LOST

ตอนที่ 152 : LOST [5th Sign] - ตอนที่ 10 มืดมิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    12 มี.ค. 59

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 
สวัสดีค่า ><


ขอโทษที่มาช้านะคะวันนี้
ไปนู้นมานี่จนเกือบมาโพสไม่ทันเลย
ไปอ่านกันดีกว่าเนาะ

ปล. ชื่อตอนนี้แบบว่า...ฮือ

=================================

เปิดจอง เล่ม 5 แล้วค่า [กดที่ชื่อเรื่องเลย]



สำคัญ! คนที่ต้องการลายเซ็นต้องระบุในช่องหมายเหตุว่า 
"ต้องการลายเซ็น" นะคะ


เปิด Pre-order ตั้งแต่วันที่ 7 - 16 มีนาคม 2559

จัดส่งหนังสือ 
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการลายเซ็น วันที่ 22 มีนาคม
สำหรับผู้ต้องการลายเซ็น วันที่ 26 มีนาคม 

จองกันมาเยอะๆ นะคะ 
กัลรอเซ็นอยู่ 5555


========================================

ประกาศจากทีมงานห้องสมุดยายพัน

เรื่องการ Pre-Order : Find The Way ดังนี้ค่ะ

1 สำหรับผู้ที่สั่งซื้อฟายด์ ซึ่งโอนเงินแล้ว กรุณากดแจ้งโอนเงินด้วยค่ะ
เพราะมียอดเงินหลายจำนวนที่ไม่มีเจ้าของแจ้งมา

2 สำหรับผู้ที่สั่งซื้อฟายด์แล้ว แต่ยังไม่โอนเงิน 
สามารถโอนเงินได้ทันทีที่ได้ลิงค์แจ้งสถานะนะคะ 
แม้ว่า จะเลยกำหนด 2 วันนับจากวันที่สั่งซื้อแล้ว
ก็ยังใช้รหัสเดิม ในการโอนและแจ้งโอนเงินได้

3 ผู้ที่สั่งซื้อหนังสืออื่นๆ ใน Kalthida Festival แต่ไม่ได้โอนเงินมาในเวลา
เนื่องจากหนังสือนั้นๆ ม่ีจำนวนจำกัด จึงขอยกเลิกรายการสั่งซื้อนั้นๆ 
หากต้องการสั่งซื้ออยู่ ให้กดสั่งซื้อใหม่ค่ะ

4 หนังสือ Find the Way จะจัดส่งรอบแรกวันที่ 5 เมษายน

ขอบคุณค่า


=========================================

วันก่อนกัลเปิดอีบุคตอนพิเศษเซวีน่า เป็นของขวัญให้ในเพจ World of Kalthida


แล้วนักอ่านก็โหวตกันเยอะมากว่าอยากเก็บสะสมเป็นเล่ม
สุดท้ายกัลเลยคุยกับทีมงานพร้อมกับเตรียมหาโรงพิมพ์
พร้อมกับเปิด พรีออเดอร์ Find The Way ให้ทุกคนจองค่ะ

อันนี้เป็นหนังสือทำมือ พิมพ์ตามจำนวนที่สั่ง 
เปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคม
หนังสื เล่มนี้เป็นขนาด B6 (ขนาดเท่าความรักของแสนรักของพี่วี
เพราะเป็นตอนพิเศษ จำนวนหน้าจึงไม่เยอะค่ะ  162 หน้า 
ใครสนใจกดสั่งจองได้ตามลิงค์นี้นะคะ


เรื่องนี้ไม่มีโพสในเด็กดี และไม่มีขายในงานหนังสือนะคะ
หากใครสนใจสามารถกดอ่าน Sample ใน ลิงค์ E- Book  ของ app MEB ได้ค่ะ 

อ่านให้สนุกค่า
เจอกันวันจันทร์ค่ะ
กัลฐิดา 


---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 10 มืดมิด
 
---------------------------------------------------------------------------------------

เบื้องหน้าผนังวิหารที่สลักคัมภีร์เนอวาเนียไว้ พริสเซล่านั่งขดตัวอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับผนังนั้น เธอจดจ้องและไล่สายตาไปตามอักษรภาพบนผนัง เด็กหญิงนั่งมองมันอย่างเหม่อลอย เธออ่านตัวอักษรภาพเหล่านั้นตัวแล้วตัวเล่า ซึ่งก่อนหน้านี้เธออ่านมันไม่ออกเลยสักตัว แต่ตอนนี้ด้วยความที่จิตของเธอเข้าถึงวงแหวนแห่งอีคีเวเลียนได้แล้ว เธอจึงเข้าใจลวดลายที่สลักไว้บนผนังแห่งนี้

“เจ้าไม่รู้เหรอ ว่าที่นี่เขาปิดไม่ให้คนภายนอกเข้ามาแล้ว”

พริสเซล่าหันไปมองคนทัก แล้วหันกลับไปมองภาพบนผนังตามเดิม

“ข้ารู้” พริสเซล่าตอบสั้นๆ

ฮาโรเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างพริสเซล่า แล้วเงยหน้ามองอักษรภาพบนผนังที่ยังคงอยู่ตรงนี้มาหลายยุคสมัยอย่างเงียบงัน

“ถ้าแค่ฆ่าคนเลวให้หมดไป โลกจะมีความสุขขึ้นหรือเปล่า” พริสเซล่าถาม

“คงมีละมั้ง แต่น่าเสียดาย ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย คนเลวก็ไม่เคยหมดไป” ฮาโรตอบ

“งั้นทำไมคนเลวถึงไม่ฆ่าคนดีเสียให้หมดละ โลกจะได้เป็นของพวกเขา” เด็กหญิงถามต่อ

ฮาโรถอนหายใจ “นั่นเพราะคนเลวบางคนก็ฉลาดน่ะสิ และคิดว่า โลกใบนี้ควรหาคนมาเป็นเบี้ยรองบาทดีกว่าฆ่าทิ้งไง”

“มนุษย์จึงชอบสวมหน้ากากเข้าหากัน และเอ่ยอ้างว่าบาปที่ตัวเองกระทำเป็นความจำเป็นในรูปแบบหนึ่ง” พริสเซล่าสรุปตามสิ่งที่ชายหนุ่มพูด

ฮาโรยักไหล่ “ดีกับเลว แยกกันยากนะ”

“เหมือนกับเทพเจ้ากับปีศาจร้ายไง ที่มักจะอยู่ในคนคนเดียวกัน” พริสเซล่าเสริมอย่างไร้ทางออก

ชายหนุ่มหันมองเด็กหญิงที่ฟุบหน้าลงบนเข่าที่ชันขึ้นมารองรับ แล้วแน่นิ่งไป ท่าทางเหมือนไร้ทางสู้ของเธอ ทำให้ชายหนุ่มอึ้งจนพูดไม่ออก สิ่งที่พริสเซล่ากำลังเผชิญอยู่ เป็นสิ่งที่เขาเคยอ่านเจอในสาส์นโบราณที่ทิ้งไว้ในสิ่งก่อสร้าง บันทึกพวกนั้นเพียงบอกถึงลำดับของการก้าวผ่านไซอารีอาทั้งหก แต่สิ่งที่มันไม่ได้เขียนบอกเอาไว้ก็คือ ความรู้สึกของผู้ที่ต้องเดินผ่านไปทีละก้าว ว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร

แค่อดทนอีกหน่อย ฮาโรอยากเอ่ยคำปลอบโยนอย่างนั้น แต่เขาพูดไม่ออก เพราะคำว่า อีกหน่อย มันไม่มีกำหนดเวลา และขีดขั้นของความหนักหน่วงที่ต้องเผชิญระบุไว้ตายตัว ที่สำคัญ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กหญิงคนนี้จะเลือกอะไร

“ทำไมต้องเป็นข้า” พริสเซล่าเปรยลอยๆ หลังจากที่เงียบไปนาน

“มีเรียก็คงถามเจ้าเช่นนี้เหมือนกัน ว่าทำไมต้องเป็นนาง” ฮาโรตอบกลับด้วยคำถามของอีกคน

“ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้” พริสเซล่ายังข้องใจด้วยคำถามใหม่

“พวกเราทุกคนทำให้มันเกิดขึ้น” ฮาโรตอบ

“แล้วทำไมทุกคนถึงทำให้มันเกิดขึ้นล่ะ” พริสเซล่าเงยหน้าขึ้นสบตาฮาโร ชายหนุ่มจึงทำได้แต่เพียงตอบว่า

“เพราะเราทุกคนเป็นมนุษย์ คนเพียงคนเดียวอาจทำผิดเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อนับรวมของคนทั้งหมดก็อาจกลายเป็นความผิดมหาศาล พวกเราจึงทำผิดมากมายอยู่เป็นประจำ”

“แล้วข้าเป็นใคร ถึงจัดการกับความผิดทั้งหมดนั้นได้” พริสเซล่าเอ่ย พลางปล่อยให้หยาดน้ำตาร่วงริน

ฮาโรยื่นมือไปเกลี่ยหยาดน้ำตาให้นางฟ้าของทวยเทพ ชายหนุ่มไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงรับข้อเสนอของมีเรีย อาจเป็นเพราะ การรับหน้าที่เฝ้ามองนี้ต่อจากเด็กหญิงที่ใจเด็ดคนนั้น เป็นทางเดียวที่เขาจะได้เห็นการเติบโตของเด็กหญิงตรงหน้า เด็กหญิงผู้ได้รับพรของเทพเจ้า

“เจ้าไม่ได้ทำมันคนเดียว ยังมีคนอีกหลายคนที่ทำทุกอย่างเพื่อแผนการนี้ และอีกหลายคนเหล่านั้นก็ต้องเตรียมตัวรอรับหายนะที่กำลังจะมาถึง”

พริสเซล่ายกมือขึ้นจับมือที่กำลังเช็ดน้ำตาให้เธอ หากเป็นเมื่อก่อนเด็กหญิงไม่มีวันสัมผัสมือของเขา แต่ตอนนี้คนที่เคร่งครัดในกฎคนนั้นกำลังจับมือฮาโรอย่างสั่นเทา

“ข้ากลัว” พริสเซล่ายอมรับออกมาอย่างไม่อาย

ฮาโรกุมมือเด็กหญิงนิ่ง ระหว่างที่พริสเซล่าเอ่ยต่อว่า “ข้ากลัวว่า ข้าจะรับมันไว้ไม่ไหว พวกเขามีมากเกินไป และเส้นทางนี้ก็น่ากลัวเกินไป ถ้าข้าเป็นไม่ได้อย่างที่มีเรียหวังไว้ละ ถ้าข้าถูกความมืดมืดนั่นกลืนกินจนหมดสิ้น...”

“มือของข้าจะดึงเจ้ากลับมาเอง” ฮาโรหลุดปากออกไปทั้งที่ยังแปลกใจตัวเอง

พริสเซล่ามองมือหนาที่กุมมือเล็กของเธอไว้มั่น แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาฮาโร นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเจอเขา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ชีวิตของเธอพลิกผันไปมากในรอบสัปดาห์นี้ และคงไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก เหมือนอย่างที่มีเรียว่า ไม่ใช่ว่าเราควรเชื่อใจเขาหรือไม่ แต่เขาคือคนที่เข้ามาอยู่ในที่ที่เหมาะสมและเวลาที่ควรเป็น

หากโชคชะตานำพาเขามายังที่แห่งนี้ เธอก็ควรเชื่อว่า โชคชะตาได้เลือกแล้ว

“ข้าไม่ได้บอกว่าข้าเก่งกาจขนาดปกป้องเจ้าได้ แต่ในความมืดหากรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ย่อมดีกว่า ไม่ใช่เหรอ”

พริสเซล่ากะพริบตาถี่ๆ ขับไล่หยดน้ำตาหยดสุดท้ายออกไป ก่อนจะบิดมือออกจากการเกาะกุม แล้วตอบว่า

“ข้าจะจำไว้”

เด็กหญิงลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัวเสร็จก็ทำความเคารพฮาโร ก่อนจะเดินห่างออกไป ฮาโรเฝ้ามองเด็กหญิงแล้วหันมามองภาพบนผนัง เส้นทางของแสงแห่งความหวังนั้นน่ากลัวแค่ไหนใครจะรู้ได้ และฮาโรก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่วาดฝันว่า แผนการของมีเรียกับพริสเซล่าจะปลอดโปร่งโล่งสบายตลอดเส้นทางนั้น เหตุไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้กุมชะตากรรมของเดียแมนก้าทั้งสองจะหนักแน่นกับความตั้งใจของตัวเองแค่ไหนเท่านั้น

 

คำคื่นก่อนวันทดสอบการคัดเลือกไวเซอร์แห่งเดียแมนก้ามาเยือนอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์นวลผ่องลอยเด่นกระจ่างตาอยู่บนท้องฟ้า มันส่องสว่างท้าแสงเทียนบนโคมระย้า มีเรียเดินจูงมือพริสเซล่าไปยังวิหารแห่งไอย์อันศักดิ์สิทธิ์ มือของเด็กหญิงยังคงกุมกันแน่นและไร้เสียงพูดคุยกัน ที่หน้าประตูวิหารปรากฏร่างของอัศวินการิลเยอิลลาและเวริลลาขึ้น

ดวงตาของพริสเซล่าทอประกายสับสน แต่ด้วยแรงกระตุ้นของมีเรีย ทำให้ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในวิหาร ที่นั่นปรากฏร่างของเชลาเอริก้าในชุดซารีสีแดง พาตีเพชรประดับส่องประกายแวววาวแข่งกับรอยแย้มยิ้มอันอ่อนหวานที่ส่งมาให้แก่เด็กหญิงทั้งสอง

“ทำไมท่านเชลาถึงมาอยู่ที่นี่ละ” พริสเซล่าแกล้งถามด้วยสีหน้างุนงง ขณะที่มีเรียตอบว่า

“เพราะท่านเชลาจะเป็นผู้ควบคุมการทำพิธีกรรมในวันนี้”

พริสเซล่าบิดมือออกจากการเกาะกุมของเพื่อนสนิท แล้วพูดว่า

“เจ้าไม่เคยบอกเรื่องนี้กับข้าเลย ไหนเจ้าว่า...”

มีเรียยิ้ม “บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องบอก แค่เจ้าฝึกฝนอย่างหนัก ข้าก็ขอบคุณมากแล้ว”

พริสเซล่าแสร้งมองมีเรียด้วยสีหน้าคลางแคลง ซึ่งเป็นจังหวะที่อัศวินการิลทั้งสองเดินเข้ามาจับแขนของเธอ

“พวกท่านจะทำอะไรน่ะ” พริสเซล่าร้องถามเสียงตื่น ขณะอัศวินการิลอุ้มเธอไปวางบนแท่นพิธี มีเรียก้าวตามไป แล้วอธิบายว่า

“ทำพิธีกรรมชำระล้างเหมือนกับที่เราวางแผนกันไว้นั่นแหละพริส เพียงแต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนนิดหน่อย”

ดวงตาของพริสเซล่าทอประกายหวาดกลัว ขณะที่มีเรียแผ่พลังของเธอกันอัศวินการิลให้ห่างจากแท่นพิธี ขณะที่ลวดลายที่อยู่บนแท่นพิธีเคลื่อนไหวกลายเป็นงูสีเงินหลายสิบตัว มันพุ่งเข้ามารัดแขนและขาของพริสเซล่าไว้

“มีเรีย เจ้า!” พริสเซล่าตะโกนลั่นอย่างตกใจสุดขีด ขณะที่ใบหน้าของเชลาแห่งเดียแมนก้าเริ่มเปล่งประกายยินดีอย่างน่ารังเกียจ

มีเรียย่างสามขุมเข้าใกล้แท่นพิธี พลางสะบัดมือทั้งสองข้างจนมือธรรมดามีเล็บงอกยาวออกมา มันทอประกายแวววาวดุจเพชร

“ข้าจำเป็นต้องทำแบบนี้นะพริส” มีเรียพูด แล้วจ้วงมือเข้าใส่พริสเซล่า

ทันใดนั้น งูสีเงินที่รัดตัวพริสเซล่าอยู่ก็พุ่งสวนกงเล็บแวววาวของมีเรียทะลุผ่านตัวเด็กสาว พริสเซล่ารีบกระโจนออกจากแท่นพิธี ขณะที่งูเหล่านั้นตวัดตัวมารัดร่างมีเรีย แล้วดึงลงไปตรึงไว้บนแท่นพิธี

สภาพที่ร่างเด็กหญิงโดนตะปูหัวงูตอกตรึงไว้นั้นดูน่าสยดสยอง แต่นั่นไม่ได้ทำให้พริสเซล่าเบือนหน้าหนีได้ ขณะที่เชลาแห่งเดียแมนก้าเริ่มหัวเราะอย่างสมใจราวกับปีศาจร้ายผุดโผล่จากนรก พริสเซล่าไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะนั่น แต่กลับเดินเข้าไปใกล้แท่นพิธีที่กำลังรองรับเลือดสดๆ จากร่างของมีเรียที่ชักกระตุกอยู่ พลางเอ่ยบทสวดตามพิธีกรรม

“อากอลโนทัส อานานีทัส อานานีทา”

กลิ่นคาวเลือดค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับงูสีเงินที่แปรเปลี่ยนไปเป็นงูสีแดงสด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำสีเงิน ฟ้า แล้วกลายเป็นสีใสดุจผลึกเพชรในที่สุด ไอพลังจิตที่รุนแรงถูกปลดปล่อยลอยจากร่างของมีเรีย มันลอยขึ้นสูง จากนั้นก็เริ่มหมุนวน จากช้าแล้วเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุหมุน

เอริก้าพบว่ากระแสพลังนั่นค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นหนังและเนื้อของงูเพชรซึ่งเริ่มเผยเกล็ดของมันขึ้นมา จนกระทั่งมีหัวอันใหญ่โต และดวงตาสีฟ้าสดใสของมันกำลังจ้องมองเชลา เหล่าอัศวินการิลรีบคุกเข่าลงทำเคารพอย่างนบนอบ

 “ไซอารีอา! ไซอารีอา! ข้า เอริก้า ฮานีลา คือคนปลุกท่านขึ้นมา”

ดวงตาสีฟ้าของงูเพชรสบตาเชลาแห่งเดียแมนก้าแวบหนึ่ง เพียงเท่านั้นร่างอันผ่องใสใหญ่โตของมันก็ค่อยๆ หดเล็กลง แล้วส่วนหัวของมันก็พุ่งลงมากลืนกินร่างของมีเรียที่นอนแน่นิ่งเข้าไปจนหมด ก่อนจะพุ่งตัววกกลับมาร้อยรัดร่างของพริสเซล่าไว้

แวบ!

ประกายแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นวาบหนึ่ง แล้วดับมืดลง เหลือแต่พริสเซล่าที่ยืนนิ่งด้วยดวงตาแดงก่ำ

เอริก้ายืนมองการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยความงุนงงครู่หนึ่ง แล้วพุ่งตรงมาหาพริสเซล่า พลางตะคอกถามเสียงดัง

“เกิดอะไรขึ้น ท่านผู้นั้นไปที่ไหนแล้ว”

พริสเซล่าเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้เป็นใหญ่แห่งชนเผ่าโดยไม่ตอบคำ เชลาเอริก้าจึงตะคอกถามซ้ำว่า

“ยัยเด็กโง่ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!

“ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว มนุษย์” พริสเซล่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่เสียงเดิมของเธอ

อัศวินการิลทั้งหมดจึงพุ่งตัวเข้ามากันร่างเชลาเอริก้าให้ออกห่างจากพริสเซล่า ขณะที่พริสเซล่าทาบมือกับอก พลางเอ่ยว่า

“ผู้ปลุกข้าให้ตื่นขึ้น ย่อมได้รับรางวัล เจ้าต้องการสิ่งใด มนุษย์”

เอริก้ารีบดันเหล่าอัศวินการิลที่ขวางอยู่ข้างหน้านางออกไป แล้วตอบว่า

“มอบพลังแด่ข้า ข้าจะทำให้ลิบาเนียเรืองรองยิ่งกว่าเชลาคนไหนๆ จะทำได้”

ดวงตาของพริสเซล่าทอประกายเป็นสีฟ้า แล้วกลับมาเป็นสีมรกตอีกครั้ง พลางตอบว่า “หากเจ้าต้องการอย่างนั้น”

เด็กหญิงยื่นมือมาตรงหน้าเอริก้า เชลาแห่งเดียแมนก้าจึงยื่นมือไปแตะมือของเด็กหญิง ทันทีที่มือทั้งสองสัมผัสกัน พื้นวิหารทั้งห้องก็เรืองแสงขึ้น เหล่าอักษรภาพมากมายหลายพันตัวพุ่งออกจากพื้น แล้วแตกกระจายออก และร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝน แต่สายฝนตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้ตกลงบนพื้น มันกลับหยุดและลอยตัวอยู่เหนือศีรษะของคนทั้งสอง จากนั้นก็เริ่มจัดเรียงตัวเอง จนกลายเป็นวงแหวนอีคีเวเลียนที่มีโกนัททั้งหมดหกอัน

เอริก้าเงยหน้ามองเหล่าโกนัททั้งหกเขม็ง ซึ่งประกอบด้วย สีทอง สีเงิน สีเทา สีทองแดง สีขาว และสีเหลืองอำพัน ขณะที่เหล่าโกนัททั้งหกนั้นเริ่มเคลื่อนที่หมุนรอบใจกลาง จนไม่เหลือเค้าของวงแหวนดั้งเดิม ขณะที่พริสเซล่าเปล่งเสียงออกมาราวกับกำลังสวดภาวนา

“เมื่อประกายแสงสุดท้ายของคาร์บอนดับลง กลิ่นอายแห่งความตายจะฟุ้งกระจาย รอยยิ้มแห่งเงินตราจะสาบสูญ ขณะเดียวกับที่หยาดน้ำตาของเหล็กหลั่งริน เสียงเรียกแห่งทองคำจะกู่ก้องร้องหา อำพันโสภาแห่งจิตจะปรากฏ ทั่วพิภพจะหมอบกราบแด่ผู้ที่ผ่านพ้นหายนะทั้งปวง...”

“ข้าต้องทำยังไง บอกข้า บอกข้าสิ” เอริก้าถามย้ำอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ร่างของพริสเซล่ากลับสั่นสะท้านไปพร้อมๆ กับเปล่งเสียงสุดท้ายออกมา

“...ลิบาเนียอันเรืองรองจะตกเป็นของคนผู้นั้น”

เปรี๊ยะ!

กระแสไฟฟ้าสีขาวแล่นปราดจากมือของเด็กหญิงพุ่งเข้าหาเอริก้า ทำให้หญิงสาวถูกกระแทกออกห่าง ขณะที่พริสเซล่ากระเด็นไปกระแทกกับแท่นพิธี แล้วขยับตัวคืบคลานลุกขึ้นมองเชลาเอริก้าที่อยู่ในการประคองของเหล่าอัศวินการิล

“เมื่อไร ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นเมื่อไร” เชลาเอริก้าถามเสียงสั่น พลางมองพริสเซล่าราวกับเห็นตัวประหลาด

“ตั้งแต่...วินาทีนี้”

ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นวิหาร ขณะที่แสงเรืองรองจากพื้นสลายไปแล้ว เหลือเพียงแต่กลุ่มโกนัททั้งหกที่ยังหมุนวนเคลื่อนตัวพุ่งเข้าหาเอริก้า แต่ขนาดของมันเล็กลง แล้วฝังตัวลงบนข้อมือของเอริก้าราวกับเป็นปานที่พันไว้ตั้งแต่ข้อมือยันถึงข้อศอก เอริก้ามองดูสิ่งที่อยู่ที่ข้อมือของเธอราวกับนั่นเป็นของล้ำค่า

“เรียกประชุมคนของเราเดี๋ยวนี้เลย” เอริก้าสั่งการ

“แล้วเด็กคนนี้ละคะ” เยอิลลาถาม พลางปรายตามองไปยังพริสเซล่าที่นอนฟุบแน่นิ่งอยู่บนพื้น แต่ไม่มีใครกล้าขยับเข้าไปใกล้ เพราะมีไอพลังแปลกประหลาดไหลวนอยู่รอบตัวเธอ จึงไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้าใกล้

“ปล่อยนางไว้ที่นี่ ยังไงนางก็เชื่อฟังข้าอยู่ดี” เอริก้าสั่ง แล้วเดินนำออกจากวิหาร พลางสั่งการต่อว่า

“สั่งให้ทุกคนห้ามเข้าวิหารแห่งนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง และพรุ่งนี้เช้าให้ตามนักบวชที่ดูแลการทดสอบการคัดเลือกไวเซอร์มาพบข้า”

“ค่ะ ท่านเชลา”

ห้องโถงของวิหารตกอยู่ในความเงียบอยู่ไม่นาน คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ปรากฏตัวออกจากที่ซ่อน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พริสเซล่าตะเกียกตะกายลุกขึ้นมากดปุ่มเปิดช่องลับจากด้านนอก แล้วใช้แรงทั้งหมดดึงมือของใครบางคนที่ใช้ปุ่มลับหมุนแท่นพิธีลงไปซ่อนตัว

“มีเรีย!” พริสเซล่าเรียกด้วยเสียงแหบแห้ง เธอกำมือเพื่อนสนิท แล้วถ่ายเทพลังเข้าไป เช่นเดียวกับฮาโรที่ใช้พลังของเข้าช่วยยื้อชีวิตคนที่หายใจรวยรินอยู่เช่นกัน

“ทำไมนางไม่ฟื้น มีเรีย ฟื้นสิ เจ้าบอกเองนี่นาว่าเจ้าทำได้ เจ้าจะไม่เป็นไร” พริสเซล่าร้องเรียกเสียงสั่นและรัวไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเด็กหญิงบิดเบี้ยว เพราะไม่เหลือแรงที่จะแสดงละครต่อไปได้อีกแล้ว

“เจ้าสัญญาแล้ว เจ้าต้องรักษาสัญญาสิ เจ้าต้องรักษาสัญญา มีเรีย...”

ฮาโรพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เพราะมีเรียเสียเลือดและถูกดูดพลังทั้งหมดออกไปมากเกินไป ร่างกายของเด็กหญิงจึงค่อยๆ แห้งเหี่ยวลง จนดูราวกับหญิงชราที่กำลังจะหมดลมหายใจ

“ไม่นะ ข้าไม่ยอม!” พริสเซล่ากรีดร้อง เป็นจังหวะเดียวกับมือของเธอเปล่งประกายแสงสว่างเรืองออกมาฉาบร่างกายของมีเรียไว้ ร่างที่เกือบจะเหมือนซากศพนั้นกลับมาสดใสขึ้นอีกรอบ

“มีเรีย! มีเรีย!” พริสเซล่าเรียก พลางดึงร่างของเพื่อนเข้ามากอดไว้แน่น หัวใจของเธอแนบกับหัวใจของมีเรีย แค่เพียงสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจอันเชื่องช้าจนน่าอึดนั้น เด็กหญิงก็ยิ้มได้ทั้งน้ำตา แล้วมองไปที่ฮาโร

“นางกลับมาแล้ว นางกลับมาแล้ว”

ฮาโรละมือ แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พลางมองเด็กหญิงสองคนที่ใจถึงขนาดลงทุนทำสิ่งที่ไม่น่ามีใครทำได้อย่างเหลือเชื่อ

“พะ...พริส” เสียงเรียกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ไม่ต้องพูดอะไรนะมีเรีย ข้าจะรักษาเจ้าเอง มันเป็นอย่างเจ้าพูด พิธีกรรมนี้ไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด สิ่งที่พวกเขาเรียกมาไม่ใช่ปีศาจร้าย ข้าสัมผัสได้ ว่าเขาไม่ใช่” พริสเซล่าพูด ขณะวางร่างเพื่อนนอนลงบนพื้น จากนั้นก็ถ่ายทอดพลังของเธอเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิตเพื่อนเอาไว้ แต่มีเรียกลับส่ายหน้า

“มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น ทุกอย่างยังไม่สิ้นสุด ที่เหลือข้าขอฝากเจ้าด้วย”

ใบหน้าของพริสซิล่าซีดเผือดลง แล้วเร่งส่งพลังเข้าไปในร่างกายที่อ่อนแอของเพื่อนอีก แต่สีหน้าของมีเรียก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย

“เจ้าบอกว่าเจ้าจะอยู่กับข้า เจ้าบอกอย่างนั้น เจ้าจะโกหกข้างั้นเหรอ” พริสเซล่าถามทั้งน้ำตา ขณะที่ฮาโรสัมผัสได้ถึงพลังของใครบางคนที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังพริสเซล่า

“ท่าน!” ฮาโรเรียกวาริเวก้า เลยทำให้พริสเซล่าหันขวับไปมอง แล้วต้องตกใจเมื่อผู้มาใหม่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้ามาอุ้มร่างที่แทบหมดแรงของมีเรียขึ้น

“อย่า อย่าเอามีเรียไป” พริสเซล่ากำมือที่กุมมือของมีเรียเอาไว้แน่นอย่างไม่ยอมปล่อย

“นางจำเป็นต้องจากไป”

“ไม่ ไม่ได้ นางยังไม่ได้เป็นอะไร อย่าเอานางไปนะ ฮือๆ” พริสเซล่าปล่อยโฮ แล้วเปลี่ยนเป็นสะอึกสะอื้น เมื่อมีเรียบีบมือเธอที่กำมือเธออยู่กลับอย่างแผ่วเบา

“ข้า...ไม่ได้...ไปไหน”

ดวงตาสีมรกตของพริสเซล่าทอประกายเจ็บปวด” แต่เขาจะเอาเจ้าไป เพราะข้า ข้าทำร้ายเจ้า”

มีเรียส่ายหน้า “เวลาของข้าเหลือน้อยอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่า...ข้าจะใช้มันยังไง”

“ฮึกๆ แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้” พริสเซล่าแย้ง

มีเรียบิดมืออันอ่อนแรงของเธอได้เล็กน้อย พริสเซล่าจะไม่ยอมปล่อยเธอรู้สึกได้ว่า หากเธอปล่อยมือ เธออาจจะสูญเสียเพื่อนคนนี้ไปตลอดกาล

“มันต้องเป็นแบบนี้ เพื่อนรัก ไซอารีอาที่งดงามคือตัวตนของเจ้า...เจ้าได้เลือกแล้ว ที่จะทำเพื่อดินแดนแห่งนี้”

“มันจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าดินแดนนี้เป็นสุข แต่ข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีก มีเรีย เจ้าเป็นครอบครัวคนเดียวของข้านะ” พริสเซล่าโต้กลับทั้งน้ำตา แต่มีเรียกลับทำเพียงยิ้มอ่อน แล้วหลับตาลงพลางส่งข้อความสุดท้ายเข้าสู่จิตของเพื่อนสนิทว่า

เจ้าเข้าใจผิด...บนโลกนี้ ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อมั่นในตัวเจ้าเหมือนกับข้า นี่ไม่ใช่การจากลา ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ จงจมดิ่งไปในความมืดมิด เพื่อเดียแมนก้า เพื่อลิบาเนีย...เพื่อข้า

ทั้งที่พริสเซล่ายังคงกุมมือมีเรียอยู่ แต่ร่างกายของมีเรียกลับแห้งเหี่ยวลงเรื่อยๆ จนกระทั่งแตกสลายกลายเป็นฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ วาริเวก้าหลับตาลงพลางพึมพำคำพูดด้วยภาษาประหลาด จนฝุ่นละอองนั้นเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นและจางหายไป

พริสเซล่าไขว่คว้าฝุ่นละอองเหล่านั้นเอาไว้แนบอก แต่ไม่สามารถเก็บเศษเสี้ยวทั้งหมดของเพื่อนเอาไว้ได้ เด็กหญิงจึงได้แต่คว้าชุดนักบวชฝึกหัดที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นเอาไว้ในอ้อมกอด แล้วทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮ แม้ทั่วทั้งวิหารจะสว่างไสวด้วยแสงเทียนหลายพันเล่ม แต่โลกของพริสเซล่าในตอนนี้กลับมืดมิดไร้แสงใดๆ อย่างสิ้นเชิง

---------------------------------------------------------------------------------------

เป็นตอนที่เขียนแล้วหนักหนามากค่ะ
ปกติกัลไม่ค่อยเล่นฉากหนักๆ ตั้งแต่ต้น
แต่เล่มนี้ ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ มันอึดอัดไปหมด
พี่วีบอกว่า อ่านแล้วร้องไห้เลย
ตอนกัลเขียนก็น้ำตาไหลเหมือนกัน

มีเรียเป็นตัวละครที่ดีจริงๆ ค่ะ TwT






เรื่องนี้ไม่มีโพสในเด็กดี และไม่มีขายในงานหนังสือนะคะ
หากใครสนใจสามารถกดอ่าน Sample ใน ลิงค์ E- Book  ของ app MEB ได้ค่ะ 



 
LOST 5th Sign - ประกายแสงของคาร์บอน จะโพสทุุกวันจันทร์ วันพุธ และวันเสาร์นะคะ ^^ 











4


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. #5672 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 04:01
    พริสคือสัญญาณเตือนแรกสินะ จริงๆแล้วอเล็กไม่ได้แกะผิด แต่ อเล็กเรียงลำดับผิด เหมือนแกะทางย้อนรอย
    #5672
    0
  2. #5671 ao_majo (@ao_majo) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 23:20
    แง้ๆๆพริสมีเรียน่าสงสารมากๆเลย😭😭😭
    #5671
    0
  3. #5670 littlepayoon (@payoonlittle) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 13:28
    สะเทือนใจสุดๆๆคะ
    #5670
    0
  4. #5669 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 11:40
    แงๆๆๆๆๆ น้ำตาแตกเลย คุณกัล ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ สงสารมีเรีย
    #5669
    0
  5. #5668 La Siesta (@nootuatia) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 10:19
    สงสารพริสสส
    #5668
    0
  6. #5667 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 09:29
    พริสดูท่าจะเจอมาหนักนะเนี่ย สรุปเเล้วพิธีกรรมนี้เพื่ออะไรกันเเน่
    #5667
    0
  7. #5666 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 08:44
    คือ พยายามคิดตามคำทำนาย งี้เล่มนี้ เสียงเรียกของทองคำจะเรียกหา อำพันโสภาแห่งจิต ปย.นี้ เราเห็นความชิพคู่พระ-นางแหละ

    ทองคำ=ลูม
    อำพัน = อเล็กซ์

    ทองคำจะต้องตามหาอำพันที่หายไปปปปปปป

    เดี๋ยว ทำไมยิ่งเดามาก ยิ่งงงตัวเอง แงงงงงงงงงง 555555555555
    #5666
    0
  8. #5665 <3 EXO (@ing-reborn) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 07:15
    ร้องไห้ตามเลย ฮือออ TT สงสารมีเรียมากๆๆ สงสารพริสด้วย ตอนนี้เศร้ามาก พอๆกับตอนที่อเล็กซ์โดนลูมว่าคราวก่อนนู้นเลย
    #5665
    0
  9. #5664 Mookw (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 02:11
    ตอนนี้เป็นตอนที่รู้สึกหนักที่สุดที่อ่านมาเลยค่ะ

    เจ็บบบบTT
    #5664
    0
  10. #5663 รานีรา (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 02:08
    เป็นตอนที่อ่านเเล้วรู้สึกหน่วงไปหมด อึดอัดมาก รู้สึกได้ถึงความเสียสละ สิ่งที่ควรทำ พริสคงไม่อยากเลือกทางนี้เเต่ต้องเลือก ระหว่างคนสำคัญกับเมือง เศร้าอ่ะ
    #5663
    0
  11. #5662 Zeferus (@noeiwarn9731) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:31
    ตอนแรกนึกว่าพริสจะหักหลังจริง ๆ เจ็บมากตอนที่อ่านมาถึง แต่ก็น้ำตาคลอฉากมีเรียจะตาย
    รู้สึกยังดึงอารมณ์ไม่ได้เท่าไหร่  ไม่เหมือนฉากตอนนั้นที่แอมมี่วีดแตก รู้สึกเหมือนยังมีอะไรมากั้น ๆ อยู่
    แต่คิดว่าถ้าอ่านในหนังสือน้ำตาได้ตกจริง ๆ แน่ ฮือออออออออ มีเรีย มายเกิร์ลเฟรนด์

    ปล. พริสมีจิ้นแตกกระจายวายป่วงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 
    #5662
    0
  12. #5661 AranYz (@aranyz) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:30
    แลเหมือนจะถึงเวลาตัดกลับไปหาอเล็กซ์แล้ววว ...รึเปล่า? 5555
    คิดถึงลูมอเล็กซ์มากมายย ค้างมาตั้งแต่ภาคที่แล้วละนะ!
    #5661
    0
  13. #5660 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:10
    ขอบคุณครับ ^ ^
    #5660
    0
  14. #5659 มี้ม (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:57
    เหมือนจะไขปริศนาสานพาเวนสัญญาณมันเริ่มจากC Cu Ag Fe Au Amber นี่มันเริ่มต้นมานานแล้วชินะ
    #5659
    0
  15. #5658 siraromPHA (@gf-pitlet) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:45
    เราร้องไห้เลยอ่ะพี่กัล งือออ สงสารพริส พริสต้องเจ็บมากแน่ๆที่ต้องเสียครอบครัวคนเดียวที่มีอยู่ตอนนั้นเพื่อโลกทั้งใบ เรานับถือมีเรียมาก เด็กผู้หญิงคนนี้เกินคำว่าเด็กผู้หญิงไปมาก ไม่ใช่เรื่องพลังอำนาจแต่เรื่องของใจต่างหาก กอดดดมีเรียย
    #5658
    0
  16. #5657 Maiya (@aimmy_338) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:30
    น้ำตาคลอเบ้าเลย ทั้งที่เล่มนี้ดูไม่มีเรื่องรักหวือหวาอะไรสักนิด แต่มิตรภาพของเพื่อนกินใจมากจริงๆ มากถึงขนาดที่รู้สึกรักเล่มนี้มากที่สุดเลย
    #5657
    0
  17. #5656 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:26
    เค้าชอบตอนนี้มาก พริสจะยังต้องเข้มแข็งเพื่อความเสียสละของมีเรียนะ
    #5656
    0
  18. #5655 windcold (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:17
    "..เสียงเรียกแห่งทองคำจะกู่ก้องร้องหา"

    ใครร้อง? ลูมเหรอ? ร้องหาอเล็กซ์หรือเปล่าาา
    #5655
    0
  19. #5654 ผึ้ง (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:59
    แงงงง สงสารทั้งพริสทั้งมีเรียเลย

    ทำไมทั้งคู่ต้องมาแบกรับอะไรที่หนักขนาดนี้นะ

    เป็นตอนที่มีหลายอารมณ์มากคะ ตอนแรกฟินฮาโรกับพริส ลุ้นตอนกลาง เศร้าตอนจบ

    อยากอ่านต่อเเล้ววว
    #5654
    0
  20. #5653 mooauannarak (@mooauannarak) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:39
    อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ เป็นมิตรภาพที่งดงาม  

    #5653
    0
  21. #5652 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:39
    ฮืออออออออออ
    สรุปมีเรียนตายยย
    ตอนนี้ลุ้นมากว่าจะเป็นยังไงต่อไป 
    แล้วที่เรียกมาสรุปคืออะไร?
    หรือว่าจุดเริ่มต้นที่อเล็กว์มาคือเหตุการณ์นี้?
    โอ้ยค้างคาใจจ
    #5652
    0
  22. #5651 Live Your Life. (@nap-j) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:30
    น้ำตาซ
    #5651
    0
  23. #5650 กิ่งไผ่ (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:26
    มีเรีย...สรุปพริสนี่เป็นอะไรไปแล้วหว่าาา #คิดถึงอเล็กซ์จับใจ
    #5650
    0
  24. #5649 Cotton Candy (@miruka) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:25
    ทำใจไว้แล้วว่ามีเรียจะตาย
    แต่พอมาอ่านจริงๆ.. ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย
    #5649
    0
  25. วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:10
    อ่านแล้วน้ำตาซึมจริงค่ะ พริซน่าสงสาจริงๆ ???????????? มีเรียน่าสงสารรร
    #5648
    0