ คุณวิทบอกว่า มันเป็นการตอบรับเข้าร่วมเฟสติวัล แต่ผมยังไม่รู้ว่าเป็นงานแบบไหน”

เดียตี้เปิดซองจดหมายแล้วคลี่ออกอ่าน ก่อนจะเก็บมันเข้าที่ แล้วตอบว่า

“เดี๋ยวให้มาสเตอร์ของนายมาตอบก็แล้วกัน มาเหนื่อยๆ ก็ไปพักก่อนเถอะ ค่อยไปเริ่มทำงานเอาตอนช่วงเวลาของมูซเลยแล้วกัน”

เจย์อยากจะบอกว่าเขาสดชื่นดีจนไม่อยากพัก แต่กลิ่นเหงื่อที่หมักหมมมาตั้งแต่เมื่อวานเช้า ทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจจึงค้อมตัวลา แล้วเดินออกมา

“ดีใจด้วยนะเจย์ เอาไว้โซอี้กลับมาค่อยจัดงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่เนอะ” โจแอนน์เอ่ยเมื่อเจย์เดินผ่าน

“คาดหวังกับการแสดงของเด็กใหม่เลยนะ” ซีราฟเสริม

เจย์ยิ้มจืดแล้วเดินลงบันไดเพื่อนำรถจักรยานไปเก็บในที่จอด แล้วพอเดินกลับมากำลังจะขึ้นบันได ธีบีนก็เปิดประตูหลังของห้องครัวออกมาพอดี

“พักผ่อนให้สบายล่ะเจย์ หลังจากนี้คงงานหนักเลยละ”

“ผมจะตั้งใจทำงานครับ” เจย์เอ่ยอย่างมั่นใจด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่ธีบีนกลับส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่ข้อมือซ้ายของเจย์พลางเอ่ยว่า

“พี่หมายถึงนั่นต่างหาก”

เจย์ยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาเอียงคอมอง

“ผมได้ยินมาว่า สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของผู้เข้าร่วมงานไลต์ก็อดเฟสติวัล มันเป็นงานเทศกาลแบบไหนเหรอครับ”

ธีบีนหัวเราะ “เป็นงานแข่งขันของคนบ้าพลังน่ะ ลูกศิษย์ของพ่อมดศาสตร์กัลดราบกที่มีอายุการฝึกฝนไม่เกินยี่สิบปีจะต้องเข้าร่วมเพื่อแสดงผลการฝึกสอน ร้านเราไม่ได้ส่งคนไปร่วมงานนี้มาหลายปีแล้ว”

“โห แต่ผมเพิ่งฝึกมาได้เดือนกว่าเองนะครับ” เจย์เอ่ยพลางคิดว่า

แม้มาสเตอร์จะบอกว่าเราดื่มหยดน้ำเจ้าปัญหานั่นไปแล้วก็เถอะ

ธีบีนตบบ่าเจย์ “เอาน่า ถือว่าแข่งสนุกๆ แต่ถ้านายชนะก็คงดีมากทีเดียว”

“มีรางวัลใหญ่ให้ผู้ชนะเหรอครับ”

ธีบีนเดินผ่านบันไดวนที่นำไปสู่ชั้นสามแล้วก็ยังตอบมาว่า “ผู้ใช้ศาสตร์กัลดราบกส่วนใหญ่เป็นพวกรักศักดิ์ศรี ถ้าแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองคือที่หนึ่ง มันดีใช่ไหมล่ะ”

เจย์มองรุ่นพี่ที่ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไม่เข้าใจ เขาอยากถามเพิ่มเติม แต่ก็ไม่อยากรั้งรุ่นพี่ไว้ เลยได้แต่ตัดใจเดินขึ้นห้องพักตัวเอง

“อ้าว ล็อก...อ่า ก็โซอี้ไม่อยู่นี่นะ” เจย์พึมพำบอกตัวเอง พลางล้วงลูกกุญแจมาไข เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็นึกได้ว่า หากเจอมาสเตอร์เกลดาจะต้องเล่าเรื่องกิมอรีสโตนชิ้นที่สี่ที่เขาเพิ่งได้กับเครื่องบินกระดาษให้ฟัง

“แต่มาสเตอร์เมจคงจะบอกแล้วมั้ง” เจย์พึมพำไปขณะถอดเสื้อ แต่เมื่อมือคลำไปที่กระเป๋าเสื้อเพื่อเอาของที่อยู่ในนั้นออก ก่อนเอาเสื้อใส่ลงตะกร้า เขาก็พบว่ากิมอรีสโตนชิ้นล่าสุดที่เขาเพิ่งได้รับ มันหายไปแล้ว

“ร่วงหายไปเหรอ ไม่นะ ไม่น่า” เจย์ลองล้วงกระเป๋าเสื้อซ้ำอีกรอบก็ไม่เจอ หลับตาลงและนึกถึงหินก้อนนั้น แล้วเรียกมัน ก้อนหินนั้นก็ไม่ปรากฏตัว

“แปลก...แต่ช่างเถอะ”

เจย์พึมพำ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

 

“ได้ไลต์ริงมาแล้วเหรอ” อีสเอ่ยขึ้นขณะวางจานอาหารกลางวันลงตรงหน้าเจย์

“พี่อีสเคยเข้าร่วมงานนี้ไหมครับ” เจย์ถามอย่างสนใจ เพราะลูกค้าที่มาในช่วงเวลาเที่ยงค่อนข้างเยอะ เลยทำให้เขาไม่กล้ารบกวนมาสเตอร์เกลดาที่พูดคุยอยู่กับลูกค้า

“เคยสิ ทุกคนก็ต้องเคยลงแข่ง เขากำหนดให้กัลดี้...เอ่อ คำเรียกผู้ฝึกศาสตร์กัลดราบกที่ฝึกมาไม่เกินยี่สิบปีให้เข้าร่วมทุกคน เป็นงานที่สนุกดีนะ แต่ไม่แข่งจะดีกว่า” อีสตอบ พลางเลื่อนถาดน้ำชาของเจย์ที่มาสเตอร์เพิ่งชงเสร็จมาวางให้ตรงหน้า

“ทำไมครับ”

อีสยิ้มหวาน “เพราะมันเหนื่อยน่ะสิ ปีแรกๆ ก็สนุกดีหรอก พอเข้าปีที่สิบกว่าแล้วยังต้องเจอคนหน้าเดิมๆ ก็เริ่มเบื่อแล้วละ”

“นั่นเพราะเธอคือผู้ชนะตลอดต่างหาก” วินน์ซึ่งเดินมารับถาดน้ำชาของลูกค้าในโต๊ะที่เธอดูแลเอ่ย ก่อนจะเดินจากไป เจย์เลยหันไปมองอีส

“พี่อีสชนะทุกครั้งเลยเหรอครับ”

“เพราะคู่ต่อสู้ที่พอจะสู้ได้ดันเด็กไปหน่อย แต่พอเขาโตขึ้นจนพอจะสู้ได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง พี่ก็พ้นวัยไม่ต้องเข้าแข่งแล้วน่ะ”

เจย์อ้าปากค้าง จนอีสต้องยกมือไปแตะหัวเจย์เบาๆ เหมือนผู้ใหญ่ลูบหัวเด็ก

“กินอาหารก่อนนะ เดี๋ยวมันจะเย็นเสียก่อน พี่ไปทำงานก่อนละ”

เจย์มองตามร่างโปร่งของรุ่นพี่คนสวยที่เดินตรงไปเก็บเงินลูกค้า ก่อนจะหันมามองพี่วินน์ที่เดินกลับมาอีก

“แล้วพี่วินน์ชนะเหมือนพี่อีสหรือเปล่าครับ”

วินน์ยักไหล่ “ให้อีสเอาที่หนึ่งไปเถอะ พี่ขอแค่ไม่ทำให้มาสเตอร์ขายหน้าก็พอ”

“เพราะเธอขี้เกียจเกินไปต่างหาก วินน์” มาสเตอร์เกลดาแทรกขึ้นมา

วินน์เลยหันไปยิ้มหน้าบานอย่างไม่รู้สึกรู้สา แล้วเดินจากไป เจย์นี่อยากจะปรบมือดังๆ ให้แก่ความมั่นใจของพี่วินน์จัง ส่วนเกลดาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“วินน์กับอีสเข้ามาเรียนกัลดราบกพร้อมกัน ขณะที่อีสกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ในทุกเรื่อง แต่วินน์กลับเป็นพวกชอบทำแค่พอผ่านน่ะ”

เจย์พยักหน้า “แต่พี่วินน์ก็ดูเก่งนะครับ”

เกลดายิ้มกว้าง “แน่นอน ถ้านับพรสวรรค์ต้องยกให้เจรา ในบรรดาเอลเดอร์ทั้งหมดของกัลดี้ เธอเรียนรู้เร็วที่สุด ขณะที่อีสเป็นคนที่ขยันที่สุด ส่วนวินน์...ต้องเรียกว่า อัจฉริยะที่อยากเป็นคนโง่”

“ยังไงครับ” เจย์ถามพลางตักอาหารเข้าปาก

“ร่างกาย พละกำลัง มันสมอง และพรวรรค์ อยู่ในระดับสูงกว่าลูกศิษย์ทุกคนของฉัน แต่กลับขี้เกียจที่สุด เธอจะเรียนรู้แต่สิ่งที่เธออยากเรียนรู้เท่านั้น นั่นแหละวินน์”

“เท่จังเลยนะครับ”

เกลดาหัวเราะในลำคอ “มันเท่ก็จนถึงเวลาที่อีสไม่ได้เข้าร่วมไลต์ก็อดเฟสติวัลในปีสุดท้ายนั่นแหละ วินน์ต้องไปเข้าร่วมงานนั้นคนเดียว ทีนี้ก็เลยหืดขึ้นคอนิดหน่อย”

เจย์ขมวดคิ้วพลางนึกถึงคำพูดของธีบีนที่ว่า พ่อมดกัลดราบกเป็นคนรักศักดิ์ศรี ถ้าตลอดมาผู้ชนะเป็นคนจากวิทาเรีย แล้วในปีนั้นพี่อีสไม่ได้ร่วมงาน คนก็คงคาดหวังกับพี่วินน์มากเอาการ

“แล้วสรุปพี่วินน์ชนะไหมครับ”

“เป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างรวดเร็วจนทำให้อีสเจ็บใจเลยล่ะ ชัยชนะของคนขี้เกียจ” เกลดาตอบแล้วเปลี่ยนเรื่องไป

“เห็นว่าได้กิมอรีสโตนมาอีกอันแล้วเหรอ”

เจย์ยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มหลังจัดการอาหารหมดจาน แล้วตอบว่า

“ครับ แล้ว อยู่ๆ มันก็หายไป ผมเรียกก็ไม่มาด้วยครับ”

เกลดามองใบหน้าที่สดใสของเจย์แล้วเอ่ยว่า “มันก็คงทำหน้าที่ของมันเสร็จแล้วนั่นแหละ”

เจย์เลิกคิ้ว ก่อนจะรายงานอีกเรื่อง “แล้วผมก็ได้เครื่องบินกระดาษจากคนคนนั้นอีกครั้งด้วยครับ”

“เมื่อไร”

“เมื่อวานซืนครับ ในนั้นเขียนว่า ถ้าผมอยากรู้อดีตของตัวเองก็ให้ลงแข่ง ผมไม่แน่ใจว่าเป็นงานแข่งเดียวกันกับที่ผมได้เจ้านี่มาหรือเปล่า” เจย์พูดพลางยกข้อมือซ้ายให้เกลดาดู

เกลดาพยักหน้า “น่าจะเป็นงานเดียวกันแหละ”

“งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเฉพาะพ่อมดเหรอครับ” เจย์ถาม

เกลดาเอื้อมมือไปกดกริ่งเรียกอีสมาเก็บจานอาหารของเจย์ พลางตอบว่า “ไม่หรอก เพราะฮอปกินส์ก็คือ พ่อมดประเภทหนึ่งเหมือนกัน”

“คุณร็อบบอกว่า พวกฮอปกินส์เป็นเหมือนตำรวจเวทมนตร์ แล้วไลต์ริงล่ะครับ นอกจากเป็นบัตรเชิญเข้าร่วมงานนั้นแล้ว มันมีไว้ทำอะไรอีกเหรอครับ”

“มันเป็นสลักเวทมนตร์ที่บรรจุพลังของดวงอาทิตย์เอาไว้ ใช้ในการระบุตัวตน”

“เหมือนกับพวกบัตรเข้าร่วมกิจกรรมอะไรทำนองนี้ใช่ไหมครับ”

“ใช่ แต่แตกต่างกันนิดหน่อย”

เจย์เอียงคอ เกลดาเลยพูดต่อว่า

“ไลต์ริง คือสลักเวทมนตร์ มันไม่ได้สลักไว้ที่ข้อมือของคนลงแข่ง แต่เป็น...กระดูก”


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

เมื่อวานหนังสือเล่มนี้มาส่งที่บ้านแล้วค่ะ เห่อมาก เย็บห่อเอง นั่งอ่าน อ่านไปก็คิดอีกแล้ว เจอตรงนั้นตรงนี้ที่อยากแก้ การเป็นนักเขียนไม่ดีเลยนะคะ แทนที่จะอ่านให้สนุก เลยกลายเป็นอ่านจับผิดงานตัวเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ดีใจที่อย่างน้อยก็พบว่า มันก็สนุกอยู่น้า 

ใครอ่านในเล่มแล้วอย่ามาสปอยเลยนะคะ สงสัยคนยังไม่ได้อ่าน ><


ปล. ตอนนี้หนังสือ Witharia Art Book เอาขึ้นหน้าร้านแล้วค่ะ

>> สั่งซื้อ <<


ปล.อ. ใครต้องการสั่งซื้อ Withchoar Book One : หยดน้ำแห่งกัลดราบก สามารถสั่งซื้อได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ 

>> สั่งซื้อ <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

4,329 ความคิดเห็น

  1. #273 mini-o- (@kannikars) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 00:15
    ตามเก็บทีละเล่ม แต่ยังไม่เคยได้เปิดอ่านเลย กลัวค้างคาเลยต้องเข้ามาอ่านในเว็บ รอไรท์อัพทีละตอน
    #273
    0
  2. #272 lalissaJJ (@lalissa2536) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 22:56
    ห้ามใจอย่างยากลำบาก กะว่าจะไปรับกัยมือพี่กัลที่งานหนังสือ
    #272
    0
  3. #271 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 22:37
    เราชอบอ่านในแอป แล้วอ่านTake ของไรท์ไปด้วย ก็ได้รู้ด้วยว่ามายังไง และบางทีก็มีข้อมูลประกอบด้วย มันได้ฟีลดีค่ะ
    #271
    0
  4. #270 นกกระจอกแตกรัง (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 19:44
    เรากลับกันกับคนอื่น ยังไม่อยากได้หนังสือ จนกว่าจะจบเรื่อง เพราะเคยแล้วอ่านจบเล่ม ระหว่างรอเล่มต่อไป มันจะลงแดงตาย อย่างนี้รอทีละตอน มันน้อยหน่อย เดี๋ยวตอนใหม่ก็มาแล้ว แล้วพอจบเรื่อง ซื้อทั้งชุด อ่านทีเดียวอีกรอบ ไม่ค้าง
    #270
    0
  5. #269 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 17:24
    วิทเท่มากอ่ะตอนที่ชำระล้างพลังแล้วกองเอกสารสลับระหว่างเละกับเรียงไปมา เท้เท่อ่า
    #269
    0
  6. #268 Arista_ (@3279) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:25
    อยากได้หนังสือแล้วอ่า แต่คิดว่าจะรอไปสอยในงานเลยทีเดียว
    #268
    0
  7. #267 selenna (@weetvxqsj) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:55
    อยากได้หนังสือแล้วค่ะพี่กัลล , สนุกจนอยากอ่านไม่หยุดเลยค่ะ สู้ๆนะคะพี่กัล
    #267
    0
  8. #266 vleugel (@ning10133) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:49
    สนุกงื้อออออ
    #266
    0
  9. #265 ชัญญพัชร์ เจริญฤทธิ์กุล (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:39
    สนุกอ่ะ ลุ้นตลอด ยิ่งเขียนยิ่งอ่านสนุก
    #265
    0