Witchoar

ตอนที่ 254 : Book Seven : 07 จับคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

Witchoar 

Book Seven : น้ำชาแห่งวิทาเรีย


*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


“เหรอครับ ไม่เป็นไร ผมขอโทษด้วย แล้วก็ขอบคุณมากเลยนะครับ สวัสดีครับ” เจย์เอ่ยพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา

“พี่ชาร์มว่ายังไง” โซอี้ถาม

เจย์ที่เพิ่งวางโทรศัพท์เลยหันมามองเพื่อนที่ปกติช่วงเวลานี้ต้องอ่านหนังสือสอบอยู่ โซอี้พอจะเข้าใจสายตาตั้งคำถามของเจย์เลยตอบว่า

“อ่านหนังสือแล้วมันหิว เลยมาหาอะไรกินน่ะ”

เจย์มองเพื่อนที่เดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์ แล้วมาสเตอร์วีคก็เสิร์ฟน้ำส้มคั้นสดให้ทันที แม้ว่าโซอี้จะทำงานหนักทุกวัน แต่หญิงสาวก็ทำหน้าที่นักศึกษาได้ดีเกินคาด

“ตกลงพี่ชาร์มว่าไง”

“รู้ได้ยังไงว่าเป็นคุณชาร์มโทร. มาล่ะ” เจย์ถามพลางเดินเข้ามาใกล้

“ก็พี่ชาร์มอยู่ที่บ้าน ตอนฉันเดินออกมา ฉันเห็นเขาคุยโทรศัพท์กับนาย”

“อา เข้าใจละ คุณชาร์มโทร. มาบอกว่า ติดธุระด่วนเข้าร่วมทีมกับผมไม่ได้แล้ว ซึ่งผมก็ขอโทษคุณชาร์มด้วยเพราะผมตัดสินใจแล้วว่าจะจับคู่กับคุณแมท”

“แอปเปิลพุดดิงแม่มด เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาแสนหอมครับผม” ธีบีนวางจานขนมเมนูพิเศษประจำวันลงตรงหน้าโซอี้ จนหญิงสาวยิ้มกว้าง

“น่ากินจังเลยค่ะ ถ้ามีขนมอร่อยๆ อย่างนี้ช่วยฮีลลิ่งได้ดีมากเลย นี่เพิ่งอ่านหนังสือจบไปวิชาหนึ่ง เหลืออีกตั้งสาม แต่อ่านต่อไม่ไหวละ ขอมากินของหวานเติมพลังก่อน แล้วค่อยทำงานดีกว่า”

ธีบีนยิ้มกว้าง “งั้นช่วงเตรียมสอบแบบนี้เราคงได้ลูกค้าประจำ”

โซอี้หัวเราะ เจย์ก็ยิ้ม เขารอจนหญิงสาวตักขนมเข้าปาก แล้วจึงพูดต่อ

“ผมคิดว่าเรามีเวลาน้อย ถ้าจะหาช่วงเวลาซ้อมมือกันเหมือนเมื่อปีที่แล้วก็คงไม่ได้ เพราะรายละเอียดของการแข่งขันก็ไม่รู้จะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่าด้วย เลยคิดว่า ถ้าได้คนที่คุ้นเคยมาร่วมทัมกันน่าดีที่สุด”

“ก็ดีนี่ เพื่อนกับคู่หมั้นของฉันสนิทกัน มันก็มีผลดีต่อภาพลักษณ์นะ ฉันจะได้เชียร์นายแบบไม่ตะขิดตะขวงใจด้วย”

“นี่เธอพูดเหมือนโปรโมชั่นเลย เชียร์หนึ่งได้ถึงสองงี้เหรอ” แฮ็กที่เดินมาร่วมวงสนทนาด้วยก็เอ่ยแซวขำๆ ไปทันที โซอี้เลยยกช้อนขึ้นชี้หน้าแฮ็ก แล้วตอบว่า

“ถูกต้อง พักนี้นักข่าวเริ่มเบื่อที่ฉันเอาข้าวเช้าไปส่งให้หมอนั่นละ ดังนั้น ต้องหาภาพใหม่ๆ ให้พวกเขาหน่อย”

เจย์มองเพื่อนสาวซึ่งหากเป็นเรื่องของแมทธิวละก็ เธอจะถูกโยงไปเป็นเรื่องการสร้างภาพทั้งนั้น

“คุณแมทก็ไม่ได้เสียหายอะไรนา เธอไม่ลองคิดจริงจังกับเขาบ้างเหรอ” แฮ็กเกริ่น แต่โซอี้กลับส่ายหัวดิก

“ไม่อะ นอกจากนิสัยนแย่ๆ ของหมอนั่นแล้ว นายนั่นยังบ้างานมากด้วย”

ธีบีนหัวเราะ “โห ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองรึเปล่า พูดอย่างกับตัวเองไม่บ้างานเลยเนอะ สอบก็จะสอบ งานก็จะทำ ดูที่ตาสิ ที่ไม่คล้ำเลยเนี่ยอาศัยเวทมนตร์ช่วยล้วนๆ”

โซอี้ยิ้มเผล่แล้วตอบว่า “ก็เพราะเหมือนกันไงคะ ฉันถึงรู้ว่าเขาก็ไม่สนใจเราเหมือนกัน”

“โธ่ เป็นงั้นไป” แฮ็กกับธีบีนร้องครวญออกมาพร้อมกัน ขณะที่โซอี้หันมามองเจย์แล้วพูดว่า

“แต่ฉันก็ยอมรับนะ ว่าหมอนั่นน่ะเก่งจริง นายชนะแน่”

เจย์ยิ้ม “ครับ เดี๋ยวออกจากกะผมว่าจะไปหาเขาเหมือนกัน”

“ไม่ต้องไปหาหรอก เดี๋ยวหมอนั่นก็มา ช่วงนี้เขาอยู่หน่วยลาดตระเวนริมชายหาด ออกกะตอนหกโมงเช้า หมอนั่นต้องมาซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้ทรอสทุกเช้า”

“อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เอง สองสามวันมานี้ถึงได้เห็นคุณแมทแถวหน้าร้านน้ำชาวิทาเรียตลอดเลย”

หญิงสาวหันกลับมาตักขนมเข้าปาก พอกลืนลงคอแล้วเธอก็พูดต่อว่า “ถึงจะปากหนักไปหน่อยและพูดกระโชกไปนิด แต่หมอนั่นก็ดูแลทรอสดีชะมัด”

เจย์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วพอมีลูกค้าเข้ามาในร้าน พนักงานกะดึกทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน โซอี้กินขนมเสร็จ เจย์กับแฮ็กก็ลงมาช่วยหญิงสาวเตรียมของขึ้นรถ พอเสร็จก็ขึ้นไปทำงานบนชั้นสองต่อ

“คนไม่ง่วง”

เจย์ที่เพิ่งเงยหน้าจากการโค้งคำนับส่งลูกค้าหันมามอง ก็พบว่าวีคเดินออกจากเคาน์เตอร์มาหาเขา

“มีอะไรเหรอครับมาสเตอร์”

“วันนี้ไปหอลืมชาติกับธีบีนนะ”

“ได้ครับ” เจย์รับคำ แล้วมาสเตอร์วีคก็หายตัวไป เจย์ค้อมศีรษะให้มาสเตอร์เดียตี้ที่มาปรากฏตัวที่เคาน์เตอร์ ขณะที่ธีบีนและแฮ็กก็เอ่ยทักทายโจแอนน์กับซีราฟ แล้วก็เดินออกมาที่ประตู

“มาสเตอร์พูดอะไรกับนายเหรอ” แฮ็กถาม

“มาสเตอร์บอกให้ผมไปหอลืมชาติกับพี่ธีบีน”

“อา ใช่สิ ท่านยายเมิ่งจะออกจากเมืองวันนี้แล้ว” ธีบีนเอ่ยพลางเดินลงบันได

เจย์กับแฮ็กเดินตามหลังมา แฮ็กจึงถามว่า

“ท่านยายเมิ่งก็อยู่ที่เมืองเรานานเหมือนกันนะครับ”

“ปีนี้อยู่นานกว่าทุกปี บางปีก็อยู่เพียงไม่กี่วัน สงสัยปีนี้เมืองเราจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูละมั้ง” ธีบีนเอ่ยพร้อมกันหันไปมองเจย์ เจย์เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ

พอทั้งหมดลงมาถึงชั้นหนึ่งก็เห็นแมทธิวกำลังให้อาหารทรอสอยู่ แฮ็กจึงขอแยกตัวเดินขึ้นห้องพักไปก่อน เจย์เลยฝากเพื่อนร่วมห้องให้ช่วยดูแลอาหารเช้าให้แก่พวกอัสโมวด้วย ขณะที่ธีบีนก็แยกตัวไปรับขนมที่ต้องนำไปส่งที่หอลืมชาติกับโพซี่ข้างในร้าน เจย์เลยเดินไปหาแมทธิว

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

“เออ หลังกลับจากวาลการ์ก็ลองมาทดสอบฝีมือกันหน่อยนะ”

เจย์เลิกคิ้วเพราะแมทธิวทำเหมือนรู้แล้ว ว่าเขาตั้งใจเลือกจับคู่กับเขา

“ทำไมถึงรู้ว่าผมจะเลือกคุณแมทล่ะครับ”

“แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่นายจะไม่เลือกล่ะ เวลาก็มีอยู่แค่นี้ ฉันกับนายเคยทำงานร่วมกัน ฉันย่อมต้องเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของนายอยู่แล้ว”

เจย์ยิ้ม “นั่นสินะครับ ขอบคุณที่เปลี่ยนใจมาร่วมทีมกับผมนะครับ”

ดวงตาของแมทธิววาวขึ้น “ไม่ใช่เพราะอยากคู่กับนายแน่ๆ”

“อ้าว”

“หมอนั่นจะโผล่มา”

เจย์กะพริบตางงๆ ไปแวบหนึ่งเพราะตามบทสนทนาของแมทธิวไม่ทัน แต่พอแมทธิวไม่เอ่ยต่อ แล้วเขาก็สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางที่จริงจังขึ้นของอีกฝ่าย เจย์เลยถามว่า

“หมายถึง เขา เหรอครับ”

“ใช่ ดังนั้น การจับคู่กับนายมันเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น”

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ทรอสที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองจึงหันไปมองซ้ายทีขวาทีเหมือนจะงงๆ ว่า ทำไมผู้มีพระคุณทั้งสองคนของมันถึงไม่พูดอะไรกันสักที จนกระทั่งเจย์ยื่นมือออกไปตรงหน้าแมทธิว

“ยินดีที่ได้ร่วมทีมกันนะครับ”

แมทธิวยกมือขึ้นเท้าเอวและถามหน้าบูดว่า “นี่นายฟังที่ฉันพูดหรือเปล่า”

เจย์พยักหน้า “ครับ ฟังสิผมไม่อยากทำให้ร้านเดือดร้อน ส่วนคุณก็จำเป็นต้องเข้าร่วมแข่งในเฟสติวัลครั้งนี้ เราต่างก็มีจุดร่วมเดียวกัน ฉะนั้น เรามาร่ามสู้ไปด้วยกันให้เต็มที่เถอะครับ”

แมทธิวมองหน้าเจย์ แล้วก้มมองมือที่ยื่นมา แล้วแทนที่เขาจะจับมือเจย์ดีๆ คู่หูคนใหม่ของเจย์ก็ทำเพียงตบฝ่ามือลงมาที่มือเจย์ แล้วหันไปเรียกคู่หูตัวจริงของเขา

“กลับได้แล้วทรอส”

เจย์หมุนตัวมองตามหลังแมทธิวไประยะหนึ่ง แล้วต้องหันกลับมาเพราะเสียงหัวเราะของธีบีน

“ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบจับมือนะครับ”

“พี่ว่า หมอนั่นคงแค่ไม่ชินน่ะ พอมองอย่างนี้ก็เขาคล้ายโซอี้เหมือนกันนะ”

“นั่นสิครับ ได้ของแล้วไปกันเลยไหมครับ”

ธีบีนพยักหน้า “ไปสิ”

เจย์ก้าวเข้าไปใกล้ธีบีน แล้วในเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของบริกรหนุ่มทั้งสองคนของร้านน้ำชาวิทาเรียก็หายวับจากตรงนั้นไปโผล่อยู่ที่หน้าหอลืมชาติ ธีบีนก้าวเดินนำขึ้นบันไดไปก่อน พลางเอ่ยว่า

“ธีบีนครับ”

ตัวอักษรทีบันสีเขียวใสปรากฏขึ้นตรงหน้าธีบีน จากนั้นมันก็แตกออกกลายเป็นบาร์เรียร์สีเขียวใสปรากฏขึ้นครอบคลุมร่างของรุ่นพี่เอาไว้ ขณะที่เจย์ต้องใช้พลังปาดนิ้วตัวเองเพื่อสร้างบาร์เรียร์คุ้มกายแล้วเดินตามธีบีนเข้าสู่ประตูหอลืมชาติไปติดๆ

ตั้งแต่เริ่มฝึกโฮโนรุอุสอย่างจริงๆ บางครั้งเขาก็มาที่นี่พร้อมกับธีบีนบ้าง ทำให้รู้ว่า อาณาเขตโฮโนรุอุสของรุ่นพี่เกิดจากเสียง และนั่นทำให้เจย์เริ่มเข้าใจว่า ทำไมรุ่นพี่ธีบีนถึงได้มีน้ำเสียงที่นุ่มนวลน่าฟังนัก แถมไม่ว่าลูกค้ากะดึกจะเป็นคนรับมือยากแค่ไหน รุ่นพี่ก็ทำให้พวกเขาสงบลงได้

เป็นคนที่สุดยอด แต่กลับให้ความรู้สึกที่สบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้จริงๆ

“ไง ธีบีน ไง เจย์” เสียงทักของเมิ่งผอดังมา ทำให้สองหนุ่มที่เดินมาหยุดตรงระเบียงโค้งคำนับ

“มาสเตอร์ให้นำขนมมาให้ท่านยายเมิ่ง เผื่อไว้กินระหว่างเดินทางครับ”

เมิ่งผอหัวเราะเสียงใส ธีบีนจึงส่งกล่องขนมไปยังเกาะลอยกลางน้ำ เด็กรับใช้ของเมิ่งผอจึงก้าวมารับ แล้วนำไปวางตรงหน้าเมิ่งผออีกที

“ปีนี้ข้าสนุกมากเลย ฝากขอบใจวิทด้วย แล้วก็เจย์...”

“ครับ” เจย์รับคำ

“ได้ข่าวว่าจะจับคู่กับแมทธิว ฮอปกินส์ ร่วมทีมกันเข้าแข่งในงานไลต์ก็อดเฟสติวัลงั้นเหรอ”

ท่านยายเมิ่งรู้ได้ยังไงน่ะ เจย์คิด

มีอะไรที่ยายนี่ไม่รู้บ้าง กิดิมตอบ ขณะที่เจย์เอ่ยตอบว่า

“ครับ”

ดวงตาของเมิ่งผอเปล่งประกายวาววับขึ้นแวบหนึ่ง

“ข้าจะรอดูเกมสนุกๆ ของพวกเจ้านะ ไปเถอะ พวกข้าจะออกเดินทางแล้ว”

ธีบีนกับเจย์โค้งคำนับเจ้าของหอลืมชาติอีกครั้ง แล้วหมุนตัวเดินออกจากหอลืมชาติ เมื่อสองบริกรหนุ่มหันกลับไปมองยังตำแหน่งที่หอสูงรูปทรงแบบหอจีนโบราณเคยตั้งอยู่ หอสูงนั้นก็ลอยขึ้นไปอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว

“ปีหน้าท่านยายเมิ่งจะมาอีกใช่ไหมครับ”

“มาทุกปี แต่ปีนี้ก็ไม่แน่นะ นายอาจจะได้เจอท่านยายเมิ่งอีกก็ได้” ธีบีนเอ่ยจบก็หันมาแตะไหล่เจย์พลางเอ่ยว่า

“กลับ”

เพียงชั่วพริบตาเดียว พวกเขาทั้งสองก็กลับมาอยู่ที่หน้าร้านน้ำชาวิทาเรียเหมือนเดิม

“ทำไมผมถึงจะได้เจอท่านยายเมิ่งอีกล่ะครับ”

ธีบีนหันมายิ้ม แล้วตอบขณะที่เดินแยกตัวห่างออกไปว่า “แล้วเจอกันคืนนี้”

เจย์มองส่งรุ่นพี่ด้วยสายตาสงสัย

“พี่ธีบีนตั้งใจจะบอกอะไรเราหรือเปล่านะ”

“เจย์!” เสียงร้องเรียกของอัสโมวดังขึ้น ทำให้เจย์หันไปมอง แล้วรีบอ้าแขนรับปีศาจน้อยที่กระโดดตัวลอยเข้าสู่อ้อมกอดเขา

“ไม่ได้กินข้าวกับแฮ็กอยู่เหรออัสโมว บิมด้วย”

เจียงซือน้อยที่เพิ่งกระโดดมาอยู่ตรงหน้าเจย์เงยหน้าพลางตอบว่า

“มีแขกมาหาเจย์ พวกเขารออยู่บนห้อง พวกข้าก็เลยอาสามาตามให้”

“แขก?” เจย์ปล่อยให้อัสโมวลงยืน แล้วบิมเดินมาดึงมือเจย์พลางเร่งว่า “รีบขึ้นไปข้างบนกันเถอะ ข้าไม่อยากให้พวกเขาอยู่ในห้องนั้นนาน”

เจย์รีบเดินตามแรงดึงของบิมไป แต่พอถึงบันได เขาก็ให้สองเด็กน้อยเดินขึ้นไปก่อน แล้วเขาก็เดินตาม เมื่อขึ้นมาถึงห้องพักชั้นสามเจย์ก็เห็นว่าประตูห้องเปิดอยู่ โดยมีผู้ชายในชุดฮอปกินส์ยืนประจำการอยู่

ฮึ่ย น่าเบื่อชะมัด ทุกวันมีแต่เรื่องจริงๆ กิดิมบ่น

แต่เจย์ยังทำใจกล้าเดินผ่านเจ้าหน้าที่ฮอปกินส์ที่ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูเข้าไปในห้อง แล้วพบว่ามาสเตอร์เดียตี้นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว กำลังพูดคุยอยู่กับใครคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนโซฟยาว แล้วเมื่อเดียตี้เงยหน้าขึ้นสบตาเจย์ แขกคนนั้นก็หันมามอง

หมับ!

อัสโมวกับบิมหมุนตัวมาเกาะแขนเจย์ไว้คนละข้าง ขณะที่เจย์โค้งตัวให้โดยอัตโนมัติ

ฮาริช ฮอปกินส์

“สวัสดี เจย์ สก็อต ตั้งแต่งานเปิดตัวสินค้าบาร์เรียร์ชนิดใหม่ของชาร์มมิ่ง อินเตอร์คอร์ปฯ เราก็ไม่เจอกันอีกเลยนะ”

“เอ่อ ครับ ตอนนั้นต้องขอโทษที่ทำให้ต้องลำบาก” เจย์เอ่ยอย่างนอบน้อมพร้อมกับก้าวเข้าไปยืนข้างที่นั่งของมาสเตอร์เดียตี้ อัสโมวกับบิมก็ยังเกาะเจย์ติดหนึบ ดีหน่อยที่ไม่โวยวายหรือแสดงท่าทางที่เสียมารยาทออกไป

“ฮาริชมาเพื่อขอความร่วมมือจากคุณน่ะ” เดียตี้เอ่ยขึ้น

“ข้อความร่วมมือเหรอครับ” เจย์ถามพลางมองคนที่เอื้อมมือมาหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

เจย์รู้ได้ในทันทีเลยว่า การที่มาสเตอร์เดียตี้ที่มักจะไม่ปล่อยให้ร้านน้ำชาที่ชั้นสองต้องขาดมาสเตอร์ประจำกะเพื่อชงน้ำชา โดยต้องมานั่งรับแขกที่มาขอความร่วมมืออยู่ที่นี่แทน การขอความร่ามมือที่ว่านั้น มันต้องเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

“ท่านเมจกล่าวน้อยไป ต้องเรียกว่ามาขอความกรุณาเสียมากกว่า เพราะการจะให้แม็กลิส์ต์ชื่อดังอย่างคุณสก็อตไปช่วยงานของเรา ผมไม่กล้าใช้คำเล็กน้อยเพียงนั้นได้”

เดียตี้หัวเราะ แล้วตอบว่า “ร้านของเขามีคนไม่มาก แต่ถ้าเป็นงานของทางการ ถ้าพอจะแบ่งคนไปให้ได้ เราก็จะไม่ห้ามพนักงานหรอกครับ”

พูดจบทั้งสองก็หัวเราะ ราวกับกำลังคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่คนที่ยืนฟังอยู่ด้วยอย่างเจย์นี่สิงงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว

เอ่อ สรุปคือ ผมควรรับหรือไม่รับเหรอ กิดิม’ เจย์ถามอย่างไม่เข้าใจ

อยู่ให้ห่างจากเจ้านี่เป็นพอ กิดิมตอบ

“เอ่อ ไม่ทราบว่า จะให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ” เจย์ถามทำลายความเงียบขึ้น

ฮาริชวางถ้วยน้ำชาลงบนจานรอง แล้วดึงมือกลับมาประสานไว้บนตักพลางพูดว่า

“สเติร์นเกตกำลังทำวิจัยเพื่อพัฒนาเกราะบาร์เรียร์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทชาร์มมิ่ง อินเตอร์คอร์ปอเรชัน และตอนนี้ก็ดำเนินงานมาถึงช่วงท้ายของโครงการแล้ว จึงอยากจะหาคนมาทำการทดสอบ”

“ทดสอบเหรอครับ” เจย์ทวน

“ใช่ครับ งานนี้ทางเราได้เชิญพ่อมดหลายคนมาเข้าร่วมการทดสอบ และหนึ่งในนั้นก็อยากเชื้อเชิญท่านเมจและคุณสก็อตไปเข้าร่วมด้วย”

“ผมเสียใจจริงๆ ตอนนี้ร้านเข้าสู่ช่วงที่ยุ่งที่สุดคงปลีกตัวยาก” เดียตี้เอ่ยอย่างเกรงใจ

เจ้าก็รีบบอกว่าไม่อยากเข้าร่วมเสียสิ กิดิมรีบบอกเจย์ แต่ยังไม่ทันที่เจย์จะพูดออกมา ฮาริชก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ผมถึงได้บอกว่าต้องขอความกรุณาไงครับ เพราะแค่ท่านเมจยอมอนุญาตให้คุณสก็อตไปเข้าร่วมทดสอบด้วย ก็จะเป็นพระคุณมาก”

ไอ้หมอนี่พูดจาภาษาโบราณยิ่งกว่าข้าอีก ดูไม่จริงใจสุดๆ กิดิมกระแนะกระแหน ขณะที่เจย์มองเดียตี้อย่างรอคำสั่ง แต่เดียตี้ก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา สร้างควางอึดอัดให้แก่เจย์ไม่น้อย ส่วนคนที่น่าจะอึดอัดที่สุดอย่างฮาริชกลับวางท่านิ่งเฉย ไม่มีทีท่าจะเร่งเร้าคำตอบจากเดียตี้เลย

“เจย์”

“ครับมาสเตอร์”

“ท่านฮาริชพูดมาขนาดนี้ก็ลองดูหน่อยไหม”

ไอ้ผมทองจอมเจ้าเล่ห์!’ กิดิมตะโกนด่าเดี้ยตี้ดังก้องอยู่ในหัวเจย์ จนเจย์ไม่แน่ใจว่าได้ยินเสียงพูดของมาสเตอร์ได้ครบทุกคำหรือเปล่า ชายหนุ่มจึงถามย้อนว่า

“ครับ?”

แต่แทนที่เดียตี้จะพูดทวนให้เขาฟังอีกรอบ หัวหน้ามาสเตอร์กลับถามฮาริชว่า

“การทดสอบจัดขึ้นที่ไหน เมื่อไรล่ะครับ”

“บาร์เรียร์ที่ว่านี้จะนำมาใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยในงานไลต์ก็อดเฟสติวัลปีนี้ พวกเราได้เริ่มทดสอบไปแล้วหลายครั้ง ตอนนี้เลยอยากได้พ่อมดที่มีความสามารถสูงมากๆ มาทดสอบ ถ้าคุณสก็อตสะดวก วันที่ 31 พฤษภาจะมีการทดสอบบาร์เรียร์ที่ศูนย์วิจัยสเติร์นเกตที่พิทเดอกิลครับ”

“วันนั้นติดงานอะไรอยู่ไหมเจย์”

“เอ่อ...ผม ไม่ติดอะไรครับ” เจย์ตอบไปตามความจริง นอกจากงานประจำในแต่ละกะ เขาก็ไม่มีตารางงานอื่นที่ไหนเลย ซึ่งคำตอบของเจย์ก็ทำให้ฮาริชยิ้มกว้าง ก่อนจะยิ้มค้างไปเมื่อเดียตี้พูดต่อว่า

“ไหนๆ ก็จะมีการทดสอบแล้ว เจย์กับทีมเองก็ต้องซ้อมมือด้วยกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในงานไลต์ก็อดเฟสติวัลด้วยเหมือนกัน คุณคงไม่ว่าอะไรนะ หากเจย์พาทีมของเขาไปร่วมการทดสอบบาร์เรียร์ที่ว่าด้วยนะครับ”

ฮาริชค่อยๆ ขณะหรี่ตามองเดียตี้ที่ยังคงนั่งยิ้มละไมรอคำตอบอยู่

“ทีมงั้นเหรอครับ”

เดียตี้ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก

“อา คุณคงทำงานหนักจนไม่ได้ติดตามข่าวละสิ ว่าไลต์ก็อดเฟสติวัลปีนี้เขากำหนดให้ลงแข่งกันเป็นทีม แถมยังกำหนดอีกว่า สมาชิกในทีมต้องไม่ใช่คนที่อยู่ในสังกัดเดียวกัน”

“อ้อ เรื่องนั้นผมก็ได้ยินมาบ้าง แล้วไม่ทราบว่าทีมของคุณสก็อตมีสักกี่คน ทางเราจะได้เตรียมรถมารับให้เหมาะสม”

เจย์ก้มหน้าลงมองพื้น ตอนนี้เขาชักเริ่มรู้สึกเหมือนที่กิดิมว่าแล้วละ มาสเตอร์เดียตี้ที่มักใจดีอยู่เสมอนั้น แท้ที่จริงน่าจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในบรรดามาสเตอร์ทั้งหมดของร้านวิทาเรียทีรูมเลยละ

“คนเดียวครับ และเป็นคนที่คุณรู้จักดีด้วย”

ฮาริชเลิกคิ้ว ก่อนจะมองเดียตี้อย่างตื่นตะลึง เมื่อเดียตี้พูดต่อว่า

“แมทธิว ฮอปกินส์”






Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

พอประกาศว่าจะทำเล่มพิเศษต่อจากเล่มเจ็ด ตารางก็วุ่นเป็นยุงตีกันทันทีเลย 5555 แต่ถึงยังไงกัลก็มีเวลาจำกัดจริงๆ ค่ะ มีงานรออยู่จำนวนมาก แถมทีมงานก็จะทำงานไม่ทัน เลยเลยจำเป็นต้องเลือกว่าจะเขียนเล่มไหนก่อน คิดว่าภายในอาทิตย์นี้น่าจะประกาศแผนงานใหม่ให้ทุกคนได้รู้ได้ ใจเย็นๆ ก่อนนะทุกคน ><





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

4,395 ความคิดเห็น

  1. #3675 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 254)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:18
    ท่านเมจไง
    #3675
    0
  2. #3674 mervarov (@mervarow) (จากตอนที่ 254)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:18

    ตอนนี้กำลังอ่านด้วยความรู้สึกที่ว่า ... ถ้าเจย์มันได้กับแมทจริงๆเหมือนที่คนอวยๆกันก็จะลบebook ทิ้งเลยครับ555 ถึงจะซื้อมาแล้วก็เถอะ...

    #3674
    0
  3. #3662 chompooCN (@chompoo_worarat) (จากตอนที่ 254)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 04:05
    ตามพี่กัลในนี้อยู่นะคะ เล่มอยู่ไทย เก็บตัวรอเล่มพิเศษเลย
    #3662
    1
  4. #3661 Veenas2525 (@Veenas2525) (จากตอนที่ 254)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:53

    T^T... อ่านไปลุ้นไป

    #3661
    0
  5. #3659 sekuretsu (@sekuretsu) (จากตอนที่ 254)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 09:04

    วันนี้จะได้อ่านเล่มแล้วววววว

    #3659
    0