Shaman's love

ตอนที่ 5 : 1st Spell: iWitch - ตอนที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 เม.ย. 58

สวัสดีค่ะทุกคน

 

 

วีขอโทษจริงๆ นะคะ ที่มาแบบข้ามวันแบบนี้

พอดีช่วงนี้เป็นติ่งรายการร้องเพลง เดอะ สตาร์ 555

มัวแต่ดูเลยลืมมาอัพตอนใหม่ แงๆ อย่าโกรธกันนะคะ

 

สำหรับตอนนี้ พ่อพระเอกหมอผีเผือก ผสุ ของเราจะได้เจอกับ

แม่มดวิชาดาแล้วค่ะ ติดตามกันแบบหายใจรดต้นคอได้เลยค่ะ

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

 

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 4

 

กว่าวิชาดาจะออกจากห้างสรรพสินค้าก็ปาเข้าไปเกือบเวลาห้างปิดแล้ว เสียงส้นรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นดังก้องไปทั่วลานจอดรถที่เกือบจะร้างไร้ผู้คน

ปิ๊ด! ปิ๊ด!

เสียงสัญญาณปลดล็อกรถสปอร์ตคันหรูของวิชาดาดังขึ้นทันทีที่เธอเดินมาถึงรถ หญิงสาวเลือกเปิดประตูฝั่งข้างคนขับเพื่อวางถุงข้าวของที่เธอหอบหิ้วไว้จนเต็มทั้งสองมือไว้ที่เบา ก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถมาเพื่อมายังฝั่งคนขับ แต่เธอก็ต้องชะงักเท้าไว้เพราะมีสายลมรุนแรงที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นโดยผิดธรรมชาติ

“อะไรกันน่ะ”

วิชาดาอุทานพลางยกมือขึ้นจับผมยาวสลวยเพื่อไม่ให้ลมพัดตีกันจนยุ่ง แล้วรีบหันหลังเพื่อไปยังทิศที่ลมก่อตัวขึ้นแล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเพราะเบื้องหลังของเธอปรากฎร่างวิญญาณชายฉกรรจ์จำนวนสามตนยืนจังก้าห่างออกไปไม่ถึงก้าว แต่ยังไม่ทันที่สิชาดาจะตั้งตัว วิญญาณทั้งสามตรงเข้าบีบคอเธอพร้อมๆ กัน

“กริ๊ด!” วิชาดาหวีดร้องทันทีด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่มือของเหล่าผีร้ายจะแตะถูกตัวของงวิชาดา แสงสว่างก็เปล่งออกมาจากตัวของเธอทำให้ผีทั้งสามตัวก็กระเด็นถอยห่างออกไปทันที

“พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร” วิชาดาตะโกนถามแต่พี่ร้ายก็ไม่ยอมตอบแต่พยายามพุ่งเข้ามาหาเธออีกครั้ง

“ห้ามแตะต้องตัวฉันนะ ฉันไม่อนุญาต” วิชาดาเอ่ยสั่งทำให้ผีทั้งสามตนถูกพลังบางอย่างกันให้เด้งตัวออกไปอีกครั้ง

“ถ้าจะมาขอส่วนบุญทำไมไม่มาดีๆ ฉันยินดีให้ มาขู่ให้กลัวแบบนี้ ฉันไม่กลัวหรอกนะ” วิชาดาร้องเอ่ยพลางยกมือขึ้นจับคอตัวเอง แม้จะมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยแต่ก็อดรู้สึกเสียวสันหลังไม่ได้

ไม่ค่อยได้ใช้วิชากั้นอาณาเขตนานแล้ว ดีที่วิชาไม่ฝืด ถ้าโดนผีกระจอดทำร้าย สงสัยคุณย่าคงลุกมาจากหลุม สั่งให้นั่งคัดคาถาหมื่นรอบแน่ๆ

วิชาดาคิดพลางค่อยๆ ยกมือขี้นพนมเพื่อจะอุทิศส่วนกุศลให้กับผีทั้งสามตน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะอธิษฐานอุทิศส่วนกุศล ผีทั้งสามตนนั้นก็พุ่งเข้าหาเธออีกครั้งราวกับไม่กลัวว่าจะชนกับอาณาเขตที่เธอสร้างขึ้น

“ออกไปนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของพวกแก”

วิชาดาออกคำสั่งอีกครั้งทั้งที่ยังพนมมือไว้ แต่สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็เกิดขึ้นเมื่อผีสองตนผ่านกำแพงอาณาเขตของเธอมา และตรงเข้าจับข้อมือของเธอตนละข้าง แล้วแยกมือเธอออกจากกันตรึงเธอไม่ให้สามารถขยับหนีได้

วิชาดาเปิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วร้องเสียงหลงเมื่อผีตนที่สามตรงเข้าบีบคอเธอ

“อย่านะ!” วิชาดาร้องสุดเสียงแต่เสียงของเธอก็ขาดหายไปทันทีเพราะแรงบีบจากมือหนาของผีตนที่สาม และความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกมาจุกอยู่ลำคอ แววตาหวานสบเข้ากับดวงตาไร้ชีวิตของผีตรงหน้า มันทำให้เธอแน่ใจว่า ผีตรงหน้าตั้งใจจะฆ่าเธอ

ไม่นะ ฉันยังไม่อยากตาย วิชาดาร้องบอกตัวเองในใจและพยายามขัดขืน แต่ดูเหมือนพละกำลังของเธอกลับมลายหายไปจนหมดชิ้น

“ชะ...ดะ....” วิชาดาเอ่ยกระท่อนกระแท่นพลางหลับตาแน่นเพื่อความหวังว่าจะมีใครมาช่วย

คุณย่าช่วยวิด้วย วิชาดาร้องตะโกนในใจและพยายามพูดออกเสียงออกมาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ และในชั่ววินาทีที่เธอเกือบหมดสติ เสียงของทุ้มของใครบางก็ดังขึ้น

“ใบที่หนึ่งแด่พ่อแม่ ใบที่สองแด่บรรพบุรุษ ใบที่สามหยุดที่ตัวเรา ใบที่สี่แด่ผู้โง่เขลา สะกดเจ้าไว้ใต้ยันต์นี้”

อ๊าก! กึก!

เสียงร้องโหยหวนของผีร้ายทั้งสามตันดังก้องอยู่ข้างหูของวิชาดาก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมๆ กับแรงบีบที่คอและข้อมือทั้งสองของเธอ

วิชาดาหมดแรงแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงกองกับพื้นเพราะขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน หญิงสาวพยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้เธอจะยังไม่ลืมตาในทันทีแต่หูของเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ๆ เธอ

ใครกันน่ะ?

วิชาดาคิดและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองหาคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ แต่ตาของเธอก็ยังพร่าเลือนทำให้เห็นภาพคนตรงหน้าไม่ชัด เธอจึงต้องกะพริบตาถี่ๆ หลายครั้ง กว่าจะได้เห็นว่าคนที่มาช่วยชีวิตเธอคือ ผู้ชายแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวกับเสื้อเชิ้ตลายตารางหมากรุกกับกางเกงยีนส์สีเก่าซีด

วิชาดาเอียงหน้าเพื่อจะได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดๆ แต่เพราะเขามัวแต่พึมพัมอะไรบางอย่างกับกระดาษสีเหลืองซึ่งถูกเขียนด้วยอักษรสีแดงคล้ายๆ อักษรภาษาจีน ลักษณะคล้ายยันต์กันผีที่แปะอยู่ตามบ้านเรือน ซึ่งกำลังลอยอยู่ตรงหน้าเธอ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” วิชาดาพูดคำแรกออกมาพลางก้มมองข้อมือของตัวเองซึ่งมีรอยแดงปรากฎขึ้นเป็นริ้วๆ รอบข้อมืออย่างเห็นได้ชัด

หลักฐานยืนยันชัดขนาดนี้จะให้พูดปลอบใจตัวเองว่า มันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาก็คงเป็นการโกหกที่แย่จนเกินไป แถมหัวใจที่เต้นโครมครมในอกนี้อีกละ เธอกำลังตกใจและรูสึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ ปี และไม่ใช่ตกใจเพราะเห็นผีหรือสิ่งเหนือธรรมชาติด้วย

แต่เป็นความรู้สึกหวาดกลัว ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของวิชาดา ที่ผีสามารถทำอันตรายเธอได้ มันไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ ต้องพูดว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้ต่างหาก ที่เธอจะถูกผีทำร้าย

เธอเป็นใคร? แม่มดวิชาดาเชียวนะ! ถึงคนอื่นจะไม่เข้าใจความหมายของฉายานี้ แต่ตัวเธอเอง เข้าใจถึงพลังอำนาจที่เธอมีเป็นอย่างดี นับตั้งแต่วันที่เธอรู้ว่า เธอเป็นใครนั่นแหละ

“เรื่องแบบนี้ไม่มีวันเป็นไปได้ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับฉันได้นะ” วิชาดาพูดออกมาอย่างเหลืออด ขณะยกมือขึ้นลูบคอที่ยังคงเจ็บอีกครั้ง

“แต่มันก็เป็นไปแล้วละคุณ จะให้ทำยังไงได้ ผมยังตกใจเลยตอนเห็นพวกเขาครั้งแรกน่ะ” เสียงทุ้มดังขึ้นเหมือนปลอบใจ ทำให้วิชาดาแหงนหน้าขึ้นมองก็พบมือของคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ กำลังยื่นออกมาเพื่อหวังจะช่วยเธอลุงขึ้น แต่เพราะเขายื่นออกมาอย่างทื่อๆ อย่างรวดเร็ว ทำให้วิชาดาสะดุ้งตกใจ

“โอ๊ะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจครับ แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ ผมเป็นคนแน่ๆ ไม่ใช่ผี” ชายหนุ่มมาดเซอร์ที่เธอยังเห็นหน้าไม่ชัดเอ่ยแบบติดตลกทำให้วิชาดานึกไม่ชอบใจที่ต้องให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาพูดปลอบใจเหมือนเธอเป็นผู้หญิงใจเสาะจิตอ่อน

บ้าจจริง ฉันรู้หรอกน่าว่าคุณเป็นคน

วิชาดาคิดพลางก้มหน้าซ่อนควาไม่พอใจเอาไว้ ทำให้เหลือบไปเห็นว่า อัศวินขี่ม้าขาวตรงหน้ากำลังยืนเหยียบกระเป๋าราคาเรือนแสนสุดที่รักของเธออยู่

“กรี๊ด! เอาเท้าออกไปนะ คนบ้า!” วิชาดากรีดร้องแล้วผลักหน้าขาชายหนุ่มอย่างแรงจนชายหนุ่มเซจนล้มลงไปนั่งกับพื้นและมองที่วิชาดาคว้ากระเป๋ามากอดอย่างทนุถนอมด้วยสายตากึ่งตกใจกึ่งขำ

 “โอ๊ย! คุณ ผมเจ็บนะ มาผลักผมทำไม นี่ผมเป็นคนมาช่วยคุณนะ” เสียงทุ้มเอ่ยแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

 “ก็...คุณกำลังเหยียบกระเป๋าสุดที่รักของฉันอยู่นี่นา ฉันก็เลย...ลืมตัวไปน่ะ ขอโทษนะ แต่กระเป๋านี่ราคาเหยียบแสนนะคุณ เข้าใจความรู้สึกฉันด้วย” วิชาดาแก้ตัวแกนๆ แล้วค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น

“เอ่อ คุณเป็นใครน่ะ แล้วคุณก็เห็นผีเหมือนกันใช่ไหม ถึงมาช่วยฉันได้” วิชาดารีบเปลี่ยนเรื่องคุยพลางมองไปรอบๆ อย่างไม่ไว้ใจ นาทีนี้เธอไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น จนกว่าเธอจะกลับถึงบ้านและนั่งคิดหาสาเหตุว่าทำไมผีพวกนั้นถึงสามารถทำร้ายเธอได้

“แน่นอนครับ ผมเห็น และดีใจที่คุณเห็นพวกเขาด้วยเหมือนกัน เราจะได้อธิบายกันง่ายหน่อย” ชายหนุ่มเงยหน้าพูดอย่างโล่งอกทำให้วิชาดาเบิกตากว้างแล้วเอ่ยอย่างแค้นใจว่า

“แน่นอน ฉันก็ต้องเห็นพวกมันสิยะ มันมาบีบคอฉันนะ ไม่ได้มาใบ้หวยถึงจะแค่เข้าฝันและจากไปพร้อมลาภก่อนโต” วิชาดาแทบจะตะโกนทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเพราะขำสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้า

เวลาเห็นผู้หญิงสวยๆ สติแตกก็น่ารักไปอีกแบบแฮะ เอ๊ะ หรือว่าเราโรคจิตหว่า

“ขำอะไรยะ นายไม่เป็นฉัน นายไม่รู้หรอก ฉันเกือบขาดอากาศหายใจตายรู้ไหม” วิชาดาพูดตำหนิด้วยอารมณ์เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้ายืนอมยิ้มในขณะที่เธอยังไม่หายตกใจ

“ครับๆ ขอโทษด้วย แต่เพราะผมรู้ว่าคุณเกือบตาย ผมถึงรีบมาช่วยคุณนี่ไง แต่คุณสิ ดันมาผลักผมจนล้มเสียนี่”

จากที่วิชาดาเขม่นชายหนุ่มเพราะโมโหที่เขาหัวเราะเยาะก็กลายเป็นยิ้มแห้งทันที แต่ก็ยังคงรักษามาดดุเอาไว้เพราะกลัวเสียฟอร์ม

 “เอ่อ เอาเถอะน่า เอาเป็นว่า ฉัน...ขอบคุณ คุณมากกว่าแล้วกัน แล้วตกลงคุณเป็นใครกัน ทำไมถึงมาช่วยฉันล่ะ”

วิชาดาถามขณะที่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอถาม เพราะมัวแต่หันกลับพึมพำบางอย่างกับยันต์สีเหลืองทั้งสามใบที่ยังคงลอยนิ่งอยู่ที่เดิม หลังจากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปรวบยันต์ทั้งสามใบเอามาเก็บไว้ในกระเป๋า แล้วหันมาตอบคำถามกับวิชาดาแบบรวดเดียวจบว่า

 “ผมชื่อ ผสุ ครับ คุณไม่รู้จักผม ส่วนผมก็ไม่รู้จักคุณเช่นกัน เราสองไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ว่า..หลังจากนี้อีกสักพัก เราควรต้องสนิทกันเข้าไว้...แล้วสุดท้าย คุณถามผมว่าผมเป็นใครใช่ไหม เรื่องนั้นเราคงต้องอธิบายกันอีกยาว ดังนั้นในเบื้องต้นผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณกำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้น ช่วยอยูใกล้ๆ ผมไว้ เป็นดีที่สุดครับ”


++++++++++++++++++++++
+++++++++++++
+++++++++
+++
+


เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

เสียง โถกระเบื้องสีขาวรูปร่างคล้ายไหแตกพร้อมๆ กันหลายครั้งพร้อมกับเสียงตวาดของชายซึ่งสวมชุดดำสนิทที่กำลังยืนพนมมือ เบื้องหลังแท่นพิธีซึ่งเป็นที่วางของโถทั้งสามใบ

“ใครมันบังอาจมาจับลูกน้องของข้าวะ”

“เกิด อะไรขึ้นครับ ท่านอาจารย์” เสียงลูกศิษย์ซึ่งเป็นชายร่างผอมกะหร่องขยับตัวถามอาจารย์ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอาจารย์ของเขาทำงานพลาด

“มีคนมาขวางทางพวกเรา”

“ใคร กันครับ บังอาจมาขวางท่านอาจารย์” ศิษย์อีกคนซึ่งเป็นชายร่างอ้วนตรงกันข้ามกับศิษย์คนแรกถามขึ้นบ้าง ทำให้ชายชุดดำหันมาจ้องลูกศิษย์ด้วยสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

“ไม่รู้! แต่ที่รู้ มันไม่ควรได้อยู่รอดไปมองพระอาทิตย์พรุ่งนี้เช้า”

“อาจารย์จะทำอะไรครับ” ศิษย์ร่างผอมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนหวานกลัว

“ก็ จะสั่งสอนได้เด็กเมื่อวานซืนที่คิดมาลองวิชากับข้าน่ะสิ” ชายชุดดำเอ่ยพลางหันกลับไปที่แท่นพิธีแล้วประกบมือหากันอีกครั้งและทำปากพึม พัมบทสวดบางอย่าง จากนั้นปรากฎเหล่าผีขึ้นจำนวนหลายสิบตนขึ้นตรงหน้าแท่นพิธี

ชายชราจึงเอื้อมมือไปกำเศษผงที่กองอยู่ในซากของไหที่แตกขึ้นมาใกล้ปากแล้วสาดผงเหล่านั้นออกไปแล้วสั่งว่า

“ตามกระดูกเพื่อนพวกแกไป ถ้าเจอใครที่มีกักวิญญาณพวกมันไว้ ให้ฆ่าได้เลย”

เหล่าผีทั้งหมดพยักหน้าพร้อมกันแล้วหายตัวกลายเป็นกลุ่มหมอกสีดำจางเคลื่อนตัวไปยังทิศที่ผงกระดูกซึ่งถูกสาดออกไปมุ่งไปก่อนหน้า

“อาจารย์! แล้วผู้หญิงล่ะครับ” เสียงลูกศิษย์ร่างอ้วนเอ่ยท้วงก่อนทำให้ชายชุดดำหันมาส่งยิ้มเหี้ยมกับลูกศาย์แล้วตอบว่า

“ก็เราไม่ได้อยากได้ร่างที่มีชีวิตของนังผู้หญิงตั้งแต่ต้นแล้วนี่ จะมาแบบมีชีวิตหรือตายแล้วก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

 

”...ในเบื้องต้นผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณกำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้น ช่วยอยูใกล้ๆ ผมไว้ เป็นดีที่สุดครับ”

“คุณ ว่าอะไรนะ” วิชาดาอุทานออกมาแล้วมองหน้าผู้ชายที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าจริงจังแบบ อมยิ้มหน่อยๆ โดยมีรถสปอร์ตคันหรูของเธอเป็นฉากหลัง

อะไรของผู้ชายคนนี้เนี่ย ถ้าคิดจะใช้มุกนี้จีบเรา ก็ใช้มุกโบรานไปป๊ะ

“ก็อย่างที่ผมพูดไปนั่นแหละ ว่าเราคงต้องอธิบายกันยาว แต่ก่อนอื่นเลยเราควรไปหาที่ที่ปลอดภัยคุยกันให้ได้ก่อน”

“บ้าเหรอคุณ ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้นแหละ ฉันจะกลับบ้าน”

“โอ เค ไปบ้านคุณก็ได้ เพราะแค่มีผมอยู่ด้วยคุณก็ปลอดภัยอยู่แล้ว” ผสุเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังและมั่นใจที่สุดทำให้วิชาดาขวดคิ้วมากกว่าเดิม

นี่เขาพูดบ้าอะไร ถ้าบ้านฉันจะปลอดภัยมันก็เพราะเป็นบ้านของฉัน ของแม่มดวิชาดาคนนี้ ไม่ใช่ปลอดภัยเพราะมีเขาอยู่ด้วยเสียหน่อย

แต่ ยังไม่ทันที่วิชาดาจะแสดงความแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้ชายตรงหน้า เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อหลอดไฟในลานจอดรถกระพริบติดๆ กับๆ พร้อมๆ กัน

หญิงสาวมองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดระแวง ในหัวก็พยายามนึกหามนต์คาถาที่จะทำให้พ้นไปจากจุดวิกฤตนี้ แต่ปากก็อดถามคนข้างๆ ไม่ได้ว่า

“คุณ เกิดอะไรขึ้นนะ”

“รู้สึกว่าเจ้านายของผีสามตัวเมื่อกี้ คงจะมาตามขอลูกน้องของมันคืนนะ”

“อะไรนะ!

“และว่าเราคงต้องคิดถึงสิ่งที่แย่กว่านั้นไว้ด้วย” ผสุหันมาพูดกับวิชาดาที่กำลังเบิกตาฟังสิ่งที่เขาพูดอย่างตั้งใจ

“มี สิ่งที่แย่กว่านี้อีกเหรอ แล้วอะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดในความคิดของคุณ คุณผสุ” วิชาดาถามเร็วๆ เพราะเริ่มสัมผัสถึงพลังงานที่รุนแรงซึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางทิศที่เธอกับเขา กำลังยืนอยู่

“ก็...บางทีพวกมันอาจไม่ได้แค่มาตามเพื่อน แต่จะมาพาพวกเราไปหาเจ้านายมันแทนไงครับคุณผู้หญิง” ผสุตอบ

“แถม คราวนี้มาเป็นกองทัพเลย ผมคนเดียวอาจจะเอามันไม่อยู่” ผสุพูดพลางเดินหน้าไปสามก้าวแล้วย่อตัวลงพลางล้วงเอากระดาษสีขาวขนาดเท่าที่ คั่นหนังสือออกมาพร้อมกับหยิบปากการูปร่างประหลาดขึ้นมา จากนั้นก็เขียนบางอย่างลงไป

ขณะ ที่วิชาดาเบิกตามองกลุ่มหมอกสีดำซึ่งกำลังพุ่งตัวใกล้เข้ามา ทุกครั้งที่มันผ่านหลอดไฟของลานจอดรถ หลอดไฟดวงนั้นก็ดับไล่หลังมาทันที หญิงสาวมองมันแล้วหันมามองชายหนุ่มเลยเริ่มพูดว่า

“คุณ! จะ มาเขียนจดหมายสั่งเสียอะไรตอนนี้ พวกมันมาแล้วนะ” วิชาดาร้องบอกผสุ ในขณะที่ชายหนุ่มยังคงใจเย็นแล้วเอ่ยคำพูดที่คล้ายๆ กับที่เธอได้ยินตอนที่เขาช่วยเธอครั้งแรก

“ใบที่หนึ่งแด่พ่อแม่ ใบที่สองแด่บรรพบุรุษ ใบที่สามหยุดที่ตัวเรา ใบที่สี่แด่ผู้โง่เขลา จองจำเจ้าไว้ภายใต้อาณาเขตนี้”

ปัง!

เสียง ของกลุ่มหมอกดำชนเข้ากับกำแพงสีขาวโปร่งแสงที่ผสุสร้างขึ้นได้แบบฉิวเฉียด และกลายร่างเหมือนกรงแก้วโอบล้อมกลุ่มควันสีดำนั้นไว้อย่างรวดเร็ว

“ไปเร็วคุณ เราต้องหนีก่อนยันต์จะหมดฤทธิ์” ชายหนุ่มเอ่ยพลางคว้าแขนวิชาดาแล้วออกวิ่ง

“อะไรนะ” วิชาดาร้องอย่างตกใจแต่ก็ยอมถูกชายหนุ่มลากไปอย่างทุลักทุเล

“คุณทำไมเราไม่ขึ้นรถแล้วขับออกไปล่ะ” วิชาดาตะโกนถามขณะพยายามวิ่งตามชายหนุ่มอย่างยากลำบากเพราะใส่รองเท้าส้นสูง

“ไม่ ได้หรอก เพราะกว่าเราจะขับออกจากอาคารได้มันก็ช้าเกินไป พวกมันจะทำให้รถคว่ำแล้วพวกเราก็เสร็จมันน่ะสิ” ผสุร้องตอบขณะที่ตวัดมือออกไปปรากฏเป็นกระบี่ยาวประมาณสามฟุต แล้วฟาดผีร้ายที่หลุดรอด ไม่ถูกจองจำจากอาณาเขตที่ชายหนุ่มสร้างไว้ ร่างผีนั้นแหลกสลายเป็นฝุ่นผงทันที่โดนฟัน

“แล้ว เราจะหนียังไงถ้าไม่มีรถ วิ่งไปแบบนี้ไม่ช้ากว่าเหรอ” วิชาดาร้องบอกพลางหันหลังกลับไปมอง กลุ่มผีร้ายที่กำลังพยายามพุ่งเข้าชนอาณาเขตเพื่อจะตามพวกเธอมา

“ก็อย่างนี้ไง”

ผสุร้องตอบพลางตวัดมือเก็บกระบี่ปราบผี หยุดวิ่งแล้วย่อตัวลงอย่างกะทันหัน ทำให้วิชาดาชนเข้ากับเขาอย่างจังและเสียหลักเอนไปด้านหน้า

ทัน ใดนั้นผสุก็ยืดตัวขึ้นรับร่างของหญิงสาวพลางกวาดมือไปข้างหลังเกี่ยวรับต้น ขาของหญิงสาวเพื่อให้เธออยู่ลักษณะขี่หลังเขาไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้วิชาดาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากกอดคอชายหนุ่มเอาไว้

“นี่นายคิดจะทำอะไรน่ะ” วิชาดานร้องเสียงหลงเพราะเผลอแป๊บเดียวก็กลายเป็นว่าเธอมาขี่หลังชายหนุ่มเสียอย่างนั้น

“ผมไม่ได้แต๊ะอั๊งคุณนะ แต่เราต้องไปจากที่นี่โดยด่วนที่สุดก็เท่านั้น เกาะแน่นๆ นะ”

วิชา ดายังไม่ทันเข้าใจว่าผสุเตือนเธอเพราะอะไร ชายหนุ่มก็พุ่งออกไปแล้ว แล้วเธอเริ่มหวีดร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าเส้นทางที่ชายหนุ่มจะไปนั้นเป็นทางไหน

“กรี๊ด! อย่านะ คุณ นี่มันชั้นสามนะ”

“ก็ใช่สิคุณ ถ้าสูงกว่านี้คงโดดไม่ได้หรอก” ผสุเอ่ยตอบแล้วพุ่งตัวออกจากตัวลานจอดรถลงไปด้านล่างทันที

สิ่ง ที่วิชาดารับรู้ก็คือ ผสุกระโดดออกจากลานจอดรถที่เธอจอดรถไว้ ลมกลางคืนที่พัดตีหน้าและความรู้สึกใจหายวูบทำให้วิชาดากอดคอชายหนุ่ม แน่นอย่างไม่คิดชีวิต งานนี้บอกเลยว่านั่งรถไฟเหาะสิบรอบยังไม่รู้สึกหวาดเสียวถ้าเทียบกับตอนนี้

กึง!

เสียง เท้าของผสุสัมผัสกับตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกวางเรียงรายอยู่ด้านหลังของลานจอด รถ ทำให้เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่สามารถกระโดดลงมาตำแหน่งที่เขาคาดไว้ได้พอดี

เพราะ ด้านหลังของห้างดังเป็นตลาดนัดสไตล์วัยรุ่นที่เอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงเป็น ชั้นๆ เพื่อจะได้เพ้นท์สีลายเด็กแนวให้สร้างสไตล์ให้ตลาดนัดแห่งนี้ดูแตกต่างจาก ตลาดนัดอื่น โดยตู้คอนเทนเนอร์นี้ก็มีเรียงแบบหนึ่งชั้น สองชั้น และสามชั้น โดยตู้ที่สูงที่สุดก็ตั้งอยู่ใกล้ระเบียงลานจอดรถพอดี และก็ไม่สูงเกินกว่าจะกระโดดลงมาด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะต้องเอารถมาจอดที่ลาดจอดรถของตลาดนัด เขาก็คงไม่มั่นใจว่าสามารถทำแบบนี้ได้

โชคดีจริงๆ ที่ห้างให้มาจอดมอเตอร์ไซด์ตรงนี้ ไม่งั้นคงคิดไม่ออกว่าจะลงจากตึกวิธีไหน

“ตลาด นัดแบบชิคๆ เก๋ๆ ก็มีประโยชน์คุณว่าไหม” ผสุเอ่ยหลังจากกระโดดไต่ระดับลงมาจากตู้คอนเทนเนอร์ทีละชั้นจนมาถึงจุดที่ เขาจอดมอเตอร์ไซร์ไว้แต่ตลอดทางนั้นวิชาดาก็ยังคงกรีดร้องอย่างต่อเนื่องแม้ จะรู้ว่าตัวเองถึงพื้นอย่างปลอดภัยแล้วก็ตาม

“กริ๊ด”

“โอ๊ย คุณ จะร้องกรี๊ดทำไม เราถึงพื้นอย่างปลอดภัยแล้วนะคุณ” ผสุรตะโกนถามขณะวางวิชาดาลงกับพื้นแล้วหันไปคว้าหมวกกันน็อค

“แล้วการที่นายพาฉันกระโดดลงจากชั้นสาม ฉันไม่ควรกรี๊ดหรือไง!” วิชาแผดเสียงใส่ชายหนุ่มอย่างเหลืออด

“ไม่ใช่ชั้นสามเสียงหน่อย แค่ชั้นเดียว ไม่ใช่สิ แค่ครึ่งชั้นเอง” ผสุแก้

“แล้วมันควรหรือไง” วิชาดาถามอย่างเหลืออด

“ปกติมันก็ไม่ควรเท่าไร แต่นี่เราต้องหนีให้เร็วที่สุด ก่อนพวกมันจะตามมาทัน คุณรีบขึ้นรถเถอะ”

“ฮะ?” วิชาดาร้องเสียงหลง

“ไม่ ต้องมาฮะ หรอก เร็วๆ เข้าเถอะ พวกเราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอาจไม่ทัน” ผสุเอ่ยขณะที่สตาร์ทรถมอเตอร์ไชร์ซึ่งวิชาดาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขึ้นไปนั่ง ซ้อนท้ายแบบจำใจ

“ไม่ ทันอะไร” วิชาดาอดไม่ได้ที่จะถามพร้อมกับแหงนมองชั้นของลานจอดรถที่เธอเพิ่งกระโดลงมา อย่างไม่อยากเชื่อว่าเธอลวมาจากตรงนั้นจริงๆ ในขณะที่ผสุเอ่ยตอบก่อนจะบิดคันเร่งแบบสุดๆ ว่า

“ก็หนีไม่ทันน่ะสิคุณ”


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อ่่านจบตอนนี้ ทุกคนคงเห็น นายเผือก ของเราเป็นยอดมนุษย์ใช่ไหมคะ
ก็แหม เพราะเพื่อนรักของพิมพ์จันทร์ แถมชอบเผือกเรื่องคนอื่น
ก็ต้องมีขอดีมัั่งเน๊าะ

ติดตามต่อไปนะคะ จะได้รู้ว่าทำไม นายเผือก ของเราถึงเก่งนัก

ปล. มีคำผิดเยอะ ขอโทษนะคะ


ตัวอย่างตอนต่อไป


 

สามลมวูบหนึ่งพัดเข้าปะทะหน้าของชายชราแล้วผ่านเลยไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ร่างของเขาแบบชนิดไม่ยอมลดความเร็วเลยทีเดียว

“วิ่งหนีแบบไม่มีมาดมาเลยนะ ไอ้ลูกชาย” ชายชราพึมพัม


อย่าคาดหวัง ว่า นายเผือก จะ one man show นะคะ
เพราะเขามี back ดี แล้วจะให้ฉานเดี่ยวได้ยังไง
จริงไหมคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

495 ความคิดเห็น

  1. #90 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 17:42
    อุต๊ะ นายเผือกมีวิทยายุทธ์(゚o゚;;
    #90
    0
  2. #54 ¥ʊuReɨ Hմn†єʀ (@yuurei_hunter) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 14:54
    อ่านแล้ว.. เขาทะเลาะกันน่ารักจังค่ะ คึคึคึ
    #54
    0
  3. #50 kik. (@skyandsea) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 08:59
    อุตะ แม่มดของเราจะกลายเป็นสก๊อยมั้ยคะ คิคิ
    #50
    0
  4. #49 Fifiz (@chillichilly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:37
    รอพี่เผือกกก ก ><
    #49
    0
  5. #48 PiN.VE (@PiN_VE) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:14
    เท่จริงๆ 
    #48
    0
  6. #47 ขวัญ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 09:38
    ฮีโร่ของเรา สุดยอด
    #47
    0
  7. #46 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:28
    อ่านไปยิ้มไป เผือกเป็นผู้ชายตลก -3- ตัวอย่างตอนต่อไปก็ตลก 555 แค่นี้ก็เท่แล้วเนอะเผือกเนอะ
    #46
    0
  8. #45 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 10:40
    กรี้ดดดดด เริ่มสนุกแล้วสิคะ >< วิชจะทำเรื่องให้ผสุปวดหัวมากไหมนะ อิอิ
    #45
    0
  9. #44 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 09:43
    มาเร็วๆนะค่ะ
    #44
    0
  10. #43 PRINCEZpunch (@princezpunch) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 08:36
    ชื่อเผือกนี่เผือกสมชื่อ เผือกแบบไม่ได้ตั้งใจซะด้วย 555555 น่ารักเป็นที่สุด
    #43
    0
  11. #42 Morning Star /Christmas Rose (@lucky2541) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 00:45
    งานเข้าจริงๆ ด้วย ก็นั่นสิน่ะ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นผีมาทำร้าย ก็แน่ล่ะมนุษย์ธรรมดาคงไม่คณามือแม่มดวิชาดา ถึงต้องให้เผือกช่วย รออ่านต่อไปค่ะ พี่วี
    #42
    0