Witchoar

ตอนที่ 312 : Book Special : 27 โซซา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

Witchoar 

Book Special : เจตจำนงแห่งสก็อต


*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


ประตูสตูดิโอเปิดแง้มอยู่แล้วตอนเจย์ไปถึง เสียงพูดคุยเบาๆ ทำให้เจย์รู้ว่ามาสเตอร์เกลดาไม่ได้อยู่คนเดียว แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ คนที่ในสูตดิโอนี้นอกจากจะมีโซซาที่เจย์พอจะเข้าใจว่า มาสเตอร์เกลดาอาจจะชวนให้มาดูหินแล้ว ยังมีมาสเตอร์วีค...คนที่เวลานี้ไม่น่าจะตื่นอยู่ด้วย

“มาแล้วเหรอเจย์” เกลดาทัก

เจย์เดินมาค้อมหัวให้วีคและโซซา “ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ”

เกลดายิ้ม “ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้บอกเวลาเอง อยากให้พัก ท่านโซซาเองก็อยากพิจารณาหินด้วย”

เจย์สบตาชายชรา ขณะที่วีคพูดว่า

“คิดว่าหินเป็นยังไง”

“คุณภาพดีมาก แต่ยังไม่ได้รูปร่าง ต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อเอาไปเซนส์วู้ดใช่ไหมครับท่านวีค”

วีคพยักหน้า “ใช่ เพราะถ้าเปลวไฟของเขาอยู่ที่นั่น และเราไม่เสี่ยงเอาเขาออกจากพื้นที่”

โซซาหันมองหินอย่างคิดหนัก “น่าจะทันอยู่ แต่ถ้าเปลวไฟนั่นไม่มีอยู่จริงแล้วจะใช้อะไร”

คราวนี้ทุกคนหันมามองเจย์ เจย์เลยเอ่ยว่า “ผมจะลองต่อรองกับคุณแมรี่ครับ”

“รู้จักแม่มดแห่งกลิ่นไหม เจย์ สก็อต”

เจย์ส่ายหน้า ขณะที่กิดิมพูดว่า

ทริสตี้ เลอฟลอร่า แม่มดแห่งกลิ่น

“ฉันได้ยินมาว่าเขากำลังมองหาหินที่มีสปิริตทำพันธสัญญาอยู่ เขาติดต่อมาทางฉัน และฉันก็บอกเขาว่า หินแบบนั้นก็มีอยู่ชุดหนึ่งที่น่าจะกำลังหลุดจากมือเจ้าของ”

“หมายถึงกิมอรีสโตนของผมเหรอครับ”

“ใช่ และฉันไม่คิดว่าทริสตี้จะปล่อยโอกาสนี้ไป หากเธอคนนั้นเสนอสิ่งแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากพอ แมรี่ คอลย่า ก็ไม่น่าปฏิเสธ ดังนั้น การที่จะหวังให้ผู้วิเศษคนนั้นต่อสัญญาน่าจะไม่มีหวัง”

เจย์ประสานมือเข้าหากันแล้วก้มหน้าลงอย่างหนักใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า

“ถึงอย่างนั้น ผมก็จะทำให้ดีที่สุด เมื่อกี้คุณบอกว่าหินจะเสร็จทันเวลา แสดงว่าเราสามารถเตรียมกิมอรีสโตนได้เลยใช่ไหมครับ”

โซซาเลิกคิ้ว ขณะที่วีคถามว่า

“ไปศึกษาวิธีการทำกิมอรีสโตนมาแล้วสินะ”

“ครับ อ่านจากหนังสือ เขาบอกว่าต้องเตรียมหิน สลัก และลงหมึกตามรอยสลัก จากนั้นถึงนำไปทำพิธีเชื่อมต่อครับ แต่ในหนังสือไม่ได้บอกรายละเอียดว่าทำพิธีอย่างไร”

ทั้งสตูดิโอตกอยู่ในความเงียบ แล้วเป็นโซซาที่หัวเราะออกมา

“เจย์ สก็อต ก็ยังเป็น เจย์ สก็อต นะกิดิม”

ใช่ไหมล่ะ

เจย์เลิกคิ้ว ขณะที่โซซาแบมือออก แล้วกิดิมก็ลอยตัวมายืนบนมือโซซา พลางหันมาเผชิญหน้ากับเจย์เมื่อโซซาเอ่ยว่า

“ความยากของงานนี้ไม่ใช่การสร้างกิมอรีสโตนชุดใหม่ แต่เป็นการตัดการเชื่อมต่อต่างหาก”

เจย์สบตาโซซาแล้วก้มลงสบตากิดิม

“หมายความว่ายังไงครับ”

ไม่มีใครตอบคำถามเจย์ จนกระทั่งวีคยกมือขึ้นวางเหนือหัวของกิดิมแล้วพูดพร้อมกับกดมือลงทับจนกระทบฝ่ามือของโซซาว่า

“ก็หมายความว่า เราต้องตัดพันธสัญญาที่ผูกมัดกิดิมไว้น่ะสิ

ฟึ่บ!

ร่างของกิดิมสลายไปต่อหน้าต่อตาเจย์ ร่างกายที่เหมือนเขาทุกประการแตกกระจายออกด้วยพลังของวีคกลายเป็นฝุ่นผงดินสีน้ำตาลที่ปลิวว่อน ก่อนถูกบาร์เรียร์ใสคล้ายฟองอากาศห่อหุ้มเอาไว้

เปรี๊ยะ! เพล้ง!

หน้าต่างกระจกบนชั้นสองร้าวและแตกกระจุย ขณะเกลดากางมือออกมาแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า

“อัลจีซ”

ทันใดนั้นพื้นที่ทั้งชั้นสองก็ถูกคุ้มครองด้วยเกราะของเกลดา ก่อนชายหนุ่มจะพูดว่า

“เจย์ ตั้งสติ”

เจย์กะพริบตาพลางมองกิดิมในสภาพฝุ่นในฟองอากาศแล้วหันไปสบตาวีค

“มาสเตอร์ทำอะไรครับ”

“กิดิมเป็นเอเทมมูที่เก็บกักทรายแห่งชีวิตของนายไว้ เพราะงั้นเขาจะไม่มีวันเป็นอะไรตราบเท่าที่ทรายแห่งชีวิตยังอยู่ เพียงแต่รูปร่างของเขาในตอนนี้ผูกติดกับกิมอรีสโตนชุดเดิม การทำลายพันธสัญญาคือ การสลายรูปร่างของกิดิมให้กลับไปเป็นเอเทมมูที่ไร้รูปร่างเหมือนเดิม” วีคอธิบายพลางส่งฟองอากาศนั้นกลับไปหาเจย์

ทันทีที่เจย์แตะมือที่ฟองอากาศนั้น ฟองอากาศก็กลายร่างเป็นกิดิมเหมือนเดิม

“กิดิม” เจย์ร้องพลางกำตัวเอเทมมูเอาไว้

กิดิมดิ้นไปมา แต่พอรับรู้ได้ว่ามือของเจย์กำลังสั่น เอเทมมูแห่งผืนดินก็หยุดนิ่งแล้วเงยหน้ามองเขาอย่างอ่อนใจ

ภาพจำลองไง ภาพจำลอง ไม่เคยเห็นหรือไง

เจย์ยิ้มเจื่อนแล้วเหลือบมองโซซาและวีคที่สร้างภาพจำลองนี้ขึ้น ก่อนจะหันไปค้อมหัวขอโทษเกลดาที่เขาสร้างความเสียหายให้สตูดิโอของมาสเตอร์เกลดา

“ดีนะที่ไม่มีของอะไรแตก” เกลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกทั้งที่ดวงตาไม่ได้ตลก นั่นทำให้เจย์นึกหวาดเสียว

“แล้วฉันทำลายพันธสัญญานั้นไม่ได้ด้วย คนที่ทำต้องเป็นนาย” วีคย้ำพลางอ้าปากหาว ก่อนจะตบบ่าโซซา

“ดูเหมือนการเตรียมตัวจะพร้อมแล้วนะ งั้นคืนนี้ฉันจะเริ่มทำหมึกเลย ส่วนนายก็ทำให้หินพร้อมล่ะ”

โซซาค้อมหัว “ได้ครับ”

“งั้นฝากด้วยนะเกลดา”

เกลดาพยักหน้า ขณะมองวีคหายตัวไป

เจย์ที่ยังกำตัวกิดิมอยู่อย่างรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยถามว่า “ถ้าผมสลายพันธสัญญาให้กิดิมโดยที่หินไม่พร้อม กิดิมจะเป็นยังไงครับ”

โซซามองกิดิมแล้วตอบว่า “เอเทมมูที่ครอบครองผืนดินก็จะกลับสู่ผืนดิน จริงๆ มันอาจเป็นอิสรภาพสุดท้ายของเอเทมมูที่ไม่สามารถเดินทางไปโลกหน้าได้อย่างพวกเขา”

เจย์กลืนน้ำลายลงคอ ขณะที่เกลดาเอ่ยว่า

“กิดิมมาปรึกษาท่านโซซาว่าอยากเตรียมพร้อมให้นายก่อน เพราะหากถึงเวลาจริงมันจะต้องใช้สติมาก”

คนโดนเตรียมพร้อมกำมือแน่นขึ้นก่อนจะรีบคลายออกให้กิดิมลอยตัวขึ้นมานั่งบนหัวเขา เอเทมมูแห่งผืนดินบ่นเบาๆ ว่า

มาสเตอร์ปากมาก

ขอบคุณนะกิดิม

ข้าทำเพื่อตัวเองหรอก ถ้าในป่ามีสบู่โฟมนะ อย่าหวัง

เจย์ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม แล้วค้อมหัวให้เกลดาอีกครั้ง “ผมจะรับผิดชอบค่ากระจกเองครับ”

“ก็คงต้องอย่างนั้น ดีนะช่วงนี้หน้าร้อน เอาเป็นว่าการเตรียมพร้อมเป็นอันเรียบร้อย ถ้าหินพร้อมเมื่อไร ค่อยมาคุยกันอีกที”

“เอ่อ ผมได้ยินมาว่าท่านโซซาจะไม่สลักหินให้พ่อมดคนเดิม...”

โซซาที่กำลังใช้มือแตะไปตามหินทุกก้อนหันมามอง

“แล้วคนอยู่ตรงหน้าฉัน คือ เจย์ สก็อต คนเดิมหรือเปล่าล่ะ”

ชายชราลุกขึ้นแล้วเดินมายืนข้างเกลดา จากนั้นพูดต่อว่า “รู้ไหม เจย์ สก็อต คนนั้นพูดกับฉันยังไงตอนส่งจดหมายไร้นามมาหาฉัน”

“ไม่รู้ครับ แต่ไม่ต้องบอกก็ได้ครับ”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะผมว่า เขาคงอยากให้ผมจำแต่เหตุผลที่ผมเลือกที่จะพูดกับท่านเท่านั้น”

คนสูงวัยมองเจย์นิ่ง

เจย์พูดต่อว่า “ผมรู้ว่ามันน่าเศร้าที่ผมทำให้พวกเอเทมมูไปจากโลกนี้ไม่ได้ แต่ผมดีใจที่ผมคนก่อนทำแบบนั้น เพราะนี่คือครอบครัวของผม หากท่านสามารถช่วยให้ผมรักษาครอบครัวผมได้ หากมีอะไรให้ผมช่วย ผมยินดี”

“หึๆ ไปพักผ่อนเถอะ เรื่องหิน ถ้าฉันไม่ตอบรับจะช่วยคงไม่รับจดหมายไร้นามตั้งแต่แรก ส่วนเรื่องตอบแทนน่ะไม่ต้อง เพราะของแบบนั้น...” ดวงตาของโซซาเปล่งประกาย “ฉันได้มันมาแล้ว”

เจย์มองผู้สูงวัยอย่างเกรงใจ แต่พอเกลดาพยักหน้าให้เขากลับไปที่ร้านได้ เจย์เลยค้อมหัวคำรับพูดของโซซาแล้วเดินออกจากสตูดิโอ

เมื่อบานประตูสตูดิโอปิดลง เกลดาก็หันหาไปโซซา

“เจย์คนก่อนทำยังไงให้ท่านช่วยเหลือเขางั้นเหรอครับ”

โซซาหัวเราะในลำคอ “แม้น้ำเสียงและสีหน้าจะจองหองกว่า เจย์ สก็อต คนนี้มาก แต่ใจความสำตัญก็ไม่แตกต่างกัน”

เกลดาคลี่ยิ้ม ขณะที่โซซาเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา พลางยื่นมือไปลูบคลำหินชิ้นที่เขายังไม่ได้ตรวจสภาพ

ชายชราพูดต่อว่า “สก็อตเป็นตระกูลของคนขี้เหงา และเด็กคนนั้นคือเด็กที่ขี้เหงาที่สุด”

“ด้วยเหตุผลแค่นั้นเหรอครับที่ทำให้ท่านยอมผิดหลักการตัวเอง”

โซซายิ้มกับก้อนหิน

“ถามทั้งที่รู้คำตอบ เด็กน้อยเกลดาก็เริ่มติดเชื้อความเจ้าเล่ห์ของท่านเมจมาบ้างแล้ว”

เกลดาหัวเราะพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขาเพื่อวาดลวดลายเป็นจานกระเบื้องที่เขายังทำไม่เสร็จ ก่อนตอบว่า

“แมรี่อยู่บนดาดฟ้าของร้าน ก่อนกลับก็ไปทักทายเธอสิครับ”

โซซาดึงมือขึ้นจากน้ำเมื่อตรวจสภาพหินครบทุกก้อน แล้วหันมามองเกลดาที่เอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“เธอคงดีใจที่ได้เจอ...คุณตา”

 

อาร์คปิดโคมไฟข้างหัวเตียงตัวเองพลางขยับตัวลงนอน ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่ดังคลอจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เปิดทิ้งไว้ในห้องทำงาน ผู้ฝึกสอนฮอปกินส์ยิ้มอย่างผ่อนคลายจนกระทั่ง...

“ทุกคนต่างหาเส้นสาย แต่นายกลับเข้านอนอย่างเป็นสุข”

เปลือกตาของอาร์คเปิดขึ้น แล้วหันไปมองวิทที่ยืนพิงพนังห้องนอนของเขาก่อนถอนหายใจ

“นี่มันเป็นเวลานอนนะครับ”

วิทยิ้ม “โทษที แค่ผ่านมา เลยแวะทักทาย”

อาร์คหัวเราะแล้วขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขากดเปิดโคมไฟ จากนั้นก็ประสานมือไว้ที่หน้าตักแล้วเอ่ยว่า

“แมทไม่ได้เตรียมตัวเพื่องานนี้แค่ช่วงเวลานี้ แต่เขาเตรียมตัวมานานแล้ว”

“ตามนั้น แต่มาครอสนี่เล่นแรงนะ ถึงขั้นให้ยาเรนีทวงบุญคุณกับวีคเลย” แม้น้ำเสียงจะดูล้อเล่น แต่พออาร์คสบตาวิท เขาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดเล่นๆ เหมือนน้ำเสียง

“น้อยครั้งที่คนตระกูลสวอร์นจะติดหนี้ใคร เขาคงเก็บไพ่ตายนี้เอาไว้จนถึงที่สุด แต่เขาคงไม่รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายในการทวงหนี้ครั้งนี้คืออะไร”

“ฉันก็คิดว่าเขาไม่รู้ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยเตือนเจมี่ ว่าให้เขาดูแลภรรยาให้ดี ไม่อย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นฉันไม่รู้ด้วยนะ”

ครูฝึกฮอปกินส์ยิ้ม

“ทำไมไม่เตือนเขาเองละครับ”

ดวงตาของวิทเปล่งประกายก่อนจะตอบแล้วจางหายไปว่า

“ฉันไม่เตือนคนที่ฉันไม่ได้สอนหรอก”

อาร์คมองจุดที่วิทยืนอยู่ พลางถอนหายใจแล้วขยับตัวเพื่อจะไปปิดโคมไฟเข้านอนจริงๆ แต่เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

“เฮ้อ” เจ้าของห้องเปลี่ยนทิศทางมือไปที่โทรศัพท์มือถือแล้วกดรับ “อาร์คพูดครับ”

“เจมี่พูด”

“ครับ ท่านเจมี่”

“ผมอยากให้คุณพาแมทธิวมาที่เซนส์วู้ดเร็วที่สุด”

“ตอนนี้แมทธิวอยู่ในความดูแลของลิซการ์ด ผมเกรงว่า เราคงไม่สามารถเอาตัวเขาไปไหนได้หากผู้บังคับบัญชาของเขาไม่อนุญาต” อาร์คตอบตามความจริงพร้อมกับสงสัยว่า ทำไมเจมี่ถึงได้อยากให้แมทธิวไปถึงเมืองเซนส์วู้ดเร็วนัก

“ตำรวจท้องถิ่นก็คงพอจะลากิจเพื่อทำธุระครอบครัวได้ละมั้ง”

“ธุระครอบครัวเหรอครับ”

ปลายสายถอนหายใจเหมือนกับรำคาญที่เขาไม่ให้คำตอบที่อยากได้ยินเสียที แต่อาร์คก็ยังใจเย็นที่จะให้อีกฝ่ายพูดสิ่งที่ต้องการออกมา

“บอกแมทว่า เรากำลังจะเปิดพินัยกรรม...ของแม่เขา”

คนโทร. มาตัดสายไปโดยไม่ร่ำลา ทิ้งให้อาร์คถือโทรศัพท์นิ่งไปอีกหลายวินาที ก่อนจะเหลือบมองจุดที่วิทเคยยืนอยู่อีกครั้ง

‘…ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยเตือนเจมี่ ว่าให้เขาดูแลภรรยาให้ดี ไม่อย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นฉันไม่รู้ด้วยนะ

“มาเตือนเหมือนกับรู้เลยนะครับ คุณวิท”

ยาเรนี สปินเดล ฮอปกินส์ ก้าวขึ้นเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งทันทีที่ เนเบลลี แม่ของแมทธิวเสียชีวิต ตอนนั้นหากไม่ได้เฮเลลที่ประกาศตนดูแลแมทธิว แมทธิวก็คงถูกฆ่าไปแล้ว และใช่ เพราะแมทธิวโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้น เขาจึงกลายเป็นเจ้าชายหัวร้อน เป็นเด็กมีปัญหาที่หลายคนไม่อยากเหลียวแล

กริ๊ง!

อาร์คเหลือบมองโทรศัพท์ห้องที่กรีดร้องขึ้น เขาจึงวางโทรศัพท์มือถือแล้วขยับตัวไปอีกฟากของเตียงเพื่อรับโทรศัพท์

“อาร์ค”

อาร์คยกมุมปากขึ้น “กำลังจะโทร. หาพอดี”

“เฮเลลบอกว่าพวกมันไปยุ่งกับหลุมฝังศพแม่ฉัน” แมทธิวเอ่ยเสียงเรียบ จนอาร์คนึกขอบคุณที่การสอนหลายปีนี้ของเขาทำให้เจ้าชายหัวร้อนเรียนรู้ที่จะทำงานอย่างใจเย็นขึ้นมาบ้าง

“งั้นเราก็รู้สาเหตุที่เฮเลลออกห่างจากนายแล้วงั้นสิ แล้วเป็นไง คนบาดเจ็บไปกี่คน”

“ตายทั้งหมด คิดว่าฉันจะปล่อยให้พวกมันรอดเหรอ”

ดวงตาของอาร์คเปล่งประกาย เพราะคำตอบนี้ทำให้เขารู้แล้วว่าทำไม เจมี่ ฮอปกินส์ ถึงได้โทร. มาหาเขา

“เขาคิดจะขู่ฉันงั้นเหรอ”

“เปล่า”

“นายหมายความว่ายังไง”

 “เขาแค่อยากให้นายไปเซนส์วู้ดเร็วหน่อย”

“ไปเร็วเพื่อ?”

อาร์คยกมุมปากขึ้นอีกนิด

“ก็นายเป็นทายาทคนเดียวของ เนเบลล่า สวอร์น นี่นา”

 





Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

พี่วีบอกว่า โลกมันกลมเนอะ 5555 แต่กัลว่า แมทธิวต้องมีอะไรดีเขาถึงมายืนอยู่ตรงนี้ เพราะบางครั้งโลกก็มอบบททดสอบให้เราตั้งแต่เราลืมตาดูโลก เจ้าชายผู้แสนซึนของเราคนนี้เลยได้รับบทหนักหน่อย จริงไหมคะ 


ปล. นิยายเรื่่องนี้จะโพสต์ให้อ่านทุกวัน จันทร์ พุธ และ เสาร์ ค่ะ ^^







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

4,359 ความคิดเห็น

  1. #4254 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 14:40
    แมทเป็นญาติกับวีค และเจย์มีญาติอีกหลายคน เอ่อ...โลกแคบกว่าที่คิด
    #4254
    0
  2. #4249 Missions Missions (@jenny201) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 15:30
    ขอผังลำดับญาติหน่อยค่ะ เริ่มมึนๆล่ะ 😂
    #4249
    0
  3. #4248 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 02:49

    ออ่อญาติๆกัน แหม่ โลกมันแคบ

    #4248
    0
  4. #4247 khunnaii (@ladymicky) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 01:28
    ยังคงประทับใจความลึกลับและเแข็งแกร่งของตระกูลสวอนไม่หาย อ่านวนจนจำได้ก็สนุกกเสมอ
    #4247
    0
  5. #4245 Chrysola (@chrysola) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 18:53
    โลกกลมจริงๆ ค่ะ นับญาติกันไปมา
    #4245
    0
  6. #4244 เนยเนย (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 18:41

    แมทก็เป็นญาติของมาสเตอร์วีคสิ

    แมทจะงกเหมือนวีคไหมเนี่ย????????

    #4244
    0
  7. #4243 IKYUBINO (@kyubino) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 13:25
    มีเรื่องให้แปลกใจทุกตอนเลยยยย
    #4243
    0
  8. #4242 โซระมุระสะคิ (@tsunayoi) (จากตอนที่ 312)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 13:18
    งั้นแมทก็เป็นญาติของมาสเตอร์วีคหรอคะพี่กัล โหหหสุดยอดดด
    #4242
    0