Witchoar

ตอนที่ 248 : Book Seven : 01 ของเยี่ยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    9 เม.ย. 62

Witchoar 

Book Seven : น้ำชาแห่งวิทาเรีย


*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


ติ๊ด...แก๊ก!

เสียงสัญญาณดังมาจากเตาอบ เจย์จึงเดินไปเปิดและนำถาดคุกกี้ที่อบอยู่ภายในออกมา กลิ่นคุกกี้โชยมาหอมฟุ้ง ทำให้อัสโมวกับบิมที่จ้องเตาอบมาตลอดร้องอย่างดีใจว่า

“คุกกี้ๆ”

“อย่าเพิ่งจับครับ เราต้องพักให้มันเซ็ตตัวก่อน” เจย์รีบพูดปรามเหล่าเด็กน้อยขณะวางถาดขนมอบลงบนเคาน์เตอร์ แล้วชายหนุ่มก็หันไปหยิบตะแกรงมาวางข้างๆ รอให้คุกกี้อยู่ตัวดีจะได้ย้ายไปพักบนนั้น

“ต้องรอนานไหม” บิมถาม

“ประมาณสองนาทีครับ”

“แต่มันแข็งแล้ว ข้าขอกินก่อนได้หรือเปล่า” อัสโมวถาม

“ยังครับ ต้องเอาไปพักบนตะแกรงให้เย็นสนิทก่อนถึงจะกินได้” เจย์ตอบ พลางเหลือบมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าครบสองนาที เขาจึงใช้ตะหลิวหน้าเรียบตักคุกกี้ชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วดูใต้ฐานคุกกี้ว่าเนื้อมีสีเข้มเสมอกันไหม เพราะมันแสดงว่าเนื้อแป้งสุกดีแล้ว ก่อนจะตักคุกกี้ทุกชิ้นออกจากถาดอบไปผึ่งให้เย็นบนตะแกรง ขณะบิมบ่นว่า

“อบครั้งหนึ่งได้ไม่เยอะเท่าไรเลย แค่นี้กินแป๊บเดียวก็หมด”

“งั้นเราก็อบเพิ่มอีกสิ ดีไหม” เจย์ถาม

“ดี!” สองเด็กน้อยตอบโดยพร้อมเพรียงกัน แล้วอัสโมวก็วิ่งนำไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีโถแป้งคุกกี้กับที่ตักไอศกรีมวางอยู่

“ข้าขอตักแป้งเองนะ!” อัสโมวชิงอาสา

“อัสโมวขี้โกง ข้าก็อยากตักบ้างนะ” บิมรีบประท้วง

เจย์ที่เดินถือถาดอบตามมาเลยหัวเราะ แล้ววางถาดอบสองถาดที่จะเอามาหยอดแป้งทำขนมรอบใหม่ลงบนโต๊ะ

“งั้นตักกันคนละถาดแล้วกันนะครับ แต่ต้องสลับกันตักนะเพราะที่ตักมีอันเดียว”

“งั้นข้าตักก่อน” อัสโมวเอ่ยพลางชูที่ตักไอศกรีมอย่างถือสิทธิ์

เจย์พยักหน้าแล้วปล่อยให้คู่ซี้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยกุ๊กไปก่อน

ถามจริง มันสนุกตรงไหนเนี่ย กิดิมเอ่ย

สนุกตรงได้กินนี่แหละครับผมว่า เจย์ตอบ ขณะเดินมาปิดฝาเตาอบ แล้วกดคำสั่งวอร์มเตาอีกครั้ง

แค่ขนมที่มาส่งให้ทุกวันจนล้นห้องเนี่ยยังไม่พอเหรอ

เจย์หันไปมองตรงมุมเคาน์เตอร์ที่ตอนนี้มีกล่องกระดาษบรรจุขนมมากมายวางกองอยู่ และก็ยังมีส่งมาให้อีกเรื่อยๆ ตลอดสองสัปดาห์นี้ ตอนแรกชายหนุ่มก็รู้สึกขอบคุณกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า EveryJay ที่ส่งของเยี่ยมมาให้เขา เพราะทุกครั้งที่ส่งมาอัสโมวกับบิมก็จะผละจากเขาไปสนใจขนม ไม่อย่างนั้นก็จะตามเขาแจ จนเขารู้สึกผิดที่ทำให้ทั้งสองคนเป็นห่วง

แต่รู้สึกว่าตอนนี้มันจะมากเกินไป เอาไปแบ่งให้คุณอัสมายาบ้างดีไหมนะ เจย์คิด ขณะได้ยินเสียงเปิดประตูห้องพัก เจย์หันไปมองก็ยิ้มทักทายว่า

“ไง โซอี้ ส่งของรอบเช้าเสร็จแล้วเหรอ”

“อือ แต่เดี๋ยวก็ต้องออกไปอีก ทำคุกกี้เหรอ” โซอี้ถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางสองซี้ที่ใช้ที่ตักไอศกรีมตักแป้งคุกกี้หยอดลงบนถาดอบ

“ใช่ ผมแกะสูตรจากคุกกี้ของคุณทรอย แต่แกะยังไงก็ไม่เหมือน ทั้งที่คิดว่าแยกวัตถุดิบได้เกือบหมดแล้วนะ”

โซอี้หัวเราะ “มันเป็นสูตรลับของเขาหรือเปล่า แต่ถึงไม่เหมือน สองคนนี้ก็ชอบใช่ไหมล่ะ”

เจย์ยิ้มกว้าง “ครับ บ่นตลอดว่าคุณทรอยไม่เอาค่าจ้างมาให้สักที ผมเลยต้องทำให้กินขัดตาทัพไปก่อน”

หญิงสาวพยักหน้า แล้วเดินไปล้มตัวลงนอนบนโซฟา เจย์มองเพื่อนสาวที่ตั้งแต่มาดูแลแผนกเดลิเวอรีก็งานยุ่งทุกวัน เริ่มทำงานตั้งแต่ประมาณตีสี่ กว่าจะได้พักก็ตอนสายๆ แล้วพอก่อนเที่ยงก็ต้องออกไปส่งของอีกรอบ แต่ถึงอย่างนั้นโซอี้ก็ยังร่าเริงและมีแรงทำงานได้ทุกวัน

“เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง เธอทำงานหนักอย่างนี้ เรียนทันหรือเปล่า” เจย์ถามพลางยกถาดที่หยอดแป้งคุกกี้เรียงไว้เต็มแล้วไปใส่เตาอบ

“ก็ดีนะ อีกเดี๋ยวจะเข้าช่วงสอบแล้ว ฉันต้องไปพิทเดอกิลประมาณสองอาทิตย์ แจ้งมาสเตอร์ไปแล้วละ เห็นว่า อาจจะให้แฮ็กออกไปส่งของแทน” โซอี้ตอบพลางหลับตา ไม่นานหญิงสาวก็หลับผล็อยไป เจย์ก็ทำขนมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่า ต้องเข้าทำงานกะเช้าแล้วจึงหยุดมือ

“พอมันเย็นก็เก็บใส่โถเลยนะครับ ผมต้องไปทำงานแล้ว”

“ง่ำๆ พวกเราจะรอกินข้าวกลางวันนะ” อัสโมวพูดทั้งที่ยังเคี้ยวขนมเต็มปาก แล้ววิ่งมากอด บิมก็ผละจากการเรียงคุกกี้ แล้วกระโดดเข้ามากอดเจย์เหมือนกัน

“อย่าทำเสียงดังจนโซอี้ตื่นล่ะ”

“ได้! เอ่อ ได้” อัสโมวตอบรับเสียงดัง แล้วก็นึกได้ว่าตัวเองทำเสียงดังเลยพูดซ้ำแต่ลดเสียงลงอย่างน่ารัก

เจย์ลูบหัวปีศาจน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปที่ชั้นสอง แค่เพียงเขาย่างเท้าเข้าไปในร้านก็ได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆ ชายหนุ่มชะงักเท้านิดหนึ่ง แล้วหันไปมองต้นเสียง ก็พบว่าโต๊ะตรงมุมหน้าต่างได้จัดให้เป็นที่นั่งของหญิงสาวสิบกว่าคนที่จ้องเขาตาไม่กะพริบจนเจย์ทำอะไรไม่ถูก เลยค้อมศีรษะให้ตามมารยาทของบริกรที่ดี ผลปรากฏว่าพวกเธอพากันหน้าแดงแล้วหันไปซุบซิบกัน

“ไหนๆ ก็เป็นแฟนคลับนาย ดูแลเองไปเลยแล้วกัน ถือว่าเป็นเซอร์วิส” ซีราฟเอ่ยเมื่อเจย์เดินไปถึงลิฟต์ส่งของ

“แฟนคลับ? ของผมเหรอครับ”

“ใช่ มาก่อนหน้านายเข้ากะไม่ถึงสิบห้านาที นอกจากกลุ่มใหญ่ตรงนั้นก็มีตรงมุมห้องตรงนู้นอีก” ซีราฟเอ่ยพลางพยักพเยิดหน้าบอกตำแหน่ง เจย์มองตามแล้วคลี่ยิ้ม

“โห งั้นวันนี้ต้องรายได้ดีแน่เลย”

ซีราฟหันมามองหน้าเจย์

“ผมพูดอะไรผิดเหรอครับ”

“ไม่ผิด แต่บางทีฉันก็คิดว่านายใกล้จะเหมือนมาสเตอร์วีคเข้าไปทุกทีแล้ว เหลือแค่หน้าเลือดอย่างเดียว”

เจย์อยากปฏิเสธ แต่เพราะขนมและอาหารส่งขึ้นลิฟต์มาแล้ว เขาเลยต้องลำเลียงของขึ้นรถเข็น แล้วเข็นรถไปเสิร์ฟให้ลูกค้าที่โต๊ะใหญ่ก่อน

“เอ่อ อาการบาดเจ็บหายดีแล้วเหรอคะ” ลูกค้าสาวคนหนึ่งที่เจย์เพิ่งวางมิกซ์ฟรุตแพนเค้กลงตรงหน้าถามขึ้น

“ครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”

ผิวหน้าคนถามแดงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาตอบ แต่เจย์ยังไม่ทันได้ถามว่า คนถามไม่สบายหรือเปล่า หญิงสาวอีกคนก็ถามว่า

“งานประมูลใบชาที่วาลการ์ คุณจะไปร่วมงานไหมคะ”

เจย์วางจานอาหารรายการสุดท้ายลงบนโต๊ะ แล้วถอยห่างออกมายืนประสานมืออย่างสุภาพพลางตอบว่า

“ยังไม่ทราบครับ พอดีมาสเตอร์ยังไม่ได้กำหนดตัวคนที่จะต้องไปน่ะ เอ่อ...” ชายหนุ่มพยายามฉีกยิ้ม แล้วเอ่ยขอตัวอย่างสุภาพ

”รับประทานอาหารให้อร่อยนะครับ”

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ แล้วเมื่อเจย์หมุนตัวเดินจากมา เสียงวี้ดว้ายก็ดังขึ้นจากหญิงสาวกลุ่มนั้น เจย์สะดุ้งโหยงแล้วหันไปมอง ก่อนจะโล่งอกนิดหน่อยที่ลูกค้าไม่ได้กรี๊ดเพราะไม่พอใจอะไรเขา

โจแอนน์ที่เพิ่งพาลูกค้าไปนั่งที่โต๊ะข้างๆ เห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดีก็เดินมาตบไหล่เจย์ พลางเย้ากลั้วหัวเราะว่า

“เดี๋ยวนี้หัดโปรยเสน่ห์น้า”

เจย์ส่ายหน้า “เปล่านะครับ”

โจแอนน์หัวเราะพลางยักคิ้วไปทางซีราฟที่กำลังรับออร์เดอร์จากลูกค้า แล้วพูดว่า “เอาน่า ทำให้ได้เหมือนหมอนั่นแล้วกัน จะได้มีลูกค้าประจำเยอะๆ”

เจย์มองซีราฟแล้วถอนหายใจยาว ช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่มีลูกค้าประจำมากที่สุด ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือชาวเมืองหรือคนทำงานที่เลิกงานตอนเช้ามืด เจย์สังเกตมาสักพักใหญ่แล้วว่า ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่ขาจร ก็จะเป็นแฟนคลับของรุ่นพี่ซีราฟบ้าง รุ่นพี่โจแอนน์บ้าง แต่คนที่มีลูกค้าประจำติดมากที่สุดก็คงเป็น...

มาสเตอร์ เจย์คิดพลางมองไปยังเคาน์เตอร์ซึ่งที่นั่งเต็มแทบทุกวัน

มาสเตอร์เดียตี้มักจะยิ้มและทำทุกอย่างได้งดงามเสมอ ช่วงนี้เจย์เริ่มฝึกอะบลามีลินอย่างจริงจัง เขาเลยชอบสังเกตมาสเตอร์อยู่บ่อยๆ แล้วเขาก็เพิ่งค้นพบว่า รอบตัวมาสเตอร์เต็มไปด้วยละอองของทรายแห่งชีวิต เจย์ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมถึงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องกับร้านน้ำชาวิทาเรีย

กริ๊ง!

เสียงกระดิ่งดังมาจากเคาน์เตอร์ เจย์เลยเดินไปรับเครื่องดื่มที่มาสเตอร์ชงเสร็จ

“เดี๋ยวเตรียมโต๊ะตรงมุมซ้ายให้ลูกค้าประจำด้วยนะเจย์”

“ครับ? ลูกค้าประจำ...” เจย์ถามแล้วมองตำแหน่งโต๊ะที่มีไว้สำหรับลูกค้าประจำก็นึกได้ว่า “ท่านโรนัลจะมาเหรอครับ”

เดียตี้พยักหน้า เจย์เลยค้อมศีรษะแล้วนำน้ำชาไปเสิร์ฟลูกค้า ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่โรนัลเคยจองเอาไว้เสมอ ซึ่งลูกค้าที่นั่งอยู่ก็ลุกพอดี เจย์รีบเก็บและเตรียมจัดโต๊ะใหม่ เมื่อจัดโต๊ะเสร็จก็ได้ยินพี่โจแอนน์ทักทายลูกค้าคนสำคัญพอดี

“วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษเลยนะ โจแอนน์”

“ค่ะ ท่านโรนัล โต๊ะเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ” โจแอนน์ตอบรับ แล้วเดินนำชายชรามายังโต๊ะประจำที่เจย์จัดไว้ เจย์สบตากับโรนัลแวบหนึ่ง แล้วค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม

“ไง เจย์”

“อรุณสวัสดิ์ครับ” เจย์ทักทายไปตามธรรมเนียม เพราะไม่รู้จะตอบรับคำทักทายอีกฝ่ายด้วยคำพูดอื่นอย่างไรดี

โรนัลยิ้ม “ได้ข่าวว่าได้รับบาดเจ็บในงานเบลเทนที่คาร์ดิสเหรอ”

“แค่อ่อนแรงเท่านั้นครับ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” เจย์ตอบขณะมองชายชราทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้

ไม่รู้เจย์คิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าอ่อนแอลงกว่าวันงานเลี้ยงน้ำชาฉลองหมั้นของโซอี้ไม่น้อย แต่เพราะลูกค้าสาวๆ ที่โต๊ะใหญ่ต้องการสั่งอาหารเพิ่ม ชายหนุ่มเลยต้องเอ่ยขอตัว จนกระทั่งโรนัลกินอาหารเช้าเสร็จ แล้วยกมือเหมือนต้องการสั่งอะไรเพิ่ม เจย์ถึงได้เดินกลับไปหาเขา

“อาหารเช้าเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า”

โรนัลมองเจย์นิ่ง เจย์ก็มองตอบและคิดว่าอีกฝ่ายคงอยากสั่งของหวานเพิ่มละมั้ง แต่สิ่งที่ออกจากปากชายชรากลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

“เห็นว่าบาดเจ็บเลยเตรียมของเยี่ยมมาให้ รับไปสิ”

กล่องไม้ที่ประทับตราร้านขายยาชื่อดังของเมืองสเปลเลียปรากฏขึ้นพร้อมๆ กับบาร์เรียร์ของกิดิม เจย์กะพริบตามองของเยี่ยมแล้วเพ่งมองเก้าอี้ว่างเปล่าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรนัล จึงเห็นว่ากล่องไม้ของร้านขายยานั้นไม่ได้ลอยอยู่ได้เอง แต่อยู่ในมือปีศาจตนหนึ่งที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น

มันชื่อ ซีมิเนียร์ ระวังด้วย กิดิมเอ่ย

เจย์รับคำในใจ เขาเอื้อมมือไปรับกล่องของเยี่ยมนั้นมาแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณมากครับ”

“เป็นวิตามินบำรุงร่างกาย ถ้าคุณสุขภาพดี ไลต์ก็อดเฟสติวัลครั้งนี้คงสนุก” โรนัลเอ่ย

คำว่า วิตามิน ทำให้เจย์หวาดเสียวทันที เพราะครั้งก่อนโรนัลฝากสเปลเอาวิตามินมาให้โซอี้ ก็เล่นเอาโซฮี้หลับไปหลายวันเลย แต่เพราะเป็นของเยี่ยมจากผู้สูงวัย เจย์เลยต้องรับไว้และค้อมศีรษะขอบคุณอีกครั้ง แล้วถอยห่างออกมาเพื่อให้ลูกค้าคนสำคัญลุกขึ้น

“ขอบใจมากที่ดูแลโซอี้”

“โซอี้ดูแลผมต่างหากครับ” เจย์แย้งพลางเดินไปส่ง จนมาถึงประตูร้านโรนัลก็หันมาพูดว่า

“ถ้าคุณรับทำงานในฮอปกินส์ คุณจะเป็นตัวเลือกแรกแท้ๆ”

“ครับ?” เจย์ทวนถามอย่างงุนงง

โรนัลสบตาเจย์นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่บันได พร้อมกับพูดทิ้งท้ายว่า

“ถึงจะมีพลังสูง แต่ฉันคงยอมให้โซอี้แต่งงานกับคนอายุสั้นไม่ได้หรอก”

“ไรโด” เจย์เรียกรูนเพื่อส่งกล่องของเยี่ยมจากร้านขายยาไปยังห้องพักของเขา แล้วเดินกลับเข้าไปในร้านและทำงานต่อ จนกระทั่งใกล้จะหมดเวลาของกะเช้า เจย์ก็ส่งลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้านได้เรียบร้อย

“เหนื่อยหน่อยนะเจย์ วันนี้ลูกค้าเรียกนายบ่อยมาก” ซีราฟเอ่ยแกมเย้าพลางตบไหล่รุ่นน้องอย่างให้กำลังใจ

“เขาสั่งอาหารกันเยอะมาก จนผมคิดว่าน่าจะกินไม่หมดนะ บางคนก็ดูเหมือนป่วยด้วย หน้าแดงตลอดเวลาเลย ไม่รู้เป็นไข้หรือเปล่า”

พอได้ยินเจย์สันนิษฐานอาการของลูกค้าสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับอย่างนั้น โจแอนน์ก็หัวเราะก๊ากอย่างกลั้นไม่อยู่

“ป่วยอะไรกันล่ะ เขาเขินนายต่างหาก เนอะซีราฟ”

รุ่นพี่หนุ่มพยักหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องไปพูดกับโจแอนน์เพื่อนสาวว่า

“เอ่อ ตอนขากลับขอแวะร้านเครื่องเขียนหน่อยได้ไหมโจแอนน์ ฉันอยากซื้อสีเพิ่ม”

“ได้สิ ก็นายเป็นคนขี่จักรยานนี่ ฉันนั่งซ้อนท้ายเองสบายมาก”

เจย์มองสองรุ่นพี่หนุ่มสาวที่ดูเหมือนจะตัวติดกันตลอดเวลา พวกเขาคุยกันระหว่างเดินลงบันไดไป ตอนแรกเจย์จะตรงกลับห้องพักเลย แต่พอเห็นแมทธิวยื่นแฮมเบอร์เกอร์ให้ทรอสอยู่ตรงทางเดินเลียบหน้าผา ชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจเดินตรงไปหาแมทธิว ทรอสที่เคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจึงหันมามองเขา

“หลังงานเบลเทนก็ไม่ได้เจอกันเลยนะครับ” เจย์ทัก

“เพิ่งกลับมาน่ะ”

“คุณแมทอยู่ที่คาร์ดิสตลอดเลยงั้นเหรอครับ” เจย์ถามอย่างแปลกใจ

แมทธิวยกแก้วน้ำชาที่ทำด้วยกระดาษขึ้นจิบแล้วพยักหน้า

“ใช่ คนที่นั่นไม่พอ เลยถูกสั่งให้อยู่ต่อ คนเยอะก็เลยยิ่งเรื่องมาก กว่าจะได้กลับ น่าเบื่อสุดๆ”

เจย์มองสีหน้าคนเบื่อแล้วก้มลงมองทรอสที่พอกินแฮมเบอร์เกอร์หมดก็ขยับเข้ามาคลอเคลียอยู่รอบขาของแมทธิว

“เพราะอย่างนั้นทรอสก็เลยตามติดคุณไม่ห่างสินะครับ เพราะตอนคุณไปคาร์ดิสมันถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่ตลอด”

“ใช่ นี่เลิกงานแล้วเหรอ”

“ครับ แล้วคุณแมทมาซื้อขนมปังเฉยๆ หรือว่ามารอโซอี้ด้วย”

“ทำไมฉันต้องรอยัยเด็กนั่น”

“ก็...เอ่อ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พวกอัสโมวคงรอกินข้าวอยู่”

แมทธิวพยักหน้า แต่ก่อนเจย์จะหมุนตัวเดินไป แมทธิวก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า

“โรนัล ซิมป์สัน มาทำอะไรที่นี่”

“อา มากินอาหารเช้าเหมือนเดิมครับ คุณแมทเจอท่านหรือเปล่า”

“ก็หยุดทักทายกันนิดหน่อย เผอิญฉันเดินสวนกับรถเขา ถ้าไม่มีอะไรก็ดี ไปเถอะ”

เจย์ค้อมศีรษะให้แล้วเดินห่างออกไป เขามาเจอมิวท์ที่ถือกล่องอาหารกลาววันมานั่งกินที่เก้าอี้ใต้บันไดพอดี

“อ้าว เจย์ ฉันนึกว่านายขึ้นไปกินข้าวแล้วนะเนี่ย”

“พอดีเจอคุณแมทที่หน้าร้านเลยแวะไปทักทายน่ะครับ”

มิวท์ที่กำลังอ้าปากจะงับส้อมที่ม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปากจึงชะงักไป แล้วถามว่า “เขากลับมาแล้วเหรอ โห ใช้เวลานานเหมือนกันนะเนี่ย”

“ใช้เวลาอะไรเหรอ”

มิวท์เคี้ยวอาหารแล้วกลืน ก่อนจะตอบว่า “ฉันฟังข่าวอยู่ เห็นว่ามีการเรียกระดมคนไปช่วยฟื้นฟูเมืองคาร์ดิส ประเมินแค่ระยะเวลาเก็บกวาดก็นานแล้วละ น่าสงสารนะ”

“จริงครับ น่าเศร้า เดี๋ยวผมไปกินข้าวก่อน”

“อื้อ แล้วเจอกัน”

เจย์หมุนตัวเดินต่อ พลางคิดถึงคำพูดของอัสรูโซ่ที่พูดกับเขาที่โรงพยาบาล

เจ้าคือคำเฉลย

หมายความว่าอะไรนะเจย์ครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ

ก่อนคิดเรื่องนั้น เจ้าคิดเรื่องนี้ก่อนไหมกิดิมขัด

เจย์เลยเงยหน้าจากเท้าที่ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ชายหนุ่มเห็นว่า ที่หน้าประตูห้องพักของเขามีจดหมายสีแดงที่กระพือปีกสีเพลิงเพื่อรักษาระดับการบินของตัวเองรออยู่

กึก

เจย์ก้าวขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับจดหมายซึ่งเมื่อปีที่แล้วเขาได้รับมาจากวิท แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะถูกส่งตรงมาหาเขาเลย

“บัตรเชิญเข้าแข่งไลต์ก็อดของปีนี้สินะ” เจย์พึมพำแล้วยื่นมือไปแตะจดหมายปีกสีเพลิง ทันใดนั้น ปีกสีเพลิงของเจ้าจดหมายสีแดงก็ลุกพึ่บ! มันเผาจดหมายฉบับนั้นจนกลายเป็นวงแหวนเปลวไฟ เจย์ยื่นมือซ้ายเข้าไปในวงแหวนนั้นอย่างรู้งาน มันหดรัดรอบข้อมือเขา แล้วซึมลงไปใต้ผิวหนัง ทิ้งไว้เพียงรอยสลักของเปลวเพลิงสีแดง และ...

วิ้ง! พึ่บ!

อยู่ๆ กระดาษสีแดงอ่อนก็พุ่งออกมาจากอากาศอันว่างเปล่า เจย์เกือบรับมันไว้ไม่ทัน เมื่อตั้งตัวได้ชายหนุ่มก็ก้มลงอ่าน แล้วดวงตาก็เบิกโตขึ้น ขณะกิดิมถอนหายใจอย่างระอา

มีเรื่องยุ่งอีกแล้วละสิ






Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

วันนี้เป็นวันดี เริ่มเล่มเจ็ด พร้อมกับอีบุคที่มาเสิร์ฟเลยค่า ตอนนี้กัลยังไม่มีแรงเลยเพราะเหนื่อยกับงานหนังสือมากๆ ตาจะปิดอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณที่มอบความรักให้เจย์และเด็กๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมานะค กัลคงจะเอาพวกเขามาเจอทุกคนอีกแน่ๆ แต่ตอนนี้ขอไปนอนก่อนน้า







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

4,329 ความคิดเห็น

  1. #3672 mervarov (@mervarow) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 20:45

    เจย์นี่มันเจย์จริงๆครับ

    #3672
    0
  2. #3617 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 17:14

    มากับเรื่องตลิดเลยนะคะ

    หน้าก็เหนื่อย แต่ภารกิจเหนื่อยโฮก

    #3617
    0
  3. #3600 Dark Nigth (@s-night) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 12:24
    ตอนนี้ นอกจากเล่มพิเศษก่อนที่เจย์จะมาวิชชอร์แล้ว ยังอยากอ่านครูซมากๆเลยฮะ(อยากหาภรรยาาาให้คุณชายครูซซซ)​
    #3600
    0
  4. #3597 leel26092545 (@leel26092545) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 11:36
    เราอ่านจบแล้ว ความไม่หวทอหวาของเรื่องนี้ซ่อนไว้ด้วยความน่าอัศจรรย์
    #3597
    0
  5. #3596 Haru2312 (@Haru2312) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 08:20
    ขอเล่มพิเศษต่อ อยากรู้เรื่องตัวละครอื่นๆด้วย เรื่องราวต่อจากนี้ของเจย์ก็น่าสนใจ ยังชิพคู่เจย์โซอี้มาตั้งแต่เล่มแรก และตอนนี้ดูเหมือนเรือสเปลกับโพซี่ก็น่าสน><~
    #3596
    1
  6. #3595 Exo1441 (@Exo1441) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 01:40
    ขอต่อจากเล่ม7ด้ววยได้ไหมคะ
    #3595
    0
  7. #3594 Pepper__myMint (@Pepper__myMint) (จากตอนที่ 248)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:22
    เล่ม6-7 มาแล้ว ในmeb ดีใจมาก รีเฟรชรอต้ังแต่เมื่อวาน^_^
    #3594
    0