นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,217 Views

  • 48 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    66

    Overall
    1,217

ตอนที่ 57 : Twelfth labor of Hercules(2) 12 ภารกิจของเฮอร์คิวลีส ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ท่านผู้อ่านอีกแล้ว พร้อมมาต่อเรื่องราวภารกิจที่คั่งค้างอยู่ของเฮอร์คิวลีส วีรบุรุษผู้โด่งดังที่สุดในตำนานกรีกกัน ในคราวที่แล้ว โฮเมอร์เล่าไปจนจบภารกิจที่สามแล้ว งั้นสัปดาห์นี้เราก็มาต่อกันในภารกิจที่สี่แบบเร็วๆเลย ฟิ้วว
ภารกิจที่ 4 จับหมูป่าเอริเมนเธียน(Erymanthian Boar)
สำหรับหมูป่าตัวนี้ มีตำนานที่มาหลายแบบ บ้างว่าถูกส่งมาโดยเทพีอาร์เทมิส เทพีแห่งการล่าสัตว์ เพื่อลงโทษชาวบ้านแถบนั้นที่ไม่เซ่นสรวงพระนางตามสมควร บางตำนานว่า เดิมที่เจ้าหมูป่าเป็นบุตรของสุริยเทพอพอลโล นามว่าเอริเมนธัส ที่บิดาส่งไปสืบข่าวเทพีอโฟรไดตีเล่นชู้กับพ่อหนุ่มรูปหล่ออโดนิส ทำให้เจ้าแม่ขัดเคืองเป็นอันมาก สาปให้เอริเมนธัสตาบอด ต้องระหกระเหินไปทั่ว อพอลโลจึงช่วยเปลี่ยนร่างบุตรชายให้กลายเป้นหมูป่า แล้วไปแก้แค้นโดยการขวิดอโดนิสยอดรักของเทพีอโฟรไดตีจนตาย แต่ตำนานนี้ไม่แพร่หลายเท่าตำนานที่ว่าเจ้าหมูป่าคือร่างแปลงของเทพสงครามอาเรส เพราะฉะนั้นหมูป่าที่เฮอร์คิวลีสไปล่าในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นคนละตัวกัน หรือถ้าเป็นบุตรของอพลอโล ก็คงจะเป็นหมูป่าตาบอดที่เที่ยวไล่ขวิดชาวบ้านดะ
เจ้าหมูป่าตัวนี้ ได้ออกอาละวาดแถบภูเขาเอริเมนธอส(Mount Erymanthos)จนผู้คนเดือดร้อนมานาน ยากจะหาใครมาปราบ กษัตริย์ยูรีสธีอุสเห็นว่ายากเข็ญเหมาะแก่การจะให้เฮอร์คิวลีสไปปราบ แต่คงกลัวว่าจะง่ายเกิน เลยแนบคำสั่งเพิ่มมาอีกว่า ให้จับ "เป็น"
เอาล่ะสิ แค่จับตายก้ยากแล้ว งานนี้ยังต้องจับเป็นอีก แต่เฮอร์คิวลีสก็หาได้เกี่ยงงอน รีบรุดเดินทางไปยังเขาเอริเมนธอสทันที แต่ในภารกิจครั้งนี้มีการผจญภัยเพิ่มมาอีก นั่นคือระหว่างทาง เฮอร์คิวลีสได้แวะหาเพื่อนเก่าที่เป็นเซนทอร์ หรือมนุษย์ครึ่งคนครึ่งม้าที่อาศัยอยู่แถบนั้นเพื่อจะหาข่าว
อมนุษย์เซนทอร์ตนนี้ ถูกเรียกทั้งฟาวลัส(Pholus) และไครอน(Chiron) แต่เนื่องจากคำว่าฟาวลัส มีความหมายว่ามนุษย์ถ้ำ โฮเมอร์จึงเดาว่า ชื่อจริงๆน่าจะเป็นไครอน แต่เพราะอาศัยอยู่ในถ้ำจึงมีอีกชื่อว่าฟาวลัส อันนี้ก็แค่สันนิษฐาน
ไครอนต้อนรับขับสู้สหายเก่าอย่างดี เลี้ยงดูปูเสือตามมาตรฐานเซนทอร์ คือรับประทานเนื้อดิบๆ เฮอร์คิวลีสเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม กินแบบเดียวกันไม่เรื่องมาก ทีนี้ เนือมีแล้ว ขาดแต่เหล้า เฮอร์คิวลีสเอ่ยถามเพื่อนยา ว่าไม่มีสุราติดเรือนไว้บ้างหรือ
ไครอยตอบอ้อมแอ้ม ไอ้มีน่ะมีอยู่ แต่ไม่อยากเปิด เพราะว่าสุราไหนี้เป็นของเทพไดโอนิซุส เทพเมรัยมอบให้เป็นของขวัญให้แด่เหล่าเซนทอร์ผู้เป็นบริวาร ซึ่งเมรัยเทพไหนี้คงจะรสชาติแรงจัดขนาดใช้ผสมน้ำแจกให้เซนทอร์ได้ทั้งขุนเขา
เฮอร์คิวลีสคะยั้นคะยอ ว่าไหนๆเพื่อนก็มาทั้งที ช่วยเปิดให้ชิมหน่อยเถิดหนา ไครอนขัดไม่ได้ก็เปิดไหให้เพื่อนได้ลิ้มลอง แต่ดูเหมือนสุราเทพไหนี้จะเทพสมชื่อ นอกจากรสชาติจะเข้มข้นแล้ว ยังหอมหมื่นลี้ ส่งกลิ่นเชิญชวนเหล่าเซนทอร์ให้ปั่นป่วน ต่างยกกันมายังถ้ำของไคอรนหมายจะแย้งชิงสุราไหนี้ มิพักฟังคำอธิบายว่าเหล้าไหนี้พอจะเจือน้ำแจกจ่ายทุกตน
พวกเซนทอร์ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม พยายามจะยื้อแย้งสุราเทพให้ได้ เฮอร์คิวลีสเลยต้องออกแรงไล่พวกเซนทอร์โดยใช้ธนูอาบพิษไฮดร้า พวกเซนทอร์ถูกพิษไฮดร้าเข้าไปก็พากันล้มตายเกลื่อน หนีญญ่ายพ่ายจะแจกันไป
ทีนี้ไครอนเกิดอยากรู้บ้าง ว่าทำไมพวกเซนทอร์ถึงแตกหนีกันง่ายนัก ขอดูศรที่เฮอร์คิวลีสใช้สักนิ๊สนึง เฮรอ์คิวลีสก็ให้เพื่อนดูไม่มีกั๊ก แต่ความซวยดันบังเกิด ไครอนดั๊นทำศรตกใส่ขาตัวเอง(ซุ่มซ่ามชะมัด) พิษไฮดร้าแล่นเข้าร่างจนปวดแปลบเจียนตาย แต่เผอิญว่าไครอนเป็นอมตะ บ้างว่าเพราะเป็นบุตรเทพโครนัส ฉะนั้นจึงได้แต่เจ็บร่อแร่ จะตายก็ตายไม่ได้ ทรมานทรกรรมเป็นหนักหนา
เฮอร์คิวลีสพยายามหาวิธีช่วย จนทราบมาว่ามีแต่เทพโพรมีธีอัส ที่จะปรุงยารักษาให้หายได้ แต่โชคร้ายที่โพรมีธีอัสถูกเทพบดีซุสลงโทษ ล่ามโซ่บนยอดเขาให้อินทรีลงมาจิกกินตับทุกวัน และตับนั้นก็จะงอกมาใหม่ทุกวันเช่นกัน เรียกว่าถูกทรมานทรกรรมไม่รู้จบ
เฮอร์คิวลีสดั้นด้นไปจนพบยอดเขาที่ล่ามโพรมีธีอัส ฟาดตะบองใส่อีกาจนหงายเงิบ แล้วกระชากโซ่ตรวน ปล่อยโพรมีธีอัสให้เป็นอิสระจากทัณท์ทรมาน โพรมีธีอัสจึงตอบแทนด้วยการปรุงยารักษาให้
เนื้อความตรงนี้ บางตำนานก็บอกว่าไครอนเจ็บปวดสุดๆจนถึงกับสละความเป้นอมตะ ขอตายให้พ้นๆไปเสียดีกว่า และได้กลายเป็นกลุ่มดาวราศีธนู ซึ่งก็ขัดแย้งกับเรื่องราวในอนาคต ที่ไคอรนได้เป็นอาจารย์ผู้สอนวิทยายุทธให้กับอคลีลีส ยอดวีรบุรุษของฝ่ายกรีกในสงครามกรุงทรอย
กลับมาที่การล่าหมูป่าแห่งเขาเอริเมนธัสกันต่อ หลังจากนอกเรื่องเสียนานเพราะแวะหาเพื่อนเก่า เฮอร์คิวลีสก็ได้เบาะแสและคำแนะนำจากไครอน ว่าหากจะล่าหมูป่าที่ว่านี้ ก็จงออกล่าในช่วงกลางเหมันต์เถิด เพราะเจ้าหมูป่าจะเชื่องช้า เฮอร์คิวลีสทำตามคำแนะนำก็จับได้ง่ายดาย และนำไปมอบให้กษัตริย์ยูริสธีอุสเป็นๆตามบัญชา แต่กลายเป็นว่ากษัตริย์ยูริสธีอุสเห็นเข้าก็หวาดกลัวจนรีบเข้าไปหลบภัยในหอทองเหลืองซะงั้น
ยืดเรื่องมาซะตั้งนาน บทจะตัดจบก็ตัดจบดื้อๆซะงั้น
ภารกิจที่ 5 ชำระล้างคอกม้าอูจีน(Augean stables)
ภารกิจครั้งนี้ เฮอร์คิวลีสถูกสั่งให้ไปโกยขี้ ทำความสะอาดคอกม้าให้กับกษัตริย์ออจีอัส(Augeas) ซึ่งแม้จะร่ำรวยมหาศาลขนาดมีม้ามากกว่าสามพันตัวในครอบครอง แต่ไม่เคยชำระล้างทำความสะอาดคอกมานานร่วมสามสิบปี เรียกว่าทั้งงกทั้งโสมมซกมกขนาดนี้ ม้าที่เลี้ยงไว้ไม่ป่วยตายกันบ้างหรือไงไม่รู้
เจองานนี้เข้าไป เฮอร์คิวลีสก็ได้ต่อรองกับกษัตริย์ออจีอัส ว่าหากทำได้สำเร็จได้ภายในวันเดียว จะขอรางวัลเป็นม้าที่มีอยู่หนึ่งในสิบ ซึ่งกษัตริย์ออร์จีอัสก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ
ในภารกิจครั้งนี้ เฮอรคิวลีสได้ใช้ทั้งกำลังและสติปัญญาเข้าช่วย ด้วยการเปิดคอกให้ทะลุได้ทั้งสองด้าน จากนั้นก็เปลี่ยนกระแสน้ำสองสายให้ไหลผ่านคอกม้าได้สะดวก ให้สายน้ำชำระล้างสิ่งสงปรกออกไปก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เมื่อเสร็จงานแล้ว เฮอร์คิวลีสได้ทวงสัญญากับกษัตริย์ออจีอัส แต่ก็ถูกบิดพริ้ว ฟิลีอุส(Phyleus) บุตรของกษัตริย์ออจีอัสยืนกรานให้บิดาทำตามข้อตกลงก็ถูกเนรเทศ เฮอร์คิวลีสโมโหที่ถูกเบี้ยวข้อตกลง ใช้ท่าแบร์ฮักรัดกษัตริย์ออจีอัสจนตาย จากนั้นก็ยกเมืองให้ฟิลีอุสปกครอง
เฮอร์คิวลีสได้รางวัลตามสัญญาแล้วก็กลับไปรายงานภารกิจต่อกษัตริย์ยูริสธีอุส แต่กลับถูกกษัตริย์ยูริสธีอุสเล่นแง่ กล่าวว่างานนี้สำเร็จเพราะได้แม่น้ำมาช่วย แถมเฮอร์คิวลีสยังรับค่าตอบแทนในการทำงาน ซึ่งผิดต่อข้อตกลง จึงเป็นอันฟาวล์ ต้องทำภารกิจเพิ่มมาอีกหนึ่งภารกิจ
ภารกิจที่ 6 กำจัดนกสติมเฟเลียน(Stymphalian birds)
ภารกิจครั้งนี้ เฮอร์คิวลีสถูกสั่งให้ไปขับไล่พวกนกกินคนที่อาศัยอยู่ใกล้กับทะเลสาบสติมเฟเลีย
ที่มาของเจ้านกพวกนี้ ตำนานเล่าว่าเทพีอาร์เทมิสได้นำมาเลี้ยง แต่พอโตขึ้นมาแล้วไม่น่ารักหรือไงไม่รู้ เลยยกให้เทพสงครามอาเรส ซึ่งก็โปรดปรานพวกมันมาก เพราะมีความดุร้ายก้าวร้าวเป็นที่โปรดปรานของเทพนักรบ
พวกมันเป็นนักล่าที่บินได้อย่างรวดเร็ว ขนเป็นโลหะบรอนซ์ ทำให้ไม่มีอาวุธใดระคายเคือง พวกมันจะออกล่าเหยื่อเป็นฝูง และจูโจมด้วยการสะบัดขนโลหะลงมาปักตรึงร่างเหยื่อ วพกมันกินหมดไม่ว่าสัตว์หรือคน แถมมูลของพกวมันยังเป็นพิษ ทำลายพืชพันธุ์ที่เพาะปลูก เรียกว่าเป็นหายนะของผู้คนแถบนั้นชัดๆ
ในภารกิจครั้งนี้ เทพีอาเธนาได้ให้ความช่วยเหลือเฮอร์คิวลีส ด้วยการนำกรับวิเศษที่เทพเฮเฟสตุสสร้างมามอบให้ ความพิเศษคือเมื่อเคาะกรับอันนี้จะเกิดเสียงกังวานไปไกล ทำให้พวกนกสติมฟาเลียนบินขึ้นจากที่ซ่อนด้วยความกลัว
เมื่อนกสติมเฟเลียนบินขึ้นบนฟ้า เฮอร์คิวลีสก็ใช้ลูกธนูอาบพิษไฮดร้าประเคนใส่แบบไม่นับ นกสติมเฟเลียนร่วงผล็อยๆ สุดท้ายพวกที่เหลือก็บินเตลิด ไม่กลับมาที่ทะเลสาบสติมเฟเลียอีกเลย
แต่มีรายงานว่าพวกมันไม่ได้สูญพันธุ์เสียทีเดียว เพราะเจสันและเหล่าลูกเรืออาร์โกน็อตยังได้พบเจอกับพวกมันอีกในการผจญภัยค้นหาขนแกะทองคำ
ก็เป็นอันว่า ภารกิจทั้งสิบสองของเฮอร์คิวลีสบรรลุไปแล้วหก เหลืออีกหกค่อยมาต่อกันในสัปดาห์หน้า



ภาพประกอบ : ประติมากรรม Hercules the Archer โดย Antoine Bourdelle ศิลปินนักปั้นชาวฝรั่งเศส สร้างในปี 1909 และได้นำไปแสดงในงาน National Society of Fine Arts ในปี 1910
Hercules the Archer กลายเป็นงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียง ด้วยการแสดงท่วงท่าที่แข็งแกร่งในการยิงธนู โดยอ้างอิงเรื่องราวในตำนานตอนที่เฮอรคิวลีสปราบพวกนกสติมเฟเลียน
ประติมากรรมชิ้นนี้ ถูกหล่อแบบจำลองไปตั้งในพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ทั้งในยุโรป, เอเชีย และอเมริกา

0 ความคิดเห็น