Until You จนกระทั่ง...คุณ

ตอนที่ 15 : Chapter 15 เสียดุล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    4 พ.ย. 59

Until you 

จนกระทั่ง...คุณ

 

หมายเหตุ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แม้จะมีการอ้างอิงถึงสถานที่ กิจกรรม และประเพณีที่มีอยู่จริง แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือสร้างความเสียหายให้กับความเชื่อ หรือวิชาชีพใดๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขอน้อมรับทุกคำติชมและขออภัยไว้ ณ ที่นี้



-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-8-

 

           ตั้งแต่ออกจากตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์แสตมป์ก็ไม่พูดอะไรเลย เพื่อนสาวคงอยากใช้เวลาคิดหาเหตุผลกับของกำนัลที่ไม่แน่ใจ ว่าผู้ให้ต้องการจะสื่อความหมายอะไร สองสาวเลือกไปกินที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้ๆ หอของกระดิ่ง หลังสั่งอาหารเสร็จแสตมป์ก็ยังนั่งนิ่ง จนเพื่อนร่วมโต๊ะทนไม่ไหวพูดขึ้นว่า

“นี่แก ถ้าขืนยังเงียบไม่พูดอะไรเลย เรากินข้าวแยกโต๊ะกันก็ได้นะ”

แสตมป์กะพริบตาขณะมองหน้ากระดิ่ง ก่อนจะพูดเสียงอ่อย

“เออ ขอโทษ ฉันแค่คิดอะไรเพลินไป แกว่า ไอ้พี่บ้านั่น กินยาผิดขวดเปล่าวะ ถึงเอาของบ้าๆ นี่มาให้ฉันน่ะ”

“พี่เขาก็ดูปกติดีนะ หล่อแล้วก็เท่ด้วย” กระดิ่งตอบ พลางยิ้มกว้างอย่างล้อเลียน แต่แสตมป์ไม่ตลกด้วย

“เอาจริงๆ แกว่าไม่แปลกเหรอ อยู่ๆ ก็เอามาให้ จีบก็ไม่จีบ พูดก็ไม่พูด ฉันว่าเขาต้องแกล้งฉันแน่ๆ เอ้อ แบบนิยายที่เราเคยอ่านไง ท้าพนันกับเพื่อนว่าจะจีบติดไหม อะไรแบบนั้น”

กระดิ่งขมวดคิ้ว “ไม่มั้งแก เขาเป็นเพื่อนพี่อากรนะ จะทำอย่างนั้นกับน้องสาวเพื่อนได้เหรอวะ เอ้อ แกลองคุยกับพี่อากรสิ เขาอาจจะรู้จักเพื่อนของเขาดีกว่าพวกเรา”

แสตมป์ส่ายหัวดิก “ไม่เอาหรอก ใครจะกล้าเล่า โอ๊ย! เดี๋ยวก็เอาไปทิ้งเสียเลย”

ติ๊ง!

เสียงข้อความเข้าดังจากโทรศัพท์ของแสตมป์ หญิงสาวจึงล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดดู แล้วเบิกตาโตพร้อมเงยหน้ามองกระดิ่ง

“อะไร! อะไร” กระดิ่งถาม

“พี่ขี้เก๊กส่งข้อความมา แกอ่านดิ”

กระดิ่งรับโทรศัพท์มากดอ่าน

ให้แล้วไม่รับคืนนะครับ

“โห เล่นรุกขนาดนี้ แกยังคิดว่าเขาจะแกล้งแกอีกเหรอ”

“ไม่รู้อะ เลิกคิดก่อน กินๆ กินข้าว” แสตมป์หยิบโทรศัพท์มาโยนลงกระเป๋า ขณะเด็กเสิร์ฟยกอาหารที่สั่งมาพอดี กระดิ่งมองเพื่อนที่แกล้งทำเป็นสนใจอาหาร แต่ตาแอบเหลือบมองกระเป๋าอย่างอดขำไม่ได้ แสตมป์อาจเป็นผู้หญิงปากกล้า แต่ก็มีมุมน่ารักในบางครั้งเหมือนกัน

ดูท่าเราจะเสียดุลการค้าให้คณะวิศวะอย่างที่พี่สรรเคยว่าไว้อีกแล้วละมั้ง

 

 “อ้าว ก้อย มารอลมเหรอ”

กระดิ่งร้องทัก เมื่อก้าวขึ้นมาถึงโถงกลางของหอพักแล้วเจอดาวมหาวิทยาลัยคนสวยนั่งอยู่ที่ม้าหินมองมาแล้วแย้มยิ้มให้กระดิ่งเล็กน้อย เพราะเจอกันที่หอนี้หลายรอบ ทำให้กระดิ่งทักก้อยได้สนิทมากขึ้น แต่ไม่ว่าในครั้งแรกที่เจอ หรือเวลาจะผ่านมาสองภาคการเรียนแล้วก็ตาม ก้อยก็ยังคงรักษาระยะห่างกับเพื่อนของลมทุกคน

ที่เห็นสนิทมากหน่อยก็มีแต่ชัยกับกร

“จ้ะ ทันตะเรียนเสร็จตั้งแต่บ่ายสามไม่ใช่เหรอ”

กระดิ่งยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แล้วพบว่านี่มันเกือบห้าโมงเย็นแล้ว

“ใช่จ้ะ แต่เราแวะกินข้าวกับซื้อของนิดหน่อยน่ะ”

ก้อยพยักหน้าแล้วเงียบไป กระดิ่งเลยนึกขึ้นได้ว่า ที่อีกฝ่ายถามถึงเวลาเลิกเรียนของทันตะ คงไม่ใช่อยากรู้สาเหตุที่เธอกลับถึงหอช้า แต่น่าจะเป็นใครบางคนที่ป่านนี้ยังไม่กลับหอต่างหาก

“ลมอาจถูกรุ่นพี่เรียกไปประชุมที่สโมมั้ง เพราะต้องเตรียมตัวรับน้องปีหน้า” กระดิ่งแก้ตัวแทนเพื่อน

“งั้นเหรอ ลมไม่เห็นโทร. บอกเราเลย” ก้อยแย้ง

กระดิ่งยิ้มจืด ไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่ก่อนที่ความอึดอัดจะยืดเยื้อต่อไป เสียงของคนที่สองสาวพูดถึงก็ดังขึ้น

“มายืนทำอะไรตรงนี้กระดิ่ง อ้าว ก้อย มาถึงนานแล้วเหรอ”

กระดิ่งหันไปยิ้มให้เพื่อน ลมยิ้มตอบ ขณะเดินไปหาคนรัก กระดิ่งหันไปมองรอยยิ้มหวานซึ่งสว่างจ้าบนใบหน้าของแฟนเพื่อน แล้วลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ในจังหวะที่ลมหันมากระดิ่งจึงพูดเตรียมชิ่งหนี

“เราขึ้นห้องก่อนนะ ไปนะก้อย”

ก้อยโบกมือตอบกระดิ่ง

“เดี๋ยวกระดิ่ง” ลมเรียกรั้งไว้

“หือ?”

“ธีฝากเราไปจองตั๋วรถไฟกลับกรุงเทพ แกจะกลับพร้อมธีหรือเปล่า”

กระดิ่งพยักหน้า “อื้อ เคยบอกธีไว้ว่าเราจะกลับพร้อมธี งั้นฝากซื้อด้วยนะ รอแป๊บเอาเงินไปเลย” กระดิ่งตอบ พลางเดินกลับมาหาคู่รักอีกรอบ แล้วล้วงไปหยิบกระเป๋าเงิน

“เฮ้ย! ไม่ต้อง ครั้งที่แล้วเราฝากแกซื้อเสื้อจากเซ็นทรัล เรายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวเราออกไปก่อน”

กระดิ่งเงยหน้ามองหน้าเพื่อนทำท่าครุ่นคิด ราวกับลืมไปแล้ว ก่อนจะกะพริบตาสองสามครั้งแล้วร้องอ๋อ

“เออ จริง เสื้อเชิ้ตตัวนั้น...งั้นได้ๆ ถ้าไม่พอแกก็มาเก็บเพิ่มนะ”

“ได้”

“ขอบใจ งั้นไปละ”

กระดิ่งส่งยิ้มให้ก้อยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก้อยกลับไม่ยิ้มตอบ แวบหนึ่งที่เห็นสายตาของก้อยที่มองมา กระดิ่งสังหรณ์ชอบกล มันดูคล้ายกับสายตาที่ก้อยมองทิพย์ที่เธอเห็นครั้งสุดท้าย กระดิ่งรีบหันหลังและไม่อยากคิดในแง่ร้ายว่า เธออาจเป็นสาเหตุทำให้เพื่อนสนิททะเลาะกับแฟน

ลมหนักแน่นจะตาย ระมัดระวังตัวเสมอไม่ให้คนที่เข้ามาใกล้ชิดเกินความจำเป็น ก้อยควรต้องเชื่อใจแฟนตัวเองสิ กระดิ่งบอกตัวเองอย่างนั้น ขณะเดินเข้าห้องพัก แล้วเลิกคิดเรื่องนั้นไปเพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน พวกเขาต้องจัดการกันเอง

“วันนี้เจอแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แหะ งั้นอ่านการ์ตูนกีฬาดีกว่า”

กรดิ่งบอกตัวเองเมื่ออาบน้ำเสร็จ เธอล้มตัวลงนอนกลิ้งบนเตียงพลางไล่นิ้วไปตามตั้งการ์ตูนสุดโปรดที่เตรียมมาจากรุงเทพฯ ซึ่งคัดเลือกเฉพาะเรื่องที่แน่ใจจริงๆ ว่าอยากอ่านซ้ำสองรอบ ขณะหยิบเล่มที่หนึ่งของการ์ตูนฟุตบอลชื่อดังมาอ่าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

กระดิ่งหันไปมองหน้าจอ แล้วพบว่าลมโทร. เข้ามา หญิงสาวจึงละมือจากการ์ตูนมากดรับโทรศัพท์

“ว่าไงลม ตั๋วเต็มเหรอ”

เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากปลายสาย นั่นทำให้กระดิ่งต้องดึงโทรศัพท์ห่างจากหูเพื่อดูว่า สายหลุดไปเพราะรับช้า หรือปลายสายไม่พูดกันแน่

“อ้าว ก็ยังรับอยู่นี่ สัญญาณไม่ดีเหรอ ฮัลโหล! ฮัลโหล! ลม ได้ยินเสียงเราหรือเปล่า”

“กระดิ่ง” เสียงจากปลายสายตอบกลับ แต่น้ำเสียงที่ได้ยินมันผิดปกติแปลกๆ กระดิ่งจึงถามว่า

“แกเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ลงมาหาหน่อยสิ”

“เออๆ ใต้หอนะ เดี๋ยวลงไป”

หญิงสาวตัวเล็กลุกจากเตียงนอน คว้ากุญแจห้องติดตัวไปด้วยเพียงอย่างเดียว แล้วรีบวิ่งออกจากห้องลงไปยังโถงชั้นล่าง ลมยืนนิ่งแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในสภาพปกติดี มันเลยทำให้คนที่วิ่งลงมาต้องชะลอฝีเท้า ก้าวช้าๆ ไปหยุดมองสีหน้าด้านข้างของเพื่อนซึ่งปราศจากรอยยิ้มที่มักมีอยู่เสมอ

“เป็น...อะไรเหรอ” กระดิ่งถาม

ลมหันมาสบตากระดิ่งตรงๆ นั่นทำให้กระดิ่งมองเห็นชัดว่า ดวงตาของเพื่อนแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา กระดิ่งอ้าปากค้างอึ้งจนไร้คำเอื้อนเอ่ย มุมปากของลมยกขึ้นราวกับสมเพชตัวเองแต่ไร้เสียง และชั่วอึดใจต่อมา กระดิ่งก็ตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ เชิงปลอบโดยไม่ถามไถ่สักคำ ว่าอีกฝ่ายเศร้าเรื่องอะไร

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ” กระดิ่งไม่รู้ว่าควรพูดอะไร หรือควรซักไซ้ไล่เลียงเพื่อให้อีกฝ่ายระบายความอัดอั้นในใจหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่า การพูดหรือไม่พูดอันไหนจะทำให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น หญิงสาวจึงได้พูดแต่คำสิ้นคิดนั้นซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งรู้ตัวว่าพูดมากไป กระดิ่งจึงชักมือกลับ แล้วถอนหายใจยาว มองซ้ายมองขวาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ จนกระทั่งลมพูดขึ้นว่า

“คนโดนบอกเลิก ปกติต้องกินเหล้าหรือเปล่า”

กระดิ่งตาโต แล้วส่ายหน้ารัว “อย่าๆ ไม่เห็นดีเลย”

ลมยกมุมปากขึ้น “นั่นสินะ เราไม่เห็นอยากกินอะไรเลย”

กระดิ่งกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ท่าทางเพื่อนจะอาการหนักกว่าที่คิด ปกติของนิยาย เมื่อตัวละครอกหักหรือเศร้า ถ้าไม่โวยวายก็นิ่งจนเกินไป จากประสบการณ์ที่อ่านมามาก กระดิ่งพบว่าคนเราโวยวายในเวลาที่ควรโวยวายอาจดีกว่านิ่งเฉย และลมเป็นประเภทนิ่งเฉย

แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้

“กินนมไหม”

ลมเลิกคิ้ว กระดิ่งเลยเสริมว่า

“ถ้ามันต้องกินอะไรสักอย่าง ก็กินนมแทน ปะ ร้านอยู่ใกล้แค่นี้ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง” กระดิ่งพูด พลางคว้ามือคนที่ยืนรากงอกตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ให้เดินตามเธอไป

ร้านนมตอนทุ่มกว่าเนื่องแน่นไปด้วยคน ยิ่งเดินเข้าใกล้ร้านกระดิ่งก็ยิ่งใจเสีย หากต้องมาเสียเที่ยว คนที่อารมณ์ดิ่งเหวอยู่อย่างลมตอนนี้อาจยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้น ถึงจะอย่างนั้น หญิงสาวก็ยังภาวนาให้เหลือที่นั่งว่างสักสองที่ละน่า แล้วดูเหมือนคำภาวนาของกระดิ่งจะเป็นผลมากกว่าที่ขอ เพราะหนึ่งในโต๊ะที่ถูกจับจองอยู่ในร้านคือ กลุ่มของกร ชัย และธี

“อ้าวเฮ้ย! กระดิ่ง ลม มาด้วยกันได้ไงวะ” ชัยร้องทัก

“หรือลมจะเอาตั๋วรถไฟมาให้เรา แล้วรู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่นี่ละ” ธีถามอย่างสงสัย

ลมก็ได้แต่ยิ้มนิ่งๆ กระดิ่งคิดว่า อย่างน้อยได้อยู่กับเพื่อนก็ดีกว่าให้ลมอยู่คนเดียว เธอเลยจับลมนั่งลงข้างกร แล้วตัวเองก็ไปนั่งข้างธี พลางตอบคำถามแทน

“พอดีเราหิว ลงมาเจอลมเลยลากมาเป็นเพื่อนน่ะ พวกแกสั่งอะไรไปแล้วบ้าง”

“ก็เดิมๆ ขมมปังเนยนม แยมส้ม แล้วก็สังขยา แกสั่งนมเพิ่มสิ ไม่ต้องสั่งขนมปังอีกหรอก” ชัยตอบ

กระดิ่งเลยเอื้อมไปดึงกระดาษเมนู แล้วเลือกนมเย็นสามแก้ว แล้วลุกไปส่งใบรายการที่สั่งให้เจ้าของร้าน ขากลับก็แวะตักน้ำเปล่าสองแก้วตรงจุดบริการตนเองกลับมาเผื่อลมด้วย

“อะ กินน้ำเปล่าก่อน” กระดิ่งวางน้ำเปล่าตรงหน้าลมอย่างเป็นห่วง ท่าทางแปลกประหลาดของคู่ซี้ ทำให้สามหนุ่มมองหน้ากัน แล้วเป็นกรที่ยกมือกอดไหล่เพื่อนตั้งแต่เด็ก พลางถามว่า

“เกิดอะไรขึ้นวะ”

“ไม่มีอะไร” ลมตอบ

“มึงน่ะโคตรเป็นไรเลย ไม่ต้องสนิทขนาดกูอย่างไอ้ธีมันก็ดูออก จริงไหม”

ธีพยักหน้ารับสองสามที ขณะที่ชัยเสริมว่า “บอกพวกกูมาเหอะ ใครทำอะไรมึง พวกกูพร้อมลุยนะเว้ย”

“กูไม่เป็นไร” ลมตอบ

กระดิ่งถอนหายใจอย่างยอมแพ้ อย่างที่เธอคิดเลย ลมเก็บอารมณ์เก่ง เวลาเศร้ามันเศร้าอยู่ข้างใน คนแบบนี้นี่ เวลาเจ็บทีก็เจ็บนาน

“ก้อยเหรอ” กรโพล่งไป

ลมหันขวับไปมองเพื่อน กรปล่อยมือที่โอบไหล่เพื่อน แล้วพึมพำ “กูว่าแล้ว”

“มึงรู้อะไร” ลมถามเสียงเข้ม แต่กรหันไปตอกหลอดในแก้วนมน้ำผึ้งของตัวเองชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า

“คบซ้อน”

“ไอ้เชี่ย” ชัยครางในลำคอ กระดิ่งก็หันไปมองกรตาค้าง

“มึงรู้มานานแล้วเหรอ” ลมถามเสียงเข้ม แต่แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำ

กรเบือนหน้าไปมองทางอื่นเหมือนไม่อยากตอบ แต่เมื่อลมวางมือบนไหล่เพื่อรั้งให้เพื่อนหันหน้ามา กรจึงต้องจำใจหันมาพูดว่า

“เออ ตั้งแต่มึงย้ายไปเรียนที่กรุงเทพนั่นแหละ ไม่กี่เดือน แม่งก็ควงคนอื่นแล้ว”

“แล้วทำไมมึงไม่บอกกู” ลมถามเสียงต่ำ

กระดิ่งหันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่ามีคนในร้านสนใจกลุ่มของพวกเธอหรือไม่ แต่ไม่มีใครสนใจ กระดิ่งจึงหันไปมองกรที่ถอนหายใจยาว ก่อนตอบว่า

“ถ้ากูบอก มึงจะเชื่อไหม มึงรักของมึงจะตาย แถมผู้หญิงแม่งก็... เออ กูไม่อยากใจหมาด่าผู้หญิง แสดงละครเก่งชิบ ถ้ากูไม่บังเอิญไปเห็นตอนกูโดดเรียนพิเศษกับตา ก็คงงงเป็นไก่ตาแตกเหมือนมึงนี่แหละ”

“กูฮาตรงมึงเล่าว่าโดดเรียนพิเศษนี่ละ ไอ้สัส จำเป็นต้องเล่าละเอียดขนาดนี้ไหมวะ” ชัยตอกหน้าเพื่อน แต่ก็หุบปากเงียบ เมื่อคนเล่าหันมาถลึงตาใส่ ตลกไม่ดูตาม้าตาเรือ เขากำลังพูดเรื่องจริงจังนะ

“หรือที่เขาหึงลมมาก ก็เพื่อกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง” ธีสอดขึ้นวิเคราะห์เรื่องราวย้อนหลัง

นั่นทำให้ลมห่อเหี่ยวจนต้องเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หลังงองุ้ม

กรยกมือตีไหล่เพื่อน แล้วพูดปลอบ

“เอาน่ามึง ถือว่ารู้เร็ว ดีกว่ารู้ช้า”

ลมก้มมองมือตัวเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก พลางส่ายหน้า “กูไม่รู้”

เพื่อนทั้งหมดหันมามองหน้ากันอย่างตื่นตะลึง ขณะที่ลมพูดต่อ

“กูโดนบอกเลิกมาหลายครั้งแล้ว แต่แป๊บเดียวก็กลับมาคืนดีกัน ครั้งนี้กูแค่โมโหไปหน่อย เลยไม่ได้ตามไปง้อทันที”

“หมายความว่า นี่แค่การบอกเลิกตามปกติของพวกมึง” กรสรุปเสียงสูงอย่างรู้สึกผิดท่า

ลมพยักหน้า ส่วนธีก็ก้มหน้าอย่างปลง

“อ้าว เชี่! ชัย กับ กรร้องอุทานขึ้นพร้อมกัน

กรดิ่งก็ถึงยกมือปิดหน้าอย่างปลงตกไปด้วย นี่มันตลกร้ายชัดๆ เพราะคิดว่าลมถูกบอกเลิกเลยอยากพามาร้านนมหาอะไรกินคลายเครียดเพื่อนจะได้สบายใจขึ้น แต่ดันกลับไปเจอปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมอีก

“นมโกโก้ นมชมพู และนมน้ำผึ้งหวานน้อยมาแล้วค่ะ” เสียงพนักงานเสิร์ฟดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของคนทั้งโต๊ะ กระดิ่งเงยหน้าขึ้น แล้วเอื้อมมือไปรับแก้วนมมาตั้งตรงหน้าตัวเองทีละแก้ว เธอจงใจเลือกนมมาหลายแก้วหลายรสเพื่อให้ลมกิน การได้น้ำตาลเข้าไปในเวลาที่เราเศร้า อาจทำให้อารมณ์เราดีขึ้น แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูก

“กู...ทำอะไรผิดวะ” ในที่สุดลมก็เอ่ยขึ้น

กรเหลือบมองเพื่อนแล้วตบไหล่ “มึงไม่ผิดหรอก ผู้หญิงแม่ง...เอ้อ นั่นละ มึงไม่ผิดโว้ย ยืดอกไว้ สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยอยากได้มึงเป็นแฟนใจจะขาด จะสนอะไรกับผู้หญิงคนเดียววะ”

ลมระบายลมหายใจยาว แล้วเอื้อมไปคว้านมโกโก้มาดูดรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะต่อด้วยนมชมพู และนมน้ำผึ้ง ท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของผองเพื่อน

“พี่ครับ ขอนมทุกรายการที่มีเลยอย่างละแก้วครับ” ลมตะโกนบอก

ธีรีบเอื้อมไปหยิบกระดาษรายการมาติ๊กตามนั้น แล้ววิ่งไปส่งให้พี่เจ้าของร้านซึ่งมองลูกค้ารายใหญ่ของวันด้วยสายตาแปลกใจ

“เออ กินให้พุงแตกไปเลย” ชัยสนับสนุน

“เลี้ยงฉลองความโสดไง” กระดิ่งพูดต่อ อย่างน้อยลมก็เริ่มระบายความอัดอั้นข้างในบ้างแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดีกว่านั่งซึมกระทือแน่นอน

“เอาให้เมานมไปเลยเนอะมึง” กรสรุป แล้วจิ้มขมมปังเนยนมที่เพิ่งนำมาเสิร์ฟป้อนใส่ปากเพื่อนรักเรื่อยๆ ลมเองก็อ้าปากรับ กินเอากินเอาท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อน

ผู้ใหญ่หลายคนพูดเสมอว่า ความรักในระดับมัธยมเป็นความรักของเด็กน้อย เป็นความรู้สึกฉาบฉวย ไม่นานก็จางหายไป ความรักที่ยั่งยืนมักเกิดขึ้นในเวลาที่เราเรียนจบไปทำงานแล้ว แต่กระดิ่งคิดว่า ทุกครั้งที่ใครคนหนึ่งเริ่มมีความรัก ไม่มีใครคิดหรอกว่า ความรักของพวกเขาเป็นความรักที่ฉาบฉวยและจะหายไปในสักวันหนึ่ง มีแต่จะคิดว่า อยากให้ความรักนั้นอยู่กับเราไปนานแสนนาน

ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็อยากรักษาความรักให้เบ่งบานตลอดไป แต่ ความรัก คงไม่ใช่ดอกไม้ที่เลี้ยงได้ง่าย ดังนั้น จึงชอบมีเหตุให้ดอกรักต้องเหี่ยวเฉาลงในเวลาที่ไม่สมควร เพราะมันเป็นแบบนั้นไง กระดิ่งจึงไม่เคยคิดจะเริ่มมีความรักกับใครเลยสักครั้ง หากต้องการแค่ใครสักคนเวลาที่เราเหงาละก็...เพื่อน ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ

“เอ้า กระดิ่ง ดื่ม!

กระดิ่งคว้าแก้วนมของตัวเองยกขึ้นชนแก้วกับของเพื่อนทั้งสี่คน แล้วดึงกลับมาดูดนมแข่งกันจนหมดแก้ว

เพราะความรักไม่ได้มีรูปแบบเดียว และเราเลือกได้ที่จะปรับสมดุลความรักนั้นอย่างไร กระดิ่ง เชื่ออย่างนั้น


>>> แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <<<


Writer : Kalthida

(IG & Twitter : kalthida)

Writer Assistant : Veerandah

(IG & Twitter : veerandah)


Dent Talk :

บางทีโลกเราก็มีตลกร้ายนะคะ แต่ความรักก็คือความรัก มันสวยงาม แต่เปราะบาง ผู้ชายของนิยายเรื่องนี้ เป็นตัวแทนของความรักหลายๆ แบบค่ะ ตอนนี้ก็ออกมาสองหนุ่มแล้ว คนหนึ่งรักเขาข้างเดียว ส่วนอีกึคนห็รักมั่นคงแต่กลับโดนหักหลัง แหม อีกสองคนจะเป็นความรักแบบไหน คณะทันตแพทยศาสตร์จะกลายเป็นศาลาคนเศร้าหรือเปล่า อันนี้คงต้องรอลุ้นกัน

สำหรับตัวละครที่อยู่ๆ ก็โดดเด่นขึ้นมาเลยในตอนนี้อย่าง 'กร' เป็นการผสมรวมของลักษณะผู้ชายอารมณ์ดีหลายๆ คนเอาไว้ กัลโชคดี ที่เพื่อนผู้ชายที่เลขที่ติดกัน เป็นคนอารมณ์ดี ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่หลายคน ประกอบกับกัลอาจเป็นคนเส้นตื้นด้วย พอเลือกคาร์สำหรับเป็นตัวสร้างบรรยากาศ เลยผลิตหนุ่มคนนี้ออกมา

แต่ไหงเขียนไปเขียนมา พ่อหนุ่มคนนี้กลายเป็นขวัญใจนักอ่านทดลองของกัลกันหมดเลย อาจจะเรียกว่าแย่งซีนเก่งก็ได้ค่ะ 55555 


ปล. สำหรับ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง ของกัลที่ผ่านเข้ามาอ่าน กัลอยากให้มองว่า นี่เป็นบันทึกความทรงจำที่ใส่สีตีไข่ของกัลฝ่ายเดียว ตามประสาคนฟุ้งซ่านมากกว่า กัลไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อย่างไรนี่ก็คือ นิยายเพื่อความบันเทิง อ่านเอาเล่นๆ สนุกๆ พอให้คิดถึงกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1,624 ความคิดเห็น

  1. #1567 jjzon (@jjzon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 22:31
    เรื่องนี่ใครนางเอกพระเอกยังงงๆยุ
    #1567
    0
  2. #469 P-kongkwan (@prakykwan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 21:57
    กระดิ่งน่ารักจัง สดใส ร่าเริง มองโลกแง่ดี เป็นเพื่อนที่ดีมาก...ลมจร้าอกหักไม่เป็นไรน่ะ ยังมีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง 😘😘
    #469
    0
  3. #112 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:06
    น่ารัก อกหัก ชนแก้ว.......นม 55555555
    #112
    0
  4. #111 พลอย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 19:35
    ดื่มเหล้ามันขม. ดื่มนมดีกว่า.
    #111
    0
  5. #110 ขวัญ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 19:02
    มาลุ้นรอตอนต่อไป เขาจะจีบกันยังงัยน้อ
    #110
    0
  6. #109 z-par (@z-par) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 18:12
    ชอบนิยายไรท์ค่ะ. อกหักแล้วดื่มนม. ดีต่อสุขภาพ. 55555
    #109
    0
  7. #108 caramel cream (@kimkibum_key) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:52
    ทำไมกระดิ่งน่ารักแบบนี้ คือชอบตรรกะความคิดนางเอกเรื่องนี้
    #108
    0
  8. #107 มายอีฟ. (@evening731) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:36
    สงสารลมมากกก นางหนักแน่นในความรู้สึกตัวเองมากกก พลาดแล้วก้อยย
    #107
    0
  9. #106 Gray princess (@tingrebellion) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:21
    #ทีมลมกระดิ่งมาแล้ววววว
    #106
    0
  10. #105 littlestar crazy (@sky37) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:11
    อ้าว เป็นงั้นไป ไม่เป็นไรนะลม กระดิ่งกับลมกำลังจะมาแล้วสินะ พี่ป๊อกรุกหนักมาก ยอมแล้ว
    #105
    0
  11. #104 Nomomind (@nomomind) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 16:48
    สงสารลม คบซ้อนอ่าา นิสัยไม่ดีเลย แต่กระดิ่งก็ออกมาได้ละ 5555555555 แต่ยังรักพี่ป๊อกเหมือนเดิมนะ
    #104
    0
  12. #103 piggirl (@piGGirl) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 16:21
    แอบสงสารลม แต่ก็ดีแล้ว   คู่ ลม กับ กระดิ่งจะได้เริ่มอย่างเป็นทางการ 5555555  เอ้าา เมานมกัน 
    #103
    0