LOST

ตอนที่ 43 : LOST [2nd Sign] - ตอนที่ 6 เมื่อสัญญาณดัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    15 ม.ค. 58

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 
สวัสดีค่า ><

วันนี้กัลได้เจอดาราด้วยค่ะ แหม ผู้ชายหล่อๆ นี่ในจอนอกจอก็หล่อเหมือนกัน
พ่อหนุ่มยิ้มหวานคนนี้ทำเอาทั้งโรงพยาบาลคึกคักขึ้นมาเลย

ความฮาคือ ไอ้เราก็อยากจะเห็นดารากับเขา แต่คนไข้ดันโทร.มาเลื่อนนัด
สมองสตั้นไปหลายวินาที เพราะหูมัวแต่ฟังว่าเขาคุยอะไรกับคนหล่อ
คนไข้ในสายพูดอะไรสักอย่าง กัลเลยต้องถามซ้ำ 
รวบรวมสติอยู่หลายวินาที กว่าจะจับใจความได้ว่า คนไข้จะโทร.มาเลื่อนนัด
555555+

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความหล่อทำให้สติหลุดได้จริงๆ 


แต่ตอนนี้เราไปหาสาวแก่นของกัลดีกว่าค่ะ ><

อ่านให้สนุกค่า
เจอกันวันจันทร์ค่า
กัลฐิดา


 
---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 6 เมื่อสํญญาณดัง
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 

อเล็กซ์ต้องประหลาดใจทันที เมื่อก้าวเข้าไปในห้องนอน แล้วพบว่าทั้งห้องมืดสนิท อเล็กซ์ไม่ได้กลัวความมืด แต่มินอาเพื่อนร่วมห้องของเธอต่างหากที่กลัว แม้ไม่มากถึงขนาดตัวสั่นงันงกจนไร้สติเมื่อต้องอยู่ในความมืด แต่ถ้าเลือกได้มินอาจะไม่ยอมนอนในห้องที่มืดสนิทเด็ดขาด

“มินอา...” อเล็กซ์เรียกเพื่อนเบาๆ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา

“เอ๋! ยังไม่กลับอีกเหรอ นี่มันเลยเวลาบาเก็ตเฮาส์ปิดมานานแล้วนี่”

อเล็กซ์พึมพำ พลางเดินคลำทางไปหาถาดเครื่องไฟที่ใช้จุดตะเกียง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตู หลายเดือนที่ผ่านมา มินอาสอนการใช้ชีวิตในดินแดนที่ไม่มีไฟฟ้าแห่งนี้ให้อเล็กซ์มากมาย หนึ่งในนั้นคือ การสร้างแสงสว่างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว

มือบางคลำไปทั่วถาดเครื่องไฟจนเจอขวดผงประกายไฟ อเล็กซ์เปิดขวด เทผงนั่นใส่มือ ก่อนจะถูมือไปมา ดวงไฟสีส้มอ่อนก็ลุกขึ้น เด็กสาวรีบนำดวงไฟซึ่งดูราวกับลุกไหม้อยู่บนมือเธอไปใส่ในโหลแก้วที่ตั้งอยู่ข้างๆ ทันทีที่ดวงไฟนั้นเข้าไปอยู่ในโหลแก้ว แสงไฟสีส้มอ่อนก็ลุกพรึ่บกลายเป็นไฟดวงใหญ่ ทำให้ห้องสว่างขึ้นพอประมาณ อเล็กซ์จึงหันไปคว้าเชือกเคลือบขี้ผึ้งมาต่อไฟจากในโหลแก้ว เพื่อนำไปจุดคบเพลิงใหญ่ที่ผนังห้อง

“ทำกี่ครั้งๆ ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดีแฮะ” อเล็กซ์พึมพำ แล้วเดินไปเป่าดับดวงไฟในโหลแก้ว พลางหันไปมองสำรวจรอบห้อง แล้วต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นคนที่เธอคิดว่ายังไม่กลับมา นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอน

“เป็นอะไรไปมินอา ฉันนึกว่าเธอยังไม่กลับเสียอีก” อเล็กซ์ถาม แล้วเดินไปค้นเสื้อผ้าในตู้เพื่อเตรียมตัวไปอาบน้ำ เพราะไม่ชอบอาบน้ำร่วมกับใคร ดังนั้นเวลาอาบน้ำที่เหมาะกับอเล็กซ์ที่สุดคือ เช้ามืดหรือไม่ก็ดึกไปเลย

“อเล็กซ์...”

“หือ?” อเล็กซ์ขานรับเบาๆ

“เจ้าไม่ได้ชอบท่านไวเซอร์ใช่ไหม”

อเล็กซ์หัวเราะ “เรื่องนี้อีกแล้วเหรอมินอา ฉันไม่ได้ชอบใครทั้งนั้นแหละ ทำไมถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกละ เฮ้อ! วันนี้ฉันเอียนกับเรื่องนี้จะแย่...” พอพูดถึงตรงนี้ อเล็กซ์ก็หันไปมองเพื่อนที่ตอนนี้ดูจะแปลกไปกว่าทุกที แต่การมองครั้งนี้ก็ทำให้อเล็กซ์เบิกตาโต

“มินอา ใครทำอะไรเธอน่ะ” อเล็กซ์ร้องเสียงหลง ทิ้งของในมือแล้วพุ่งไปหาเพื่อนที่มีสภาพสะบักสะบอมราวกับไปหกคะเมนตีลังกามาหลายตลบก็ไม่ปาน

มินอาเงยหน้าปฏิเสธ “เปล่า ฉันหกล้มน่ะ”

“ฮะ? จริงป๊ะเนี่ย” อเล็กซ์ถามอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะนอกจากเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนแล้ว เนื้อตัวของเพื่อนสาวก็ดูจะไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

“จริงๆ” มินอายืนยันซ้ำอีกครั้ง แล้วยิ้มแป้นให้เป็นทำนองว่าที่ทำมาทั้งหมดเป็นเรื่องล้อเล่น

“ทำไมไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยล่ะ มานั่งอยู่อย่างนี้เตียงก็เปื้อนหมดสิ แถมทำฉันตกอกตกใจหมด” อเล็กซ์บ่น แล้วถอยห่างลงจากเตียงไปเก็บข้าวของที่ทิ้งร่วงหล่นไว้เมื่อกี้

“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

“อื้อ เดี๋ยวข้าตามไปเฝ้าหน้าห้องน้ำให้นะ” มินอารับคำ แล้วลงจากเตียงมาเตรียมของตัวเองบ้างอย่างกระฉับกระเฉง แต่เพียงอเล็กซ์พ้นจากห้องไป รอยยิ้มที่เต็มหน้ามินอาเมื่อครู่ก็จางหายไปทันที

“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่า อเล็กซ์มีเรื่องให้กังวลมากพอแล้ว” มินอาพึมพำ ขณะเตรียมของสำหรับอาบน้ำของตัวเองใหม่ โดยไม่ลืมคว้าถุงผ้าที่เธอเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าติดมือไปด้วย แล้วเดินออกจากห้อง

เป้าหมายที่มินอาเดินตรงไปกลับไม่ใช่ห้องอาบน้ำอย่างที่เคย แต่เป็นพื้นที่กว้าง เธอยืนอยู่เพียงคนเดียวอยู่ไม่นาน ที่เบื้องหน้าเธอก็ปรากฏร่างอัศวินหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเขียวที่ชวนให้น่าหงุดหงิด

“ขอบใจนะ” มินอาเอ่ยขึ้นแล้วยื่นบางอย่างให้

อัลลุครับของที่มินอาส่งให้ ขณะมองสบตาคนให้ “อะไร”

“ค่าตอบแทน ขอบใจที่ช่วย...ค่ะ” มินอาพึมพำ แล้วหมุนตัวเดินไปสู่ห้องอาบน้ำ แต่อัลลุคกลับพูดไล่หลังไปว่า

“ข้าไม่นิยมใช้เครื่องหอมของผู้หญิงหรอกนะ”

มินอาหันมาค้อน “ข้าไม่มีเงิน ถุงหอมนี่ทำจากสมุนไพรร้อยอย่าง ช่วยป้องกันไม่ให้มนตร์ดำเข้าครอบงำ ข้าได้มาตอนไปช่วยงานที่วิหารแฮทลิคเมื่อปีก่อน เจ้ารับไว้ก็แล้วกัน ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร”

อัลลุคเดินเข้ามาใกล้มินอา แล้วยื่นของคืนให้ “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เพราะต้องการสิ่งตอบแทน”

มินอาเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมรับถุงหอมคืน “แต่ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณ ที่ต้องให้ท่านอัศวินดีฟาผู้เก่งกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย ข้าทาสอย่างข้าไม่มีเงินจะตอบแทน เจ้าก็รับนี่ไปแล้วกัน อีกอย่างถือเป็นค่าปิดปากด้วย ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูอเล็กซ์”

อัลลุคขมวดคิ้ว “ทำไม ความจริงเจ้าควรจะเตือน...”

“จะให้ข้าเตือนว่าท่านหญิงกามีร่าสั่งให้ข้าจับตามองอเล็กซ์แล้วไปรายงานท่าน แต่ข้าไม่ยอมทำตาม เลยถูกลงโทษน่ะเหรอ เจ้าบ้าหรือเปล่า อเล็กซ์จะรู้สึกยังไง นอกจากมีแต่ระแวงกันเท่านั้น”

“จะระแวงทำไม ถ้าเจ้าไม่จริงใจ เจ้าก็คงไม่บอก”

มินอาถอนหายใจยาว “ก็จริง แต่ถ้าไม่รู้ก็คงดีกว่าไม่ใช่เหรอ คนเราน่ะ ถ้าลองได้ระแวงกันละก็ มันไม่จบที่คำว่า เข้าใจหรอก ไม่ใช่เหรอ”

อัลลุคสบตามินอานิ่ง ในที่สุด มือที่ยื่นถุงหอมคืนก็ต้องลดลงมาข้างตัว

“เจ้าก็ควรดูแลตัวเองด้วย มันไม่โชคดีทุกครั้งหรอก ที่ข้าจะช่วยเจ้าได้”

มินอาค้อมตัวทำความเคารพอัลลุคตามธรรมเนียม แล้วหมุนตัวเดินจากไป โดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ อัลลุคมองตามแผ่นหลังเด็กสาวไป พลางครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ ทำไมมินอาถึงไม่ชอบหน้าเขา เขาเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่เธอยังเด็ก แม้ไม่ได้สนิทกันมากนักเพราะชนชั้นเราต่างกัน แต่เพราะมินอาเป็นลูกสาวของทาสผู้ดูแลมหาปราสาท จึงพอได้เห็นกันมาบ้าง เท่าที่รู้ เธอร่าเริงแจ่มใสสมวัย แต่ทุกครั้งที่เจอหน้าเขาก็มักจะทำท่ามึนตึงใส่ตลอด

“เด็กประหลาด ว่าแต่ว่า...ท่านหญิงกามีร่าชักจะเล่นแรงเกินไปแล้ว ต่อให้เป็นทาส ก็ไม่ควรลงไม้ลงมือ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูท่านไวเซอร์ละก็ คงได้มีการพิจารณาความผิดแน่” อัลลุคพึมพำ ก่อนจะหายตัวไปทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเขาต่อ

 

“วันนี้ท่านหญิงคู่หมั้นของท่านลูมของเธอมากินอาหารเย็นด้วยนะ” อเล็กซ์เปรยให้เพื่อนร่วมห้องฟัง ขณะล้มตัวลงนอน มินอานั่งหวีผมอยู่จึงหันมามอง

“เหรอ แล้วเป็นไงบ้างอะ สวยหรือเปล่า”

“สวย แต่เหมือนตุ๊กตา ไม่พูดไม่จา ยิ้มลูกเดียว ทำตามแม่บอกทุกอย่าง” อเล็กซ์ตอบพลางหลับตาลง การที่ต้องตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน ทำให้ระบบการนอนเธอเปลี่ยนไปจากชีวิตสาวโรงงานคัดแยกขยะเล็กน้อย

“ท่านหญิงกีมายาเป็นกุลสตรีที่งามพร้อมนี่นา ถูกตั้งความหวังให้เป็นว่าที่เชตารีตั้งแต่เกิด ก็เป็นธรรมดาที่ต้องเรียบร้อย”

“แต่ฉันว่านะมินอา...ถ้ามีนิสัยแบบนี้อาจจะแย่ก็ได้นะ”

มินอาหันมามองหน้าเพื่อน “แย่ยังไง”

อเล็กซ์พลิกตัวมามองเพื่อนที่ก้าวขึ้นเตียง แล้วตอบว่า “ทั้งผู้ชายผู้หญิงดันไม่ค่อยชอบพูดเหมือนกันน่ะสิ แล้วจะอยู่ด้วยกันรอดเหรอ”

มินอาหัวเราะ “นั่นสิ แต่ไม่ใช่เรื่องของเรานี่นา ว่าแต่วันนี้มีเรื่องด่วนอะไรเหรอ ท่านไวเซอร์ถึงได้เรียกไปคุยด่วน”

เท่านั้นเอง อเล็กซ์ก็นึกขึ้นได้ ว่าเธอลืมอะไร เด็กสาวจึงผุดลุกขึ้นนั่งแล้วอุทานเสียงดังว่า

“เอ้อ! จริงด้วย ฉันลืมบอกเธอไปเลย คืองี้นะ...ที่ฉันถามเธอก่อนไปนั่นแหละ ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า แล้วรู้ไหม มันเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เรื่องใหญ่ซะด้วย”

“เรื่องอะไรอะ” เจ้าแม่กรมข่าวอย่างมินอาหูผึ่ง พอรู้ว่ามีข่าวใหม่ข่าวใหญ่ก็ถึงกับตาโต แล้วกระโดดผลุงลงจากเตียงตัวเองวิ่งมานั่งบนเตียงของอเล็กซ์ทันที

“คืองี้นะ...”

อเล็กซ์เริ่มเล่าเรื่องเท่าที่เธอรู้ให้ฟัง แล้วสรุปปิดท้ายว่า “เพราะฉะนั้นเธอกับฉันเตรียมตัวเดินทางไปอาเจนตาร์ได้เลย ว่าแต่เธอเคยไปมาก่อนหรือเปล่า”

มินอาพยักหน้า “ตอนเด็กๆ ข้าเคยไปกับแม่ข้า ตอนติดตามท่านเชลากับท่านเชตารีเพื่อไปเยี่ยมท่านเชลาแห่งอาเจนตาร์ ว่าแต่เป็นพยานบุคคลงั้นเหรอ...มิน่าคนคนนั้นถึงได้อยู่แถวนั้นตลอด”

“ใครอยู่แถวไหนเหรอ” อเล็กซ์ย้อนถามอย่างสงสัย แต่มินอารีบส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วถามต่อว่า

“ทำไมหลักฐานถึงชี้มาที่เจ้าล่ะ ใครกันที่ใส่ร้ายเจ้า หรือว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น”

อเล็กซ์พยักหน้า “ก็น่าจะนะ ถ้าหาตัวคนร้ายที่แท้จริงไม่เจอละก็ ฉันตายแน่ แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ต้องขังที่หายตัวไปครั้งนี้น่ะสิ เขาว่าสำคัญนักหนาเลยละ เธอรู้จักไหม เห็นว่าเป็นอดีตไวเซอร์แห่งอาเจนตาร์”

มินอาขมวดคิ้ว “ก็เคยได้ยินมาบ้าง คนทั่วลิบาเนียเรียกเขาว่า บีโลเวย์ผู้บ้าคลั่ง เพราะเขาเอาแต่หัวเราะอยู่ตลอดเวลาตอนที่โดนจับกุมน่ะ หัวเราะเหมือนคนบ้าเลย”

“เขาทำผิดอะไรถึงได้ถูกจับ แถมยังเป็นอดีตไวเซอร์ด้วย”

มินอาเหลือบไปมองรอบข้างอย่างหวาดๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้อเล็กซ์มากขึ้น พลางเล่าด้วยเสียงกระซิบกระซาบอย่างเบาที่สุด

“เขาผลิตเงินเถื่อน”

“อะไรนะ” อเล็กซ์ถามเสียงสูง

มินอาพยักหน้ารับถี่ๆ หลายที แล้วเล่าต่อ

“แล้วไม่ใช่เงินเถื่อนธรรมดาด้วยนะ แต่เป็นเงินเถื่อนที่เหมือนของจริงเปี๊ยบ ก็นะ เขาเป็นอดีตไวเซอร์ผู้ควบคุมโรงกษาปณ์หลวงนี่นา”

“เงินเถื่อนที่ว่า...คือเหรียญเงินที่เราใช้ซื้อของใช่ไหม ไม่ใช่เหรียญทองที่ลูมจ่ายเงินเดือนฉันนะ” อเล็กซ์ถามให้แน่ใจ ย้อนยุคมาถึงนี่ยังจะเจอทองปลอมไหมนะ เพราะตั้งแต่เธอมาอยู่ที่โลกนี้ เธอเห็นการจับจ่ายด้วยเหรียญเงินไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งที่มีการจ่ายก็มักใช้เหรียญเงินบ้าง ทองคำแท่งบ้าง

“มีค่าทั้งสองอย่างแหละ ทองคำแท่งที่ขึ้นรูปเป็นก้อนขนาดเท่าข้อนิ้วเนี่ย ทำจากเหมืองทองคำหลวงของออเรียมา ถ้าเจ้าสังเกตมันจะมีตราประทับของออเรียมาอยู่ ทองคำแท่งเหล่านั้น มีแต่พวกชนชั้นสูงที่ใช้ซื้อของ...”

อเล็กซ์พยักหน้า มินอาจึงเล่าต่อ

“...แต่ถ้าเจ้าเข้าไปในตลาด ส่วนใหญ่จะใช้เงินในการซื้อขายแลกเปลี่ยน เหรียญเงินพวกนี้ชนเผ่าอาเจนตาร์เป็นผู้รับผิดชอบในการผลิต เจ้าพอจะมองภาพออกไหมว่า ถ้าเกิดมีเงินเถื่อนหลุดเข้ามาในระบบจะเกิดอะไรขึ้น”

“เงินเถื่อนที่เหมือนเงินจริงอย่างกับแกะ?”

มินอาพยักหน้า

“เงินจริงก็จะหมดค่าน่ะสิ”

“ถูก เป็นคดีใหญ่โตเลย แต่กว่าทุกคนจะรู้ตัว เหรียญเงินเถื่อนก็กระจายไปทั่วลิบาเนียแล้ว”

“แล้วคดีสิ้นสุดยังไงล่ะ”

มินอายักไหล่ “คนร้ายไม่ได้ปกปิดตัวเอง มีข่าวลือว่าท่านเป็นคนทิ้งหลักฐานไว้ ว่าท่านเป็นคนทำเงินเถื่อนขึ้นมาด้วยซ้ำ ก็เลยโดนจับกุม แล้วอย่างที่บอก ตอนที่ถูกจับกุม อดีตไวเซอร์คนนั้นก็หัวเราะตลอด”

“หัวเราะ หรือเขาจะเป็นคนสติไม่ดี”

มินอาพยักหน้า “ก็ส่วนหนึ่ง แต่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การวางแผนผลิตเหรียญ และกระจายมันเข้าสู่ตลาดเงิน ในช่องทางต่างๆ ได้อย่างไม่มีใครผิดสังเกต หรือไหวตัวทันอย่างนี้ คนสติไม่ดีไม่น่าจะทำได้ บางทีท่านอดีตไวเซอร์ อาจต้องการแก้แค้นท่านเชลาพี่ชาย ก่อนลาจากกันละมั้ง”

“นี่มันเรื่องจริงหรือข่าวโคมลอย” อเล็กซ์ถามย้ำ

“โคมลอยสิจ้ะ ข้าจะไปรู้เรื่องจริงได้ไง ก็ฟังเขาเล่าต่อๆ กันมา มันเป็นข่าวเสื่อมเสียที่ดังไปทั่ว หลังจับท่านอดีตไวเซอร์แล้ว อาเจนตาร์ต้องยกเลิกเหรียญเงินเดิมทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาการใช้เหรียญเงินเถื่อน นี่อเล็กซ์รู้ไหม อย่าให้พูดเลยว่าปั่นป่วนโกลาหลแค่ไหน แม่ข้าเล่าว่า พวกเศรษฐีนะ หอบเงินเป็นถุงๆ มาแลกเหรียญแบบใหม่กันหน้าดำคร่ำเครียดเลยละ”

แค่คิดอเล็กซ์ก็สยองแทน ความโกลาหลมันไมใช่แค่การขนเงินเก่ามาแลกเงินใหม่หรอก แต่การหมดค่าของเงินที่ตรวจพบว่าเป็นเงินเถื่อนนั่นแหละ น่ากลัวยิ่งกว่า เมื่อไรก็ตามที่เหล่าพ่อค้า เศรษฐี หรือแม้แต่คนในชนชั้นแรงงานพบว่า เงินในมือตัวเองหมดค่าลง คลื่นแห่งความสิ้นหวังก็จะแพร่กระจายจากคนสู่คนเร็วเสียยิ่งกว่าไวรัสอีก

เพราะเสียงของเงินดังกว่าเสียงใดๆ ในโลก ฉะนั้นหากจะบอกว่าเขาคนนั้นทำเพื่อแก้เผ็ดพี่ชายตัวเองก็คงไม่ผิด

“ยกเลิกการใช้เหรียญเงินพร้อมกันทั้งดินแดนเนี่ยนะ งานช้างเลยนะ” อเล็กซ์ครางอย่างไม่อยากเชื่อ  แต่มินอากลับส่ายหน้า

“ไม่หรอก ไม่พร้อมกัน เขาทำทีละเมือง แต่เมืองที่ยังไม่ยกเลิกก็ต้องยุติการใช้เงินไว้ก่อน ดังนั้นพวกพ่อค้าวาณิช หรือการจ่ายค่าแรงเลยเปลี่ยนมาใช้ทองคำของออเรียมาอยู่พักใหญ่ แต่ก็พูดไม่ได้หรอกว่าไม่เกิดความเสียหาย”

“สรุปผู้ต้องขังที่หายตัวไปเนี่ย เป็นผู้ร้ายตัวเอ้เลยนี่นา แล้วทำไมต้องลากฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็ไม่รู้”

“นั่นสิ ข้าก็อยากรู้ ตายละ ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ ต้องรีบนอนแล้วละอเล็กซ์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ตื่นนะ” มินอาร้องเตือนพลางรีบลุกไปล้มตัวนอนบนเตียงตัวเอง

“อื้อ” อเล็กซ์รับคำเบาๆ แล้วล้มตัวลงนอนเช่นกัน

“มินอา”

“อะไรเหรอ”

“วันนี้เธอไม่ได้มีเรื่องกับใครจริงๆ เหรอ” อเล็กซ์ถามอย่างข้องใจไม่หาย เธอมาคิดๆ ดูจากสภาพของเพื่อนที่เป็นแบบนั้น ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นการหกล้มธรรมดา

“หกล้มจริงๆ  ข้ารีบวิ่งไปหน่อย นอนเถอะ ข้าง่วงแล้ว” มินอาตอบตัดบท แล้วพลิกตัวหันหลังให้อเล็กซ์

อเล็กซ์หันไปมองแผ่นหลังเพื่อนสาว แล้วถอนหายใจยาว “ถ้ามีอะไร เธอบอกฉันได้นะมินอา ถ้าช่วยได้ฉันยินดีช่วยเสมอ”

ไม่มีเสียงตอบจากมินอา อเล็กซ์คิดว่าเพื่อนคงหลับไปแล้ว มินอาเป็นเพื่อนคนแรกของเธอที่นี่ แม้จะรู้จักกันไม่นานนัก แต่อเล็กซ์ก็เชื่อตาตัวเอง ว่าเพื่อนคนนี้จริงใจกับคนรอบข้างมากๆ

ถ้ามีเรื่องหนักหนาจริง มินอาคงเล่าแล้วมั้ง นอนดีกว่า อเล็กซ์บอกตัวเองอย่างนั้น แล้วหลับตาลง ก่อนจะลืมตาอีกครั้งในห้วงความฝัน ณ สถานที่เดียวกับในฝันเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งเธอได้พบกับแม่มดแห่งพาเวนน่า แต่ในฝันครั้งนี้ เธออยู่ในห้องอันมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์นำทางแห่งนั้นเพียงคนเดียว

มันหายไป...คนคนนั้นหายไป เสียงแหบแห้งของสิ่งมีชีวิตที่อเล็กซ์อยากหลีกหนีให้ไกลดังอยู่รอบห้อง

“ใครหายไป” อเล็กซ์ถามตัวเอง แต่เหมือนเจ้าเสียงนั้นจะไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอ อเล็กซ์มองไปรอบตัวแล้วพบว่า มีไอพลังบางอย่างไหลผ่านช่องที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา เพื่อเข้ามาสำรวจภายในห้อง

“ตกลงที่นี่มันเป็นที่ไหน” อเล็กซ์พึมพำ พลางตั้งใจจะเดินสำรวจ แต่เธอกลับขยับขาไม่ได้ เด็กสาวก้มมองขาตัวเอง แล้วต้องเบิกตากว้าง เพราะมีสายพลังสีเงินยวงมัดข้อเท้าของเธอไว้

“บ้าจริง ปล่อยนะ ปล่อย!

ความร้อนวูบวาบจากอำพันที่ข้อมือ แล้วไหลบ่าพุ่งปราดผ่านร่างกายเธอไปสู่ข้อเท้าทันที สายใยสีเงินนั้นก็สลายหายวับไป พร้อมๆ กับสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไป คราวนี้เธอมายืนอยู่ ณ สถานที่ที่คล้ายกับประภาคารซึ่งสูงใหญ่มาก มองเห็นมหานครแห่งหนึ่งที่เจริญรุ่งเรืองมากและสว่างเจิดจ้าในยามค่ำคืน

นานหลายเดือนแล้วที่อเล็กซ์ไม่ได้สัมผัสสังคมเมือง ออเรียมาไม่ใช่สังคมเมืองยามค่ำคืน ทุกอย่างตื่นตามแสงอาทิตย์ และหลับใหลจนเงียบสงัดยามเมื่อเมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เมืองในภาพที่เห็นตรงหน้า

“อะไรอีกละเนี่ย”

อเล็กซ์ถามตัวเองเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ แต่เธอยังไม่ทันจะได้คำตอบ เสียงไซเรนก็หวีดดังเป็นสัญญาณเตือนภัยขึ้น หมอกสีแดงหนาทึบก่อตัวขึ้น แล้วค่อยๆ กลืนกินเมืองทั้งเมือง เมืองอันสวยงามจับตาซึ่งสว่างเจิดจ้าในยามค่ำคืนอยู่เมื่อครู่ ก็มืดสนิทลงอย่างฉับพลัน เหมือนมีใครสาดน้ำใส่กองไฟขนาดใหญ่ จนมอดดับเหลือเพียงเถ้าถ่าน

ไอเย็นยะเยือกที่รายล้อมอยู่รอบตัวอเล็กซ์ ทำให้เด็กสาวหนาวจนสั่นไปพร้อมกับการรับรู้ว่า เธอขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ ขนแขนและขนบนต้นคอเธอลุกชัน เพราะสัญชาตญานเตือนให้รู้ถึงอันตรายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ มันเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาอีก ใกล้มากจนรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังหายใจรดต้นคอเธออยู่

อเล็กซ์หลับตาปี๋อย่างคนหมดทางสู้ แต่แล้วทุกอย่างก็สลายหายวับไปในพริบตา เด็กสาวสะดุ้งลืมตาขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกของมินอาที่ปลุกให้เธอลุกมาเตรียมชำระร่างกาย ก่อนร่ายรำบวงวสรวงแสงแรก

“ตื่นได้แล้วอเล็กซ์ ข้าว่าเราจะสายแล้วนะ”

“อะอืม...ฉันตื่นแล้ว” อเล็กซ์รับคำ แล้วลุกขึ้นอย่างงุนงง

นี่เราฝันเหรออเล็กซ์พึมพำ พลางยกมือกุมกำไลอำพัน ความอุ่นร้อนยังสัมผัสได้ เตือนสติเธอว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน เธอถูกพาไปยังสถานที่เดิมถึงสองครั้ง และสถานที่แห่งใหม่ที่เพิ่งเคยเห็น หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการเตือนภัยครั้งที่สอง

สัญญาแรกทุกอย่างดูน่ากลัว ฉุกเฉิน และเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แต่สัญญาณที่สอง แม้ไม่น่ากลัวเท่าครั้งแรก แต่...ทำไมเธอถึงหยุดอาการสั่นของร่างกายนี่ไม่ได้

“อเล็กซ์ เจ้าไม่สบายหรือเปล่า” มินอาที่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วหันมาถาม  อเล็กซ์จึงลุกขึ้นไปคว้าสิ่งของจำเป็น แล้วตอบว่า

“ไม่ ไม่ ฉันหยิบของพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ”

อเล็กซ์สลัดความหวาดกลัวในใจออกไป เธอเลือกแล้วว่าจะรับหน้าที่เป็นผู้รับสัญญาณพวกนี้ เพราะนั่นคือเส้นทางที่จะทำให้เธอกลับบ้านได้เร็วที่สุด ดังนั้น ไม่มีเวลามานั่งกอดตัวเอง แล้วร้องไห้แล้ว

ถ้านี่เป็นเสียงเตือนของสัญญาณที่สอง ไม่ว่าพร้อมหรือไม่ ก็ต้องสู้กันสักตั้งหนึ่ง


---------------------------------------------------------------------------------------

คนเรามีความกลัวกันทุกคนค่ะ
สิ่งสำคัญคือ เราจะจัดการกับความกลัวนั้นอย่างไร
กัลเขียนเรื่องนี้ เพราะกัลคิดว่า
อเล็กซ์อาจเป็นตัวอย่างของคนที่จัดการความกลัวได้ดีคนหนึ่ง 
หวังว่านะคะ....^^
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. #2453 -hikari (@-hikari) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 21:29
    สู้ๆน้า อเล็กซ์
    #2453
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #1868 กิ่งไผ่ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:14
    นี่ป้ามายุ่งอะไรเรื่องของเด็กเค้า =__=^
    #1868
    0
  4. #1390 เนเน่7 (@neneko) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 00:17
    รอลุ้นตอนต่อไปคร้าาา><
    #1390
    0
  5. #1389 นิวท์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 13:18
    พี่กัลเป็นนักเขียนที่มีพัฒนาการดีจริงๆ แอบฟินเล็กน้อย
    #1389
    0
  6. #1387 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 21:29
    มินอาเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆเลยนะที่เป็นห่วงอเล็กซ์เเละไม่อยากเพิ่มเรื่องน่าหนักใจให้อเล็กซ์นะ ถึงเเม้เราจะไม่ค่อยเห็นด้วยซะเท่าไหร่เเต่เราก็เคารพในความคิดของมินอาล่ะนะ ถ้ามีครั้งที่2ล่ะก็จะต้องบอกเเล้วนะถ้าอเล็กซืมารู้เองล่ะก็เธอคงเสียใจมากๆเเน่ที่ปกป้องเพื่อนคนเเรกของเธอไม่ได้ เหตุผลที่ท่านบีโลเวย์ผลิตเงินเถื่อนขึ้นมาคืออะไรนะเเถมยังตั้งใจทิ้งหลักฐานให้คนมาจับตัวเองอีกต่างหากเเถมเงาพ่อมดผู้ชั่วร้ายก็ดันพูดว่าเขาหายไป ไม่ใช่ว่าท่านบีโลเวย์ร่วมมือกับพ่อมดเหรอไงนะ ชอบจริงๆเลยค่ะ รีบๆมาต่อนะค่่ะ
    #1387
    0
  7. #1380 ^__^$noW fL@kE (@kalo_) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 22:19
    อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปนะ เวลาแห่งการผจญภัยครั้งใหม่เริ่มแล้วว 

    ปล. ชื่อเป็นอะไรที่สับสน แต่ก็นะแม่ลูก 555
    #1380
    0
  8. #1379 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 22:02
    เรื่องวุ่นวายแบบถึงชีวิตกำลังจะเรื่องแล้วสินะ
    อเล็กซ์สู้ๆ นะ!
    #1379
    0
  9. #1378 kenjoy (@kenjoy) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 21:07
    ใครพาออกไปนะ
    #1378
    0
  10. #1377 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 20:16
    สนุกมากๆคับ ^ ^
    #1377
    0
  11. #1376 Zerlacus Zeferus (@noeiwarn9731) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 17:30
    จริงๆแล้ว เรื่องพวกนี้ทั้งหมด แม่มดแห่พาเวนอาจจะอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้ =A=
    #1376
    0
  12. #1375 Konkanok Moolsuwan (@pimza_smile) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 15:08
    อยากอ่านต่อออออ เมื่อไหร่จะเดือนมีนาอยากได้หนังสือแล้ววววว
    #1375
    0
  13. #1374 Ciel En Roseジン (@jingin) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 14:30
    อเล็กซ์จะทำไงน้า
    #1374
    0
  14. #1373 o0nooknick0o (@nooknickky) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 11:00
    รอค่ะ
    #1373
    0
  15. #1372 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 09:03
    สู้ๆ
    #1372
    0
  16. #1371 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 08:51
    ตั้งสติได้ดีตลอดเลยนะ อเลกซ์ เราไ่มีเวลามากลัว ถึงแม้ว่าความเปนจริงเราจะกลัวมากๆก็ตาม
    ถ้าเรามีสติและคุมอารมณ์ได้ เราก็ชนะไปครึ่งนึงแล้วล้่ะ
    #1371
    0
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #1369 Signature (@spit) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 08:17
    อยู่ที่เราจะเลือก
    #1369
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. #1367 jiewyee (@jiew-chalita) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 21:22
    โห่ มินอาน่าสงสารอ่ะ นิสัยไม่ดีเลยท่านหญิงกีมาร่า ส่วนอเล็กซ์สู้ๆนะ สู้ๆค่ะพี่กัล เป็นกำลังใจให้เสมอ
    #1367
    0
  21. #1366 SHfah (@fhash) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:22
    ออกเดินทาง
    #1366
    0
  22. #1365 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:21
    งืมมม
    ชัดเลอออ
    สับสนชื่อ=_=;;
    #1365
    0
  23. #1364 Bank (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:09
    อยากรู้ข้อมูลในสาสน์ต่อแล้วค่ะ

    ตื่นเต้นจัง หมอกสีแดงเป็นฝีมืิอของใคร

    แล้วแม่มดแห่งพาเวนน่ามีชื่อจริงและตัวตนยังไงกันนะ??
    #1364
    0
  24. #1363 Al๏n.Evil.NighT (@mitniyaya) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:01
    ไม่ค่า คนที่จัดการอะไรได้ดี สติแตกแล้วต้องมีคนอยู่ข้างๆค่อยช่วยฉุดละดึงคะ อิอิ
    #1363
    0
  25. #1362 <3 EXO (@ing-reborn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 19:54
    อเล็กซ์จิตใจเข้มแข็งมากๆเลยค่ะ ป.ล.หมั่นไส้กีมายานิดๆ
    #1362
    0