[Fic SHINee] Bloody Assassin {ไคแทมโฮอนKaitaemHoOn}

ตอนที่ 2 : :: CHAPTER 0 ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.ย. 59















เมื่อกบฏมารวมตัวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือความต้องการเพียงหนึ่งเดียว

กำหนดเป้าหมายเพื่อไปสู่…. การเปลี่ยนผู้นำ

 

 

 

 

CHAPTER 0

 

 

 

 

 

เสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำยามเมื่อคุณนั่งอยู่ภายในร้านเหล้า หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้คนอย่าง อีแทมินหวาดหวั่นแม้แต่อย่างใด ต่อให้ใบหน้างดงามอย่างเขาเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมายไปจนถึงบรรดาลุงผู้มากด้วยอายุ แต่ด้วยความงดงามดั่งอาบยาพิษของเขานี่แหล่ะ ที่ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้เผชิญถึงตัวตนที่แท้จริงถึงกับหวั่นเกรงรัศมีที่เปล่งประกายออกมาของอีกฝ่าย

มือบางที่กำลังกุมแก้วเหล้าอยู่บนโต๊ะยกมันขึ้นซดอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักว่าแก้วนี้จะเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วของวัน หลังจากที่ตนได้รับภารกิจที่สำคัญจากผู้ที่เป็นทั้งผู้ปกครอง ผู้ให้ที่อยู่อาศัย ไปจนถึง ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่า สามีแม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจนัก แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธคนที่เก็บเขามาชุบเลี้ยงดูและให้ชีวิตแก่เขาจนถึงทุกวันนี้ได้

ใช่ว่าเขาเองต้องการทุกอย่างในชีวิตให้ดำเนินไปในทางดำมืดแบบนี้ หากแต่เขาไม่สามารถเลือกชีวิตที่มีอิสระได้ การได้รับการยอมรับในสังคมที่มีแต่ความกดขี่ข่มเหงกันเองตลอดเวลาก็คือการก้าวขึ้นมาอยู่ในฐานะสำคัญของผู้ที่ปกครองเขา และฐานะสำคัญนั้นก็คือ คนพิเศษ

 

ท่านจะออกเดินทางเมื่อไร ท่านลอร์ดแทมินเสียงเข้มเข้ามาสะกิดจังหวะการยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งหลังจากที่เขากระดกซดมันเข้าไปเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วนั้นเขาเองก็จำไม่ได้ สายตาเรียวหันไปเหล่มองลูกน้องสองสามคนที่มายืนล้อมรอบบาร์ที่เขานั่งอยู่ราวกับไม่ไว้ใจกันและกันอยู่ลึกๆ หากแต่คนเหล่านี้ก็ยังคงก้มหน้าก้มตายอมเชื่อฟังอีแทมิน เพราะเขาคือคนพิเศษของผู้ปกครอง

พวกเจ้าพร้อมมั้ยล่ะ หึหัวเราะในลำคอก่อนจะวางแก้วที่ยังคงดื่มค้างไว้ไม่หมดกระแทกลงโต๊ะและลุกขึ้นยืนราวกับเหล้าที่ดื่มไปก่อนหน้านี้ไม่ได้ส่งผลใดๆต่อร่างกายเลยสักนิด

พวกข้าพร้อมเสมอ ขอเพียงท่านเอ่ยปากสั่งการโค้งให้ผู้เป็นดั่งหัวหน้าเล็กน้อยก่อนที่แทมินจะพยักหน้าให้

ก็ดี งั้นรีบเดินทางกันเลยเถอะแทมินพูดเพียงเท่านั้น สองเท้าก็ก้าวพาร่างเพรียวเดินออกจากร้านเหล้าไปอย่างรวดเร็วตามมาด้วยลูกน้องของตน ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังท่าเรือที่มีเรือสำเภาลำขนาดปานกลางจอดรออยู่ไม่ไกลนัก

 

 

 

 

.

 

เรือสำเภาที่อีแทมินและลูกน้องของเขาเดินทางไปนั้นกำลังมุ่งหน้าลงสู่ทิศใต้อย่างทำเวลาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สาเหตุที่พวกเขาไม่เดินทางเท้าหรือทางรถม้า เป็นเพราะเส้นการเดินทางจากเหนือสุดของดินแดนไปยังใต้สุดของดินแดนนั้นช่างหฤโหดและยาวนานเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะเดินทางไหว ดังนั้นเรือสำเภาจึงเป็นพาหนะที่ผู้คนมักใช้บริการกันเป็นประจำ และยังไม่ทำให้ผู้ปกครองของเขาเกิดความขุ่นเคืองใจอีกด้วย

 

ข้าให้เวลาเจ้าเจ็ดวัน ในการกำจัดพระราชาคิมผู้ปกครองแห่ง กบฏเอ่ยขึ้นในระหว่างที่กำลังก้มหน้าอยู่กับกองกระดาษเอกสารมากมายภายในห้องทำงานของเขา

..ข้าว่ามันน้อยเกินไป เถียงขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจในอารมณ์ขณะนั้นของผู้ปกครอง ใบหน้างดงามก้มหน้าลง อยู่ๆรองเท้าของตนก็สวยจนน่ามองอย่างประหลาด

เจ็ดวัน! ก็เกินพอแล้วที่ข้าจะยอมให้มันเหยียบแผ่นดินอยู่อย่างนี้

‘…..’

หรือว่าเจ้า ไม่อาจทำตามคำสั่งข้า?สายตาเรียวจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้า

หามิได้ขอรับท่านคีย์ ข้า..’

เจ้าเป็นผู้มีฝีมือ ข้าถึงไว้ใจให้เจ้าทำงานนี้

หากเจ้าไม่อาจทำได้ภายในเจ็ดวัน เจ้าคงจะรู้ชะตากรรมของเจ้านะ อีแทมิน

‘…ขอรับ…’

 

และไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ผู้ปกครองกดร่างของเขาลงกับเตียงและกระทำกับเขาอย่างรุนแรงราวกับสัตว์ป่า ไม่มีครั้งไหนที่จะเขาจะรู้สึกได้ถึงความสุขยามที่ร่างทั้งสองร่างทาบทับกัน เพราะนอกจากเขาจะโดนกระทำอย่างรุนแรงแล้ว หากไม่ทำตามคำสั่งที่ได้รับจะต้องโดนโทษหนักยิ่งกว่าที่เขาเคยพบเจอ

อีแทมินหันมองผืนน้ำที่กำลังจรดปลายฟ้าและดวงตะวันที่คล้อยจะลับตาลงไป เหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้หวนย้อนเข้ามาในความคิดอยู่ไม่เคยจาง และความคิดที่จะต้องลอบปลงพระชนม์กษัตริย์แห่งดินแดนก็มักจะเข้ามาขัดจังหวะให้เขาต้องคิดมากอยู่เสมอๆหลังจากได้รับมอบหมายภารกิจนี้

 

ขึ้นชื่อว่าผู้นำประเทศ ย่อมเป็นบุคคลที่สำคัญและมีความรับผิดชอบอันสูงส่ง ต่อให้จะมาจากชนชั้นใดหากคนผู้นั้นเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศ คนผู้นั้นย่อมเป็นที่รักและเคารพจากประชาชนเหล่านั้นอย่างแท้จริง ด้วยอำนาจในกำมือที่มี และด้วยความสามารถที่จะปกครองผู้คนในประเทศให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขได้

หากผู้นำประเทศไม่สามารถปกครองประชาชนให้มีความสุขได้ ย่อมหมายถึงจะต้องมีประชาชนบางส่วนต้องการที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง และพยายามที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจของผู้นำประเทศเพื่อที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผู้นำ

และนั่นคือสาเหตุที่แทมินได้รับภารกิจอันสำคัญนี้ ภารกิจในการลอบปลงพระชนม์ผู้เป็นกษัตริย์ปกครองประเทศของเขา กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ หากทว่าผู้ปกครอง รวมไปถึงทุกๆคนที่อยู่ในสังคมอันตกต่ำต่างไม่พอใจพระราชาเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลง และไม่ต้องการให้พระราชาที่ไม่เอาไหนเสพหาความสุขบนความทุกข์ของประชาชนทั้งประเทศต่อไป

 

 

.

 

บัตรเชิญเข้างานของข้าล่ะ?สายตาเรียวหันมองหน้าลูกน้องคนหนึ่งหลังจากที่มัวแต่ชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองอย่างเพลิดเพลิน ทั้งคณะเดินทางได้นั่งรถม้าจากท่าเรือจนเดินทางมาใกล้ถึงตัวพระราชวังอันกว้างใหญ่แล้ว แทมินไม่เคยมาเมืองนี้มาก่อนและไม่เคยพบเห็นความงดงามของธรรมชาติโดยรอบมาก่อนเช่นกัน มันช่างแตกต่างจากที่ๆเขาอาศัยอยู่ยิ่งนัก มือบางขยับชุดให้เข้าที่ไปพลางนึกถึงเรื่องเก่าๆไปอย่างใจลอย

ก่อนจะลงจากเรือพวกเขาได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดสูทและผ้าคลุมไหล่สีดำสนิทประดับยศท่านลอร์ดตามที่ผู้ปกครองของพวกเขาได้จัดหามาให้เพื่อการทำภารกิจนี้โดยเฉพาะเรียบร้อยแล้ว และได้เก็บชุดเสื้อผ้าพร้อมกับอาวุธติดตัวที่ดูยังไงก็บ่งบอกว่าเป็นกบฏเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าใบเก่าหลายใบและฝากมันไว้กับคนรู้จักบนเรือ

อยู่นี่แล้วท่านลอร์ด บัตรเชิญถูกวางลงใส่มือก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมาอ่านทวนอีกครั้ง อีแทมิน หรือ ท่านลอร์ดแทมินแห่งดินแดนทิศเหนือเป็นผู้ได้รับเชิญให้มาร่วมในงานเลี้ยงฉลองวันครบรอบขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ราชวงศ์คิม แทมินยิ้มขำให้กับยศตำแหน่งจอมปลอมที่ผู้ปกครองเป็นผู้สร้างขึ้นให้กับเขาเอง

 

หากต้องการจะลอบเข้าไปปลิดชีวิตผู้มีอำนาจสูงสุด ก็ต้องทำตัวให้สูงกลมกลืนสมกัน

 

 

 

พวกเจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกนะ ไม่ต้องเข้าไปเอ่ยเสียงเบาเมื่อรถม้าแล่นผ่านประตูรั้วใหญ่ พวกเขาต้องลดเสียงลงเพราะจะให้ใครล่วงรู้ถึงแผนการนี้ไม่ได้เป็นอันขาด

แล้วท่านจะให้ข้าไปรอที่ไหนลูกน้องอีกคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก ตามที่พูดคุยกันไว้กับท่านผู้ปกครอง ไม่ได้บอกไว้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับเชิญเข้าไปเช่นกัน หรือแทมินกำลังคิดว่าพวกเขาไม่น่าไว้ใจและรังแต่จะเป็นตัวถ่วงในภารกิจนี้??

อี้ฟาน ข้าฝากเจ้าคุมลูกน้องทุกคนให้ดี แทมินหันไปสั่งลูกน้องคนที่สนิทกับเขามากที่สุดก่อนชายหนุ่มร่างสูงจะพยักหน้ารับ สองขาพาร่างเพรียวของตัวเองก้าวลงจากรถม้าและยิ้มมุมปากให้กับผู้ที่มาเปิดประตูรถให้พลางจะค่อมศีรษะลงเล็กน้อย

ท่านลอร์ด เหล่าสุภาพบุรุษด้านหลังท่านคือ..”

พวกเขาเพียงมาส่งข้าก็เท่านั้นเอ่ยตอบเสียงเรียบและยิ้มให้อีกครั้ง ข้ารับใช้ของวังทำเพียงมองชะเง้อเข้าไปภายในรถม้าอีกครั้งก่อนจะถอยหน้าออกแล้วผายมือเชิญให้รถม้าแล่นวนกลับออกไป

เรียนเชิญทางนี้ขอรับท่านลอร์ดข้ารับใช้ของวังเชื้อเชิญแทมินก่อนจะนำแทมินเข้าไปในตัวพระราชวังอันงดงามอย่างหาที่สุดไม่ได้ ใบหน้างามเงยหน้ามองรูปปั้นแกะสลักและผนังลวดลายตระการตาอย่างชื่นชมอยู่ภายในใจพลางนึกขึ้นได้ว่าตนจะต้องลอบสังเกตห้องต่างๆเพื่อใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนีหลังจากทำตามแผนการเสร็จสิ้นแล้ว

ข้ารับใช้เดินนำแทมินมาจนถึงประตูบานใหญ่ที่คาดว่าจะนำไปสู่ห้องโถงรับรองแขกบ้านแขกเมืองก่อนจะเดินหลบกลับไปทางเดิม แทมินสังเกตเห็นที่อกเสื้อทางด้านซ้ายของข้ารับใช้นั้นมีตัวอักษรปักอยู่ และเมื่อหันไปมองยังเสื้อของนายทวารประตูของห้องโถงก็มีตัวอักษรปักอยู่เช่นกัน เพียงแต่อ่านได้แตกต่างกันออกไป และนั่นทำให้ร่างบางพอที่จะเดาได้ว่าตัวอักษรเหล่านั้นคือชื่อของข้ารับใช้คนนั้นๆนั่นเอง เจ้าตัวยิ้มขำเล็กน้อยที่ได้พบเห็นระบบการดูแลข้ารับใช้ในวังของที่นี่

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปพลางมือดึงบัตรเชิญออกมาจากเสื้อคลุมและยื่นส่งให้นายทวารประตูห้องโถงของพระราชวังคนนั้น ภายในจิตใจนั้นตื่นเต้นแต่ก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งแล้ว

 

 

 

 

.

 

 

 

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่งานเฉลิมฉลองวันครบรอบการขึ้นครองราชย์แห่งเรา

  

 

 

ร่างบางเหลียวมองไปรอบๆงานที่จัดขึ้นอย่างโอ่อ่าสมฐานะในขณะที่ตนเองกำลังเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีขับขานและบรรยากาศในงานก่อนจะหันไปหัวเราะเบาให้กับแถวเข้าคิวสำหรับการเข้าไปแนะนำตนและทักทายแสดงความยินดีกับพระราชา ซึ่งยาวเป็นหางว่าวและมักจะมีแต่สาวๆเสียมากกว่าก่อนจะพบว่าตนกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาคมของใครบางคนที่อยู่ไกลออกไป แม้จะไม่ชัดเจนแต่แทมินรู้สึกได้ และเมื่อร่างบางหันไปมองยังทิศทางที่คิดว่าความรู้สึกชัดเจนที่สุดเจ้าตัวก็พบเข้ากับชายหนุ่มรูปงามสวมชุดสูทสีดำสลับน้ำเงิน ตามบ่ากว้างประดับยศไว้มากมาย

และนั่นทำให้แทมินรู้ว่า เขาถูกมองโดยเจ้าชาย…. ผู้เป็นน้องชายของกษัตริย์พระองค์นี้ หากแต่เขานั้นยังไม่อาจเจาะจงลงได้นักว่านี่คือน้องชายคนที่เท่าไหร่ แต่ไม่ว่าจะคนไหนๆตามที่ได้ข้อมูลมา หากเข้ามายุ่งเกี่ยวในภารกิจของเขา อีแทมินก็ไม่อาจไว้ชีวิตได้

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มให้ชายหนุ่มผู้เป็นน้องชายจากที่ห่างไกลก่อนจะทันเห็นคิ้วเข้มนั้นขมวดเป็นปมหนักขึ้นกว่าเก่า หากทว่าสายตาคมเข้มยังคงมองมาที่เขาอย่างไม่วางตาราวกับไม่ไว้ใจในท่าทีของแทมิน และนั่นทำให้เจ้าตัวเสียความมั่นใจไปเล็กน้อย

 

ลอร์ดแทมินพะย่ะค่ะฝ่าบาทโค้งคารวะกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่แห่งแผ่นดินด้วยอาการนิ่งสงบแต่ภายในใจของร่างบางนั้นเต็มไปด้วยความหวั่นใจและความประหม่า และแล้วก็มาถึงคิวของเขาที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับบุคคลที่เขาจะต้อง ปลิดชีวิต ก่อนเจ้าตัวจะหมุนตัวไปโค้งให้กับผู้เป็นอนุชาของพระราชาอีกทั้งสองคนด้วย

ท่านลอร์ดแทมิน ข้าเพิ่งเคยพบท่านเป็นครั้งแรกสินะ

พะย่ะค่ะ กระหม่อมเดินทางมาจากเมืองอันไกลโพ้นทางตอนเหนือของประเทศเพื่อมาร่วมแสดงความยินดียิ่งกับพระองค์แทมินโค้งอย่างสง่างามให้กับพระราชาอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้อย่างตั้งใจ.. และนั่นทำให้เป็นที่ติดตาต้องใจกษัตริย์หนุ่มอย่างยิ่งนัก

เราคงได้พบกันอีกครั้ง หากท่านอยู่ร่วมรับประทานมื้อค่ำกับเรา

กระหม่อมจะอยู่จนจบงานด้วยความยินดียิ่งพะย่ะค่ะและนั่นทำให้กษัตริย์หนุ่มหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูในการตอบคำถามของเขา สายตาเรียวลอบมองผู้เป็นน้องชายทั้งสองคนพร้อมกับเก็บรายละเอียดลักษณะและบุคลิกท่าทางที่แตกต่างกันนั้นไว้

ท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของน้องชายข้าทั้งสองคนมาบ้างแล้ว หากทว่าข้าขอแนะนำอีกครั้ง ท่านนี้คือเจ้าชายจงอิน และข้างๆกันนี้คือเจ้าชายมินโฮ ส่วนข้า….”

พระราชาจงฮยอนร่างบางเผลอพูดออกเสียงออกมาแผ่วเบาและนั่นทำให้กษัตริย์หนุ่มตรงหน้าต้องยิ้มออกมาอีกครั้ง สายตาคมมองใบหน้างดงามของแทมินอย่างไม่วางสายตาราวกับถูกใจในความงามของชายหนุ่มตรงหน้า

และแล้วอีแทมินก็ได้รู้จักชื่อของชายผู้ที่ลอบมองเขาจากที่ห่างไกล ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้น้องชายทั้งสองคนก่อนจะโค้งให้อีกครั้งอย่างมีมารยาทโดยมีสายตาคมของคนทั้งคู่จ้องมองกลับมาอย่างไม่อาจคาดเดาจิตใจได้

เจ้าชายจงอินสวมสูทสีดำกับน้ำเงินเข้มรูปร่างสูงสง่าผ่าเผยและยังมีส่วนสูงที่สูงกว่าพระราชาจงฮยอน ใบหน้าที่งดงามและคมเข้มได้รูปนั้นดูนิ่งสงบ หากสายตาคมเข้มเช่นใบหน้านั้นช่างรุนแรงและไม่อาจคาดเดาจิตใจได้เลย

เจ้าชายมินโฮสวมสูทสีดำสนิททั้งหมด เขามีใบหน้างดงามไม่แพ้ผู้เป็นพี่ชายอีกสองคน และยังมีรูปร่างที่สูงและหนากว่าเจ้าชายจงอิน ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วอยู่แทบจะตลอดเวลาและสายตาคมนั้น แทมินก็ไม่อาจคาดเดาสิ่งใดได้จากแววตานั้นเช่นกัน

งานนี้เห็นทีจะมีอุปสรรคให้อีแทมินต้องต่อกร หากทว่าเขาจะสามารถรับมือกับทั้งสามเชื้อพระวงศ์แห่งประเทศได้หรือไม่

 

มือบางสอดเข้าภายในเสื้อสูทและล้วงเข้าไปกุมขวดใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีอำพันที่จะใช้ปลิดชีวิตพระราชาหนุ่มเอาไว้ในขณะที่ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้ม แม้เขาจะไม่มีอาวุธติดตัวและแม้ว่าจะไม่มีขวดใบนี้อยู่ในมือ คนอย่างเขาก็ยากนักที่จะมีใครมาต่อกรได้

 

เพราะอีแทมินคือ นักฆ่า ภายใต้ใบหน้าและรูปร่างงดงามดั่งยาพิษร้ายแรงนั่นเอง

 

 

สองเท้าเดินตามพระราชาและคณะเข้าไปสู่ห้องที่มีโต๊ะขนาดยาวสำหรับรองรับแขกมาร่วมประทานอาหารพลางมองไปรอบๆห้องนั้นอย่างสนอกสนใจจนไม่ทันสังเกตสายตาคมจากเจ้าชายจงอินที่ยังคงมองมาที่เขาราวกับกำลังพยายามจับพิรุธของอีกฝ่ายให้ได้

 

สมกับคำร่ำลือในความหัวรั้นของอีกฝ่ายจริงๆ

 

 

แทมินหันกลับไปมองยังชายหนุ่มรูปงามราวกับไม่เกรงกลัวการปะทะกันทางสายตาเช่นนี้ ริมฝีปากเรียวปิดสนิทเป็นเส้นตรงก่อนจะคลี่ยิ้มให้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวัน เพราะเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าฝ่ายนั้นกำลังสงสัยอะไรในตัวของเขา และการยิ้มอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เอาชนะทุกอย่างได้บนโลกนี้

 

 

รสอาหารถูกปากท่านบ้างหรือไม่ ท่านลอร์ดแทมินพระราชาจงฮยอนหันมาถามเขาหลังจากทุกคนในห้องลงมือรับประทานอาหารกันไปได้สักพักแล้ว แทมินที่กำลังสำราญใจกับไวน์เลิศรสของที่นี่หันมามองสบตากับอีกฝ่าย และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้สบตากันอย่างใกล้ชิด เพราะพระราชายืนกรานที่จะให้เขานั่งเคียงข้างและคนอื่นๆนั่งตามเป็นลำดับถัดๆไป และการตัดสินใจนั้นทำให้แทมินรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างไม่ทราบสาเหตุ และแน่นอนว่าทุกการกระทำของแทมินอยู่ในสายตาของ เจ้าชายจงอินทั้งหมดเช่นกัน

 

กระหม่อมขอตัวสักครู่ร่างบางลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อถึงเวลาที่ตนคิดเห็นสมควรแก่การลงมือและเดินหลบไปทางที่ข้ารับใช้ถือถาดอาหารสวนมา เขาก็แค่ต้องการไวน์เพิ่มก็เท่านั้น

ท่านลอร์ดประสงค์สิ่งใดเจ้าคะเสียงข้ารับใช้ผู้หญิงดังขึ้นเมื่อเจ้าหล่อนวิ่งตามแทมินมาจากห้องรับประทานอาหารและย่อตัวให้เมื่อเดินมาหยุดต่อหน้าแทมิน

พระราชาเพียงต้องการไวน์เพิ่มเท่านั้น และข้าอาสามาตามหาไวน์ให้เกล้ากระหม่อม

หากท่านประสงค์ ท่านเพียงบอกข้าเจ้าค่ะ ท่านไม่ควรเดินเข้ามาที่ครัวนะเจ้าคะเด็กสาวผู้เป็นข้ารับใช้ยิ้มรับก่อนจะขอตัวไปยกขวดไวน์กลับออกมา

ข้าขอเป็นผู้จัดการเองได้หรือไม่

เอ..แต่..”

แทมินส่งรอยยิ้มอย่างจริงใจให้เด็กสาวก่อนจะมอบตัวอักษรที่อยู่บนอก อึนบีอันที่จริงข้าก็ไม่ได้มีเจตนาจะเข้ามาทำอะไรไปมากกว่าการขอไวน์เพิ่มเพื่อนำมาเสิร์ฟให้พระราชาเท่านั้น แม้ว่าข้าจะมีจุดประสงค์แฝงก็เถอะ..

ตกลงเจ้าค่ะเด็กสาวข้ารับใช้ยื่นขวดไวน์ส่งให้ก่อนจะขอตัวกลับเข้าไปจัดการข้างในครัวต่อ แทมินรับขวดไวน์มาไว้ในมือและเดินหลบออกไปทางประตูกลางที่อยู่ตรงข้ามกับห้องรับประทานอาหารก่อนจะพบว่าตรงนั้นเป็นทางออกจากตัวห้องโถงและห้องรับประทานอาหารที่อยู่ติดกันและเชื่อมต่อด้วยทางเดินโล่งยาวทอดออกยังส่วนอื่นๆของพระราชวัง และมันก็ไปไกลจนสุดสายตาทีเดียว

แทมินหันมองซ้ายขวาก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบอุปกรณ์เปิดจุกไวน์ออกมา ซึ่งนอกจากจะเตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะแล้ว มันยังเป็นอาวุธขนาดเล็กได้อีกด้วย ร่างบางค่อยๆจับอุปกรณ์ให้ถนัดและจัดการกับจุกไวน์ หลังจากนั้นจึงหยิบขวดยาพิษออกมาเทใส่ลงในไวน์ขวดนั้นและปิดจุกกลับเข้าที่เดิมก่อนจะหนีบขวดไว้ที่แขนและทำเป็นยืนมึนงงเล็กน้อยพิงกำแพงไว้

และเป็นดังที่เขาคาด เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็มีผู้เดินเปิดประตูออกมาจากตัวอาคารนั้นและไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าชายจงอินนั่นเอง และเขาก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเขาผู้นี้ที่จะตามออกมาหาเขา เพราะสายตาคมเข้มนั้นไม่เคยละสายตาไปจากเขาได้นานเกินเลยสักครั้ง

ข้าสงสัยว่าทำไมอยู่ๆท่านถึงขอตัวออกมาผู้มีศักดิ์เป็นเจ้าชายเอ่ยปากกับเขาเป็นครั้งแรก คิ้วหนาที่เรียงกันเป็นระเบียบขมวดขึ้นราวกับต้องการจะบอกกับแทมินว่าเขานั้นจริงจังเวลาที่พูด เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้นนั้นราบเรียบหากทว่าสายตาที่จ้องมองมายังคงมั่นคงเช่นเคย

ข้าเพียงต้องการใช้เวลาอยู่คนเดียวก็เท่านั้นศีรษะค่อมลงทำความเคารพผู้มีศักดิ์อันสูงส่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความยำเกรง และภายในจิตใจของร่างบางนั้นสั่นระริก จะตื่นเต้นก็ไม่ปาน จะหวาดกลัวก็คงจะไม่ใช่..

ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่คนเดียวเช่นนี้สายตาคมเลื่อนมองยังขวดไวน์ที่ยังคงหนีบอยู่ที่แขนของอีกฝ่ายราวกับชั่งใจ แต่ยังคงไม่ติดใจอะไรกับร่างบางตรงหน้า

ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอตัวแทมินเอ่ยอย่างเรียบๆก่อนเดินสวนทางกลับไปยังประตูเดิมที่เขาเดินออกมาแต่ก็ต้องหยุดลงเพราะต้นแขนของตนถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน

สิ่งที่ท่านกำลังจะทำ ข้าคิดว่าอย่าจะดีกว่านะจู่ๆใบหน้าคมเข้มก็เลื่อนเข้ามากระซิบที่ข้างใบหูเรียวของร่างบางทำให้เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิด และคำพูดเพียงเท่านั้นกลับทำให้แทมินรู้สึกใบหน้าร้อนวูบและจิตใจปั่นป่วนไปหมด

มือหนาที่จับต้นแขนของเขาไว้ถูกดึงออกไปก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ แทมินหันมาสบตาเจ้าชายหนุ่มร่างสูงก่อนจะรีบหันหลังกลับและเดินจ้ำกลับเข้าไปในห้องรับประทานอาหารทันที

 

แทมินเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะยาวและลงมือรินไวน์จากขวดนั้นให้กับพระราชาหนุ่มก่อนจะแก้ตัวด้วยการบอกกับจงฮยอนว่าเขาออกไปยืนดื่มไวน์อยู่เงียบๆคนเดียวมา และนั่นทำให้พระราชาไม่ติดใจสงสัยอะไร

ร่างบางนั่งลงที่โต๊ะและซ่อนไวน์ขวดนั้นไว้ข้างใต้โต๊ะขณะที่แสร้งยิ้มแย้มเฮฮาไปกับบรรดาแขกทั้งหลายที่ชวนเขาคุยต่ออย่างสำราญ พระราชาจงฮยอนทำท่าจะดื่มไวน์จากแก้วนั้นอยู่หลายครั้งแต่ก็ติดที่กำลังคุยอยู่กับเจ้าชายจากอีกดินแดนหนึ่ง แทมินได้แต่ลอบหันไปมองอยู่หลายครั้งอย่างใจเย็น

ได้เวลาดื่มฉลองแล้วและแล้วโอกาสของแทมินก็มาถึงเมื่อพระราชาหันมาบอกกับแทมินอย่างยินดีว่าจะมีการเชิญแขกทุกคนดื่มให้กับความสำเร็จของเขาอีกครั้ง

ทุกท่านได้โปรดยืนขึ้นดื่มฉลองให้กับพระราชาจงฮยอนผู้ทรงความยุติธรรมและมอบความสงบสุขให้กับประชาชนเสมอมากันเถิด!” ท่านลอร์ดจากดินแดนทางตอนกลางลุกขึ้นและถือแก้วไวน์ไว้ในมือนำ จึงทำให้แขกทุกคนบนโต๊ะอาหารลุกขึ้นยืนตามอย่างพร้อมเพียงกันรวมทั้งพระราชาด้วย และเมื่อถึงตอนนั้นแก้วไวน์ของพระราชาที่แทมินรอคอยให้เขาดื่มมานานแสนนานก็ได้ถูกยกขึ้นมาถือไว้

ขอจงทรงพระเจริญ!” ทุกคนอวยพรให้กับพระราชาพร้อมกันพร้อมทั้งยกแก้วชูขึ้นเหนือศีรษะและเมื่อพูดจบทุกคนต่างก็ดื่มไวน์และเหล้าในแก้วของตน แทมินหันไปยิ้มหวานให้กับพระราชาก่อนจะยกขึ้นดื่มด้วยเช่นกัน

และเมื่อพระราชาจงฮยอนยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก ยิ่งทำให้อีแทมินยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจเบาๆอยู่ภายในใจ หากทว่ายังไม่ทันที่พระราชาหนุ่มจะกระดกแก้วขึ้นเพื่อให้ของเหลวสีม่วงคล้ำไหลเข้าปาก เขาก็ล้มหน้าคะมำลงกับจานอาหารบนโต๊ะและแก้วไวน์แก้วนั้นก็ร่วงหล่นลงยังพื้นเบื้องล่างในจังหวะที่พระราชากำลังล้มลงไปนั้นเอง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของแทมินและทุกๆคนที่อยู่ในห้องนั้น

ขอประทานอภัยโทษอย่างหาที่สุดมิได้พะย่ะค่ะเสียงเล็กเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังของจงฮยอนและตอนนั้นเองที่แทมินตระหนักได้ถึงอุปสรรคอีกระลอกหนึ่งที่เข้ามาขวางทางเขาไว้อย่างไม่ทันได้คาดคิด

ผู้ที่มาขัดจังหวะการดื่มไวน์จากแก้วของจงฮยอนคือข้ารับใช้คนหนึ่งที่ยกถาดอาหารเข้ามาภายในห้องและไม่ทันได้มองทางจึงชนเข้ากับแผ่นหลังของพระราชาหนุ่มและทำให้แทมินพลาดโอกาสสำคัญในการลอบปลงพระชนม์ไปในทันที

สายตาเรียวหันขวับมองข้ารับใช้ผู้นั้นอย่างขุ่นมัวหากทว่าคนๆนั้นไม่มีท่าทางเกรงกลัวผู้ที่มียศศักดิ์สูงกว่าตนแต่อย่างใด กลับส่งรอยยิ้มที่มุมปากให้กับแทมินราวกับรู้แผนการทั้งหมดของเขาอยู่ก่อนแล้ว และนั่นทำให้อีแทมินถึงกับหวาดหวั่นอยู่ภายในใจและอารมณ์ขึ้นเดือดจัด….. แต่เจ้าตัวก็พยายามข่มใจไว้ สายตาเรียวเลื่อนไปมองยังอกเสื้อทางด้านซ้ายที่มีตัวอักษรถูกปักเอาไว้ดังเช่นที่ข้ารับใช้ทุกคนนั้นมี


และมันอ่านออกได้ว่า

 

อนยู

 

 

 

 

 

 

-tobecontinue-

 

 

 

To Reader: สวัสดีค่ะ! พบกับตอนที่ 0 ซึ่งเป็นตอนแรกที่บอกถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ จริงๆแล้วมันคือ Intro นั่นเองค่ะ แต่ด้วยความที่ไรท์เตอร์อยากเปลี่ยนชื่อให้มันเข้ากับตอนที่เหลือ ก็เลยออกมาได้อย่างนี้ T.T ช่างเป็นตอนที่ยาวมากๆตอนหนึ่งเลยค่ะ ไรท์เตอร์พิมพ์เนื้อเรื่องจนปวดไหล่เลยT.T …..ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในใจของรีดเดอร์ทุกท่านด้วยนะคะ และได้โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยน๊าค๊า^^ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ! Thank You



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #7 Hajjah Chichizaizai (@hajjahzaizai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 07:31
    ไม่ค่อยได้อ่านไคแทมแนวๆ นี้สักเท่าไหร่ จะรอติดตามนะคะ
    #7
    0
  2. #6 enalapril (@enalapril) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 00:40
    สนุกมากค่าาา ตะเกิดศึกแย่งน้องแทมกันรึปล่าวนะ อิอิ แล้วพี่อนรู้ได้ไงอ้ะว่าแทมิรคิดอะไรอยู่ รีบมาต่อไวๆน้าไรท์เตอร์ อยากอ่านต่อแล้ววว
    #6
    0
  3. #4 lknb17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 02:24
    ชอบบรรยากาศของฟิคมากๆค่ะชอบแนวแบบนี้ จะติดตามค่ะ
    #4
    0
  4. #3 psnwmt:-) (@psnw_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 00:33
    Intro ก็สนุกน่าติดตามมากแล้วค่ะ เรื่องนี้คือพี่คีย์เป็นสามีแทมินก่อนหรือนี่ แถมแทมินยังเป็นนักฆ่าอีกเจ้าชายจงอินรู้ได้ไงว่าแทมินจะมาฆ่าพระราชา พีคสุดตรงอนยูโผล่มาทำให้แผนแทมินร่ม อนยูนี่เป็นคนของเจ้าชายจงอินหรอ การฆ่าพระราชาจงฮยอนคงไม่ง่ายแล้วแหละ ถ้าแทมินฆ่าไม่ได้คงไม่โดนคีย์ทำอะไรมากนะ

    จะรออ่านต่อนะคะ แค่อินโทมาก็สนุกมากๆแล้ว สู้ๆนะคะ ^^
    #3
    0
  5. #2 kptmh_ (@2minn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 22:30
    แค่อินโทรก็สนุกแล้ว รออ่านตอนต่อไปนะคะ ~
    #2
    0