LOST

ตอนที่ 3 : LOST [1st Sign] - ตอนที่ 2 อำพันแห่งพาเวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    4 ก.ย. 57

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------
 
สวัสดีค่ะ
 
 
มีน้องๆ ถามกันหลายคนเลยว่าจะโพสเรื่องนี้วันไหนบ้าง
สำหรับช่วงนี้กัลจะโพสทุกวันจันทร์กับพฤหัสบดี นะคะ
รอติดตามกันได้ 
 
 
พรุ่งนี้วันศุกร์แล้ววว 
ขอให้ทุกคนทำงานอย่างแจ่มใสค่า
 
 
อ่านให้สนุกนะคะ
เจอกันวันจันทร์ค่ะค่ะ 
กัลฐิดา

 
---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 2 อำพันแห่งพาเวน
 
---------------------------------------------------------------------------------------
 

ห้องทรงหกเหลี่ยม ณ ใจกลางมหาปราสาทออเรียมาตกอยู่ในความเงียบสงัด เปลวไฟสีทอง สีเงิน สีเทา สีทองแดง สีขาว และสีเหลืองอ่อน ดวงเพลิงทั้งหกลอยปรากฏประดับอยู่เหนือเก้าอี้อันว่างเปล่าซึ่งตั้งประจำอยู่แต่ละด้านของโต๊ะประชุมหกเหลี่ยม มันกำลังสะบัดเปลวเพลิงพลิ้วไหวไปมาราวกับมีชีวิต เว้นแต่เก้าอี้ตรงตำแหน่งของดวงไฟเปลวเพลิงสีทองเท่านั้น ที่มีชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเทานั่งนิ่งอยู่เดียวดายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ” เสียงหวานดังมาจากดวงเพลิงที่มีเปลวไฟสีขาว

“ใช่” ชายหนุ่มตอบรับคำสั้นๆ

“เจ้าแน่ใจรึ บุตรแห่งออเรียมา แม่มดแห่งพาเวนน่า ออกเดินทางท่องเที่ยวไปตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ไม่เคยมีใครพบเห็นเธออีก แล้วเธอจะกลับมาในเวลานี้...” เสียงห้วนดังสวนมาจากดวงเพลิงที่มีเปลวไฟสีเทา

“ทั้งข้าและเจ้ารู้ดีเกินกว่าจะมาสงสัยในเรื่องนี้ บุตรแห่งเฟอราเมน ข้าไม่มีทางกุข่าวเรื่องนี้ขึ้นมาเอง หากไม่เห็นหลักฐานชัดเต็มตา” ผู้ที่ถูกเรียกขานว่า บุตรแห่งออเรียมาตอบเสียงเครียด ขณะสีหน้าเขากลับเคร่งเครียดมากขึ้นอีก

“เจ้าเห็นหลักฐานอะไร” เจ้าของเสียงหวานจากเปลวไฟสีเงินถามขึ้น

บุตรแห่งออเรียมาจึงหันไปตอบว่า “อำพันแห่งพาเวน”

เปลวไฟของทุกดวงเพลิงยกเว้นเปลวไฟสีทองพลิ้วสะบัดอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่เสียงจากดวงเพลิงเปลวไฟสีทองแดงจะดังขึ้น

“เจ้าเลยคิดว่า นั่นเป็นคำตอบให้กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดได้ทั้งหมด ใช่หรือไม่”

“ใช่ ความจริงที่พวกเราต้องยอมรับ และตัดสินใจกับเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนที่ลิบาเนียจะปั่นป่วนไปมากกว่านี้ ข้าจึงตัดสินใจเรียกประชุม ทั้งที่ตอนนี้ไม่ว่าพวกเจ้าหรือข้า ต่างก็ยุ่งอยู่กับแอนเชียโบล[1]ที่มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัวและเหตุไม่คาดฝัน” บุตรแห่งออเรียมาเปรยขึ้นเสียงเนิบ

“ลูม” เสียงเรียบจากเปลวไฟสีเหลืองอ่อน ทำให้บุตรแห่งออเรียมาหันไปมอง

“แม้ไม่ถูกกาลเทศะนัก แต่ข้าในฐานะ บุตรแห่งแอมมอรีน คงต้องให้เจ้าส่งมอบอำพันแห่งพาเวนคืนแก่ชนเผ่าของเราโดยเร็วที่สุด”

“ข้าเข้าใจถึงสิ่งที่เจ้าพูด แต่ ณ เวลานี้ ข้าทำไม่ได้” บุตรแห่งออเรียมาปฏิเสธเสียงขรึม

“ลูมิแนร์ มากัสตาร์ เจ้าจะทำลายกฎของพวกเรางั้นเหรอ” น้ำเสียงเรียบจากเจ้าของเปลวไฟสีเหลืองอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบ แต่ชายหนุ่มผู้ตอบยังคงนิ่งมองเปลวไฟสีเหลืองอ่อนที่พลิ้วสะบัดอย่างสงบ

“วาซาเรีย วิสเชส ข้าไม่ได้ทำลายกฎ แต่สิ่งที่เจ้าขอ คือ สิ่งที่ข้าทำไม่ได้ อำพันแห่งพาเวนเป็นของแม่มดแห่งพาเวนน่า แม้นางจะเป็นคนของชนเผ่าแอมมอรีน แต่นางก็ได้แยกตัวเป็นเอกเทศตั้งแต่ก่อตั้งสภาเพียริดอร์นแห่งนี้ แล้วข้ามีสิทธิ์อะไรที่จะนำของสิ่งนั้นคืนแก่เผ่าของเจ้า”

ไม่มีเสียงตอบจากผู้ครอบครองเปลวไฟสีเหลืองอ่อน ขณะที่เสียงจากเปลวไฟสีเงินก็ดังขึ้นว่า

“พวกเราไม่ได้มาอยู่ที่นี่เพื่อถกเถียงเรื่องนี้กันไม่ใช่เหรอ อีกไม่นาน ข่าวลือที่สำคัญกว่าการกลับมาของแม่มดแห่งพาเวนน่าก็จะแพร่สะพัดออกไป พวกเราควรห่วงเรื่องนั้นก่อนหรือเปล่า”

ลูมิแนร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสติแล้วพูดขึ้นว่า “ข่าวลือได้แพร่สะพัดออกไปแล้ว และเราจำเป็นต้องทำให้มันถูกต้อง ก่อนที่ความจริงที่เลวร้ายยิ่งกว่าข่าวลือนั้นจะประกาศออกไป”

“ยังไม่มีอะไรแน่นอนในเรื่องนี้ พวกเราทำไมต้องเร่งรีบขนาดนั้น” เสียงทุ้มดังมาจากเปลวไฟสีทองแดง

“เพราะการกลับมาของแม่มดแห่งพาเวนน่า คือ สิ่งยืนยันว่าสัญญาณแรกแห่งลิบาเนียดังขึ้นแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้พวกเราเพิกเฉยต่อสัญญาณนั้น” ลูมิแนร์ตอบเสียงหนักแน่น

“แต่นั่นเป็นเรื่องของเผ่าออเรียมา หาใช่เรื่องของอีกห้าเผ่าไม่ ข้าคนหนึ่งละที่ยังไม่ขอประกาศอะไรออกไป จนกว่าจะได้รับความจริงที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้” เสียงคัดค้านดังมาจากเปลวไฟสีเทา

ลูมิแนร์จ้องมองเปลวไฟสีเทาที่ค่อยๆ หรี่ลงจนดับไปอย่างนิ่งขึง ขณะที่เจ้าของเปลวไฟสีทองแดงก็เอ่ยต่อ

“เจ้าอาจจะคิดมากไป แม่มดแห่งพาเวนน่าเป็นคนขี้เล่น นางมักส่งของประหลาดมาให้พวกเราเสมอในวันเกิดของพวกเรา ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน นางคงอยากกลับมาพักผ่อน อย่าตีตนไปก่อนไข้เลย”

ลูมิแนร์หลับตาลงอย่างอดกลั้น ขณะที่เปลวไฟที่เหลืออีกสี่สีค่อยๆ หรี่ลงแล้วจางหายไป คงเหลือเพียงเปลวไฟสีทองที่ยังลุกโชติช่วงอยู่ แต่ไม่นาน ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งขึงอยู่เมื่อครู่ก็ลุกเดินออกจากห้องประชุมสภาเพียริดอร์น

“ท่านลูม”

ชายชราเจ้าของเส้นผมสีขาวและดวงตาสีทองซึ่งยืนรออยู่ที่หน้าห้องประชุม ค้อมตัวต้อนรับนายเหนือหัวอย่างคาดหวัง

“บุตรและบุตรีทั้งหลายคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ”

“พวกเขาคิดว่าเป็นแค่เหตุบังเอิญ” ลูมิแนร์ตอบเสียงขรึม ขณะที่ชายชราถามกลับเสียงสูง

“หัวหน้าชนเผ่าทั้งหกคนหายตัวไปอย่างลึกลับในเวลาที่ไล่เลี่ยกันอย่างนี้น่ะเหรอ เรื่องบังเอิญ ท่านกำลังล้อข้าเล่นหรือไงครับ”

ลูมิแนร์ส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ล้อเล่น อัลแตร์ พวกเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะ หัวหน้าชนเผ่าทั้งหกอยู่ในช่วงเดินทางตามธรรมเนียมปฏิบัติน่ะสิ การติดต่อหัวหน้าเผ่าไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ”

“แต่กับพวกเรามันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ หวูดสัญญาณเตือนภัยที่ห้องโถงต้อนรับไม่เคยดังมาก่อน แต่มันกลับส่งเสียงร้องขึ้น แล้วแม่มดแห่งพาเวนน่าก็กลับมา นั่นยังไม่ใช่หลักฐานที่ดีอีกเหรอครับ”

ลูมิแนร์ถอนหายใจยาว ขณะก้าวเดินไปตามทางเดินของมหาปราสาท

“ข้ารู้ อัลแตร์ ในเมื่อพวกเขาไม่เชื่อ เราก็ต้องหาทางตรวจสอบที่อยู่ของท่านพ่อและคณะหัวหน้าชนเผ่ากันเอง ถ้าเจอพวกเขาปกติสุขดี มันก็อาจจะเป็นอย่างที่บุตรแห่งคาเพนเทียพูด...สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่การล้อเล่นของแม่มดแห่งพาเวนน่าเท่านั้น”

“แต่ถ้าไม่ล่ะ” อัลแตร์เอ่ย

เท้าของรักษาการณ์หัวหน้าชนเผ่าออเรียมาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าชะงักกึก ก่อนจะหันมาสบตาคนสนิทแล้วตอบว่า

“สิ่งที่พวกเราต่างหวาดกลัวก็กำลังจะเกิดขึ้น และจะไม่จบแค่ที่เผ่าออเรียมา แต่นี่คือสัญญาณแรก...แห่งหายนะ”

 

อเล็กซ์รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ยังดีที่รอบตัวเธอโอบล้อมไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่นุ่มนวล อบอุ่น ร่างอันอ่อนล้าของเธอจึงฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ แล้วในที่สุด เปลือกตาที่ปิดดวงตาสีฟ้าเข้มก็ปรือขึ้น

กระโจม? เราอยู่ในกระโจมงั้นเหรอ อเล็กซ์ถามตัวเองขณะลืมตามองเต็มตา แล้วพบว่าเพดานห้องพักสีขุ่นของเธอได้กลายเป็นเพดานเตียงอันวิจิตรงดงาม ผ้ากำมะหยี่สีเหลืองอ่อนผูกโยงกับห่วงซึ่งยึดติดอยู่กับเพดานเตียง แล้วทิ้งตัวลงมาคลุมเตียงคล้ายกับเตียงนอนเจ้าหญิงที่อเล็กซ์อ่านเจอในนิทานตอนเด็กๆ

นี่ฝันหรือเปล่า เราอยู่ที่ไหนเนี่ย อเล็กซ์รำพึงกับตัวเอง ขณะยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วสิ่งแรกที่รับรู้ได้ซึ่งน่าตกใจที่สุด เธอ...ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!

พรึ่บ!

เด็กสาวสะบัดผ้าห่มคลุมตัวออกแล้วผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพราะอาการปวดแปลบในหัว เด็กสาวรีบดึงผ้าห่มคลุมตัวให้มิดชิดและแน่นหนามากขึ้น เมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนผ่าน จากนั้นเสียงลุกจากที่นั่งก็ดังพึ่บพั่บตามติดมา

“สวัสดียามเช้าค่ะ ไวเซอร์”

“สวัสดี ท่านแม่มดเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มของ ไวเซอร์ ที่ว่าเอ่ยถามขึ้น อเล็กซ์ฟังแล้วต้องขมวดคิ้วงุนงง

พูดภาษาอะไรของเขา นี่เราหลุดเข้ามาอยู่ในละครย้อนยุคฉากไหนงั้นเหรอ

“ยังเลยค่ะ ดูเหมือนท่านจะหลับลึกมาก บางครั้งก็พึมพำเป็นภาษาที่ข้าไม่เข้าใจ หรือนางจะสาปข้าคะ”

“เหลวไหล แม่มดแห่งพาเวนน่าจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร อย่าสร้างข่าวลือที่ไม่เป็นจริงอย่างนั้น เอาละ ข้าจะออกไปดูงานที่กังหันน้ำหน่อย หากท่านแม่มดฟื้น อย่าลืมให้คนไปแจ้งข่าวข้าด้วย”

“ค่ะ”

ครืด!

เสียงอะไรบางอย่างเลื่อนเปิดและปิดลง ตามด้วยเสียงถอนหายใจจากผู้หญิงที่คุยกับผู้ชายคนเมื่อกี้

อเล็กซ์ขยับตัวกำลังจะลุกไปแง้มผ้าม่านแอบดูเสียหน่อย ว่าโรงถ่ายละครที่เธอหลงเข้ามาเลิกกองกันหรือยัง อยู่ๆ ม่านที่คลุมเตียงนอนก็ถูกชักให้เปิดขึ้นช้าๆ เด็กสาวเลยรีบหลับตาปี๋ และนอนนิ่งตัวแข็งทื่อไปทันที

“เฮ้อ! ยังเด็กอยู่เลยนี่ เนี่ยเหรอแม่มดแห่งพาเวนน่า ได้ยินแต่เขาเล่าลือกันมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่เคยเห็นตัวจริง ว่ากันว่า แม่มดพาเวนน่าแปลงร่างได้สารพัด มีพลังล้นเหลือ แต่ถึงกับแปลงร่างเป็นเด็กที่ครึ่งหญิงครึ่งชายอย่างนี้ก็ไม่ไหวนา”

ว่าใครครึ่งหญิงครึ่งชายอ้ะป้า ฉันน่ะผู้หญิงทั้งแท่งเลยนะอเล็กซ์ตะโกนเถียงในใจออกไปทั้งที่ยังหลับตาปี๋

“หลับมาตั้งสองวันแล้วไม่ฟื้นสักที สงสัยที่ผ่านมาคงจะเที่ยวหนักไปหน่อย เฮ้อ! ปิดม่านไว้ดีกว่า จ้องนางนานๆ เดี๋ยวตื่นมาหงุดหงิด แล้วสาปเราละก็ แย่เลย”

แล้วผ้าม่านก็โรยตัวลงมาคลุมเตียงไว้ดังเดิม อเล็กซ์ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งก่อนเพื่อความแน่ใจ พอเห็นม่านปิดแล้วจริงๆ เด็กสาวก็พยุงตัวลุกขึ้น

“นี่มันอะไรกันเนี่ย ที่นี่มันที่ไหนกันแน่”

เด็กสาวกำผ้าห่มไว้แน่น ก่อนจะก้มมองที่ข้อมือ กำไลสีเหลืองใสที่เธอไม่เคยมีพันอยู่รอบข้อมือ ทำให้เด็กสาวเริ่มรำลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทีละน้อย

“เราทะเลาะกับแมทธิวเรื่องลูกแก้วสีเหลืองนั่น แล้วก็...ตกบันได จากนั้น...” อเล็กซ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นมากขึ้น เธอจำได้แม่นว่าตกบันได แต่หัวกระแทกพื้นหรือเปล่าจำไม่ได้ สิ่งที่เธอจำได้ดีอีกอย่างคือ

“น้ำ...เหมือนตกลงไปในน้ำนี่นา แล้วก็...”

ดวงตาสีฟ้าเข้มของอเล็กซ์กลอกไปมา พลางแบมือข้างขวาที่เธอกำลูกแก้วเจ้าปัญหาเอาไว้ แต่ตอนนี้ลูกแก้วนั้นหายไปแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นกำไลสีเหลืองอำพันที่พันรอบข้อมือเธอไว้แทน อเล็กซ์ยกมือข้างนั้นขึ้นเพ่งมอง

กำไลสีเหลืองอำพันใสแจ๋วจนมองทะลุไปเห็นผิวที่ข้อมือได้ชัดเจน และเพราะความใสของมัน จึงเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ลอยอยู่ในนั้น อเล็กซ์พยายามเพ่งตามอง แต่ก็มองไม่ออกว่าคืออะไร

“ช่างมันก่อน ตอนนี้เราต้องกลับบ้านแล้วไปทำงาน เราโดนพักงานสามวัน นี่ผ่านมากี่วันแล้วล่ะ”

พอสมองคิดถึงเรื่องงาน เด็กสาวก็ตัดสินใจดึงผ้าห่มมาพันตัว แล้วลุกไปแง้มผ้าม่านที่คลุมเตียงแอบดูข้างนอก เมื่อไม่เห็นใคร เธอจึงเดินออกไป

“อ้ะ ท่านแม่มด” เสียงทักดังมาจากหญิงวัยกลางคน ซึ่งอยู่ในชุดแปลกประหลาด ทำให้อเล็กซ์ยืนตัวแข็งทื่อไป

“ตื่นแล้วเหรอคะ งั้นข้าจะไปแจ้งท่านไวเซอร์...อ้อ เสื้อผ้าของท่านอยู่นี่ค่ะ”

หญิงคนนั้นเอ่ยพลางรีบวางถาดใส่เสื้อผ้าที่เธอเพิ่งจัดเตรียมเสร็จลงบนโต๊ะข้างหน้าต่าง แล้วเดินไปที่ประตู เธอเอื้อมมือไปแตะปุ่มอะไรสักอย่างที่ด้านข้าง จากนั้นบานประตูหินก็เลื่อนเปิดออก

“อีกสักครู่ข้าจะสั่งให้คนนำอาหารมาให้ท่าน” หญิงวัยกลางคนหันมาเอ่ยต่อ ก่อนจะโค้งตัวเคารพจนอเล็กซ์ที่อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกต้องรีบโค้งหัวรับ สร้างความงุนงงให้หญิงคนนั้น ขณะบานประตูปิดลง

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” อเล็กซ์ยกมือขึ้นกุมหัวอย่างงุนงง แต่ก่อนที่เธอจะสติแตกไปมากกว่านี้ เด็กสาวรีบตรงไปที่ถาดเสื้อผ้าแล้วหยิบขึ้นมาดู

“หือ? ผ้าฝ้ายทอมือเหรอเนี่ย นี่เราหลุดเข้ามาในกองละครย้อนยุคจริงเหรอ แล้วไหนล่ะกล้อง ไม่มี” อเล็กซ์พูดเองเออเอง ขณะมือก็พลิกเสื้อผ้าสำรวจตรวจตราอยู่ไปมา รู้สึกไม่ชอบมาพากลนัก

“อย่าคิดมากเลยอเล็กซ์ ใส่ๆ ไปก่อน จะได้กลับบ้าน” อเล็กซ์บอกตัวเอง พอคิดจะแต่งตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ในห้องนี้ไม่มีห้องน้ำ แต่ถึงมี อเล็กซ์ก็ไม่ไว้ใจ อาจมีกล้องซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่งในห้องนี้หรือเปล่า

“แต่งตัวบนเตียงนี่แหละชัวร์ที่สุด อย่างน้อยก็มีม่านกั้น” อเล็กซ์หอบเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าไปในเตียง แล้วเริ่มแยกชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่ดูประหลาดออก

“ชุดอะไรของเขาเนี่ย มีชุดกระโปรงตั้งสองตัว อันแขนกุดนี่คงเป็นตัวนอก  อันนี้เข็มขัด...ไหมทอง! ของจริงป๊ะเนี่ย” อเล็กซ์อุทาน ขณะยกเข็มขัดผ้าทอลวดลายวิจิตรที่ทอด้วยไหมทอง ขึ้นมองอย่างพิจารณา แล้วทิ้งมันเพื่อไปคว้าเสื้อผ้าชิ้นสำคัญที่สุดของผู้หญิงของตัวเองอย่างดีใจ

“ดีนะเนี่ยยังใจดีเหลือของใช้ส่วนตัวของเราไว้ให้” อเล็กซ์พึมพำขณะสวมชุดชั้นในของเธอ แล้วสวมชุดชุดเสื้อแขนสั้นกระโปรงบานพริ้วยาวกล่อมเท้า ตามด้วยชุดกระโปรงแขนกุดสีน้ำเงินเข้มที่มีการปักลายด้วยไหมสีสดใสที่สั้นกว่าชุดกระโปรงตัวใน

“ถ้าใครมาเห็นคงนึกว่าเรากำลังจะไปงานเลี้ยงแฟนซี” เด็กสาวพึมพำพลางหยิบเข็มขัดไหมทองมาคาดเอว ก่อนจะเหลือบไปมองรองเท้า

“กองละครนี้เก่งแฮะ เขารู้ได้ไงว่าเราใส่รองเท้าเบอร์อะไร” อเล็กซ์นึกสนเท่ห์ขึ้นมาขณะรองเท้าสานส้นเตี้ยแล้วก้าวลงจากเตียง เพื่อเดินไปดูสภาพตัวเองในกระจกเงา

“พอดูได้แหละ” อเล็กซ์เอ่ยขณะมองภาพตัวเองในกระจก แล้วหันซ้ายหันขวาเพื่อตรวจความเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะอ้าปากค้างขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง

ผืนหญ้าเขียวขจีชวนน่าหลงใหลดึงดูดสายตาก่อนเป็นลำดับแรก ภูเขา และหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายเลียบริมลำธารซึ่งทอดตัวยาวไปไกลลิบๆ จนสุดสายตา ที่นี่ไม่น่าใช่เมืองราพีนที่เธอรู้จัก และไม่มีทางใช่เด็ดขาด เด็กสาวถอยห่างจากหน้าต่าง แล้วหันมองไปรอบห้องนอนอีกครั้ง ด้วยสายตาที่กระจ่างใสกว่าเดิม

เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่เตียงนอนซึ่งคลุมด้วยผ้าม่านคล้ายผ้ากำมะหยี่มาก แต่พอมองดีๆ มันกลับมีลวดลายคล้ายพรมที่เธอเคยเห็นในคฤหาสน์ตระกูลเบรชเชอร์ แต่ของที่นี่มีลวดลายละเอียดกว่ามาก ผนังห้องเป็นแผ่นหินตัดเรียบอย่างประณีต ไม่มีวอลเปเปอร์ แต่มีคบเพลิงบนผนังหิน ซึ่ง ณ เวลานี้ไม่ใช่เวลาทำงานของมัน และมีแจกันขนาดใหญ่ที่ปักดอกไม้ประหลาดที่อเล็กซ์ไม่รู้จักไว้

รอบกายเธอเต็มไปด้วยของประหลาดที่ไม่คุ้นตาทั้งนั้น และสิ่งที่ไม่คุ้นตาที่สุด ที่เธอควรสังเกตเห็นแต่แรก ก็คือ ประตูหิน มีที่ไหนในโลกที่ใช้ประตูเป็นหินเลื่อนได้อย่างห้องนี้บ้าง อเล็กซ์เดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตู เธอยื่นมือไปแตะปุ่มที่เห็นคุณป้าคนเมื่อกี้แตะ

ครืด!...

เสียงประตูหินเคลื่อนเปิดออก อเล็กซ์ผงะไปนิดหนึ่ง เพราะเสียงและการสั่นสะเทือนนั้นบ่งบอกชัดว่า ประตูที่กำลังเคลื่อนตัวนั้นเป็นหินจริงๆ และมีน้ำหนักเป็นร้อยกิโลกรัมได้มั้ง มันกำลังเคลื่อนตัวเปิดออกเพียงเพราะเธอกดปุ่มแค่ครั้งเดียว แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องตกใจผงะถอยหลัง เมื่อประสบกับสิ่งที่อยู่หลังบานประตูหินที่เปิดออก มันน่าตกใจเสียยิ่งกว่าทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอ นั่นก็คือ ดวงตาสีเทาที่ทำให้ความทรงจำก่อนที่เธอจะสลบไปกลับมาแจ่มชัดเหมือนครั้งแรกที่เธอสบกับดวงตาคู่นั้น

อเล็กซ์ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน คนตรงหน้าเป็นใคร แต่เธอรู้โดยสัญชาตญาณว่า..เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายที่สุดในชีวิตก็เป็นได้



[1]แอนเชียโบล ธรรมเนียมการเดินทางของผู้นำชนเผ่าทั้งหกแห่งลิบาเนีย

 
 
---------------------------------------------------------------------------------------
 
เอาล่ะสิคะ 
การพบกันครั้งนี้จะเป็นยังไงน้า
^______________^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. #5605 SKK~hoUse (@oonja) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 18:37
    ฮึ้ยยยย พระเอกอ่ออ ><
    #5605
    0
  2. #685 นางมารต๊อง (@chanitanay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 08:27
    ตื่นเต้นจังลุ้นๆ
    #685
    0
  3. #458 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 15:36
    จะเป็นพระเอกของเรื่องนี้รึเปล่านะ
    #458
    0
  4. #403 I am mint (@mint09012546) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 12:39
    ใครหว่า???
    #403
    0
  5. #312 Tiany (@tiany) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 22:28
    ผู้ชายตาสีเทาคนนี้จะใช่พระเอกมั้ยน้าา
    #312
    0
  6. #242 Ciel En Roseジン (@jingin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 21:23
    สนุกมากๆๆ
    #242
    0
  7. #222 orionnn (@orionnn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 21:58
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอึดอัดแทนอเล็กซ์เลยค่ะ
    #222
    0
  8. #196 Tuksaporn Dista Lieangphurksa (@mata_chocco) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 20:12
    ตื่นเต้นอ่าาาา
    #196
    0
  9. #155 Crag (@crag) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 07:40
    อยากอ่านแล้วววว><~
    #155
    0
  10. #154 Crag (@crag) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 07:39
    ทำไมมันดูสั่นๆอะT0T~
    #154
    0
  11. #140 En-Xa-Op (@wingsrose) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 22:18
    ลุ้นๆๆๆ อ๊ากกกก พี่กัลค้าา อยากอ่านใจจะขาดแล้วค่าาา น่าติดตามมากๆเลยค่า คอยอยู่น้าาา ><
    #140
    0
  12. #139 Ryu Patteera (@ryupika) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 20:46
    หนุกค่ะ จะรออ่านตอนหน้าค่ะ =w=
    #139
    0
  13. #135 หฟกด ่าสว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 22:16
    ตลกนางเอกอ่ะค่ะ

    'ชั้นเป็นผู้หญิงทั้งแท่งเลยน่ะ'

    เธอแบนใช่ม่ะ 5555
    #135
    0
  14. #134 Sel2aMOon (@sel2amoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 16:35
    พระเอกปะเนี่ย =..=
    #134
    0
  15. #132 เด็กชาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 13:47
    พี่กัลจะลงเรื่องนี้วันไหนบ้างอ่ะครับ
    #132
    0
  16. #131 กานดาEXE (@sahavith) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 12:46
    ตอนต่อไปอยู่หน๋ายยยย อยากอ่านต่อ
    #131
    0
  17. #130 Wonder (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 23:57
    เริ่มจะสนุกละค้าาา >,<
    #130
    0
  18. #129 safeland (@safeland) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 18:00
    ชายตาสีเทานั่น พระเอกรึป่าวววววว >3<
    #129
    0
  19. วันที่ 5 กันยายน 2557 / 14:53
    อ้ายยยยยยยยยยยย น่าติดตามๆๆค่ะพี่กัล
    #128
    0
  20. #127 purakiyaa (@nongp_u_2008) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 11:14
    ใครอะคะ ลุ้นๆ
    #127
    0
  21. #126 Pep.mintz (@raindrop-diamond) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 23:47
    ลุ้นๆๆๆๆ พระเอกใช่ไหมคะพี่กัล
    #126
    0
  22. #125 Tiffy (@maemodpeesad) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 23:34
    ชอบๆๆค่าาา

    รอต่อปายยยยยย
    #125
    0
  23. #124 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 23:13
    โอ๊ะ จะเกิดอะไรขึ้น
    #124
    0
  24. #122 Alien-UFO (@ufo-patr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 22:39
    อ้ายยยย พระเอกป่ะเนี่ยย
    #122
    0
  25. #119 <3 EXO (@ing-reborn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 20:25
    สนุกค่ะ คนนี้จะเป็นพระเอกมั้ยน้าาา ><
    #119
    0