Until You จนกระทั่ง...คุณ

ตอนที่ 5 : Chapter 5 กลุ่มก้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    26 ต.ค. 59

Until you 

จนกระทั่ง...คุณ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

             “กระดิ่ง หลังเลิกเรียนไปหน้ามอกัน” แสตมป์เดินจากกลุ่มแล็บตัวเองมาบอกหญิงสาวที่กำลังสวมเสื้อแล็บยาว ก่อนเริ่มเรียนชั่วโมงปฏิบัติการทางเคมี

“ได้สิ หาอะไรกินด้วยเลยไหม” คนตัวเล็กเสนอ

แสตมป์ยิ้มรับแล้วเดินกลับไปกลุ่มตัวเอง พอกระดิ่งหันมาที่นั่งของตัวเองก็เห็นกรแย่งที่นั่งเธอไปแล้ว

“มานั่งทำไมแถวนี้อะกร กลุ่มตัวเองอยู่ข้างหน้านู้น” กระดิ่งแซวทั้งที่รู้ดีว่า กรกับชัยชอบทำตัวติดกับลมจนกลายเป็นแก๊งสามหนุ่มสามมุมตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันแล้ว อาจเพราะทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งตอนนี้มีธีซึ่งพักอยู่หอเดียวกับสองหนุ่มด้วย ก็เลยยิ่งเด่น

“โห่ กระดิ่ง ไล่เราเหรอ เราเบื่อเป็นเด็กแถวหน้าแล้วอ่ะ อยากนั่งแถวหลังบ้าง”

กระดิ่งหัวเราะ เพราะคนพูดน่ะ มีชื่อขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ แถมเป็นเด็กโควตา เลยช่วยไม่ได้ที่เวลาเรียงลำดับแล้วจะถูกจัดเป็นนิสิตลำดับต้นๆ ในขณะที่กระดิ่งกับลมเป็นเด็กเอนทรานซ์ซึ่งทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นำชื่อพวกเราไปแทรกจัดลำดับรวมกับเด็กโควตาที่ประกาศผลก่อน แต่นำไปต่อรายชื่อสุดท้ายของเด็กโควตาแทน

“วันหลังมึงก็ตั้งชื่อ นายเฮง นายฮอสิ มึงจะได้อยู่ท้าย” ชัยแนะเพื่อน

“เฮ้ย อย่าพูดหมาๆ ชื่อนี้พ่อกูตั้งให้ เคารพกันหน่อยครับ” ท่าทางเอาเรื่องของกรยิ่งทำให้ทุกคนอมยิ้ม

“แล้วตกลงกำลังคุยอะไรกันอยู่ กระดิ่งเข้าประเด็น พลางยิ้มให้ธีที่ยื่นสมุดแล็บที่เธอขอยืมก่อนหน้านั้นมาให้ แต่กรไม่ตอบกลับมองไปที่สมุดแล็บของธี พลางถามว่า

“ทำไมกระดิ่งไม่สนิทกับพวกมะปรางละ”

“ก็สนิทอยู่นะ ตอนช่วงก่อนเปิดเทอมก็ไปกินข้าวด้วยกันหลายครั้ง หอใกล้กันด้วย” กระดิ่งตอบพลางเปิดสมุดแล็บเพื่อหาส่วนที่เธอจดไม่ทันคราวที่แล้ว และลอกใส่สมุดของตัวเอง

“ไม่ใช่สิ หมายถึง ไม่ค่อยเห็นไปไหนมาไหนด้วยกัน”

“มึงก็ถามอย่างกับนักข่าว อยากรู้ว่ามะปรางมีแฟนหรือยังก็บอกดิ” ลมแซวจนกรหันไปชูกำปั้นให้ ที่เพื่อนพูดขัดจังหวะ แต่กระดิ่งกลับเชื่อจริงจัง แล้วถามว่า

“กรสนใจมะปรางเหรอ”

“นั่นไงมึง งานเข้าแล้ว” ชัยเอ่ย พลางกอดคอเพื่อนอย่างสะใจ

กรดึงมือชัยออกพลางปฏิเสธอย่างเร็วว่า

“ใช่ที่ไหน เราก็แค่สงสัย ไอ้ลมสนิทกับพวกเรามันก็ปกติอยู่แล้ว แต่กระดิ่งนี่สิไม่น่า”

กระดิ่งหยุดมือที่กำลังลอกงาน แล้วเงยหน้ามองกรอย่างเข้าใจถึงสิ่งที่เพื่อนอยากรู้ ก่อนจะก้มหน้าลอกงานต่อ พลางตอบว่า “ก็เพื่อนใหม่ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ แต่เราก็อิจฉาพวกกรนะ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาล สุดยอดเลย”

สามหนุ่มที่ถูกอิจฉาหันมามองหน้ากัน ก่อนจะตอบพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายว่า “ไม่เห็นน่าอิจฉาเลย”

กระดิ่งผงะ แล้วสุดท้ายก็หัวเราะออกมา แม้แต่ธีซึ่งปกติไม่ค่อยพูดก็ยังอมยิ้ม จนชัยเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าเลือกได้ ก็ไม่อยากเรียนกับพวกมันหรอก”

“ที่มานี่ตามหญิงละสิ โอ๊ย! ไอ้ชัย หัวกู!” กรย้อน แต่สุดท้ายก็โดนชัยล็อกคอกดหัวจนต้องร้องลั่น

“เออ หัวมึง แล้วไง ปากดีนักนะมึง อย่าให้กูล้อมึงบ้าง”

“ล้ออะไร ล้อสิ ล้อเล้ย! กูมันขาวสะอาดอย่างกับผ้าพับไว้ มึงจะเอาอะไรมาล้อกู ยาก!

การตอบโต้อย่างไม่ยอมแพ้ของสองเพื่อนซี้ ทำให้ลมแอบส่ายหน้า แล้วหันมาตอบกระดิ่งว่า

“มันบังเอิญมากกว่ากระดิ่ง ถ้าเลือกได้ ก็อยากอยู่ห่างๆ พวกมันเหมือนกัน”

“ไอ้ลม!” สองเพื่อนซี้ที่กำลังทะเลาะกันเลยประสานเสียงเรียกเพื่อนอย่างข่มขวัญพร้อมกัน กระดิ่งเลยยิ้มแป้นกับการรวมพลังอย่างพร้อมเพรียงนั้น

“อาจารย์มาแล้ว เข้าที่เร็ว” ธีเตือน

กรกับชัยเลยรีบลุก แล้ววิ่งกลับไปเข้ากลุ่ม กระดิ่งทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ของตัวเอง ขณะที่ลมก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างเธอ

“ปราณันต์”

“คะ?” กระดิ่งหันไปหาคนเรียก ลมยิ้ม แล้วชี้ไปที่ชื่อบนปกสมุดแล็บ

“พวกเรานี่ดวงสมพงศ์กันเนอะ ชื่อคล้ายกัน อยู่คณะเดียวกัน แถมยังพักหอเดียวกันอีก”

กระดิ่งนึกถึงชื่อ ปราณนต์ ของลม แล้วพยักหน้ารับ “นั่นสิเนอะ”

“พูดอย่างนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินเลย” ธีซึ่งนั่งด้านซ้ายมือของกระดิ่งท้วง จนหญิงสาวต้องเขย่าแขนเพื่อนผู้แสนเรียบร้อย แล้วตอบว่า

“โอ๋ๆ ธี อย่าเพิ่งงอนน้า เดี๋ยวเราไม่มีใครให้ลอกงาน”

“จริง อย่างอนพวกเราเลย ธีเป็นความหวังของกลุ่มเราเลยนะ” ลมเสริม

ธีมองเพื่อนสองคนแล้วได้แต่ส่ายหน้ากับความจริงใจของเพื่อนทั้งสอง

 

“เสร็จซะที ขอบใจมากเว้ย ธี” กรเอ่ย พลางตบบ่าเพื่อนเด็กเอนท์ ซึ่งมาช่วยกลุ่มของเขาตวงสารที่ต้องใช้ในการทดลอง เพราะเครื่องชั่งน้ำหนักสารเป็นแบบละเอียด ซึ่งพวกเขาไม่เคยใช้มาก่อน เลยต้องให้เด็กกรุงเทพฯ ซึ่งเคยใช้เครื่องแบบนี้ตอนเรียนชั้นมัธยมมาสอน

“ไม่เป็นไร กลุ่มเราเสร็จเร็วพอดี” ธีตอบพลางหันไปมองกระดิ่งและลมที่แยกกันไปช่วยเพื่อนกลุ่มอื่นด้วยเหมือนกัน

“เฮ้ย เดี๋ยว” กรร้อง พลางล็อกคอธีเอาไว้ก่อน ธีหันมามองคนที่เอาคางเกยไหล่เขา ขณะกรถามว่า

“มึงอยากกินสุกี้ไหม”

“ฮะ?” คนโดนถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยถามเสียงสูงอย่างไม่เข้าใจ ชัยที่เพิ่งจดผลการทดลองเสร็จจึงเอาสมุดแล็บหันมาตีหัวกร จนกรต้องปล่อยตัวธี แล้วหันไปหาเพื่อน

“มึงก็พูดให้ไอ้ธีงงอยู่ได้ จะชวนมันเข้าเมืองก็บอกไปสิ”

“แล้วจะไปยังไง รถเมล์เหรอ” ธีถาม

“มอไซค์สิครับ คุณชาย ว่าไง สนปะ” กรเสนอ

ธีมองกรที่แสดงชัดเจนว่าอยากไปมาก พอมองเลยไปที่ชัย ชัยก็เลยเฉลยเหตุแห่งความอยากของกรว่า

“ถ้าไปกันหลายๆ คน หารกันก็เสียไม่กี่ตังไง”

“แต่ถ้ามึงไม่อยากนั่งมอไซค์เข้าเมือง เดี๋ยวชวนไอ้ลมด้วย ไปรถมัน” กรเสนออย่างหวังดี ธีหันไปมองชัย ชัยเลยต้องแปลสารแห่งความหวังดีให้เพื่อนฟังว่า

“ไอ้ลมมันติดแฟน แต่ถ้าเพื่อนไปกันเยอะ มันก็จะยอมไปด้วย ไอ้ห่า มึงจะคิดแผนให้ซับซ้อนวุ่นวายทำไมวะ ก็บอกไอธีมันไปตรงๆ มันไม่ใช่กูนะโว้ย ที่จะแปลความคำพูดมึงได้ทุกประโยคน่ะ”

กรยิ้มเผล่ จนธีอดยิ้มขำไม่ได้ แล้วหันไปมองลมซึ่งผละจากลุ่มเพื่อนที่ทำเสร็จ แล้วเดินผ่านมา กรเลยเรียกเพื่อนไว้ แล้วชี้ไปที่ธีพลางบอกว่า

“ไอ้ธีมีเรื่องจะขอ”

ธีมองกรหน้าเหลอ พอลมหันมามอง ธีเลยจำใจพูดว่า “อยากกินสุกี้ไหม”

ลมเลิกคิ้ว แล้วหันไปหากร กรเลยเสริมว่า “เออ กูก็อยากกิน ไปกินกันเนอะ พาเด็กกรุงเข้าเมืองหน่อยมึง”

“อย่ามามึง มึงอยากกินก็บอกเถอะ ไม่ต้องเอาไอ้ธีมาอ้าง” ลมดักคออย่างรู้ทัน จนธีหลุดยิ้มกว้าง ก็อย่างที่กระดิ่งบอกนั่นแหละ แม้ทั้งสามคนจะพูดอย่างไร แต่ความสัมพันธ์ที่สนิทกันขนาดนี้ มันก็น่าอิจฉาอยู่ดี

“เออน่า ใครจะอยากกินไม่สำคัญ แต่ตอนนี้มีสามคนแล้ว มึงอะ จะไปหรือเปล่า”

“เดี๋ยวกูถามก้อยก่อน เผื่อก้อยอยากไปด้วย”

“เภสัชยังไม่ปิดห้องเชียร์ไหมมึง ไปเหอะ กูอยากๆ” กรบอก พลางถีบเท้าไปมาเหมือนเด็กสามขวบเวลาอ้อนพ่อแม่ตอนอยากได้ของเล่น จนลมต้องยกมือขึ้นนวดขมับ

“ตอนเด็กๆ มึงทำ กูว่าก็น่าเกลียดแล้วนะ ตอนนี้แม่งยิ่งกว่าอุบาทว์อีกว่ะ” ชัยแขวะ แต่กรยังไม่ยอมแพ้ เขามองลมตาปริบๆ ที่ไม่ว่าใครดูก็รู้ว่า กรแกล้งทำ แต่สุดท้ายลมก็ลดมือลง แล้วพยักหน้า

“เออ ไปก็ไป ธีไปด้วยใช่ไหม”

กรรีบลุกมาล็อกคอธี แล้วพยักหน้า “เออ ไอ้ธีไปด้วย ขอบใจมึง”

ลมส่ายหน้าแล้วเดินผละไปที่โต๊ะตัวเอง กรถึงปล่อยคอธี แล้วตบบ่าขอบคุณ

“แต๊งเว้ย วันนี้จะได้ไปกินของอร่อยกัน”

ธียิ้มรับ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง กรเลยหันไปเก็บของ ชัยมองคนเก็บของไป ฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี แล้วพูดว่า

“ที่มึงเล่นใหญ่ขนาดนี้ เพราะเห็นไอ้ธีมันไม่ค่อยคุยกับใครใช่ไหมวะ”

กรสอดหนังสือเก็บเข้ากระเป๋าเป้ แล้วหันมายักไหล่ “กูสังเกตมาตั้งแต่เจอกันละ ถ้าไม่ใช่พวกเรา มันก็ไม่คุยกับใครเลย เอาจริงๆ ที่มันคุยกับพวกเราก็เพราะอยู่หอเดียวกัน มันเลี่ยงไม่ได้มากกว่า”

“เพราะมันเป็นเด็กซิ่วหรือเปล่ามึง จริงๆ มันอายุมากกว่าพวกเรานะ” ชัยเตือนเพราะเป็นห่วงนิสัยชอบแส่ เอ้ย ชอบห่วงคนอื่นมากเกินเหตุของกร ซึ่งเป็นนิสัยที่ทั้งดีและไม่ดีต่อมันมาตั้งแต่เด็ก

“บางทีมันก็ดูเศร้า กูว่านะ มันต้องอกหักเลยหนีมาเรียนที่นี่ชัวร์”

ชัยถอนหายใจกับเพื่อนที่เตือนแล้วไม่ฟัง แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร หางตาก็เหลือบเห็นวาดเดินผ่านมา ชัยเลยถามวาดว่า

“เสาร์นี้อยู่หอหรือเปล่า”

วาดคนสวยหันมามองชัย แล้วส่ายหน้า “เรานัดแฟนไปดูหนังน่ะ มีอะไรเหรอ”

ชัยยิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อย พลางส่ายหน้า “ไม่มี พอดี...จะเอาชีตที่ยืมมาคราวที่แล้วไปคืน”

“เอามาคืนพรุ่งนี้ก็ได้นะ มันไม่ได้หนักมาก”

พอสาวเจ้าตอบอย่างนั้น ชัยก็พยักหน้า แล้วมองวาดเดินจากไป กรเก็บของเสร็จพอดีจึงเดินมากอดคอเพื่อนที่หน้าจ๋อยเหมือนหมาหลงทาง

“กูบอกแล้วให้มึงตัดใจ ไอ้วาดมันไม่ได้สนใจมึงหรอก”

“เออ กูรู้” ชัยยอมรับเสียงเศร้า

“รู้แต่ก็ยังตามมาเรียนที่นี่ เจริญเถอะมึง ต้องเห็นตำตาไปอีกหกปีเลย” กรบ่น

“แล้วทีมึงล่ะ เข้าคณะนี้ก็เพราะผู้หญิงเหมือนกันแหละวะ” ชัยโต้กลับบ้าง

กรชักมือจากคอเพื่อน แล้วกระแอมไอก่อนจะทำเสียงหล่อตอบว่า

“แน่นอน มันเป็นความฝันของแม่กู มึงมีปัญหาไหมครับคุณเพื่อน”

“ไม่มี ไปเร็ว เดี๋ยวไอ้ลมมันชิ่งหนีไปก่อน มึงนั่นแหละอด”

“อย่าแช่ง เอ้อ ไอ้ลมมันหายไปไหนแล้ว ไปเร็ว!

 

“แล้ว...ทำไมถึงมีสาวๆ เพิ่มมาได้วะ” กรถามขณะมองกระดิ่งกับแสตมป์ซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะอาหารในร้านสุกี้ชื่อดัง

“ทำไม ไม่อยากให้พวกเรามาหรือไง” แสตมป์ย้อน

กรยิ้มกว้าง “เปล่าสักหน่อย กินหลายคนสนุกดี มีผู้หญิงด้วยก็ยิ่งสนุก เพราะจะได้ไม่ต้องต้มเอง”

แสตมป์ค้อน พลางส่งถาดของสดที่เพิ่งมาเสิร์ฟให้ธีจัดการใส่ทุกอย่างลงหม้อต้มอย่างคล่องแคล่ว ลมเห็นสองสาวกับหนึ่งหนุ่มทำหน้าที่คุมหม้อต้มอย่างดี เลยหันไปถามชัยว่า

“มึง คนนั้นของมึงน่ะ ยังคบกับแฟนคนเดิมอยู่หรือเปล่า”

ชัยเลิกคิ้ว ก่อนจะพยักหน้า แล้วย้อนถามว่า “ถามทำไม”

ลมขมวดคิ้ว แล้วเหลือบมองไปทางซ้าย ชัยมองตาม และก่อนที่ใครจะทันคิด ชัยก็ผุดลุกพรวดขึ้นทำท่าจะก้าวออกจากโต๊ะ แต่กรไวกว่ากระชากเพื่อนให้นั่งลง แล้วเตือนว่า

“เราอยู่ในร้านนะเว้ยชัย แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของมึงด้วย”

“แต่นั่นมัน...”

“เรื่องของคนเป็นแฟน ก็ให้มันเป็นเรื่องของพวกเขาจัดการกันเองเถอะวะ มึงเข้าไปตอนนี้จะได้อะไร” กรพูดอย่างเตือนสติ พลางมองไปยังโต๊ะที่เยื้องกันอยู่ ซึ่งมีอดีตเพื่อนร่วมโรงเรียนแต่ตอนนี้เป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพวกเขานั่งอยู่

“กินเว้ย!” กรเอ่ยอย่างพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อน ชัยนั่งลงก้มหน้านิ่งจนเพื่อนใหม่ชายหญิงอีกสามคนซึ่งไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางของชัยมาก่อนต้องมองชัยอย่างสงสัย ลมจึงต้องอธิบายเรื่องราวคร่าวๆ ว่า

“ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนกับคนที่ชัยชอบน่ะ”

แสตมป์พยักหน้า แล้วเลื่อนจานเป็ดย่างไปตรงหน้าชัย พลางพูดว่า “คิดในแง่ดีสิชัย เขาเลิกกัน เราจะได้มีโอกาสเสียบไง”

“โห เพื่อนแตม พูดได้ดีมาก อยากกินไอติมต่อไหมครับ เดี๋ยวเพื่อนกรเลี้ยงเอง”

แสตมป์ยิ้มแป้น แล้วลอยหน้าลอยตาตอบว่า “พูดจริงหรือเล่นไม่รู้ แต่มีพยานห้าปากนะเพื่อนกร เดี๋ยวจะจัดเอิร์ธเควกให้เลย”

กรจุ๊ปาก แล้วหันไปมองชัยที่มีสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น จึงหันไปถามธีที่เปิดฝาหม้อต้มออก

“กินได้ยังอะ”

“ยัง ต้องใส่ไข่ก่อน” กระดิ่งตอบ พลางตีไข่ในถ้วย และเทลงกระชอนเล็ก ขณะวนกระชอนไปทั่วหม้อต้ม ธีปิดฝาหม้ออีกรอบ แล้วเงยหน้ายิ้มให้ชัย ก่อนจะเอ่ยว่า

“บางทีแค่ได้รัก มันอาจดีกว่าสมรักก็ได้นะ”

กรชี้นิ้วไปที่ธี แล้วแซวอย่างชอบใจว่า “โอย คุณชายธีมาแนวปรัชญาเลยว่ะ”

ธียิ้ม แม้ในเสี้ยวเล็กๆ ของแววตาจะมีความเศร้าแฝงอยู่ แต่กรก็รู้สึกได้ ว่าเพื่อนผู้แสนเงียบขรึมเริ่มเปิดใจบ้างแล้ว แม้จะทีละน้อยก็เถอะ

ถือว่าภารกิจสร้างกลุ่มก้อนให้เพื่อนใหม่สำเร็จขั้นหนึ่งละนะ

“เอ้า! กินได้แล้วจ้า” กระดิ่งบอก ขณะลมเอื้อมไปเปิดฝาหม้อ แล้วเรียกพนักงานให้มารับไป เมื่อหันกลับมาก็เห็นทุกคนเริ่มจ้วงตักของในหม้อโดยไม่รอเขาเลย

“เฮ้ย ไอ้ชัย เหลือเกี้ยวกุ้งให้กูด้วย หน็อยมึง ทำตีหน้าเศร้า แต่แอบมือไวนะมึง”

เสียงลมประณามเพื่อนทำให้ทั้งกลุ่มหัวเราะฮาพร้อมกัน ความตึงเครียดตอนก่อนอาหารจะสุกเมื่อครู่เลยเหมือนเป็นเรื่องโกหก มันจางหายไปโดยไม่มีใครพูดถึงอีก แต่ความสนิทสนมระหว่างคนทั้งหกกลับเริ่มก่อตัวขึ้นนับแต่วินาทีนั้น




>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

Writer Assistant : Veerandah

(IG & Twitter : veerandah)


Dent Talk :

เวลาทุกคนเจอเพื่อนใหม่แล้วอยากเข้ากันได้กับเพื่อนใหม่ทำยังไงกันคะ สำหรับกัล ก็เรื่องกินนี่แหละ 5555 ในพิษณุโลกตอนนั้นไม่มีเซ็นทรัลเหมือนในวันนี้นะคะ มีห้างแค่สามห้างที่มีร้านอาหาร (ไม่นับแม็กโค โฮมโปร) มีแค่บิ๊กซี โลตัส แล้วก็ท็อปแลนด์ ซึ่งห้างที่นิสิตมอนอจะไปตลอดคือ บิ๊กซีค่ะ 

บิ๊กซีพิษณุโลกมีทั้งโรงหนัง ซุเปอร์มาร์เก็ต เคเอฟซี ซเวนเซ่นส์ เอ็มเค แบล็กแคนยอน ร้านขายเสื้อผ้าทั่วไป ร้านหนังสือ ซึ่งก็อยู่มาหกปีก็วนกันอยู่แค่นี้แหละ เลี้ยงน้อง เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงฉลองหรือแม้แต่ที่พักใจ ^^

ตอนไม่มีรถก็ขี่มอเตอร์ไซด์กันไป เด็กๆ ที่พิษณุโลกขี่มอเตอร์ไซด์เก่งกันทุกคน กัลไปถึงก็ต้องไปฝึกขี่ จนสามารถขี่เข้าเมืองได้ ซึ่งก็แอบตื่นเต้นเพราะจะล้มหลายรอบ เรียกว่าเสี่ยงชีวิต แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี หลังๆ มีรถขับเองก็ดีขึ้นหน่อย ไปไหนสะดวก

ก๊วนเพื่อนในนิยายเรื่องนี้เป็นส่วนผสมของคาร์ที่ได้จากหลายคน มารวมๆ กัน บางคนก็สร้างขึ้นมาใหม่ก็มีเพื่อให้การเล่าเรื่องมันเล่าได้ครบทุกมุม เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามกัลน้า ว่าตัวจริงคือใคร เพราะถ้าถามจริงๆ คงต้องมีการตัดแขนตัดขามาต่อเป็นคนใหม่แน่ๆ 

พอมาเขียนนิยายเรื่องนี้ กัลเลือกตัวดำเนินเรื่องเป็นผู้ชายค่อนข้างเยอะ หลักๆ ก็มีสี่ตัว เหตุเพราะ กัลว่า เวลาคนพูดถึงทันตะก็จะนึกถึงผู้หญิง แต่จริงๆ คณะนี้มีผู้ชายเยอะนะคะ ผู้ชายทันตะก็จะมีลักษณะพิเศษต่างจากผู้ชายคณะอื่นอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ดูดีไม่แพ้คณะอื่นเลย เอาไว้มาลองดูกันดีกว่าว่าจะมีคนหลงหนุ่มทันตะบ้างหรือเปล่า



ปล. สำหรับ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง ของกัลที่ผ่านเข้ามาอ่าน กัลอยากให้มองว่า นี่เป็นบันทึกความทรงจำที่ใส่สีตีไข่ของกัลฝ่ายเดียว ตามประสาคนฟุ้งซ่านมากกว่า กัลไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อย่างไรนี่ก็คือ นิยายเพื่อความบันเทิง อ่านเอาเล่นๆ สนุกๆ พอให้คิดถึงกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

1,624 ความคิดเห็น

  1. #1588 Kwan090427 (@Kwan090427) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 19:01
    สนุกค่ะ...ชอบจัง
    #1588
    0
  2. #160 nono259 (@nono259) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:49
    หลังจากอ่าน lost จากหนังสือจบ เลยมาส่องในเพจเด็กดีพี่กัล ว่าลงเรื่องใหม่ไว้บ้างรึเปล่า พอเห็นเรื่องนี้เลยกดเข้ามาอ่าน อ่านคำโปรยจบ ก็กะจะเก็บไว้ก่อน แต่ก็ยังอดใจไม่ไหว ขออ่านตอนแรกให้จบแล้วค่อยอ่านต่อวันอื่น เพราะดึกแล้ว ปรากฎว่าอ่านเรื่อยๆ มาจนถึงตอนนี้ เพลินดีจริงๆ นึกถึงสมัยเรียนมหา'ลัย บรรยากาศ ความรู้สึกตอนเป็นปีหนึ่ง โดนพี่ว้ากไปวันเดียว หลังจากนั้นโดดเชียร์เป็นกระต่ายเลยค่ะ ยังรู้สึกแย่จนถึงวันนี้ ว่าทำไมหนอเราไม่อยู่เชียร์จนถึงวันสุดท้าย เพราะตอนเป็นพี่ปีสอง ทำให้เรารู้ว่าการเชียร์ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แถมวันสุดท้ายยังเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์แถมซึ้งมากๆ อีกด้วย
    ขอบคุณพี่กัลที่ทำให้ย้อนถึงอดีต ประสบการณ์การพบปะเพื่อนใหม่จากต่างที่ เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ากรุง อะไรๆ ก็ใหม่ไปหมด การปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ การจูนตัวเองเข้ากับเพื่อนใหม่ เพราะเป็นคนกลัวการเปลี่ยนแปลง เลยกลัวไปหมดว่าเราจะหาเพื่อนได้ไหม แต่น้าเคยบอกว่าใครๆ ก็รู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับความกลัวอย่างไร เพื่อให้ผ่านมันไปให้ได้ 
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
    #160
    0
  3. #28 QSradania (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 23:41
    #ทีมกระดิ่ง&แสตมป์ค่ะ
    #28
    0
  4. #27 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 23:34
    ก๋วยเตี๋ยวตรงสนานีรถไฟ อร่อยนะ
    #27
    1
    • #27-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      27 ตุลาคม 2559 / 00:08
      ใช่ค่า แต่ไม่ได้กินนานแล้ว TwT
      #27-1
  5. #26 Natthaphat Pairoj (@silver1001) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 23:33
    ชอบมากค่ะ อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองเรียนปีหนึ่ง มหาลัยห่างไกลผู้คนแบบนี้เลย ตึกเรียนใหม่สร้างเสร็จปีแรก งานเฟรชชี่เลิกดึก หอใน หอนอก โอ้ยยยย คิดถึง รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #26
    0
  6. #22 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:37
    ตอนที่คุณกัลเรียนนนี่เป็น ม นเรศวรแล้วหรือว่าเป็น ม ศรีนครินทร์คะเนี่ย
    #22
    1
    • #22-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 5)
      26 ตุลาคม 2559 / 20:52
      เรียกว่า ม. นเรศวรแล้วค่ะ ^^
      #22-1
  7. #20 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 06:29
    อ่านแล้วคิดถึงอดีตนะ วัยเรียน ดีที่สุดแล้ว
    #20
    0
  8. #19 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 03:43
    ชอบบบบบบ นี่กะนอนแล้วนะ เปิดเจอนี่อ่านเลย พี่ธีหันมาชอบกระดิ่งก็ได้นะคะ // ในที่สุดก็รู้ว่าใครทักกระดิ่งมาในตอนแรก 555
    #19
    0
  9. #18 Krittaya Chanpean (@tittynaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 01:26
    ให้ 3 คำ ติด หนึบ มาก
    #18
    0
  10. #17 Piriya Srilumpoothong (@paster1986) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 00:42
    อ่านเพลินมากเลยค่ะพี่กัล ตอนแรกว่าจะรอสัก 20 ตอนค่อยมาอ่าน แต่เหมือนเดิม ห้ามตัวเองไม่อยู่ เลยต้องมาทรมานค้างแบบนี้
    #17
    0