นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,217 Views

  • 48 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    66

    Overall
    1,217

ตอนที่ 54 : King Arther กษัตริย์ในตำนานแห่งเกาะอังกฤษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ท่านเช่นทุกสัปดาห์ พร้อมด้วยเรื่องราวอันสนุกสนานเช่นเคย ซึ่งในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน เดือนแห่งผู้นำและการเริ่มต้น โฮเมอร์จะขอเล่าถึงกษัตริย์ในตำนานคนสุดท้าย ตามคอนเซปต์ที่สัญญา
ผู้อ่านหลายท่านเห็นดาบปักเด่คาอยู่บนก้อนหินแบบนี้คงร้องอ๋อทันที จะใครกันล่ะ ถ้าไม่ใช่คิงอาเธอร์ กษัตริย์ในตำนานผู้ลือเลื่องแห่งเกาะบริเตน หรือแดนอังกฤษนั่นเอง
เมื่อพูดถึงกษัตริย์อาเธอร์ หลายท่านคงมีภาพจำในหัวคล้ายๆกัน อย่างเช่น กษัตริย์ในยุคกลางผู้สวมเกราะอัศวินเงาวับ, เหล่าอัศวินแห่งโต๊ะกลมผู้มีฝีมือและคุณธรรมอันเอกอุ, พ่อมดเมอร์ลิน ที่ปรึกษาคนสำคัญผู้เปี่ยมด้วยเวทมนต์คาถา และที่ขาดไม่ได้ คือยอดดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ สัญลักษณ์แห่งสิทธิอันชอบธรรมของกษัตริย์
ทว่า...เรื่องราวอันแท้จริงของกษัตรย์อาเธอร์นั้น หากเทียบกับกษัตริย์และราชินีสามคนที่โฮเมอร์เคยเล่าไปก่อนหน้านี้ กษัตริย์อาเธอร์นับว่ามีข้อมูลที่แท่จริงทางประวัติศาสตร์น้อยที่สุด จนเกือบจะเรียกว่าเป็นเรื่องแต่งทั้งดุ้นเลยก็ว่าได้
การกล่าวหาว่ากษัตริย์อาเธอร์เป็นเรื่องแต่ง หาได้สร้าวความโกรธเคืองต่อชาวอังกฤษ จนถึงขั้นจับไปแขวนคอใต้ต้นแอปเปิ้ลแล้วเอาเก้าอี้ฟาดแต่อย่างใด เพราะนักวิชาการชาวอังกฏษเองนั่นแหละ ที่พากันรุมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความมีตัวตนจริงๆของกษัตริย์อาเธอร์
นักประวัติศาสตร์พากันเชื่อว่า หากเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์มีจริง เรื่องราวนั้นน่าจะเกิดในราวศตวรรษที่ 5-6 อันเป็นช่วงที่จักรวรรดิโรมันอ่อนแอจนต้องถอนกำลังจากดินแดนต่างๆที่เคยยึดครอง รวมถึงเกาะบริเตน ต้นกำเนิดเรื่องราวกษัตริย์อาเธอร์ด้วย
การล่มสลายของโรมัน นำมาซึ่งความวุ่นวายไร้ระเบียบ อย่าว่าแต่จะจดบันทึกเรื่องราวเป็นชิ้นเป็นอันเลย แค่จะเอาชีวิตรอดจากสารพัดคนเถื่อนที่พากันปล้นสะดมภ์เหมือนแร้งลงยังยากเข็ญ เรื่องราวส่วนใหญ่จึงเป็นประเภทมุขปาฐะ คือเล่ากันปากต่อปาก เรื่องราวจึง Go so big คือยิ่งเล่าก็ยิ่งเวอร์วังอลังการไปตามแต่จินตนาการคนเล่า
แต่มีบันทึกที่พอจะเชื่อถือได้มั่ง นั่นก็คือ Historia Brittonum หรือประวัติศาสตร์แห่งเกาะบริเตน และ Annales Cambriae หรือพงศาวดารแห่งเวลส์ ที่บันทึกเรื่องราวไว้ค่อนข้างจะตรงกัน ถึงนักรบที่ปกป้องเกาะอังกฤษไว้จากการรุกรานของชาวแซกซอนในช่วงศตวรรษที่ 5-6
Historia Brittonum นั้นเริ่มจดบันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 9 จนถึงช่วงศตวรรษที่ 11 ด้วยภาษาละติน กล่าวถึงกษัตริย์อาเธอร์ไว้ค่อนยข้างจะโหดทีเดียว คือกล่าวว่าพระองค์ได้ทำสงครามทั้งสิ้นสิบสองครั้ง ครั้งที่โหดที่สุด คือการยุทธแห่งเขาบาดอน(Battle of Badon) ซึ่งพระองค์สังหารอริราชศัตรูไปถึง 960 คนด้วยมือเปล่า! แต่นักประวัติศาสตร์ยุคหลังประเมินว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 500 คน ซึ่งหากว่าบันทึก Historia Brittonum เป็นจริง เท่ากับกษัตริย์อาเธอร์ทรงสังหารศัตรูทั้งหมดด้วยพระองค์ แถมขุดศพพวกนั้นขึ้นมาฆ่าอีกรอบ!?
ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างคลุมเครือ และไม่พบการเอ่ยถึงชื่อกษัตริย์อาเธอร์ตรงๆแต่อย่างใด กระทั่งเจฟฟรีย์แห่งมอนมัท(Geoffrey of Monmouth) นักบวชชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 11 ได้ทำการเรียบเรียงเรื่องราว เขียนเป็นหนังสือ Historia Regum Britanniae หรือประวัติศาสตร์กษัตริย์แห่งอังกฤษ ในปี 1130 จากนั้นเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์ก็บูมเป็นโกโก้ครันช์ คือทั้งดังทั้งเละ เพราะนักเขียนยุหลังจากนั้นต่างก็พากันเสริมเติมแต่งกันคนละหนุบคนละหนับ โดยส่วนใหญ่อ้างอิงจากหนังสือของเจฟฟรีย์แห่งมอนมัท แต่ปัญหาก็คือ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่เจฟฟรีย์เขียน เมื่อสืบค้นย้อนๆขึ้นไปแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนขาดหลักฐานหรือบันทึกอื่นสนับสนุน นักประวัติศาสตร์จำนวนมากจึงฟันธงไปในทางที่ว่า เจฟฟรีย์แต่งขึ้นเองล้วนๆ
เอาล่ะ หากไม่มองถึงหลักฐานในแง่ประวัติศาสตร์ ก็ยังนับว่าเรื่องราวของฏษัตริย์อาเธอร์มีความจับจิตจับใจในหลายอย่าง โดยเฉพาะในแง่วีรคติ
เรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์ มีความเป็นอุดมคติอันสูงส่ง หลายสิ่งนับว่าใหม่มากในยุคสมัยนั้น ซึ่งคาดว่าเจฟฟีรีย์คงพยายามสอดแทรกอุดมการณ์ของตนเองลงไปหลายอย่าง และนักประพันธ์ในยุคหลังก็ได้เสริมเติมแต่งเรื่องราวให้โลดโผนยิ่งขึ้น จากเดิมที่อาเธอร์อาจเป็นกษัตริย์ หรืออาจะเป้นแค่ผู้นำกลุ่มนักรบ เรื่องราวก็ขยายออกไปไกล มีการเพิ่มอูเธอร์ บิดาของอาเธอร์เข้ามาเป็นแบ็คกราวด์ที่มาที่ไปของอาเธอร์ และความสัมพันธ์ที่ผิดจากจารีตซึ่งนำไปสู่กำเนิดของอาเธอร์
ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ นับเป็นสัญญลักษณ์สำคัญในเรื่องราวของอาเธอร์ เป็นตัวแทนของสิทธิ(Right) อันชอบธรรมของกษัตริย์ เพียงใส่คำโปรยแค่ว่า "กษัตริย์ที่แท้จริงจึงจะดึงดาบเล่มนี้ออกมาได้" เท่านี้ก็กลายเป็นจุดขายที่ตำนานกษัตริย์อาเธอร์ทุกเวอร์ชั่นจำเป้นต้องมี และแน่นอนว่า เมื่อกษัตริย์อาเธอร์ทรงมีดาบเล่มนี้ ก็เท่ากับทรงมีสิทธิอันชอบธรรมทุกประการ
ความมีตัวตนหรือไม่ของกษัตริย์อาเธอร์ จึงอาจจะไม่สำคัญเท่าเรื่องราวของอาเธอร์ต้องการสื่อถึงอะไร โดยเฉพาะเมื่อนักประพันธ์ยุคหลังได้เพิ่มเติมเร่องราวของอัศวินแห่งโต๊ะกลมเข้าไป เรื่องราวก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก เป็นการเน้นยำถึงเรื่องราวแบบวีรคติ(Chivalry) ซึ่งจะว่าไปลัทธินี้ก็เพิ่งเป็นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 11 อันเป็นยุคที่เจฟฟรีย์เขียนเรื่องราวของอาเธอร์นั่นเอง
ลัทธิวีรคติ เป็นความพร่ำเพ้อถึงคุณธรรมของนักรบที่ปรากฏในวรรณกรรมยุคกลางหลายเรื่อง หลักสิบประการของนักรบแบบวีรคติ ได้แก่
1. พึงเคารพและน้อมรับคำแนะนำของโบสถ์และเหล่านักบวช
2. พึงต่อสู้พิทักษ์ศาสนา
3. พึงให้เกียรติผู้อ่อนแอ และพึงพิทักษ์พวกเขาเหล่านั้น
4. พึงรักในแผ่นดินถิ่นกำเนิด
5. มีพึงพรั่นถอยหนีต่อข้าศึกศัตรู
6. พึงต่อต้านพวกนอกศาสนาโดยไร้ปราณี
7. พึงเอาใจต่อนายเหนือหัว ตราบใดที่เขามิเป็นปฏิปักษ์ต่อกฏของพระเจ้า
8. มิพึงโป้ปด แต่จงรักษาสัจจะมั่น
9. พึงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อชนทั้งผอง
10. พึงปฏิบัติทุกแห่งและทุกที่ ในการต่อสู้กับความชั่วร้ายและพิทักษ์ความดีงาม
บัญญัติทั้งสิบประการนี้ แทรกสอดอยู่ในการผจญภัยของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม และกลายเป็นเหมือนภาพลักษณ์ของเหล่าอัศวินยุคกลาง และกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่อัศวินที่ก้าวเข้าสู่สงครามครเสดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง
บางทีเจฟฟรีย์แห่งมอนมัท อาจจะได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องของกษัตริย์อาเธอร์จากสงครามครูเสดก็เป็นได้



ภาพประกอบ : ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ จากภาพยนตร์อนิเมชั่น Sword in the Stone ของWalt Disney สร้างในปี 1963

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น