LOST

ตอนที่ 149 : LOST [5th Sign] - ตอนที่ 7 ข่มขู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    5 มี.ค. 59

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 
สวัสดีค่า ><


วันนี้มีข่าวดีมาประกาศค่ะ

กัลจะเพิ่มวันโพส เป็น 3 วัน คือ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ ค่า
เพราะในวันที่ 7 มีนาคมนี้ จะมีการเปิดพรีออเดอร์ 
เล่ม LOST 5th Sign - ประกายแสงของคาร์บอน แล้ว ><

ประกาศจากทีมงานห้องสมุดยายพัน

เรื่องการ Pre-Order : Find The Way ดังนี้ค่ะ

1 สำหรับผู้ที่สั่งซื้อฟายด์ ซึ่งโอนเงินแล้ว กรุณากดแจ้งโอนเงินด้วยค่ะ
เพราะมียอดเงินหลายจำนวนที่ไม่มีเจ้าของแจ้งมา

2 สำหรับผู้ที่สั่งซื้อฟายด์แล้ว แต่ยังไม่โอนเงิน 
สามารถโอนเงินได้ทันทีที่ได้ลิงค์แจ้งสถานะนะคะ 
แม้ว่า จะเลยกำหนด 2 วันนับจากวันที่สั่งซื้อแล้ว
ก็ยังใช้รหัสเดิม ในการโอนและแจ้งโอนเงินได้

3 ผู้ที่สั่งซื้อหนังสืออื่นๆ ใน Kalthida Festival แต่ไม่ได้โอนเงินมาในเวลา
เนื่องจากหนังสือนั้นๆ ม่ีจำนวนจำกัด จึงขอยกเลิกรายการสั่งซื้อนั้นๆ 
หากต้องการสั่งซื้ออยู่ ให้กดสั่งซื้อใหม่ค่ะ

4 หนังสือ Find the Way จะจัดส่งรอบแรกวันที่ 5 เมษายน

ขอบคุณค่า


=============================

วันก่อนกัลเปิดอีบุคตอนพิเศษเซวีน่า เป็นของขวัญให้ในเพจ World of Kalthida


แล้วนักอ่านก็โหวตกันเยอะมากว่าอยากเก็บสะสมเป็นเล่ม
สุดท้ายกัลเลยคุยกับทีมงานพร้อมกับเตรียมหาโรงพิมพ์
พร้อมกับเปิด พรีออเดอร์ Find The Way ให้ทุกคนจองค่ะ

อันนี้เป็นหนังสือทำมือ พิมพ์ตามจำนวนที่สั่ง 
เปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคม
หนังสื เล่มนี้เป็นขนาด B6 (ขนาดเท่าความรักของแสนรักของพี่วี
เพราะเป็นตอนพิเศษ จำนวนหน้าจึงไม่เยอะค่ะ  162 หน้า 
ใครสนใจกดสั่งจองได้ตามลิงค์นี้นะคะ


เรื่องนี้ไม่มีโพสในเด็กดี และไม่มีขายในงานหนังสือนะคะ
หากใครสนใจสามารถกดอ่าน Sample ใน ลิงค์ E- Book  ของ app MEB ได้ค่ะ 

อ่านให้สนุกค่า
เจอกันวันจันทร์ค่ะ
กัลฐิดา 


---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 7 ข่มขู่
 
---------------------------------------------------------------------------------------

แสงแรกในยามเช้าสาดส่องกระทบพื้นทางเดินสู่มหาปราสาทเดียแมนก้าจนทอเป็นประกายงดงาม มีเรีย ฮานีลา กำลังเดินตามหลังอัศวินการิลอยู่บนทางเดินนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีน้ำเงินอมเขียวของเธอกำลังครุ่นคิดและพิจารณา อัศวินการิลของเดียแมนก้าจะสวมผ้าปิดหน้าเสมอ คนกลุ่มนี้ถูกคัดเลือกจากเด็กนับร้อยที่ฉายแววว่าใช้มนตร์ขาวได้ดีมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นจึงถูกนำไปฝึกฝนด้วยวิธีการที่ปกปิดเป็นความลับ เมื่อพวกเขาได้รับการแต่งตั้งให้เข้าประจำการ ผ้าคลุมที่ปิดหน้าจะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีประจำหน่วยที่ได้รับการแต่งตั้ง เว้นแต่อัศวินการิลที่แตกต่างจากอัศวินดูแลมหาปราสาททั่วไปคือ ผ้าคลุมปิดหน้าของอัศวินการิลจะทาบทับด้วยผ้าลูกไม้อีกชั้นหนึ่ง เป็นผ้าลูกไม้มนตราที่เป็นลวดลายของทวยเทพซึ่งจะช่วยเสริมพลังให้แก่พวกเธอ และนามของพวกเธอก็จะถูกเรียกขานตามลวดลายของลูกไม้นั้น

เยอิลลา ทาสรับใช้แห่งไอย์ เรซิลลา ทาสรับใช้แห่งราซีคา และ เวริลลา ทาสรับใช้แห่งวาเรียนา และผู้ที่เดินนำอยู่ข้างหน้ามีเรียในตอนนี้คือ เรซิลลา

“เชิญทางนี้ค่ะ” เรซิลลาเอ่ย พลางผายมือให้มีเรียเดินผ่านเธอไปยังห้องทำงานส่วนตัวของท่านเชลา

มีเรียเดินผ่านเข้าไปในห้องนั้นด้วยอารมณ์ตึงเครียด เด็กหญิงรู้ดี ทำไมเธอถึงได้รับเชิญให้มาที่นี่ สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือ ประวิงเวลาไว้ให้นานที่สุด และต้องไม่ให้พวกเขารู้ว่า พริสเซล่าจะเป็นผู้ทำลายแผนการของพวกเขาทั้งหมด

“เจ้ามาแล้วหรือ” เชลาเอริก้าเอ่ยทัก โดยไม่เงยหน้าจากสาส์นที่กำลังอ่านอยู่

มีเรียทำความเคารพท่านเชลาแห่งเดียแมนก้าอย่างนอบน้อม แล้วเงยหน้าขึ้นรอให้อีกฝ่ายพูดสิ่งที่ต้องการก่อน

“เมื่อวานเจ้าไปเจอกับฮาโรทำไม” เชลาเอริก้าถาม

“ข้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษาเดียกริชเลยไปให้เขาสอน”

“กับพริสเซล่าด้วยงั้นเหรอ” เอริก้าซักไซ้ต่อ

มีเรียลอบสูดหายใจเข้าลึก พลางตอบว่า “ท่านคงไม่คิดว่า ตามความเหมาะสมข้าควรไปพบบุคคลธรรมดาเพียงคนเดียวหรอกใช่ไหมคะ”

เอริก้าเงยหน้าสบตามีเรียนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน

“นั่นสินะ คนที่กำลังจะขึ้นเป็นเชลาจำเป็นต้องดูแลตัวเองให้เหมาะสมเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเจ้ากลับมาที่พักแล้ว เจ้าก็ยังออกไปหาเขาอีกครั้งนี่”

มีเรียไม่หลบตาอีกฝ่าย และยังคงน้ำเสียงปกติขณะโต้ตอบเอาไว้ได้

“ข้าลืมม้วนสาส์นที่เอาไปปรึกษาไว้ที่เขา ข้าจึงจำเป็นต้องรีบกลับไปเอามัน เพื่อนำไปคืนที่อารามอักษรวันนี้ค่ะ ท่านเรียกข้ามาแต่เช้าเพียงเพื่อถามเรื่องนี้งั้นเหรอคะ”

เอริก้ามองหน้าเด็กหญิงที่เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่างเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกเดินจากโต๊ะมานั่งยองๆ ต่อหน้ามีเรีย แล้ววางมืออันอ่อนนุ่มของเธอลงบนไหล่เล็ก และบีบมันเบาๆ

“วันก่อนพ่อกับแม่ของเจ้ามาหาข้า” เอริก้าเปรยขึ้นด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลย

มีเรียหลุบตามองริมฝีปากแดงสดของเชลาผู้งามสง่าที่คลี่ยิ้มไปพลางขณะพูดว่า

“...พวกเขาคงอยากรู้ ว่าข้าดูแลลูกสาวของพวกเขาดีหรือไม่ และคาดหวังไม่น้อยว่าเจ้าจะสร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลของเราได้มากทีเดียว”

“พวกท่านจะไม่ผิดหวังหรอกค่ะ” มีเรียตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ

“นั่นสินะ ข้าเองก็ไม่อยากผิดหวังเหมือนกัน เอาละ ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ก็เพื่ออวยพร หวังว่าเจ้าจะได้รับเลือกเป็นไวเซอร์ตามที่ทุกคนคาดหวัง”

มีเรียขยับตัวถอยห่างจากเอริก้าเล็กน้อย แล้วทำความเคารพอีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้ามองเอริก้าเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เมื่อเชลาผู้งดงามหันมาหาเธอ เด็กหญิงจึงหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป

“มีเรีย” เอริก้าเรียก

“คะ?” มีเรียขานรับแล้วหันกลับมา

“พวกเราคาดหวังกับเจ้าไว้มากเลยนะ” เอริก้าเอ่ยขึ้นลอยๆ

มีเรียกำมือแน่น ขณะรอฟังเอริก้าซึ่งส่งรอยยิ้มหวานหยดให้พูดต่อ

“แม้แต่สัตว์ยังรู้คุณและตอบแทนคนให้ข้าวมันจริงไหม”

มีเรียค้อมตัวให้อีกครั้งแต่ไม่ตอบ เธอทำเพียงหมุนตัวกลับแล้วก้าวเดินจนพ้นประตูไป

เอริก้ามองแผ่นหลังตั้งตรงของเด็กหญิงนิ่งโดยไม่ห้ามปราม แล้วเรียกอัศวินการิลของเธอออกมา

“เยอิลลา”

“คะ”

“ข้าอยากพบสถาปนิกคนใหม่สักหน่อย”

“รับทราบค่ะ”

 

พริสเซล่าหลับตานิ่งอยู่กลางผืนน้ำในวิหารเล็กซึ่งอยู่ในที่ลับตาคน วิหารแห่งนี้มีเรียกับเธอแอบมาฝึกจิตกันบ่อยๆ เพราะว่ามันอยู่ห่างไกลผู้คน พวกเธอซึ่งเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดในชั้นเรียนไวเซอเรียต้องการปลดปล่อยขีดจำกัดในพลังของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลว่าพลังเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น พวกเธอจึงเริ่มเสาะหาสถานที่ลับเพื่อฝึกฝนเป็นการเฉพาะ และเป็นมีเรียที่พาพริสเซล่ามาที่นี่

ติ๋ง!

หยดน้ำสีทองในห้วงจิตของพริสเซล่าร่วงหล่นกระทบพื้นจิต เกิดเป็นคลื่นน้ำกระเพื่อมแผ่รัศมีเป็นวงกว้างกระจายออกโดยรอบ สร้างแสงสว่างให้ก่อเกิดขึ้นในอาณาเขตจิตของพริสเซล่า ก่อนจะทำให้ทั้งอาณาเขตของเธอสว่างไสว แต่แสงทั้งหมดก็ดับวูบลงโดยพลัน เพราะเสียงฝีเท้าของผู้มาเยือนซึ่งก้าวล้ำเข้ามาในเขตวิหาร

พริสเซล่าลืมตาขึ้นกลางวงมนตรา แล้วมองไปยังผู้ที่ยืนอยู่ชิดขอบวงมนตราการฝึกจิตของเธอ ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง แล้วเป็นผู้มาใหม่ที่เอ่ยว่า

“ด้วยพลังขนาดนี้ หากเจ้าเอาจริง ข้าว่า ไม่มีทางที่เจ้าจะสู้นางไม่ได้”

“นั่นเพราะตลอดมามีเรียยังไม่เคยใช้พลังแบบสุดกำลังน่ะสิ หากนางใช้ทั้งหมดที่นางมี ไม่มีใครสู้นางได้หรอก”

ฮาโรยักไหล่ แล้วโยนม้วนสาส์นให้พริสเซล่า เด็กหญิงลุกขึ้นสลายวงมนตรา แล้วรับสาส์นนั้นมาถือไว้ จากนั้นคลี่ม้วนสาส์นออกอ่าน ก่อนจะเงยหน้ามองฮาโรอย่างตื่นตะลึง

“ท่านเอาสิ่งนี้มาจากไหน” พริสเซล่าถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

“คัมภีร์เนอร์วาเนีย ข้ากับมีเรียมีหน้าที่เตรียมของที่ต้องใช้ให้พร้อม ส่วนเจ้าก็ฝึกจิตไปตามกระบวนการนี้ เมื่อถึงเวลาเราทั้งสามคนจะทำพิธีบูชาจิตด้วยกัน”

“แล้วถ้าข้าฝึกจิตตามกระบวนการนี้ไม่ทันละ” พริสเซล่าถามอย่างหวั่นใจ

“เจ้าต้องทำให้ทัน ไม่อย่างนั้น เจ้าไม่มีทางมีพลังเหนือกว่านาง” ฮาโรตอบปิดทางถอยของพริสเซล่า

พริสเซล่ามองวิธีการฝึกจิตตามสาส์นนั้น แล้วขมวดคิ้วพลางพึมพำ “ไซอารีอา มีเรีย นี่เจ้า...”

ฮาโรลอบมองสีหน้าจริงจังของพริสเซล่า แล้วถอนหายใจ ดูเหมือนเด็กหญิงคนนี้จะไม่สนใจแล้ว ว่าเขาจะยังยืนอยู่ตรงนี้หรือไม่ ซึ่งนั่นก็ดี เขาก็ไม่อยากให้นางรู้ว่าเขากำลังลอบดูอยู่

เทพธิดาผู้งดงามจนไม่อาจละสายตามีรูปร่างอย่างนี้เอง เด็กหญิงผู้เกิดมางามพร้อมกำลังเดินไปตามเส้นทางที่จะทำให้เธออยู่เหนือผู้ใด แต่ไม่รู้ทำไม ฮาโรกลับรู้สึกว่าเขาเสียดาย ที่เด็กหญิงคนนี้ต้องอยู่ในโลกสีขาวแห่งนั้นไปตลอดชีวิต ทั้งที่นางอาจมีทางเลือกออกไปสู่โลกภายนอกที่ดีกว่า

“เจ้าชอบงานสถาปัตยกรรมงั้นเหรอ” ชายหนุ่มถามขึ้น เมื่อเด็กหญิงทำท่าจะเข้าสู่สภาวะฝึกจิตอีก

“ข้าสนใจมัน แต่ตอนนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว” พริสเซล่าตอบเหมือนตัดใจ

“ทำไมละ” ฮาโรถาม

พริสเซล่ามองคนถามแวบหนึ่ง “เพราะข้าเลือกจะทำแบบนี้แล้วน่ะสิ”

ฮาโรเอนหลังพิงผนังวิหาร พลางแย้งว่า “หากเป็นข้า ข้าจะทำตามใจตัวเอง”

ดวงตาของพริสเซล่าสั่นไหวเล็กน้อย แต่เพียงแวบเดียวก็กลับมานิ่งสนิทดังเดิม แล้วหลับตาลงอย่างเงียบงัน

ชั่ววินาทีหนึ่ง ฮาโรอยากทำลายความตั้งใจของเด็กหญิงคนนี้ สัญชาตญาณของเขาบอกว่า หากเขาไม่หยุดเธอตอนนี้ เขาก็จะไม่มีโอกาสได้ทำอีกเลย แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ทำได้แค่ยืนมองพริสเซล่าฝึกจิตต่อไป จนกระทั่งรับรู้ว่ามีไอพลังของใครบางคนคืบคลานเข้ามาใกล้อาณาเขตของเขา ชายหนุ่มจึงขยับและเคลื่อนตัวออกห่างจากพริสเซล่า ก่อนจะเผยตัวเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนหาเขาพบในตรอกมัดดีล สถานที่ที่ทุกคนในเดียแมนก้ารู้ว่า นายช่างใหญ่เจ้าสำราญ ฮาโร แซนเกียร์ มักมาฝังตัวอยู่ที่นี่

ชายหนุ่มเดินตรงไปในยังห้องพักที่หญิงงามเมืองหลายคนนอนอยู่ด้วย เขานั่งลงกลางวงผู้หญิงเหล่านั้น ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ทันเวลาที่ผู้ตามหาเขามาปรากฏตัวพอดี

หญิงสาวเจ้าของดวงตาแสนสวยที่ใบหน้าปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าที่ทาบทับด้วยลูกไม้ลวดลายของทวยเทพ ฮาโรเคยได้ยินกิตติศัพท์มาว่า อัศวินการิลอันเลื่องชื่อของเดียแมนก้าคือ ผู้ครอบครองผืนผ้าลูกไม้ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ลูกไม้แต่ละลายถักทอขึ้นอย่างประณีต และอัดแน่นไปด้วยพลังของทวยเทพ

“ฮาโร แซนเกียร์” เสียงหญิงสาวคลุมหน้านางหนึ่งเรียกชื่อเขาอย่างเต็มยศเพื่อยืนยันตัวตนของเขา

“ผู้บูชาเทพเจ้ามาเยือนยังที่แปดเปื้อนแห่งนี้ จะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของท่านงั้นเหรอ” ฮาโรถามยียวน

“ได้โปรดตามข้ามา ท่านเชลาต้องการพบเจ้า” หญิงสาวเอ่ยจุดประสงค์ตรงเป้าอย่างไม่อ้อมค้อม

ฮาโรเลิกคิ้ว แต่ไม่แสดงความหวาดกลัว ก่อนจะลุกและก้าวเข้าหาอัศวินการิล

“เจ้าชื่ออะไร ข้าจะไม่ไปไหนกับคนแปลกหน้าหรอกนะ”

“เวริลลา” อัศวินสาวตอบ พลางยื่นมือมาตรงหน้าฮาโร

ฮาโรมองมือนั้นนิดหนึ่ง แล้ววางมือของเขาลงไป ในเสี้ยววินาทีหนึ่ง ร่างของฮาโรก็หายวับจากตรอกมัดดีลมายังห้องพักผ่อนของเชลาแห่งเดียแมนก้า

มนตร์เคลื่อนย้ายเป็นเวทมนตร์ของชนเผ่าแอมมอรีน เขาเคยได้ยินว่ามีมนตร์ขาวบางบทที่ทำแบบนั้นได้เช่นกัน แต่ยังไม่เคยเห็นนักบวชคนไหนหายตัววับไปต่อหน้าต่อตาสักที

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง ตรงใจกลางห้องโถงมีสระน้ำใสแจ๋วจนมองเห็นก้นบ่อชัดเจน ปลาสีแดงสดแหวกว่ายไปมาจนกลายเป็นลวดลายที่สวยงามใต้ผิวน้ำ แต่หญิงสาวในชุดประจำเผ่าที่ยืนประสานมือไว้ด้านหน้า ขณะก้มหน้าจ้องมองพวกมันแหวกว่ายนี่สิ กลับงดงามยิ่งกว่า

เดียแมนก้าได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสาวงาม ประชากรสองในสามเป็นผู้หญิง ตามประวัติศาสตร์บอกว่าดินแดนแห่งนี้มีผู้หญิงเยอะ ซึ่งดูขัดแย้งกับสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในดินแดนนี้มากนัก สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่น่าเกิดจากน้ำมือของพวกผู้หญิง เพราะยิ่งโครงสร้างใหญ่โตมากเท่าไร นั่นแสดงว่า ต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมหาศาล แต่นักวิชาการของเดียแมนก้าก็อธิบายเหตุผลในข้อนั้นอย่างไร้ข้อกังขาว่า

สิ่งก่อสร้างทั้งหมดเกิดจากแรงศรัทธา

ฮาโรอยากหัวเราะกับความคิดนั้น แต่เมื่อได้มาเห็นเหล่านักบวชในนครหลวงแห่งนี้จริงๆ เขาก็พบว่า คำอธิบายนั้นอาจเป็นความจริงก็ได้

ก็ถ้ามีเทพธิดาที่งดงามและจับต้องได้ขนาดนี้ ทำไมจะไม่เกิดแรงศรัทธาละ ฮาโรคิด ขณะก้าวเดินมาหยุดตรงขอบสระ แล้วทำความเคารพเชลาเอริก้าแบบพอเป็นพิธี

“ข้าได้ยินว่าท่านเดินทางมาถึง แต่ไม่มีโอกาสได้เจอกันสักที” เอริก้าเอ่ย พลางหันมาเผชิญหน้ากับฮาโร

“ข้ามาเร็วกว่ากำหนด แต่ท่านชีน่าต้องการให้เริ่มงานทันที เลยไม่มีโอกาสมาทำความเคารพท่านเชลา ต้องขอโทษด้วย” ฮาโรชี้แจงเหตุผลอย่างนอบน้อม

เอริก้าแย้มยิ้มอ่อนหวาน แล้วก้าวผ่านผืนน้ำมาหยุดตรงหน้าฮาโร

“ข้าได้ข่าวว่า มีเรียไปรบกวนท่าน ขอบคุณที่ให้ความรู้แก่นักบวชฝึกหัดของเรา”

ชื่อ มีเรีย ทำให้ฮาโรกะพริบตาขึ้นลงแสร้งทำท่านึก เหมือนไม่รู้ว่าชื่อนั้นเป็นของใคร สักครู่จึงเอ่ยเหมือนเพิ่งนึกได้ว่า

“อ้อ เด็กหญิงคนนั้นเอง”

“นางไม่ใช่แค่เด็กหญิงธรรมดานะ ท่านฮาโร นางกำลังจะขึ้นเป็นเชลาแห่งเดียแมนก้า”

“โอ๊ะ! ขอโทษ ถ้าอย่างนั้น ข้าควรจะไปทำความเคารพนาง มากกว่าจะมาหาท่านหรือเปล่า” ฮาโรเอ่ยด้วยรอยยิ้มซื่อ

นั่นคือการกระตุกหนวดเสือสาว และการเสียเวลาไปกับการพูดลองเชิงอยู่ไปมา ทำให้ฮาโรรู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในบ่วงของแมงมุมพิษ และถ้าเป็นอย่างนั้น มิสู้เขาลงมือก่อนจะดีกว่า

เอริก้าหัวเราะเสียงใส แล้วตอบว่า “นั่นก็เร็วเกินไป ณ เวลานี้นางยังเป็นแค่นักบวชฝึกหัดอยู่”

“แล้วท่านเชลาผู้ยิ่งใหญ่ต้องการสั่งงานอะไรแก่ข้าเป็นพิเศษละ ถึงให้สาวสวยที่ปิดหน้าปิดตาไปตามข้ามาจากมัดดีล”

ดวงตาของเอริก้าเปล่งประกายท้าทาย พลางขยับตัวเข้าใกล้ฮาโรอีกเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเบาว่า

“ข้าได้ยินว่าท่านอ่านภาษาเดียกริชออก”

ฮาโรยิ้ม “ข้าเชื่อว่าท่านรู้จักความสามารถพิเศษของข้ามากกว่าการได้ยิน”

เอริก้าเงยหน้า และยืดตัวยื่นใบหน้าไปจนปลายจมูกของเธอห่างจากใบหน้าของฮาโรเล็กน้อยพลางสูดหายใจ และพูดว่า “เดียแมนก้าเป็นดินแดนของเทพเจ้า จมูกของเชลาไวเสมอกับกลิ่นของคนบาป”

ชายหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเอริก้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติว่า “แค่จมูกอย่างเดียวคงไม่อาจแยกแยะคนบาปได้หรอก ท่านเชลา”

เอริก้าขยับตัวถอยห่างออกมา แล้วยิ้มเย็น

“ขอบคุณที่มาเยือนเดียแมนก้า พวกเราคาดหวังกับการทำงานของท่านเป็นอย่างมาก”

ฮาโรยิ้มพลางค้อมศีรษะ “ข้าไม่ได้ทำเพื่อเกียรติยศ และข้าไม่ได้เป็นนักบวช ดังนั้นท่านควรรู้ว่า อาหารทุกคำต้องใช้เงินซื้อ”

เอริก้ายังคงยิ้มเย็น ขณะที่ฮาโรหมุนตัวเดินไปหาเวริลลา แล้วพูดว่า “นี่ไม่ใช่เวลางานของข้า และข้าเป็นคนที่หวงเวลาส่วนตัวของข้ามาก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านเชลาผู้งามพร้อม”

เวริลลาเหลือบมองเชลาเอริก้าแวบหนึ่ง เมื่อเห็นเชลาพยักหน้า อัศวินการิลจึงเอื้อมมือไปแตะไหล่ฮาโร แล้วพาเขากลับไปยังที่ที่เขาจากมา เมื่อฮาโรจากไปแล้ว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็จางหายไป เหลือไว้แต่ความเย็นชา ไอสีแดงระเหยจากตัวปลาผ่านผืนน้ำขึ้นมา ส่งผลให้เทพธิดากลางสายน้ำผู้งดงามแปรเปลี่ยนเป็นราชินีแห่งกลิ่นคาวเลือดไปในพริบตา

“ท่านเชลา” เรซิลลาที่ยืนอยู่ข้างสระน้ำเอ่ยเตือนสติ ทำให้ไอสีแดงเหล่านั้นหายวับไปทันที

“ข้ารู้...” หญิงสาวเอ่ย เมื่อไอสีแดงสลายไปก็เอ่ยต่อว่า “ฮาโร แซนเกียร์ คนประหลาดแห่งคาเทียส แม้แต่เชลาแห่งคาเพนเทียยังชื่นชมเขา หากไม่คิดว่า มีแต่เขาที่บูรณะมหาวิหารเดียกริชได้สำเร็จละก็...ช่างเถอะ จับตาดูมีเรียให้ดี ไม่รู้นางวางแผนอะไรอยู่”

เวริลลากลับมาแล้ว และกำลังย่อตัวลงคุกเข่ารับคำสั่งพร้อมกับอัศวินการิลคนอื่น ขณะที่เอริก้าประกาศก้องว่า

“ไม่ว่านางจะวางแผนอะไรไว้ ท้ายที่สุดแล้ว เด็กคนนั้น...ก็ต้องตาย”

---------------------------------------------------------------------------------------




เรื่องนี้ไม่มีโพสในเด็กดี และไม่มีขายในงานหนังสือนะคะ
หากใครสนใจสามารถกดอ่าน Sample ใน ลิงค์ E- Book  ของ app MEB ได้ค่ะ 



 
LOST 5th Sign - ประกายแสงของคาร์บอน จะโพสทุุกวันจันทร์ วันพุธ และวันเสาร์นะคะ ^^ 











4


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. #5586 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 14:08
    เด็กคนไหนกันน้า
    #5586
    0
  2. #5580 ... (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:16
    "เด็กคนนั้น" นี่หมายถึงใครคะ?&#8203; มีเรีย? พริส?
    #5580
    0
  3. #5579 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:40
    พรุ่งนี้วันจันทร์ใช่มั้ย อยากอ่านต่อแล้ว มีเรียจะตายใช่มั้ย พริสคงเสียใจมากแน่เลยถ้าเป็นอย่างนั้น
    #5579
    0
  4. #5578 Thelittlefox (@neanacham) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:29
    เพิ่มวันอัพแต่ก็เะิ่มความค้างอีกเช่นกัน555
    #5578
    0
  5. #5577 กิ่งไผ่ (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:26
    เย้ พี่กัลเพิ่มวันอัพแล้วว
    #5577
    0
  6. #5576 proud (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 22:08
    ลุ้นๆ และ ค้าง เหมือนเดิมค่ะ รออ่านต่อไปค่าาา^^///
    #5576
    0
  7. #5575 proud (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 22:08
    ลุ้นๆ และ ค้าง เหมือนเดิมค่ะ รออ่านต่อไปค่าาา^^///
    #5575
    0
  8. #5574 Merci'M (@thamaroth) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 21:03
    อเล็กหายไปเลย....
    #5574
    0
  9. #5573 ซากุระ คิโนโมโตะ (@napat569) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 20:05
    เกิดอะไรขึ้นกับมีเรียน เราชอบตัวละครตัวนี้มากเลยนะ เป็นเด็กที่ยอมรับความเป็นจริงและมองการไกล ทำไมต้องตายด้วย หรือว่าการตายของมีเรียทำให้พริสเปลี่ยนไป (รอวันจันทร์ค่ะ^^)
    #5573
    0
  10. #5572 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 17:00
    ดีใจ วันจันทร์จะได้อ่านต่อแบ้วววววว หนูจะไม่พิมว่าค้างและ เพราะรู้สึกเหมือนเล่นเทปซ้ำ พูดได้ทุกบทว่าค้างๆ พี่กัลคงเบื่อคำว่าค้างละ 55555555
    #5572
    0
  11. #5569 huii (@hui-28292) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 15:40
    แบบว่าปีศาจสืบทอดกันผ่านทการเป็นเชลา?????? อืออ น่ากลัวว
    #5569
    0
  12. #5568 เหวิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 15:20
    ทำไมต้องตาย แง่มๆๆ ทำไมเชลาที่เดียแมนด้าโหดจริง นักบวชจริงไหมเนี่่ย
    #5568
    0
  13. #5567 <3 EXO (@ing-reborn) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 14:56
    สงสารมีเรียอ่ะ ทำไมต้องให้มีเรียตายด้วยห้ะ ยัยเอริก้า 
    ป.ล.ดีใจที่พี่กัลเพิ่มวันอัพ >0<
    #5567
    0
  14. #5566 jayjay (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 14:28
    โอ้ยๆๆๆๆ กำลังสนุกเลยคะ นี่ขนาดง่วงมากๆๆๆๆๆ ยังต้องอ่านให้จบก่อนเลย อ่านจบแหระไปนอนต่อได้
    #5566
    0