Witchoar

ตอนที่ 253 : Book Seven : 06 พนัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

Witchoar 

Book Seven : น้ำชาแห่งวิทาเรีย


*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


“ฮะ ฮ่า ฮ่า เนื้อหอมนะเนี่ยเจย์” อีสเอ่ยพร้อมกับหัวเราะขำยกใหญ่จนเจย์รู้สึกเขินขึ้นมา

“ผมว่าแค่จังหวะมันพอดีกันเท่านั้นเองครับ พี่อีส”

อีสยกมือขึ้นปิดปากเพื่อหยุดตัวเองที่กำลังหัวเราะ พลางเอ่ยขึ้นว่า

“พี่เข้าใจ แต่ว่านะ ทั้งสองคนนั่นก็ล้วนแต่เป็นตัวปัญหาทั้งคู่เลยไม่ใช่หรือไง”

เจย์ยิ้มจืด

“ก็ใช่ครับ ดูเหมือนทั้งคู่จะตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วนว่าอยากลงแข่งไลต์ก็อดเฟสติวัล”

“แล้วตัดสินใจเลือกใคร”

“ผมยังไม่ได้เลือกครับ”

“อ้าว ทำไม”

“มันติดเรื่องอายุน่ะครับ พอดี ตอนนี้คุณแมทอายุ 122 แล้ว ถ้ารวมผมที่อายุ 22 ก็จะเหลือโควตาอายุแค่ 59 ปี แล้วคุณร็อบ แฮ็กบอกว่า ปีนี้คุณร็อบอายุ 62 แล้ว”

อีสพยักหน้า เจย์เลยพูดต่อว่า

“ถ้าผมอยากมีสมาชิกทีมสามคน ก็น่าจะเลือกคุณชาร์มมากกว่า เพราะปีนี้คุณชาร์มอายุ 108 ปีครับ”

“โอย เลือกยากไปอีก แต่เดี๋ยวนะ นายถามร็อบแล้วเหรอ” อีสถาม

เจย์ส่ายหน้า “ยังครับ ผมยังไม่เจอคุณร็อบเลย เคยโทร. ไปที่ร้านขายฟืนกู๊ดวู้ดครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นคุณร็อบออกนอกเมืองไปพอดีน่ะครับ”

“นั่นสิ ช่วงก่อนงานเบลเทนเนี่ย หมอนั่นจะยุ่งมาก เอางี้เดี๋ยวฉันถามให้...”

พอได้ยินอย่างนั้นเจย์ก็รีบโบกมือ “เดี๋ยวผมไปถามเองดีกว่าครับ เอาจริงๆ ผมก็รู้สึกเกรงใจคุณแมท เพราะผมเอ่ยปากชวนเขาก่อนด้วย”

“แต่ถ้านายเลือกแมท นายก็ต้องจับคู่กับเขาแค่สองคนละมั้ง อย่างตานั่นน่ะ พี่ว่า ไม่น่าจะทนอยู่ร่วมทีมกับเด็กๆ ได้หรอก”

นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขายังไม่กล้าไปถามคุณร็อบ

พอเป็นแบบนี้ก็ยากจังน้า เจย์บอกตัวเอง

ก็ตอนถามไม่คิดก่อนไง งานนี้เจ้าเลือกเอง แต่ถ้าให้ข้าแนะนำ ไม่เลือกมันทั้งสองคนแหละดี เพราะมันไม่น่าไว้ใจทั้งคู่

ยิ่งได้ยินกิดิมพูดสำทับมาอย่างนั้น เจย์ก็เลยยิ่งถอนหายใจแรงขึ้น

“เจย์” เสียงเรียกของมาสเตอร์เกลดา ทำให้เจย์หันไปมอง แล้วเดินไปหามาสเตอร์

“ครับ มาสเตอร์”

“เดี๋ยวหมดกะขึ้นไปพบผมที่ดาดฟ้าด้วย”

เจย์ค้อมศีรษะ “ได้ครับ”

มาสเตอร์จะดุเราหรือเปล่านะ เจย์คิด

ถ้าเป็นข้าก็ดุ

แม้จะใจแป้วไป แต่เจย์ก็ทำงานของตัวเองอย่างดี จนกระทั่งหมดเวลาทำงาน แล้วจึงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าเพื่อพบกับมาสเตอร์เกลดา

“นั่งสิ” เกลดาเอ่ย เจย์จึงดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม

“วันก่อนเมจพูดเรื่องทรายแห่งชีวตไปแล้วใช่ไหม” เกลดาเอ่ย

อา เรื่องนี้เอง นึกว่าจะพูดเรื่องที่ไปขอร่วมทีมกับคุณแมทเสียอีก เจย์คิดแล้วตอบว่า

“ครับ มาสเตอร์เมจบอกว่า มันอยู่ในตัวของกิดิม เอ่อ มาสเตอร์รู้มาก่อนหรือเปล่าครับ”

เกลดาพยักหน้า “สงสัยอยู่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจริง ตั้งแต่เห็นกิดิมใช้กัลดราบกได้ แวบหนึ่งก็คิดเหมือนกันว่า มันเหมือนกับที่อัสรูโซ่ก็ใช้ได้ แต่มันก็มีวิธีอื่นนอกเหนือจากวิธีนี้นะที่จะทำให้สปิริตใช้กัลดราบกได้น่ะ”

“มาสเตอร์ทำได้ไหมครับ”

เกลดาส่ายหน้า

“ไม่ได้ ฉันเลือกฝึกแค่เวทมนตร์ดำเท่านั้น แต่เคยเห็นวิททำ”

“คุณวิท...เอาทรายแห่งชีวิตใส่ไว้ในตัวของอัสรูโซ่เหรอครับ” เจย์ถามสิ่งที่เขาสันนิษฐาน

 “ใช่...” เกลดายิ้มแล้วเล่าต่อว่า “...วิทเหมือนนักวิทยาศาสตร์ในโลกเวทมนตร์ เขาเรียนรู้และทดลองฝึกเวทมนตร์ด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อยจนได้วิถีทางที่เป็นของเขาเอง แล้วก็นำมาสอนพวกฉัน ซึ่งการบรรจุทรายแห่งชีวิตลงในตัวสปิริต คนแรกในโลกที่ทำได้ก็คือ วิทเหมือนกัน”

“เก่งจังเลยนะครับ”

“แล้วคิดว่า วิทก็น่าจะเป็นคนสอนนายเรื่องนั้นด้วย”

คำพูดของเกลดาทำให้เจย์นิ่งไป แล้วเอ่ยว่า

“เมื่อเช้าผมคุยกับชาฮาครับ”

“คุยว่า?”

เจย์สูดหายใจเข้าลึกแล้วตอบว่า “ผมถามถึงเรื่องคำขอที่ผมขอจากบูเน่ แล้วก็เลยได้รู้ว่า ถึงแม้ชาฮาจะเป็นคนเอ่ยปากขอ แต่คำขอนั้นก็มาจากผมเองครับ”

เกลดาเลิกคิ้ว ขณะที่เจย์เอ่ยต่อว่า

“ผมคนก่อนสามารถเชื่อมต่อกับความทรงจำของวิญญาณได้ครับ และนั่นทำให้ผมรู้ว่า ผม...เคยเป็นใครมาก่อน”

“จาคอบ สเปรนเจอร์” เกลดาเอ่ย

“มาสเตอร์รู้?”

“เปล่า หลักฐานมันฟ้องต่างหาก เพราะคนส่งจดหมายอยู่กับนาย”

เจย์กะพริบตาถี่ๆ และคิดตาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณคาร์เนเซียล”

เกลดาพยักหน้า “อีกอย่าง จดหมายนั้นก็ยังอยู่กับนาย บางทีความจริงมันก็อยู่ใกล้เราจนเกินไป ว่าไหม...”

เจย์พยักหน้า หลายครั้งเจย์เคยถามตัวเองว่า เขาได้จดหมายฉบับนั้นมาได้อย่างไร ของที่คนอื่นต้องการมากจนต้องฆ่าคนไปหลายคน แต่มันกลับสอดอยู่ในสมุดบันทึกของเขาราวกับเป็นเศษกระดาษใบหนึ่ง

“ฉันเคยเจอจาคอบ เขาเป็นคนเก่ง ถ้านายคนก่อนสามารถเชื่อมต่อกับความรู้ที่เขามีได้ ทำไมถึงได้อยากจะลืมทั้งหมดเสียละ”

 “เขาคงอยากให้ผมจบเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วยดวงตาของคนในยุคนี้ละมั้งครับ” เจย์ตอบ แล้วคำตอบของเจย์ก็ทำให้เกลดาคลี่ยิ้มกว้าง

“ตอบได้ดี”

เจย์เอียงคอครุ่นคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “แล้วมีคำตอบที่ไม่ดีด้วยเหรอครับ”

“ก็มี มีคนจำนวนมากคิดว่า ทุกปัญหามีคำตอบเดียว แต่ความจริงมันอาจไม่เป็นอย่างนั้น สรุปแล้วนายขออะไรจากบูเน่”

“สามสิ่งที่ทำให้ผมในตอนนั้นสามารถกลายมาเป็นผมในตอนนี้ได้ครับ”

เกลดาเลิกคิ้ว เจย์จึงชูนิ้วขึ้นพลางบอกคำตอบไล่ไปทีละนิ้วว่า

“ขอให้บูเน่เก็บความลับในกระบวนการทั้งหมด ขอให้ผมได้เจอคุณวิท และขอให้ผม...ชนะพนัน”

“พนัน?”

เจย์พยักหน้า “ครับ ดูเหมือนผมคนก่อนจะหลงใหลการเล่นพนันมากทีเดียว”

แถมชนะ แล้วก็ไม่ยอมเล่นต่อด้วยนะ ไอ้บ้า กิดิมต่อว่า

“เป็นคำขอที่เหนือความคาดหมายนะ แต่สุดท้าย นายก็ได้ในสิ่งที่ต้องการจริงๆ” เกลดาพูดพลางสบตากิดิมที่นั่งหน้ามุ่ยจนเจย์ยิ้มออกมา

“ดูเหมือนเขาจะเล่นพนันในหลายๆ รูปแบบเพื่อการต่อรอง แต่ทั้งหมดก็เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผม ผมเลยจะขอยกความดีความชอบให้ผมคนก่อนไปแล้วกันครับ”

เกลดายิ้มรับพลางพูดเปลี่ยนเรื่องว่า

“แต่นายก็ไม่อนุญาตให้สลายร่างของกิดิม”

“ไม่ครับ จริงๆ...นี่อาจเป็นการเล่นพนันครั้งแรกของผมกับเขา โดยพนันกันว่า ผมจะมีชีวิตรอดและรักษาครอบครัวของผมไว้ได้”

มาสเตอร์ผู้ดูแลร้านน้ำชาวิทาเรียในช่วงเวลายามบ่ายมองสบตาเจย์นิ่ง แล้วถอนหายใจยาวออกมา

“ฮัลฟี่บอกว่า มันเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด แต่นายกลับมองว่ามันคือการพนันเนี่ยนะ”

“ขอโทษครับ”

“ไม่ นายไม่จำเป็นต้องขอโทษ จริงๆ มันก็เป็นมาตั้งแต่การดื่มหยดน้ำแห่งกัลดราบกแล้วนั่นแหละ หมอนั่น จริงๆ แล้วต้องนิสัยไม่ดีแน่”

เจย์หัวเราะ

“โซอี้ก็พูดอย่างนั้นครับ แต่ผมคิดว่า ผมคนก่อนอาจจะเป็นคนขี้เบื่อก็ได้ เขาเลยไม่อยากให้ผมเบื่อมากกว่า บางเวลาก็มีโรแมนติกบ้าง คล้ายๆ กับกิดิมที่เป็นคนปากแข็งน่ะครับ”

อย่าเอาข้าไปเทียบกับเจ้านั่นสิ ใครมันจะเหมือนเจ้าบ้านั่นกัน กิดิมโวยวายขัดกการคาดเดาของเจย์ขึ้นมา พลางใช้มือดึงผมของเจย์ประท้วงกลายๆ จนเจย์ต้องยกมือขึ้นจับศีรษะ เพราะรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ห้ามกิดิม เกลดาจึงมองภาพนั้นอย่างอ่อนใจ

“เอาเถอะ เข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า ได้ข่าวว่า ทั้งชาร์มและแมทธิวอยากร่วมทีมกับนาย”

เจย์ลดมือที่จับผมลงแล้วพยักหน้า

“ครับ ตอนแรกผมเป็นคนขอคุณแมทเอง แต่เขาปฏิเสธ แต่ตอนหลังพอคุณชาร์มมาขอร่วมทีมกับผมด้วย คุณแมทก็เปลี่ยนใจ”

“ตอบรับใครไปหรือยัง”

“ยังครับ แฮ็กแนะนำผมว่า ในทีมควรมีสมาชิกสักสามคน แต่ถ้ารับคุณแมท ผมก็ไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีอายุอยู่ในช่วงที่เหลือได้อีก”

เกลดายกมือขึ้นลูบคาง “นั่นสิ การที่เขากำหนดอายุรวมของสมาชิกในทีมไว้เท่านี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้จัดทีมแบบเลือกเอาแต่คนที่มีอายุเยอะๆ มาไว้ด้วยกัน แถมแมทก็เป็นสปิริเชียลแบบเต็มตัวแล้วด้วย เขาไม่ฝึกศาสตร์อื่นเลย อายุก็เยอะ จึงไม่น่าจะใช่ตัวเลือกที่ดีด้วย”

เจย์พยักหน้า

“ส่วนชาร์มก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่เก่งนะ แต่เด่นเกินไป แค่นายเป็นแม็กลิสต์ ก็เด่นพอแล้ว”

“นั่นสิครับ ว่าแต่ ผมลงแข่งคนเดียวไม่ได้จริงๆ เหรอครับ”

เกลดาเหลือบตาขึ้นสบตาเจย์

“ถ้าได้ ฉันคงให้นายทำตามที่เวนดี้บอกแล้ว”

ชายหนุ่มเอียงคอมองอาจารย์อย่างไม่เข้าใจ

“คุณเวนดี้เหรอครับ?”

“ใช่ เวนดี้ส่งมารีสไปเป็นกรรมการในงานแข่งขันครั้งนี้ แต่เตือนมาว่า ให้นายปฏิเสธการใช้เพื่อนร่วมทีม แต่นั่นมันก่อนที่เขาจะประกาศกติกาของการแข่งขันครั้งนี้ว่า จำเป็นต้องฟอร์มทีมจากคนนอกสังกัดตัวเอง”

“โห เหมือนพวกเขาสร้างกติกาขึ้นมาสู้กับผมโดยเฉพาะเลยนะครับ”

ความเงียบเกิดขึ้นในเรือนกระจกไปชั่วขณะ แล้วเป็นเกลดาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า

“เพิ่งรู้ตัวเหรอ พวกเขายกเลิกกฎเหล็กที่เคยห้ามใช้อะบลามีลินในการแข่งขันแล้วด้วย ก็เพราะนายใช้โฮโนรุอุสได้”

เจย์ยิ้มเขิน ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขาควรเขินไหม ความจริงมีสิ่งหนึ่งที่เจย์ไม่กล้าถามมาสเตอร์ไปคือ เขาไม่ลงแข่งในงานนี้ได้ไหม แต่ดูเหมือนทางเลือกนี้จะไม่อยู่ในความคิดของมาสเตอร์เลย เจย์เลยต้องเงียบไป

ก่อนหน้านี้ตอนทำงาน เจย์ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องนี้จากวินน์ รุ่นพี่สาวที่เกลียดการออกแรงที่สุด ก็ได้คำตอบมาว่า

มาสเตอร์เกลดาเป็นคนจริงจัง แล้วก็ทำตามกฎมาก เพราะงั้นไม่มีทางที่มาสเตอร์จะยอมบอกว่านายไม่ต้องไปแข่งหรอก

“แล้วนายอยากเลือกใครล่ะ”

เสียงของเกลดาทำให้เจย์หลุดจากภวังค์ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตามาสเตอร์

“เอ่อ”

“เอาแบบใจจริงน่ะ”

เจย์นิ่งไปแล้วเอ่ยออกมว่า “ผมคิดว่า ผมจะเลือก...”

 

ขณะเดียวกัน สองหนุ่มที่เป็นตัวเลือกของเจย์ก็อยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดไม่แพ้กัน

“ทำไมนายถึงเปลี่ยนใจล่ะ” ชาร์มถาม

“แล้วทำไมนายถึงสนใจขึ้นมาล่ะ” แมทธิวถามย้อน ขณะยกกระป๋องเครื่องดื่มที่เพิ่งกดจากตู้กดน้ำขึ้นดื่ม

พวกเขาออกจากห้องพักของเจย์ แล้วแยกย้ายไปคนละทาง แต่ดูเหมือนว่าชาร์มจะสนใจว่าทำไมแมทธิวถึงได้เปลี่ยนใจ สุดท้ายก็เลยมาดักเจอแมทธิวอยู่ดี

“นายรู้ข่าวแล้วสินะ”

แมทธิวเหลือบไปสบตาคนพูด

“ข่าวว่า?”

“แผนการของปู่นาย”

แมทธิวเบือนหน้าไปมองถนนตามเดิม แล้วนึกถึงเมื่อหลายชั่วโมงก่อนตอนที่เขากลับไปประจำการที่ซุ้มประชาสัมพันธ์ และอาร์คก็โทร. เข้ามาหาเขาพอดี

ท่านฮาริชเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว คนคนนั้นจะปรากฏตัวขึ้นแน่นอนในงานไลต์ก็อดเฟสติวัล

ทันทีที่ได้ยินว่า เหยื่อ ของเขาจะปรากฏตัวขึ้นแน่ แมทธิวก็คลี่ยิ้มออกมา เขาไม่ได้ตอบรับเข้าทำงานเป็นตำรวจชายหาดด้วยเหตุผลเพื่อความสนุกเล่นๆ ไปวันๆ แต่ทุกอย่างอยู่ในแผนการที่เขาจะไม่มีวันยอมให้มันพลาดเด็ดขาด

“อย่ามายุ่งในเกมนี้ ซิมป์สัน นั่นมันเป็นเหยื่อของฉัน” แมทธิวเอ่ยเสียงเข้มขึ้น

“แล้วแน่ใจเหรอ ว่านายคือคนที่จะกำจัดเขาได้”

ดวงตาของแมทธิววาววับขึ้น

“ฉันไม่ยุ่งเรื่องของซิมป์สัน ซิมป์สันก็อย่าเข้ามายุ่งเรื่องของฮอปกินส์ พี่ชายของนายไม่ได้บอกเหรอ”

ชาร์มก้าวมายืนตรงหน้าแมทธิวที่นั่งอยู่ ชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคนอายุน้อยกว่า

“การกำจัดเขาเป็นหน้าที่ของพวกเรา ไม่ใช่ของนายคนเดียวนะ แต่โอเค ถ้านายอยากเป็นฮีโร่เพื่อแผนการในอนาคตของนาย ฉันก็ไม่ว่า...”

แมทธิวมองคนพูดนิ่ง แล้วยกกระป๋องน้ำขึ้นกระดกดื่มไปอึกใหญ่ โดยไม่ละสายตาจากคู่สนทนา ก่อนจะพูดว่า

“แสดงว่านายไม่ได้สนใจเขา แต่เป็นหมอนั่น”

“เจย์ก็น่าสนใจไม่ใช่หรือไง” ชาร์มถามติดตลก

“ถ้าไม่ใช่เหยื่อก็ไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก มีแต่สร้างเรื่องยุ่งให้มากขึ้นเปล่าๆ”

ชาร์มหัวเราะพลางหันหลังเดินตรงไปทางทิศที่จะตรงไปยังหัวมุมถนนทิปปี้ พลางพูดว่า

“ก็อาจจะจริง พอดีหลังจากนี้ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ฉันก็อยากทำธุรกิจร่วมกับแม็กลิสต์สักคนละนะ ดูท่าจะกำไรดี ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะไปบอกเขาว่า ฉันขอถอนตัว นายจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

แมทธิวมองตามหลังชาร์มไประยะหนึ่ง แล้วหันมากระดกกระป๋องน้ำดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วลุกขึ้นนำมันไปทิ้ง

“ไลต์ก็อดเฟสติวัลเป็นงานของพ่อมดดำ พ่อมดขาวลงแข่งก็น่าเบื่อไปหน่อยนะคุณตำรวจ” เสียงของเจ้าของร้านขายจักรยานดังขึ้น ทำให้แมทธิวหันไปสบตา

“มันก็ไม่มีข้อห้ามไม่ใช่หรือไง”

บากี้หัวเราะ “โมนาเชียเต็มตัวอย่างคุณ ลงไปแข่งขันด้วยก็คงรู้สึกอึดอัดใจน่าดู”

“เฮอะ ก็แค่การละเล่นของเด็ก” แมทธิวพูดพลางก้าวเดินห่างไป ขณะที่เฮเลลปรากฏตัวขึ้น แล้วค้อมศีรษะให้บากี้อย่างขออภัย บากี้เลยเอ่ยว่า

“สปิริเชียลของท่านเป็นคนหัวแข็งจริงๆ”

เฮเลลยิ้มพราย พลางตอบก่อนจะจางหายไปว่า

“มันเป็นเสน่ห์ของเขา”






Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

บก. กัลขอบแมทมาก บอกว่าเหมือนแมว ซึ่งความจริงก็เหมือนจริงๆ 555 มีหลายคนบอกว่าชอบเฮเลลมากอยากให้มีเล่มของเฮเลล แต่ตอนนี้ตารางเต็มมาก ซึ่งตามสัญญาถ้าพบจุดผิดในเล่มเจ็ดกัลจะเขียนเล่มพิเศษต่อจากเล่มเจ็ดให้ แล้วก็พบจุดผิดจริงๆ ในตอนที่แล้ว 555555 งั้นตามสัญญานะคะ กัลจะเขียนให้แต่ตารางงานกัลขอไปวางแผนตารางก่อน >< ดีใจกันไหม





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

4,332 ความคิดเห็น

  1. #3663 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:01
    แมทนี่น่าหมั่นไส้มากอ่ะ
    #3663
    0
  2. #3658 จิล (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:28

    ชอบแมทมานาน เหมือนแมวไหมไม่รู้รู้แต่ว่าเป็นคนที่น่าแกล้งมาก รู้สึกว่ายิ่งพี่แกทำหน้าหงุดหงิดมันยิ่งน่าหมันเขี้ยว555

    #3658
    0
  3. #3657 Ssine M (@poonooduk00) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:16
    ขอบคุณค่าา
    #3657
    0
  4. #3656 Jjay🎭 (@tangmo150649) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:46
    โอ้ย! แมทนี้แบบน้องแมวจอมหยิ่งอ่ะ 5555
    #3656
    0
  5. #3655 milky_bread (@milky_bread) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:03
    ดีใจมากกกกกกก

    รู้สึกว่ามันจบเร็วจนใจหายค่ะ&#8203; อยากรู้เรื่องราวอื่นๆ&#8203; ต่อเลย
    #3655
    0
  6. #3654 Exo1441 (@Exo1441) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:23
    ดีใจมากกกกกกกกกก
    ขอบคุณคะ
    #3654
    0
  7. #3653 sekuretsu (@sekuretsu) (จากตอนที่ 253)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 07:46

    ดีงามมากกกกกกกก

    #3653
    0