นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,216 Views

  • 48 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    65

    Overall
    1,216

ตอนที่ 53 : Huangdi จักรพรรดิเหลือง ปฐมจักรพรรดิแห่งแผ่นดินจีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก ไม่รู้ว่าแต่ละท่านไปเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนมาบ้าง ส่วนโฮเมอร์ไม่ได้ไปไหนเลย นั่งรักษาเนื้อรักษาตัวอยู่กับบ้าน กลัวสาวๆจะมารุมปะแป้ง(ว่าไปนั่น)
สำหรับสัปดาห์ที่สามของเดือนเมษายนอันร้อนระอุ(แหงนหน้าขึ้นไปมองค้อนเทพอพลอโลเบาๆ) โฮเมอร์ยังคงไว้ซึ่งโจทย์เรื่องของปฐมกษัตริย์และราชินีในตำนานอยู่เช่นเดิม ซึ่งราชันย์ในตำนานองค์ที่สาม ซึ่งที่จริงตั้งใจว่าจะนำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่โดนปาดหน้าเค้กโดยพระเจ้าอู่ทองเพราะสุขภาพโฮเมอร์ไม่ค่อยอำนวย พระองค์ถูกยกย่องให้เป็นบิดาของชนชาติจีนอันยิ่งใหญ่ อะฮ่า จะใครกันล่ะ
กว่าชนชาติจีนจะยิ่งใหญ่เป็นพญามังกรผู้สยบโลกในทุกวันนี้ แน่ล่ะว่าครั้งหนึ่งต้องเคยเป็นงูเขียวตัวน้อยๆมาก่อน กระทั่งได้ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าชนชาติจีน จากชนเผ่าเล็กๆ ให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเช่นทุกวนนี้
ท่านผู้นั้น หาใช่เหมาเจ๋อตุง หาใช่จิ๋นซีฮ่องเต้ แต่ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีกไกลโข คือเมื่อประมาณห้าพันปีก่อน พระองค์ทรงพระนามว่า หวงตี้ (
黃帝) หรือที่ถูกขนานนามในอีกชื่อว่า จักรพรรดิเหลือง
อันว่าคติความเชื่อของคนจีนนั้น มองว่าวิญญานเป็นเสมือนน้ำ คือสามารถเปลี่ยนแปลงถ่ายเท เปลี่ยนสถานะได้ นั่นหมายความว่า คนเราหากฝึกฝนบำเพ็ญเพียรก็สามารถจะเป็นเซียนได้ หรือเทพเจ้าก็อาจจะจุติลงมาเป็นมนุษย์ได้เช่นกัน ซึ่งเป้นแนวคิดที่ค่อนข้างแพร่หลายในเอเชีย เพราะฉะนั้น หากว่ามีมนุษย์ที่เก่งฉกาจ เลอเลิศเหนือใครๆ บางครั้งก็เชื่อกันว่าคนผู้นั้นเป็นเทพจุติลงมาจากสวรรค์(ถ้าเป็นความเชื่อแบบกรีกก็จะคิดว่าซุสแอบมาไข่ทิ้งไว้)
จักรพรรดิหวงตี้ก็เช่นกัน บ้างก็เชื่อว่าพระองค์เป็นเทพจุติลงมาจากสวรรค์ เพื่อเป็นผู้นำของชนชาติจีน เพราะกล่าวกันว่าพระองค์เฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เล็ก
แผ่นดินจีนในสมัยโน้นยังมีสภาพสังคมแบบชนเผ่า แบ่งเป็นเผ่าเล็กเผ่าน้อยมากมาย หนึ่งในนั้นคือเผ่าเซี่ยของหวงตี้ ด้วยความเก่งฉกาจฉายแววมาตั้งแต่เด็ก หวงตี้จึงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าเผ่า
หวงตี้เป็นผู้นำนักพัฒนา ทรงคิดค้นประดิษฐ์สิ่งต่างๆมากมายเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใต้ปกครอง ทั้งการปรับปรุงระบบชั่ง ตวง วัด, การแบ่งเวลาและปฏิทิน, ออกแบบยานพาหนะ, ปรับปรุงการคมนาคม, ปฏิรูปกองทัพ, สร้างระบบเงินตราและการค้า, กำหนดระบบการปกครองเป็นเมืองต่างๆ, ดำริให้มีการประดิษฐ์อักษรจีน ฯลฯ เรียกว่าผลงานของพระองค์มากมายจนจารไนไม่หมด
ทว่าในยุคเดียวกับพระองค์นั้น ยังมีเผ่าใหญ่อีกสองเผ่า หนึ่งในนั้นคือเผ่าของเหยียนตี้ ผู้นำซึ่งนับว่าปรีชาสามารถไม่แพ้กัน และอีกหนึ่งคือเผ่าของชือโหยว ซึ่งมีเผ่าพันธมิตรมากมายหลายเผ่า
ตามตำนานซึ่งบันทึกในสมัยหลัง กล่าวว่าชือโหยว(
蚩尤) ผู้นี้เก่งกาจสามารถจนขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเทพนักรบ ทั้งยังมีรูปลักษณ์พิศดารยิ่งนัก โดยบรรยายไว้ว่า มีศีรษะทองแดง หน้าผากเหล็ก มีสี่เนตร หกกร กุมอาวุธร้ายไว้ครบทั้งหกกร ร่างกายปกคลุมด้วยขนนก บนเศียรมีเขาวัวโง้งอยู่คู่หนึ่ง และยังมีอนุชาที่เก่งฉกาจอีกแปดสิบเอ็ดองค์
เมื่อเจอกับศัตรูประหลาดแถมมีพวกมากขนาดนี้ หวงตี้จึงเป็นพันธมิตรกับเหยียนตี้ ร่วมแรงร่วมใจกันปราบชือโหยวในยุทธการที่จั่วลู่ ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในแถวเหอเป่ย นักประวัติศาสตร์ระบุกันว่าเป็นสงครามครั้งที่สองที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์จีน
การยุทธที่จั่วลู่ ฝ่ายพันธมิตรหวงตี้และเหยียนตี้ มีกำลังสนธิกัน ราว 8,000 ถึง 15,000 คน ส่วนชือโหย่ว รวมกำลังจาก 72 ถึง 81 เผ่า คาดว่าน่าจะมีกำลังพลราว 15,000 ถึง 26,000 คน ประเมินกันว่าฝ่ายพันธมิตรหวงตี้และเหยียนตี้สูญเสียกำลังพลราว 1,200 ถึง 3,000 ส่วนชือโหยวเสียกำลังพลไปราว 3,000 ถึง 7,000 และอาจจะได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก รวมๆความแล้ว สรุปได้ว่าชือโหยวพ่ายแพ้ต่อจักรพรรดิเหลืองแบบเละเทะ
หลังเอาชนะชือโหยว หวงตี้และเหยียนตี้ก็รบแย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างกัน และจบลงที่ยุทธการที่ปั่นเฉวียน ซึ่งมีบันทึกน้อยมากสำหรับยุทธการครั้งนี้ คือไม่รู้ทั้งจำนวนทหารและจำนวนผู้สูญเสีย แต่โดยสรุปคือเหยียนตี้พ่ายแพ้ และน่าจะถูกประหาร หวงตี้จึงทำการรวบรวม ผนวกดินแดนและผู้คนขึ้นเป็นปึกแผ่น อันนำไปสู่ก้าวแรกของการสร้างจักรวรรดิจีนต่อมาในภายหลัง
ตามตำนาน เชื่อกันว่าพระเจ้าหวงตี้ทรงมีพระชนมายุยืนนานถึงร้อยปี ในวันหนึ่งขณะเสด็จประพาส ก็มีมังกรสีเหลืองเหาะลงมาจากสวรรค์(บางตำราว่าเป็นหงษ์หรือกิเลน) เชิญให้พระเจ้าหวงตี้เสด็จกลับสู่สวรรค์ เพราะภารกิจในร่างมนุษย์ได้เสร็จสิ้นแล้ว พระองค์จึงถอดพระบาทและฉลองพระองค์ทิ้งไว้ให้ประชาชนดูต่างหน้า ก่อนจะขี่หลังมังกรขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เสด็จกลับอย่างเทพๆเลยทีเดียว



ภาพประกอบ : รูปสลักภายในศาลเทพเจ้าหวงตี้ เขตซินเจิ้ง ประเทศจีน แกะสลักตามรูปแบบศิลปกรรมจีนสมัยใหม่ ให้ความรู้สึกขึงขัง ทรงอำนาจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #38 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:49
    ขออนุญาตบอกนิดนึงนะคะ

    ถ้าสะกด Huang อ่านว่า ฮวาง แปลว่า สีเหลือง ค่ะ (แซ่เดียวกัน เลยรู้)
    #38
    1
    • #38-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 53)
      15 ธันวาคม 2561 / 22:32
      ขอบคุณครับ
      #38-1