ตัวอย่างการวิจารณ์2
ตอนก่อนหน้า

ตัวอย่างการวิจารณ์2
เกริ่นเรื่อง:
27 ม.ค. 58 , View: 169 , Post : 0


พะยูนขอเกริ่นก่อนว่าพะยูนไม่ได้เป็นนักวิจารณ์มืออาชีพ เป็นแค่นักวิจารณ์ธรรมดาที่พลันตัวมาจากนักอ่าน ไม่จำเป็นต้องเชื่อและเห็นด้วยกับพะยูนทุกประโยค พะยูนขอแค่ให้คุณเอาคำวิจารณ์ของพะยูนไปไตร่ตรองดูเท่านั้น เพื่อที่นิยายของคุณจะได้พัฒนายิ่งขึ้นไปกว่าเดิมค่ะ
 
เกี่ยวกับนิยาย
ชื่อเรื่องและแนะนำเรื่องย่อ : ชื่อเรื่องตั้งได้ดีแล้วค่ะ คำว่า ‘ฝ่ามิติแดนพิศวง’ มันดูลึกลับดีค่ะ ทำให้ผู้อ่านสนใจได้ไม่น้อยค่ะ ส่วนการแนะนำเรื่องย่อก็แนะนำได้น่าสนใจดีค่ะ ครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องได้ดี ถึงแม้ตอนแรกพะยูนจะอ่านเนื้อเรื่องไปได้สามตอนก็เริ่มสงสัยแล้วค่ะว่ามันหลุดมิติยังไง? ไหนล่ะดินแดนอื่น? จนอ่านมาถึงบทที่ 4 นี่แหละค่ะ ถึงบ้างอ๋อแล้ว
 
โครงเรื่อง
พล็อตเรื่อง : พล็อตในเรื่องของการหลุดมิติไปอยู่ในดินแดนอื่นแบบนี้ ค่อนข้างตลาดนิดหนึ่ง เพราะพะยูนก็เห็นนิยายแฟนตาซีหลายเรื่องแล้วที่มีพล็อตแบบนี้ หากแต่วิธีนำเสนอต่างหากที่จะตัดสินได้ว่านิยายเรื่องนี้โดดเด่นกว่าเรื่องอื่นหรือไม่ ซึ่งตรงส่วนนี้พะยูนจะขอพูดถึงอีกทีในหัวข้อของการดำเนินเรื่องค่ะ
 
การเปิดเรื่อง : การเปิดเรื่องของคุณเปิดเรื่องได้น่าสนใจมากๆ และเปิดได้โดดเด่นกว่านิยายแฟนตาซีเรื่องอื่นๆ เลยค่ะ เพราะอะไรงั้นเหรอ? ก็เพราะคุณใช้ประโยคคำถามเข้ามาในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ และใช้ประโยคเหมือนพูดคุยโต้ตอบกับผู้อ่าน ทำให้การเปิดเรื่องของคุณมีเสน่ห์และโดดเด่นกว่าเรื่องอื่นๆ มากเลยค่ะ ไม่พอแค่นั้น ตอนสุดท้ายคุณยังมีการชักชวนผู้อ่านให้อยากรู้อยากเห็นเรื่องราวที่คุณจะนำเสนออีกด้วย แล้วอย่างนี้จะไม่ทำให้ผู้อ่านต้องรีบกดคลิกอ่านตอนต่อไปได้ยังไงกันล่ะค่ะ
 
ถ้อยคำภาษา
ภาษาที่ใช้และการบรรยาย : ภาษาที่คุณใช้เหมือนกับเป็นการเอาสรรพนามบุรุษที่ 1 กับ บุรุษที่ 3 มาผสมผสานกัน ซึ่งทำให้การบรรยายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก แตกต่างจากนิยายแฟนตาซีเรื่องอื่นที่มักจะใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ในการนำเสนอเรื่องราว ตรงส่วนนี้จึงเป็นเสน่ห์ของคุณอีกข้อค่ะ
พูดถึงการบรรยายขอบอกเลยว่าคุณบรรยายได้ละเอียดชัดเจนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางตัวละคร สิ่งแวดล้อม สถานที่ ฉากแต่ล่ะฉาก ก็ล้วนทำให้ผู้อ่านนึกภาพตามได้ง่ายค่ะ แต่ก็ยังมีส่วนที่ทำให้การบรรยายติดขัดอยู่บ้าง เช่น การใช้คำไม่ถูก การใช้คำที่แตกต่างกัน และยังรวมถึงภาษาถิ่นที่เอื้องคำพูดอีกด้วย ทำให้ผู้อ่านบางคนที่ไม่รู้ภาษาถิ่นถึงกับเลิกอ่านไปได้ง่ายๆ ค่ะ ซึ่งตรงส่วนนี้พะยูนก็เป็นเช่นกัน พะยูนไม่รู้ภาษาถิ่นเลยแม้แต่น้อย พออ่านแล้วทำให้ไม่เข้าใจประโยคที่เอื้องคำพูด ต้องมาค่อยๆ นั่งแกะคำแต่ล่ะคำ ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ อีกทั้งพอเจอมากๆ เข้าก็ทำให้รำคาญและเบื่อจนไม่อยากอ่านอีกด้วยค่ะ
อีกเรื่องของการบรรยายที่พะยูนอยากพูดถึงคือ การบรรยายลักษณะแต่ล่ะคนที่คุณมักจะนำมาใช้บ่อยๆ ค่ะ เช่น สาวหน้าขาว สาวหน้าอ่อน สาวห้าว เด็กหนุ่มร่างผอม ชายหนุ่มที่ฮอต และบลาๆ คำบรรยายพวกนี้ถ้าบอกลักษณะเด่นถูกจุดก็ทำให้ผู้อ่านรู้ได้ค่ะว่าหมายถึงใคร แต่ในทางกลับกันถ้าคุณเปลี่ยนคำบรรยายไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้คนอ่านงงเช่นกันว่าหมายถึงใครกันแน่ เช่น หนุ่มผิวคล้ำกับหนุ่มตาดุ(บทที่ ๗) คำบรรยายลักษณะสองคำนี้คือหมายถึงจักรที่เป็นคนๆ เดียวกัน แต่ทำไมถึงใช้คำบรรยายที่แตกต่างกันล่ะค่ะ ถึงจะอยู่ในเหตุกาณ์เดียวกันแต่ใช้คำที่แตกต่างกันเนี่ย บางครั้งมันก็ทำให้ผู้อ่านเริ่มสับสนแล้วว่าหมายถึงคนๆ นี้จริงๆ หรือเปล่า เพราะงั้นควรระวังในส่วนนี้ด้วยค่ะ ยิ่งถ้าเป็นตอนที่มีตัวละครเยอะๆ ล่ะก็ควรต้องระวังเป็นอย่างมากค่ะ(อย่างในตอนต้นๆ ที่ฟ้า มิ้น ต่าย เอกและกัซอยู่ บางครั้งพะยูนอ่านแล้วพะยูนก็งงนะค่ะว่าหมายถึงใคร) ถ้าเป็นไปได้ควรบรรยายแบบบอกลักษณะเด่นๆ ของแต่ล่ะคนไปเลย หรือจะใช้ฐานะ นิสัยอะไรก็ได้ที่โดดเด่น ทำให้ตัวละครตัวนี้แตกต่างจากตัวอื่นค่ะ
 
คำผิด/ประโยคผิดเพี้ยน : เรื่องคำผิดมีให้เห็นอยู่บ้างประปรายแต่ที่เด่นสุดจะเป็นตอนต้นๆ มากกว่าค่ะ ตอนหลังๆ ไม่ค่อยเห็นคำผิดหรือประโยคแปลกๆ เลยค่ะ เราจะขอยกมาแค่บางประโยคเท่านั้นนะค่ะ
รู้แบบนี้ฉันไม่มาเที่ยวด้วยแต่แรกด้วยแบบตาจักรก็ดี(บทที่ ๑) – คำที่เน้นสีแดงควรตัดออกค่ะ เพราะมันเป็นการซ้ำคำ และคำว่า ‘แบบ’ ก็เป็นการบอกอยู่แล้วว่าต้องการเหมือนใคร ไม่ต้องใส่คำว่า ‘ด้วย’ เพิ่มเข้ามาค่ะ
ไม่ได้มาได้แต่ทำโอดครวญแบบเธอสักหน่อย(บทที่ ๑) – คือประโยคนี้ตอนแรกเราอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยค่ะ ว่าคุณต้องการจะสื่อถึงอะไร? แต่พออ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบเข้าก็เริ่มเข้าใจนิดหนึ่งแล้ว คือคุณต้องการสื่อว่าจักรมาไม่ได้ ไม่เหมือนฟ้าที่มาได้แต่ทำโอดครวญใช่ไหมคะ? ถ้าใช่ล่ะก็แนะนำว่าให้ปรับเปลี่ยนคำที่ใช้เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ควรเปลี่ยนว่า(ขอยกมาตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะได้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ) “อย่าไปเทียบกับหมอนั่นเลยน่า หมอนั่นบอกว่าต้องรีบกลับบ้านไปทำธุระ เลยมาเที่ยวกับพวกเราไม่ได้แต่แรก ไม่เหมือนเธอที่มาได้แล้วเอาแต่ทำโอดครวญสักหน่อย” เหตุผลที่พะยูนเปลี่ยนคำมาใช้แบบนี้เพราะถ้าจะเปรียบเทียบฟ้ากับจักรล่ะก็น่าจะใช้คำว่า ‘ไม่เหมือน’ แทน ‘ไม่ได้มาได้’ ที่พออ่านรวมๆ กับต้นประโยคแล้วดูงงๆ นะค่ะ
เด็กสาวนัยน์ตาดม(บทที่ ๑) – เด็กสาวนัยน์ตาคม
“เอื้องคำเธอไม่กลัวผีบ้างเลยหรือไงเนี่ย”(บทที่ ๒) – ประโยคนี้ต่ายพูดกับฟ้า แต่รูปประโยคกลับเหมือนต่ายพูดกับเอื้องฟ้าอยู่เลยค่ะ น่าจะเปลี่ยนคำด้านหลัง จาก ‘เนี่ย’ เป็น ‘นะ’ และตัดคำว่า ‘เธอ’ ออกค่ะ เพราะต่ายก็บอกชื่ออยู่แล้วว่าพูดถึงใคร ไม่จำเป็นต้องใส่สรรพนามเข้ามาเพิ่มค่ะ
 
ตัวเนื้อหา
การดำเนินเรื่อง : การดำเนินเรื่องคุณเหมือนกับนึกอะไรได้ก็ใส่ๆ มาเลยค่ะ ไม่มีการเกริ่นก่อนหรือเชื่อมโยงอะไรกับตอนต้นเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งมันยังซับซ้อนและพลิกแพลงไปพลิกแพลงมาจนเกินไป ทำให้ผู้อ่านเกิดคำถามและข้อสงสัยอยู่บ่อยๆ ทั้งๆ ที่ปริศนาเก่าๆ ยังไม่เฉลยเลยแท้ๆ กลับต้องมาขบคิดถึงปริศนาใหม่ๆ ที่โผล่มา จากที่อยากรู้กลายเป็นไม่อยากรู้และเลิกอ่านไปแทนค่ะ เช่น ในเรื่องของฟ้าเมื่อหกปีก่อนที่เกิดเหตุการณ์ทำให้ความทรงจำหายไปในช่วงเที่ยวป่า ตรงส่วนนี้ตอนต้นคุณไม่มีการเกริ่นบอกอะไรเลยแม้แต่น้อย อยู่ๆ บทที่ ๔ คุณก็มาพูดถึงมัน เขียนให้ฟ้าอยากรู้ถึงความทรงจำที่หายไปเมื่อหกปีก่อน ทำให้ผู้อ่านสับสนยิ่งขึ้นไปอีก พะยูนคิดว่าถ้าคุณอยากทำให้เรื่องเมื่อหกปีก่อนของฟ้าเป็นปริศนาและผู้อ่านไม่สับสนก็ควรจะมีการเกริ่นก่อนในตอนต้น ในช่วงบทที่ ๑ ที่ฟ้าฝันร้ายแล้วตื่นขึ้นมา อาจจะสอดแทรกลงไปว่าฝันร้ายเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน หรืออาจจะเขียนถึงในบทอื่นๆ ก็ได้ค่ะ
 
ฉาก/บทสนทนา : เรื่องของฉากก็ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกอย่างดูเป็นไปได้และเหมาะสมกับเนื้อเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้ ฉากใช้พลัง หรือฉากอื่นๆ ที่มีอยู่ในเรื่อง คุณก็ทำได้ดีแล้วค่ะ ส่วนในเรื่องบทสนทนาก็ไม่มีปัญหาติดขัดเช่นกันค่ะ
 
ความสมเหตุสมผล : บทที่ ๓ ตอนที่จักรโผล่มานะค่ะ คือพะยูนงงมากๆ และสงสัยโครตๆ เลยว่าจักรรู้ได้ไงว่าเป็นฟ้า จากการที่อ่านคำบรรยายเรื่องหน้าฟ้าแล้วเราคิดภาพตาม มันก็น่าจะไม่เหลือเค้าโครงหน้าเดิมให้เห็นเลยนะ(ต้องเละสุดๆ แบบโครตสยอง) อย่างต่ายจำฟ้าไม่ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วไหงนายจักรอะไรนี่ถึงจำฟ้าได้คนเดียว!? แล้วทำไมฟ้าไม่ตกใจหรือสงสัยเลยว่าจักรจำตัวเองได้? ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมดเลยค่ะ แต่พออ่านๆ ไปก็มีความคิดแวบขึ้นมาในหัวพะยูนว่า หรือจริงๆ แล้วคุณต้องการเขียนปูเพื่อให้เนื้อเรื่องเชื่อมโยงกันในตอนหลังกันคะ? ถ้าใช่ล่ะก็อย่างน้อยเขียนหน่อยเถอะว่าฟ้าตกใจหรือสงสัยว่าจักรจำตัวเองได้ยังไงกัน แล้วถ้าอยากให้เป็นปริศนาก็เขียนให้จักรยิ้มหรือไม่พูดอะไรเลยก็ได้ค่ะ มันจะได้สมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย
บทที่ ๑๐ ตอนที่ฟ้าโดนชกท้องแล้วหมดสติไปนะค่ะ หลังจากนั้นก็โดนมัดแขนมัดขา ปิดตา และปิดปากใช่ไหมคะ(แถมยังบรรยายเข้าไปอีกว่าโดนมัดปากเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงอะไร) แต่พอถึงบทสนทนาที่คุณนีถามว่าได้สติแล้วใช่ไหม ฟ้ากลับตอบคุณนี “ค่ะ แล้วคุณนีเป็นยังไงบ้างคะ?” พระเจ้า! นี่มันอะไรกัน!? ฟ้าพูดตอบคุณนีได้ไงล่ะ!? ทั้งๆ ที่โดนมัดปากไม่ให้พูดอะไรเลยแท้ๆ! หรือฟ้าจะส่งกระแสจิตคุยกับคุณนีได้....... ยัง ยังไม่พอแค่นั้น พอพะยูนอ่านลงมาคุณก็ได้เขียนแล้วค่ะว่าฟ้าโดนแก้มัดปาก(นี่แหละคือสิ่งที่ตามหามานาน) แทนที่จะเอาตรงส่วนนี้ไปไว้ข้างบนก่อนที่จะให้ฟ้าพูด แต่ไหงมาเขียนหลังให้ฟ้าพูดกันล่ะค่า TOT เพราะงั้นตรงส่วนนี้จึงไม่สมเหตุสมผลค่ะ ควรแก้ไขด่วนๆ เลย
 
ความสนุก/น่าติดตาม : ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่มีปริศนาต่างๆ ให้ขบคิดนี่แหละค่ะ แต่ในทางกลับกันมันก็ถือว่าเป็นข้อเสียของเรื่องด้วยเช่นกันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นดาบสองคมดีๆ นี่เองค่ะ ส่วนเรื่องของความน่าติดตาม ในตอนต้นๆ พะยูนว่าน่าติดตามดีนะค่ะ จบตอนแต่ล่ะตอนได้น่าสนใจดี แต่พอมาตอนท้ายๆ ตั้งแต่ตอนย้อนอดีตไปพูดถึงฟ้าและเหล่าผองเพื่อน พะยูนว่าหลังจากนั้นมันก็ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่
 
ตัวละคร
สีหน้า/ท่าทาง : สีหน้าและท่าทางของตัวละครในเรื่องยังดูไม่เป็นธรรมชาติและไม่สมจริงเท่าที่ควร รู้สึกอารมณ์และท่าทางของตัวละครมันยังไม่สุดค่ะ เหมือนกับเพิ่งปล่อยมาแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
 
คาแรคเตอร์ : คาแรคเตอร์ตัวละครในเรื่องค่อนข้างยังไม่ชัดเจนค่ะ อย่างเช่น ฟ้าที่ตอนต้นคุณบอกว่าฟ้าเป็นคนขวัญอ่อน แต่ก็มีหลายๆ เหตุการณ์ด้วยกันที่คนขวัญอ่อนอย่างฟ้าน่าจะมีปฏิกิริยา แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น ท่าทางของฟ้ากลับดูเมินเฉย ผิดกับคนขวัญอ่อนอย่างเห็นได้ชัดค่ะ แต่ก็ยังมีตัวละครที่เสมอต้นเสมอปลายดีอยู่นะค่ะ นั่นก็คือ เอก เอกเป็นคนที่ชอบกวนประสาทฟ้าอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งก็เผลอคิดว่า ‘หรือเอกจะชอบฟ้ากันน้า’ เลยค่ะ 
 
อื่นๆ
การใช้สัญลักษณ์/อิโมติคอน : ตรงส่วนนี้ไม่มีอะไรที่ต้องแก้ไขค่ะ อิโมติคอนไม่ค่อยได้ใช้ซึ่งก็เหมาะแล้วกับนิยายแฟนตาซีอยู่แล้ว
 
สรุปโดยรวม : โดยรวมแล้วนิยายเรื่องนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องของการบรรยาย และตัวเนื้อหาที่มีปริศนามากมายให้อยากรู้ค่ะ แต่ก็ยังมีจุดที่อยากให้ผู้แต่งแก้ไขอยู่อีกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบรรยายที่ต้องระวัง การดำเนินเรื่องที่อย่ามากจนเกินไป และเรื่องอุปนิสัยใจคอของตัวละครแต่ล่ะตัว อยากให้เด่นชัดมากกว่านี้ค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อ่านหลงรักและเข้าใจตัวละครในเรื่องมากขึ้นค่ะ สุดท้ายมีผู้แต่งหลายๆ คนที่หมดความพยายามและท้อถอยที่จะเขียนนิยายของตัวเองแล้ว แต่นี่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ คุณก็ยังคงพยายามและสู้ต่อไปเพื่อที่ว่าสักวันนิยายของคุณจะประสบความสำเร็จ ตรงส่วนนี้พะยูนนับถือจริงๆ ค่ะ พะยูนขอเอาใจช่วยและให้กำลังใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ นะค่ะ ^^V

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog