Witchoar

ตอนที่ 129 : Book Four : 08 เรื่องไม่ปกติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    17 ก.ค. 61

Witchoar 

Book Four : ใบชาแห่งอัลฮาคิม


*******************************

  หมายเหตุ : การถอดคำศัพท์ในเนื้อหาจะอิงจากการออกเสียงในภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่โพสต์อาจมีความผิดพลาดทางการสะกดอยู่บ้างเนื่องจากเป็นฉบับดราฟค่ะ


แต่เรื่องที่นายได้ยินเสียงของทีสปิริตน่ะ...ไม่ปกติ

เสียงพูดของมาสเตอร์ทิคก้ายังดังวนอยู่ในหัวเจย์ ขณะเขากระดกของเหลวในหลอดทดลองแต่ละหลอดขึ้นชิมรสชาติ แล้วเขียนส่วนประกอบที่พอจะนึกได้บันทึกไว้ในกระดาษบนชาร์ต ไม่รู้ว่าเขาแยกแยะรสชาติถูกหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่เขาจะรับรู้จากกลิ่นได้มากกว่า การทำงานในห้องครัวกับมาสเตอร์ทั้งสองคนในช่วงเดือนแรก และการช่วยเตรียมของในห้องสต๊อกมาตลอด ทำให้เจย์รู้จักวัตถุดิบได้มากกว่าที่เขาเคยเป็น

กึก!

เจย์หันไปมองถ้วยที่บรรจุน้ำสีเขียวอ่อน ก่อนจะเลยไปมองทิคก้าที่ถือถ้วยน้ำชาของเธออยู่เช่นกัน

“หมดตรงนั้นแล้วดื่มน้ำชาในถ้วยนี่ก่อนนะ เดี๋ยวลิ้นจะเพี้ยนไปหมด”

“ครับ มาสเตอร์” เจย์กระดกของเหลวหลอดสุดท้ายของตะแกรงชุดที่สองจนหมด แล้วเขียนรายละเอียดที่คิดว่าเป็นลงบนชาร์ตจนเสร็จ ก็หันมายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ พลางประเมินจำนวนหลอดทดลองที่เหลือ

เหลืออีกชุดหนึ่งคงประมาณสิบสองหลอดได้มั้ง เราน่าจะเสร็จก่อนเวลา เจย์คิด

ทิคก้าที่จิบน้ำชาของเธอหมดถ้วยก่อน ก็ดึงกระดานชาร์ตที่เจย์จดรายละเอียดของหลอดที่ดื่มแล้วไปอ่าน

“ผมเขียนถูกไหมครับ”

“ถูก แค่นี้ก็คงผ่านการทดสอบสมรรถภาพแล้วละ”

เจย์ตาโต แล้วหันไปมองตะแกรงที่เหลือ “การทดสอบมีเรื่องนี้ด้วยเหรอครับ”

ทิคก้าไล่สายตาจนครบทุกข้อ แล้วหันมาสบตาเจย์ “เราไม่รู้ว่าเขาจะจัดกรรมการแบบไหนมาสอบนาย เพราะอย่างนั้นก็เตรียมตัวไปกว้างๆ โดยรวมเลยก็แล้วกัน”

“ครับ เอ่อ หมายความว่าที่ให้ผมมาช่วยที่นี่ ก็เพื่อให้มาสเตอร์ติวข้อสอบให้ผมเหรอครับ”

“นายเป็นลูกศิษย์ของฉันหรือเปล่าล่ะ” ทิคก้าย้อนถาม

เจย์ยิ้มแห้ง “เปล่าครับ”

“นั่นน่ะสิ น้ำสีพวกนี้พิคก้าทำไว้ให้นาย บอกว่าเป็นยาพิษชนิดใหม่ แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่ดีพอนะ”

คำพูดที่ดูธรรมดาแต่คนฟังที่เพิ่งกินยาพิษไปกว่าสามสิบหลอดถึงกับอยากพ่นน้ำชาที่กำลังดื่มออกมา ทิคก้าที่ยังคงอ่านกระดานชาร์ตก็เลยเอ่ยว่า

“อย่าพ่นมันออกมานะ อุตส่าห์ทำยาถอนพิษสารพัดประโยชน์ให้แล้ว”

พอได้ยินอย่างนั้น เจย์ก็รีบยกมือปิดปาก แล้วรีบดื่มน้ำสีเขียวอ่อนในถ้วยน้ำชานั้นจนหมดเกลี้ยง พลางเหลือบไปมองงานที่ยังเหลืออยู่ แล้วนึกสยองจนเหงื่อแตก ที่ดื่มไปก่อนหน้านี้ยาพิษพวกนั้นไม่ได้ผลยังพอทำเนา แต่ไอ้ที่เหลืออยู่นี่สิ เกิดมีสักตัวที่เขาไม่ถูกโฉลกกับมันขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ

เฮ้อ เอาเถอะ ไหนๆ ก็ ไหนๆ แล้ว

“จริงๆ ถ้านายได้ยินเสียงของทีสปิริต ก็ไม่ต้องกลัวยาพิษหรอกน่า”

“ทำไมครับ” เจย์รีบถาม เพราะกลัวมาสเตอร์จะเดินกลับไปทำงาน แล้วปิดช่องทางการพูดคุยอีก

ทิคก้ายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบพลางมองออกไปนอกเรือนกระจก พอลดถ้วยลงก็ตอบว่า

“เพราะมันเป็นหลักฐานว่านายเคยได้ลิ้มรสชาติของความตายมาแล้ว ผู้ที่จดจำรสชาตินั้นได้ จึงจะได้ยินเสียงที่อยู่คู่โลกนี้มานานกว่าสิ่งมีชีวิตไหนๆ”

“แม้แต่คนความจำเสื่อมอย่างผมเหรอครับ”

ทิคก้าหันมาสบตาเจย์ “ถ้านายยังได้ยิน ก็แสดงว่ามันอยู่ในเงื่อนไข”

“แล้วมันหมายความว่าผมสำเร็จศาสตร์อัลฮาคิมด้วยหรือเปล่าครับ”

“นั่นสินะ บางทีเจ้าหนูสองตนนั่นอาจตอบแทนนายได้” ทิคก้าพยักพเยิดหน้าไปยังด้านนอกเรือนกระจก ทำให้เจย์หันไปมองตาม ก็เลยเห็นอัสโมวกับบิมกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่แปลงสมุนไพร

“บิม! อัสโมว!” เจย์อุทานเสียงหลง เจ้าหนูสองตนนั้นก็ลอยตัวพุ่งเข้ามาหาจนเกือบจะชนกับหน้าต่างกระจก แต่อยู่ๆ ร่างของทั้งสองก็ถูกกิ่งไม้จากต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กั้นเอาไว้

“ขอโทษด้วยครับมาสเตอร์ เดี๋ยวผมขอออกไปดูพวกเขาก่อนนะครับ”

พอทิคก้าพยักหน้าอนุญาต เจย์ก็รีบผุดลุกขึ้น แล้วเดินไปที่ประตู แต่เพราะที่นี่ห้ามใช้เวทมนตร์ทุกกรณี เจย์เลยทำได้แค่เดินช้าๆ ออกไป

“สาบานนะว่า นั่นเรียกว่ารีบน่ะ” ทิคก้าพึมพำ แล้วเดินไปยังที่ที่โทรศัพท์ตั้งอยู่ รอสายเรียกอยู่ไม่นานคนที่ปลายทางก็รับสาย

“เกลดา นี่ทิคนะ”

“ว่าไง ทิค”

“ผลเลือดออกมาแล้วนะ”

คนที่ปลายสายสูดหายใจเข้าลึกอย่างเตรียมใจเล็กน้อย “ว่ามาเลย”

“ปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้เป็นโรค ไม่มีเวทมนตร์ปนเปื้อน”

“แล้วเรื่องที่ไม่ปกติล่ะ”

“เจย์ได้ยินเสียงทีสปิริต ฉันว่า นายคิดถูก เราไม่ควรให้ใครได้ตัวอย่างเลือดของเขาไปทั้งนั้น”

“เข้าใจละ ดีแล้วที่เธอเป็นคนตรวจ” เกลดาตอบ แล้วเงียบไปจนทิคก้าคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะวางสาย เธอจึงรีบพูดต่อ

“แต่เรามีปัญหา”

“เรื่อง?” เกลดาถามกลับ

“หลังจากตื่นมาครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน เจย์เคยตรวจเลือดไปแล้วครั้งหนึ่ง”

“ให้ตายเถอะ” เกลดาสบถเบาๆ

“ฉันจะให้ฮัฟตามเรื่องนี้ให้แล้วกัน ถ้ามันถูกเอาไปแล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้” ทิคก้าสรุป พลางมองเจย์ที่เรียกบิมและอัสโมวให้ลอยมาหาเขาเอง ก่อนจะเริ่มตีหน้าดุแบบมึนๆ จนทิคก้าส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“ขอบใจ ตอนนั้นคงยังไม่มีใครสงสัยว่าเจย์น่าจะก้าวผ่านอัลฮาคิมไปแล้ว”

แม้ทิคก้าจะเห็นด้วยแต่ก็เธอก็เตือนสติเพื่อนว่า

“แต่คงไม่ใช่หลังจากที่พวกเขาเห็นเจย์โดนผีดิบกัด แล้วไม่เป็นอะไรนะ ฉันได้ยินมาว่าครูซได้คลิปภาพและเสียงจากกล้องวงจนปิดไปไม่ใช่เหรอ แปลกนะ ทำไมฮอปกินส์ถึงได้เงียบนักล่ะ”

“ก็จริง เดี๋ยวฉันแจ้งเรื่องนี้กับเมจเอง ขอบใจมาก ฝากฮัฟตามเรื่องที่สการ์เล็ตด้วย”

“ได้ บาย” ทิคก้าวางสายไป แล้วมองอัสโมวที่กอดเจย์ไม่ยอมปล่อย ก่อนจะหันไปสนใจบิม

ตั้งแต่งานวันฮัลโลวีนที่โรงแรมเลมอนแซนด์ เมื่อพิคก้ารู้ว่าเจย์โดนบิมกัดแล้วไม่เป็นอะไร พิคก้าก็เริ่มสงสัยเรื่องนี้แล้ว ประกอบกับยาพิษของพิคก้าไม่มีผลใดๆ กับเจย์อีก ทุกอย่างมันเลยลงตัวพอดีไปหมด

“ชอบรับแต่คนมีปัญหาเข้ามาร่วมงานนะคะวิท”

เสียงหัวเราะอันแผ่วเบาดังมาให้ได้ยินชั่วขณะ แล้วจางหายไป ทิคก้าจึงรู้เลยว่าอาจารย์ผู้ประสิทธิประสาทวิชาให้แก่เธอกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ เพราะหากใช้หลักการนั้นมาเทียบเคียงในการรับพนักงานคนก่อนๆ ของร้านวิทาเรีย เธอกับพิคก้าก็จัดอยู่ในข่ายหนึ่งในจำนวนคนที่มีปัญหาไม่น้อยไปกว่าเจย์ พอคิดอย่างนั้น แม่ครัวอาหารคาวแห่งร้านน้ำชาวิทาเรียก็เดินกลับไปที่งานของเธอซึ่งต้องทำในวันนี้

แท่นสกัดสารละลายที่กำลังมีหยดน้ำสีแดงที่ข้นจนเหนียวหนืดไหลออกมานั้น ทำให้ดวงตาของทิคก้าเปล่งประกาย สิ่งนี้คืองานวิจัยชั่วชีวิตของเธอ และเธอจะไม่มีวันหยุดตราบเท่าที่เธอยังทำมันไม่สำเร็จ มาสเตอร์สาวมองหยดน้ำสีแดงที่ไหลออกมาสลับกับเครื่องวิเคราะห์เลือดอย่างครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นในสมอง จึงทำให้หญิงสาวไม่รอช้า เธอเดินตรงรี่ไปที่ตู้เย็นซึ่งเก็บหลอดเลือด แล้วหยิบหลอดเลือดของเจย์ที่เพิ่งเก็บเข้าไปเมื่อครู่ออกมา พลางพึมพำว่า

“มันก็น่าลองอยู่นะ...”

หญิงสาวพึมพำพลางถือหลอดเลือดของเจย์หลอดหนึ่งมาที่ถาดทดลอง ก่อนจะนำหลอดทดลองเปล่าอีกหลอดไปรองรับหยดน้ำสีแดงที่เธอกลั่นออกมาจากแท่นสกัดสารละลายมาเพียงเล็กน้อย แล้วเดินกลับมา ตามด้วยการหยิบหลอดสารละลายอีกหลายสีที่มีอยู่ในห้องทดลองติดมือมาด้วย ในแต่ละอัตราส่วนที่แตกต่างกันไป ระหว่างที่เธอกำลังทำอยู่นั่น เจย์ก็เดินกลับมา

“ขอโทษด้วยครับมาสเตอร์ ทำให้เสียเวลาเลย”

ทิคก้าส่ายหน้า “ไม่เป็นไร รีบทำงานต่อให้เสร็จเถอะ”

“ครับ” เจย์รับคำ แล้วกลับไปนั่งประจำที่

ส่วนทิคก้าก็เดินนำส่วนผสมที่ได้ทั้งหมดกลับมา ณ ถาดทดลองที่เธอตั้งหลอดทดลองซึ่งบรรจุเลือดของเจย์ไว้

“แล้วนายเอาเจ้าสองปีศาจนั่นไปไว้ที่ไหนล่ะ”

“ผมสั่งทำโทษให้พวกเขานั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ใต้ร่มไม้ที่ด้านหน้าอาคารนี่แหละครับ”

ทิคก้าใช้ไซริงค์ค่อยๆ ดูดเลือดออกจากหลอดใหญ่ที่เก็บเลือดไว้ แล้วแบ่งแยกใส่หลอดเล็กๆ เป็นหลายสิบหลอด พลางพูดต่อว่า

“เด็กไม่ดีก็ต้องโดนทำโทษสินะ ปีศาจที่ยอมทำตามคำสั่งนายขนาดนั้น เขาต้องให้ความสำคัญกับนายมากทีเดียว”

“คุณแฟนทอมก็เคยพูดอย่างนั้นครับ” เจย์ตอบ ขณะทิคก้านำสารละลายแต่ละชนิดที่เธอหยิบมาหยดลงไปในหลอดเลือดเล็กที่แยกไว้ แล้วสิ่งผิดปกติจากการรวมตัวของเลือดกับสารละลายแต่ละสีก็เกิดขึ้น เพราะไม่ว่าสีของสารละลายที่หยดลงไปในเลือดของเจย์จะเป็นสีอะไร สีนั้นๆ ก็จะผสมกับเลือดของเจย์ระหว่างเกิดปฏิกิริยามันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเสมอ แต่เมื่อปฏิกิริยาในหลอดเสร็จสิ้น เลือดผสมที่เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเข้มก็จะคืนตัวเปลี่ยนกลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิมทุกครั้ง

ทิคก้ามองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของทุกหลอดเลือดผสมซึ่งสุดท้ายก็กลับมาเป็นสีแดงทั้งหมดอย่างตะลึงงันไป สมองของมาสเตอร์สาวหมุนติ้วไปด้วยทฤษฎีและองค์ความรู้ทั้งหมดที่เธอมี เพื่อนำมาใคร่ครวญกับการทดลองตรงหน้า สุดท้ายสติของเธอก็ถูกดึงกลับมาเพราะเสียงเรียกของเจย์

“มาสเตอร์ครับ”

“ว่าไง”

“ผมทำเสร็จแล้ว ช่วยตรวจด้วยครับ”

ทิคก้าละสายตาจากหลอดทดลอง แล้วหันมารับกระดานชาร์ตจากเจย์ เธอก้มลงไล่สายตาตรวจรายละเอียดที่เจย์บันทึกไว้ของแต่หลอด ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เพราะเธอตรวจบางส่วนไปก่อนหน้านี้บ้างแล้ว

“โอเค ถูก รู้สึกแปลกๆ บ้างไหม”

เจย์ส่ายหน้า แล้วเหมือนนึกบางอย่างได้จึงเลิกคิ้ว และจิ้มนิ้วไปที่หลอดทดลองอันรองสุดท้าย

“เอ่อ มีบ้างนิดหน่อยคือหลอดนี้ครับ ผมรู้สึกเหมือนหายใจติดขัดอยู่นิดหนึ่ง แต่เพียงแป๊บเดียวก็ไม่รู้สึกอะไรอีก”

“หลอดที่มีน้ำสีชมพูน่ะเหรอ” ทิคก้าถามย้ำ

“ครับ มัน...มีส่วนผสมของออลีนเดอร์ด้วยใช่ไหมครับ ผมได้กลิ่นนั้นด้วย”

“ใช่ เป็นสารละลายที่สกัดจากดอกออลีนเดอร์แบบเข้มข้นน่ะ แต่ถึงอย่างนั้น นายก็ยังไม่เป็นไรอะไรนะ”

เจย์ยิ้มแหย “ขอบคุณที่เป็นอย่างนั้น ถ้ายังไง ผมขอกลับก่อนเวลาได้ไหมครับ”

ทิคก้าเหลือบมองนาฬิกานิดหนึ่งแล้วจึงพยักหน้า

“ไปสิ ขอบใจมากนะที่มาช่วย อย่าลืมไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลด้วยล่ะ”

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำแล้วค้อมศีรษะ ก่อนเดินออกจากห้องแล็บไป ขณะที่ทิคก้าก้มหน้าอ่านชาร์ตที่เป็นส่วนประกอบของยาพิษห้าสิบชนิด ซึ่งพิคก้าเตรียมไว้ทดสอบเจย์ จากนั้นจึงหันไปมองของเหลวสีแดงในหลอดทดลอง

อัลฮาคิมเป็นศาสตร์โบราณ หรืออาจเรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดาศาสตร์เวทมนตร์ทั้งหกศาสตร์ ศาสตร์นี้จึงเป็นศาสตร์แรกที่มีการบันทึกไว้เป็นตำราเวทมนตร์ และมีการสอนครั้งแรกโดยเริ่มจากในครอบครัวก่อน ก่อนจะกลายมาเป็นโรงเรียนแพทย์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกเลยที่ผู้ใช้เวทมนตร์ขาวซึ่งเป็นซูเปอร์ลิสต์ที่มีอยู่ในโลกนี้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์จะเชี่ยวชาญอัลฮาคิม เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปเรียนการร่ายเวท และอัลฮาคิมก็มีสิ่งที่คู่ควรกับการเรียนอยู่แล้ว

ประเด็นคือ แม้จะเป็นซูเปอร์ลิสต์ที่เก่งกาจอย่างวีคก็ยังมีข้อจำกัด อย่างน้อยวีคก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการดื่มยาพิษทั้งห้าสิบชนิดพร้อมกันได้ นั่นคือขีดจำกัดของผู้ที่ไม่ได้เลือกศึกษาอัลฮาคิมโดยตรงและอย่างจริงจัง

ถ้ามองจากหลักการนี้ เหตุผลที่ผู้ใช้ศาสตร์อัลฮาคิมได้รับการยกย่องในโลกเวทมนตร์ จึงไม่ใช่แค่เราคือผู้รักษาโรคภัยนานาชนิดทั้งที่เกิดและไม่ได้เกิดจากเวทมนตร์ได้ แต่ที่ลึกล้ำกว่านั้นก็เพราะผู้ฝึกศาสตร์นี้จะได้รับผลพลอยได้ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและทนทานจนต้านพิษนานาชนิดได้ รวมถึงหากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดก็สามารถใช้ร่างกายตัวเองเป็นยาถอนพิษ หรือเป็นวัตถุดิบในการรักษาโรคได้

เลือดของผู้ใช้ศาสตร์อัลฮาคิมจึงมีค่าในตลาดมืดมาก แน่นอนรวมถึงอวัยวะที่จำเป็นอื่นด้วย หากต้องมีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะในการรักษาเกิดขึ้น ดังนั้นพ่อมดแม่มดที่เก่งกาจในศาสตร์แห่งอัลฮาคิมจึงจำเป็นต้องฝึกศาสตร์เวทมนตร์ดำอื่นอย่างกัลดราบกและอะบลามีลินควบคู่กันไปด้วย เพื่อไว้ใช้ป้องกันตัวเองอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แต่สำหรับเจย์พิเศษยิ่งกว่านั้น

ณ เวลานี้ เขาครอบครองสิ่งที่เป็นที่สุดแห่งศาสตร์เวทมนตร์ไปแล้วถึงสามศาสตร์ และจากผลการตรวจเลือด เจย์คือผู้ใช้ศาสตร์แห่งอัลฮาคิมอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังมีร่างกายที่เป็นเหมือนยารักษาโรคได้ทุกสรรพสิ่งอีกด้วย พอคิดถึงตรงนี้ ทิคก้าก็พึมพำว่า

“ดูท่าจะยุ่งกันใหญ่แล้วละ เมจ”

 

หลายวันต่อมา

บีสต์เงยหน้าขึ้นมองครูซที่ทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขา พวกเขามาอยู่ที่สเปลเลียกันหลายวันแล้ว ก็เพราะงานรวมญาติของซิมป์สันนั่นแหละ บีสต์เองก็มีสายเลือดของซิมป์สันอยู่ส่วนหนึ่งด้วย สืบจากแม่ของเขาเป็นหลานสาวของโรนัล แม้จะสืบเชื้อสายที่ห่างออกไป และเขาก็ไม่ได้ใช้ศาสตร์เวทมนตร์ขาวด้วย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่ใช่นามสกุลซิมป์สัน ซึ่งนั่นก็ดี เพราะเขาไม่ต้องการรับแรงกดดันอย่างที่ครูซเจอมาตลอดชีวิต

“โกสต์ส่งข่าวมาหรือยัง” ครูซถามหลังจากสั่งอาหารกลางวันไปแล้ว

“ยัง สก็อตไปตรวจสุขภาพมาเกือบแปดเดือนแล้วนะ นายคิดว่าจะมีใครเก็บเลือดของเขาเอาไว้กันล่ะ” บีสต์แย้ง

ตั้งแต่จบงานวันฮัลโลวีนของบริษัทชาร์มมิ่ง อินเตอร์คอร์ปอเรชัน เมื่อบีสต์เห็นเจย์โดนบิมกัดแล้วไม่เป็นไร แถมแผลยังหายได้ดี เขาก็ตั้งสมมติฐานเลยว่า เจย์ สก็อต อาจมีความสามารถในศาสตร์แห่งอัลฮาคิมด้วย ครูซเองก็สงสัยเหมือนกันจึงสั่งให้เขาหาตัวอย่างเลือดของ เจย์ สก็อต แต่เรื่องแบบนั้นมันไม่ง่ายเลยจริงๆ

“งั้นเหรอ ก็จริงของนาย” ครูซเอ่ย พลางเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะจะโคน ท่าทางแบบนั้นทำเอาบีสต์นึกเสียวแทนเจย์ ถึงเรื่องอะไรก็ตามที่อยู่ในหัวครูซตอนนี้

นิ่งแบบนี้ทีไร ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นทุกที

“งั้นนายก็หาต่อไปจนกว่าจะจบงานเคารพศพของคุณยายละกัน หลังจากนั้นถ้ายังหาตัวอย่างเลือดของเจย์ สก็อตไม่ได้ เราจะเปลี่ยนแผนละ”

“เปลี่ยนเป็นอะไร จะทำอะไรก็ระวังหน่อยนะครูซ แม้เราจะตัดคลิปส่วนที่สก็อตถูกผีดิบกัดออกก่อนส่งให้ส่วนกลางก็ตาม แต่ฉันยังสงสัยอยู่ว่า เจ้าแมทธิวมันเห็นตอนนั้นด้วยหรือเปล่า”

“เห็นหรือไม่ก็ไม่มีผลหรอก เพราะตอนนี้แมทธิวคงอยู่ระหว่างถูกตักเตือนจากเบื้องบนด้วยเหมือนกัน” ครูซตอบ

“แล้วนี่มีใครบอกโซอี้หรือยัง ว่าเธอต้องนัดดูตัวกับเจ้าชายฮอปกินส์ตัวปัญหานั่น” บีสต์ถามถึงเรื่องที่ครูซบอกเขาหลังจบการประชุมการรวมญาติของครอบครัวยกที่หนึ่งเมื่อหลายวันก่อน

“ยัง ดูเหมือนคุณแม่ต้องการปิดเรื่องนี้อย่างเต็มที่ คงกำลังมองหาวิธียกเลิกวันนัดดูตัว ก่อนที่น้องจะรู้ละมั้ง”

บีสต์ใช้มีดหั่นเนื้อสเต๊กตรงหน้าพลางเอ่ยติดตลกว่า “ถ้ารู้มีหวังอาละวาดบ้านแตก”

ครูซหันมองไปนอกหน้าต่าง แล้วตอบว่า “อาละวาดได้ก็ดี จะได้ยื้อเวลาออกไปอีกหน่อย ไม่อย่างนั้น ทางนี้ก็เตรียมการอะไรไม่ทันเหมือนกัน”

บีสต์ฟังอย่างนั้นก็ร้องถามว่า “เดี๋ยวๆ นี่นายคิดจะงัดข้อกับคุณตาเหรอ”

ครูซหันมาสบตาเพื่อน “เปล่า”

“อ้าว ก็ไหนว่าต้องเตรียมการไง”

ดวงตาของครูซวาวโรจน์ขึ้น ราวกับเสือร้ายที่พร้อมโจนเข้าขย้ำเหยื่อที่วิ่งผ่านหน้า นั่นทำให้บีสต์ขมวดคิ้ว แล้วครูซก็เบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง พลางตอบว่า

“ฉันไม่คิดจะงัดข้อกับคุณตาหรอก เพราะคนที่ฉันต้องงัดข้อด้วยจริงๆ เป็นคนที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และเพื่อการนั้น...ฉันต้องทำให้ เจย์ สก็อต ยอมร่วมมือกับฉันให้ได้”

บีสต์ถอนหายใจ “นั่นก็ยากพอๆ กับสิ่งที่นายตั้งใจจะทำเลยนะ ขอบอก”

สายตาที่ทอดยาวไปยังผืนน้ำของท้องทะเลเมืองสเปลเลียหลุบตาลงครุ่นคิดบางอย่าง

“นายว่าสก็อตจะทำยังไง ถ้าเขารู้ว่าโซอี้ต้องไปนัดดูตัวกับแมทธิว”

“ไม่รู้สิ หน้าตาหมอนั่นดูมึนๆ อึนๆ ตลอด เลยคาดเดาอารมณ์ยากอยู่นะ ยกเว้นก็แต่...”

ครูซหันมามองเพื่อน “ยกเว้นอะไร”

“ตอนงานไลต์ก็อดเฟสติวัล ฉันลองยั่วโมโหโซอี้นิดหน่อย ก็มุกเดิมๆ เรื่องที่เธอเป็นมนุษย์ธรรมดาอะไรทำนองนั้น แต่เจ้าหนูสก็อตนั่นดันโกรธขึ้นมาจริงๆ แฮะ นั่นน่าจะเป็นครั้งเดียวที่ฉันเห็นใบหน้ามึนๆ ของเจ้าหมอนั่นแสดงอารมณ์ที่ชัดเจนที่สุด”

“ไม่ชอบโดนดูถูกงั้นเหรอ” ครูซพึมพำ

บีสต์จึงรีบส่ายหน้า “ฉันว่าไม่ใช่”

“แล้วอะไรที่ใช่”

มุมปากของบีสต์ยกขึ้น “เขาก็สไตล์แฟมิลีแมนไง ตัวเองโดนมองเป็นยังไงไม่สำคัญ แต่ถ้าคนที่เขาแคร์ถูกทำร้าย เขาถึงจะตอบโต้ ในจุดนั้น...ฉันว่าเขาเหมือนนายนะ”

ครูซยังคงเคาะนิ้วกับโต๊ะจนกระทั่งบริกรนำอาหารมาเสิร์ฟ แล้วเมื่อบริกรเดินห่างออกไป ครูซก็พูดขึ้นว่า

“ฉันพอจะนึกแผนการที่จะทำให้เขาเคลื่อนไหวออกละ”

“อือหึ” บีสต์รับคำ เพราะเขาก็พอจะนึกแผนการที่ครูซกำลังคิดได้เช่นกัน

“แล้วถ้าจะให้เนียนนะ เจย์ สก็อต จะต้องได้รับข่าวเรื่องนี้จากคนที่น่าเชื่อถือที่สุด” ครูซเอ่ยอย่างมั่นใจ

บิสต์เลิกคิ้ว แล้วมองตามสายตาครูซที่มองลงไปยังถนนเลียบชายหาด แล้วคนที่ครูซคาดหวังให้เป็นคนส่งข่าวก็กำลังวิ่งผ่านหน้าร้านอาหารที่เขากำลังกินอยู่ โชคดีที่พวกเขานั่งอยู่บนชั้นสอง โซอี้เลยไม่ได้สังเกตว่าเธอกำลังถูกจับตามอง

“โซอี้?

คำถามของบีสต์ทำให้ครูซฉีกยิ้มกว้างพลางตอบว่า

“แล้วจะเป็นใครได้ล่ะ”



>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)


Writer's Talk :

ครูซจะซึนขนาดนี้ไม่ได้นะ 5555 วันนี้ขอโทษที่มาช้านะคะ เพราะเพิ่งเข้าบ้าน ฝนตกตลอดทางเลย ใครขับรถระวังด้วยนะคะ ^^


ปล. ตอนนี้หนังสือ Witharia Art Book เอาขึ้นหน้าร้านแล้วค่ะ

>> สั่งซื้อ <<


ปล.อ. ใครต้องการสั่งซื้อ Withchoar Book One : หยดน้ำแห่งกัลดราบก สามารถสั่งซื้อได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ 

>> สั่งซื้อ <<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

4,329 ความคิดเห็น

  1. #1632 littledaydreame (@littledaydreame) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 12:33
    เจย์เป็น family man ซะงั้น55555
    #1632
    1
  2. #1631 xxsunshinexx2 (@xxsunshinexx) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 09:59
    มีความรู้สึกกับนางแต่แรกล่ะ แต่เหมือนจะร้ายไง พออ่านตอนนี้เปลี่ยนทีมฮับ #ทีมครูซ
    #1631
    0
  3. #1630 pearpearmali (@pearpearmali) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 17:16
    แงง~~ ครูซหล่อมากกอ่ะ5555
    #1630
    0
  4. #1629 DReam ROse (@dreammaneerat) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 16:59
    ครูซ เรามองนายผิดไปจีๆ
    #1629
    0
  5. #1628 แพมด้า (@paammii) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 12:29
    คนตระกูลนี้แปลกจริงๆ ชอบปกป้องแบบวิธีที่ยากๆเนอะ
    #1628
    0
  6. #1627 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 08:56
    ชอบครูซ ไม่ผิดหวังเลย
    #1627
    0
  7. #1626 sim_sun (@sim_sun) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 07:25
    รอเล่มสี่ อย่างใจจดใจจ่อ
    #1626
    0
  8. #1625 ~LufaH~ (@fak_fa) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 06:38
    ทำไมรู้สึกว่าคุณพี่ชาย มีความน่ารักแบบบอกไม่ถูกคะเนี่ย // อยากวาปไปตอนเล่มออกจริงๆ
    #1625
    0
  9. #1624 Dark Nigth (@s-night) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 06:34
    ครูซนางเริ่มเผยความน่ารัก #น้องงง
    #1624
    0
  10. #1623 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 01:47
    เป็นคุณพี่ชายในมุมมืด
    #1623
    0
  11. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 01:12
    ครูซนี่ซึนเดเระเนาะ
    มีความน่ารักแบบ อ้ายยยย~ตายแปป
    #1622
    0
  12. #1621 milky_bread (@milky_bread) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 01:01
    รออยู่เลยค่าาา ปิดเล่มสี่แล้วมั้ยน้าาาาา ><
    #1621
    0
  13. #1620 PluemPrim (@ptph-pa) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:08
    รอฉันรอเธออยู่~ หนังสือจ้าา
    #1620
    0
  14. #1619 Haru2312 (@Haru2312) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:31
    อ่านฉากที่ครูซออกทีไรอยากได้เป็นสามีมากกกกกกกก><~ เป็นพี่ชายดีเด่นแห่งปีกรี๊ดดดดด ครูซจ๋าเค้าอยากได้ครูซอะ
    #1619
    0
  15. #1618 queendevil0410 (@queendevil0410) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:27
    เวลาอ่านฉากที่มีครูซทีไร นึกถึงลีโอในเรื่องเซวีน่าทุกที ><
    #1618
    0
  16. #1617 Hazel1A (@hazel-nut) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:22
    ภาคนี้เจย์ต้องน่วมมากแน่ๆ ดูเหมือนทุกคนต้องการตัวเจย์แต่คนละเหตุผลกัน แล้วครูซเนี่ย ว่าแล้วว่าต้องมีเบื้องลึกซ้อนทับเบื้องหน้าที่แสดงออก จะเป็นไงต้อไปน้ออ
    #1617
    0
  17. #1616 mini-o- (@kannikars) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:18
    ขนาดอยู่เฉยๆ ปัญหายังวิ่งเข้าหาเจย์จนได้ แต่ละอย่างนั้น มันน่าปวดหัวแทนจริงๆ
    #1616
    0
  18. #1615 Molli Phynyou (@devil-nonay) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:14
    รอเล่มสี่อย่างใจจดใจจ่อ
    #1615
    0
  19. #1614 Narumi-chan (@poonlovekid) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:14
    เจย์ลงมือช่วยแน่นอน งานงอกอีกแล้วหนอ5555
    #1614
    0
  20. #1613 pukpui2153 (@pukpui2153) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 23:10

    รอเล่มนี้อย่างจดจ่อค่ะ

    #1613
    0