•*...*• ..**...ในห้วงรัก...**..•*...*•

ตอนที่ 47 : :•:•^::^ *พรหมลิขิต (มี) รัก* ^::^•:•: - ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    3 มิ.ย. 57

สวัสดีค่ะ ^__^V

 

 

ตอนที่ 2 มาแล้วค่า!!! บอกว่าว่าถ้าเอามือจับได้เนี่ยคงร้อนสุดๆ

เพราะวีปั่นแบบด่วนจี๋เลยค่ะ ถ้ามีคำผิดเยอะขอภัยนะค

 

เดือนนี้ยังอีกเดือนที่วีมีงานสุมเต็มไปหมด ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง

การพยายามทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันให้ได้ครบถ้วนมันเหนื่อยเอาการค่ะ

แต่วีก็จะพยายามต่อไป

 

ตอนที่แล้วสำหรับคนที่ไม่ชินกับภาษาคำเมือง วีต้องขอโทษด้วยค่ะ

วีจะพยายามสอดแทรกให้พอเหมาะพอดีกว่านี้ เพื่อลดความลำบากของคนอ่านนะคะ

 

รักคนอ่านเสมอ

veerandah

Facebook : Veerandah Suksasunee

Twitter: @veerandah

Line: veerandah

Instargram: veerandah

Email: veerandah@gmail.com

Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บอกกล่าวก่อนเล่าเรื่อง

 

เนื่องด้วยผู้แต่งมิได้เป็นคนเหนือที่ใช้ ภาษาถิ่นพายัพ (ภาษาไทยถิ่นเหนือ หรือ ภาษาคำเมือง) ในชีวิตประจำวัน แต่เพราะเรียนในมหาวิทยาลัยภาคเหนือ และมีเพื่อนเป็นคนหนืออยู่มาก จึงมีความชื่นชอบในภาษาคำเมือง และฝันว่าสักวันจะเขียนนิยายที่มีการสอดแทรกภาษาคำเมืองอยู่ด้วย นิยายเรื่องนี้จึงเขียนขึ้นด้วยความตั้งใจนั้น หากมีการใช้ภาษาคำเมืองผิดพลาดไปอย่างไร ก็ขออภัยผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย และยินดีรับคำชี้แนะจากทุกท่านค่ะ

 

ตอนที่ 2

 

พบรักหายตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อน้องสาวทั้งสองคนเดินสวนแม่เข้ามาในห้องแต่งตัว

“ไม่ไปกั้นประตูเงินประตูทองเหรอ มิลล์ ส้ม”

“ไม่ค่ะ มิลล์กับส้มอยากพาพี่ป๊อบออกไปส่งให้ถึงมือพี่ฟ้าอย่างปลอดภัยค่ะ” มีรักเอ่ยพร้อมสวมกอดพี่สาวที่วันนี้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด

“โห กอดกันอยู่สองคน ส้มขอกอดด้วยสิ” พูดจบ สมรักก็เข้าไปกอดพี่สาวสองคนแน่น

“วันนี้น้องสองคนก็สวยไม่แพ้กันเลย” พบรักเอ่ยชม มองสำรวจชุดเพื่อนเจ้าสาวที่เป็นคอลเลกชันพิเศษฝีมือเจ้าบ่าวออกแบบและตัดเย็บเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

“ต้องขอบคุณพี่ฟ้าค่ะ พวกเราเลยได้ใส่ชุดที่สวยที่สุด เนอะ งานนี้พวกไฮโซชาวเหนือที่กำลังจะแต่งลูกสาวเห็นแล้ว คงอยากได้บ้างแหงๆ” สมรักอดพูดพาดพิงถึงคู่ปรับเก่าไม่ได้ ขณะที่พี่สาวคนรองที่ยังทำท่าเคอะเขินดูอายๆ เพราะไม่ชินกับชุดแบบนี้สักเท่าไร

“โห พี่มิลล์ อย่ายิ้มแกนๆ อย่างนั้นสิคะ พี่มิลล์ออกจะสวย เนอะพี่ป๊อบ”

พบรักพยักหน้ายิ้มๆ อย่างเข้าใจ มีรักคงไม่มั่นใจกับชุดที่ไม่ค่อยได้ใส่

“มิลล์สวยมากเลยนะ ยิ้มกว้างๆ หน่อย มั่นใจได้เลย นายฟ้าน่ะเขาออกแบบชุดให้เหมาะกับคนใส่อยู่แล้ว สวยแน่นอนจ้ะ” พบรักพูดให้กำลังใจ พลางดึงมีรักมายืนหน้ากระจกบานใหญ่ยืนยันคำพูดที่ว่า

มีรักจำใจมองภาพเต็มตัวในกระจกอีกครั้ง แล้วก็ต้องยอมรับอย่างจริงใจว่า พี่เขยออกแบบชุดนี้ได้สวยงามจริงๆ

ชุดช่วงบนเป็นผ้าแถบสีน้ำเงินเข้มพันคล้ายเกาะอก เพื่อขับเน้นเนินอกที่ไม่ค่อยมีของเธอให้ดูน่ามองมากขึ้น ขณะเผยผิวเนียนนวลที่หน้าท้องไว้เล็กน้อยด้วย เพื่อเน้นเอวให้เห็นแนวโค้งเว้าอ้อนแอ้นคล้ายรูปนาฬิกาทราย

ความจริงแล้วในตอนแรกชุดนี้มีออกแบบให้เกาะอกผ้าแถบและจะคลุมไหล่ด้วยผ้าคล้องไหมแขกเนื้อบางเบาให้ได้กลิ่นอายล้านนา มีรักก็โอดครวญว่าโป๊เกินไปไม่กล้าใส่ พี่เขยคนเก่งจึงต้องเปลี่ยนเอาผ้าคล้องออก และใช้เป็นเสื้อแขนยาวทรงกระบอกที่เป็นผ้าแก้วสีเงินโปร่งบางสวมทับแทน

“มิลล์ว่าก็ยังโป๊ไปหน่อยนะคะ แม้จะมีเสื้อคลุมก็เถอะ บางแจ๋วอย่างนี้ รู้สึกเหมือนเดินโชว์เสื้อชั้นในยังไงไม่รู้” มีรักวิจารณ์ออกมาด้วยความกังวล

“โห พี่มิลล์ ถ้าพี่มิลล์ต้องใส่ชุดชั้นในเดินโชว์จริงๆ พี่มิลล์จะรู้ว่ามันต่างกันมากค่ะ ชุดเนี้ยสวยแบบไทยล้านนาแท้ๆ ต่างหาก ดูผ้าซิ่นที่เรานุ่งสิ ทอมือด้วยช่างทอจากลำพูนเลยนะ พี่บัวสายเล่าว่าไปขอร้องให้คุณยายที่รู้จักทอให้เป็นพิเศษ”

สมรักเล่าเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นชุดเพื่อนเจ้าสาวด้วยสีหน้าจริงจัง มีรักจึงก้มมองผ้าซิ่นที่นุ่งอยู่อย่างอดทึ่งตามไม่ได้

ผ้าซิ่นทอมือยาวคลุมตาตุ่ม เป็นผ้าไหมทอมือเนื้อนิ่ม ลายแปลกตาเป็นสีน้ำเงินสลับกับสีเงิน เป็นการทอประยุกต์ลายใหม่สำหรับใช้ในงานนี้โดยเฉพาะ คาดด้วยเข็มขัดเงินแท้ และใส่เครื่องประดับอื่นๆ เป็นเงินทั้งหมด เช่น กำไลเงินและตุ้มหูเงิน แม่เลี้ยงดวงใจเล่นขนเครื่องประดับออกมาแต่งสวยให้ลูกสาวทั้งสามคนจนหมดหีบเพื่อให้คนลือไปทั้งจังหวัด

“ใช่ ชุดแต่งงานที่พี่ไปเดินแบบให้นายฟ้าน่ะ บางชุดโป๊กว่านี้เยอะเลย นี่ถือว่าเรียบร้อยตามประเพณีของเราแล้วละจ๊ะ พี่ดีใจและขอบคุณมิลล์มาก ที่ยอมแต่งชุดนี้เพื่อพี่นะ”

“โธ่ พี่ป๊อบพูดอย่างนี้ มิลล์ก็รู้สึกผิดแย่สิคะ มิลล์แค่ไม่คุ้นกับมันต่างหาก ร้อยวันพันปีไม่เคยใส่เลยนี่นา” มีรักพูดอ้อมแอ้มกลัวพี่สาวน้อยใจที่เธอบ่นโน่นบ่นนี้ตลอด ขณะที่สมรักน้องสาวคนเล็กไม่บ่นสักคำ

“ส้มว่าที่พี่มิลล์ไม่มั่นใจเนี่ย เพราะกลัวเดินล้มหน้าคะมำ แล้วใครบางคนจะเอาไปพูดล้อทีหลังหรือเปล่าคะ” สมรักแกล้งแซวพี่สาวคนรอง

“หยุดพูดไปเลย ยายส้ม เป็นเด็กเป็นเล็กทำเป็นรู้ดี พี่จั่นมาเล่าอะไรให้ฟังละสิ” มีรักหันไปปรามน้องสาวที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาวคนโตเป็นที่กำบัง

“แน้ ดูสิคะพี่ป๊อบ ส้มพูดแทงใจดำเข้าหน่อย พี่มิลล์ก็ดุส้มใหญ่เลยอะ”

“จริงเหรอ แล้วส้มหมายถึงใครล่ะ” พบรักย้อนถามยิ้มๆ

“ก็คู่กัดที่ฟ้าส่งมาเกิดพร้อมพี่มิลล์น่ะสิคะ นายพรมเช็ดเท้าอะไรนั่นแหละพี่ป๊อบจำได้เปล่าคะ” สมรักพูดเหมือนฟ้องโดยไม่สนใจสายตาดุๆ ของมีรัก

“อ้อ นายพรมเช็ดเท้า ลูกพ่อเลี้ยงปรเมษฐ์ ที่มิลล์เคยบอกว่าเขาสนใจงานปั้นของพี่ใช่ไหม” พบรักเอ่ยท้าวความขึ้นอย่างนึกได้

“เขาไม่ได้สนใจจริงๆ หรอกค่ะ แต่คิดจะจีบพี่ป๊อบต่างหาก” มีรักแก้

“เหรอ ไม่ใช่มาจีบพี่มิลล์เหรอคะ” สมรักพูดสวนขึ้นมา

“เอ๊ะ! ยายส้มนี่ เดี๋ยวก็โดนตีจริงๆ หรอก”

“อ้าวๆ พอเลยอย่าทะเลาะกันจ้ะ เขาจะมาทำอะไรก็ช่าง แต่พี่ว่ามิลล์ควรมั่นใจในตัวเองนะ วันนี้น้องสาวของพี่สวยจริงๆ”

 “ใช่ค่ะ วันนี้พี่สาวของส้มสวยที่หนึ่งทั้งสองคนเลยค่ะ” สมรักเอ่ยอวดๆ อย่างภาคภูมิใจ

“แต่คงสวยสู้นางแบบเบอร์หนึ่งของเมืองไทยอย่างส้มไม่ได้หรอกมั้ง” มีรักคลี่ยิ้มแล้วหันมาแซวน้องสาวคนเล็ก อย่างรักใคร่

“โนๆ ค่ะ วันนี้เราสองคนสวยพอๆ กัน แต่เจ้าสาวต่างหากที่สวยที่สุด”

สมรักพูดแก้ใหม่แล้วหันไปซบหน้ากับไหล่พี่สาวอย่างอ้อนๆ เรียกเสียงหัวเราะจากพี่สาวทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี แต่แล้วเสียงโห่ของขบวนขันหมากที่เคลื่อนมาถึงหน้าบ้านก็ดังขัดจังหวะขึ้น

 

ขบวนขันหมากของขอบฟ้าหยุดอยู่ตรงบันไดขึ้นเรือน เสียงดนตรีดังสลับกับเสียงหัวเราะเฮฮาของญาติฝั่งเจ้าสาวที่ดักกั้นประตูเงินประตูทอง และญาติฝั่งเจ้าบ่าวก็พยายามเจรจาต่อรองขอผ่านทางขึ้นมาบนเรือน ซึ่งเจ้าสาวนั่งรออยู่บนเรือนพร้อมญาติผู้ใหญ่

มีรักค้อมตัวนำพานบายศรีมาวางตรงกลางระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก่อนที่พิธีฮ้องขวัญ ซึ่งเป็นพิธีปัดเคราะห์เรียกขวัญให้คู่บ่าวสาวโดยปู่อาจารย์จะเริ่มต้นขึ้น เสียงคำเรียกขวัญเป็นภาษาล้านนาในท่วงทำนองโบราณดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณงาน มีรักรู้สึกตื่นเต้นในใจแบบแปลกๆ  และรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา

หญิงสาวเหลือบตามองสมรักที่นั่งอยู่ข้างกัน ก็ไม่เห็นน้องสาวจะรู้สึกอะไร คงเป็นเพราะอาชีพบางแบบสมรักจึงเคยชินกับการเป็นเป้าสายตาให้คนจับจ้องก็เป็นได้

เราก็นั่งเรียบร้อยดีนี่นา ไม่ได้นั่งหลังค่อม เกาะอกก็ไม่ได้ร่นหลุดจนโป๊เสียหน่อย และยังมีเสื้อคลุมอีกชั้น ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ทำไมถึงใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แบบนี้ล่ะ

มีรักลอบถอนหายใจ แล้วเงยหน้าเหลือบไปรอบๆ ก็พบสาเหตุที่เธอรู้สึกอย่างนั้น

ตาบ้านั่น มองเขม็งมาทำไมนะ คงคอยจับผิดเราอยู่ละสิ อย่างหวังเลย ฉันไม่พลาดให้นายมาหัวเราะเยาะได้หรอกน่า

“คุณมิลล์เจ้า” เสียงเรียกดังจากด้านหลังจนมีรักสะดุ้งและอุทานขานรับไป

“เจ้า!

“เดี๋ยวพอแม่เลี้ยงดาราเปิ้นผูกข้อมือฮื้อคุณป๊อบกับคุณฟ้าเสร็จ คุณมิลล์เดินตามเปิ้นเอาของชำร่วยไปฮื้อเปิ้นหน่อยเน่อ เปิ้นยืนเมินๆ บ่ได้ แต่เปิ้นก็ยังยืนยันจะเดินมาผูกข้อมือคู่บ่าวสาวที่ปะรำพิธีตัวตนเอง สงสัยจักลัวแพ้แม่เลี้ยงคำเอื้องเจ้า” จั่นเป็งกระซิบบอก

“อ้าว แล้วปี้จั่นเล่า” มีรักย้อนถามอย่างงงๆ ไม่อยากมีเหตุต้องเข้าไปใกล้นายบ้านั่นตอนนี้

“ปี้จะถือพานสายสิญจน์อยู่ทางนี้ คุณส้มเปิ้นก็ต้องแจกของชำร่วย คุณมิลล์แหละเจ้า เหมาะสมที่สุดแล้ว” จั่นเป็งให้เหตุผลเสร็จก็ถอยห่างออกไป เพราะพิธีฮ้องขวัญเสร็จพอดี ต่อด้วยพิธีผูกข้อมือ มีรักเลยหมดโอกาสต่อรองไปโดยปริยาย

 

พรหมลิขิตตกอยู่ในภวังค์จนลืมยื่นมือไปรับของชำร่วยที่มีรักยื่นให้คุณยายของเขาเมื่อผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวเสร็จ

มองหน้าหาเรื่องหรือไง รีบรับไปซะสิ ไอ้พรมเช็ดเท้า มีรักกระซิบด่าพลางยื่นกล่องของชำร่วยไปให้ชายหนุ่มอีก เมื่อเขาพยุงผู้เป็นยายไปนั่งที่โซฟารับแขกเรียบร้อยแล้ว

นั่นสิพรหม รับของชำร่วยแทนยายหน่อย มัวแต่มองหน้าหนูมิลล์อยู่นั่นแหละ บ่มีมารยาทเลย ยายว่ายายบ่น่าลืมสอนเจ้าเรื่องนี้นะ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายดุหลานชายพลางส่งยิ้มเอ็นดูให้หลานสาว

มิลล์ว่าคุณย่าไม่ลืมสอนหรอกค่ะ แต่หลานคุณย่าไม่จำเอง มัวแต่ไปจำเรื่องอื่นอยู่ มีรักพูดกระทบกระเทียบ จนแม่เลี้ยงดาราพรรณรายต้องลอบมองหน้าหลานชายที่ไม่มีทีท่าจะสำนึกผิด แถมยังหัวเราะอีกต่างหาก

วันนี้หลานยายงามขนาด จบงานแล้วอย่าเพิ่งรีบเปลี่ยนชุดเน่อ มาถ่ายรูปกับยายก่อน ยายจะเก็บเอาไว้ดู ดาราพรรณรายพูดชม จนมีรักหน้าแดงระเรื่อ

คุณย่า(เพื่อนของย่าทำไมเรียกยาย)ของมิลล์ก็งามขนาดเจ้า มิลล์บ่ค่อยเห็นคุณย่าแต่งตัวเต็มยศอย่างนี้นานแล้ว ว้า! เสียดายจัง มิลล์ลืมหยิบโทรศัพท์มาด้วย เอาไว้แขกกลับ มิลล์จะรีบวิ่งมาหาให้คุณย่าถ่ายรูปคู่เก็บไว้ดูแน่ๆ เจ้า มีรักพูดออดอ้อนอย่างน่ารัก ไม่สนใจชายหนุ่มที่จ้องมองไม่วางตา

ทำไมต้องวิ่งกลับไปเอาโทรศัทพ์แล้วละ เดี๋ยวเหงื่อออกหน้ามัน หมดสวยกันพอดี มาๆ ถ่ายกันตอนนี้แหละ ให้พรหมถ่ายให้ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายเสนอความคิดพลางสะกิดหลานชายให้ทำตามที่สั่ง

แต่แม่สั่งห้ามมิลล์เถลไถลค่ะ ต้องรีบกลับไปช่วยแจกของชำร่วยต่อทางโน้น มีรักบ่ายเบี่ยงพลางพยักพเยิดหน้าไปทางสมรัก

ไม่เป็นไรหรอก กำเดียวเอง แล้วนั่นจั่นเป็งก็เข้าไปช่วยแล้ว มาๆ ถ่ายโวยๆ พรหม มาถ่ายรูปให้ยายหน่อย เดี๋ยวมิลล์ต้องรีบช่วยงานต่อ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายเร่งรัดหลานชาย พลางดึงมีรักเข้ามากอดบังคับให้หญิงสาวยิ้มให้กล้องโดยปริยาย

แชะ!

เป็นใบ้เหรอ จ้องอยู่ได้ไม่ส่งสัญญาณ หรือว่าลืมเอาปากมา ก็ว่าละ เป็นแค่พรมเช็ดเท้าคงไม่มีปากหรอกมีรักแขวะหาเรื่องพรหมลิขิตอีกจนได้ แปลกใจที่ชายหนุ่มไม่ปากมากเหมือนทุกที

ใครว่าฉันไม่มีปากฮะ! ยายนมบูดเอ๊ยพรหมลิขิตโต้กลับขณะเปลี่ยนตำแหน่งไปยืนถ่ายในมุมที่เห็นหญิงสาวชัดเจนขึ้น

แชะ!

อ้อ ที่ไม่พูดคงตะลึงอยู่ละสิ ฉันสวยใช่ไหมล่ะ มีรักพูดเยาะพลางยักคิ้วกวนๆ ให้ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายหัวเราะเบาๆ เมื่อมีรักพูดแทงใจดำหลานชาย

สวยไม่เสร็จละสิ ก็บอกแล้ว ไม่มีเนื้อมีหลังอย่างเธอ แต่งยังไงก็ไม่สวยหรอก สู้น้องส้มก็ไม่ได้สวยกว่าเยอะ พรหมลิขิตเถียงข้างๆ คูๆ เบี่ยงประเด็นไปอย่างไม่ยอมรับความจริงกลัวเสียหน้า มีรักเลยหน้างอง้ำทันที

เชอะ! พลาดจากพี่ป๊อบเลยคิดจะหันมาจีบยายส้มแทนเหรอ อย่าหวังเลย ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ!” มีรักโพล่งออกมาอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ต้องเบาเสียงลงเป็นบ่นอุบอิบ เพราะเกรงใจแม่เลี้ยงดาราพรรณราย

หน็อย เห็นจ้องเขม็งก็นึกว่าเรา ที่แท้ก็จ้องยายส้มงั้นเหรอ อย่าหวังสูงไปหน่อยเลย ไอ้พรมช็ดเท้าหัวงู!’

เอ่อ คุณย่า มิลล์ขอตัวก่อนนะคะ มานานแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวตอนงานเลี้ยง มิลล์จะมาคุยด้วยอีก แล้วค่อยถ่ายรูปกันอีกเยอะๆ เลยนะคะ มีรักกอดหญิงชราแน่น พลางพูดเอาใจคนแก่ แล้วเดินออกห่างไป แต่ไม่วายหันไปชี้หน้าพรหมลิขิตและทำตาดุใส่ ราวกับหมายหัวชายหนุ่ม ว่าอย่าคิดฝ่าฝืนคำสั่งที่เธอประกาศห้ามไว้

พรหมลิขิตหัวเราะเบาๆ แล้วกดมือถือเปิดดูรูปที่เพิ่งถ่ายอย่างอารมณ์ดี

หนูมิลล์สวยมากใช่ไหม เจ้าพรหม แม่เลี้ยงดาราพรรณรายแซวเมื่อเห็นท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของหลานชาย

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ทั้งนั้นแหละครับคุณยาย พรหมลิขิตตอบอย่างไว้เชิง

ทำเป็นพูดดี มองเขาจนตะลึงตาค้าง ยังมาวางฟอร์มอีก เจ้าหลานคนนี้นี่จริงๆ เลย แม่เลี้ยงดาราพรรณรายค่อน

ผมเปล่าเสียหน่อย ปกติยายนมบูดนั่นสวยเสียเมื่อไรล่ะครับคุณยาย พอแต่งตัวก็เลยเหมือนของแปลก ผมจึงต้องมองให้แน่ใจต่างหาก พรหมลิขิตแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

แต่ไม่ใช่ว่าหนูมิลล์จะหน้าตาขี้เหร่หรอกนะ นี่ก็เห็นมีหนุ่มๆ มาวนเวียนอยู่หลายคนนะ อย่างพ่อเลี้ยงหิรัญนั่นไง เมียตายไปเมื่อปีที่แล้ว ไม่ทันไร มามองหนูมิลล์ตาเป็นมันเสียแล้ว

คุณยายพูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีอะไรผมจะบอกผมเหรอครับ พรหมลิขิตหันมาถามตรงๆ เมื่อฟังยายพูดมายืดยาวจบ

เจ้าก็รู้ มันเป็นความฝันของยายมาเนิ่นานแล้ว ยายกับยายแพรวพรรณราย เป็นเพื่อนรักกันที่เกิดวันเดียวกัน เหมือนพวกเจ้าสองคนนี่แหละ หมอดูกี่คนๆ ก็บอกว่ายายสองคนดวงสมพงศ์เป็นเนื้อคู่กัน แต่ชาตินี้เกิดมาเป็นผู้หญิงเลยแต่งงานกันไม่ได้ ก็เลยให้ตั้งชื่อคล้องจองกันไว้เหมือนเป็นคู่แฝดกัน หมอดูบอกว่าทำแบบนั้นแล้วชีวิตจะรุ่งเรือง ซึ่งมันก็ดีจริงๆ” แม่เลี้ยงดาราพรรณรายหยุดเล่าเรื่องเก่าๆ พักสูดหายใจก่อนจะเล่าต่อ

“หากยายเกิดต่างเพศกันรับรองได้เป็นคู่สร้างคู่สมแต่งงานอยู่กินกันจนตาย เจ้ากับหนูมิลล์เองก็เหมือนกันนะ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายร่ายยาวจบก็วกกลับมาเข้าเรื่องของหลานชายที่ต้องการมาตลอด

โธ่ ฟังมาเสียนาน สุดท้ายก็เรื่องนี้ ใช่ไหมครับ คุณยาย เพียงเพราะคุณแม่ของผมกับคุณน้าบุญมี ไม่ได้แต่งงานกัน เพราะต่างก็มีเจ้าของหัวใจกันแล้วทั้งคู่ ก็เลยตกทอดมาจนถึงรุ่นผมเนี่ยนะ

ก็รู้ดีแล้วนี่ เจ้าพรหม แม่เลี้ยงดาราพรรณนารายค่อนอย่างงอนๆ

ผมฟังเรื่องนี้มาเป็นร้อยรอบแล้วนี่ครับ ฟังตั้งแต่ผม ยายเพื่อน ยายแพงยังเป็นเด็กอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ และให้ประจวบเหมะที่มีรักคือหลานสาวคนเดียวของคุณยายแพรว และผมก็ดันเป็นหลานชายคนเดียวของคุณยายด้วย มันก็เลยลงล็อกกันไปใหญ่ ว่าเราสองคนควรจะแต่งงานกัน พรหมลิขิตตอบ

รู้ดีขนาดนี้ แล้วทำไมเวลาเจอหน้ากัน ถึงไม่เชื่อมความสัมพันธ์กันไว้บ้าง ทะเลาะกันตั้งแต่เด็กจนโตไม่เลิก ขัดใจคนแก่เสียจริง แม่เลี้ยงดาราพรรณรายตำหนิตรงๆ

คุณยายต้องไปว่ายายนมบูดนั่นบ้างสิครับ ที่ไม่เคยมองผมในแง่ดีเลย เจอหน้าผมที่ไหนก็ไม่เห็นเคยยิ้มให้สักครั้ง แยกเขี้ยวจะกัดท่าเดียวอย่างกับหมาแน่ะ พรหมลิขิตแก้ตัวพลางทำหน้าเศร้าจนคนสูงวัยต้องตีหน้าขาเขาด้วยความหมั่นไส้

ก็ปากเจ้ามันกัดไม่เลือกอย่างนี้สิเล่า เขาถึงไม่ชอบขี้หน้าน่ะ ทำตัวขี้แกล้งเขาตลอด จนเขาชังน้ำหน้าอย่างกับอะไรดี ยังไม่นับนิสัยเจ้าสำราญควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอีกนะ”

ผมเปล่าเจ้าสำราญนะครับ ที่คุณยายเห็น บางคนก็เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ

อย่ามาจุ๊[1]คนแก่หน่อยเลย ถ้าแค่เพื่อนจริงจะพากันไปนอนค้างอ้างแรมด้วยกันเหรอ ถึงไม่พาเข้ามาในบ้าน อย่าคิดว่ายายไม่รู้นะ แม่เลี้ยงดาราพรรณรายแย้งเสียงเข้ม จนพรหมลิขิตต้องหันมากอดยายอย่างเอาใจ

ผมไม่เคยคิดจะเอาเปรียบผู้หญิงคนไหนเลยนะครับ จะคบใคร ผมก็คบทีละคน ไม่เคยมีกิ๊กมีกั๊กที่ไหน ตอนเลิกกัน ผมก็เลิกด้วยดีทุกคน ไม่เคยมีใครมาโวยวายให้คุณยายต้องรำคาญใจเสียหน่อย

ก็เพราะแม่ผู้หญิงพวกนั้นชอบเงินมากกว่าตัวแกน่ะสิ เจ้าพรหม เลิกเสียทีเถอะ ยายเข้าใจโลกสมัยนี้นะ เหมือนฝรั่งเข้าไปทุกที แต่ถามหน่อยเถอะ  แกยังอยากเลือกแม่ผู้หญิงพวกนั้นมาเป็นแม่ของลูกแกรึเปล่า

พรหมลิขิตมองสีหน้าเป็นกังวลของคุณยายพลางสูดลมหายใจลึกแล้วตอบว่า

ผมถึงไม่คิดจะแต่งงานไงครับ ทุกคนก็แค่ใช้แก้เหงา เป็นเพื่อนได้ แต่ไม่มีใครเป็นแม่ให้ลูกผมได้หรอก

ก็หนูมิลล์นี่ไงล่ะ ผู้หญิงดี ทำงานก็เก่ง มีความรับผิดชอบ ยายเห็นมาตั้งแต่เกิด เจ้าก็ด้วย หรือว่าไม่จริงแม่เลี้ยงดาราพรรณรายถามตรงประเด็น พรหมลิขิตขยับตัวตั้งตรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

เราเป็นเพื่อนกันครับคุณยาย ถึงจะทะเลาะกันตลอด แต่ผมก็รู้ว่ายายนมบูดนั่นก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกัน พวกเรารู้จักกันดีเกินไป รู้จักกันมานานเกินไป เราเหมาะจะเป็นคู่กัดกันไปอย่างนี้มากกว่าเป็นสามีภรรยากันครับ

แม่เลี้ยงดาราพรรณรายเห็นสีหน้าหลานชายเพียงคนเดียว แล้วส่ายหน้าอย่างระอา

เอาเถอะ แล้วเมื่อถึงวันที่หนูมิลล์แต่งงานไปกับผู้ชายคนอื่น แกจะเสียดายเจ้าพรหม กลับไปนอนคิดดูให้ดีๆ สิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน มันมีปัจจัยแค่เรื่องความรักอย่างเดียวหรือเปล่า

พรหมลิขิตนิ่งอึ้งไป พลางหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ในบทสนา ซึ่งส่งยิ้มจริงใจต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมอวยพรในงานนี้

ที่จริงเรื่องที่คุณยายฝันอยากให้เราคนแต่งงานกัน มันก็พอมีโอกาสอยู่บ้างแหละครับ ถ้าผมไม่ทำมันพังไปซะตั้งแต่เมื่อ 12 ปีก่อน

 

[1] จุ๊ แปลว่า โกหก


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อ 12 ปีก่อน เกิดอะไรขึ้นน้า ทุกคนอยากรู้ล่ะสิ
อิอิ ยังไม่บอกหรอก แกล้งคนอ่าน 555


ขออนุญาตงดสปอยก่อนนะคะ T___TV
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1,479 ความคิดเห็น

  1. #825 siinely (@siinely) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 06:09
    พระเอกของเรานี่ปากไม่ตรงกับใจ หรือไม่รู้ใจตัวเองเนี่ย 
    #825
    0
  2. #682 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 08:11
    5555+ พ่อผู้ชายพายเรือนี่เอง
    #682
    0
  3. #681 ลอร่า (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 04:54
    พี่วีชอบแกล้งงง
    #681
    0
  4. #680 Morning Star /Christmas Rose (@lucky2541) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 22:25
    นั่นสิค่ะ เกิดอะไรขึ้นเมื่อ 12 ปีก่อนกันน่ะ รออ่านตอนต่อไปค่ะ พี่วี เป็นกำลังใจให้นะคะ ^ ^~
    #680
    0