LOST

ตอนที่ 111 : LOST [4th Sign] - ตอนที่ 1 ไร้เสียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    11 ธ.ค. 58

LOST
Author กัลฐิดา
 
---------------------------------------------------------------------------------------

 
สวัสดีค่า ><


รู้สึกความคาดหวังของเล่มสี่จะมากกว่าที่กัลคิด
เลยรู้สึกกดดันนิดหน่อยค่ะ
ในภาคนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
ที่สำคัญ อเล็กซ์ของเราก็ต้องเจอปัญหาหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
หวังว่าทุกคนจะเป็นกำลังใจให้เด็กน้อยคนนี้ค่ะ


++ ประกาศ ++
กัลจะลบตอนที่ 11 - 30 ในวันที่ 1 ธันวาคม นะคะ

 

อ่านให้สนุกค่า
เจอกันวันพุธค่ะ
กัลฐิดา 


---------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนที่ 1 ไร้เสียง
 
---------------------------------------------------------------------------------------

ซินเซียลืมตามองเพดานเตียงนอนของตัวเอง ตลอดทั้งร่างปวดร้าวไปหมด จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสลบไปตอนไหน รู้แต่ว่าขณะภาวนาจิตปกติประจำวัน อยู่ๆ สายใยพลังจิตของเธอที่โยงใยไว้รอบตัวท่านเชลาแห่งคาเพนเทียก็ขาดสะบั้นลง มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันทั้งรวดเร็วและรุนแรงราวกับแก้วที่แหลกเป็นจุล

 ตอนนี้ทุกอย่างเงียบสงัด เป็นความว่างเปล่าที่ไร้เหตุผลจนหัวใจของเธอวูบโหวง ความหวาดกลัวก่อตัวขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ มันแผ่กระจายไปทั่วร่างกายเธอจนเธอคิดว่า เธอกำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดอันไร้ก้นบึ่ง

“อ๊ะ! ฟื้นแล้วเหรอคะท่านนักบวช” เอจิลข้าบาทรับใช้ที่มาคอยดูแลซินเซียตรงเข้ามาช่วยพยุงเธอลุกขึ้นกระตุ้นให้หญิงสาวรู้ว่า สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ฝันร้าย แต่นี่คือ ความเป็นจริง

“เกิดอะไรขึ้นกับข้า” ซินเซียถามขณะยกมือขึ้นนวดขมับ

“เมื่อคืนมันเลยเวลาสี่นาฬิกามาแล้ว ข้ากำลังจะมาบอกให้ท่านพักผ่อน แต่อยู่ๆ ท่านก็ล้มลงชักหมดสติ แต่ระหว่างที่ท่านเอเดรียนกำลังมาดูท่าน ทางมหาปราสาทก็เรียกระดมนักบวชทุกคนให้ไปดูอาการท่านเชลา แล้ว...”

“ท่านเชลา...ท่านเชลาเป็นอะไร!” หญิงสาวถามเสียงร้อนรน และพยายามจะก้าวลงจากเตียง จนเอจิลต้องรีบห้ามแทบไม่ทัน

“อย่าค่ะ!...ท่านควรอยู่นิ่งๆ ท่านหัวหน้านักบวชบอกว่า ท่านได้รับความบอบช้ำทางจิตมาก ถ้าไม่ระวังดูแลร่างกายดีๆ ละก็ อาจบาดเจ็บซ้ำ...”

“บอกข้า ท่านเชลาเป็นอะไร” ซินเซียพูดแทรกสีหน้าจริงจัง จนเอจิลชะงักคำพูด

ขณะรอคำตอบ ซินเซียก็มองสำรวจสาวใช้อย่างละเอียด แล้วพบว่า เครื่องแต่งกายของข้าบาทรับใช้ผิดแผกไปจากปกติ ข้าบาทผู้รับใช้ในวิหารคามัลแตกต่างจากทาสอื่นตรงที่มาซิลของวิหารคามัลที่สวมทับซารี จะเป็นสีแดงหม่นและปักเป็นลวดลายเทพเจ้าทั้งสี่ตัดกับซารีที่เป็นผ้าดิบสีขาว และไม่เคยเปลี่ยนมาซิลเป็นสีอื่น นอกจากเวลาเดียวเท่านั้นที่มาซิลจะเปลี่ยนเป็นสีดำ

“มาซิลของเจ้า...” ซินเซียถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

เอจิลก้มหน้าแล้วตอบเสียงเศร้าว่า “ท่าน...ท่านเชลาสิ้นแล้วค่ะ”

เสี้ยววินาทีแรก ซินเซียคิดว่าตัวเองหูเฝื่อนไป แต่วินาทีต่อมาหยดน้ำตาก็เอ่อท้นปริ่มขอบตา ก่อนจะไหลรินลงมาเป็นทาง จิตของเธอถูกบีบเค้นอย่างรุนแรง ทั้งจากอาการบาดเจ็บเดิมและความเศร้าเสียใจที่เอ่อท้นขึ้นจุกในอก นี่ไงสาเหตุของความว่างเปล่า ทั้งที่คิดว่าจะต้องปกป้องให้ได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

 ‘เรามันไม่ได้เรื่องจริงๆ ซินเซียบอกตัวเอง ขณะร้องไห้อย่างเงียบงัน ร่างกายสั่นเทิ่มขณะมือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เอจิลเห็นแล้วก็ต้องหลั่งน้ำตาเศร้าสลดไปกับเธอ

“เมื่อคืนวาน อยู่ๆ อาการป่วยของท่านก็ทรุดลง แล้ว...”

“ไม่ใช่...มันไม่ใช่แบบนั้น” ซินเซียพึมพำพลางขยับลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เอจิลเข้าไปช่วยพยุงหญิงสาวที่เดินโงนเงนอย่างอ่อนแรงไปยังห้องอาบน้ำ

“ท่านนักบวช” เอจิลเรียกอย่างเป็นห่วง

“เตรียมชุดให้ข้า ข้าจะไปเคารพศพ” ซินเซียเอ่ยเสียงแผ่วอย่างอ่อนล้า

 

ควันธูปลอยอ้อยอิ่งจากปลายธูปดอกใหญ่ม้วนตัวขึ้นสู่เพดานสูงของวิหารเทพเจ้า ซึ่งสลักลวดลายเป็นภาพนูนต่ำ บอกเล่าเรื่องราวของเทพีวาเรียนาที่ได้นำพาเรือซึ่งบรรทุกผู้คนไปสู่สรวงสวรรค์ ณ ที่ปลายขอบฟ้าเทพแห่งไอย์ก็กำลังแย้มสรวลรอรับผู้หมดทุกข์เข็ญจากโลกอันแสนวุ่นวายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน โดยมีเทพีราซีคาโปรยปรายธัญญาหารเพื่อเฉลิมฉลองและต้อนรับการมาถึงของเหล่าดวงวิญญาณ ขณะที่เทพแห่งมาลากัวก็กรีดนิ้วพรมอยู่บนพีนอสต้า[1]ด้วยใบหน้าหม่นเศร้าปนอาดูร

ครีสนั่งเอนหลังพิงอยู่กับแท่นพิธีกรรม ซึ่งร่างท่านเชลาแห่งคาเพนเทียนอนนิ่งสงบอยู่บนนั้น เขาแหงนหน้ามองเพดานจนคอตั้งบ่า เพื่อไล่มองภาพสลักบนเพดานวิหารอย่างละเอียด ครั้งสุดท้ายที่เขาจ้องมองภาพนี้อย่างจริงจังคือ ตอนที่ท่านแม่จากไป เขามองภาพนั้นและตั้งคำถาม

ท่านพ่อ ทำไมเทพมาลากัวถึงทำหน้าเศร้าครับ

คาเนล บอนโซ่ ลูบหัวครีสพลางตอบว่า เพราะเทพเจ้าแห่งขุนเขารักมนุษย์ที่สุด ท่านเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับเทพเจ้า มนุษย์ทุกคนจึงเปรียบเสมือนน้องของท่าน พี่ก็ต้องดูแลน้อง ท่านจึงไม่อาจไปจากโลกมนุษย์ได้ ดังนั้นเมื่อมนุษย์เดินทางไปยังดินแดนแห่งเทพ ท่านจึงโศกเศร้า

ถ้าอย่างนั้นทำไมเทพมาลากัวไม่ทำให้มนุษย์เป็นอมตะละครับ

ครีสคิดถึงคำถามนั้นแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยซึ่งไม่ได้เกิดจากคำตอบที่ได้รับ เพราะเขาจำไม่ได้ว่าคำตอบนั้นคืออะไร แต่สิ่งที่ก้องอยู่ในจิตสำนึกของเขาเมื่อนึกถึงเทพองค์นี้ก็คือ

จำเอาไว้นะครีส...เป็นพี่ต้องดูแลน้อง ต้องให้อภัยและปกป้องน้องเสมอ หากเจ้าทำได้ เทพมาลากัวจะคุ้มครองเจ้า

 

16 ปีก่อน...

“ครีส ท่านเชลาให้ข้ามาตามเจ้าไปพบท่านคีรินที่สำนักผังเมือง” เด็กหญิงเทเนล่าเอ่ย พลางเขย่าตัวเด็กชายเจ้าของเส้นผมสีทองแดงที่ยาวปิดดวงตาซึ่งหลับสนิทให้ตื่นขึ้น

“อืม ไม่เอา ข้าจะนอนจะเรียนอะไรนักหนา นี่มันวันหยุดนะ” เด็กชายพลิกตัวหนี แต่เด็กหญิงกลับไม่ยอม เธอจับมือเด็กชายกระชากแรงขึ้น

“ก็เพราะเป็นวันหยุดซึ่งเจ้าต้องกลับมาพักที่คาเพนเทียน่ะสิ เจ้าถึงต้องเรียนรู้วิชาผังเมืองตอนนี้ มีเวลาแค่อาทิตย์เดียวเอง แล้วเจ้าก็ต้องไปอยู่ที่แอมมอรีนอีกตั้งหลายเดือน”

ครีสสะบัดมืออย่างหงุดหงิด แต่ก็ยอมลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างลวกๆ พลางมองเทเนล่าด้วยสายตาไม่พอใจนัก

“ดี ตื่นแล้วก็ตามข้ามา” เทเนล่ามองด้วยสายตาสมใจพร้อมกับสำทับเร่งรัด แล้วหันหลังเดินนำไปก่อน ครีสยังอิดออดขณะก้าวลงจากแท่นพิธีกรรมของวิหารคามัลอย่างไม่เต็มใจ

“อ้อ มีอีกอย่างที่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ หากท่านนักบวชมาเห็นเจ้านอนบนแท่นนี่ละก็ เจ้าได้โดนทำโทษแน่”

“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า วางใจเถอะ ว่าแต่เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่ที่นี่” ครีสถามเด็กหญิงที่เดินเชิดหน้าตัวตรงแน่ว จนดูคล้ายท่านหญิงสูงวัยเสียมากกว่าจะเป็นเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน

กึก!

เทเนล่าหยุดเดิน แล้วเอียงตัวมามองเด็กชายด้วยหางตา ดวงตาสีน้ำตาลแดงคู่นี้ตามติดดูการกระทำของครีสมาตั้งแต่เกิด จนเขาเคยชินกับความนิ่งสงบของมัน เขาจึงไม่เคยหวาดกลัวหรือคิดจะถอยห่าง เด็กผู้หญิงคนนี้มีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นไวเซอร์แห่งคาเพนเทียมากกว่าเขาเสียอีก ถ้าเพียงแต่เธอ...เป็นลูกของเชลาเท่านั้น เขากับเธอคงได้แข่งขันกันอย่างสมศักดิ์ศรี

“ข้ารู้เสมอว่าเจ้าอยู่ที่ไหน เร็วเถอะ เราจะเข้าเรียนสายนะ” เทเนล่าตอบพร้อมเร่งรัด

ครีสห่อไหล่อย่างเซ็ง พลางเดินตามเทเนล่าไปอย่างจำยอม การเป็นไวเซอร์ไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับเด็ก แต่เพื่อชนเผ่า ไวเซอร์แห่งคาเพนเทียอย่างเขาจึงจำใจต้องทำสิ่งที่เด็กทุกคนไม่อยากทำ การเรียนที่แสนน่าเบื่อ ดีหน่อยที่ครีสทำความเข้าใจกับมันได้รวดเร็ว ช่วงเวลาที่น่าเบื่อจึงสั้นหน่อยและผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“เก่งมากครับท่านไวเซอร์ วันนี้ท่านก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม” ชายชราผู้ควบคุมสำนักผังเมืองเอ่ยชม ขณะที่ครีสยิ้มสดใสอย่างมั่นใจเจือความถือดีในตัวเอง ผิดกับเทเนล่า แม้จะได้รับคะแนนประเมินผลการเรียนไม่ต่างกัน แต่กลับนิ่งเงียบ

“ท่านเทเนล่าเองก็เก่งเช่นกัน ข้าภูมิใจในตัวท่านทั้งสองยิ่งนัก” คีรินกล่าวชมเชย

“พวกเราไปได้แล้วใช่ไหม คีริน” ครีสถาม

“ครับ ท่านไวเซอร์” คีรินตอบ ครีสจึงหันไปคว้ามือเทเนล่าดึงเธอเดินออกจากห้องเรียน เทเนล่าวิ่งตามไปได้ไม่กี่ก้าวก็สะบัดมือหลุด ครีสจึงหันไปมองอย่างงุนงง

“ข้าต้องไปเรียนวิชาสมุนไพรที่ดรักคอล”

“ยังจะเรียนอีกเหรอ พอได้แล้วน่าเทเนล่า ไปเล่นกันเถอะ” ครีสท้วง พลางเดินไปดึงมือเด็กหญิงอย่างเชิญชวน แต่เทเนล่ากลับสะบัดมือแล้วตอบเสียงแข็งว่า

“เจ้าไปเล่นเถอะ ข้าไม่ว่าง”

“เดี๋ยวสิ ข้ากะจะพาเจ้าไปกินข้าวแล้วเอาของขวัญที่ข้าสั่งทำไว้ให้เสียหน่อย เจ้าก็เอาแต่เรียนๆ อยู่ได้” ครีสต่อว่าอย่างหมดอารมณ์

เทเนล่ามองคนพูดนิ่ง ครีสจึงยกมือจะขยี้หัวเด็กหญิง แต่เทเนล่ากลับเอนหัวหลบ เด็กชายจึงเปลี่ยนเป็นล้วงเอาตุ้มหูทองแดงรูปดอกไม้ดอกจิ๋วในกระเป๋ามาส่งให้แทน เทเนล่ารับมา แล้วมองครีสอย่างถามไถ่

“ของขวัญวันเกิดเจ้า” ครีสบอก

“วันนี้ไม่ใช่วันเกิดข้า” เทเนล่าแย้งหน้าเฉยเมย

ครีสทำหน้าเมื่อย แล้วตอบว่า “ก็รู้อยู่ วันเกิดน้องสาวตัวเองข้าจะจำผิดได้ไง แต่ตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่ที่คาเพนเทียนี่นา ชอบไหม”

เทเนล่าก้มมองอีกครั้ง แล้วซุกเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนจะทำความเคารพครีสอย่างเต็มรูปแบบ

“ขอบคุณ ท่านไวเซอร์ ข้าขอตัว”

ครีสยืนนิ่งอ้าปากค้าง เทเนล่าเดินไปสองสามก้าว เธอก็หันมาพูดต่อ

“แต่ข้าไม่เคยคิดว่าข้าเป็นน้องสาวของเจ้านะ”

ครีสมองตามแผ่นหลังของเด็กหญิงที่อ่อนเดือนกว่าเขา แล้วถอนหายใจยาวนิ่งไปอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานเด็กชายก็วิ่งไปเล่นกับพวกอัศวินฝึกหัด และลืมเรื่องที่ตัวเองถูกปฏิเสธไป

ครีสชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน มันทำให้เขาสนุกและไม่เหงา ขณะที่เทเนล่าชอบเก็บตัวห่างเหินจากผู้คน เด็กทั้งคู่เป็นลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เทเนล่าก็ขยันกว่าเด็กคนไหนๆ ในคาเพนเทีย แต่ผลการเรียนของทั้งคู่กลับไม่ต่างกันนัก นั่นยิ่งทำให้ครีสได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถสมกับเป็นว่าที่เชลาแห่งคาเพนเทีย ขณะที่เทเนล่าคือยอดท่านหญิงที่คู่ควรกับตำแหน่งเชตารีในอนาคตของเขา จนกระทั่ง...

“ท่านจะผิดสัญญางั้นเหรอ” เสียงแหลมเล็กที่ดังลอดมาจากในห้อง ทำให้ครีสซึ่งเดินมาหาพ่อของเขาที่ห้องทำงานชะงักเท้า

“ข้าไม่ได้ผิดสัญญา แต่มันจะเกิดขึ้นไม่ได้” คาเนล บอนโซ่ เชลาแห่งคาเพนเทียตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบนิ่ง

ครีสขยับเท้าเข้าไปใกล้อยากฟังให้ชัดๆ แต่เพิ่งเข้าไปใกล้ได้ไม่กี่ก้าว มือเล็กก็ยื่นมาดึงมือเขาไว้ ครีสหันไปสบดวงตาสีน้ำตาลแดงอย่างตั้งคำถาม

อย่า เทเนล่าขยับปากบอกใบ้ ครีสเลยยืนนิ่งฟังเงียบๆ

“เทเนล่าต้องได้เป็นเชตารี เชลาอย่างท่านเคยผิดสัญญามาแล้วครั้งหนึ่ง ท่านจะผิดคำพูดอีกครั้งงั้นเหรอ” เสียงหวานแหลมตะคอกใส่ผู้เป็นใหญ่ที่สุดของชนเผ่าอย่างไม่เกรงกลัว ครีสหันหลังพิงกำแพง นิ่งมองเซี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหญิงที่ตกอยู่ในบทสนทนาข้างในห้อง

“เชลาแห่งคาเพนเทียคนต่อไปจะมีชายาสักกี่คนก็ได้ แต่เชตารีของเขาต้องชื่อ เทเนล่า คาเทียน่า คาเนลท่านจะตระบัดสัตย์ไม่ได้”

ยิ่งเสียงแหลมของคนในห้องดังต่อว่าต่อขานฝ่ายชายมากเท่าไร ใบหน้าของเทเนล่าก็ยิ่งนิ่งเย็น สีหน้าของเด็กหญิงซึ่งปกติไม่ค่อยจะแสดงความเป็นเด็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งเย็นชามากขึ้น สีหน้าและแววตาแบบนั้น ครีสไม่เคยเห็นใครมี ไม่ว่าจะเด็กหญิงหรือผู้หญิง

แปะ!

ครีสยื่นมือไปแตะแก้มเพื่อน เทเนล่าหันมาสบตาเขาแล้วยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนหวาน หรือขอบคุณ แต่เป็นรอยยิ้มที่สยดสยองชวนขนลุกจนครีสหนาวยะเยือกไปทั้งตัว เพียงเสี้ยววินาทีเดียว รอยยิ้มน่ากลัวนั้นก็จางหายไป แล้วแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มธรรมดาแทน เด็กชายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาชักมือที่ยื่นไปเพื่อจะปลอบโยนเธอกลับตั้งแต่เมื่อไร

“เทเนล่า” ครีสเรียกอีกฝ่ายเบาๆ

เทเนล่าสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้อง ส่งผลให้เสียงทะเลาะและโต้เถียงที่เอ็ดอึงเงียบลง ราวกับไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น ไม่นานเสียงฝีเท้าของท่านหญิงทาร่า แม่ของเทเนล่าก็ก้าวออกมา ท่านหญิงกำมือเทเนล่าแน่นขณะจูงเดินออกมา ครีสอดเจ็บแทนเด็กหญิงไม่ได้ ท่านหญิงเดินมายืนประจันหน้ากับเขาอยู่หลายวินาที ก่อนจะทำความเคารพอย่างงดงาม

“ท่านไวเซอร์”

ครีสค้อมตัวรับการทำความเคารพนั้น แล้วเงยหน้าสบตาท่านหญิงทาร่าที่มองเขาอย่างข่มกลั้น ครีสหลบตาเธอแล้วเสไปมองเทเนล่าซึ่งปราศจากรอยยิ้ม

“หากท่านโต...”

“หืม?” ครีสครางในลำคอ

“หากท่านโตกว่านี้ ท่านไวเซอร์”

“ครับ” ครีสรับคำอย่างงุนงง

เราโตแล้วยังไง ครีสคิดอย่างงุนงง ขณะทาร่าเอ่ยต่อ

“จงจดจำว่ามีใครหลายคนต้องเจ็บปวดเพื่อท่าน”

ครีสตะลึงกับคำพูดนั้น ขณะมองตามทาร่าที่จูงมือเทเนล่าเดินจากไป โดยไม่เหลียวมามองเขาอีกเลย นั่นคือ ครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบลูกพี่ลูกน้องของแม่ ท่านหญิงทาร่า คนเพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่แทนแม่ของเขา หลังจากแม่แท้ๆ ของเขาตายไป

“ครีส” เสียงแหบพร่าของพ่อร้องเรียก เด็กชายจึงเดินเข้าไปหา แล้วมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่เข้าใจ

“ท่านพ่อ”

คาเนลวางมือบนศีรษะลูกชายแล้วยิ้มเศร้า “ลูกรักเทเนล่าหรือเปล่า”

ครีสพยักหน้า “ข้ารักนาง”

คาเนลหน้าซีดเผือดลง “งั้นเหรอ”

ครีสเห็นพ่อมีท่าทางแปลกไป จึงเดินไปเกาะเข่า แล้วพูดต่อว่า

“นางเป็นน้องสาวของข้า พี่ชายก็ต้องดูแลน้องสาว ท่านพ่อสอนข้าเสมอ แล้วทำไม ท่านน้าทาร่าถึงได้...”

คำว่า น้องสาว ทำให้สีหน้าของคาเนลดีขึ้นทันตา เชลาแห่งคาเพนเทียลูบศีรษะลูกชายเบาๆ อย่างรักใคร่พลางพูดว่า

“ไม่มีอะไรลูกรัก ทั้งหมดมันเพราะเพราะพ่อเอง ...”

 

ซินเซียหยุดมองชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้านิ่ง เธอต้องการมาเคารพศพท่านเชลา แต่อัศวินดีฟาของครีสกันทุกคนให้ออกห่างจากวิหาร เธอจึงได้แต่ยืนมองชายหนุ่มที่นั่งพิงแท่นพิธีบูชาศพอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอเข้าใจความรู้สึกของครีสดี เธอเองก็เคยสูญเสียคนในครอบครัว ยิ่งครั้งนี้เป็นการสูญเสียครอบครัวคนสุดท้ายของเขา ต่อจากนี้เขาก็เหมือนอยู่คนเดียวในโลก แค่คิดหัวใจของซินเซียก็เจ็บปวดจนไม่อาจทนดูต่อได้

“จะไปแล้วเหรอครับ” เอจิล พีค อัศวินดีฟาลำดับที่สองถาม เมื่อเห็นซินเซียหันหลัง

“ค่ะ เอาไว้ข้าจะมาเคารท่านเชลาใหม่” ซินเซียตอบ แล้วเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ครีสก็พูดว่า

“เข้ามาสิ”

ซินเซียหมุนตัวกลับมา ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งครู่หนึ่ง หญิงสาวอยากปฏิเสธ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเพราะแววตาของเขาที่ส่งสายตามานั้น ทำให้ซินเซียเดินเข้าไปหาเขา ทิ้งข้าบาทผู้รับใช้ให้รออยู่ข้างนอก เสียงก้าวเดินของหญิงสาวดังเป็นจังหวะมั่นคง ขณะที่ประตูวิหารที่ควรเปิดกว้างไว้ได้ปิดลง เธอเดินมาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงยหน้ามองเธออยู่ในท่าเดิม

สายตาสองคู่ประสานกันนิ่งอยู่นาน แล้วซินเซียก็เอ่ยว่า “ขอโทษ ข้า...ช่วยท่านเชลาไว้ไม่ได้”

ครีสยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย มือที่พาดอยู่บนเข่าขยับมาจับชายซารีของนักบวชอย่างแผ่วเบา ซินเซียไม่ได้ขยับตัวหนี ทั้งที่ตามระเบียบของนักบวชแห่งวิหารคามัล ห้ามไม่ให้เพศตรงข้ามแตะต้องโดนตัว นอกจากตอนให้พร แต่ครั้งนี้เธอกลับยืนนิ่งรับรู้ถึงสัมผัสจากมือชายหนุ่มที่กำชายซารีของเธอแน่นขึ้น

“เจ้าไม่ผิด ไม่มีใครผิด” ครีสตอบเสียงเบา

ซินเซียก้มหน้านิ่ง เธอมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อรับคำให้อภัย เธอมาเพราะคิดว่า มันเป็นความผิดของเธอ เขาซึ่งเป็นผู้สูญเสียควรจะโกรธเธอมากกว่านี้

“ข้าผิด ถ้าข้า...!

ครีสยกมือที่กำชายซารีชายหนึ่งขึ้นมาแตะที่ริมฝีปาก ก่อนจะเงยหน้าสบตาซินเซีย ดวงตาคมกล้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดซึ่งคงไม่มีดวงตาคู่ใดในโลกเจ็บปวดได้มากเท่านี้มองมาที่ซินเซียขณะเอ่ยว่า

“ข้าได้ยินว่า เจ้าล้มพับไปเพราะอาณาเขตจิตแตกสลาย นั่นเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้ว ว่าเจ้าทำหน้าที่ของเจ้าได้ดีที่สุด เพียงแต่...คู่ต่อสู้ของเราแข็งแกร่งเกินไป เท่านั้นเอง”

ซินเซียอยากดึงชายซารีออกจากมือครีส แต่เธอได้แต่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ขณะครีสพูดต่อว่า

“พวกเราอาจเย็นใจเกินไป เพราะคิดว่ามีอเล็กซ์ช่วย เมื่อเกิดเรื่องนี้ ทำให้เรารู้ว่า เจ้าปีศาจตนนั้นมันแข็งแกร่งมากขึ้นอีกแล้ว เฟอราเมนเพิ่งรอดพ้นจากหายนะ แต่ดูเหมือนหายนะที่ใหญ่กว่ากำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ โดยไม่ให้เราหยุดหายใจ”

ความหวาดกลัวก่อตัวกัดกร่อนหัวใจของซินเซียจนไหววูบ เธอเองยังกลัวมากขนาดนี้ แล้วคนที่เพิ่งสูญเสียครั้งสำคัญคนนี้ละ เขาจะหวาดกลัวสักแค่ไหน มือของชายหนุ่มที่กุมชายซารีของเธอสั่นเล็กน้อย แม้จะน้อยมากจนแทบไม่รู้สึก แต่หญิงสาวก็รับรู้ผ่านผืนผ้าได้ ว่าไวเซอร์แห่งคาเพนเทียจอมเสเพลต้องข่มกลั้นความโศกเศร้าเสียใจกับความสูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างมากแค่ไหน

ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะยับยั้งไม่ให้ทำในสิ่งที่สัญชาตญาณของเธอบอกให้ทำ ซินเซียก็ยื่นมือไปแตะ
ศีรษะครีสเบาๆ ชายซารีสั่นไหวมากขึ้น ครีสก้มศีรษะต่ำลงมากขึ้น ซินเซียแทรกนิ้วเข้าในกลุ่มผมของเขา แล้วลูบมันเบาๆ พลางย่อตัวนั่งลงตรงหน้าเขา ซึ่งนั่งก้มหน้านิ่ง

“เราจะผ่านมันไปได้” ซินเซียพึมพำ

ครีสคลายมือจากชายซารี แล้วเงยหน้ามองซินเซีย หญิงสาวยื่นมืออีกข้างไปแตะข้างแก้มเขา ที่ผ่านมาภาพของไวเซอร์แห่งคาเพนเทียในหัวของซินเซียคือ ชายหนุ่มชนชั้นสูงที่เอาแต่หาความสำราญใส่ตัวไปวันๆ ข้างกายเขาไม่เคยขาดผู้หญิง รอบตัวเขาไม่เคยขาดเสียงหัวเราะ รอยยิ้มของเขาเจิดจ้าจนน่ารังเกียจ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่ซินเซียไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีก

หลายเดือนมาแล้ว ผู้ชายคนนี้ทำงานอย่างหนัก ไร้คนเคียงข้าง และปราศจากผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ แต่เขาก็ยังมาหยอกล้อและกวนประสาทเธอ เพราะแบบนั้นละมั้ง เธอจึงไม่ได้สังเกตว่าคนตรงหน้ากำลังฝืนตัวเองมากขนาดไหน

เพราะเป็นไวเซอร์ เขาจึงต้องยิ้ม

และเพราะกำลังจะก้าวขึ้นเป็นเชลา เขาจึงร้องไห้ไม่ได้

“ร้องเถอะ” ซินเซียกระซิบ พลางดึงศีรษะครีสให้ซบลงบนไหล่เธอ ครีสทิ้งมือทั้งสองข้างลงอย่างอ่อนแรง ซุกหน้ากับซอกคอหญิงสาวแล้วหลั่งน้ำตาอย่างเงียบงัน ซินเซียยกมือขึ้นโอบกอดชายหนุ่มไว้ พลางเงยหน้ามองเพดานวิหารแห่งทวยเทพ แล้วหลุบตาลงมองร่างไร้วิญญาณของท่านเชลาแห่งคาเพนเทียที่นอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นพิธี

ปกป้องลูกข้า บุตรแห่งคาเพนเทีย เพื่อคาเพนเทียของเรา

หรือว่าท่านจะรู้มาตลอด...ท่านเชลา



[1] พีนอสต้า เครื่องดนตรีโบราณลักษณะคล้ายกีตาร์โปร่ง แต่ทำจากหิน ว่ากันว่า เป็นเครื่องดนตรีเทพ มีน้ำหนักมาก หากไม่ใช่เทพเจ้าจะดีดไม่มีเสียง เป็นเครื่องดนตรีในเรื่องเล่าพื้นเมืองของชาวลิบาเนีย

---------------------------------------------------------------------------------------

เปิดตัวกันแล้วของสัญญาณหายนะที่สี่
ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังคะ อีกนิดเดียวก็จะจบซีรีส์นี้แล้ว
กัลออกจะโหวงเหวงนิดๆ 5555

ครีสกับซินเซียเป็นตัวละครที่ออกมาน้อย
แต่คนติดตามและเป็นแฟนคลับเยอะมาก
แม้กัลจะเป็นทีมดิสก้า 
แต่ครีสก็เป็นตัวละครที่กัลอยากแกล้งมากเหมือนกันค่ะ
ครั้งที่แล้วแกล้งจดดิสก้าร้องไห้ไปแล้ว
ครั้งนี้ ต้องรอลุ้นกันว่ากัลจะแกล้งอะไรท่านไวเซอร์เจ้าสำอางค์คนนี้ ^^V



 
LOST 4th Sign - กลิ่นอายของทองแดง จะโพสทุกว้นพุธกับวันเสาร์ ค่ะ ^^ 






4
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

7,470 ความคิดเห็น

  1. #3872 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 21:04
    การสูญเสีย เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องเข้มแข็งเพื่อู่ต่อไปนะ ครีส เราเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ
    #3872
    0
  2. #3871 xxxisme (@jeesinsm) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 20:43
    ฮึบไว้นะคุณครีส อย่าร้องนาน คุณดิสก้ายังร้องแป๊บเดียวเลย
    แต่หนูเชียร์ให้คุณครีสโดนแกล้งนะ 55555555
    #3871
    0
  3. #3870 Be CraZie (@be-crazy) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 14:18
    ร้องกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียวT_T
    #3870
    0
  4. #3869 farrie (@farhhhh) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 00:56
    มาเม้นแล้ว หลังจากตามอ่านจนครบ555555 ขอบรรยายความรู้สึกของซีซั่น3ก่อนนะคะ อเล็กซ์คือดีงาม ชอบอยู่แล้วยิ่งชอบขึ้นไปอีก แอบคาดหวังว่าตอนจบอเล็กซ์จะได้กลับโลก ยิ่งอ่านยิ่งเคืองเหล่าไวเซอร์ โดยเฉพาะลูม อย่ามาหลอกใช้อเล็กซ์แบบนี้นะ นี่พออ่านแบบอเล็กซ์โดนหลอกใช้แล้วสงสาร มาในโลกที่ไม่รู้จัก มาทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง(?) ต้องเสี่ยงตายให้กับใครก็ไม่รู้ โอ้ย อยากให้นางกลับบ้านจริงๆ นางใสอะ นางซื่อด้วย ผลิตระเบิดใส่ลูมเลย หมั่นไส้เหลือเกิน โอเค จบค่ะ
    ปล. อยากให้นางได้กลับบ้านนะคะ ????????
    #3869
    0
  5. #3868 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 23:20
    พี่กัลวางแผนอะไรไม่รู้ รู้แต่ครีสร้องไห้ตั้งแต่ตอนแรกเลยทีเดียว 5555 #คู่นี้เรื่อยๆแต่ชัดเจนนะคะ #คู่อเล็กซ์นี่คิดหนัก #วี่แววช่างเลือนลางงงงงง #เล่มนี้ท่าจะมันมาก #skipไปวันพุธเลยได้ไหมคะ 555555555
    #3868
    0
  6. #3867 มะลิซ้อน (@achjaya) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 20:17
    เศร้าจัง เปิดเรื่องมาท่านเชลา ตายเลย ฮื่อๆๆๆๆๆ สงสารคริส
    #3867
    0
  7. #3866 Snow_Queen (@topzapeppo) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 16:54
    พี่กัลเบาๆหน่อยก้ได้ อยากแกล้งหนักเลย เค้าสงสารครีสสสส T.T
    #3866
    0
  8. #3865 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 15:41
    ครีสโดนเเกล้งจนร้องไห้ตั้งเเต่ต้นเรื่องเลยทีเดียวเชียว
    #3865
    0
  9. #3864 นิวท์ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 13:12
    อยากอ่านต่อมากกกกก
    #3864
    0
  10. #3863 gozela (@gartune) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 11:37
    เศร้ามากกก สงสารครีส มากกกกคะ
    #3863
    0
  11. #3862 เหวิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 10:55
    เปิดฉากมาพร้อมน้ำตาเลยแหะ อยากอ่านเล่มเร็วๆแล้วสิ่



    ขอบคุณค่ะไรท์ รอตอนต่อปายยย
    #3862
    0
  12. #3861 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 10:12
    คริส กับ เทล่า เป็นพี่น้องกันจริงๆ สินะ
    #3861
    0
  13. #3860 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 09:41
    เศร้าจังอะ สงสารครีสอะ
    #3860
    0
  14. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 09:38
    ติดตามค่ะ~//ความจริงอยากซื้อบ็อกเซ็ตนะ แต่รอไม่ไหว ซื้อแยกเล่มมาเลย
    #เลขตอนสวยดีค่ะ ตอนที่ 111
    #3859
    0
  15. #3858 Ebi Chan (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 09:19
    อ่านไปอ่านไป ทำคิดถึงอเล็กกับลูมได้นะ ตอนนี้ทั้งอยู่ยังไงน้า....

    อยู่รู้ปมของคริส เมื่อไหร่ออกเล่มค้าาา
    #3858
    0
  16. #3857 Cotton Candy (@miruka) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 07:17
    ถึงจะเศร้า แต่ก็ฟินมากกกก 5555
    #3857
    0
  17. #3856 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 07:17
    โอ๊ยยยย ซึ้งจนแทบจะลงไปแดดิ้น อนาคตยังไงซินเซียต้องได้เป็นเชาตารีแน่ๆ~~
    #3856
    0
  18. #3855 ซากุระ คิโนโมโตะ (@napat569) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 06:42
    แค่บทแรกก็เครียดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับครีสนะ พี่กัลอย่างแกล้งครัสนักเลยTT ติดตามนะค่ะสู้ๆ^^
    #3855
    0
  19. #3854 PRINCEZpunch (@princezpunch) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 06:27
    น้ำตาร่วงเลย :(
    #3854
    0
  20. #3853 gf-pitlet (@gf-pitlet) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 01:32
    แงงงงงงงงง พี่กัลลล เปิดมาก็เศร้าเลย หนูเสียใจ
    ขอให้หายนะครั้งนี้อเล็กซ์สามารถผ่านมันไปได้อีกครั้งนะคะ
    #3853
    0
  21. #3852 mrkidea (@miruku-369) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 01:29
    โอ่ยยย เรื่องนี้สีเทากว่าเรื่องก่อนๆของพี่กัลเยอะเลย แต่ก็สนุกตื่นเต้นเร้าใจไปอีกแบบ สตรองไว้นะครีส ซินเซียน่ารักมาก เกลียดแค่ไหนพอถึงเวลาก็อยู่ข้างๆ
    #3852
    0
  22. #3851 N.0159 (@amnutbbg) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 00:38
    มาแล้วววว งือออ ตอนแรกก็หน่วงแล้ว T T
    #3851
    0
  23. #3850 Patt (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 00:20
    เปิดตอนได้เศร้ามากเลยค่ะพี่กัล
    #3850
    0
  24. #3849 กิ่งไผ่ (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 23:53
    ท่านเชลาตาย!! ตะ..แต่ก็นั่นสินะคะโดนทาเนล่าแทงซะแบบนั้น เปิดเรื่องมาทำหนูน้ำตาคลอเลยสิ T^T
    #3849
    0
  25. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 23:22
    เรื่องนี้กว่าจะจบคนจะตาย อเล็กซ์จะซวยอีกสักเท่าไรคะ
    #3848
    0