Shaman's love

ตอนที่ 64 : 3rd Spell: iPotion - ตอนที่ 3 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

สวัสดีค่ะทุกคน

 

ทำงานเพลิน มองดูยาฬิกา โห สามทุ่มแล้ว

เลยรีบมาโพสนิยายแบบด่วนๆ เลยค่ะ

หวังว่าจะมีคนอ่านรออยู่น้า

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

ปล. ตอนนี้วีขออนุญาตโพส เฉพาะในเด็กดีก่อนนะคะ

แต่ในตอนที่มีตัวแดงจะโพสเป็นตอนๆ ไป

ใน TSwriter เหมือนเดิมค่ะไม่ต้องห่วง

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Instargram: veerandah

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 3

 

มาเรียมตื่นนอนในตอนเช้าด้วยความสดชื่นกว่าทุกวันในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา หญิงสาวมองลูบมือไปตามผิวหนังแล้รับรู้ได้ถึงความสดชื่นที่อยู่ตามผิวหนัง แม้จะไม่อยากจะเชื่อ แต่รู้สึกว่าคำพูดของทายาทของหมอผีโอเมอร์ช่าคนนั้นจะถูกต้อง

เธออยู่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโรคระบาดเพื่อรักษาผู้ป่วย การที่เธอไม่ติดโรคหรือป่วยนับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีจริงๆ แต่ไม่มีอาการก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับเชื้อ ยาที่เขาให้เธอดื่ม ถ้วยแรกคือฆ่าเชื้อ ส่วนถ้วยที่สอง เขาบอกว่ามันจะช่วยทำให้เธอสดชื่น นั่นนับว่าถูกต้อง เพราะนอกจากพิษและเชื้อต่างๆ ที่เธอได้รับจะถูกทำให้สลายไปแล้ว มันยังทำให้เธอหลับสนิทอีกด้วย

แต่ถึงแม้จะรู้สึกความสดชื่น มาเรียมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่เธอควรจะชำระล้างร่างกายด้วยเหมือนกัน และจากที่เธอเห็นเมื่อวาน ที่นี่มีน้ำกินน้ำใช้ ดังนั้นก็น่าจะมีที่ที่ให้เธออาบน้ำได้

หญิงสาวขยับตัวไปดึงกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอมาเปิด พบแค่ของใช้จำเป็นและเสื้อผ้าแค่ชุดเดียว เพราะเธอคิดว่าจะมาไม่นานจึงไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามามากนัก อีกทั้งยังเพื่อความคล่องตัวในการเดินทางด้วย แต่นี่เธอต้องอยู่ที่นี่ถึงเจ็ดวัน เห็นทีเธออาจต้องขอยืมเสื้อผ้าของเจ้าของบ้านเสียแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรังเกียจไม่อยากให้เธอยืมหรือเปล่า

มาเรียมสะพายเป้ไว้ด้านหลังแล้วเดินออกจากห้องที่พักอยู่ ลมพัดยามเช้าพัดเข้าหน้าเธอ มันมีความเย็นผสมเล็กน้อยแต่มาเรียมรู้ดีว่าความเย็นนี้จะหายไปในพริบตาที่พระอาทิตย์เริ่มขยับตัวสูงขึ้น

หญิงสาวปีนลงตามบันดั้นเล็กๆ ที่ทดยาวลงมาสู่เบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันลงาถึงพื้นเธอก็สังเกตเห็นกองไม้ฟืนที่เหลือแต่เถ้าถ่าน ก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างสงสัยว่าโอเมอร์แลนเดอร์อยู่ที่ไหน  

“หาผมอยู่งั้นเหรอ”

มาเรียมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินสียงทัก เธอไม่ใช่คนวัญอ่อน แต่ไม่รู้ทำไม เธอถึงจับการเคลื่อนไหวของผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย เธอไม่สามารถได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าของเขาด้วยซ้ำ

“เอ่อ ฉันอยากอาบน้ำหน่อย คุณมีห้องน้ำใช่ไหม”

ชายหนุ่มมองเธอที่กำลังสะพายกระเป๋าคู่ใจนิ่ง แล้วเอ่ยบอกด้วยสีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจว่า

“ไม่มีหรอก น้ำที่มีอยู่นี้ไว้เพื่อผลิตน้ำดื่ม เข้าห้องน้ำกับรดน้ำต้นไม้เท่านั้น”

“อ้าว แล้วคุณไม่อาบน้ำบ้างเหรอ” มาเรียมถามเสียงหลง

“ผมไปอาบที่ลำธาร หรือถ้าบางทีแล้งมากๆ ก็ไม่อาบ”

“ห๊ะ!” มาเรียมอุทานออกมาอย่างไม่พูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าที่นี่ค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ถ้าถึงขั้นไม่อาบน้ำเป็นสัปดาห์ เธอก็รับไม่ได้เหมือนกันนะ

“งั้น ลำธารไปทางไหน ไกลไหม คุณช่วยบอกทางฉันหน่อยสิ จะให้ฉันไม่อาบน้ำเลยน่ะคงไม่ได้หหรอก”

 ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วกลับหลังหันเดินห่างออกไป ทำให้มาเรียมอ้าปากค้างพร้อมทำคอตกเพราะคิดว่าเธอคงต้องซักแห้งไปอีกเจ็ดวันแหงๆ

“อ้าว ยืนเฉยอยู่ทำไม ไม่อยากไปอาบน้ำแล้วเหรอ” เสียงทุ้มตะโกนถามทำให้มาเรียมเยหน้าขึ้นแล้วมองชายหนุ่มที่หยุดเดินแล้วหันมาเรียกเธอ

“คุณจะพาฉันไปลำธารเหรอ” หญิงสาวตมตาโตทำให้ชายหนุ่มเคร่งสีหน้ามากขึ้น

“มีของบางอย่างที่ต้องใช้ทำพิธีต้องไปเอาที่ลำธารพอดี” พูดจชายหนุ่มก็หันหลังกลับแล้วเดินต่อทำให้มาเรียมรีบกระชับสายสะพายกระเป๋าแล้ววิ่งตามทันที

“คุณ รอด้วยสิ”

มาเรียมเดินตามคนตัวสูงที่ไม่แม้จะหันกลับมามองเธอว่าจะตามทันหรือเปล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไม่ใช่ว่าเพราะเธอเหนื่อยที่เขาเดินเร็วเหมือนหนีอะไรอยู่ แต่เพราะเขาเดินตัดตรงออกมาเฉยๆ โดยไม่แม้จะพกอาวุธใดๆ ต่างหาก นี่เขาไม่กลัวโดนสิงโตลากไปกินหรือไง กว่าที่เธอจะมาถึงนี่ต้องฆ่าวัวไปตั้วสองตัวเชียวนะ แต่นี่เดินออกมาเฉยๆ เลย

“คุณ นี่คุณ  มิสเตอร์แชนโก้ คุณไม่คิดจะพกอาวุธหน่อยเหรอ”

“คุณกลัวอะไรงั้นเหรอ มิสพอนซ์ ถึงต้องพกอาวุธ” น้ำเสียงเรียบเฉยที่ตอบกลับมาไม่รู้ทำไมทำให้มาเรียมรู้สึกว่าเขากำลังประชดเธอกลับ

“ก็หลายอย่าง ลีอูบอกว่าที่นี่เป็นดงสิงโต คุณไม่กลัวมันจู่โจมคุณงั้นเหรอ”

กึก!

ร่างสูงตรงหน้าหยุดเดินแบบกะทันหันทำให้มาเรียมต้องชะงักเท้าตามแล้วมองไปรอบๆ เพราะกลัวว่าที่ชายหนุ่มหยุดจะเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงสัตว์ร้ายที่กำลังจะเข้ามาจู่โจม

“มีอะไรงั้นเหรอ” มาเรียมถามเสียงเบาขณะที่ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้าเธอนิ่งๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด

“สิงโตจะไม่โจมตีคุณแน่นอนหากอยู่ในอาณาเขตของผม คุณวางใจได้ แต่คุณอาจต้องลำบากใจเพราะคุณต้องอาบน้ำโดยมีผมอยู่ใกล้ๆ”

มาเรียมสบสายตาคมเข้มของผู้ชายตรงหน้าด้วยความตะลึง เธออาจเป็นหญิงสาวชามอเมริกันโดยกำเนิด แต่การที่จะให้อาบน้ำต่อหน้าผู้ชายที่เธอไม่รู้จัก มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำง่ายๆ โดยไม่รู้สึกอะไร แต่เธอก็รู้ว่าหากเธอต้องการอาบน้ำจริงๆ มันก็มีทางเลือกไม่มากนักหรอก

“ขอคำจำกัดความที่ชัดเจนกว่านี้ได้ไหมว่า ใกล้ๆ ของคุณนี่ คือ ใกล้แค่ไหน”

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะขำเธอ ทำให้มาเรียมนึกเข่นเขี้ยวในใจว่า หากเธอมีทางเลือกมากกว่านี้เธอก็คงไม่ถามเขาให้อายหรอก

“ที่ที่ใช้อาบน้ำอยู่หลังพุ่มไม้นี้ ปกติจะมีพวกสัตว์มากินน้ำบ้าง ผมจะกางอาณาเขตให้อยู่ตรงนี้ คุณรีบอาบก็แล้วกัน เพราะเราไม่ควรกันสัตว์ป่าออกไปนาน ความกระหายจะทำให้พวกมันหงุดหงิด” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับกลับหลังหันเดินไปยังพุ่มไม้แล้วลดตัวลงนั่งที่พื้นหญ้าแห้งแล้วหลับตาลงเหมือนคนที่กำลังนั่งสมาธิ

มาเรียมมองกิริยาท่าทางนั่นอย่างเหลือเชื่อ ทำไมเขาถึงทำตัวเหมือนคุ้นเคยกับการนั่งเฝ้าคนอาบน้ำอย่างกับทำอยู่บ่อยๆ ทั้งที่เธอเชื่อว่าไม่มีทางที่ที่นี่จะมีคนมาทัศนศึกษาอยู่เป็นประจำแน่ๆ แล้วยังชอบสั่งโน่นสั่งนี่เหมือนกับเธอเป็นเด็กๆ ถึงเธอจะอายุแค่สิบเก้า แต่ก็จวนยี่สิบอยู่แล้วไม่ใช่เด็กนักเรียนโรงเรีบยนประจำที่ต้องจับเวลาเวลาอาบน้ำเสียหน่อย

“คนประหลาด” มาเรียมเอ่ยขณะที่เดินอ้อมพุ่มไม้แล้วพบลำธารที่มีน้ำใสสะอาดกว่าที่เธอจินตนาการไว้ นั่นทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวถูกปัดทิ้งไปทันที เธอมองซ้ายมองขวาเหมือนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ เมื่อเห็นไม่มีใครแอบดูอยู่แน่ๆ จึงตัดสินใจถอดเสื้อผ้าแล้วรีบอาบน้ำ แม้จะรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องมาแก้ผ้าอาบน้ำกลางแจ้ง แต่ก็ดีกว่าต้องหมักหมมไปอีกเจ็ดวัน มาเรียมตั้งใจว่า เธอจะต้องอาบน้ำให้สะอาดที่สุด เพื่อจะทนไปให้ได้อีกสักสองสามวัน ค่อยขอชายหนุ่มให้พามาอาบน้ำอีกครั้ง เพราะเขาเองก็คงไม่ปลื้มที่ต้องมานั่งเฝ้าเธออาบน้ำทุกวันแน่ๆ

มาเรียมคิดพลางดึงผ้าถุงที่เธอได้มาเป็นของขวัญจากบ้านคนไข้คนนึงที่เธอไปรักษาให้ มาใช้ห่อตัวระหว่างอาบน้ำ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเคยไปเที่ยวเมืองไทยมาก่อนแล้ววิชาดาพาเล่นน้ำในคลองล่ะก็ เธอคงนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าเราจะอาบน้ำในลำธารได้ยังไง

สายน้ำน้ำที่กำลังไหลเอื่อยๆ ทำให้อาการเหน็ดเหนื่อยของเธอผ่อนคลายลง มาเรียมค่อยเดินลึงลงไปในน้ำช้าๆ อย่างระมัดระวัง โดยเลือกเหยียบลงบนก้อนหินไปทีละก้าวเมื่อลึกพอที่ประมานเอวเธอก็เริ่มกวักน้ำรดตัวช้าๆ

เสียงตวัดน้ำดังเป็นระยะทำให้โอเมอร์แลนเดอร์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาสบเขากับสิงโตตัวเมียตัวหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหา ในปากของมันคาบบางอย่างเอาไว้ และเมื่อดวงตาของมันสบกับดวงตาของเขา สิงโตตัวนั้นก็หมอบลงกับพื้นราวกับคำนับ คลายสิ่งที่มันคาบไว้ลงกับพื้น ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางการเดินเป็นเลี่ยงไปด้านข้างข้างแทน

เมื่อมันเดินไปไกลแล้ว โอเมอร์แลนเดอร์จึงยื่นมือออกไป และในพริบตาสิ่งที่สิงโตทิ้งไว้ก็มาอยู่ในมือของเขา ชายหนุ่มซุกมันเข้าปในกระเป๋าเสื้อและหลับตาลงอีกครั้ง แต่หูของเขายังคงได้ยินเสียงต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างดี ทั้งเสียงใบไม้ไหว เสียงย้ำเท้าของสัตวมายังลำธารเพื่อที่จะดื่มน้ำ เสียงเลื้อยของงูบนกิ่งไม้ หรือแม้แต่เสียงขยับตัวของปลาในน้ำ เพราะต้องกางอาณาเขตทำให้เขาจำเป็นต้องรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวทุกอย่างรอบๆ ตัว และนั่นก็กำลังทำให้เขาเจอกับปัญหาใหญ่

จ๋อม! จ๋อม! จ๋อม!

เสียงหญิงสาวที่อยู่เบื้องหลังพุ่มไม้เคลื่อนตัวพร้อมกับกวักน้ำเล่น มันก็เป็นเสียงปกติที่ไม่น่าทำให้โอมเมอร์แลนเดอร์รู้สึกอะไรได้เลย แต่ไม่รู้เพราะอะไร เสียงนี้กลับกำลังทำให้เขาจินตนาการว่ามันกำลังไหลไปตามเรือนร่างของหญิงสาวอยู่

นี่ดูไม่สมกับเป็นเขาเลย เพราะปกติเขาไม่เคยมีจินตนาการแปลกๆ กับผู้หญิงอย่างนี้ ไม่สิ! ต้องพูดว่าเกือบจะเป็นผู้หญิงดีกว่า เพราะทายาหมอผีคนนั้นเพิ่งอายุสิบเก้าเท่านั้นเขาที่อายุมากกว่าเธอเกือบสิบปี ควรที่จะมีสติและไม่ควรคิดอะไรที่เกินเลยกับเด็กผู้หญิงแบบนั้น

“ว้าย!

เสียงร้องของหญิงสาวที่อยู่อีกด้านของพุ่มไม้ทำให้โอเมอร์แลนเดอร์ขยับตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วไปหลังพุ่มไม้ แล้วภาพที่เห็นก็ต้องทำให้โมเอมร์แลนเดอร์ต้องโทษตัวเองอีกครั้งว่ามันไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย

หญิงสาวกำลังทะลึ่งตัวโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ผิวขาวสดใสภายใต้แสงแดดยามเช้าทำให้ผิวพรรณของเธอเปล่งประกายเหมือนแก้วที่สะท้อนแสงแดด เธอเอามือขึ้นลูบใบหน้าแล้วปิดที่จมูกเอาไว้คาดว่าคงสำลักน้ำตอนที่จมไป แล้วพอดวงตาสีเขียวมรกตนั้นเหลือบขึ้นจ้องมองเขา โลกทั้งใบของโอเมอร์แลนเดอร์ก็เหมือนจะหยุดนิ่งไป

ความรู้สึกปรารถนาแปลกๆ พุ่งเข้าจู่โจมเขาอย่างรวดเร็วจนเขาไม่อาจทันตั้งตัว เพราะยังไม่ทันใช้สมองสั่งการให้หักห้ามความรู้สึกที่กำลังไหลบ่าเข้ามา หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นรัวจนไม่สามารถควบคุมได้อีกแล้ว

นี่มันบ้าเรื่องอะไรกัน จะมาใจเต้นกับเด็กกะโปโลอย่างนี้งั้นเหรอ โอเมอร์แลนเดอร์อยากร้องในใจเพราะกลัวว่าถ้าหากหลุดปากออกมาจะทำให้อายหญิงสาวตรงหน้าเสียเปล่าๆ

มาเรียมจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังมองเธอนิ่งนานพลางทรุดตัวลงใต้น้ำจนเหลือแค่ศรีษะที่โผล่พ้นน้ำ

“ฉันไม่เป็นอะไร แค่ลื่นจากหินที่เหยียบอยู่เท่านั้นเอง”

“อะ...อืม” ชายหนุ่มรับคำแต่ไม่มีทีท่าจะขยับตัวไปไหน

+++++++++++

++++++

+++

+

บางทีวีก็คิดว่า เป็นวีหรือว่าพระเอกของวีที่เป็นคนชอบคิดลึก 5555

+

+++

++++++

+++++++++++

“แล้วคุณจะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม”

“เอ่อ ขอโทษด้วย แต่คุณเองก็ไม่ควรอยู่ในน้ำนานนัก ที่นี่ไม่ได้มีแค่สัตว์บกหรอกนะ” พอโอเมอร์แลนเดอร์พูดจบมาเรียมก็รีบขยุบตัวลุกขึ้นทันทีด้วยความตกใจ แต่ก็ย่อตัวลงอีกเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังมองอยู่

“ก็ไหนว่าถ้าคุณอยู่แล้วจะปลอดภัยทุกอย่างไงล่ะ”

“ผมเป็นแค่หมอผี ถึงควบคุมได้แต่ก็เอาชนะธรรมชาติไม่ได้ตลอดหรอก ทางที่ดีอย่าอยู่ในน้ำนานนักจะดีกว่า” โอเมอร์แลนเดอร์เตือนด้วยน้ำเสียงเดิมพลางหันหลังให้หญิงสาวแต่ก่อนที่เขาจะขยับตัวก็ต้องหันมาอีกครั้ง

“ทำไมล่ะ”

“ผมกันสัตว์ใหญ่ได้ แต่แถวนี้มีงูน้ำอยู่ ถึงมันไม่จู่โจมคุณ แต่มันอาจจะอยากมาเล่นยน้ำกับคุณก็ได้”

พอพูดจบเท่านั้นแหละ โอเมอร์แลนเดอร์ก็ต้องยกมุมปากสูงเพราะท่าทางลุกขึ้นยืนแล้วเดินลุยน้ำอย่างลุกลี้ลุกรนของมาเรียมมันดูตลกในสายตาเขา และด้วยความรีบร้อนทำให้หญิงสาวเซตัวเหมือนจะล้มลงอีกครั้งตอนที่จะเดินขึ้นตลิ่งทำให้ชายหนุ่มรีบขยับตัวเข้าไปรับหญิงสาวเอาไว้

ดวงตาสองคู่ที่สบเข้าหากันแล้วก็ตรึงติดอยู่แบบนั้น มือหนาที่กำรอบแขนบางกระชับแน่นจนเขารับรู้ถึงความเรียบเนียน มันเหมือนผ้าเนื้อดีที่ไม่คู่ควรกับมือที่หยาบกร้านของเขา แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะทำให้โอเมอร์แลนเดอร์อยากรู้เหลือเกินว่าผิวของหญิงสาวในอ้อมกอดเขาตอนนี้เรียนเนียนไปทุกตารางนิ้วหรือไม่

ความสงสัยบ้าๆ โอเมอร์แลนเดอร์ดุตัวเองแล้วปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วก้าวถอยหลัง

“ขอโทษด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท ผมไปรอที่เดิมนะ”

มาเรียมมองผู้ชายที่ขยับตัวออกห่างเธออย่างไม่เข้าใจ เธอไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร รู้แต่ว่ามันรู้สึกร้อนๆ ตรงแขนที่เขาจับ แถมแววตาวาวๆ ตอนที่เขามองมาอีก มันทำให่เธอรู้สึกใจสั่นๆ อย่างไรชอบกล แต่ถึงจะรู้สึกแปลกๆ เธอก็รีบแต่งตัวเพราะจะมามัวชักช้าก็กลัวเธอจะกลายเป็นเหยื่อสิงโตหรือไม่ก็ต้องกลายไปเป็นเพื่อนว่ายน้ำกับงูไปเสียก่อน

 “คุณ ฉันเสร็จแล้ว” เสียงหวานที่ติดจะหอบเล็กน้อยทำให้โอเมอร์แลนเดอร์ลืมตาขึ้นพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืน มองผมสีบลอนด์ที่ยังคงเปียกชื้นและใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางค์ที่กำลังมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่ยังคงมีความกังวลเล็กยน้อย

“เอ่ออย่างนี้...แสดงว่าตอนเย็นฉันก็จะมาอาบน้ำไม่ได้แล้วใช่ไหม” มาเรียมถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งแม้ไม่มีหวังก็ตาม

“ก็ถ้าอยากเป็นอาหารสัตว์ตอนกลางคืนจะมาก็ได้” ชายหนุ่มพูดเหมือนตั้งใจจะเย้ามาเรียมทำให้หญิงสาวค้อนให้ทันที

“เอ๊ะ นี่คุณจะกวนฉันทำไม แกล้งฉันได้นี่มีความสุขนักเหรอ เราเพิ่งรู้จักกันแท้ๆ ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่ชอบงั้นเหรอ”

แค่คุณทำให้ผมใจเต้นแรง คุณก็ผิดมากแล้ว สาวน้อย โอเมอร์แลนเดอร์ตอบในใจโดยที่ไม่คิดจะพูดออกมาให้หญิงสาวรู้ความคิดของเขา

ลมหอบใหญ่พัดเข้ามาทำให้โอเมอร์แลนเดอร์หันหน้าไปทางทิศทางที่ลมพัดมาแล้วหยุดยืนนิ่งกลางทุ่งหญ้าก่อนถึงที่พัก ทำให้มาเรียมหยุดเดินเช่นกัน

“มีอะไรงั้นเหรอ”

“เปล่าไม่มีอะไร พวกเรารีบกลับไปที่ที่พักดีกว่า” ชายหนุ่มปฎิเสธแล้วเดินต่อแต่มาเรียมคิดว่าเขาจะต้องมีอะไรปิดบังแน่ๆ แต่เธอก็เลือทกี่จะยังไม่ถามออกมา เพราะเกิดเธอไปทำให้เขาไม่พอใจแล้วเขาทิ้งเธอไว้แถวนี้เธอมิแย่หรือ

เอาไว้ถึงที่พักก่อนค่อยถามก็ได้

 

แปะ! แปะ! แปะ!

เสียงน้ำฝนกระทบพื้นระเบียงทำให้มาเรียมรู้คำตอบของท่าทางรีบร้อนของชายหนุ่มได้โดยไม่ต้องถามอีก แต่แทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดใจแทน เขาเป็นแค่หมอผี ทำไมถึงร้าสภาพดินฟ้าอากาศได้แม่นยำขนาดนี้

ไม่ได้ครอบครองจิตวิญญาณแห่งพงไพร เหมือนคริสเสียหน่อย แต่เราอาจจพประเมินเขาสูงไปก็ได้

“ฉันรู้มาคุณพยากรณ์การเกิดของโรคระบาดได้ล่วงหน้าด้วย คุณทำได้ยังไงเหรอ”

เมื่อไม่มีอะไรทำมาเรียมก็เริ่มหาเพื่อนคุย เพราะมันน่าอึดอัดนะ กับการต้องนั่งเงียบๆ ในบ้านที่ไร้ซึ่งไฟฟ้าและสิ่งที่ก่อกำเนิดเสียงอื่นๆ แล้วปล่อยให้เสียงฝนดังอยู่อย่างเดียว

“มันก็เป็นความสามารถทำนายทั่วๆ ไปที่หมอผีก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ” โอเมอร์แลนเดอร์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมากจากการมัดกิ่งไม้สมุนไหรเล็กๆ เป็นกลุ่มก้อนด้วยเส้นใยที่ที่มาเรียมคาดว่าน่าจะทำมาจากเถาวัลย์

“ไม่ได้สักหน่อย ปกติความสามรถในการทำนายเป็นของแม่มดต่างหาก หมอผีใช้ได้แค่พลังวิญญาณของตัวเอง ไม่สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้เสียหน่อย” มาเรียมแย้งทำให้โอเมอร์แลนเดอร์เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งอยู่คนละฟากห้องกับเขา

“หากโลกนี้สามารถมีแม่มดสามพี่น้องได้ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่า จะต้องมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกในพื้นที่ๆ อื่นของโลกด้วย”

“นี่คุณจะหมายความว่า...”

“ไม่ว่าเมื่อไร มนุษย์ที่ไม่ลดความพยายามก็เป็นที่รักของเทพเจ้าเสมอ ในตอนที่ธรรมชาติมอบความหนาวเหน็บมาเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งมนุษย์ เทพเจ้าก็ได้มอบอาวุธเพื่อต่อสู้กับมันเช่นกัน คุณคิดว่าเปลวไฟมายังโลกใบนี้ได้ยังไงงั้นเหรอ”

มาเรียมนึ่งอึ้งนึกถึงตำนานที่เกี่ยวกับการกำเนิดของไฟ แล้วขณะนั้นเองที่แสงแปลบแปลบของสายฟ้าก็สว่างวาบขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำรามของท้องฟ้าที่ทำเอาเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งบ้านที่ถูกสร้างบนต้นไม้

“เพราะฟ้าผ่าลงที่ต้นไม้ทำให้มนุษย์ค้นพบเปลวไฟ อย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ และนามที่เทพเจ้ามอบให้แก่พวกเราผู้ค้นพบเปลวไฟก็คือนามเดียวกับพระนามของพระผู้มอบพลัง...แชนโก้[1]

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกระรอกพร้อมกับแววตาที่ประหลาดใจของมาเรียม เพราะนี่เป็นเรื่องราวที่ไม่เคยมีใครเล่าให้เธอฟังมาก่อน เธออาจจะอายุน้อย แต่ก็เป็นทายาทสายตรงของแม่มดมาดอนน่า เธอต้องเรียนรู้หลายๆ อย่างเพื่อเตรียมพร้อมที่จะสืบทอดตำแหน่ง แต่ไม่เคยมีใครบอกเธอว่า หนึ่งในลูกศิษย์ของวิทเชส พอนซ์ มีมนุษย์ที่มีสายเลือดของเทพรวมอยู่ด้วย

“พวกคุณเป็นมนุษย์ที่มีสายเลือดของเทพงั้นเหรอ”

“ก็เทพแชนโก้ไม่ได้มีนิสัยรักเดียวใจเดียวเหมือนอย่างเทพแพนนี่”

มาเรียมอ้าปากค้างกับคำพูดหยอกล้อบรรพบุรุษของชายหนุ่มแล้วก็ต้องงับปากลงเมื่อเขาพูดต่อว่า

“แต่ความรักของท่านก็ทำให้มนุษย์สามารถอยู่บนแผ่นดินที่แสนโหดร้ายอย่างที่นี่ได้โดยไม่สูญพันธุ์ พวกเราต้องทำหน้าที่ดูแลและปกป้องภยันตรายของผู้คนแถบนี้ไว้ และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แชนโก้เข้าร่วมไทรแองเกิล และยอมเป็นลูกศิษย์วิทเชส พอนซ์ เพราะศาสตร์ความรู้ที่ท่านอาจารย์ใหญ่มี มันมีประโยชน์ต่อคนในพื้นที่นี้ไม่น้อยเลย”

“แต่ฉันได้ข่าวว่าคุณไม่ได้ช่วยคนทุกคนนี่ บางคนคุณก็ปล่อยให้ตาย ไม่สิ อาจจะไม่ใช่คุณ แต่เป็นผู้เฒ่าโอเมอร์ช่า”

“ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เพราะการที่ต้องมีชีวิติอยู่พร้อมกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจต่างหากที่น่ากลัวที่สุด”

“จะพูดว่า บางทีความตายอาจเป็นคำอวยพรมากกว่าคำสาป สินะ ฉันได้ยินมาจากลีอูแล้วล่ะ แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันทำไม่ได้จริงๆ ที่เห็นคนป่วยตรงหน้า ทั้งที่รู้วิธีช่วยแล้วไม่ช่วย”

โอเมอร์แลนเดอร์มองหน้าหญิงสาวอายุไม่ถึงยี่สิบแสดงความคิดเห็นแย้งหลักปฎิบัติของครอบครัวของเขานิ่ง เขาไม่ได้รู้สึกโกรธ หรือไม่พอใจกับคำพูดนั้น เพียงแต่คำพูดนี้ของเธอมันยืนยันตัวตนของหญิงสาวได้ดีว่ามีจิตใจที่เมตตากว่าภาพลักาณ์แข็งๆ ที่แสดงออกมามาก

“นั่นเป็นทางเลือกของผู้รักษาแต่ละคน แต่คุณก็ควรรู้ด้วยว่า ต่อให้ช่วยไว้ มนุษย์ก็ยังต้องตาย ยืดเวลาตายได้ แต่ไม่ยอมตายนั้นเป็นไปไม่ได้ และเมื่อเลือกที่จะอยู่ก็ต้องรับความเจ็บปวดให้ได้ ไม่ใช่แค่คนที่รอดตาย แต่คนที่ช่วยให้รอดตาย ก็ต้องแบกรับความเจ็บปวดนั้นด้วยเช่นกัน”

มาเรียมมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม แล้วพบว่าเธออาจใจเร็วไปนิดหนึ่งที่ตัดสินว่าเขาใจร้าย เพราะสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมานั้นก็มีส่วนถูก เพราะหากปล่อยให้ตายไปแล้วดีกว่า กลับช่วยให้เขาไม่ตาย คนที่ช่วยต้องมองคนทุกข์ทรมาน มันจะมีความสุขใจได้อย่างไร

“แล้วเพราะพลังของเทพแชนโก้เหรอ พวกคุณเลยช่วยคุณย่าทวดดึงพลังลูเซียนออกมาได้” มาเรียมเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะคิดฟุ้งซ่านมากไปแล้ว

“ใช่”

“ด้วยการทำพิธีแบบไหนเหรอ” มาเรียมถามด้วยความแววตาสนใจทำให้ชายหนุ่มหลุบตาลงมองพื้นอีกครั้งและ

“ผ่านการเสพสังวาสทางจิตวิญญาณ”

“ห๊ะ!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แค่ชื่อพิธีที่ต้องทำก็ดูจะน่าสงสัยยังใงก็ไม่รู้สิเน๊าะ

จะเป็นยังไงรออ่านตอนหน้านะคะ^__^V



[1] เทพแชนโก้ (Shango) คือ 1 ใน 3 ของเทพเจ้าสายฟ้าในตำนานความเชื่อของแอฟริกาและลัทธิวูดู ซึ่งเทพแชนโก้ถูกจัดให้เป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่มีพลังสูงสุด จนได้รับสมญานามว่า African Storm God หรือ God of Thunder and Lightning ซึ่งในสมัยโบราณทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อวทุกคนจะต้องตะโกนเรียกชื่อเทพแชนโก้เพื่อแสดงความเคารพ ซึ่งเชื่อกันว่า เทพแชนโก้นั้นเป็นเทพที่รักความยุติธรรมและจะคอยปกป้องคนดี และผู้ที่กระทำผิดจะถูกลงโทษด้วยการโดนฟ้าผ่า เทพแชนโก้มีอาวุธเป็นขวานที่มีความคมทั้งสองข้างและหม้อ

นิยายชุด Shaman's Love 

1st Spell: iWitch 

E-book version มีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบ non-Apple และ Apple ค่า 



2nd Spell: iDowsing 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #463 Slammer15 (@a21189s) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    เป็นชื่อพิธีที่ทำให้ลุ้น 555
    #463
    0
  2. #462 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 22:26
    ใจเต้นแทน
    #462
    0