LOST

ตอนที่ 182 : LOST [6th Sign] - ตอนที่ 9 มิลเล็กซ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    11 ส.ค. 59

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 
สวัสดีค่า ><

วันนี้มีเรื่องน่ายินดีค่ะ เพราะตุ๊กตาผ้าสักหลาดที่สั่งทำไว้มาถึงบ้านแล้ว



ใช้เวลาปรับแบบ หาคนทำ ต่อคิว และอื่นๆ รวมทั้งสิ้นเกือบ 6 เดือน
ในที่สุดก็ได้ตุ๊กตาสมใจค่ะ เย้ๆ 

อันนี้กัลทำออกมาจำนวนหนึ่งถ้ามีคนสนใจเยอะคงจะเปิดพรีออเดอร์
แต่ก็ต้องคุยกับคนทำตุ๊กตา เพราะคิวยาวมากกกก TwT
ตัวละครอีกตัวคือ วาซาเรีย ยังไม่ออกมาเพราะแบบยังไม่เสร็จ
ถ้าได้มาเมื่อไรจะเอามาอวดค่ะ

คนที่สนใจตุ๊กตาพวงกุญแจ (ขนาด 15 เซ็นติเมตร)
เปิดขายหน้าร้านในห้องสมุดยายพันในเทพชอปค่ะ
วันที่ 11 สิงหาคม 2559 เวลา 20.00 น.



อ่านให้สนุกค่า
เจอกันวันเสาร์ค่า
กัลฐิดา 


---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 9 มิลเล็กซ์

---------------------------------------------------------------------------------------

ในลิบาเนียมีคนที่ชื่อซ้ำกันอยู่มากมาย อย่างเช่นอัศวินดีฟาของครีสและพริสเซล่าก็มีชื่อเอจิลเหมือนกัน การทำสำมะโนประชากรในลิบาเนียจึงต้องมีการระบุรายละเอียดและลักษณะจำเพาะบางอย่างไว้ให้ชัดเจนเพื่อการตามหา แต่ถึงอย่างนั้น การจะมีคนชื่อซ้ำกับคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้นก็ไม่น่าจะเป็นความบังเอิญนะ อิลกาจ้องมองดวงไฟสื่อสารซึ่งเชื่อมต่อเขากับพริสเซล่าและวาซาเรีย พลางนึกถึงคำพูดของลูมิแนร์ตอนที่บอกเขาว่า จะเดินทางไปพบใครคนหนึ่งที่อาจช่วยพวกเราได้

“...มิลเล็กซ์ วิส มิลเล็กซ์...” อิลกาพึมพำกับตัวเอง

ทำไมเขาถึงมีนามสกุลคล้ายกับ...” ดิสก้าพูดค้างไว้แค่นั้น เหมือนยังไม่อยากเชื่อตามที่ได้ยิน

วาซาเรียจึงย้ำให้ฟังชัดๆ อีกครั้ง

ใช่ เขานามสกุลเดียวกับอเล็กซ์ พวกเจ้าว่าเป็นเรื่องบังเอิญงั้นเหรอ

ไม่แน่นอน ไม่มีเรื่องบังเอิญอย่างนั้นแน่ หรืออเล็กซ์จะเกิดในลิบาเนีย แล้วไปโตในดินแดนอันไกลโพ้นนั่นอิลกาตั้งข้อสังเกตใหม่

ก็น่าจะมีส่วนนะ หากอเล็กซ์มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับมิลเล็กซ์คนนี้จริงๆ ก็ไม่แปลกที่นางใช้พลังจากอำพันแห่งพาเวนได้วาซาเรียตอบ

แต่อเล็กซ์พูดเสมอว่านางเป็นเด็กกำพร้านะ นามสกุลนี้อาจได้จากผู้ที่อุปการะนางก็ได้ดิสก้าแย้ง

แล้วในบันทึกกล่าวถึงมิลเล็กซ์คนนี้ยังไงบ้างละ วาซาเรียเสียงถามดังมาจากเปลวไฟสีทองแดง

วาซาเรียหันไปมองเปลวไฟสีทองแดง แล้วตอบว่า

ไม่มีบันทึกถึงคนตระกูลวิสในสาส์นไหนๆ ของแอมมอรีน มันน่าแปลกที่อยู่ๆ ชื่อนี้ก็ผุดขึ้นมาในสาส์น แต่พอลองศึกษาสาส์นอื่นที่มีอายุน้อยกว่าต่อมาเรื่อยๆ ก็มักจะเจอชื่อนี้ในสิ่งประดิษฐ์ หรือสิ่งก่อสร้างที่พวกเรารู้จักดี…”

“M.W ใช่ไหม” เชลาแห่งคาเพนเทียผู้เชี่ยวชาญงานสถาปัตยกรรมถามขึ้น

“ใช่ สถาปนิกที่มีชื่ออยู่เคียงข้างแม่มดแห่งพาเวนน่า ตัวอักษรนั้นเป็นชื่อย่อของคนๆ นั้น” วาซาเรียตอบ

แล้วเจ้าเจออะไรอีกพริสเซล่าถามต่อ

วาซาเรียสูดหายใจเข้าลึก ในเอกสารระบุว่า มิลเล็กซ์ วิส เป็นนักประดิษฐ์ เขาเป็นพ่อมดคนแรกของแอมมอรีนที่ศึกษาศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุอย่างจริงจัง เขาเชื่อว่า อำพันคือสิ่งที่ส่งเสริมการใช้พลังของพ่อมด และหากพ่อมดสามารถหลอมรวมกับอำพันได้ พ่อมดคนนั้นก็จะเป็นพ่อมดที่ทรงอำนาจที่สุด

ฟังดู...เหมือนเป็นคนประหลาดหน่อยๆ เลยว่าไหมดิสก้าเปรย

“แต่เป็นคนประหลาดที่สามารถฝังความคิดนี้จนกลายเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของพวกพ่อมดได้ เจ้าไม่คิดว่านั่นคือ สิ่งที่น่าชื่นชมนิดหน่อยเหรอ” วาซาเรียเอ่ยติดตลก

แต่นั่นก็คล้ายกับอเล็กซ์มากเลยนะ พวกเจ้าลองนึกดูสิ อเล็กซ์ใช้หลักการของศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุพาพวกเรารอดพ้นวิกฤตมาได้ทุกครั้งนะครีสตั้งข้อสังเกต

วาซาเรียพยักหน้า ใช่ นั่นเป็นประเด็นที่หนึ่ง และประเด็นที่สองที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มิลเล็กซ์ วิส คนนี้แหละที่เป็นผู้สร้างบันทึกมหาเวท

ความเงียบระหว่างผู้ร่วมประชุมเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พริสเซล่ามองวาซาเรียเหมือนไม่อยากเชื่อ ขณะที่ผู้ร่วมประชุมอีกสามคนซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของไฟสื่อสารก็นิ่งขึงไปเช่นเดียวกัน

คนคนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหายนะของลิบาเนียแน่ ปัญหาคือตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนพริสเซล่าเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น

อาจต้องเริ่มที่อเล็กซ์ดิสก้าแนะ

ตอนนี้อเล็กซ์ไม่อยู่แล้ว และลูมก็ด้วยครีสพูดต่ออย่างหนักใจ

อิลกาที่นิ่งเงียบมานานจึงเอ่ยขึ้นว่า “แปลกนะ”

ทุกสายตาจับจ้องไปที่เจ้าของเปลวไฟสีเงิน

“อะไรที่แปลก” วาซาเรียถาม อิลกาจึงตอบว่า

“ก็คนที่ลูมเคยเจอในดินไกลโพ้น คนที่ลูมตั้งใจเดินทางไปเจอเขาในครั้งนี้ ก็ชื่อ...มิลเล็กซ์”

 

“มิลเล็กซ์”

ตุบ!

โทรศัพท์มือถือในมืออเล็กซ์ร่วงลงบนพื้นพรมสีหม่นทันที แต่ถึงมันจะร่วงจนแตกกระจาย อเล็กซ์ก็ไม่สนใจมันหรอก เพราะสิ่งที่เด็กสาวเพิ่งจะได้ยินจากลูมิแนร์ มันน่าตกใจยิ่งกว่า

“นายพูดว่าอะไรนะ” อเล็กซ์ถามย้ำให้แน่ใจ

ลูมิแนร์ก้มมองโทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่ที่เท้าอเล็กซ์ แล้วเงยหน้าตอบเด็กสาวซึ่งจ้องหน้าเขาตาค้างอย่างไม่เข้าใจ

“เขาชื่อ มิลเล็กซ์ ทำไมเหรอ มีอะไรผิดปกติ”

อเล็กซ์ส่ายหน้า พลางยื่นมือไปจับแขนลูมิแนร์ยึดไว้แน่น อยู่ๆ ขาของเธอก็อ่อนเปลี้ยหมดเรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ ลูมิแนร์โอบไหล่เด็กสาวไว้ เขาพาเธอไปนั่งบนโซฟายาว แล้วถามว่า

“เจ้าเป็นอะไรอเล็กซ์”

อเล็กซ์ไม่ตอบและเงียบไปครู่หนึ่ง อยู่ๆ เด็กสาวก็ผุดลุกขึ้นวิ่งไปยังห้องนอน ลูมิแนร์รีบลุกตามไปติดๆ เมื่อเข้าไปในห้องนอนก็เห็นอเล็กซ์นั่งคุกเข่ากำลังดึงลิ้นชักซึ่งอยู่ติดกับที่นอนขนาดนอนคนเดียวออกมา แล้วรื้อหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะดึงสมุดปกสีฟ้าอ่อนเล่มเท่าฝ่ามือออกมา

“เจอแล้ว! ไม่ได้เห็นซะตั้งนาน” อเล็กซ์พึมพำสีหน้าดีใจอย่างมาก พลางเปิดสมุด แล้วพลิกไปทีละหน้าแบบเร็วๆ

สมุดเล่มนี้เป็นสมุดเก็บภาพถ่ายซึ่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแจกให้เด็กทุกคน ในนั้นจะมีรูปถ่ายในวันสำคัญๆ ของเด็กแต่ละคน อย่างน้อยเด็กกำพร้าไร้ครอบครัวจะได้ไม่รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีที่มา แม้อเล็กซ์จะไม่ชอบการถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกสักเท่าไร แต่มามี้สการ์เล็ตก็มักจะถ่ายรูปในวันสำคัญๆ และเอามาเก็บไว้ให้ แล้วมามี้ก็มอบมันให้อเล็กซ์ ตอนที่อเล็กซ์ตัดสินใจออกจากสถานเลี้ยงเด็กเพื่อมาอยู่คนเดียว

“มีจริงๆ ด้วย” อเล็กซ์พึมพำ ขณะดวงตาไม่ได้ละไปจากภาพถ่ายในสมุด

“เจ้าเจออะไรงั้นเหรอ” ลูมิแนร์ถาม

อเล็กซ์จึงลุกขึ้นยืน แล้วยื่นสมุดเก็บรูปถ่ายซึ่งเปิดอยู่ที่ภาพที่เธอต้องการให้ชายหนุ่มดู พลางตอบว่า

“นายดูสิ”

ลูมิแนร์รับสมุดนั้นมาก้มดู ก่อนจะเบิกตากว้าง ภาพที่เห็นคือ ภาพของอเล็กซ์ในวัยเด็ก เส้นผมสีดำดูยุ่งเหยิง แต่ใบหน้ากลับเปล่งประกายความสุข เด็กคนนั้นสวมชุดคลุมสีขาว ในมือถือหลอดทดลองเหมือนกับที่นางเคยทำกับกระเป๋าของเล่นของนาง ข้างๆ เด็กหญิงคือชายชราเจ้าของใบหน้าและดวงตาซึ่งทำให้ลูมิแนร์ยืนตัวแข็งทื่อ

“ใช่เขาไหม” อเล็กซ์ถามเสียงเบาหวิว

ลูมิแนร์เงยหน้าจากภาพ แล้วก้มมองภาพนั้นใหม่อย่างพิจารณาอีกครั้ง เขากำลังเทียบเคียงชายชราในภาพกับชายคนที่อยู่ในความทรงจำของเขา ขณะที่หัวใจเขาเริ่มเต้นรัวและแรงขึ้น

“ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรกับเจ้า” ลูมิแนร์เค้นเสียงถามไปในที่สุด

“แล้วผู้ชายคนนี้ใช่คนเดียวกับที่นายบอกหรือเปล่าละ” อเล็กซ์ไม่ตอบ แต่กลับย้อนถาม

ลูมิแนร์เงยหน้าสบตาอเล็กซ์อีกครั้ง แล้วพยักหน้า

“แม้เขาจะดูแก่กว่าตอนที่ข้าพบ แต่ใช่ ข้าจำดวงตาของเขาได้ดี”

อเล็กซ์หลับตาลงราวกับกำลังยอมรับกับเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะลืมตามาตอบคำถามของลูมิแนร์ที่เธอค้างไว้

“เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันชอบวิทยาศาสตร์ คำสอนของเขาช่วยให้ฉันช่วยพวกนายได้หลายครั้ง เขาคือ มิลเล็กซ์ วิส...พ่อบุญธรรมของฉันเอง”

“พ่อบุญธรรม?”

อเล็กซ์รับสมุดภาพคืน

“ใช่ เขารับอุปการะฉันตอนฉันอายุเก้าขวบ พวกเราอยู่ด้วยกันประมาณหกเดือน เป็นหกเดือนที่ฉันมีความสุขที่สุด...”

“แล้วเขาก็จากเจ้าไป” ลูมิแนร์เอ่ยต่อเสียงขรึม

อเล็กซ์สบตาเขาแล้วยิ้มอ่อน “ใช่ เขาจากไปด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ฉันเลยต้องกลับไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเบรชเชอร์อีกครั้ง”

ลูมิแนร์อยากลูบศีรษะเด็กสาวปลอบเธอ แต่เขาก็ห้ามตัวเองไว้ ขณะที่อเล็กซ์รีบปรับสีหน้าแล้วพูดเสียงจริงจังว่า

“ถ้าคนที่เรากำลังตามหาคือมิลเล็กซ์จริงๆ ฉันว่าเราเจอปัญหาใหญ่แล้วละ”

ลูมิแนร์ถอนหายใจยาว “ใช่ เพราะถ้าไม่มีเขา พวกเราก็จะ...”

“ถ้าเขาเป็นคนคนนั้นจริงๆ ฉันว่า เขาน่าจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ มิลที่ฉันรู้จักมีแผนสำรองเสมอ แล้วถ้าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ฉันไม่คิดว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญที่เขามารับอุปการะฉัน ทั้งที่ตัวเองใกล้จะตาย”

“เจ้าคิดอะไรออกงั้นเหรอ”

อเล็กซ์กอดสมุดรวมภาพไว้กับอก พลางเอ่ยด้วยเสียงมุ่งมั่นว่า “เขาต้องทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้เรา เราแค่ต้องหามันให้เจอ”

“แล้วเราจะหามันจากที่ไหน เจ้าบอกว่าเขาตายไปตั้งแต่เจ้าอายุได้เก้าขวบ ซึ่งมันก็ผ่านมาได้...”

8 ปี แต่ของทุกชิ้นของเขายังอยู่ และมันตกเป็นของฉัน ซึ่งเป็นทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา”

ลูมิแนร์มองดวงตาที่พวยพุ่งไปด้วยแววแห่งความหวังของอเล็กซ์อย่างนึกกลัวขึ้นมาแวบหนึ่ง ความตั้งใจแรกที่เขานำอเล็กซ์มาที่นี่ เพราะอยากให้นางกลับมายังโลกที่ปลอดภัย โลกไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ลิบาเนีย และหากโชคดีได้เจอมิลเล็กซ์จริง เขาก็จะฝากอเล็กซ์ไว้กับมิลเล็กซ์ แต่ตอนนี้ แผนทุกอย่างพังหมด และมีความเป็นไปได้สูง หากจะกลับลิบาเนียก็จำเป็นต้องอาศัยพลังของอำพันแห่งพาเวน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถปกป้องอเล็กซ์ได้อีกเหมือนเดิม

“แล้วของที่ว่ามันอยู่ที่ไหน” ลูมิแนร์ถาม

อเล็กซ์สบตาลูมิแนร์ ดวงตาของเธอค่อยๆ เปล่งประกายขึ้นอย่างภาคภูมิใจในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด

“รู้ไหม นายเป็นคนแรกที่ฉันบอก”

“หือ?”

อเล็กซ์ยิ้มกว้าง “มันอยู่ที่บ้านในเมืองแนสจีก้า บ้าน ของฉัน”

 

ปัญหาสำคัญในการปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ของลูมิแนร์คือ ที่นี่มีสิ่งประดิษฐ์หน้าตาประหลาดมากกว่าเจ้าโทรศัพท์มือถือที่อเล็กซ์พกติดตัว ทั้งเครื่องจำหน่ายกระดาษที่ทำให้เขานั่งพาหนะไร้ชีวิต แต่วิ่งเร็วราวกับมังกรของแอมมอรีน เพื่อตรงมายังเมืองแถวชายหาดที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ ทั้งเครื่องทำความสะอาดเสื้อผ้าที่อเล็กซ์สอนให้เขาใช้เป็นครั้งแรก เพราะจำเป็นต้องเก็บเสื้อผ้าชุดที่เขาใส่ติดตัวมาไว้ แล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าตามแบบของคนที่นี่แทน ซึ่งเมื่อใส่แล้วก็รู้สึกสบายดี เพียงแต่ขนาดของมันออกจะใหญ่กว่าตัวเขาไปหน่อย

ฉันไปขอยืมเพื่อนพนักงานในโรงงานซึ่งพักอยู่ชั้นบนมาให้นาย เพราะงั้นอย่าบ่น

ลูมิแนร์อยากบอกว่าเขาไม่ได้บ่นสักคำ แต่ไม่ได้พูดออกไป ดูเหมือนเด็กสาวจะหัวเราะได้ตอนเห็นเขาเดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดใหม่

“เดี๋ยวเราต้องนั่งรถบัสต่อไปยังเมืองแนสจีก้าซึ่งอยู่ถัดจากเมืองนี้ไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ที่นั่นเป็นเมืองเล็ก ไม่มีทางเข้าจากทางอื่นนอกจากรถบัสประจำทางของเมืองนี้ นายอย่าทำตัวประหลาดละ แล้วก็เลิกพูดคำแทนตัวว่า ข้ากับเจ้าด้วย ให้ใช้คำแทนตัวเองว่าฉัน เรียกคนอื่นว่า คุณหรือเธอก็ได้ เข้าใจไหม” อเล็กซ์กระซิบเบาๆ ระหว่างทั้งคู่นั่งรอรถเมล์

“พวกเขาจะเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม”

อเล็กซ์ทำตาขวางใส่ เพราะลูมิแนร์ยังพูดแทนตัวเองว่า ข้า ทั้งที่เพิ่งเตือนไปหยกๆ แต่พอคิดตามที่ชายหนุ่มถาม อเล็กซ์ก็หันซ้ายแลขวามองผู้คนที่เดินผ่านไปมา แล้วเพิ่งนึกได้เช่นกัน

“เออ จริงของนาย แล้วนายฟังเขาพูดกันออกบ้างไหม ถึงว่าสิ ตั้งแต่ออกจากบ้านเวลาฉันทักใคร นายถึงไม่พูดอะไรเลย”

“ข้าฟังไม่เข้าใจ แต่ข้าเข้าใจด้วยท่าทางของเขา” ลูมิแนร์ตอบ

“แล้วนายฟังที่มิลเล็กซ์สอนเข้าใจเหรอ ตอนนั้นน่ะ” อเล็กซ์ถาม รู้สึกผ่อนคลายลงนิดหนึ่ง เพราะไม่มีใครฟังลูมิแนร์รู้เรื่อง อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องการใช้ภาษาประหลาดของเขาไปได้

“เข้าใจ เพราะเขาพูดภาษาลิเบียนกี้กับข้า”

อเล็กซ์พยักหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองตารางเวลาเดินรถของรถเมล์ ลูมิแนร์เงยหน้ามองตาม แล้วถามว่า

“ตัวอักษรพวกนั้นคืออะไร ทำไมมันวิ่งอยู่ตลอดเวลา”

“เป็นตัวแสดงเวลา ว่ารถเมล์สายที่เรารอจะมาถึงที่นี่ในอีกกี่นาที นายนี่....” อเล็กซ์หรี่ตามองแล้วหัวเราะ

“เจ้าหัวเราะทำไม” ลูมิแนร์ถามเสียงขุ่น เขารู้สึกเหมือนโดนหัวเราะเยาะอยู่

“ฉันเข้าใจแล้วละ ว่านายรู้สึกยังไง ตอนฉันถามนู้นถามนี่อยู่เรื่อย แม้ในเรื่องที่มันธรรมดาที่สุด ก็เพราะไม่รู้สินะ”

ลูมิแนร์นิ่วหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่ไม่รู้จะเถียงอย่างไร เลยปล่อยให้อเล็กซ์ตบไหล่ปลอบใจเขาไปทั้งอย่างนั้น

“ไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ มันเป็นเรื่องธรรมดา ค่อยๆ จำไปเดี๋ยวก็ชินเองแหละ” พูดจบ อเล็กซ์ก็ลุกขึ้นยืน ลูมิแนร์จึงลุกตาม อเล็กซ์เลยหันมาบอกว่า

“นายนั่งอยู่นี่แหละ ฉันจะไปกดเงินสักหน่อย เงินที่มีอยู่ใกล้จะหมดแล้ว”

ลูมิแนร์พยักหน้า แล้วนั่งลง อเล็กซ์เดินห่างไปยังตู้เอทีเอ็มที่อยู่ใกล้ๆ กัน แล้วกดเงินออกมา ระหว่างรอเงินไหลออกมา เด็กสาวก็หันไปมองลูมิแนร์แวบหนึ่ง ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น มุมปากของเด็กสาวยกสูงขึ้นอย่างชอบใจ แล้วเมื่อเจ้าตัวหันมามอง อเล็กซ์ก็รีบหันกลับมาหยิบเงิน แล้วเดินต่อไปยังร้านขายขนม ซื้อขนมปังและน้ำเอาไปกินระหว่างการเดินทางสองสามอย่าง ในเวลานั้นหางตาของอเล็กซ์ก็ยังเห็นลูมิแนร์ชะเง้อมองตามเธอ ราวกับเด็กกลัวหลงทาง

“ใกล้ย้ายมาอยู่ที่นี่หรือยังแม่หนู” แม่ค้าที่คุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีถาม

“ยังหรอกค่ะป้า หนูต้องจัดการงานทางโน้นก่อน”

“แล้ววันนี้พาแฟนมาดูบ้านหรือไงจ๊ะ”

คำแซวของแม่ค้า ทำให้อเล็กซ์รีบส่ายหน้า

“ไม่ใช่ค่ะ เขา เอ่อ...เขาเป็นคนรับออกแบบตกแต่งภายในน่ะค่ะ หนูพาเขามาดูสถานที่”

สายตาอยากรู้อยากเห็นของแม่ค้ามองไปที่ลูมิแนร์ ซึ่งเหลือบมองมาทางนี้บ่อยๆ อย่างไม่อยากเชื่อ คนอาบน้ำร้อนมาก่อนเชื่อสายตาตัวเองว่ามองคนไม่ผิดแน่ แต่หากสาวน้อยคนนี้ยังไม่ยอมรับ เธอก็ไม่คิดซักไซ้

“นี่จ้ะ”

“ขอบคุณค่ะป้า” อเล็กซ์รับของ แล้วรีบเดินมาหาลูมิแนร์ พลางคิดในใจ

จะเป็นแฟนกันได้ยังไง โกรธกันจะตายละ...โกรธ จริงสิ เราโกรธจนไม่อยากมองหน้าเขาอยู่นี่ทั้งที่คิดอย่างนั้น แต่พอเดินไปถึงเห็นลูมิแนร์เงยหน้ามองเธอเล็กน้อย อเล็กซ์ก็ยิ้มร่าให้พร้อมชูของในมืออวด แล้วพูดว่า

“เอาไว้กินระหว่างทาง เผื่อนายหิวน่ะ”

ลูมิแนร์รับของมาถือ อเล็กซ์ก็นั่งลงข้างๆ ทั้งคู่นั่งมองถนนอยู่เงียบๆ จนกระทั่งลูมิแนร์ถามว่า

“เจ้าหายโกรธข้าแล้วเหรอ”

“ฉันไม่ได้โกรธนาย” อเล็กซ์ตอบเสียงเรียบ พลางเสไปดึงกระป๋องน้ำผลไม้มาแกะดื่ม

“ดิสก้าเคยพูดว่า ผู้หญิงมักบอกว่าไม่โกรธตอนที่นางกำลังโกรธจัด”

อเล็กซ์เกือบพ่นน้ำผลไม้ที่กำลังดื่มพรวดออกมา แต่รีบกลั้นไว้ได้ทัน เด็กสาวลดกระป๋องน้ำผลไม้ลง ปาดมือเช็ดคราบน้ำที่เลอะริมฝีปาก แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่ยังมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ

“คุณดิสก้าพูดเมื่อไร”

“นานแล้ว ตอนเขาจีบพาทีเน่คนหนึ่งของเขาน่ะ”

อเล็กซ์อยากหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออก เธอจึงเสไปมองกระดานบอกเวลาเดินรถที่ขึ้นว่าอีกหนึ่งนาทีรถจะมาเทียบท่า แล้วพูดว่า

“ฉันไม่โกรธนาย แต่เกลียด”

ลูมิแนร์หลุบตาลง “แล้วตอนนี้ยังเกลียดอยู่ไหม”

อเล็กซ์ยกกระป๋องน้ำขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ พลางตอบว่า “เกลียด...ที่ทำไมฉันถึงโกรธนายไม่ได้ เกลียดสาเหตุที่ทำให้นายต้องหลอกลวงฉัน แล้วก็เกลียดเหตุผลนั้นที่มันทำให้ฉันก้าวข้ามสิ่งยากๆ จนช่วยทุกคนได้”

ลูมิแนร์หันมามองหน้าคนพูด แต่อเล็กซ์กลับลุกขึ้น มองไปยังรถเมล์ที่แล่นเข้ามาใกล้ ตัวอักษรที่วิ่งอยู่บนกระจกหน้ารถแสดงชื่อเมืองที่เธอต้องการจะไป

“คันนี้เหรอ” ลูมิแนร์ถาม

“ใช่”

ชายหนุ่มลุกไปยืนข้างเด็กสาว รอให้รถจอดสนิท จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถตามไป รออเล็กซ์จ่ายเงินค่าโดยสารกับผู้ชายที่น่าจะเป็นคนควบคุมรถคันนี้แป๊บหนึ่ง แล้วเดินตามเข้าไปหาที่นั่ง บนรถว่างเปล่าไม่มีผู้โดยสารอื่น ดูเหมือนสถานีหน้าจะเป็นสถานีปลายทางละมั้ง อเล็กซ์เลือกที่นั่งเบาะคู่แรกที่เดินถึง เด็กสาวเข้าไปนั่งชิดริมหน้าต่าง ลูมิแนร์ก็นั่งลงข้างเธอ

เมื่อรถแล่นออกจากท่าจอด อเล็กซ์ก็พูดต่อ

“แต่มีสิ่งหนึ่งแม้ในขณะที่ฉันเกลียดนายอย่างที่สุด แต่ฉันก็ยังคงให้อภัยนายอยู่”

ลูมิแนร์หันมาสบตาเด็กสาว อเล็กซ์จึงพูดต่อ

“เพราะนายมักถามฉันเสมอว่า ฉันเป็นใคร”

“อเล็กซ์” ลูมิแนร์เรียกเด็กสาวเสียงเบา เขาจำได้ดี ครั้งสุดท้ายที่เขาถามคำถามนั้น อเล็กซ์เสียใจมากแค่ไหน และเขาไม่มีวันลืมเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดในวันนั้น และคงลืมมันไม่ได้ตราบจนกระทั่งเขาจากโลกนี้ไป

“ฉันคือใคร ลูมิแนร์ มากัสตาร์” อเล็กซ์ถามเขาเสียงเบาลง

ลูมิแนร์ยกมือแตะแก้มคนถาม อเล็กซ์ไม่ได้หลบสัมผัสนั้น มือหนาไล้แก้มเนียนนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไล้เรื่อยผ่านไปที่ซอกคอจนถึงท้ายทอย แล้วดึงใบหน้าของสาวน้อยของเขาเข้ามาหา เด็กสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ลูมิแนร์ก้มหน้าลงไปนิดหนึ่ง เพื่อประทับริมฝีปากของเขาลงบนปากของคนถามอย่างแผ่วเบา แล้วผละออก ก่อนจะพูดว่า

“ข้ารักเจ้า”


---------------------------------------------------------------------------------------


บก. ของกัลบอกว่า ลูมรุกได้น่ากลัวมาก
คนเขียนก็ว่าอย่างนั้น แต่มันจะไม่หมดแค่นี้ค่ะทุกคน 5555 (หัวเราะอย่างชั่วร้าย)
เป็นเล่มจบแล้วทำอะไรก็ได้ (มั้ง) 
ขอให้ให้วันนี้เป็นที่ดีของทุกคนนะคะ


 
LOST 6th Sign - ดวงจิตของอำพัน ในเดือน สิงหาคม จะโพสทุกพุธกับวันเสาร์ค่ะ ^^










4


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 05:24
    เอ่มม งง นะ.. ไมเอาเรื่องความหวานนะ55

    จุดประสงที่ลูมถามว่าเธอคือใคร นี่คือไรเหรอ..ใครช่วยกระจ่างที..
    #6584
    0
  2. #6583 root-hair (@roothair) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 22:41
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เขินแบบไม่ไหวแล้ว แง
    #6583
    0
  3. #6582 ow.r! (@play6225) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 17:03
    เขินนนนน
    #6582
    0
  4. #6581 babyzing (@babyzing) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 10:05
    ไม่ให้อเล็กซ์ตั้งตัวเลย อิคนอ่านนี้ก้ไม่ทันตั้งตัว กรี๊ดดดด
    #6581
    0
  5. #6580 never says nae :) (@nae-nay) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 23:53
    กรี๊ดดดด!!
    #6580
    0
  6. #6579 ภัตตรา (@scis2or) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 23:31
    ช็อค สตั้นและเขินหนักมาก
    #6579
    0
  7. #6578 Sydney (@bonnie1331) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 23:27
    แหม่ๆ ง้อกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรอเนี่ย เขินเลย
    #6578
    0
  8. #6577 Aim Thamonwan (@aim19) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 22:46
    สตั้นแป๊บ เป็น3คำที่อ่านแล้วกรี้ดดังมากกกกก 555+ ลุ้นให้พูดมาตั้งนาน แต่อยู่ๆนายจะมาบอกรักกันดื้อๆแบบนี้ไม่ได้นะลูม ฮือ~ (TwT) เจอ"ข้ารักเจ้า"ไปนี้ลืมเนื้อเรื่องข้างบนหมดเลยนะ ตายค่ะ ตายๆ เขิน
    #6577
    0
  9. #6576 みずいろ (@farhhhh) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 22:44
    โอ้ย ชั้นหมั่นไส้แกนังลูม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้นางน่ารักดี หึ ตอนแรกว่าจะส่งอเล็กซ์กลับ พอผิดแผนก็สารภาพรักซะเลยสินะ อืมๆ
    #6576
    0
  10. #6575 z-cat (@ipseacat) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 21:15
    พี่กัลครับ ครีส เป็นเชลา แล้วครับ แต่ตอนนี้พี่ลดให้เป็นไวเซอร์ อ่ะครับ ลูมใจเด็ดมาก นับถือๆ
    #6575
    1
    • #6575-1 Matsuo Masahiro (@matsuo_masahiro) (จากตอนที่ 182)
      11 สิงหาคม 2559 / 21:46
      ขอบคุณมากค่า เดี๋ยวพี่แก้ในนี้ให้น้า
      #6575-1
  11. #6574 จินต์ฑิตา (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 19:48
    ลูม นายกลัวอเล็กซ์ทิ้งใช่มะ อยู่ๆก็บอก อเล็กซ์ช็อคไป3วิ
    #6574
    0
  12. #6573 TiNa (@chorz) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:49
    อ่านจบตอนแล้วกรี๊ดในใจดังๆ (?) ชอบที่พี่กัลบอก เล่มจบแล้ว ทำอะไรก็ได้ >///< หนูฟินรอแล้วนะพี่กัล
    #6573
    0
  13. #6572 Nat (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:34
    ค้างอีกแล้วพี่กัล พรุ่งนี้วันแม่ไม่มีของขวัญให้หรอคะ อิอิ

    &#128537;&#128537;&#128537;&#128537;&#128149;&#128149;&#128149;&#128149;
    #6572
    0
  14. #6571 มายอีฟ. (@evening731) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:22
    ลูมบทจะบอกก็บอกกก เอาให้สุดไปเลยค่ะ // อันนี้เราเดานะ แม่มดพาเวนน่าอาจจะเป็นญาติกับอเล็กซ์ มโนล้วนๆ
    #6571
    0
  15. #6570 blueberryplum (@blueberryplum) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 17:47
    ว้ายย บอกกันตรงๆงี้เลยเหรอ(ยังไม่ทันตั้งตัว) พูดอย่างนี้นี่แม้แต่ดิสก้าก็ทำไม่ได้นะเนี่ย  

    แต่ไม่ได้หมายความว่าหนูอเล็กซ์เค้าจะยกโทษให้นา

    ตอนนี้เข้าใจลูม แต่อยากให้ต้องง้อมากกว่านี้หน่อย

    รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว
    #6570
    0
  16. #6569 Thelittlefox (@neanacham) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 17:15
    ี่โกรธมาตั้งนานสุดท้ายมาตายกับคำๆเดียว ลูมนายกำลังจะมาทวงตำแหน่งพระเอกของเรื่องอยู่ใช่ไหมมม
    #6569
    0
  17. #6568 YuiAL (@yuial) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 16:54
    น่ารักมากๆค่า~
    #6568
    0
  18. #6567 mpymu (@mpymu) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 15:55
    คิดว่าทำงี้แล้วคนอ่านจะให้อภัยกับสิ่งที่ผ่านมาเหรอลูม เออออ เธอคิดถูกแล้วแหละ  ช็อตนี้ฉันตายว่ะ
    #6567
    0
  19. #6565 safeland (@safeland) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 14:21
    มันเหมือนกับที่ลูมตอบว่าข้ารักเจ้า อาจจะเเปลฉบับลูมได้ว่า เจ้าคือคนที่ข้ารักไรงี้รึป่าว ยังไงก็เชียคู่นี้อ่ะเอาจริง คืออ่านเเล้วเจ็บเเทนลูมกะอเล็กซ์เลยอ่ะ พี่กัลสู้ๆค่าาาาาาาาาาาาาา
    #6565
    0
  20. #6564 safeland (@safeland) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 14:16
    ลูมมมมนายมันร้ายยยยยยยยย ในที่สุดก็สารภาพเเล้วโอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #6564
    0
  21. #6563 safeland (@safeland) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 14:16
    ลูมมมมนายมันร้ายยยยยยยยย ในที่สุดก็สารภาพเเล้วโอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #6563
    0
  22. #6562 jeyjay (@jaygift) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 13:53
    ฉันเป็นใครรรรรรรรรรรร  ข้ารักเจ้า................  ต้องการอะไรคะคุณลูม........

    ให้อเล็กเคืองต่ออีกหน่อยเส่....ลูมต้องง้อเยอะๆก่านี้.....

    มาข้ารักเจ้าอะไรคะ..............

    ฉันเป็นใคร  ข้าไม่ใช่แม่มดพาเวนน่าของเจ้านะ... TT...งอนต่อไป...แ่ต่ขอทำงานร่วมกันไปก่อน....ปล่อเค้าจูบดื้อๆได้งัยอเล็ก..........โอยยยย ขัดใจ  ลูมยิ่งชอบลุกละหายทิ้งขว้างตลอด

    ลูมคงเป็นพระเอกที่มีแม่ยกน้อยที่สุดแน่ๆ
    #6562
    0
  23. #6561 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 13:38
    อะไรเอ่ยคำถามไม่ตรงกับคำตอบ ฆ่ากันตอนช่วงท้าย รอตอนหน้าไม่ไหวแล้ววว*^*
    #6561
    0
  24. #6560 FarinMonkey (@zantan) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 09:57
    ลูมแกตอบไม่ตรงคำถามมมมม
    #6560
    0
  25. #6559 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 09:43
    งื้อออออออ เผลอหลุดความฟินมาให้คนอื่นเห็นอีกแล้วเรา5555 
    #6559
    0
  26. #6558 มิ้น (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 09:40
    เดี๋ยวนะๆ Q : "ฉันคือใคร" A : "ข้ารักเจ้า" ลูมมมม ขอความเชื่อมโยงระหว่างคำตอบกับคำถามด้วยค่ะ

    ยังไม่พอๆ 'สาวน้อยของเขา' ผู้หญิงเค้าตกลงปลงใจกับเธอแล้วเหรอคะ รวบหัวรวบหางตามอำเภอใจแบบนี้เลย แอร๊ยยยย นี่มัน #ความลูม ตรงๆ ซื่อๆ ทื่อๆ แข็งๆแต่ชัดเจนเหลือเกิน พอเค้าบอกเกลียดไม่ลงนี่เอาใหญ่เลยนะ แต่ถ้าอเล็กซ์บอกเกลียดจริงๆ ลูมต้องใช้ความรุนแรงมากกว่านี้แน่ๆ >///<

    เล่มนี้ควรเป็นของลูมนะ วาซาเรียหลุดโฟกัสคนอ่านเฉยเลย 55555 ขอมากกว่านี้ค่ะ ขอหนักๆ เล่มจบแล้วขออะไรก็ได้ อิอิ
    #6558
    1