Glodano's Tale

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 คูมีร่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    21 ม.ค. 60


      จ๊อก! จ๊อก! จ๊อก!

เสียงน้ำชารินไหลจากกาน้ำชาดังเบาๆ ทำให้บรรยากาศรอบบริเวณที่ใช้ต้อนรับลูกค้าของร้านขายกระดาษไดเอนแพนไทร์ไม่เงียบสงบจนเกินไปนัก สาวน้อยลูกค้าคนเดียวของร้านนั่งไล่สายตามองไปตามภาพวาดกระดาษซึ่งประดับไว้บนผนังที่อยู่รอบข้างอย่างสนใจ เหมือนไม่ตัวรู้ว่าเธอกำลังถูกจับตามองจากคนที่กำลังรินน้ำชา

ข้าชื่อ คูมีร่า ข้ามารับเจ้าคำพูดของแขกสาวยังดังก้องอยู่ในหูโกลดาโน่

หลังการแนะนำตัวที่แสนแปลกประหลาด โกลดาโน่ก็อึ้งไปหลายวินาที เด็กสาวเลยนึกขึ้นได้ ว่าเขาคงไม่เข้าใจความหมายที่เธอพูด ฉะนั้นเธอจึงอยากบอกว่า เธออยากพบปู่ของเขาแทน

 “ที่นี่...”

คะ...ครับโกลดาโน่สะดุ้งที่อยู่ๆ คูมีร่าก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ที่นี่มีภาพวาดเยอะดีนะ พวกเจ้าติดต่อกับพวกมูโนส[1]ด้วยเหรอ

นั่นไม่ใช่ภาพวาดของพวกมูโนสหรอกครับ เมืองนีโซไม่จำเป็นต้องมีแต่ภาพวาดของจอมเวทนี่ ภาพเหล่านี้เราได้จากนักเดินทางที่อยากซื้อกระดาษ จึงเอาภาพที่วาดจากที่ต่างๆ มาแลกน่ะโกลดาโน่อธิบาย

คูมีร่าพยักหน้า อ่อ...อย่างนี้นี่เอง พวกเจ้าก็วาดภาพสวยดีนะ

โกลดาโน่เลิกคิ้ว พลางย้อนถาม หมายถึงมนุษย์อย่างพวกข้าใช่ไหม

ดวงตาสีมรกตละสายตาจากภาพดอกไม้สีชมพูมาสบตาโกลดาโน่ แล้วตอบว่า

พวกเจ้าก็คือพวกเจ้า ข้าไม่ได้แยกแยะว่าเป็นอะไร เจ้าหรือข้าล้วนเท่าเทียมกัน ทำไมต้องแยกด้วยว่าเป็นมนุษย์หรือภูตละ

เด็กหนุ่มกอดอก แล้วตอบว่า ไม่รู้สิ ข้าได้ยินพวกที่มาจากชุมชนชายขอบป่าฟอรี่เล่าว่า พวกท่านมีสิ่งที่เรียกว่า กำแพงหินมันเป็นแนวที่กั้นอาณาเขตของพวกภูต เพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับพวกเราไม่ใช่เหรอ

กำแพงหินถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลนั้นก็จริง แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ณ เวลานี้ มันมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์เข้าไปในที่ที่มีอันตราย และหากเจ้าอยากจะข้ามกำแพงหินนั้นเข้าไป ก็สามารถติดต่อกับคูมีล...ข้าหมายถึง ภูตเฝ้ากำแพงน่ะ เพื่อให้นำทางได้

จริงเหรอ ดีจัง ข้าเองก็อยากเข้าไปเที่ยวในป่าฟอรี่เหมือนกัน เขาว่าที่นั่นมีทั้งผลไม้หน้าตาประหลาด แล้วก็สัตว์ที่พูดและฟังภาษาคนรู้เรื่องเด็กหนุ่มถามเสียงตื่นเต้น โดยลืมไปว่าเมื่อกี้เขายังระแวงภูตไม้ตนนี้อยู่เลย ขณะที่คูมีร่ามองความกระตือรือร้นนั้นด้วยรอยยิ้ม แล้วตอบว่า

ต้นไม้พูดได้ก็มี ถ้าเจ้ามีหูที่ดีพอ เจ้าก็จะได้ยิน

จริงเหรอ โห ข้าอยากไปเที่ยวป่าฟอรี่ตั้งนานแล้ว แต่ท่านแม่ไม่ให้ไป แต่ก่อนข้าจะไปเรียนต่อที่คาร์มู[2] ข้าจะขอไปดูแนวกำแพงหินสักครั้งก่อน เจ้ารู้จักคูมิลที่จะพานำเที่ยวเก่งๆ ไหม

รู้จักสิ

คราวนี้ความอยากเที่ยวก็ทำให้โกลดาโน่เดินถือถ้วยน้ำชาเข้าไปใกล้ภูตผู้ต้องสงสัย ปากก็พร่ำว่า เยี่ยมเลยอะ ดื่มน้ำชาก่อนนะ ภูตดื่มน้ำชาได้ใช่ไหม ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าจะไม่ดื่มของมึนเมา

คูมีร่าจึงพูดขยายความต่อให้ แม้มันจะเกิดจากการหมักพืชก็ตาม สำหรับภูตนั่นคือของเน่าเสีย เหมือนอาหารบูดน่ะ พวกเราจึงไม่กิน เป็นเจ้าก็คงไม่กินใช่ไหม อาหารที่หมดอายุแล้วน่ะ

ก็จริงนะ ว่าแต่ เจ้ามาหาปู่ของข้าทำไมเหรอพอเริ่มคุ้นเคยกัน เด็กหนุ่มอารมณ์ดีก็เริ่มถามสิ่งที่สงสัย

คูมีร่ายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะลดมือที่ถือถ้วยลง แล้วตอบว่า

ไม่เชิงว่าต้องการติดต่อกับปู่ของเจ้าหรอก ข้าเพียงแต่มารับของที่เขาสัญญาว่าจะให้เท่านั้น แต่ก็นานมากแล้ว ที่ไม่ได้มาแถวนี้ มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ

ทั้งคำเรียกหาที่ดูไม่ค่อยเหมาะสมของเด็กสาวที่ใช้พูดถึงชายชรา ทั้งเรื่องธุระที่บอกว่า จะมารับของที่ฝากไว้ และคำพูดก่อนหน้านั้นอีก ซึ่งบอกชัดว่า เธอมารับเขา โกลดาโน่จึงอดถามต่อไม่ได้

นานแล้วเนี่ย มันกี่ปี

คูมีร่ายิ้ม ให้ทาย

โกลดาโน่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาว ซึ่งดูราวกับมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขานิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจนึกกวัดไปถึงเรื่องเล่าที่ว่าพวกภูตมีอายุยืนยาว บางทีเด็กสาวตรงหน้าเขาคนนี้อาจมีอายุมากกว่าที่เขานึกไว้มากก็ได้ ยังไม่ทันที่โกลดาโน่จะได้ทายอายุของเด็กสาว เสียงแหบแห้งของชายชราซึ่งเขาให้คนงานในร้านไปตามท่านผู้เฒ่าออกมาพบแขกก็ดังขึ้น

ร้านอันต่ำต้อยของไดเอนแพนไทร์ได้รับเกียรติมากจริงๆ ที่บุตรีแห่งป่ามาเยือน

คูมีร่าวางถ้วยน้ำชาไว้ข้างตัว แล้วลุกขึ้นยืน ตอนแรกโกลดาโน่คิดว่าคูมีร่าจะลุกขึ้นทำความเคารพปู่ของเขา แต่กลับกลายเป็นปู่ของเขาเป็นคนค้อมตัวให้เด็กสาวแทน

ไม่ได้เจอกันนานเลยนีโซ ตั้งแต่เจ้าย้ายโซปีมาลงหลักปักฐานที่นี่สินะ

ครับ ท่านคูมีร่าชายชราเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนรับคำอย่างนอบน้อม แม้จะให้ความเคารพอยู่ในที แต่ก็แฝงไปด้วยความระมัดระวังตัวมากเหมือนกัน โกลดาโน่เฝ้าสังเกตไม่วางตา เขาไม่เคยเห็นปู่ผู้ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในเมืองนีโซจะมีท่าทางอย่างนี้มาก่อน

พูดก็พูดเถอะ พักหลังมานี้ จะนับคนที่ท่านปู่ต้องเดินทางมาพบด้วยตัวเองก็หายาก

ข้ามาวันนี้เพื่อสอบถามเรื่องลีฟเลต แต่ตอนนี้...”

คูมีร่าเริ่มพูดเข้าประเด็นของการมาที่นี่ แต่ชะงักไว้นิดหนึ่ง แล้วเหลือบตามองโกลดาโน่อย่างมีเลศนัย ก่อนจะหันไปสบตาชายชรา แล้วพูดต่อว่า

ข้าได้พบแล้ว เพียงแต่สงสัยว่า ทำไมไดเอนแพนไทร์จึงไม่ตอบรับการนัดหมาย

ดวงตาของชายชราเบิกโพลงขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองโกลดาโน่ที่ยืนฟังการสนทนาอยู่ด้วย เขาจึงหันไปถามหลานชาย

เจ้าส่งกระดาษทั่วเขตเหนือแล้วงั้นเหรอ โกล

ข้าเหรอ...ยังหรอก ก็ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนแขกคนนี้ก่อนไง

ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำงานของเจ้าต่อได้แล้ว ถ้าไม่เสร็จ วันนี้เจ้าต้องกลับไปคัดตัวอักษรอีกร้อยจบนะนีโซสั่งเสียงขรึม

โกลดาโน่ลุกขึ้นอย่างไม่อิดออด ความจริงไม่ใช่ไม่รู้ว่า เรื่องราวต่อจากนี้เขาคงฟังต่อไม่ได้ แต่ก็ยังแซวท่านปู่กลับเป็นการเอาคืนนิดหน่อย

แต่ถ้าข้าทำเสร็จตามเวลา ท่านปู่จะงดไม่ให้ข้าคัดตัวอักษรไปอีกสามวันได้หรือเปล่า

เอ๊ะ! ไอ้หลานคนนี้ นี่ยังโดนทำโทษไม่มากพอใช่ไหมนีโซตวัดเสียงเอ็ดไป พร้อมเงื้อมือทำท่าจะฟาดไหล่เด็กหนุ่มที่เดินผ่านไป แต่โกลดาโน่รู้ทันรีบไหวไหล่หลบ แล้ววิ่งปรู๊ดไปที่ประตูร้านทันที พร้อมกับพูดตบท้ายว่า

อย่าลืมให้แขกของเราทิ้งชื่อคูมิลที่จะนำเที่ยวในฟอรี่ให้ข้าด้วยนะ ข้าอยากไปเที่ยวกำแพงหินก่อนไปเรียน

ไปทำงาน!” เสียงคำรามของผู้เป็นปู่ดังลั่นขึ้นเป็นคำตอบ ประสานรับด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของหลานชายจนกระทั่งประตูร้านปิดลง

นีโซหันไปส่งสัญญาณให้คนสนิทไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูร้านด้านนอกไว้ ส่วนเขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับคูมีร่า

คือเขาใช่ไหมชายชราถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

คูมีร่าพยักหน้า ทำไมเจ้าดูไม่แน่ใจ เหมือนกับเขาซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เขามีมันอยู่

นีโซถอนหายใจยาว ข้าก็เพิ่งรู้ตอนที่ท่านมาถึงนี่แหละ ท่านเคยบอกว่า เมื่อถึงเวลา คำทำนายของท่านจะนำพาลีฟเลตมายังครอบครัวของข้า ข้าเฝ้ารอการมานั้นมาตลอด แต่ไม่คิดว่า สิ่งที่ลีฟเลตเลือกคือหลานชายคนโตของข้า

คูมีร่าพิจารณาสีหน้าของคนพูด เขาไม่รับรู้ถึงมันจริงๆ หรือว่าแค่ละเลย

ข้าแน่ใจว่าเขาไม่รู้ โกลเป็นเด็กธรรมดา ธรรมดาตามความหมายนั้นจริงๆ เขาไม่สนใจการเรียน หรือศาสตร์ใดๆ ที่ข้าพยายามเตรียมความพร้อมให้เขา ไม่เหมือนกิลด้า ลูกชายของข้า

ข้าเคยเห็นเขา เขาเหมือนเจ้า มุ่งมั่นและมีสัจจะ ปางไม้ปาปิลที่พวกเจ้าสร้าง มีการควบคุมดี และไม่ก้าวล้ำเขตตามที่ตกลง ข้าดีใจที่ข้ามองคนไม่ผิด

นีโซหลุบตาลง ดังนั้น ข้าจึงคาดหวังว่าผู้ที่ถูกเลือกจะเป็นลูกชายข้า แต่เมื่อกี้ ท่านบอกว่า มันอยู่ที่เขา

ชายชราเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กสาว และถามต่อ เป็นไปได้ไหม ที่มีการกำหนดตัวผิดพลาด

คูมีร่าถอนหายใจยาว

“ ‘ผู้ไร้เงื่อนไขได้ถูกกำหนดตัวแล้ว เจ้ารู้ดีว่าหมายความว่าอะไร เด็กคนนั้นอาจไม่พร้อมในตอนนี้ แต่ข้าเชื่อ เขาจะพร้อม...ได้ทันเวลา

นีโซถอนหายใจยาว ข้าก็หวังให้เป็นแบบนั้น

คูมีร่าตบไหล่ชายชราอย่างปลอบประโลม

ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ารู้สึกได้ตอนที่พบกับหลานชายคนโตของเจ้า ดูจากท่าทางเขาก็หน่วยก้านดีนะ เขาต้องทำได้

นีโซมองตรงไปยังชั้นวางกระดาษในร้าน พลางตอบเสียงหนักแน่นว่า

เพื่อตอบแทนการอนุญาตให้พวกเราสามารถนำใยไม้มาทำกระดาษได้แต่เพียงผู้เดียว ข้าได้สัญญาว่าจะมอบบุตรหลานหนึ่งคนแก่แผนการสร้างโลกของท่าน ข้าพร้อมจะช่วยเหลือแผนการนี้ แต่โกลดาโน่ หลานชายคนโตของข้ากลับเกิดมาสมองโง่ทึบกว่าใคร แล้วอย่างนี้...”

คูมีร่าลุกยืน พลางเอ่ยแทรกขึ้น การเสี่ยงทายของข้าไม่เคยคลาดเคลื่อน หากลีฟเลตปรากฏต่อหน้าเขา เขาย่อมเป็นคนที่ถูกเลือก แต่หากเขายังไม่รู้ตัวว่าเขาถูกเลือก ข้าจะทำให้เขารู้เอง

ดวงตาของชายชราจ้องมองเด็กสาวซึ่งยกหมวกฮูดของเสื้อคลุมมาคลุมศีรษะและปกปิดใบหูไว้ จากนั้นเธอก็หันมาสบตาเขา รอยยิ้มของเด็กสาวยังคงเหมือนกับวันแรกซึ่งเขาได้พบเธอที่กำแพงหินเพื่อต่อรองขอใช้ใยไม้

มนุษย์แก่เฒ่าลงทุกวัน แต่ภูตกลับยังคงงดงาม ราวกับเป็นเพียงเมื่อวันวานที่พวกเราได้พบกัน เยาว์วัยแต่โดดเดี่ยว ช่างน่าเศร้านักนีโซคิด ขณะจะลุกยืนขึ้นเพื่อเดินไปส่งผู้สูงวัยกว่า แต่คูมีร่ากลับห้ามเขาไว้

ไม่ต้องลุกไปส่งข้าหรอก เจ้าแก่แล้ว เดินเหินลำบาก ข้าเกรงใจ

แต่คนเกรงใจคนนั้น บอกให้คนไปตามข้ามาที่นี่นะนีโซเหน็บอย่างไม่จริงจัง ทำให้ใบหน้ากระจ่างใสของคูมีร่าเผยรอยยิ้มเจิดจ้าขึ้น

เจ้ารู้กฎของเราดี นีโซ...ภูตจะไม่เข้าไปในที่อยู่อาศัยของมนุษย์

แล้วครั้งนี้ท่านพักที่ใด ต้องการให้ข้าหาที่พักให้หรือไม่

คูมีร่าส่ายหน้า ไม่ต้องหรอก ข้าจะออกไปพักในป่าตรงประตูทิศเหนือ

นีโซมองตามเด็กสาวที่เดินตรงไปที่ประตูร้าน ซึ่งคนของเขารอเปิดประตูให้อยู่แล้ว แต่ขณะที่คูมีร่าจะก้าวออกไปนอกร้าน เธอก็หันมาหานีโซ แล้วพูดว่า

เห็นเขาบอกว่าอยากไปเที่ยวป่าฟอรี่ก่อนไปเรียน เจ้าไม่คิดหรือ ว่านั่นเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะออกเดินทางไปกับข้า

นีโซค้อมศีรษะรับ จะรอให้หลานที่ไม่เอาไหนของข้ารู้ตัวเองก็คงอีกนาน สู้ให้เขาไปผจญภัยเปิดโลกสักหน่อย บางทีเมื่อเขากลับมา อาจทำให้ตั้งใจเรียนมากขึ้น

เป็นคุณปู่ที่เข้มงวดจริงนะคูมีร่าแซว ทำให้นีโซยิ้มอ่อน

เพราะเขาเป็นหลานของข้า ท่านคูมีร่า...ได้โปรดดูแลเขาด้วย

ดวงตาของคูมีร่าสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท

เจ้าเป็นคนเพียงไม่กี่คนที่เห็นด้วยกับแผนการของข้า นีโซ ข้าชื่นชมในความกล้าหาญของเจ้า หนุ่มน้อยคนนั้นเป็นหลานของเจ้า ขอเพียงเขาได้ความกล้าหาญจากเจ้ามาบ้าง การเดินทางครั้งนี้จะทำให้เขากลายเป็นผู้กล้าหาญที่แท้จริง

นีโซโค้งตัวเคารพจนศีรษะของเขาแทบจะชิดกับเข่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ขณะที่คูมีร่าเอ่ยต่อว่า

ข้าจะรออยู่ที่ประตูเขตเหนือจนถึงแสงแรกของวันพรุ่งนี้มาเยือน ข้าไปละ

ขอให้เดินทางปลอดภัยครับนีโซกล่าวลา พลางพยักหน้าให้คนสนิทเปิดประตูให้เด็กสาว และเมื่อเธอก้าวเดินพ้นออกไป ชายชราก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง

นายท่าน

นีโซยกมือขึ้นห้ามไม่ให้คนสนิทพูดต่อ พลางเงยหน้าขึ้นมองภาพวาดป่าฟอรี่ และกำแพงหินอันงดงาม เขาได้ภาพนี้มาจากนักเดินทาง เหมือนกับภาพกำแพงหินอีกหลายๆ ภาพที่ติดอยู่ตามสาขาของร้านขายกระดาษของครอบครัวเขา เขาชอบสะสมภาพนี้ เพื่อเตือนความทรงจำให้เขานึกตอนที่เขากล้าเดินเข้าไปเจรจากับภูตไม้ เพื่อขอใช้ต้นไม้อันเป็นที่รักของพวกนาง

 

50 ปีก่อน...

สิ่งที่เรียกว่ากระดาษต้องใช้ต้นปาบิล[3]งั้นเหรอ มนุษย์คูมีร่า มารีล เดอ กราฟ ผู้ดูแลผืนป่าปาปิลถาม

ครับ มนุษย์มีอายุไม่ยืนยาวอย่างภูต แต่พวกเราก็ยังต้องการสั่งสอนลูกหลานของเรา ดังนั้น เราจึงต้องการสิ่งที่ใช้บันทึก แต่พวกเราไม่มีเวท จึงไม่อาจบันทึกคำพูดคำสอนของเราลงบนใบไม้อย่างพวกท่านได้ ดังนั้น...”

กระดาษของเจ้าบันทึกเรื่องราวได้มากมายแค่ไหน

มากมายจนเหมือนเก็บโลกไว้ได้ทั้งใบ

สิ้นคำพูดคำนั้น ดวงตาสีมรกตของคูมิลผู้เฝ้ากำแพงหินตนนั้นก็เปล่งประกายจ้าขึ้น

มากกว่าโลกทั้งใบละ เก็บได้ไหม

แน่นอนครับ

หากข้าอนุญาต เพื่อการนั้นเจ้าสามารถยอมรับเงื่อนไขได้ทั้งหมดหรือไม่

ถ้าไม่ใช่เรื่องการฆ่า หรือทำร้ายเพื่อนร่วมโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นอะไร ข้าย่อมยอมรับทุกเงื่อนไขนีโซตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงและหนักแน่น พลางกลั้นหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง แต่การตอบรับของคูมีร่า ทำให้นีโซต้องกลั้นใจไว้ยิ่งกว่า

ว่ากันว่า ภูตไม้ครอบครองความรู้ของทั้งโลกไว้ พวกเขาจึงปล่อยวางจากทุกสิ่ง แต่แววตาที่เปล่งประกายอยู่ตรงหน้านีโซ กลับเหมือนนางได้พบสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน

ไม่ว่าอะไรงั้นเหรอ นีโซ ไดเอนแพนไทร์

ทั้งที่ไม่เคยถามชื่อ แต่ภูตตนนั้นกลับรู้ชื่อของเขา แต่นั่นเป็นลางดี เพราะนั่นหมายความว่าภูตตนนี้ต้องการทำพันธสัญญากับเขาอย่างจริงจังแล้ว

ครับ

ตกลง เจ้าจะได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

โดยแลกกับเงื่อนไขอะไรครับ

เมื่อถึงเวลาข้าจะขอทายาทของเจ้าหนึ่งคน มาช่วยงานข้าทำสิ่งหนึ่ง

แล้วหากพวกเขาไม่ต้องการ...” นีโซตอบรับอย่างลังเลเลย หากเป็นตัวเขา เขาจะไม่มีข้อบิดพลิ้วใดๆ ทั้งสิ้น แต่การตอบรับคำสัญญาแทนทายาทของเขาที่ยังไม่แม้จะลืมตาดูโลกนั้น ไม่น่าจะใช่เรื่องดี

เจ้าพูดเอง นีโซ เจ้าจะตอบรับ...อย่างไร้เงื่อนไข

นีโซหลับตาลง ทั้งที่ตลอดชีวิตเขาเสาะหาหนทางเพื่อการบันทึกองค์ความรู้ทั้งหมดเพื่อเก็บไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง และการทำพันธสัญญาครั้งนี้ ก็จะทำให้ไดเอนแพนไทร์ได้เป็นผู้ครอบครองใยไม้ที่มีเพียงชนิดเดียวซึ่งใช้ผลิตกระดาษได้คงทนที่สุดในโลก นี่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เขาจะแบกรับไว้เพียงคนเดียว เมื่อคิดได้อย่างนั้น ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้น

ตกลงครับ ไดเอนแพนไทร์จะมอบคนที่ดีที่สุดเพื่อช่วยทำสิ่งนั้นให้ท่านจนสำเร็จ ว่าแต่ ท่านภูตต้องการสร้างสิ่งใด ไยต้องใช้มนุษย์เป็นผู้ร่วมสร้าง

โลกทั้งใบ...”

ดวงตาของนีโซเบิกกว้าง ขณะที่คูมีร่าย้ำสิ่งที่ตัวเองต้องการอีกครั้งว่า

เมื่อถึงเวลา นีโซ ข้าจะขอรับ โลกทั้งใบบนแผ่นกระดาษจากมือลูกหลานของเจ้า

 

โลกทั้งใบบนแผ่นกระดาษนีโซพึมพำพลางลืมตาขึ้นอีกครั้ง

จนถึงตอนนี้คำว่า โลกทั้งใบคือคำพูดที่หมายถึงแผนที่โลกที่ตระกูลวอลเดน มนุษย์กลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่บนผืนดินอันน้อยนิดในดินแดนวารีนที่ห้อมล้อมไปด้วยผืนน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของภูตน้ำ แม้จะมีข่าวลือว่าแผนที่จริงๆ สูญหายไปในดินแดนวารีนเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ผู้คนก็ยังคิดว่า ครอบครัววอลเดนครอบครองมันอยู่ดี แล้วเด็กธรรมดาจากครอบครัวพ่อค้าอย่างหลานชายของเขา จะนำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างนั้นมามอบให้ท่านคูมีร่าได้อย่างไร

ของหายไปในดินแดนวารีน หรือว่า...ท่านจะเข้าไปที่นั่น ท่านคูมีร่าชายชราเอ่ยถามเสียงเบาหวิวอย่างหนาวเหน็บ

แม้ในปัจจุบัน ฟอรี่และวินด์เดล ได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมให้เป็นพื้นที่ที่มนุษย์กับภูตอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกได้แล้ว แต่สำหรับดินแดนวารีน มนุษย์ยังคงเป็นหนึ่งในรายการของสิ่งแปดเปื้อนสำหรับพวกเขา

ดังนั้น หากสิ่งที่เขาคาดการณ์เป็นจริง การเดินทางไปกำแพงหินเพื่อรับหน้าที่กับท่านคูมีร่าของหลานชายครั้งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นหน้าหลานชายคนนี้

 



[1] หนึ่งในชนเผ่าผู้ครอบครองศาสตร์แห่งการวาดภาพ เป็นหนึ่งในเวทสะกดวิญญาณอันน่าเกรงกรามของเวทแห่งรัตติกาล ปัจจุบัน ชนเผ่านี้สูญหายไปแล้ว

[2] คาร์มู เมืองใหญ่ที่อยู่ทางตอนใต้ของเซวีน่าโบราณ เป็นถิ่นที่อยู่เดิมของชนเผ่าซินเทล ก่อนมีการอพยพเปลี่ยนศูนย์กลางของรัฐมาที่เมืองดีเนโซล เมื่อสถาปนารัฐแล้ว ปัจจุบันเมืองนี้ยังมีอยู่ และเป็นที่ตั้งของหลักศิลาเอติครอสที่สลักนิยามแห่งแผ่นดิน

[3] ไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นกลมมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออายุมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีดำลายน้ำตาล ลำต้นส่วนที่เป็นเนื้อไม้จะให้เส้นใยสั้น ส่วนเปลือกให้เส้นใยยาว และเหนียวกว่าส่วนเนื้อไม้ เยื่อที่ได้จากปาบิลเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ทำกระดาษ แต่พืชชนิดนี้จะขึ้นในที่ที่มีภูตไม้ดูแลเท่านั้น มนุษย์ธรรมดาจึงไม่สามารนำมันมาใช้ได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากภูตไม้


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

(FB Page : World of Kalthida)


Writer Talk :


กัลคิดว่าใครก็ตามที่เคยอ่านเซวีน่าจะต้องอยากรู้ว่าทำไมไดเอนแพนไทร์ถึงได้ร่ำรวย และเขาร่ำรวยจากอะไร ในตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่เฉลยให้ทุกคนได้รู้กันว่าพวกเขาสร้างครอบครัวของพวกเขาจากอะไร และเพราะอะไรถึงทำให้เฟมีลต้องมารับหน้าที่นี้ 

ตลอดเวลาที่กัลเขียนนิยายเล่มนี้ กัลจะเข้าใจโลกที่กัลสร้างมากขึ้น ความจริงกัลควรจะเป็นคนที่เข้าใจมันมากที่สุด แต่ทุกครั้งกัลจะแปลกใจเสมอกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า สำหรับกัล นักเขียนคือ นักอ่านคนแรกของนิยายเรื่องนั้น ซึ่งเซวีน่าเป็นนิยายที่กัลได้พิสูจน์คำพูดนี้ทุกครั้ง

เจอกันทุกวันอาทิตย์ค่ะ ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

493 ความคิดเห็น

  1. #177 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:47
    ยิ่งอ่าน ยิ่งตื่นเต้น
    #177
    0
  2. #160 Mirana_Hun (@Juneiiz_J) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 19:59
    แบบนี้สินะคะตระกูลไดแอนแพนไทร์ถึงได้เป็นสำนักพิมพ์หนึ่งเดียวแห่งเซวีน่า ยกเว้นพวกนิตยสารเป็นของเอนเซล 
    #160
    0
  3. #133 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 23:27
    อ่าขอสารภาพบาปค่ะตลอดเวลาที่ผ่านมาอ่านนามสกุล'วอลเดน'เป็น'วอนเดล'ตลอดเลยพึ่งจะสังเกตเห็นก็ครั้งครั้งนี้นี่แหละค่ะอ่านมาตั้งแต่รุ่มแม่ยันรุ่นลูกแถมอ่านหลายรอบด้วยดันไม่เคยสังเกตว่าตัวเองอ่านผิดดันมาสังเกตตอนรุ่นบรรพบุรุษซะงั้น555
    #133
    0
  4. #114 ฟายด์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 22:45
    อยากให้พี่กัลทำของเดรกเกอร์บ้างจัง รอน้าาา. สู้ๆค่า
    #114
    0
  5. #109 Photsanan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:20
    อยากอ่านต่อไปจัง อยากให้อัพทุกวันเลย
    #109
    0
  6. #108 จิ้งจอกเจ้าน้ำตา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:04
    รู้สึกอยากให้ พน.และทุกๆวันเป็นวันอาทิตย์
    #108
    0
  7. #106 Lysithea (@ii33) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 14:23
    ขอบคุณค่า
    #106
    0
  8. #104 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:47
    เซวีน่าเป็นนิยายที่อ่านกี่รอบความรู้สึกก็ไม่เคยเหมือนกันซักรอบ
    ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจมากขึ้น ถึงมันจะเป็นเรื่องเดิม ๆ ก็เถอะ 5555
    #104
    0
  9. #103 FarinMonkey (@zantan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 18:51
    ภารกิจคืออะไรกันแน่นะ อยากอ่านต่อแล้ว~~
    #103
    0
  10. #101 จุฒารัตน์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 13:32
    อยากให้พี่กัลเพิ่มวันอัพจังเลยค่ะ รู้สึกดีมากที่ได้เข้ามาอยู่ในโลกนี้อีกครั้ง มันเป็นความสุขของความผูกพัน เหมือนได้กลับบ้านที่จากมานาน

    รอวันอาทิตย์หน้าค่ะ
    #101
    0
  11. #97 meiliai (@meimeilovelun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:29
    สนุกมากค่า^^ รอให้ถึงอาทิตย์หน้าไวๆ
    #97
    0
  12. #96 Wasabii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:20
    รอค่ะพี่กัล รอๆๆๆๆๆ อยากให้ถึงวันอาทิตย์ไวๆ (อีกแล้ว)
    #96
    0
  13. #95 No-Zero (@no-zero) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:06
    ขนลุกเลยค่ะ
    #95
    0
  14. #94 narekae (@narekae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 09:55
    ตื่นเต้นอ่ะ....อ่านทีไรตื่นเต้นทุกที..เหมือนเราไปรู้เรื่องราวในเซวีน่ามากขึ้นเหมือนเราได้ไปอยู่ในโลกนั้นแล้ว
    #94
    0
  15. #93 อิ๋ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 09:49
    รวยจากการขายกระดาษนี่เอง
    #93
    0