นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,206 Views

  • 47 Comments

  • 41 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    55

    Overall
    1,206

ตอนที่ 58 : Twelfth labor of Hercules(3) 12 ภารกิจของเฮอร์คิวลีส ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ท่านผู้อ่านอีกครั้งเป็นประจำทุกสัปดาห์
ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวร้อน ไม่รู้จะเอาไงกันแน่ งั้นเอาเป็นว่ามาอ่านเรื่องราวภารกิจที่เหลือของเฮอร์คิวลีสกันต่อดีกว่า หักเข้าเรื่องกันดื้อๆแบบนี้แหละ
ในคราวก่อนๆนู้น โฮเมอร์ได้เล่าถึงวีรกรรมอันโหดขริงทั้งหกประการที่เฮอร์คิวลีสต้องกระทำ เพื่อแก้ชงที่โดนเทพีเฮราหมายหัว ซึ่งอันที่จริงแล้วภารกิจที่เฮอร์คิวลีสต้องกระทำเพื่อพ้นชง น่าจะเหลือแค่สี่อย่างตามข้อตกลงเดิม ที่เฮอร์คิวลีสต้องทำงานเพื่อรับใช้กษัตริย์ยูริสธีอุสทั้งสิ้นสิบประการ แต่กลายเป็นฟาวล์ไปเสียสองงาน คือการปราบไฮดร้า กับการล้างคอกม้าของกษัตริย์ออจีอัส ฉะนั้นภารกิจของเฮอร์คิวลีสจึงเพิ่งจะไปได้เพียงครึ่งทาง ยังเหลืองานให้ต้องทำเพิ่มอีกหกอย่างด้วย
ภารกิจที่เหลืออีกหกอย่างมีอะไรบ้าง ตามไปอ่านกันเลยจ้า
ภารกิจที่ 7 จับวัวกระทิงแห่งเกาะครีต(Cretan Bull)
สำหรับภารกิจที่ 7 นี้ เฮอร์คิวลีสถูกสั่งให้ไปนำตัววัวกระทิงแห่งเกาะครีตกลับมา ซึ่งเจ้าวัวตัวนี้คือวัวที่เทพโปไซดอนส่งมาให้กับกษัตริย์ไมนอส กษัตริย์แห่งเกาะครีต เพื่อเป็นศุภนิมิตว่าพระองค์คู่ควรแก่ราชบัลลังก์แห่งเกาะครีต
ตามธรรมเนียม เมื่อวัวถูกส่งมาโดยเทพเจ้า ก็สมควรถูกส่งกลับคืนสู่เทพเจ้า ด้วยวิธีพลีกรรม ว่ากันง่ายๆก็คือเชือดเสียเพื่อสังเวยแด่เทพเจ้า แต่กษัตริย์ไมนอสพอได้ครองบัลลังก์ตามประสงค์แล้วก็เกิดทรงพระงก เสียดายเจ้าวัวลักษณะดีตัวนี้ยิ่งนัก กล่าวกันว่าเจ้าโคตัวนี้มีสีขาวราวหิมะตลอดทั่วทั้งตัว ถ้าอยู่เมืองไทยก็คงได้ตำแหน่งพระโค กินถั่วกินงาไม่ต้องถูกเซ่นสังเวย
ผลจากการที่กษัตริย์ไมนอสบิดพลิ้ว ไม่สังเวยวัวคืนให้แก่เทพเจ้า ทำให้เกิดเภทภัย เจ้าวัวพังคอกเตลิดออกไปส้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน จนเมื่อเฮอร์คิวลีสปรากฏตัวพร้อมแจ้งถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย กษัตริย์ไมนอสจึงมีความยินดี บอกให้รีบจับวัวตัวนี้ไปให้พ้นๆ แถมยังเสนอความช่วยเหลือ แต่เฮอร์คิวลีสเข็ดขยาดจากภารกิจครั้งก่อนๆ กลัวจะโดนโทษฟาวล์ งานงอกเพิ่มมาอีก จึงปฏิเสธแข็งขัน บอกว่าขอทำด้วยตัวคนเดียว
เฮอร์คิวลีสใช้วิธีแอบย่องเข้าไปข้างหลังเจ้าวัว แล้วจับมันด้วยมือเปล่า อาศัยพลังอันแข็งแกร่งก็สยบวัวร้ายแห่งเกาะครีตได้ จากนั้นก็อุ้มลงเรือนำมาถวายแด่กษัตริย์ยูริสธีอุส
กษัตริย์ยูริสธีอุสตั้งใจจะพลีกรรม สังเวยวัวตัวนี้แด่เทพีเฮราผู้ชิงชังเฮอร์คิวลีส แต่เทพีเฮราคิดว่าหากรับเครื่องเซ่นสังเวยก็จะกลายเป้นว่าหายโกรธเฮรอ์คิวลีสไป จึงบันดาลให้วัวเตลิดหนี ระหกระเหินไปจนถึงเมืองมาราธอน และถูกเรียกว่าวัวแห่งมาราธอน ซึ่งภายหลังถูกจับได้โดยกษัตริย์ธีซีอุส วีรบุรุษชื่อดังอีกคน ซึ่งนำมันไปเชือดสังเวยแด่เทพอพอลโล และเทพีอาเธนา
ภารกิจที่ 8 จับฝูงม้าของไดโอมีดีส (Mares of Diomedes)
ภารกิจครั้งนี้ เฮอร์คิวลีสถูกใช้ให้ไปนำเหล่าม้าของกษัตริย์ไดโอมีดีสกษัตริย์แห่งเมืองเทรซ กลับมาถวายกษัตริย์ยูริสธีอุส
เหล่าม้าในความครอบครองของกษัตริย์ไดโอมีดีสที่ว่านี้ มีทั้งสิ้นสี่ตัว พวกมันได้ชื่อว่าดุร้ายยิ่งนัก และกินเนื้อคนเป็นอาหาร และไม่สามารถควบคุมได้ จนมาอยู่ภายใต้การปกครองของไดโอมีดีส ซึ่งกษัตริย์ไดโอมีดีสผู้นี้ กล่าวกันว่าเป็นบุตรของเทพนักรบอาเรส กับเจ้าหญิงไซรีน(Cyrene)
ในการพาม้าทั้งสี่ของกษัตริย์ไดโอมีดีสไปถวายยูริสธีอุส เฮอร์คิวลีสได้ฝากพวกมันไว้กับเด็กหนุ่มนามว่าแอบเดอรัส(Abderus) ส่วนตัวเองก็เข้าประจญประจัญกับกษัตริย์ไดโอมีดีสที่ตามมาทวงม้าคืน โดยที่เฮอร์คิวลีสมิได้รู้ว่าเจ้าม้าพวกนี้หาใช่ม้าธรรมดา หากแต่มันเป็นม้ากินคนที่มีนิสัยดุร้าย เมื่อเสร็จศึกเอาชนะกษัตริย์ไดโอมีดีสได้ กลับมาก็เห็นแต่ซากของเด็กหนุ่มที่ตนฝากม้าไว้ถูกแทะจนจำสภาพไม่ได้ ด้วยความเสียใจและโกรธ เฮอร์คิวลีสจึงโยนไดโอมีดีสลงไปให้ม้ากินซะอีกหนึ่งคน เป็นการลงโทษไดโอมีดีสที่ทำการวิปริตเลี้ยงม้าให้กินเนื้อคน
บางตำรากล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากเฮอคิวลีสนำม้าทั้งสี่มาถวายแด่กษัตริย์ยูริสธีอุส กษัตริย์ยูริสธีอุสก็ได้นำม้าเหล่านั้นไปถวายแด่ทวยเทพบนโอลิมปัส หากแต่จอมเทพซุสเห็นว่ามันเป็นสัตว์ที่วิปริตจากการเลี้ยงดูของมนุษย์ ก็เลยโยนมันไปให้เหล่าหมาป่าและสิงโตช่วยกันรุมทึ้ง เป็นการแสดงถึงการกลับไปสู่ครรลองตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ดี มีความเชื่อกันว่า บูเซฟาลุส(Bucephalus) ม้าศึกคู่พระทัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้สืบเชื้อสายม้าจากม้ากินคนของกษัตริย์ไดโอเมเดสด้วยเหมือนกัน
ภารกิจที่ 9 ชิงเข็มขัดของราชินีฮิปโปลิต้า(Belt of Hippolyta)
ภารกิจครั้งนี้ เฮอร์คิวลีสได้เจอสาวๆบ้างเสียที แถมมีซัมติงเล็กๆพอให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
ในภารกิจครั้งนี้ เหตุมาจากแอดมีตี(Admete) ธิดากษัตริย์ยูริสธีอุส อยู่ๆก็เกิดนึกอยากได้เข็มขัดของราชินีฮิปโปลิต้ามาไว้ในครอบครอง เรื่องก็เลยตกมาเป็นภาระเฮร์คิวลีสที่จะต้องทำให้นางได้สมประสงค์
แต่ราชินีฮิปโปลิต้ามิใช่หญิงสาวธรรมดา นางเป็นราชินีแห่งชนเผ่านักรบอมาซอน ที่มีเฉพาะนักรบสตรี อันเป็นที่ครั่นคร้ามขนาดที่ว่ารบได้ไม่แพ้บุรุษ
ในการณ์นี้ เฮอร์คิวลีสต้องล่องเรือหลายต่อ เชื่อกันว่าที่ตั้งของเผ่าอเมซอน อาจจะอยู่แถบๆยูเรเชีย ทางตอนใต้ของรัสเซียในปัจจุบัน ติดกับมองโกเลีย และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับชนเผ่าไซเธียน และ ซามาเธียน ชนเผ่าเร่ร่อนที่เก่งในการรบบนหลังม้า โดยเฉพาะการยิงธนูบนหลังม้า
เฮอร์คิวลีสต้องดั้นด้นไปจนถึงสถานที่ตั้งของเผ่าอเมซอน งานนี้เหมือนจะง่ายกว่าที่คิด เมื่อราชินีฮิปโปลิต้าต้อนรับขับสู้เฮอร์คิวลีสอย่างดี แถมไม่ขัดข้องที่จะถอดเข็มขัดมอบให้เสียอีก บ้างว่าอาจจะเป็นเพราะนางพึงใจในตัวเฮอร์คิวลีส
แต่เรื่องก็ไม่ได้ง่ายดายนัก เมื่อเทพีเฮราแปลงองค์ลงมาจุดกระแส สร้างข่าวลือแก่นักรบอเมซอนว่าเฮอร์คิวลีสจะมาลักเอาตัวนางพญาแห่งเผ่าอเมซอนไป กลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดม๊อบต่อต้าน
เฮอร์คิวลีสเห็นนักรบอเมซอนกรูเข้ามา เข้าใจไปว่าถูกฮิปโปลิต้าวางเล่ห์กล ถึงได้ยอมยกเข็มขัดให้ง่ายๆ และเมื่อนึกไปว่าคงถูกหักหลัง จึงสังหารนางอย่างไม่ไยดี แล้วชิงเข็มขัดไปเสียเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ นึกไปก็คล้ายๆตอนขุนแผนฆ่านางบัวคลี่
แต่ก็มีอีกสำนวนหนึ่ง ที่บอกว่าเฮอร์คิวลีสไม่ได้ฆ่าฮิปโปลิต้า แต่พากันโล้สำเภา หนีจากการตามล่าของนักรบอเมซอน จากนั้นนางก็เปลี่ยนมือไปอยู่กับธีซีอุส วีรบุรุษอีกคนในตำนานกรีก แต่รายละเอียดหลังจากนั้นก็เล่าต่้อไปอีกหลายกระแส ยืดยาวต่อไปอีก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับธีซีอุสโดยตรง
ก็เอาเป็นว่าสำหรับเฮอร์คิวลีสแล้ว ภารกิจที่เก้าก็ได้สำเร็จลุล่วงไปอีกประการหนึ่ง โดยได้เข็มขัดไปมอบให้กษัตริย์นยูริสธีอุสเป็นอันจบรื่อง ส่วนราชินีฮิปโปลิต้า จะตายหรือไม่ตายก็คงต้องแล้วแต่ว่าใครชอบตอนจบแบบไหน



ภาพประกอบ : รูปปั้นเฮอร์คิวลีสที่กำลังแย่งชิงเข็มขัดจากราชินีฮิปโปลิต้า ประดับอยู่บริเวณทางเข้า Hofburg Palace เมืองเวียนนา ประเทศอสสเตรีย

0 ความคิดเห็น